หนุ่มห้าวหน้าใส คว้าหัวใจยัยตัวแสบ

ตอนที่ 5 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.ค. 57

4

 

          โว้ยยยยยย!!! โมโหๆๆๆ(-*-)! ทำไมฉันต้องไปเป็นขี้ข้ารับใช้ ที่เรียกง่ายๆว่า เบ๊!! ให้ไอ้จอมปากร้ายนั่นด้วยเล่าT^T ตั้งสามเดือนเชียวนะ สามเดือน! มันนานเป็นชาติเลยนะนั่น อยากหนีไปไกลๆซะจริงๆ ฮือออ.... T0T

            ยัยเพื่อนตัวดีทั้งหลายก็ดันเห็นดีเห็นงามไปด้วย ให้ตายเหอะ... ทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันได้ยังไง T^T

เหอะ! แต่มีเหรอ คนอย่างไปป์คนนี้จะยอมน่ะ ไม่มีทางว้อยยยย..... อยากจะกินเป๊ปซี่งั้นเรอะ เดี๋ยวจัดให้! ^^

ฉันเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านขายเครื่องดื่ม

            “พี่คะ ขอน้ำแข็งเปล่าแก้วนึง

ฉันจ่ายเงินค่าน้ำแข็ง แล้วก็เดินไปที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวต่อทันที....

           

มาแล้วๆๆ เป๊ปซี่เย็นๆ เชิญดื่มให้อร่อยนะ ^_^”

เมื่อฉันเดินกลับมาที่โต๊ะ ฉันก็รีบเอาแก้วเป๊ปซี่ยื่นให้นายเจไดไอ้จอมปากร้ายนี่ทันที

            ดีมากกกก...

หมอนั่นยิ้มอย่างพอใจ แล้วก็รับแก้วเป๊ปซี่ไปดื่มอย่างหิวกระหาย แล้วก็......

            พรวดดดดดดดดด!!!...... *)3(*

            นายเจไดรีบพ่นน้ำที่ดื่มเข้าไปเมื่อกี้ออกมาทันที น้ำพุ่งกระจายเต็มไปหมด แอบโดนหน้ายัยเจเจด้วย แต่ฉันหลบทันนะ ฮ่าๆๆ >_< ส่วนยัยพวกเพื่อนๆที่เหลือทำหน้าตกใจกันใหญ่ คนที่อยู่โต๊ะข้างๆต่างก็หันมามองยังโต๊ะของพวกเราอย่างสนใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น.....

            ธะ...เธอ ยัยบ้า เอาน้ำอะไรมาให้ฉันกินวะ เค็มชิปเป๋งเลยโว้ยยย แค่กๆๆ...

            “น้ำปลาไง อร่อยมั้ย^^”

อุตส่าห์ไปขอซื้อมาจากร้านขายก๋วยเตี๋ยวเชียวนะ

            “น้ำปลา!! OoO ยัยบ้าเอ๊ย! นี่เธอแกล้งฉันอีกแล้วนะ เธอโดนดีแน่ ยัยตัวแสบ!!>o<”

เจไดไม่พูดเปล่า ยังลุกขึ้นแล้วเตรียมจะมาจับตัวฉันเอาไว้ ฉันเลยรีบวิ่งหนีออกมาได้ซะก่อน พร้อมกับได้ยินเสียงออด เตือนให้เข้าห้องเรียน เพื่อที่จะเริ่มเรียนในช่วงเวลาต่อไป...

เฮ้อออ...รอดไปที (_  _v)

           

เลิกเรียน....

            ไอ้โจ้ๆ ช่วยไปส่งฉันที่ร้านแม่ทีดิ

            “อ่าว แล้วไม่กลับบ้านไงวะ -_-?”

            ฉันรีบหันไปบอกไอ้โจ้ ที่กำลังนั่งคุยกับยัยเฟิร์สอย่างกระหนุงกระหนิงอยู่ที่โต๊ะข้างหลังฉันซึ่งเป็นโต๊ะเรียนของยัยเฟิร์สนั่นเอง หลังจากที่ฉันเก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

            “ก็แม่โทรมาตาม บอกให้ไปช่วยหน่อย เพราะลูกน้องที่จะมาทำงานวันนี้ดันป่วยกระทันหัน มาไม่ได้

            “แล้วพนักงานคนอื่นอ่ะ

            “ก็อยู่นั่นแหล่ะ แต่วันนี้ลูกค้าเยอะแม่อยากให้ไปช่วย เพราะเห็นบอกมีลูกค้าโทรมาจองโต๊ะไว้ กลุ่มใหญ่ซะด้วย คนก็น่าจะเยอะแหล่ะ -_-”

อันที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอก ว่าเยอะจริงหรือเปล่า เห็นแม่บอกอย่างนั้นเองอ่ะ =_=?

            “เหรอ....แต่ปกติแกจะขี้เกียจไปนะ

            “เออน่ะ ก็ฉันอยากเป็นลูกที่ดี ไปช่วยงานช่วยการบ้างไง

 ผิดรึไงฟะ ที่วันนี้ฉันนึกขยันอยากไปช่วยงานที่ร้านแม่อ่ะ -_-‘’ พูดจบ ฉันก็สะพายกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง แล้วเดินออกมายังหน้าประตูห้อง จากนั้นทั้งไอ้โจ้แล้วก็ยัยเฟิร์สก็เดินตามออกมาติดๆ ส่วนยัยเพื่อนสามสาวที่เหลือ ก็รีบออกไปส่องเด็กๆรุ่นน้องตั้งแต่เสียงออดหมดเวลาเมื่อกี้แล้ว

ให้ตายสิ...ยัยพวกนั้นมีแฟนกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอจะไปส่องหาเด็กหนุ่มๆกันอีกทำไม เออ...เว้นยัยน้ำมนต์นี่หว่า ที่ยังไม่มีแฟนเหมือนเรา =_=

            พอพวกฉันเดินลงมาจากห้องเรียน จนถึงชั้นล่างใต้ตึกเรียนของม.6 ก็ไม่ค่อยมีนักเรียนอยู่แล้ว จู่ๆก็ได้ยินเสียงใครซักคนร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ดังมาไกลๆ แล้วไอ้เจ้าของเสียงนั่นมันก็วิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าฉัน!!!

            “ไอ้ บ้า กามมมมม!! O_O”

            “ยัยตัวแสบ!! เจอตัวซักที เหอะ...

            หมอนี่ จ้องมองฉันด้วยแววตาเป็นประกาย ดั่งเห็นเพชรอยู่ในก้อนขี้หมาแน่ะ -_-‘’

            วันนี้ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลยนะ ที่เอาน้ำปลามาให้ฉันกินแทนเป๊ปซี่น่ะ

            “แล้วไง.....นายจะทำอะไรฉันล่ะฉันตอบกลับไปแบบไม่ค่อยสนใจนัก

            ทำอะไรน่ะเหรอ...นั่นสินะ...งั้น ให้ฉันจูบเธอเป็นการชดใช้ดีมั้ยแล้วหมอนี่ก็ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ฉัน จากนั้นก็คว้าข้อมือเล็กๆของฉันไปจับไว้

            “ปล่อยนะเว้ย ไม่งั้นฉันจะเตะไอ้หนอนน้อยของนายนะ อยากโดนอีกหรือไง!!”

            “เธอคิดว่า เธอจะทำได้อีกเป็นครั้งที่สองหรือไง ยัยแสบ

            แล้วอีตาเจไดก็โน้มหน้าลงมาจะจูบฉันจริงๆ กรี๊ดดด...ทำไมอีตานี่ถึงหื่นขนาดนี้เนี่ย >_< ฉันเลยรีบเบี่ยงหน้าหลบแล้วก็เอามือข้างที่ไม่โดนจับ ผลักหน้าเขาออกให้ห่างจากหน้าของฉันทันที แล้วก็เตรียมจะยกขาขึ้นเตะไอ้เจไดน้อยนั่นอีกรอบ ฉันจะเอาให้สูญพันธุ์ไปเลย ไอ้บ้ากามเอ๊ย!!!

            พลั่กกกก!!!! ตุ้บบบ.....

            เอ่อออ....ฉันว่าฉันยังไม่ได้ออกแรงเตะเลยนะทำไมเจไดถึงกระเด็นไปอยู่ที่พื้นซะได้ล่ะ =_=?

            “ไอ้เวรเอ๊ย! แกคิดจะทำอะไรยัยนี่

            ไอ้โจ้เพื่อนสุดที่เลิฟของฉันนั่นเอง O.O! เกือบลืมไปเลยว่ามีมันยืนอยู่ด้วย มันถีบอีตาเจไดซะหงายหลังเลยอ่ะ แล้วก็ดึงฉันให้ไปอยู่ข้างหลังมันทันที ยัยเฟิร์สที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็วิ่งเข้ามาหาฉันด้วย

            ไม่เป็นไรนะ ไอ้เหยิน ตกใจแทบแย่แน่ะ นึกว่าแกจะปล้ำเจไดซะแล้ว

ยัยเฟิร์สกระซิบใส่ฉัน นี่ฉันเหมือนคนกำลังจะลงมือปล้ำคนอื่นงั้นเหรอ (=_=)?

            “แล้วแกเป็นใครวะ มาถีบฉันทำไม ไอ้เบื๊อกเอ๊ย!!”

            เจไดยันตัวเองลุกขึ้นจากพื้น แล้วมายืนประจันหน้า เต๊ะท่าท้าความหล่อต่อหน้าไอ้โจ้ พร้อมกับใช้มือปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าด้วย แหม...ทั้งความสูง และความหล่อ กินกันไม่ลงจริงๆ -_-

            “แกสิไอ้เบื๊อก!!!”

            แล้วไอ้โจ้ก็ปล่อยหมัดขวา หมายจะส่งตรงไปยังใบหน้าขาวๆของเจได แต่อีตานั่นไหวตัวทัน เอี้ยวตัวหลบได้ซะก่อน จากนั้นก็สวนหมัดกลับมายังหน้าไอ้โจ้ทันที ยัยเฟิร์สที่ยืนดูอยู่ทำหน้าตกใจ แล้วก็เอามือปิดปากตัวเอง เพื่อไม่ให้มีเสียงกรี๊ดออกมา

            ไอ้โจ้ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ไหลซิบออกจากปาก ส่งสายตาอาฆาตไปให้นายเจได แล้วก็เตรียมจะปล่อยหมัดอีกรอบ ฉันจึงรีบเข้าไปห้ามทันที.....ไอ้เพื่อนบ้าเอ๊ย!!! แกจะมาเจ็บตัวเพราะฉันทำไมเนี่ย!!!

            “ไอ้โจ้ พอเถอะ อย่ามีเรื่องกันเลยนะ เดี๋ยวอาจารย์มาเห็นแกจะซวยนะเว้ย

            “แต่ไอ้เวรนี่ มันทำกับแก.....

            “ฉันไม่เป็นไร ฉันโอเค....ฉันรีบบอกไอ้โจ้พร้อมจับมือมันลงพัลวัน ห้ามไม่ให้มันจะเอาไปฟาดหน้าเจไดได้อีก แล้วฉันก็หันหน้าไปทางเจได

            “เรื่องวันนี้ฉันขอจบแต่เพียงเท่านี้ และวันนี้ที่ฉันแกล้งนายก็ขอโทษด้วยละกัน

            เจไดจ้องมองหน้าฉันเขม็ง เมื่อฉันพูดจบก็ลากไอ้โจ้กับยัยเฟิร์สออกมาจากตรงนั้นทันที และทิ้งให้เจไดยืนขบฟันเล่นอยู่ตรงนั้นคนเดียว

 

            ร้านอาหาร ครัวไทย อร่อยเหาะ

            ในที่สุดฉันกับไอ้โจ้ก็ขี่น้องโบราณของมันมาที่ร้านอาหารของแม่ฉันจนได้ ส่วนยัยเฟิร์สก็มีคนขับรถจากที่บ้านมารับกลับไปแล้ว

            หวัดดีฮะ แม่....ไอ้โจ้และฉันสวัสดีแม่พร้อมกัน เมื่อเราสองคนเดินเข้าไปหาที่เคาน์เตอร์บาร์ภายในร้านที่ถูกตกแต่งด้วยไม้แกะสลักลายไทยอย่างสวยงาม ในขณะที่แม่กำลังเขียนบิลอะไรยุกยิกๆอยู่ แม่ฉันรับไหว้ แล้วก็ยิ้มร่ามาให้

            อ้าว หวัดดีจ้ะโจ้ วันนี้อุตส่าห์มาส่งไปป์ที่ร้าน กินข้าวมายัง เดี๋ยวแม่บอกให้เด็กๆทำให้กินเอามั้ย ^_^”

เฮ้ๆ...ฉันเป็นลูกแม่แท้ๆ แม่ยังไม่คิดจะถามฉันบ้างเลยเหรอ ไปถามไอ้โจ้ก่อนได้ไง T^T น้อยจายยยย....

            “งั้นทำให้หนูกินด้วยนะแม่ หนูหิวจนไส้จะขาดแล้ว

            “ไปทำกินเองเลย แกน่ะ กินเสร็จแล้วก็มาช่วยแม่รับออร์เดอร์ลูกค้าด้วยนะ

โอ้โห ทีลูกตัวเองนี่ บอกให้ไปทำกินเอง  นี่ฉันเป็นลูกแม่ป่ะวะ -_- ทีไอ้โจ้น่ะ มีคนทำให้กินนะ

            เอ่อ ไม่ต้องลำบากพวกพี่ๆเค้าหรอกครับ เดี๋ยวให้ไปป์ทำให้กินก็ได้ครับ ^^”

เรื่องอะไรมาใช้ฉันวะไอ้จวด -*-

            ขี้เกียจ ไม่ทำโว้ย -_-”

            “โด่ววว ไรฟะ นี่ฉันอุตส่าห์พาแกมาส่งนะเว้ย จะไม่มีน้ำใจเลี้ยงเพื่อนหน่อยเหรอวะ

            แกมาทีไร ก็กินฟรีตลอดนี่หว่า -_-^ และคนที่ทำให้มันกิน ก็ฉันตลอด.... เห็นฉันแบบนี้ ไม่อยากจะบอกเลย ฉันก็ทำอาหารเป็นนะเฟ้ย แม่ฉันสอนมาน่ะ ท่านบอกว่าเกิดเป็นผู้หญิง ต้องหัดทำอาหาร งานบ้านงานเรือนต้องทำให้เป็น เสน่ห์ปลายจวักต้องมี เพราะผู้ชายยังไงก็ชอบผู้หญิงที่มีเสน่ห์ปลายจวักอยู่แล้ว ถึงฉันออกจะห้าวหาญชาญชัย เป็นม้าดีดกะโหลกสักแค่ไหน แต่ก็ต้องเรียนรู้เอาไว้ (-,,- ) หรือว่าไอ้โจ้มันจะติดใจ เสน่ห์ปลายจวักของฉันฟะ มาที่ร้านทีไร ชอบให้ฉันทำให้กินทุกที -_-

            ไปเลยไปป์ ไปหาอะไรให้โจ้กิน ไปบอกเชฟในครัวก็ได้ ไปเร็วๆ... กลับมาจากโรงเรียนคงจะหิวแย่

ฉันเลยเดินเข้าไปในครัว แล้วก็บอกพี่ต้นที่เป็นยอดเชฟกระทะเหล็กประจำร้าน ให้ทำเมนูง่ายๆอย่างข้าวผัดกุ้งให้พวกเรากิน พี่เขาก็ใจดี ยินดีทำให้เป็นพิเศษด้วย -_- หวังโบนัสเปล่าพี่ หนูไม่มีให้หรอกนะ ต้องบอกแม่นู่น...

แล้วฉันกับไอ้โจ้ก็พากันไปนั่งที่โต๊ะมุมในสุดที่อยู่ชานระเบียงที่ยื่นออกไปด้านนอกของร้าน ซึ่งเป็นโต๊ะประจำที่พวกฉันและพี่ติณห์ชอบพาเพื่อนๆมานั่งกัน มันดูสดชื่นสบายตา เพราะมีกระถางต้นไม้น้อยใหญ่ เรียงกันเต็มไปหมด ฉันขี้เกียจนั่งข้างในร้านที่มันดูหรูเกินไปน่ะ -_- และถ้าเป็นตอนกลางคืน ก็จะเปิดไฟให้ดูโรแมนติคด้วย เหมาะแก่คู่รักที่พากันมา ดินเนอร์มากๆ^^

            “แกกับไอ้หมอนั่นเป็นอะไรกัน

ทันทีที่ก้นฉันแตะลงเก้าอี้ ไอ้โจ้ก็ยิงคำถามมาใส่ฉันทันที ฉันเลยมองหน้ามันที่ตอนนี้มีพลาสเตอร์ลายการ์ตูนแปะอยู่ตรงมุมปากด้วย >_< ของยัยเฟิร์สสินะ -_-‘’

คนเพิ่งรู้จักน่ะ

หืม...เพิ่งรู้จัก แล้วมันจะมาลวนลามแกอ่ะนะ มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้รึเปล่า -_-^”

เอ่อ...คือ ที่จริง วันนี้ฉัน....

 

หึหึ...ฉันบอกแกแล้ว ว่าอย่าทำๆ เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆ

ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ไอ้โจ้ฟัง พอฟังจบไหงมันถึงได้มาหัวเราะสมน้ำหน้าฉันได้วะ มันต้องปลอบฉันสิ ไอ้เพื่อนเวร ไม่น่าช่วยมันเลย -_-^

หุบปากน่าไอ้โจ้ ยังไงฉันก็ต้องเป็นเบ๊อีตานั่นตั้งสามเดือนเชียวนะเว้ย คิดแล้วเซ็ง!” ฉันบ่นอุบพลางย่นจมูกใส่มัน ซักพักก็มีพี่พนักงานเสิร์ฟยกข้าวผัดกุ้งสองจานมาให้พวกเรา

            ฉันที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนเรียกอีกแล้ว จึงหันหน้าไปดูทางต้นเสียงทันที แล้วก็เห็นไอ้ตัวการที่เรียกฉันซะเสียงดังเดินเข้ามาหาลิ่วๆ พร้อมด้วยหนุ่มหล่ออีกคนที่เดินตามหลังกันมาติดๆ

            ไอ้ไปป์!! ทำไรวะ?”

            “พี่ติณห์ -_- เห็นนั่งชงกาแฟรึไงล่ะ

            โป๊กกก!!

            “โอ๊ย! ไอ้พี่บ้า มาเขกหัวฉันทำไม เจ็บนะT^T”

            แกกวนประสาทฉัน -_-” พูดจบไอ้พี่ติณห์ก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆฉัน ส่วนหนุ่มหล่อที่มากับพี่ติณห์ก็นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างไอ้โจ้

หวัดดีฮะ เฮียติณห์ เฮียอาร์ต^^”

ไอ้โจ้ยกมือไหว้พี่ฉันกับเฮียอาร์ต ไอ้พี่ติณห์ก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นอันรับรู้ แล้วก็ยิ้มตอบให้ไอ้โจ้ด้วย ฉันก็เลยหันไปทักทายเฮียอาร์ตบ้าง

            โย่ววว เฮียอาร์ต^_^” ฉันร้องทักเฮียอาร์ตแล้วก็โบกมือให้เล็กน้อย พร้อมกับยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันเหล็กให้ด้วย

            “ไง ไปป์ เจอกี่ทีๆ ก็ไม่โตซักทีนะเรา ^^”

เฮียอาร์ตตอบกลับมาที่ฉันพร้อมรอยยิ้มน่ารักๆมีลักยิ้มหน่อยๆด้วย คนอาร๊ายยยย...น่ารักจริงๆเลย แอบปลื้มเพื่อนพี่ชายตัวเองนี่ผิดไหม ฮ่าๆๆ ^O^

            มันกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาน่ะเฮีย เดี๋ยวก็โต ^_^” เฮียอาร์ตยิ้มให้กับคำตอบของฉัน แล้วก็หัวเราะออกมาด้วย น่ารักอีกแล้ว >_<

ฉันยิ้มให้เฮียอาร์ตก่อนจะตักข้าวเข้าปาก แต่จู่ๆไอ้พี่ติณห์ก็แย่งช้อนจากมือฉันกับจานข้าวไป แล้วก็ลงมือโซ้ยข้าวฉันอย่างตายอดตายอยากมาเป็นชาติ -_- ดู่ ดู๊ ดู ดูมันทำ.... ไอ้พี่เวร =_=*

            เฮ้ย! เอาข้าวฉันคืนมานะ อยากกินก็ไปบอกในครัวเซ่ เอามาๆๆ...ฉันเตรียมจะฉุดจานข้าวคืนกลับมา แต่ไอ้พี่ติณห์ก็ยกหนีไปอีกทาง

            “ก็ฉันหิวอ่ะ แกไปบอกให้หน่อยดิ เอาเหมือนแกนี่แหล่ะไอ้ไปป์ -)o(-” มันพูด ทั้งที่ข้าวยังอยู่เต็มปาก ไอ้พี่บ้า หน้าตาดีซะเปล่า ทำตัวโคตรทุเรศเลย สาวๆรู้จะเป็นไงนะ ขนาดน้องสาวแท้ๆ ยังแย่งข้าวกินได้ =_=^

            “เฮ้ย ไอ้ติณห์ ไปแย่งข้าวไปป์กินทำไม น้องแกยิ่งไม่โตอยู่นะ ฮ่าๆๆๆ

แหม่ จะช่วย หรือจะซ้ำเติมหนูฟะ ไอ้เฮียอาร์ต  -_-‘’

            เออ ไม่กินแล้วก็ได้ งั้นเอานี่ไปด้วยเดะ -_-”

ฉันพูดพร้อมกับยื่นซ้อมที่ยังอยู่ในมืออีกข้าง ไปให้ไอ้พี่ติณห์ แล้วมันก็รับไปด้วยนะ ฉันเลยหันไปทางไอ้โจ้ที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากเหมือนกันแต่ก็แย่งจานข้าวมันมาซะก่อน พร้อมกับดึงช้อนที่อยู่ในมือมันมาด้วย จากนั้นก็ตักข้าวกินหน้าตาเฉย

            เฮ้ย ไอ้ไปป์ นั่นข้าวฉัน =[]=!”

            “ฉันหิว อยากกินไปสั่งกับพี่ต้นเอาเองเว้ย -)o(-”

พอกันเลยเว้ย พี่น้องคู่นี้ ฮาว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

แล้วเฮียอาร์ตก็หัวเราะออกมาเสียงดัง พอๆกับไอ้โจ้ที่นั่งทำหน้าบูด เพราะโดนแย่งข้าวกิน โทษทีว่ะเพื่อน ฉันหิว -)o(-‘’ มันก็เลยได้แต่นั่งดูดน้ำเปล่าไปพลางๆ น่าสงสารดีแท้ -_-^

            ไปป์ มาช่วยแม่เสิร์ฟของให้ลูกค้าหน่อยเร็ว พอดีมากันเยอะน่ะ

แม่เดินมาตามฉันที่โต๊ะที่พวกเรากำลังนั่งกันอยู่ แล้วไอ้พี่ติณห์กับเฮียอาร์ตก็รีบยกมือไหว้ทักทายทันที

            พี่ติณห์ก็มา ให้มันไปช่วยด้วยดิ

            “เฮ้ย ไม่เอาโว้ย เสิร์ฟอาหาร....เดี๋ยวได้เป็นแบบครั้งก่อนอีก ไม่เอาเด็ดขาด -_-”

มันพูดแล้วก็ทำหน้าเข็ดขยาดไปด้วย ครั้งก่อนที่ว่าคือ ไอ้พี่ติณห์เคยช่วยพนักงานเสิร์ฟ ยกถ้วยต้มจืดไปให้ลูกค้า แต่ดันสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม แล้วเผลอไปทำต้มจืดหกใส่หัวลูกค้าด้วย ดีนะ ที่แค่เป็นต้มจืด ไม่ใช่ถ้วยต้มยำน่ะ =_= จากนั้นมา มันก็ไม่ยอมช่วยเสิร์ฟอีกเลย

            เอาน่ะ ไปป์นั่นแหล่ะ มาช่วยแม่หน่อย แป๊ปเดียวเอง^^”

ฉันจำต้องยอมลุกไปช่วยแม่แต่โดยดี แม่ลำเอียงอีกแล้วนะ T^T ใช้งานแต่หนูอ่ะ...

            เมื่อฉันช่วยแม่เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าเสร็จ ฉันก็เข้าไปทำข้าวไข่เจียวให้ไอ้โจ้กินใหม่ ก็ฉันแย่งข้าวมันไปกินนี่นา รู้สึกผิดเล็กน้อยด้วย (แต่ปกติก็แย่งมันกินประจำ -_-!) พอทำเสร็จ ฉันก็ยกจานข้าวไข่เจียวออกมา และกำลังเดินไปที่โต๊ะของพวกพี่ติณห์  แล้วก็เห็นผู้ชายมาใหม่คนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้อยู่ที่เก้าอี้แต่เดิมที่ฉันเคยนั่ง (โต๊ะนึงมีสี่ที่นั่ง) พวกนั้นกำลังคุยอะไรกันน่ะ เพื่อนพี่ติณห์อีกคนหรือเปล่านะ แล้วทำไมไอ้โจ้ถึงจ้องมองคนนั้นตาเขม็งเลย -_-?

            โห ไม่ได้เจอแกตั้งนาน ตอนนี้โตเป็นหนุ่ม จนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วเหรอวะ ตอนนั้นฉันยังเห็นแกตัวกระเปี๊ยกเดียวเอง ไอ้เจได ฮ่าๆๆ

            ฉันเดินมาถึงที่โต๊ะ และยื่นจานข้าวไปให้ไอ้โจ้ ซึ่งมันก็รับไปกินอย่างไม่สนใจใครด้วย -_- แล้วฉันก็หันไปมองคนที่พี่ติณห์กำลังสนทนาอยู่ด้วย

            เจได!! ไอ้บ้ากามมันมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย =[]=!?

            “เฮียติณห์ ก็ยังชอบกวนโอ๊ยผมเหมือนเดิมเลยนะฮะ^^” เจไดตอบกลับ แล้วก็ทำหน้ายิ้มๆแบบกวนๆส่งให้ไปด้วย -_- พร้อมกับหันมามองหน้าฉัน

            เฮ้ย ยัยแสบ มาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ!? O_o”

หมอนั่นทำหน้าตกใจแล้วก็คว้าข้อมือฉันไปจับไว้ กลัวฉันหนีรึไงฟะ =_=^ ชอบหลอกแต๊ะอั๋งฉันอยู่เรื่อยเลย เหอะ...

            “แล้วทำไมต้องใส่ผ้ากันเปื้อนไรด้วยเนี่ย มาทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่หรือไง”  

            นี่ร้านแม่ฉัน -_-”

หมอนั่นมองฉันอึ้งๆนิดหน่อย และรีบหันไปมองหน้าพี่ติณห์ทันที

            เออ นั่นน้องสาวกู ปล่อยมือได้แล้วโว้ย  -*-”

พี่ติณห์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ นายเจไดจึงรีบปล่อยมือฉันออกอย่างรวดเร็ว

            ไปป์ นี่น้องชายเฮียเอง ชื่อเจได แต่คงจะรู้จักกันแล้วใช่มั้ย ก็หมอนี่น่ะไปโรงเรียนวันแรกก็ดังซะแล้ว สาวๆเข้าหาเพียบ เฮียได้ยินป้าเล่าให้ฟังน่ะ ฮ่าๆๆ^^”

เฮียอาร์ตพูดขี้นมา พลางนั่งโยกหัวน้องชายตัวเองเล่นไปด้วย แหม สูงยังกับเปรต เฮียก็โยกถึงเนอะ -_- แต่ความสูงเฮียกับเจไดก็พอๆกันนี่หว่า

            “น้องเฮีย โคตรบ้ากามเลยต่างหาก -_-” ฉันว่า พลางนั่งลงกับเก้าอี้ตัวเดียวกับที่ไอ้โจ้นั่งอยู่ ฉันบอกให้มันขยับแบ่งให้ฉันนั่งด้วยน่ะ ขี้เกียจยืนแล้ว มันเมื่อย =_= ก็เก้าอี้โดนแย่งไปนี่นา

เธอมันก็แสบมหาประลัย เหมือนกัน !” แล้วเราสองคนก็นั่งเล่นสงครามส่งสายตา ชิ้งๆ ใส่กันโดยไม่มีใครยอมใคร  (*-_-)---> (-_-*) หมอนี่มันน่าโมโห ชิปเป๋งเลยว่ะ -*-

เออ งั้นกูกลับเลยละกันไอ้ติณห์ วันนี้มีนัดปาร์ตี้กับครอบครัวด้วย ฉลองที่ไอ้นี่มันกลับมาอยู่บ้านละแล้วเฮียอาร์ตก็เอามือไปวางบนหัวของเจได แล้วตบปุบๆ เบาๆ อย่างเอ็นดู ดูรักกันดีนะพี่น้องคู่นี้ J แต่หน้าเจไดน่ะสิ บูดเหมือนตูดลิงเลย ที่โดนพี่ชายแกล้ง พูดจบทั้งสองก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เตรียมจะเดินออกไป.....

ไปละ เฮียติณห์... บายครับ ยัยแสบพรุ่งนี้เจอกัน หึหึ ;)”

หมอนั่นบอกลาพี่ติณห์ แล้วก็หันมาบอกฉันพร้อมกับยิ้มกวนๆส่งไปให้ไอ้โจ้ด้วยก่อนจะเดินตามหลังเฮียอาร์ตออกไป มันเลยจ้องหน้าเจไดกลับแล้วก็หันมามองหน้าฉัน ฉันเลยได้แต่ยิ้มแห้งๆกลับไปให้ ส่วนไอ้พี่ติณห์ก็หันไปแย่งข้าวไข่เจียวของไอ้โจ้ที่ฉันเพิ่งทำมาให้มันไปกินอีกหน้าตาเฉย ตกลงวันนี้แกจะได้กินข้าวป่ะวะโจ้ =_=^

 

คืนนั้น เวลา 23.52 น.

~ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตะลุงตุ้งแช่~

ฉันเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือข้างๆเตียงนอนด้วยอาการงัวเงียแบบสุดๆ ใครกันนะบังอาจโทรมาเวลาที่ฉันกำลังฝันหวานๆเลย ฉันกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปโดยไม่ได้ดูเบอร์ที่โทรเข้ามา

 ฮัลโหลลล.... ใครน่ะ ที่นี่ไม่มีป๊าแกอยู่หรอกกกก...=_=”

(.......อึ่ก! อ่ะ เอ่ออ ฮัลโหล)

 คนปลายสายเงียบอยู่พักหนึ่ง จึงตอบกลับมา

หืมมม....ครายยยยยย.... น่ะ..

(คนน่ะสิ -*-)

อืมมม...ดีนะ ไม่ใช่หมา

(…………)

ปลายสายเงียบไปอีกพักหนึ่ง

งั้นแค่นี้นะโว้ยยย คนจาานอนนน....

แล้วฉันก็กดตัดสายทิ้งไป จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม

…~ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตะลุงตุ้งแช่ ~…..

อารายยยย....อี้กกก ฉันกดรับโทรศัพท์อีกรอบแล้วกรอกเสียงลงไป เมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้ามา มันโทรมาหาญาติฝ่ายไหนของมันกันเนี่ย คนจะหลับจะนอนไม่รู้จักเวลานอนรึไงนะ

(..... ขอสั่งข้าวหน่อยคร้าบบบบ) ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเล่นๆ

ฮะ ว่าไงนะ นี่นายเป็นใครเนี่ย โรคจิตป่ะวะ!”

ฉันกระเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนด้วยความตกใจที่ได้ยินมันสั่งข้าว มันบ้าป่ะวะมาสั่งข้าวอะไรตอนคนกำลังนอน=_=
            ....อยากกินข้าวผัดอ่ะ คร้าบบบบปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

สั่งข้าวบ้านแกสิโว้ยยยไอ้โรคจิต โทรมาตอนห้าทุ่มเนี่ยนะ ร้านปิดแล้วเว้ย คนจะนอน อย่าโทรมาอีกนะ ไม่งั้นจะตามไปฆ่าแน่!!”

แล้วฉันก็กดตัดสายทิ้งไปอีกรอบ โยนโทรศัพท์ทิ้งไปข้างๆตัวด้วยความโมโห ใครมันบ้าโทรมาสั่งข้าวตอนนี้กันเนี่ย ประสาทเสียแน่ๆเลย แล้วเบอร์ฉันก็ไม่ใช่เบอร์ร้านสั่งข้าวนะเฟ้ย ใครมันแกล้งฉันรึเปล่าเนี่ยยยย (-_-*)

พอนอนหายใจไปได้พักหนึ่ง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกรอบ  คราวนี้อะไรอีกล่ะ?  แม่ทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยย!!!!!

โทรมาหาปู่ หาย่า หาญาติโกโหติกา แกรึไง!! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว หัดดูเวลามั่งสิโว้ย เกรงใจคนอื่นเค้าบ้าง อ้อ แล้วถ้าจะโทรมาสั่งข้าวล่ะก็ ไม่มีโว้ย ไม่ได้ขาย ไม่มี เลิกแกล้งฉันซักที ไอ้โรคจิต!!!” ฉันด่ากราดออกไปอย่างไม่ยั้ง ด้วยความโมโหแบบสุดๆ

(อ่ะ..เอ่อ.. คือ อยากจะซื้อยาแก้ไอหน่อยน่ะคร้าบ พอดีไอไม่หยุดเลย แค่กๆๆๆ...)

            “ฮึ่มมม....ที่นี่ไม่ใช่ร้านขายยาโว้ย ไม่มียาแก้ไอขาย ไปตายซะ ไป๊

คลิ๊ก! แล้วฉันก็กดตัดสายมันทิ้งไปอีกรอบ จากนั้นก็ปิดเครื่องหนีทันที ใครมันพิเรนทร์ อยากแกล้งฉันแน่ๆ ถึงได้โทรมาก่อกวนเวลานอนอันแสนหวานของฉันอย่างนี้ อย่าให้รู้นะ ว่าเป็นไอ้โรคจิตที่ไหน จะเล่นให้หนักเลย (-*-)!!

(J-Dai: Talk)

อ้ากกกกก!!! ยัยตัวแสบนั่นด่าผมมาเป็นชุดเลย แค่จะโทรไปแกล้งเล่นเฉยๆเอง อุตส่าห์ไปขอเบอร์มาจากยัยเจเจ ไม่คิดเลย ว่าจะขี้หงุดหงิด โดนเหวี่ยงใส่ขนาดนี้น่ะ -_- ผมจี๊ดตั้งแต่ยัยนั่นรับสายครั้งแรก  ป๊าผมไม่ได้อยู่กับเธอแน่นอน ผมเงียบไปพักหนึ่งเลยแหล่ะ อึ้งกับคำตอบยัยนั่นอยู่ -_- ก็ป๊าผมนอนอยู่กับแม่ที่บ้านน่ะเซ่  ป๊าเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อวานเอง จะไปอยู่บ้านยัยนั่นได้ไง -*- จากนั้น ยัยแสบก็กดตัดสายไป ผมเลยโทรไปแกล้งเธออีก แล้วก็โดนด่ากลับมา เธอตัดสายทิ้งอีกรอบ ผมไม่ยอม....โทรไปแกล้งอีก คราวนี้ยัยนั่นด่ากราดมาอย่างไม่เกรงใจกันเลย -_- สงสัยจะโมโหจริงๆ พอผมโทรไปอีก ยัยนั่นก็ปิดเครื่องหนีซะแล้ว เหอะ ว่าจะโทรไปแกล้งทั้งคืน ไม่ให้หลับให้นอนซักหน่อย ^_^ ดันปิดเครื่องหนีไปซะได้!!

แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่ายัยตัวแสบนั่นจะเป็นน้องสาวของเฮียติณห์ เพื่อนของเฮียอาร์ตซึ่งเป็นพี่ชายผมเอง เฮียติณห์ไม่เห็นเคยบอกเลยว่ามีน้องสาว -_-? หรือที่จริงแล้วเฮียแกหวงน้องสาวกันนะ ขนาดที่ผมแค่จับมือยัยนั่นตอนอยู่ที่ร้านแม่เขา เฮียแกยังมองผมตาขวางแล้วก็พูดน้ำเสียงดุๆด้วย -_-^ ยัยนั่นไม่เห็นจะน่าหวงตรงไหนเลย แสบมหาประลัยขนาดนั้นแถมยังด่าเก่งอีกด้วย -*- (เพิ่งโดนด่ามาเมื่อกี้เอง)……  

 

เช้าวันต่อมา....

พวกแกบอกฉันมานะ ว่าใครเอาเบอร์ฉันให้ไอ้โรคจิตไป เมื่อคืนมันโทรมาแกล้งฉันอ่ะ แทบไม่ได้นอนเลย โมโหว่ะ!”

ผมได้ยินเสียงยัยแสบกำลังเหวี่ยงใส่เพื่อนๆของเธออยู่ ตรงโต๊ะม้าหินอ่อน หน้าตึกเรียนของชั้นม.6 ผมเลยเดินเข้าไปหาทันที แล้วก็แกล้งดึงผมเปียของเธอเล่นด้วย ไม่รู้ทำไมผมถึงอยากแกล้งยัยนี่นัก คงเพราะยัยนี่ มาทำกับรถสุดที่รักผมล่ะมั้ง เลยอยากเอาคืน -_- 

โวยวายแต่เช้าเลยนะ ยัยเตี้ย

นายยุ่งไรด้วย -*- แล้วว่าใครเตี้ย ฮะ!”

ยัยนั่นทำหน้าไม่พอใจใส่ผม ผมไม่ตอบอะไรต่อแต่หันไปมองยัยเจเจแทน หวังว่ายัยนั่นคงยังไม่บอกไปนะ ว่าเธอเป็นคนให้เบอร์ยัยตัวแสบกับผมเอง  เดี๋ยวยัยแสบได้อาละวาดใส่ผมอีกแน่ -_-

มอนิ่ง เจได^_^” ยัยเจเจ แล้วก็เพื่อนๆก๊วนเธอทักทายผม ผมเลยยิ้มหวานๆกลับไปให้ ^_^ แอบโปรยเสน่ห์หน่อย ฮ่าๆ

ฉันไม่รู้หรอก แต่...ถ้าเธออยากรู้นัก ลองถามเจไดดูดิ ^^”

อยู่ๆยัยเจเจก็พูดขึ้นมา เธอคิดจะแกล้งฉันเรอะ -*-  ยังมีหน้ามายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่อีกนะ

อ๊ะ! หรือว่า จะเป็นนาย ที่โทรมาป่วนฉันเมื่อคืนน่ะ ฮะ! ต้องใช่แน่ๆ เพราะมันเป็นเสียงผู้ชายด้วย!”

ยัยเตี้ยหันมาชี้นิ้วเล็กๆนั่นใส่หน้าผม จ้องผมตาเขม็งเลย เอาแล้วไง ยัยตัวแสบรู้ตัวแล้ว O_o แต่! ใครจะยอมรับกันล่ะ....

บะ..บ้าเรอะ ใครเขาจะไปแกล้งเธอกัน มีแต่เธอนั่นแหล่ะที่ชอบแกล้งฉันน่ะ อีกอย่าง ฉันก็ไม่รู้เบอร์เธอด้วย เอ้อออ....จริงสิ บอกเบอร์เธอมาด้วย ฉันจะได้โทรตามได้ตลอดเวลา เวลาจะใช้งาน ในฐานะเบ๊น่ะ ^^

ฝันไปเถอะ ว่าจะได้เบอร์ฉันน่ะ... 

แต่ฉันก็ได้มาแล้วนะ ยัยตัวแสบ ฮ่าๆ^_^

อ้อ แล้วก็ห้ามพวกแกบอกเบอร์ฉันกับไอ้บ้ากามนี่ด้วยนะ ไม่งั้นฉันโกรธ -*-”

 แล้วยัยแสบก็หันไปสั่งก๊วนเพื่อนๆของเธอทันที อยากบอกเหลือเกิน ว่าเพื่อนๆของเธอไม่มีใครสนใจเลย เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาปั่นการบ้านกันอยู่ -_-‘’

            “นี่ แล้วแฟนเธอไปไหนอ่ะ?”

            “แฟน? ใครแฟนฉัน -_-”

            “ก็ไอ้คนเมื่อวานที่มาถีบฉันไงพอผมพูดขึ้นคนที่ชื่อเฟิร์สก็หันมามองหน้าผมทันที =_=’’ ผมทำไรผิดไปรึเปล่า? (ก็แกไปชกหน้าแฟนเค้าไง:คนเขียน-_-)

            ทำไม...อยากรู้เรื่องของฉันมากกกกกกกกก ขนาดนั้นเลยเหรอ จะจีบฉันรึไง ^_^”

            ยังจะมาทำหน้าทะเล้นอีก ยัยนี่ -///-

            “คะ...ใครจะไปจีบยัยตัวแสบแบบเธอกัน ยัยบ้า -_-!”

            “แล้วฉันมีแฟนหรือไม่มี แฟนฉันเป็นใคร แฟนฉันไปไหน แล้วนายเกี่ยวไรด้วย -_-?”

            ฉันถามไม่ได้หรือไง!”

            “ไม่ได้ -_-”

            “ยังกับฉันอยากรู้เรื่องของเธอตายแหล่ะ ยัยเตี้ย...ที่จริงก็อยากรู้นั่นแหล่ะ -_-^

            แล้วยัยเจเจก็หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมอ่ะ ยัยนี่คิดอะไรพิลึกๆอีกแน่เลย ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะโว้ยยยย ห้ามคิดเชียวนะ.....ว่าผม สนใจยัยตัวเตี้ยจอมแสบนี่อ่ะ เพราะมันไม่จริง ผมแค่อยากแกล้งยัยนี่เท่านั่นเอง จริงจริ๊งงงงง -0-

            ไปป์ที่ร้ากกกก.... ทำไมเมื่อคืนโทรไปไม่รับอ่ะครับ รู้มั้ย ฉันคิดถึงงงง >_<”

            ไอ้หน้าแย้นี่ใครกัน -_-? อยู่ๆก็เข้ามาทักยัยแสบ หรือว่า จะเป็นกิ๊กของยัยนี่ O_o โอ้ รสนิยมเธอแย่มาก ยัยแสบ ที่ไปคว้าไอ้หน้าเหลี่ยม หนังหน้าเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาต แล้วก็เม็ดสิวแทบจะเต็มหน้า นั่นน่ะ =_=!

            ใครเป็นที่รักแก ไอ้เต้ ไสหัวไปไกลๆเลยนะ -_-^”

            “อะไรกัน ทำไมที่รักใจร้ายกับเต้แบบนี้ล่ะ ไม่เอานะ ฉันทำใจม่ายด๊ายยย T^T”

            “หุบปากเน่าๆของแกไปซะ แล้วเลิกเรียกฉันว่าที่รักของแกซักที ฉันไม่ใช่ที่รักของแกโว้ย ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าโทรมาหาฉันน่ะ เอ๊ะ!... หรือว่าเป็นแกเอง ไอ้เต้ ที่โทรมาป่วนฉันเมื่อคืนน่ะ.... ตายซะเถอะ!!”

            แล้วยัยแสบก็จัดการไอ้หน้าแย้ด้วยการปล่อยหมัดเสยคางพิฆาตจนหมอนั่นลงไปกองกับพื้น เลือดกลบปากไปซะแล้ว ยัยนี่เห็นตัวเล็กๆฤทธิ์เยอะน่าดูแฮะ (-_-v) ถือว่าเป็นความโชคร้ายของไอ้หมอนั่น แต่โชคดีของผมก็แล้วกัน ที่มารับเคราะห์แทนน่ะ ^^ ฮ่าๆ

            (J-Dai: End)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น