หนุ่มห้าวหน้าใส คว้าหัวใจยัยตัวแสบ

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ก.ค. 57

5

           

ที่แท้คนที่โทรมาป่วนฉันเมื่อคืนก็คือ ไอ้เต้ นี่เอง -_-!! มันต้องเอาเบอร์คนอื่นโทรมาแกล้งฉันแน่ เพราะเมื่อคืนไม่ใช่เบอร์มันที่โทรเข้ามา มันไม่คิดจะเลิกรา เลิกตื้อฉันเลยรึไงกันนะ มันไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ตามจีบฉันมาตั้งแต่ขึ้นม.4  จนตอนนี้อยู่ม.6 แล้วเนี่ย ดีนะ ที่อยู่กันคนละห้อง ไม่งั้นเห็นหน้ากันตลอดเวลาฉันต้องเป็นบ้าแน่ๆ =_= แต่ก็นับถือมันจริงๆนะ ที่จีบฉันมาตั้งนาน โทรหาแทบทุกวัน (แต่ฉันไม่รับ) เสมอต้นเสมอปลายตลอด รักเดียวมาตลอด.....ดีกว่า บางคนซะอีก.... บางทีก็แอบสงสารมันนะ เพราะฉันก็บอกปฏิเสธมันไปตลอด แต่มันก็ไม่ยอมเลิกซักที เฮ้ออออ.... บางทีก็เหนื่อยใจอ่ะ -_- หรือจะเข้าสำนวนที่ว่า คนดีๆไม่ได้มีไว้ให้รัก แต่คนเรามักไปรักคนไม่ดี.....

            ออดดดดด....ออดดดดดด.....

            เที่ยงนี้ กินไรกันดีวะ พวกแกยัยซิมมี่พูดขึ้น ขณะที่พวกเรากำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเตรียมตัวจะลงไปกินข้าวกลางวันกันที่โรงอาหาร

            อุ้ย นั่น..... มายืนรอใครที่หน้าห้องอ่ะ หล่ออ่ะแก กรี๊ดดด >_<”

เสียงพวกชะนีในห้องซุบซิบ กรี๊ดกร๊าดอะไรกันอยู่ทางประตูหน้าห้องนะ =_=?

            “ใครมาหน้าห้องเราวะ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เชียว...

ยัยน้ำมนต์พูดพร้อมกับเดินไปดูที่ประตูหน้าห้อง พวกฉันก็เลยลุกเดินตามกันออกไปด้วย แล้วก็พบกับ..

            ไง ยัยเบ๊ ออกมาช้าจังวะ รอนานแล้วเนี่ย เกือบโดนพวกเสือ สิง กระทิง แรด ลากไปกินแล้วด้วย=_=”

            ไอ้บ้ากามเจได นี่เอง! กำลังยืนเต๊ะท่าคอยอยู่เลย

            “น่าจะโดนลากไปกินซะให้เข็ด ของชอบไม่ใช่หรือไง -_-”

            “ยัยบ้า ถึงฉันจะกิน ฉันก็เลือกนะโว้ย เอ้า! นี่...

            “สมุดวาดรูป? เอามาให้ฉันทำไม =_=”

            “เอามาให้ถาม....ยัยเบ๊อะ ก็เอามาให้เธอทำงานให้นะเซ่ ทำงานศิลปะให้ฉันหน่อยส่งอาทิตย์หน้านะ

 “ทำไมฉันต้องทำ...

เพราะเธอเป็นเบ๊ฉันน่ะสิ^^”

แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ -*- ”

จ่ายมา หมื่นนึง ^_^”

งานอะไรขอรับบบ....โปรดบอกข้าน้อยมาเลยยย T^T”

ให้มันน่ารักอย่างนี้เซ่ ^_^”

ฉันเกลียดนายยยยย.... ไอ้บ้าเจได T^T

ไอ้เหยิน ป่ะ ไปกินข้าวกันไอ้โจ้นั่นเองที่เรียกฉัน มันเดินออกมาจากในห้องพร้อมกับยัยเฟิร์ส

ยัยแสบ นั่นแฟนเธอทำไมถึงไปจับมือกับเพื่อนเธอล่ะจู่ๆเจไดก็เอ่ยขึ้นมาพลางมองไปที่ไอ้โจ้กับยัยเฟิร์สที่กำลังยืนจับมือกันอยู่

ฉันจับมือแฟนตัวเองผิดตรงไหนก่อนที่ฉันจะตอบอะไรไอ้โจ้ก็พูดขึ้นมาซะก่อน พร้อมกับเดินมายืนอยู่ตรงหน้าเจไดด้วย มายืนประชันความหล่ออะไรกันตรงนี้ ชะนี แรด ทั้งหลายที่เดินผ่านไปผ่านมาแอบกรี๊ดๆพวกนายกันอยู่นะ =_=^ ชักรำคาญแล้วเฟ้ย

 งั้นยัยนี่ล่ะ แล้วทำไมเมื่อวานต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนยัยนี่ด้วยเจไดถามกลับพร้อมกับหันมามองหน้าฉันสลับกับหน้าไอ้โจ้

ยัยนี่เป็นเพื่อนฉันตั้งแต่ ป.1”

เพื่อนสมัยเด็กว่างั้นเหอะ

ใช่ แล้วก็เป็นเพื่อนที่ฉันรักมากด้วย เพราะงั้นถ้านายรังแกยัยนี่อีกฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่

โอ้โห!! อยากจะกรี๊ดกับคำพูดของไอ้โจ้ซะจริงๆ ฉันโคตรรักแกเลยว่ะโจ้แกเป็นเพื่อนที่โคตรดีเลยอ้าาา >_<

ก็เพราะฉันเห็นยัยนี่เป็นเพื่อนผู้ชายคนนึงที่ฉันสนิทที่สุดนั่นแหล่ะ ^_^” พูดจบไอ้โจ้ก็เดินจับมือยัยเฟิร์สออกไป ทิ้งให้ฉันกับเจไดและยัยเพื่อนสามสาวยืนมึนกันอยู่ตรงนั้นต่อไป

มันเห็นฉันเป็นเพื่อนผู้ชาย โอ้โห!! ไอ้เพื่อนเวร ฉันควรจะดีใจมั้ยเนี่ยยยย!! (-_-*)

อ้อ! ใช่ ไอ้เจได ฉันลืมบอกแกไปน่ะว่าไอ้โจ้กับเฟิร์สมันเป็นแฟนกัน ตอนที่แกมาขอเบอร์ยัยไปป์เมื่อคืนอ่ะ ตอนที่แกเล่าว่าโดนไอ้โจ้ถีบเอาก็ลืมบอก ^^” ยัยเจเจพูดขึ้นมา

หืมมม?? เบอร์? ใครขอเบอร์ฉันฉันรีบหันไปทางยัยเจเจทันทีเมื่อได้ยินว่าใครเป็นคนขอเบอร์ฉัน และก็หันกลับไปมองที่หน้าเจได ตอนนี้อีตานั่นทำหน้าตกใจใหญ่

อ๊ะ อ๊าาาาฉันลืมไป ฉันไม่รู้เรื่องงงงง ><” พูดจบยัยเจเจกับแม่สองสาวก็รีบวิ่งหนีไปทันที เหลือแต่นายเจไดที่ยังยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนี้

งั้นเมื่อคืนก็เป็นนายสินะ ที่โทรมาป่วนฉันน่ะ ไอ้บ้าเอ๊ย! >_<” ฉันใช้สมุดวาดรูปที่นายเจไดให้มาม้วนๆเป็นท่อนแล้วก็กระหน่ำตีไปที่เขาอย่างบ้าคลั่ง หมอนั่นได้แต่ใช้มือปัดป้อง เขาทั้งหัวเราะที่ได้แกล้งฉันแล้วก็ร้องโอ๊ยๆบอกให้ฉันหยุดตีเขาไปด้วย ฮึ่ยยย! โมโหอ่ะ >_<* อยากจะตีให้ตายนักเชียว

 “งั้นเธอก็ไม่มีแฟนน่ะสิ ยัยแสบ -_-” เจไดถามฉันในขณะที่เราสองคนเดินลงมาจากตึกเรียนม.6 แล้ว และกำลังจะเดินไปกินข้าวกันที่โรงอาหาร ซึ่งฉันโดนพวกเพื่อนๆตัวแสบทิ้งให้อยู่กับอีตานี้แค่สองคน

แล้วฉันบอกนายเมื่อไหร่ ว่าฉันมีแฟน =_= ”

หึหึ นั่นสินะ... ร้ายกาจอย่างเธอ ใครเค้าจะอยากเป็นแฟนกัน ยัยเตี้ย ^_^”

หุบปากน่า ไอ้บ้ากาม... สูงตายแหล่ะ นายอ่ะ -*-”  นายดูสูงไม่เท่าไหร่เล๊ยยย น่าจะร้อยแปดสิบอัพอ่ะ เกือบๆร้อยเก้าสิบได้เลยมั้งเนี่ย เพราะตัวฉันก็แค่ไหล่เขาเอง ให้ตายเหอะ -_-!

ก็สูงกว่าเธอแล้วกันน่ะ ^_^” อย่ามายิ้มล้อเลียนฉันนะ -*-

ชิส์...หมั่นไส้คนสูง (-_-*)

 

ไปป์

มีใครบางคนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ฉันและเจไดหยุดเดินพร้อมกันและหันกลับไปมองยังที่มาของเสียง

อ้าว ลูกหว้า ว่าไง มีไรกับเราหรือเปล่าลูกหว้านั่นเอง ที่เข้ามาเรียกฉันไว้ เธอเป็นเพื่อนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกับฉัน

คือ...เราฝากแมกกาซีนเล่มนี้ไปคืนเฟิร์สทีสิ พอดีว่าจะคืนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแต่เฟิร์สลงมาก่อนน่ะ เลยไม่ได้คืน รบกวนหน่อยนะ -/\-” คนสวยขอร้อง ฉันจะปฏิเสธได้เยี่ยงไร ^^

โอ้ ได้จ้าๆ ไม่มีปัญหา ^_^” ฉันตอบ พร้อมกับรับหนังสือแมกกาซีนแฟชันจากลูกหว้ามาถือไว้ เธอกล่าวขอบคุณแล้วก็เดินจากไป -_- นี่ฉันเป็นเบ๊ จริงๆใช่มั้ย ใครๆก็ใช้แต่ฉัน T^T

ยัยเตี้ย! นั่นใครน่ะ -_-”

ลูกหว้า... เพื่อนในห้องฉันเอง ทำไม?”

ขอเบอร์ให้ฉันหน่อยสิ ฉันสนใจเพื่อนเธอ ^^” ว่าไงนะ.... O_O!!

 “ลูกหว้ามีแฟนแล้ว...

ไม่เห็นเป็นไร แค่คุยกันเฉยๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องคบกันนี่ไอ้หมอนี่ อยากเป็นชู้กับแฟนชาวบ้านเค้านักรึไงนะ -*-

ไปบอกเจเจง่ายกว่า ให้ยัยนั่นขอให้สิ ขนาดเบอร์ฉันนายยังเอามาจากยัยนั่นเลยนี่เราสองคนคุยไปเดินไปจนมาถึงโรงอาหาร ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยนักเรียนหลายร้อยคน ยัยพวกนั้นไปนั่งอยู่ที่ไหนกันนะ ฉันเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหายัยเจเจว่านั่งอยู่ตรงส่วนไหนของโรงอาหารกันแน่

 “แล้วทำไมเธอขอไม่ได้เธอก็คุยกับเค้านี่นา นี่ก็เป็นหน้าที่หนึ่งของเบ๊ด้วยนะ ฉันไม่ได้ขอร้องแต่ฉันบังคับให้ทำ ^^” ให้ตายเหอะ...นี่ฉันต้องไปเอาเบอร์ลูกหว้ามาให้อีตานี่จริงๆใช่มั้ย

ฉันจะตกนรกมั้ยนะ ที่ช่วยนายเนี่ย -*- ส่งเสริมให้คนเป็นชู้กัน....

 

สองวันต่อมา.....

ฉันนัดให้เจไดมาเอาเบอร์ของลูกหว้าที่ใต้ตึกเรียนของชั้นม.6 ก่อนจะเข้าชั่วโมงโฮมรูมในตอนเช้า หมอนั่นยิ้มร่าทันที เมื่อได้เบอร์ของลูกหว้าไป

ดีมาก ยัยเบ๊ ให้มันใช้งานง่ายๆแบบนี้สิ พี่ล่ะปลื้ม^^” พลางใช้มือใหญ่ๆนั่นมาขยี้หัวฉันเล่นเบาๆ -_- ฉันเลยปัดมือหมอนั่นออก เห็นฉันตัวเล็กกว่า ทำเป็นหยอกนะ -*-

ใครเป็นพี่กันแน่ ฉันต่างหากย่ะ ไอ้เด็กบ้า -*-”

เอาน่ะ เครียดทำไมเจ๊ เดี๋ยวแก่เร็วนะ ^^”

เสร็จธุระแล้ว งั้นฉันไปนะ เบื่อขี้หน้านาย

จะรีบไปหาอาหารกินในห้องน้ำเหรอ -0-”

จะกระซวกไส้นายกินนั่นแหล่ะ ย้ากกกกก!!” แล้วฉันก็ทำท่าทำมือหยิบๆ เหมือนในหนังเรื่อง บ้านผีปอบ ไล่ล่านายเจได จนนายนั่นวิ่งหนีหางจุกตูดกลับไปที่ตึกเรียนของม.5 ทันที เหอะ....

รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆแฮะ (-*- ) …….

 

ห้องเรียน ม.6/5…..

เสียงเจี๊ยวจ๊าว เจื้อยแจ้วจากนักเรียนทั้งหญิงทั้งชายคุยกันอย่างเสียงดัง เหมือนไม่ได้เจอกันมาซักสิบชาติ บางคนนั่งจับกลุ่มคุยกันเม้าส์เรื่องดาราคนนั้นคนนี้ บางคนก็นั่งเสียบหูฟังร้องฮัมเพลงเบาๆ บ้างก็นั่งเล่นเกมส์ บ้างก็อ่านหนังสือ แถวหลังห้องก็ตั้งวงเล่นไพ่ ปั่นแปะ หรือบางคน ก็นั่งหลับ (=_=^) นี่คือห้องม.6/5

พวกแก เดือนหน้าเตรียมตัวไว้ให้ดีกันนะ ^_^”

ซิมมี่พูดขึ้นมา ในขณะที่พวกเรากำลังตั้งวงลอกการบ้านจากสมุดยัยซิมมี่อยู่ เมื่ออาจารย์ที่สอนประจำวิชาเดินออกจากห้องพวกเราไปแล้ว เนื่องจากหมดเวลาสอนน่ะ -_-  และชั่วโมงนี้คือชั่วโมงว่าง ที่ว่างก็เพราะอาจารย์ที่สอนชั่วโมงนี้ติดธุระกะทันหันให้พวกเราเรียนรู้ด้วยตัวเองไปพลางๆ คือการอ่านหนังสือไปนั่นแหล่ะ -_-! ฉะนั้น ต้องรีบปั่นการบ้านไว้ก่อน เปิดเทอมมาได้ไม่กี่วัน อาจารย์ก็สั่งการบ้านซะแล้ว ไหนว่าชีวิตม.6 สบายไงวะ งานท่วมหัวเลยเนี่ยยยย T^T  ว่าแต่ มันบอกให้เตรียมตัว เตรียมทำไม จะไปออกรบเรอะ -0-?

เตรียมทำไม จะไปออกศึกเหรอ =[]=?” น้ำมนต์ถามพลางก้มๆเงยๆลอกคณิตศาสตร์สูตรการหาพื้นที่ของพีธากอรัสไปด้วย (=_=’’)

อืม ออกศึก กับพวกรุ่นน้องนะ ^^”

ซิมมี่พูดแล้วก็หยิบขนมที่แอบซื้อมาเมื่อตอนเช้าเข้าปากไปด้วย แล้วยัยเจเจก็แย่งถุงขนมนั่นไปกินบ้าง -_-^

จะไปรบจริงๆเหรอวะ รบกับใคร รบที่ไหน บอกฉันมา ฉันจะไปจัดการตบเด็กให้ >o<”

คนละเรื่องแล้วเว้ย ยัยเฟิร์ส ที่บอกจะไปออกศึกคือการเข้าค่าย ไม่ใช่ไปตบไปตีกับใคร.... ไอ้โจ้ เอาแฟนแกไปเก็บที มันกำลังจะคลั่ง...

 ซิมมี่หันไปเรียกไอ้โจ้ที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่กับเพื่อนผู้ชายตรงหลังห้อง แล้วไอ้โจ้ก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาหายังโต๊ะกลุ่มพวกเราที่นั่งเกาะกลุ่มกันอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง

เฟิร์สเป็นไร ผีเข้าสิงเหรอ -_- ตัวก็ไม่ร้อนนะมันว่า พลางเอามืออังหน้าผากยัยเฟิร์สไปด้วย     

ป้าบบบ!!

แล้วไอ้โจ้ก็โดนยัยเฟิร์สฟาดฝ่ามือลงที่แขนของมันอย่างแรง แอบสมน้ำหน้านะ :3

ถ้าผีสิงเค้านะ เค้าจะหักคอโจ้เป็นคนแรกนั่นแหล่ะ กิ๊กเยอะนัก -*-”

เฮ้ย! บ้า ไม่มีหรอก อย่ามาใส่ความกันดิ หูกาง...

แหม เรื่องของสามีภรรยา เราไม่อยากยุ่งนะ >o<” แล้วยัยเจเจก็แซวขึ้นมา สามีภรรยางั้นเหรอ -_-?

เฮ้ยๆๆ แค่เป็นแฟนกันอยู่เฉยๆเว้ย ยังไม่ได้เป็นมากกว่านั้น ไอ้บ้า >_<”

ยัยเฟิร์สรีบแก้ตัวพัลวัน แล้วทำไมหน้าแกแดงฟะ (-_-‘’)

เออๆๆ ใครจะเป็นสามีภรรยาใครก็ช่าง แต่ทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมการเข้าค่ายครั้งนี้

ค่ายไรของแก ยัยซิม -_-” เจเจถาม

ค่ายอาสาพัฒนาน่ะ  พวกคณะกรรมการนักเรียนเค้าจัดขึ้นมา ^_^”

แล้วทำไมพวกฉันต้องไปด้วยฟะ แกเป็นคณะกรรมการนักเรียนแกก็ไปเองดิ พวกฉันไม่ได้เป็นด้วยซักหน่อย -_-” ฉันรีบท้วงขึ้นทันที เมื่อยัยซิมมี่บอกว่าจะให้พวกเราไปออกค่ายด้วย ใครจะอยากไปกัน ค่ายใช้แรงงานชัดๆ -3-

เพราะฉันลงชื่อพวกแกทุกคนให้ไปช่วยงานคณะกรรมการนักเรียนด้วยแล้วน่ะสิ เพิ่งลงไปเมื่อเช้าเองด้วย ตอนประชุมคณะกรรมการน่ะ ^^”

ว่าไงนะ!! O_o” พวกเราต่างร้องขึ้นมาพร้อมกัน ปรึกษาพวกฉันก่อนก็ดีนะ ว่าอยากไปด้วยมั้ย -_-!

น่านะ...พวกแก ไปช่วยฉันดูแลพวกน้องๆหน่อย ก็คนของคณะกรรมการนักเรียนมันไม่พอน่ะสิ เพราะบางคนก็ต้องไปทำงานอย่างอื่นน่ะ แล้วยัยป๊อปมันก็เลยขอให้หาคนช่วยดูแลเพิ่ม ฉันก็เลยลงชื่อพวกแกไป ฉันจะได้มีเพื่อนอย่างพวกแกไปด้วยไง ช่วยฉันหน่อยเหอะ นะๆๆ พวกแกไม่รักฉันเหรอออ..T^T  ไอ้ไปป์ ไอ้เจเจ ไอมนต์ ไอ้เฟิร์ส อ้อ! มีแกด้วยนะ ไอ้โจ้ >_<”

ทำไมแกทำท่าทางตื่นเต้น ดีใจซะขนาดนั้นฟะ ยัยซิมมี่ ฉันไม่เห็นอยากไปเลย =_=

แล้วที่ว่าไปดูแลรุ่นน้อง หมายความว่าไงวะไอ้โจ้ถามขึ้น พร้อมทำหน้าเซ็งสุดๆ

ก็เดี๋ยวทางคณะกรรมการนักเรียนจะประกาศรับสมัครพวกรุ่นน้องม.4-5 น่ะ ที่สนใจจะไปค่ายอาสาพัฒนากับเราไง แล้วก็มีฉัน พวกแก แล้วก็คนของคณะกรรมการนักเรียนบางส่วน ไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลช่วยกันน่ะ อ้อ! ลืมบอก...แล้วก็จะมีนักเรียนจากโรงเรียนอื่นไปร่วมทำค่ายกับเราด้วยนะ พวกเซนต์โจ เซนต์แมรี่ พวกนั้นแหล่ะ ทางคณะกรรมการก็คุยๆกันอยู่อ่ะ ไปป์กับน้ำมนต์ พวกแกต้องไปนะเว้ย ฉันไม่อยากให้พวกแกพลาดเพราะเผื่อไปสอยหนุ่มๆจากโรงเรียนพวกนั้นติดไม้ติดมือมาเป็นแฟนซักคน สองคนไง คิคิ ^^ ยัยซิมมี่พูดไปหัวเราะชอบใจไปด้วย ฉันกับยัยน้ำมนต์หันหน้ามองกันทันที มันคิดได้ไงฟะ (-_-‘’)

ใครมันจะอยากไปกันวะ ไปทำงานนะโว้ย ไม่ได้ไปเที่ยว -_-  ว่าแต่จะไปพัฒนาที่ไหน?” ไอ้โจ้ที่นั่งฟังส่ายหน้าอย่างเอือมๆพูดขึ้นอีก

ยังไม่ได้ปรึกษากันว่าจะไปที่ไหน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนไปเพราะฉันจะเอารูปแก ไอ้โจ้ เป็นพรีเซนเตอร์ลงป้ายประกาศ รับรองสาวๆมาสมัครเพียบ ฮ่าๆ

เฮ้ย ได้ไงวะ ทำไมต้องเป็นรูปฉันด้วย -*-”

ก็เพราะแกหล่อ เท่ ดูดี มีสไตล์ (ไปหมด-_-!) ไง ใครเห็นรูปพรีเซ็นเตอร์หน้าตาดีๆลงประกาศหน่อย เค้าก็สนใจอยากสมัครกันแล้ว เชื่อฉันดิวะ ^_^”

ที่แกพูดๆมาเนี่ย แกจัดการเองทั้งหมดโดยไม่ถามความสมัครใจของพวกเราเลยใช่มั้ยยัยซิมมี่ แล้วทำไมต้องลากพวกฉันไปค่ายกับแกด้วยยยย T^T

 

พักกลางวัน....

เฮ้ย ยัยไปป์ เอาลูกชิ้นฉันคืนมาาาา... >o<”

อยากได้ก็เอาไปสิ ง่ำๆ -)o(- ” ฉันว่าพลางจะคายลูกชิ้นที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปาก ส่งคืนยัยเฟิร์ส

ม่ายยยๆๆๆๆ...ไม่เอาแล้วก็ได้  อี๋!! เก็บเข้าปากแกไปเลยนะห้ามคายออกมาเด็ดขาด ><

แหม แล้วก็ร้องจะเอาคืนๆ พอจะคืนให้ก็ไม่เอา ง่ำๆ -)o(- ”

ตอนนี้พวกเรากำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะเดิมในโรงอาหาร แปลกแฮะ....วันนี้เจไดยังไม่มากินข้าวอีกเหรอ เพราะสองวันที่ผ่านมาอีตานั่นจะมานั่งกินข้าวกับพวกฉันแล้วก็จะใช้ฉันให้ไปซื้อข้าวให้ตลอด วันนี้ทำไมเงียบๆไปนะ.....

แล้วทำไมฉันต้องไปสนใจอีตานั่นกันด้วยเล่า...จะเป็นยังไงก็ช่างเขาสิฟะ ไปป์ ><

ฮือฮา จ๊อกแจ้กๆ ...

เฮ้ย แก ดูนั่นสิๆ...

เอ๊ะ นั่นเจไดหนุ่มหล่อที่เพิ่งย้ายมาใหม่นี่นา คนที่ฉันแอบปลื้มอยู่นี่ ><”

แล้วก็นั่น.....

ฉันได้ยินเสียงคนฮือฮา และก็เสียงซุบซิบจากพวกรุ่นน้องหลายคนดังไม่หยุด เมื่อมีบุคคลคู่หนึ่งเดินเข้ามานั่งในโรงอาหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่พวกฉันกำลังนั่งอยู่นัก ตอนแรกก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ แต่เสียงซุบซิบมันดังมาเรื่อยๆน่ะสิ ใครบ้างจะไม่อยากรู้ =_=!

คนเค้าฮือฮาอะไรกันวะ ไหนดูซิ...พูดจบ ยัยน้ำมนต์ก็ลุกชะเง้อดูที่โต๊ะที่เป็นต้นเหตุของเสียงซุบซิบบ้าง ยัยนี่ชอบอยากรู้อยากเห็นอยู่เรื่อยเลย =_=”

เฮ้ย! นั่นมัน...เจได กับลูกหว้า เพื่อนห้องเรานี่ O_o”

พอได้ยินดังนั้น พวกเราทุกคนก็รีบหันไปดูยังโต๊ะที่เจไดกับลูกหว้านั่งอยู่ทันที จริงด้วย! สองคนนั้นกำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน แต่มีเพื่อนของลูกหว้านั่งอยู่ด้วยอีกสามคนนะ และที่คนเค้าตกใจฮือฮากันก็คงเป็นเพราะลูกหว้าสาวสวยระดับดาวโรงเรียนมานั่งกินข้าวกับหนุ่มหล่อหน้าใหม่ ขวัญใจสาวๆอย่างเจได เพราะถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาได้ไม่กี่วันแต่ก็มีคนรู้จักมากแล้ว แต่ที่ซุบซิบกันใหญ่ก็คงไม่พ้นที่ยัยลูกหว้านั่นมีแฟนอยู่แล้วแต่มานั่งกินข้าวกับหนุ่มหน้าตาระรื่นล่ะมั้ง -0-

เจได...นายก็เหมือนกัน ไหนนายบอกว่าแค่คุยเฉยๆไง ทำไมไปนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่างนั้นฟะ ดูดิมีตักอาหารให้กันด้วย....นายไม่กลัวตกนรกเหรอ ที่(คิดจะ)ไปแย่งแฟนคนอื่นเค้ามาน่ะ เฮ้ย! แล้วนี่ ฉันจะตกนรกด้วยป่ะวะ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดให้เบอร์ไป ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้หญิงมีแฟนแล้ว T^T

เร็วจังวะ ฉันเพิ่งให้เบอร์ยัยลูกหว้าไปเมื่อเช้าเอง -_-”

ระดับเจไดแล้ว มีเหรอ ผู้หญิงจะปฏิเสธ ทั้งหล่อ เท่ รวย...เจเจพูด

แต่ผู้หญิงที่มีแฟนแล้ว ก็น่าจะปฏิเสธบ้างก็ดีนะเว้ย เจเจ -_- แล้วที่ฉันให้เบอร์ลูกหว้ากับเจไดไป เพราะคิดว่ายัยนั่นคงจะปฏิเสธเจไดไปเองนั่นแหล่ะ เพราะขนาดฉันบอกอีตานั่นไปว่าลูกหว้ามีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ยอมฟังฉัน ดื้อด้านจะเอาท่าเดียว แล้วนี่...แฟนยัยลูกหว้าจะรู้ป่ะวะว่าแฟนตัวเองมานั่งกินข้าวทำหน้าชื่นตาหวานกับผู้ชายคนอื่นน่ะ -_-  

ฉันเถียงเจเจกลับทันที ใช่...คนที่มีแฟนอยู่แล้วไม่ควรจะทำตัว(เหมือน)นอกใจแฟนตัวเองไม่ใช่รึไงกัน ฉันไม่ได้อิจฉาหรืออะไรทั้งนั้น...ฉันแค่คิดว่ามันไม่ควร เอ๊ะ! หรือว่าฉันคิดอะไรมากเกินไปนะอาจจะไม่มีอะไรจิงๆก็ได้ แต่ถ้าเป็นเพื่อนอย่างฉันกับไอ้โจ้ก็ว่าไปอย่าง ที่มันเห็นฉันเป็นเหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง =_=’’ ให้ตายเหอะ...

เอาน่ะ...เค้าอาจจะแค่กินข้าวกันเฉยๆก็ได้คงไม่มีไรหรอกมั้ง...หรือแกเป็นห่วงไอ้เจล่ะ ^^”

ใช่ ฉันห่วงว่าซักวันแฟนยัยลูกหว้ารู้เข้าแล้วจะมากระทืบหมอนั่นตาย แล้วก็จะตามมากระทืบฉันอีกคน โทษฐานเป็นคนให้เบอร์ไป T^T”

ไอ้บ้า คิดไปได้นะแก -_-^”

 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป.... (-_-‘’)

ตั้งแต่วันนั้น นี่ก็ผ่านมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว ที่เจไดไม่ค่อยได้เข้ามาวุ่นวายกับฉันซักเท่าไหร่ จะมีก็แค่มาแกล้งดึงผมฉันเล่นบ้างเวลาที่เจอกัน มากวนประสาทในบางทีที่เห็นหน้า แค่นั้นแหล่ะ เวลาพักกลางวันก็ไม่ได้มานั่งกินข้าวกับพวกฉันเลย (_ _’’) ส่วนมากจะเห็นอยู่แต่กับยัยลูกหว้านั่นแหล่ะ

เฮ้ยยย! ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีแล้วนี่นา หมอนั่นจะได้ไม่มายุ่งกับฉัน แล้วการเป็นเบ๊ของฉันก็อาจจะจบลงเร็วๆนี้ก็ได้ ไม่ต้องรอจนถึงสามเดือน ^_^

ไปป์ ไปซื้อไอติมกันป่ะ อยากกินไอติมว่ะ >o<”

เออ ไปดิ คาบสุดท้ายละ สหกรณ์เปิดแล้วมั้ง

ชั่วโมงนี้คือคาบชุมนม  ที่ทางโรงเรียนจะปล่อยให้นักเรียนได้เข้าชมรมทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตัวเองได้เลือกไว้ตั้งแต่เปิดเทอม ฉันกับเจเจอยู่ชมรมศิลปะ เฟิร์สกับน้ำมนต์อยู่ชมรมวิทยาศาสตร์ พวกมันชอบการทดลองน่ะเลยเข้าชมรมแบบนั้นกัน -_- ไอ้โจ้ก็สิงอยู่แต่ห้องคอมเพราะมันอยู่ชมรมเทคโนโลยีไงล่ะ ส่วนซิมมี่ ยัยนั่นอยู่ชมรมเทเบิ้ลเทนนิส หรือกีฬาปิงปองนั่นแหล่ะ เห็นมันออกแนวเรียบร้อยหน่อยๆ แต่มันก็เป็นถึงประธานชมรมเชียวนะ ฝีมือเก่งขั้นเทพ ยัยนี่เก่งทุกอย่างจริงๆ ทั้งเรื่องเรียนแล้วก็กีฬา -_- บางครั้ง เวลาฉันเครียดๆฉันก็ชอบไปตีปิงปองเล่นกับมันประจำแหล่ะ

ฉันกับเจเจเดินไปซื้อไอติมมากินกันคนละแท่ง จากสหกรณ์ร้านค้าในโรงอาหาร แล้วก็มานั่งกินกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าห้องชมรมศิลปะ

อยู่นี่เองยัยแสบ หาซะทั่วโรงเรียนเลย ถ้าเฟิร์สไม่บอกว่าอยู่นี่ ก็คงหาไม่เจอหรอก โทรมาก็ไม่รู้จักรับ เธอด้วย ยัยเจเจ มีโทรศัพท์ไว้ปาหัวหมากันรึไง -*-”

เจไดน่ะเอง ที่อยู่ๆโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มาถึงก็มาแวดๆใส่ฉันเฉยเลย ฉันผิดอารายยย.... =_=?

ก็โทรศัพท์มันอยู่ในกระเป๋านี่หว่า แล้วกระเป๋าก็เอาไว้ในห้องชมรมอ่ะ แกมีไรป่ะวะเจเจตอบกลับไป หลังอีตานั่นหยุดพูด

 “เอ้า! นี่น่ะ...

ตุ้บ!

เจไดโยนกระเป๋าเป้นักเรียนของเขาลงบนโต๊ะหินอ่อนซึ่งมันก็มาตกอยู่ตรงข้างหน้าฉันพอดี ฉันเลยใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือไอติมเปิดดู มีระเบิดป่ะวะ =_=!

สมุดอะไรตั้งหลายเล่ม? เอามาให้ฉันทำไม -_-”

การบ้านน่ะสิ ถามโง่ๆ ทำให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ด้วยนะ

หาาาา... การบ้านนายแล้วทำไมไม่ทำเอง มาให้ฉันทำไมเนี่ย เราเรียนกันคนละชั้นนะ =_=!”

เพราะเธอเป็นเบ๊ฉัน....

ฉันนึกว่าลืมไปแล้วนะเนี่ย ที่มีฉันเป็นเบ๊อยู่น่ะ ที่ตามหาฉันก็เพราะจะใช้งานใช่มั้ยเนี่ย =_=

 “อีกอย่าง...วิชาพวกนี้เธอก็เรียนผ่านไปแล้วนี่นา กลับมาทำทบทวนความจำหน่อยสิ เป็นไง...ฉันอุตส่าห์หวังดีเพื่อให้เธอทบทวนบทเรียนไปด้วยนะ อยู่ม.6แล้วก็ต้องอ่านหนังสือเยอะๆดิ จริงมะ ยัยเตี้ย ^^”

 อยากจะบอกเหลือเกิน ว่าไอ้ที่ฉันเรียนผ่านๆมาได้น่ะ เพราะฉันลอกๆมาจากยัยซิมมี่ทั้งนั้น ให้ตายเถอะ ไอ้บ้ากามนี่ น่าโมโหจริงๆวุ้ย (-*- )

ฉันได้แต่ทำหน้าไม่พอใจส่งไปให้เจได นายนั่นก็ส่งยิ้มกวนๆมาให้ฉัน ฉันทำได้แค่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดขึ้น...

เลิกเรียกฉันว่ายัยเตี้ยได้แล้ว ฉันชื่อไปป์เฟ้ย ไอ้บ้ากาม -*-”

งั้นก็เลิกเรียกฉันว่าไอ้บ้ากามก่อนดิ ยัยไปป์ตัวซวย...

ได้ ไอ้ปากปีจอ -0-”

นี่เธอ! ว่าฉันปากหมาเรอะ ยัยปอเต๊กตึ๊งเอ๊ยยยแล้วปอเต๊กตึ๊งเกี่ยวไรด้วย ไม่มีอะไรจะว่าฉันแล้วหรือไงนะ อีตาบ้านี่ =_=^

ถ้าฉันเป็นปอเต๊กตึ๊ง ฉันก็จะมาเก็บศพนายนั่นแหล่ะ -_-”

ยัยบ้า ฉันยังไม่ตายโว้ยยยยย =[]=!!”

ก็รีบตายซะทีสิ เหม็นขี้หน้านายจะแย่แล้ว แถมใช้งานก็เยอะ เหอะ

นี่เธอ แช่งฉันเรอะ....ถ้าไม่อยากเป็นเบ๊แล้วก็จ่ายค่าเสียหายมาสิ หมี่นนึงน่ะ เอามาเดะ เดี๋ยวนี้ด้วย!”

ขู่ฉันเรอะ....ฉันขึงตามองเจไดอย่างโมโห พอไม่ได้อะไรดั่งใจก็เรียกเก็บแต่ค่าเสียหายอย่างเดียว ถ้าฉันมีเงินมากมายขนาดนั้นฉันใช้คืนนายไปแล้วโว้ย ไม่มายอมเป็นเบ๊ที่คอยทำงานให้นายแบบนี้หรอก นายมันเอาแต่ใจที่สุด ไอ้บ้าเจได!

~ชาลา ช้าล้าลา ช้าล้าชา...~

จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเจไดก็ดังขึ้น หมอนั่นควักมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดรับสายทันที

ครับ ลูกหว้า....แหม่ พอยัยลูกหว้าโทรมานี่เสียงหวานเชียวนะ(-*-) ฉันกับยัยเจเจหันมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร แต่ก็รับรู้ความคิดของกันและกันทันที

หมั่นไส้!!

หืม วันนี้จะให้ผมไปส่งที่บ้านเหรอ...อืม ครับ...ไปได้ครับ^^ โอเค....แล้วเจอกันนะครับหมอนั่นวางสายยัยลูกหว้าไปแล้ว จากนั้นก็หันมามองหน้าฉันต่อ

นี่แกจะไปส่งยัยลูกหว้าที่บ้านเหรอ ไอ้เจ...ไม่กลัวแฟนเค้าจับได้รึไงว่าเป็นกิ๊กกันน่ะยัยเจเจเปิดปากถามขึ้นมา

หึหึ...ทำไมฉันต้องกลัวหมอนั่นตอบ แล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไปให้ยัยเจเจ ฉันเห็นแล้วหมั่นไส้ที่สุดเลยว่ะ!!! (-_-*)

งั้นฉันไปก่อนนะเจไดบอกและเตรียมจะหันตัวเดินจากไป แต่ก่อนที่หมอนั่นจะได้เดินออกไปจากตรงนี้ฉันก็เรียกเขาไว้ซะก่อน....

 เดี๋ยวไอ้บ้ากาม! นี่แน่ะ....

ฉันจัดการเอาไอติมโคนคอร์นเนตโตรสช็อคโกแล็ตที่อยู่ในมือ ละเลงลงไปบนหน้าของเจไดทันที หมอนั่นร้องขึ้นด้วยความเย็นและตกใจแล้วก็รีบเอามือตัวเองปัดมือฉันออกทันที ทำให้ไอติมที่อยู่ในมือฉันตกไปอยู่ที่พื้น เฮ้ย! เสียดายอ่ะ T^T กินไปหน่อยเดียวเองนะ แต่ช่างเหอะ...เพราะหน้าไอ้บ้านี่น่ะ เต็มไปด้วยไอติมช็อคโกแล็ตซะแล้ว ส่วนยัยเจเจได้แต่นั่งมองอย่างอึ้งๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อกี้ -_-

ฉันเลี้ยง กินให้อร่อยล่ะ….” พูดแค่นั้น ฉันก็เดินเข้าไปเอากระเป๋าเป้นักเรียนของตัวเองในห้องชมรม แล้วก็เดินออกมา เห็นหมอนั่นกำลังปาดไอติมที่ไหลเยิ้มออกจากใบหน้าหล่อๆนั่น แล้วก็จ้องมองฉันตาเขม็ง สงสัยจะโกรธแฮะ....

ยัยตัวแสบ เธอแกล้งฉันอีกแล้วนะ!!” หมอนั่นทำท่าจะเดินเข้ามาหาเรื่องฉัน แต่...

ตื๊ด ตื๊ด...

ถ้าไม่อยากสูญพันธุ์แบบวันนั้น ก็เข้ามา....

 นายคงไม่ลืมวันแรกที่เราเจอกันหรอกนะเจได....จากนั้นฉันก็ก้มลงล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูจากในกระเป๋าเป้ เพราะเมื่อกี้ เหมือนได้ยินเสียงข้อความเข้า =_=

ไอ้โจ้นั่นเอง..... ส่งมาทำไมฟะ =_=

คิดว่าฉันจะกลัวเรอะ ยัยตัวแสบ -*-” แล้วหมอนั่นก็เดินเข้ามาหาฉัน ในขณะที่ฉันกำลังยืนอ่านข้อความในโทรศัพท์อยู่

ไอ้ไปป์...เย็นนี้กลับบ้านเองไปก่อนได้เลยนะ พอดีฉันนัดกับเฟิร์สไว้ ว่าจะไปเยี่ยมญาติเฟิรสที่โรงพยาบาลอ่ะ โทษทีนะเว้ย กลับบ้านดีๆล่ะ ถึงบ้านแล้วก็ส่งข้อความมาบอกฉันด้วยก็ดี บาย...

เออจริงสิ เมื่อกลางวันยัยเฟิร์สก็พูดอยู่ ว่าจะต้องไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล แต่ฉันก็ไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่ ดีนะที่ไอ้โจ้ส่งข้อความมาบอก ไม่งั้นได้ไปคอยมันอยู่หน้าโรงเรียนเป็นนางสายบัวรอเก้อแน่ๆ -_-!

หมับ!!

จู่ๆนายเจไดก็มาจับข้อมือข้างหนึ่งของฉันไว้ แอบแต๊ะอั๋งฉันอีกแล้วนะอีตานี่ -_-  จากนั้นก็ใช้สายตาเรียวคมคู่นั้นจ้องมองฉันด้วยอารมณ์โกรธๆ หน้านายยังมีช็อคโกแล็ตติดอยู่นะ อย่าเข้ามาใกล้ดิ >_<

หลอกแต๊ะอั๋งฉันหรือไง ไอ้บ้ากาม ชอบจับมือฉันตลอดเลยนะ =_=”

ใครเขาจะอยากแต๊ะอั๋งเธอกัน ยัยเตี้ย อะไรๆก็ดูไม่โตเอาซะเลย

ว่าแล้วหมอนั่นก็เลื่อนสายตามามองที่... หน้าอกฉัน! O.O

ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม คิดจะลวนลามฉันทางสายตาเรอะ เจเจดูเพื่อนแกดิ มันโคตรหื่นเลยเนี่ย ช่วยฉันด้วยยยย T^T”

ฉันหันไปมองยัยเจเจด้วยสายตาขอความช่วยเหลือแบบสุดๆ ยัยนั่นก็ได้แต่นั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนนั่น แล้วฉันก็กำลังจะใช้นิ้วมือข้างที่ไม่ได้ถูกจับจิ้มไปที่ตาของไอ้บ้ากามนี่ แต่หมอนั่นกลับใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่มาจับข้อมือฉันไว้ได้ทันซะก่อน

คิดว่าฉันจะยอมให้เธอทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวหรือไง ยัยแสบหมอนั่นพูดเสียงลอดไรฟัน

ปล่อยฉันนะเว้ย ไอ้หื่น -*-”

ไม่ปล่อยโว้ยยยย....

ไอ้เจเจ ช่วยฉันด้วยดิวะ T^T”

อ่ะ...เอ่อ ทั้งสองคนใจเย็นๆก่อนได้เปล่า คะ...คือ คนอื่นๆเค้ามองพวกเราอยู่นะ (_  _^)”

ฉันจึงหันไปมองดูรอบๆทันที แล้วก็ตรงประตูห้องชมรมศิลปะด้วย พวกเพื่อนๆต่างห้อง แล้วก็พวกรุ่นน้องที่อยู่ชมรมเดียวกับฉันต่างเสนอหน้าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วก็พวกเด็กนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหยุดยืนดูเหตุการณ์นี้ด้วย ที่จริงคงยืนดูกันมาตั้งนานแล้วมั้ง แต่ฉันเพิ่งสังเกตน่ะ =_=^

มองอะไรกันวะ ไม่เคยเห็นคนเรอะ ไปให้พ้นเลย ไป!!”

แล้วนายเจไดก็หันไปตวาดเสียงดังไล่คนพวกนั้นออกไป พอได้ยินเสียงดังอันเกรี้ยวกราดของเจไดเท่านั้นแหล่ะ ทุกคนก็พากันแยกย้าย เดินหนีไปตามๆกัน พวกที่อยู่ตรงหน้าห้องชมรมก็รีบมุดหัวเข้าห้องไปทันที เหลือแค่ฉัน เจได และยัยเจเจ =_=!

ฉันจะทำยังไงกับเธอดีเนี่ย ยัยแสบ กี่ครั้งแล้วที่เธอแกล้งฉันน่ะ =_=^”

            “ก็ไม่ต้องทำไง -_-”

            “เหอะ สงสัยเป็นเบ๊แค่สามเดือนมันคงน้อยไป งั้นก็เป็นไปเลยตลอดทั้งเทอมนี้นี่แหล่ะ!”

           ทะ...ทั้งเทอม ตลอดทั้งเทอมนี้ แม่เจ้า! O_o แค่สามเดือนฉันก็ภาวนาให้มันจบลงเร็วๆแล้วแท้ๆนะ นี่ตลอดทั้งเทอมนี้ ฉันก็ต้องคอยทำงานให้อีตานี่นานเป็นสิบชาติเลยน่ะสิ โฮกกกก.... TOT ไม่เอานะ T^T

           “นี่ ตะ...แต่ฉัน ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ ไม่มีเวลามาคอยทำงานให้นายได้ตลอดหรอก ฉันต้องทำงานส่งอาจารย์ ฉันต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ แล้วก็บลาๆๆๆ....

            “นั่นมันก็เรื่องของเธอ...

            ไอ้คนใจร้าย ฉันเกลียดนายที่สุดเลยว่ะ!! T^T

            เออ งั้นก็ปล่อยมือฉันซักทีสิชักฉุนแล้วนะ

            “ไม่ปล่อย....จะจับไว้ทำขี้เกลือรึไงฟะ.....ฮึ่มมม!! (-*- )

            ฟึ่บ!

ฉันกระชากคอเสี้อของเจไดลงมา ในขณะที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัวอะไร ทั้งๆที่มือของฉันก็ถูกเขาจับอยู่ ทำให้ใบหน้าของฉันกับเขาอยู่ใกล้ชิดกันมาก ห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นเท่านั้น หน้านายยังมีช็อคโกแล็ตติดอยู่นะ >_< ถึงจะเช็ดออกไปเกือบหมดแล้วก็เหอะ แล้วฉันก็ขยับริมฝีปากของตัวเองเข้าไปใกล้กับริมฝีปากของเจได หมอนั่นยังทำหน้าเฉยๆอยู่ และคงรอดูว่าฉันจะทำอะไรต่อไปสินะ.....

หึ...คิดว่าฉันจะจูบนายรึไง ไอ้หื่น!”

 แล้วฉันก็ปล่อยคอเสื้อเจไดออก จากนั้นก็ผลักอกเขาออกอย่างแรง จนหมอนั่นเผลอปล่อยมือจากข้อมือฉันออก ตัวเซถอยหลังไปเล็กน้อย หมอนั่นมองฉันอย่างอึ้งๆ ตกใจล่ะสินะ เหอะ หน้าหมอนั่นแดงด้วยแน่ะ ไม่รู้ว่าเขินหรือกำลังโกรธกันแน่ ^^ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นทำหน้าไม่พอใจแทน -_-‘’ อะไรกัน แค่ฉันไม่จูบนาย ถึงกับต้องทำหน้าโกรธแค้นขนาดนั้นเลยรึไง ถึงจะให้ฉันจูบจริงๆฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ ก็หมอนนี่น่ะ ไปจูบกับผู้หญิงมานักต่อนักแล้วน่ะสิ -*- ต้องทำให้รู้สึกเสียหน้าดูซะบ้าง....

ออดดด....ออดดดดดดดดดดด...

หมดคาบสุดท้ายแล้ว ได้เวลากลับบ้านซักทีสินะ

เจเจ ฉันไปก่อนนะ วันนี้ไอ้โจ้ไม่ว่างด้วย ฉันต้องกลับคนเดียว

ฉันหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาจากพื้น ซึ่งไมรู้ว่ามันตกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ -_-‘’ แล้วก็เปิดกระเป๋าเอาสมุดวาดรูปเล่มหนึ่งออกมา

นี่ของนาย...บอกต้องส่งอาทิตย์นี้ไม่ใช่รึไงฉันยื่นสมุดวาดรูปที่เจไดเคยเอาไปให้ทำงานเมื่ออาทิตย์ที่แล้วส่งคืนไปให้เขา แล้วเขาก็รับมันไปโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาได้แต่ส่งสายตาอึ้งๆมาให้ฉันแทน

แล้วแกกลับยังไงอ่ะ...เจเจถามขึ้น

ไม่รู้ เดินกลับมั้ง ไม่ก็นั่งรถเมลล์ ไม่ก็โทรหาไอ้พี่ติณห์ให้มารับฉันบอกออกไปแบบนั้น แต่ถ้าจะโทรหาไอ้พี่ติณห์ ก็ไม่รู้ว่ามันจะว่างมารับรึเปล่าอ่ะดิ =_= สงสัยคงต้องนั่งรถเมลล์กลับสินะ...

งั้น...ให้เจไดไปส่งที่บ้านก็แล้วกัน

เฮ้ย ทำไมฉันต้องไปส่งยัยนี่ด้วย ไม่เอาเด็ดขาด เหอะ!!” หมอนั่นรีบพูดขึ้นมาทันที

เออ ใช่ เดี๋ยวได้ฆ่ากันตายซะเปล่าๆ ไม่ต้องหรอก...อ้อ แล้วก็อย่าลืมไปล้างหน้าล่ะ เดี๋ยวมดมันจะขึ้นมากัดหน้านาย ให้เละยิ่งกว่าเก่า ไปล่ะ....ฉันหันไปบอกเจไดพร้อมกับโบกมือลาให้ยัยเจเจ แล้วก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

ฉันรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่เจไดคุยกับลูกหว้า ฉันรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ทะเลาะกับเจได ฉันรู้สึกโมโหที่หมอนั่นไม่เคยพูดดีกับฉัน ไม่เคยเรียกชื่อฉันดีๆซักครั้ง และก็รู้สึกสะใจเวลาที่ได้เอาคืนแบบหนักๆ ฉันรู้สึกใจเต้นแปลกๆเวลาที่หมอนั่นยิ้มจนเห็นแก้มบุ๋มออกมา และถึงฉันจะปากร้ายด่าหมอนั่นกลับไปยังไง แต่ในใจลึกๆแล้ว....ฉัน....เป็นห่วงหมอนั่น....กลัวว่าจะไม่มีงานส่งอาจารย์ ฉันจึงต้องรีบปั่นทำให้ทุกที แล้วก็กลัวแฟนลูกหว้ารู้ว่าเป็นกิ๊กกับยัยลูกหว้านั่นอีก ฉันเป็นอะไรไป...ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ (=_=?) ให้ตายเหอะ ไปป์....

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น