เกิดใหม่ไร้รัก (Re-Write)

ตอนที่ 10 : บทที่4 ลิขิตสวรรค์3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    25 มี.ค. 63

“ท่านแม่” ได้ยินเสียงเรียกอ้ายหนี่ก็ตื่นจากภวังค์ เห็นบุตรชายคนเล็กยืนอยู่หน้าประตูแล้วหวั่นใจ ลูกสามเล่อฟ่งนั้นรักน้องมากกว่าใคร แต่ตัวเขานั้นเป็นเชื้อโรคเดินได้ จะให้เข้ามาในห้องขณะที่ฟานเอ๋อร์รักษาตัวไม่ได้

“อาฟ่ง ออกไปคุยกันด้านนอกเถอะ น้องเจ้ารักษาตัวอยู่” ว่าแล้วก็เดินจูงมือบุตรชายอายุ10ขวบอย่างดี พอสัมผัสอากาศเย็นด้านนอก อาการโดนพิษของตนเองก็เริ่มกลับมาเล่นงาน

“แค่กๆ” อ้ายหนี่ไอออกมาหลายที จึงรีบพาลูกชายเข้าห้องข้างๆกัน

“ท่านแม่ ท่านยังไม่หายดี รีบนั่งก่อนเถิด ลูกจะชงชาอย่างดีให้” ว่าแล้วเล่อฟ่งรีบยกน้ำชาให้ท่านแม่ รู้สึกสลดในใจ ท่านย่าจากไปไม่นาน ท่านแม่ก็มาทรุดป่วย ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับบ้านเกือบสองปีแล้ว หากหมดท่านพ่อไป ครอบครัวต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆยังไม่นับท่านแม่ที่ร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก

“อาฟ่งมาหาแม่มีอันใดรึ หากอยากมาเยี่ยมน้อง ตอนนี้สภาพร่างกายน้องอ่อนแอมากหากติดไข้เจ้าเพิ่มคงแย่แน่”

เล่อฟ่งสลดใจ ที่ผ่านมาแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่เคยพูดออกมาเลย แต่คราวนี้ถึงขั้นพูดออกมา อาการบาดเจ็บของน้องเล็กนั้น คงแย่จริงๆ

“ลูกเข้าใจดีขอรับ ลูกเพียงอยากมาขอท่านแม่ ...ท่านแม่ลูกก็อายุ10ขวบดีแล้ว บุตรชายบ้านอื่นล้วนเข้าสอบจอหงวนได้ตั้งแต่อายุ12 แต่อาจารย์ของลูกต่างสนับสนุนว่าให้ลูกไปสอบจอหงวนเลย อ้างว่าไม่มีสิ่งใดจะสอนลูกแล้ว… ท่านแม่จะอนุญาตลูกได้รือไม่ขอรับ”

อ้ายหนี่ยกถ้วยชาขึ้นจ่อปาก ในใจคิดวกวน… เล่อฟ่งมีความเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็ก แต่ร่างกายกลับอ่อนแอ หากเข้ารับราชการ ก็ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ เป็นข้ารับใช้คนตำแหน่งสูงกว่า แถมด้วยความฉลาดนี้ล้วนแต่มีคนคอยกลั่นแกล้งเป็นแน่

“อาฟ่ง ลูกรู้ใช่มั้ย ดาวจรัสแสงมากเกินไป พระจันทร์ล้วนอิจฉาแม้เป็นเพียงดาวเล็กๆ ร่างกายลูกอ่อนแอ มีหรือจะทนรับมือเท้าคนพวกนั้นได้”

“ลูกรู้ขอรับ พี่ใหญ่วรยุทธ์เก่งกาจ ท่านพ่อกลับมาครานี้ต้องพาพี่ใหญ่ไปในสนามรบ ลูกจึงคิดว่า ตัวลูกนั้นมีดีเพียงความรู้ หากทำอันใดที่พอจะช่วยตระกูลเราได้ ลูกก็ยินยอมเสี่ยง”

“อาฟ่ง...” เสียงท่านแม่อ่อนลงแล้ว แน่นอนว่าเข้าสนามรบนั้นถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก แม้สามีจะเก่งกาจหาตัวจับยาก แต่ครานี้ต้องเข้าเป็นกองหน้า โอกาสที่จะมีชีวิตน้อยลงอย่างมาก

...ใจก็กลัวขึ้นมา อาการป่วยที่เป็นอยู่นี้ล้วนเป็นอาการทางใจ (มีเพียงเล่อหนี่ที่รู้ว่าเป็นเพราะเครื่องประทินผิว) หากสามีจากไปตระกูลคงอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเป็นแน่แท้

“รอให้เจ้าอายุ12ขวบปีเต็มก่อนเถิด ถึงครานั้นผู้ที่จับตามองอาจจะน้อยลง ช่วงนี้ก็กลับมาอยู่บ้าน ร่วมเรียนวรยุทธ์กับน้องเจ้าเถิด”

“ท่านแม่จะให้น้องหญิงเรียนวรยุทธ์หรือขอรับ ...นี่มัน...” อ้ายหนี่มองหน้าลูกชายที่กำลังเคร่งเครียด เรื่องตนเองเขายังไม่หน้าเครียดเท่านี้เลย นางเข้าใจเหตุผลดี เป็นหญิงหากเรียนวรยุทธ์แล้ว ค่าความเป็นหญิงก็ถูกลดลงไปกึ่งหนึ่ง แม้จะอ้างได้ว่าเป็นเพราะเป็นบุตรีของนายทหาร แต่ก็ยังมิใช่จะดูดีในยุคสมัยนี้

“น้องหญิงเจ้าร่างกายอ่อนแอ ล้มเพียงนิดเดียวก็เป็นแผลใหญ่ ท่านหมอจางแนะนำว่าหากเรียนวรยุทธ์แล้วจะดีขึ้น แม่จึงคิดว่าเจ้าเองก็อาจจะเป็นเช่นกัน” อ้ายหนี่ไม่ได้พูดต่อว่า

...อีกอย่างเขาจะได้ไม่ต้องอยากสอบจอหงวนก่อนเวลาอันควร การได้ใกล้ชิดกับน้องหญิงถือเป็นสวรรค์สำหรับพี่ชายทุกคน นางรู้ดี โดยเฉพาะคนที่ถูกกีดกันมาตลอดเช่นเล่อฟ่งแล้ว ถือเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใด และนางก็คิดไม่ผิดเลยสักนิด

“เช่นนั้นจริงหรือท่านแม่ หากลูกฝึกวรยุทธ์ก็จะหายป่วยจริงหรือ รู้เช่นนี้ลูกไม่อ้างท่านพ่อ เรียนวรยุทธิ์เสียแต่แรกก็ดี” ได้ยินลูกชายบ่นแล้วนางก็ใจชื้น อย่างน้อยหากเขาไม่อวดฉลาดขนาดไปสอบจอหงวนก่อนอายุ ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อเขามากแล้ว หลังจากนี้ค่อยๆบอกสอนไปก็ได้

“จริงๆ แม่ไม่ได้หลอกเจ้า ท่านหมอยืนยันมาเช่นนี้ วันพรุ่งท่านลุงของเจ้าจะมาเยี่ยม หลังจากอาฟานหายดีแล้วจึงจะเริ่มเรียน เจ้าไปเตรียมตัวเถิด”

นึกถึงพี่ชายร่วมสาบาน ซวีจู ไร้แซ่ ไร้ศักดิ์ แต่ทั่วยุทธภพรู้ดีว่าเขาเป็นถึงปรมาจารย์เทพยุทธ์ 10ปีก่อนเริ่มไต่เต้าในสำนักเล็กๆสำนักหนึ่ง จนปัจจุบันมีสำนักใหญ่ของตนเอง บุตรชายทั้งสองของตระกูลเล่อล้วนเป็นศิษย์ที่เขาฝึกมากับมือ

..

 

ซื้อนิยายเกิดใหม่ไร้รักคลิก!!!นิยาย เกิดใหม่ไร้รัก

 

อุดหนุนนิยายเรื่องอื่นๆของไรท์ได้

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคต้น

 

นิยาย ตำนานรักดอกเหมย ภาคปลาย ท่านหมอเซียนบุตรชายท่านมาตามหาแล้วขอรับ

 

นิยายร้อยรักลูกตำลึง

 

นิยายกิ่งหลิวลอยลม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น