I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 30 : ครั้งที่ 26 คะแนนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,503 ครั้ง
    22 ม.ค. 62



ครั้งที่ 26 คะแนนพิเศษ

[ธันวา]

โต๊ะ ตึ่ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ่ง โต๊ะ ตึ่ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ่ง

“ตาแดงแดง อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า...”

“แจวมาแจวจ้ำจึกน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว...”

“ลามะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน...”

เสียงกลองกับเสียงตะโกนร้องเพลงของสต๊าฟและน้องบนแสตนของทุกสีผสมปนกันจนผมแยกไม่ออกเลยว่าสีไหนร้องเพลงอะไร รู้แค่ว่าไอ้พี่ที่อยู่ข้างล่างแหกปากมากกว่าน้องแน่นอน ว้า น้องไม่ค่อยให้ความร่วมมือเลยเนอะ สีผมจะเป็นแบบนี้ไหมเนี่ย ยิ่งมีแต่ห้องร้ายๆ อยู่ด้วย แล้วไอ้อิมก็ดันจับพวกนั้นมารวมกันแล้วยกให้ไปนั่งบนแสตนอีก ตายแหงๆ

ฟุบ

“ได้เข้ามาในร่มสักที กูจะตายแล้วห่า...”

คนถือป้ายคณะสีแดงเอ่ยอย่างหมดแรงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่ม้านั่งตัวยาวข้างอัฒจันทร์เชียร์คณะตัวเอง น่าสงสารมันนะครับ ชุดก็หนัก อากาศก็ร้อนยังจะต้องถือป้ายฉีกยิ้มให้คนถ่ายรูปอีก แค่ดูผมยังเหนื่อยแทนเลย สงสัยคุณครูจะต้องให้คะแนนพิเศษสักหน่อยแล้วล่ะ

“บ่นอะไรของมึง กูไม่เห็นมึงจะตายอย่างที่พูดเลย แหม๊ มีคนส่งน้ำส่งขนมตลอดทางยังจะบ่น” ไอ้แคระเบะปาก ยันหัวคนที่นอนอยู่บนม้านั่งอย่างหมั่นไส้

“อะไร มึงก็มีมั้ง มึงเป็นคนส่งขนมส่งน้ำเองด้วยซ้ำ”

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย กูน่ะทำไปตามภาระหน้าที่ แต่เมียมึงน่ะทำไปตามหน้าที่หัวใจ อิอิ” พูดแล้วก็ส่งสายตาล้อเลียนมาทางผม แน่นอนครับว่าผมตอบรับการกระทำของมันด้วยการชูนิ้วกลางใส่ หน้าที่หัวใจพ่อง เขาเรียกว่าอยากมาก็มาต่างหาก

“เฮ้ย... กูชอบๆ ฮะๆ” ไอ้หัสดิน เดี๋ยวเถอะมึง

“พวกเวร” ผมใช้ร่มฟาดไปที่ไหล่เจ้าของเวสป้าแดงและหลังเจ้าของนินจาเขียวแรงๆ แรงไม่แรงร่มก็สั่นอ่เอาดิ นี่ร่มรุ่นเรียว and แข็งระดับพรีเมี่ยมโดนรถสิบหกล้อเหยียบก็ไม่หักด้วยนะ สมน้ำหน้า เป็นรอยแน่พวกมึง

“โอ๊ยไอ้แมวน้ำ มึงโมโหร้ายที่กูพูดความจริงเหรอวะ”

“ยัง ยังไม่เลิก จะเอาอีกรอบไหมไอ้ต้น”

“ไอ้ขุนพลหัสดิน แม่หญิงคีริทนร์เมียเอ็งช่างหยาบคายนัก มันกล้าใช้กำลังกับองค์ชายเยี่ยงข้า ลากมันเข้าไปในกอหญ้าแล้วจัดการปล้ำมันซะ ถ้าไม่ท้องไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้าอีก!” ร่างเล็กเขย่าตัวคนที่นอนอยู่บนม้านั่งอย่างบ้าคลั่ง ชี้นิ้วมาที่ผมปากก็บ่นภาษาอะไรไม่รู้ เออไอ้เรื่องนี้อีก เลิกเรียกอย่างนี้สักที ได้ยินทีไรแล้วกูอยากจะตีนกระตุกไปที่หน้าคนพูด

“อื้อออ ขอกูนอนแป๊บนึงง”

“นอนแล้วมึงจะตื่นมาปล้ำมันให้ท้อง?”

“ตื่นมาเตะมึงนี่แหละ ปล่อย กูจะหลับโว้ย...”

เยี่ยม

เวลานี้เราทั้งหมดอยู่ที่สนามกีฬาประจำจังหวัดเป็นที่เรียบร้อย ตอนแรกที่เข้ามานักเรียนยังมาหลบแดดแบบนี้ไม่ได้นะครับ ต้องยืนจัดแถวตามคณะสีเพื่อฟังเขาพูดเปิดงานกลางแดด รอนักกีฬามาจุดคบเพลิง รอไฟติด รอจนกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนพวกมันจะกล่าวจบนั่นแหละถึงจะได้เข้ามานั่งในร่มได้ ผมน่ะไม่เป็นไรเพราะยืนดูอยู่ใต้ต้นไม้ (เขาไม่ให้คนนอกเข้าไปอยู่ในแถวอยู่แล้ว) แต่ไอ้พวกที่อยู่กลางแดดนี่สิ

น่าสงสารชะมัด ยืนอยู่ห่างตั้งหลายเมตรกูยังรับรู้ได้ถึงกลิ่นความไหม้ของผิวหนังพวกมึงเลย

“แล้วเราต้องทำอะไรต่อวะ” หนุ่มเหล็กดัดถามขณะใช้หมวกพัดให้ตัวเอง เราสี่คนและพวกสต๊าฟสีแดงอีกหลายคนนั่งอยู่ที่ม้านั่งข้างอัฒจันทร์เชียร์ ความจริงที่มันไม่พอหรอก คนอื่นต้องเอาเสื่อมาปูนั่งกันเยอะแยะ ผมนี่รู้สึกผิดเลยที่ได้นั่งม้านั่ง แต่... พวกมันเป็นคนให้ผมนั่งเอง แม่งบอกว่า 'เชิญแม่หญิงเถิด พวกข้าเป็นเพียงคนธรรมดามิอาจเอื้อมนั่งเสมอพวกท่านดอก อีกอย่างเกรงว่าถ้าหากแม่หญิงห่างท่านขุนพลแล้วเมื่อใด ท่านขุนพลเขาจะหงุดหงิด หงอยเหงา เศร้าสร้อย อ้อยไม่ได้ เหมือนชีวิตจักสลายกลายเป็นผงธุลีดิน' ค_ย กูกะจะเกรงใจสักหน่อย พูดอย่างนี้เชิญพวกมึง on the ground ไปเถอะ

“สอนสเตปมือให้น้องต่อแล้วก็เชียร์กีฬาไปเรื่อย พอถึงวันสุดท้ายก็แสดงสต๊าฟ”

“เสตปมือสีเรายังสอนไม่ครบ?”

“เยส เหลือสองสามเพลงมั้ง” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองบนแสตนหลังจากที่ได้ยินเพื่อนทั้งสองคนคุยกัน บนนั้นเป็นนักเรียนชายล้วนไม่มีหญิงผสมเลย พวกน้องดูอยากรู้นะครับว่าผมป็นใคร เห็นมองไม่วางตาเลย เดี๋ยวคนนั้นมอง เดี๋ยวคนโน้นมอง เชื่อผมดิว่าพวกมันเคยเห็นหน้าผมและก็คิดว่าผมเป็นแฟนไอ้หยาง ไม่อย่างนั้นมันไม่ซุบซิบๆ กันแล้วชี้มาที่ผมสลับกับไอ้คนที่นอนอยู่หรอก

เวร - _ -

พูดถึงเรื่องนี้ ผมยังไม่เคยได้ไปดูน้องซ้อมสเตปมือเลยว่ะ เปิดเทอมมาหนึ่งอาทิตย์ผมไม่ได้เข้าเรียนเลยด้วยซ้ำ แต่ครูก็เข้าใจนะว่ามันเป็นกีฬาสีแล้วพวกผมก็ต้องทำหน้าที่อันใหญ่หลวง หลายๆ ท่านก็เลยทำเป็นไม่เห็น ไม่เช็คขาด น่ารักที่สุดดด

หือ ถามว่าทำคัทเอาท์เสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่?

เพิ่งเสร็จเมื่อสองวันก่อนครับ ที่มันเสร็จก่อนเวลาตั้งนานเพราะผมนั่งระบายสีต่อจนดึก กลับบ้านเกือบเที่ยงคืนทุกวัน เหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากทำให้เสร็จก่อนกีฬาสีตัวเอง ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะไอ้อ้อยที่นอนอยู่ตรงม้านั่งนี่แหละ ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่าถ้าผมไม่มามันจะหงอยขนาดไหน เชี่ยนี่ติดเพื่อนจะตาย

แต่แปลกเนอะ ติดผมแจแต่ไม่ติดพวกไอ้เทรนด์เลยซะงั้น มึงแบ่งชนชั้นเพื่อนเหรอวะหัสดิน

“นังหยาง... อ้าว เมียมาแล้วเหรอ ไหนว่าจะไม่มาไง”

ใครวะ ปากเหรอนั่น

ผมหันไปมองคนที่เพิ่งมาใหม่ กะว่าถ้าสนิทหน่อยจะส่งนิ้วกลางไปให้ แต่เห็นทีคงทำแบบที่คิดไม่ได้... เจ๊กอล์ฟเองครับ

“จะอะไรล่ะเจ๊ เซอร์ไพรส์ไงๆ” หนุ่มตัวเล็กฉีกยิ้มร้าย ล้อเลียนผมด้วยแววตาและรูปภาพบนหน้าจอมือถือตัวเอง ก็นะ มีคนถ่ายภาพไอ้หยางเยอะก็ต้องมีคนถ่ายภาพผมไปเยอะเหมือนกันเพราะเราเดินขนานกันตลอด และแน่นอนว่าถ้ามีรูปคู่เยอะขนาดนี้กระแสมันก็ต้อง-

ตือดึง

Pan Sp : นี่อะไรคะเพื่อนขา ขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันอีกเหรอ *ส่งรูป*

ต้องเป็นแบบนี้แหละ

ผมเท้าคางมองภาพตัวเองที่เพื่อนสาวส่งมาให้ มันเป็นภาพที่ถูกแคปมาจากทวิตของใครคนหนึ่ง ซึ่งผมว่าพวกคุณก็คงคุ้นชื่อเขาแล้ว

ผู้มีองคชาตมหึมา ที่สุดในอาณาจักรจิ้งหรีดสามขา เทียบเท่างูอนาคอนด้าแห่งมิคุรานคร

ทำไมกูต้องมาประสบพบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ตลอด นี่ห่างหายไปนานจนลืมแล้วนะ โผล่มาอีกทีมีอะไรให้กูโพสต์อีกละพวกจัญไร.... อีบ้าาาา ไม่จำเป็นต้องดูแลกันขนาดนี้ก็ได้มั้ง ไอ้นั่นก็มาเฝ้าเขาทั้งๆ ที่อยู่คนละโรงเรียน น่ารักไปแล้วมึงอะ ส่วนไอ้คนถือป้ายก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตาไม่มองทางเลยมึง โอ๊ยเหี้ย... กูขี้เกียจพิมพ์มาก เอาภาพไปดูก็แล้วกัน

ภาพที่เขาแนบมาพร้อมกับภาพข้อความยาวเหยียดคือช่วงที่อากาศร้อนจัดๆ แล้วไอ้หยางทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมก็เลยเอาน้ำไปให้มันดื่ม และเนื่องจากพ่อคุณเขาวางป้ายคณะไม่ได้ก็เลยไม่มีมือถือขวด ผมก็เลยต้องช่วยจับหลอดกับขวดให้จนกว่ามันจะดื่มเสร็จ ช่างภาพเก่งฉิบ เราสบตากันแค่เสี้ยววิแต่มันก็สามารถจับภาพตอนนั้นได้...

กูอยากรู้จังว่ามึงคือใคร ไอ้อนาคอนด้ามิคุรานคร

Thanwa : เออ เป็น

Pan Sp : นั่นไง ในที่สุดมึงก็ยอมรับแล้วว่าเป็นแฟนกัน

Thanwa : เป็นเพื่อน - _ -

Pan Sp : ไอ้เวร พวกซึน กูไม่คุยกับมึงแล้ว ไปเที่ยวกับพี่ไกด์ดีกว่า

ไปเลยมึง

ช่วงหลังๆ มานี้ชีวิตรักมันดีสัสๆ พี่ไกด์เลี้ยงมันดีกว่าเดิม (ที่ดีเหี้ยๆ อยู่แล้ว) จนผมกลัวว่าสักวันไอ้แพนจะต้องตัวเป็นตุ่มแน่ ขนาดนี้น้ำหนักมันก็เพิ่มขึ้นมาพรวดพราดจนผมอยากจะเอามือทาบอก มันไม่ได้เยอะมากหรอกครับแต่ว่ามันค่อนข้างขึ้นเร็ว สงสัยต้องพาไปออกกำลังกายสักหน่อยแล้ว ถ้าเป็นอย่างผมเมื่อก่อนนี้นี่แย่เลย

“อ๋อ เออไอ้พวกนี้มันน่ารักว่ะ”

“แล้วเจ๊จะพูดอะไร วิ่งมาซะเหมือนกระซู่หิวน้ำ” ไอ้ต้น หลังจากที่ปิดเทอมมึงอยู่ฝึกฝนคำพูดคำจากับเจ๊กอล์ฟ รู้สึกว่าฝีปากมึงจะแกร่งกล้าขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ต่างจากพวกกะเทยหัวโปกปากร้ายเลย ไม่สิ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ...น่าเคารพนับถือยิ่งนัก

“เอ๊ะอีนี่ กูจะให้ไอ้หยางมันไปถอดชุดออก เดี๋ยวต้องเอาไปคืนร้าน”

“อ่อ ได้อยู่นะเจ๊แต่ตอนนี้มันดูท่าจะไม่ไหวแล้วว่ะ” พูดแล้วมันกับไอ้เหล็กดัดก็ใช้นิ้วจิ้มไปที่ขาของเพื่อนตัวเองรัวๆ ไอ้หยางหลับน่ากลัวมากครับ เหมือนตายอะ ขนาดผมใช้ร่มฟาดหลังมันยังไม่ขยับเลย

“เชี่ยหยาง ตายยังมึง”

“ยังอยู่ไอ้เหี้ย กูแค่พักสายตา...” คนที่เป็นหัวข้อบทสนทนาชูนิ้วกลางแจกจ่ายเพื่อนสนิททั้งสองคนที่รุมจิ้มตัวมันเหมือนเป็นขี้สีรุ้งที่หายาก

“งั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสต๊าฟของแกซะ อะนี่เมคอัพรีมูฟเวอร์ ไปล้างหน้าออกให้หมด เอ๊ะ หรือจะปล่อยไว้อย่างนี้ก็ได้นะเพราะแกแต่งหล่อๆ ไม่ได้แต่งเป็นทหารมอญอย่างไอ้เทรนด์”

“เจ๊ ผมออกจะหล่อ อย่างกับเจ้าเมืองชั้นใน”

“จ้าๆ พ่อคุณ มึงก็ต้องถอดชุดเจ้าเมืองออกเหมือนกัน ให้มหาเทวีของมึงช่วยละกัน ชุดมันถอดยาก”

“อะไรเจ๊ ผมไม่ใช่เมียมัน ผมน่ะองค์ชายจากหัวเมืองประเทศราช” นี่เราอยู่ในกีฬาสีธีมยุทธหัตถีหรือพีเรียดย้อนยุควะ ทำไมต้องคุยเป็นภาษาแบบนี้ด้วย คิดว่ากูเก่งประวัติศาสตร์นักสิ โน! ประวัติกูดักดานมาก เท่าที่ฟังมานี่ไม่รู้เลยว่าอะไรคือเมืองประเทศราช อะไรคือหัวเมืองชั้นใน ไหนจะมหาเทวีมึงอีก เหอะๆ

“เออนั่นแหละ เร็วๆ นะถ้าถอดแล้วเอาชุดมาวางไว้ตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปรวบรวมเสื้อผ้าของไอ้ดรัมสองไม้หน้าก่อน แม่งได้ยินมาแว่วๆ ว่ามันทำน้ำจิ้มลูกชิ้นหกใส่เสื้อ ตายห่าแน่มึงเอ๊ย…”

“ไม่ม๊าง พวกมันระวังตัวจะตาย”

“แกเอาที่ไหนมาพูด”

“ไม่รู้ ลุคมันดูเป็นแบบนั้นอะ”

“ไม่เลยย่ะ ความจริงมันซุ่มซ่ามมาก นี่เจอทีไรถ้าไม่ล้มอยู่ก็อยู่บนต้นไม้อะ”

“ขนานนั้นเลยเหรอเจ๊”

“เออสิ แล้วนี่อย่าลืมปลุกไอ้ท่านขุนพลหัสดินลุกขึ้นมาถอดชุดประดับพระยศของมันออกด้วยนะ” พอจบประโยคเขาก็รีบวิ่งไปตามทางทันที ชุดดูแพงทุกตัวเลยว่ะ ผมว่าถ้าทำเปื้อนค่าเสียหายต้องมหาศาลแหงๆ

“ปะไอ้แคระ ไปช่วยกูถอดพระยศ เจ้าไพร่”

“ไพร่พ่อมึงสิ เดี๋ยวกูโบกด้วยสันมือ”

“ฮะๆ”

“กูไปก่อนนะ พวกมึงก็ตามหลังมาละกัน” ถึงจะด่าแต่ก็ยอมเดินไปด้วยคืออะไรวะไอ้ต้น

“อือ ขอปลุกมันแป๊บ”

ไอ้ 2T เดินจากไปพร้อมกับเสียงการทะเลาะกันอย่างออกรส ดังขนาดที่ว่าน้องๆ บนแสตนต้องชะเง้อหน้าไปมอง จะว่าไปผมก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะที่ต้องมาเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน รู้สึกทำตัวไม่ถูกด้วยที่ต้องมางานกีฬาสีของโรงเรียนอื่น ถ้าพวกไอ้ดารู้เรื่องนี้มันต้องล้อผมยันชาติหน้าแหง... รู้แล้วมั้ง แพนรู้โลกรู้ เหอะๆ

“ไอ้หยาง ลุกไปเปลี่ยนชุด” ผมเขยิบเข้าไปใกล้ ใช้มือเขย่าแขนอีกฝ่ายเบาๆ หวังให้มันตื่น แต่รู้ไหมครับสิ่งที่ได้กลับมาคืออะไร

“...”

Yeah มันคือความเงียบและเสียงหายใจเข้าออกที่ดัง 'ฟี่' บ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับลึกขนาดไหน เสียงตรงนี้ไม่ได้เบาเลยนะ มีทั้งเสียงประกาศจากไมค์ เสียงกลอง เสียงดนตรี เสียงเชียร์กีฬาเยอะแยะเต็มไปหมด ดังขนาดนี้มึงยังหลับลงอีกเหรอ บ้าไปแล้ว

“หยาง ตื่น”

“...” ก็ยังเงียบอยู่ ไอ้ห่า ไหนว่าพักสายตา

“ตื่น สัก ที สิ ไอ้ ควาย” ผมใช้นิ้วจิ้มแก้มใสเป็นจังหวะการพูดของตัวเอง ถึงจะไม่แรงมากก็เถอะแต่มาถึงขนาดนี้แล้วมันก็สมควรที่จะรับรู้ได้ถึงการโดนรบกวนตอนหลับปะ นี่อะไร นอกจากจะไม่ตื่นแล้วยังดูเหมือนหลับลึกกว่าเดิมอีก

ผมเท้าสะเอวมองใบหน้ายามหลับของเจ้าของดวงตาคม ไอ้ขนตายาวๆ นี่มันน่าหมั่นไส้ชะมัด แม่มึงมีเยอะเหรอถึงได้ให้มายาวขนาดนี้ ไหนจะปากสวยๆ นั่นอีก เป็นแค่เด็กไม่จำเป็นต้องหน้าตาดีขนาดนี้ก็ได้ไหม ห่า มึงทำให้คนรุ่นเดียวกันอย่างกูดูดรอปนะโว้ย...

แล้วนี่เอาไงดีวะ

มันเป็นคนที่ถ้าไม่นอนก็คือไม่นอน แต่ถ้านอนก็คือหลับยาวไปเลยแถมปลุกยากเชี่ยๆ สงสัยผมคงไม่สามารถปลุกมันได้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ให้พวกเพื่อนมันช่วยดีกว่า เราน่าจะใช้การปลุกเบสิกๆ อย่างการเอากลองมาตีข้างหู เปิดซาวด์รัวปืน จี้เอว...

อะ

ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันไปขอความช่วยเหลือจากใคร สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสนใจกว่านั้น ผมว่าไอ้นี่น่าจะพอช่วยได้ ...ไม่มากก็น้อยแหละ

“อิอิ” เมื่อเจออุปกรณ์ช่วยชีวิตผมก็รีบวิ่งไปหามันและจัดการทำในสิ่งที่... คิดว่าใครหลายคนน่าจะเคยทำ ตอนเด็กๆ ผมทำบ่อยมาก มันคือการเอาทิชชู่มาม้วนๆให้เป็นเกลียวเล็กๆ ครับ พอผมได้แบบนี้แล้วทำอะไรต่อพวกคุณคงเดาออกเนอะ

ไม่ตื่นดีนักนะมึง หึๆ

“หยาง จะตื่นไม่ตื่น” ถามสักหน่อยละกัน เผื่อมันจะตื่น

“...” ยังเงียบอีก

“ถ้าไม่ยอมตื่นเองกูจะปลุกแล้วนะ”

“...” ผมขอถือสิทธิ์คิดไปเองละกันว่าความเงียบคือคำตอบว่า 'โอ๊เค เชิญทำตามที่มึงอยากเลยเพื่อนรัก' แหมเขินจัง จะให้กูทำจริงๆ เหรอ

จัดเลยละกัน อิอิ

ผมนั่งยองๆ ข้างม้านั่งของเหยื่อผู้โชคร้าย ว้า เหมาะเจาะจังมันหันหน้ามาทางนี้พอดีเลย... เกลียวทิชชู่สีขาวถูกแหย่เข้าไปข้างในรูจมูกสวยช้าๆ ผมทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมันอยู่ในจุดที่คิดว่าน่าจะใช้ได้แล้วผมก็เริ่มออกแรงขยับก้านของมันเล็กน้อย คนเรามันจะมีรูจมูกอยู่ข้างหนึ่งที่ไวต่อความรู้สึกมาก ถ้ามีอะไรไปโดนหรือสัมผัสนิดเดียวมันก็จะ-

“ฮัดเช้ย!!...!”

โครม!

เฮ้ย ไอ้หยาง O_O!

ผมนั่งอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อกี้ ตามองร่างสูงที่เพิ่งกลิ้งลงมานอนกับพื้นเพราะแรงจามของตัวเอง คือ... มันเกิดขึ้นเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว เมื่อกี้นี้ผมแหย่จมูกแล้วมันก็จามกะทันหัน ผมกะว่ายังไงก็ต้องโดนน้ำลายแหงๆ แต่เป็นมันเองที่ยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วเสียหลักกลิ้งตกลงไปนอนกับพื้น ดีนะที่ข้างล่างมีพวกเสื้อกันหนาวกับกระเป๋าเป้ของน้องๆ บนแสตนอยู่ ไม่อย่างนั้นหัวมันคงแตกไปแล้วเพราะหัวกระแทก

ไอ้เชี่ย เกือบกลายเป็นฆาตกรไปแล้วกู...

“อ้าวๆ ไอ้ธันโมโหหิวเหรอมึง มึงฆ่ามันได้นะเว้ยแต่ต้องหลังจากที่พวกกูแสดงสต๊าฟแล้ว = _ =” ประธานสีแดงป้องปากตะโกนบอกผม ไอ้เชี่ย พูดเฉยๆ คนก็มองกันทั้งคณะแล้ว นี่ป้องปาก คนเขามองกันทั้งแถบเลยหอย คิดว่ากูไม่อายบ้างรึไง

“ไม่เว้ย มันไม่ได้โมโหหิว ก็ตามภาษาแฟนนั่นแหละชอบแกล้ง ชอบหยอก เดี๋ยวก็โดนตอกเสาเป็นการลงโทษเองอะ”

“อะไรคือตอกเสาวะ?”

“เอ้า นั่นไงมึงงง”

“เฮ้ยมึง เป็นไรเปล่าอะ” ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกา รีบวิ่งไปดูอาการเพื่อนสนิททันที ตอนแรกคิดว่าที่มันยังเงียบอยู่อย่างนี้เพราะจุกก็เลยพูดไม่ออก... แต่เอาเข้าจริงมันกลับไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงแล้วพอกลิ้งลงมาปุ๊บแม่งก็นอนต่อบนกองเสื้อกันหนาวของน้องอย่างสงบ

คือมึง ยังจะนอนต่อได้อีกเหรอวะ

“ไอ้เหี้ย ตื่นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆ” ผมตบไหล่กว้างดังฉาบพร้อมออกแรงเขย่าอีกครั้ง ครั้งนี้ผมเขย่าจนหัวมันโยกเลยถ้าไม่ตื่นให้แม่งรู้ไปดิ

“อื้อ แป๊บ ขอนอนอีกหน่อย...”

เย่ ตื่นแล้วโว้ย!

“ไม่ได้ พี่กอล์ฟรีบ” เมื่อกี้แอบเห็นพี่แกวิ่งไล่เตะไอ้ดรัมสองไม้นั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูจากสภาพคราบส้มๆ หนืดๆ ที่หน้าอกพวกมันแล้วผมก็พอจะเดาได้ว่าไอ้ข่าวลือที่บอกว่าพวกมันทำน้ำจิ้มลูกชิ้นหกน่าจะเป็นความจริง แหม่ ไล่จับกันมันเลยมึงเอ๊ย มีเพลงบิวท์อารมณ์ด้วย บรรเทิงไปอีก

“...ถ้าอยากให้ไปก็แบกกูดิ” ไม่พูดเปล่า มันพลิกตัวนอนหงายและกางมือทั้งสองข้างไปในอากาศเหมือนอยากจะสื่อว่า ‘อุ้มกู’ พ่อมึงตาย กูคงจะอุ้มได้หรอกตัวอย่างกับท่อนซุง ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูก็พออุ้มไหวอยู่แต่ตอนนี้กูผอมแล้ว จะเอาแรงที่ไหนมาแบกมึงละโว้ย

“ฝันอยู่รึไง”

“ใจร้ายว่ะ อุ้มเท่านี้ก็ไม่ได้... กูอุตส่าห์ยอมเจ็บตัวเพื่อมึงเลยนะ” คู่สนทนายู่ปากนิดๆ บ่นอุบอิบเหมือนพึมพำกับตัวเอง ประโยคที่เพิ่งได้ยินทำให้ผมเลิกคิ้ว ยอมเจ็บตัวเพื่อผมอะไรของมัน กำลังพูดถึงฝันที่ตัวเองเพิ่งฝันเมื่อกี้เหรอ

“อะไรของมึง”

“นี่ไม่รู้เลย?”

“เออ อะไร?”

“โห่ เมื่อกี้ที่จะจามกูอุตส่าห์ปิดปากไว้เพราะไม่อยากให้มึงโดนน้ำลาย...” คนพูดตีหน้าเศร้า มองผมตาแป๋ว ท่าทางของมันดูตอแหลตลอดเวลาจนบางทีผมก็แยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนหลอก

“จริง?”

“เออดิ ปกติกูจามแล้วปิดปากที่ไหน ไม่เชื่อถามพวกไอ้เจได้เลย ตอนซ้อมหลีดกูจามใส่มันประจำ” คนที่โดนพาดพิงพยักหน้ารับพูดไม่มีเสียงว่า ‘เออ จามใส่จนกูจะเป็นวัณโรคอยู่ล่ะ... จัญไรฉิบหาย ทีกับแฟนนี่ทำมาเป็นกระแดะปิดปาก’ ผมพิจารณาคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมานิดๆ จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีวะ

“พ่อคุณ เป็นเพื่อนที่ดีอะไรอย่างนี้ ฮะๆ”

“ใช่ไหมล่ะ ถ้ารู้แล้วก็แบกกูซะ”

“ค_ยเถอะ... ลุกขึ้นมาเร็วๆ ก่อนที่กูจะเอาร่มเสียบพุงมึง”

“โหดว่ะ กูลุกก็ได้วะ...” ร่างสูงบ่นอุบอิบ ยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก คือผมเข้าใจนะว่าตอนที่คนเราง่วงมากๆ มันจะเป็นยังไง แต่ไอ้นี่ก็มากไปปะ ตามันยังไม่ลืมเลยด้วยซ้ำ เหอะๆ

กรรม

เพราะอีกฝ่ายเป็นอย่างนั้นผมก็เลยต้องลากมันไปที่ห้องน้ำด้วยความยากลำบาก มันไม่ได้คลอเคลียผมอย่างที่คุณคิดหรอก แต่มันเดินสะเปะสะปะไปทั่ว เมื่อกี้ก็เกือบจะชนคุณยายที่ปั่นจักรยานขายผลไม้ แต่ดีที่ผมดึงคอเสื้อมันได้ซะก่อน บักห่าเอ๊ย... ลากไปทั้งอย่างนี้เลยละกัน

ผมลากร่างสูงเข้าไปห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ข้างในไม่มีใครอยู่เลย สงสัยพวกไอ้เทรนด์จะไปอีกที่ เมื่อเข้ามาแล้วผมก็จัดการพามันไปหน้ากระจกแล้วเริ่มที่จะปลดเกราะป้องกันไหล่ออก ไอ้เหี้ยนี่ถอดง่ายที่สุดในบรรดาเครื่องแต่งกายทั้งหมดบนตัวไอ้หยางแล้ว

“ถอดยากไปไหนเนี่ย...”

ผมบ่นขณะพยายามแกะกระดุมเม็ดเล็กๆ ที่เชื่อมเสื้อทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน สองเม็ดแรกผมก็ใช้เวลาแกะนานเกือบห้านาทีแล้ว นี่ยังเหลือเกือบสิบเม็ด คนผลิตเขาผลิตให้ใครใส่วะ ใส่ก็ยากถอดก็ยาก ไม่มีเชี่ยไรง่ายเลย “มึงอยู่เฉยๆ ทำไมไอ้ห่า แกะข้างล่างไปดิ”

“ให้แกะจริงดิ ถ้าแกะแล้วกูโป๊เลยนะเว้ย” รูปประโยคดูเหมือนกำลังตกใจแต่ที่จริงมันกำลังยิ้มกวนตีนอยู่ ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งกวนตีนขึ้นทุกวัน มึงนี่นะ

“ตลก อย่ามาหลอกกู กูรู้ว่ามึงใส่กางเกงข้างใน”

“ใส่ที่ไหน ไม่ใส๊”

“ดีๆ ไอ้หยาง”

“โด่ว รู้ได้ไงวะไม่มันเลย” คู่สนทนายู่ปาก เมื่อรู้ว่าแกล้งต่อไปก็ไม่ได้อะไรมันจึงจัดการถอดโจงกระเบนออกอย่างรวดเร็ว แล้วก็อย่างที่คิดว่ามันใส่กางเกงบอลไว้ข้างใน... โห นี่มันไม่ใช่โจงกระเบนสำเร็จรูปเหรอ ใครแต่งตัวให้มึงเนี่ย มีความพยายามในการม้วนผ้ายาวๆ ให้เป็นกลีบฉิบหาย

“มึง มันไม่ออกว่ะ” นี่จริงจัง ออกแรงมากเท่าไหร่มันก็ไม่ออก

“ไหน”

“เนี่ย กูแกะมาตั้งนานแล้วก็ไม่ออก ทำไมเขาติดมาแน่นจังวะ” สาบานเลยว่าถ้าไอ้ชุดนี่มันไม่ได้ดูแพง ผมจะเอากรรไกรมาตัดให้รู้แล้วรู้รอด น่าหงุดหงิดชะมัด ก็เห็นอยู่เนี่ยว่ากระดุมเหล็กมันเริ่มง้างๆ เหมือนจะเปิดออกแล้วแต่ทำไมมันไม่ยอมออกสักทีวะ มึงรักกันมากรึไง

“กูก็เห็นท่าว่ามันจะแกะยากตั้งแต่พี่กะเทยเขาติดกระดุมให้แล้วล่ะ ใช้ตั้งสองคน เหอะๆ” คู่สนทนาก้มลงมามองกระดุมที่ผมกำลังแกะ ใช้ตั้งสองคนเลยเหรอวะ กูถึงว่าล่ะทำไมมันแกะยากนัก ...พี่เขาต้องเผลอออกแรงมากไปจนมันติดกันสนิทแหง

เอางี้ละกัน เดี๋ยวโทรเรียกให้พวกไอ้ต้นมาช่วยดีกว่า ผมกลัวออกแรงมากแล้วมันจะขาด

“มึง กูว่า...”

อะ

เสียงของผมหลุดเข้าไปในลำคอทันทีที่เงยหน้าขึ้นมามองแล้วพบว่าอยู่ใกล้กับอีกฝ่ายขนาดไหน ปลายจมูกของเราห่างกันเพียงนิดเดียว ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงประมาณความหนาของกระดาษแค่หนึ่งแผ่น มันใกล้ซะจนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ใกล้จนผมเห็นดวงตาคมชัดเจน และใกล้จนริมฝีปากของเราเกือบจะสัมผัสกัน

ตึก ตัก

เต้นแรงชะมัด...

หัวใจไอ้หยางเต้นแรงชะมัด

แรงเต้นจากก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายของอีกฝ่ายถูกส่งผ่านมาทางมือผมที่แนบอยู่บนแผ่นอกกว้าง จังหวะการเต้นของมันจัดว่าเร็วทีเดียว

“...”

เราสบตากันท่ามกลางความเงียบ ไม่มีใครเอ่ยอะไร ทำเพียงแค่มองหน้ากันนิ่งๆ ลมหายใจอุ่นๆ เป่าลดกันไปมา สายตาที่ร่างสูงมองมามันทำให้ผมทำตัวไม่ถูกจนต้องกำชุดไทยในมือแน่น

มองกูแบบนี้หมายความว่าไงวะ...

สมองของผมสั่งให้รีบถอยออกมาหรือไม่ก็ดันให้มันออกไป แต่ร่างกายกลับไม่สามารถทำอย่างที่ต้องการได้เนื่องจากความตกใจที่มีมากเกินไป เกิดมาสิบเจ็ดปีเพิ่งเข้าใจคำว่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แม่งเหมือนมีคนมาดึงตัวไว้ไม่ให้ขยับไปไหนทั้งที่ในห้องน้ำไม่มีใคร

“แหนะ ทำไรกันอะ นี่ห้องน้ำสาธารณะนะครับเพื่อนรัก”

ตอนนี้มีแล้ว

“ก็พี่กอล์ฟสั่งว่าให้ช่วยถอดเสื้อผ้าให้มันไง...” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะผละออกมาจากอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ทำได้แล้วเพราะไอ้ 2T มันเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกขอบคุณที่พวกมันโผล่มาจังหวะแบบนี้ ถ้ามึงไม่มากูก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อเหมือนกัน

“จ้า เป็นการถอดเสื้อผ้าที่ถึงเนื้อถึงตัวมาก”

“มึงเห็นเมื่อกี้ปะ ปากนี่แทบจะแตะกันอยู่แล้ว”

“เห็นดิ เห็นด้วยว่ามันมองกันยังไง หึๆ”

“เร่าร้อนเนอะ ขนาดที่สาธารณะพวกมันยัง hot ขนาดนี้ ถ้าอยู่กันสองคนในที่ส่วนตัวพวกมันจะขนาดไหนวะ กูว่าต้องเด็ด เผ็ด จัดจ้านแน่ๆ” ร่างเล็กยิ้มเลว กระแซะไหล่เพื่อนซี้ที่กำลังมองมาที่ผมอย่างหยอกล้อ ถ้าเป็นปกติผมคงแจกจ่ายนิ้วกลางให้พวกมันเพื่อให้หยุดพูด

แต่...

“เออมึง ถอดเสื้อให้มันต่อด้วย เดี๋ยวกูจะออกไปคุยโทรศัพท์”

“อ้าว อย่างนี้เขาเรียกว่าชิ่งนะเว้ยไอ้อุ๋งๆ” ผมไม่ฟังเสียงของใคร รีบเดินเร็วๆ ออกมาจากห้องน้ำทันที เรื่องรับโทรศัพท์อะไรนั่นไม่จริงหรอก ไม่มีคนโทรมาด้วยซ้ำ แต่ที่ผมออกมาข้างนอกเพราะ... เพราะผมอายไอ้หัสดิน อะไรของผมวะ ทำไมไม่ผลักอกมันออกไป ทำไมไม่พูดอะไรบ้าง ทำตัวเป็นนางเอกกับพระเอกไปได้ มันน่ะไม่เท่าไหร่เพราะแม่งยืนอยู่เฉยๆ แต่ผมนี่สิ กำเสื้อมันหาพ่อมึงเหรอ!

ไอ้เชี่ยยยยยยยยยย

“บ้าฉิบหาย...” ผมทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นไม้ ยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้แน่น เวรเอ๊ย นอกจากจะทำเรื่องน่าอายลงไปแล้วยังจะหนีมาดื้อๆ อีก อย่างนี้จะกลับไปหาพวกมันด้วยท่าทางยังไงล่ะ... แต่มาคิดดูดีๆ ผมหนีมาแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะถ้าอยู่ที่นั่นต่อผมคงทำตัวไม่ถูกแล้วแสดงท่าทางเด๋อๆ ให้พวกมันล้อแน่ ดูอย่างตอนที่ไอ้หยางมองดิ แค่มองผมก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้ว

ไม่ใช่ความผิดผมนะเว้ย

ผิดที่มันนั่นแหละที่มอง... แปลกๆ

อีกฝ่ายมองผมบ่อย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเคย มันใช้สายตาที่ต่างออกไปจากทุกครั้ง เป็นอะไรที่ผมมองแล้วรู้สึกว่า ‘หลบตาเถอะ อย่าสู้สายตามันมากกว่านี้เลย’ ผมไม่ชิน...

Rrrrrrr

‘พี่ตุลย์’

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดเรื่องเพื่อนสนิท โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นเรียกสติของผมให้กลับมา ณ สถานการณ์ปัจจุบัน การคุยกับคนอื่นอาจจะทำให้ผมมีสติมากกว่านี้ก็ได้ รู้สึกตอนนี้สติมันกระเจิงไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้

“...ครับพี่ตุลย์”

(เย็นนี้ไปกินบิงซูกันไหม)

“พี่ป่วยเหรอ?” ปกติเคยอนุญาตให้ผมกินของหวานที่ไหน ขนาดผอมลงเยอะแล้วพี่เขาก็ยังห่วงในสุขภาพ พยายามยัดผักกับผลไม้ให้ผมกินเสมอ

(ไม่ป่วย ก็เห็นว่าชอบก็เลยอยากพาไปกินไง)

“เชรด...”

(แล้วนี่อยู่ไหน)

“สนามกีฬาจังหวัด มากีฬาสีครับ” ผมบอกก่อนจะลุกยืนขึ้นมามองรอบข้าง ผมวิ่งมาไกลเหมือนกันนะ ที่ผมอยู่คือสนามเด็กเล่นของสนามกีฬา เป็นส่วนหลังสุดของที่นี่ ห่างจากห้องน้ำเกือบห้าสิบเมตรได้มั้ง... ไอ้ธัน ไอ้เหี้ย มึงจะวิ่งหนีเอาโล่รึไงวะ

(กีฬาสี? ของมึงเริ่มอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอวะ)

“ใช่ แต่วันนี้ธันมาอยู่เป็นเพื่อนไอ้หยาง”

(อ๋อ... เหรอ ช่วงนี้ตัวติดกันดีนะ)

“ฮะๆ”

ก็มีแต่คนบอกอย่างนี้

ก่อนหน้าที่จะแยกกันเราก็สนิทกันประมาณนี้แหละ ไม่สิ ดูท่าทางตอนนี้จะมากกว่าเดิมเพราะเมื่อก่อนเราไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ทั้งคู่ จะติดต่อกันได้แค่ที่โรงเรียน พอตอนนี้มีเครื่องมือสื่อสารเข้ามาช่วยก็กลายเป็นว่ามันทำให้เราสนิทกันมากขึ้น คุยกันนานขึ้น (จากที่คุยมากอยู่แล้ว) นี่ถ้าไม่ได้โทรไลน์เราคงเสียค่าโทรศัพท์มหาศาลแน่

(ไอ้หยางมันมีแฟนรึยังวะ)

หือ

“มันเหรอ... ไม่มีมั้งครับ” ผมตอบเบาๆ อย่างไม่ค่อยแน่ใจ น่าจะไม่มีแหละเพราะตั้งแต่บอกว่าจะเลิกคุยกับผู้หญิง ผมก็ไม่เคยเห็นมันคุยกับใครเชิงชู้สาวอีกเลย ข้อความที่เคยมีแต่สาวๆ ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยเพื่อนหมดแล้ว ความจริงก็มีบ้างนะที่สาวๆ ส่งข้อความมาอ่อยแต่มันก็ไม่ได้ตอบกลับ “พี่ถามทำไม”

(ก็เปล่า แค่สงสัยอะไรนิดหน่อย แล้ว... มันเคยคบกับผู้ชายบ้างปะ)

“เคยสิ ตอนนี้ก็คบอยู่”

(...)

“เพื่อนผู้ชายมันเยอะจะตาย ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น” ทั้งไอ้ยู ไอ้ฮ็อป ไอ้ไผ่ ไหนจะเพื่อนในโรงเรียนอีก เยอะจนต้องยืมนิ้วคนอื่นมานับเพิ่มเลยล่ะ ไอ้นี่มันเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนง่าย พูดถึงไอ้พวกข้างบน เดี๋ยวชวนมันกินหมูกระทะอีกดีกว่าว่ะ ห่างหายไปตั้งหลายเดือนต้องอวดน้ำหนักกันสักหน่อยแล้ว

(กูไม่ได้หมายถึงคบแบบนั้น)

“อ้าว แล้วพี่หมายถึงแบบไหน?”

(กูหมายถึงคบแบบแฟน)

ห้ะ...

พรืด

“บ้าพี่ อย่างไอ้หยางน่ะเหรอจะมีแฟนเป็นผู้ชาย ฮะๆ” ผมหลุดขำออกมาเสียงดังหลังจากได้ยินประโยคของปลายสาย คนขี้หลีมีตาไว้มองแค่สาวๆ อย่างมันน่ะเหรอจะมีแฟนเป็นผู้ชาย ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่ะ ถึงจะโดนล้อว่าเป็นแฟนกับมันบ่อยๆ แล้วมันก็ชอบเล่นตามคำล้อคนอื่นก็เถอะ แต่ให้มีจริงๆ คงไม่ไหวมั้ง ผมไม่เคยเห็นมันมองผู้ชายคนไหนเลยนอกจากเพื่อนตัวเอง คิดภาพไอ้หยางควงแขนแฟนหนุ่มล่ำๆ แล้วตลกอะ

(สรุปว่าไม่เคยมี?)

“ฮะๆ ใช่ดิ ไม่เคยมีแน่นอน”

(เหรอ...)

“ทำไม นี่พี่สนใจมันเหรอ?... ไม่ได้น้า ถ้าพี่ชอบมันขึ้นมาจริงๆ ผมจะลำบากใจที่ต้องเห็นเพื่อนสนิทกับพี่ชายกินกันเอง” ผมแกล้งทำเสียงกลุ้มใจ

(เหอะ)

“ฮ่าๆ”

(แล้วมึงล่ะ มีแฟนกับเขาบ้างรึยัง)

“ไม่”

(ก็ดี... ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าเพิ่งมีเลย)

“ไม่มีหรอก ธันบอกไปแล้วไงว่าจะบวช อิอิ”

(ลองดิ กูตามไปเผาวัดแน่)

“คนใจบาป ไม่กลัวนรกกินกระบาลบ้างรึไง”

(ไม่กลัว แต่ถ้ามึงกลัวพี่ชายตกนรกก็อย่าบวชสิ) มีแต่เขาอยากให้น้องชายบวชเพื่อสร้างกุศลทั้งนั้น ไอ้พี่คนนี้ไม่อยากแถมยังห้ามอีกต่างหาก คนประเภทไหนวะที่ไม่กลัวบาป ยอมเผาวัดเพราะน้อง เหอะๆ

ผมยืนคุยกับปลายสายต่ออีกนิดหน่อยก็ตกลงกันว่าเย็นนี้จะไปกินบิงซูด้วยกัน พี่ตุลย์จะมารับผมที่นี่ครับ ก็ดีละเพราะผมไม่ได้เอารถมา เมื่อเช้าที่มาหาไอ้หยางก็ให้ไอ้มิวมาส่งเพราะมันขี่รถผ่านมาหน้าบ้านพอดี เจ๋งปะล่ะนอกจากจะไม่สุภาพบุรุษแล้วยังใช้ผู้หญิงอีกต่างหาก ไม่ใช่คีรินทร์ทำไม่ได้นะครับ

ฟู่ กลับกันเถอะ

ผมเดินกลับไปที่ข้างแสตนสีแดงตามเคย พอได้คุยกับพี่แล้วค่อยรู้สึกผ่อนคลายสมองขึ้นมาหน่อย ถึงจะยังอายๆ ตัวเองอยู่ก็เถอะ โลกนี้น่าจะมีเครื่องย้อนเวลาเนอะ ถ้าเราทำอะไรผิดไปจะได้ย้อนกลับไปทำให้มันดีกว่าเดิม ถ้ามีจริงๆ ผมจะย้อนกลับไปช่วงนั้นแล้วก็... ตด เราจะได้รีบผละออกจากกันขำๆ ไง ดีไม่ดีอาจจะลืมเรื่องก่อนหน้านั้นที่เรามองตากันด้วย

“มาแล้วเหรอมึง นี่ไปคุยโทรศัพท์หรือไปขี้เนี่ย นานฉิบหาย” พอเห็นผมเดินมาปุ๊บ ไอ้เชี่ยต้นก็เอ่ยปากกวนตีนทันที ตอนนี้พวกมันย้ายมานั่งล่างกันทุกคนแล้วครับ

“สัส” ผมด่า ย่อตัวนั่งลงข้างร่างสูงที่กำลังกอดเข่ามองเสตปมือน้องบนอัฒจันทร์ อื้อหือ ขนาดมันใส่ชุดสต๊าฟแล้วก็ยังดูดี นี่เขาใส่เหมือนกันทั้งสต๊าฟม.5 มึงก็ยังเสือกเสล่อเด่นเนอะ อะไรของมันวะ โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย

“ใครโทรมา” คนที่ผมกำลังนินทาในใจเอี้ยวหน้ามาถาม บนใบหน้าหล่อไม่หลงเหลือคราบเครื่องสำอางอยู่แล้ว ล้างหน้าสะอาดดีว่ะ

“พี่ตุลย์ เย็นนี้กูไปกินบิงซูกับพี่เขานะ”

“อือฮึ” ตอบรับแล้วหันไปมองน้องดังเดิม

ขอบคุณพระเจ้าที่เรายังคุยกันได้ปกติ ตอนที่เดินมาผมแอบเครียดนิดๆ เพราะเราจากกันค่อนข้างครุมเครือ (?) แต่มาคิดๆ ดูมันก็สมควรเป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่หว่า ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่

(ผมว่าสีแดงท็อปฟอร์มมากครับ ตั้งแต่แข่งมาหลายรายการยังไม่มีรายการไหนเลยที่ไม่ได้ที่หนึ่ง)

(ครับ สงสัยรายการนี้สีแดงคงจะได้ไปอีกตามเคย)

(...ไม่ครับ! สีชมพูมาแรงมาก)

เสียงประกาศออกไมค์ทำให้ผมหันไปมอง ในสนามกำลังมีการแข่งขันวิ่งผลัดอยู่ สีที่กำลังนำน่าจะเป็นสีชมพู ตอนแรกมันก็ไม่ได้ดูเก่งอะไรหรอกแต่พอไม้ที่สองส่งให้ไม้สุดท้ายเท่านั้นแหละ เห็นแววทันทีว่าใครจะชนะ แม่งรับปุ๊บวิ่งแซงคนอื่นปั๊บ ขากับแขนยาวๆ ทำให้ได้เปรียบสีอื่นอยู่มากโข ...ดูจากหน่วยก้านท่าทางจะเป็นนักกีฬา มองแล้วนึกถึงไอ้มิวเลย ผิวคล้ำแดด ร่างกายแข็งแรง

“เท่นะเนี่ย...” เขาดูดีในแบบนักกีฬา ผมเองก็อยากมีรูปลักษณ์แบบนี้แต่พี่ตุลย์ไม่ยอมให้ผมออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อมากกว่านี้แล้ว เขาบอกว่า ‘มึงจะออกกำลังกายทุกวันกูไม่ว่าหรอก แต่อย่าแม้แต่จะคิดที่จะมีกล้าม… ใส่ชุดกะลาสีแล้วมันน่าเกลียด’ แล้วทำไมต้องใส่ชุดกะลาสีด้วยละโว้ย

(ไม้สุดท้ายของสีชมพูนี่คุ้นๆ นะครับ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นนักกีฬาจังหวัดด้วยรึเปล่า)

(ครับ) ใช่จริงด้วยแฮะ

(นอกจากหน้าตาดีแล้วยังเป็นนักกีฬาจังหวัดอีก คนแบบนี้หาย๊ากยาก) ผมเท้าคางมองบุคคลที่เป็นหัวข้อการสนทนาของพิธีกรชาย จำพวกไอ้หยางนี่มันมีอยู่เยอะจริงๆ ทั้งๆ ที่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นส่วนน้อยของโลกแล้วนะ แต่โรงเรียนนี้ทำให้ผมรู้ว่าคนอย่างนี้มีอยู่เกลื่อนกลาด

อะ

“แดดร้อน อย่าไปจ้องสนามมากเดี๋ยวสายตาเสีย”

ในขณะที่ผมกำลังมองหนุ่มผิวแทนที่ใส่ชุดสีชมพู อยู่ดีๆ ภาพที่เห็นมันก็มืดไปหมด เปล่าครับ ไม่ได้ตาบอดแต่เพราะเสื้อกันหนาวสีดำของใครบางคนมันคลุมทั้งหัวต่างหากผมถึงมองไม่เห็นอะไรเลย ไอ้คนทำก็ไม่ใช่ใครอื่น เจ้าของเสื้อนี่แหละ

“เกี่ยวเหรอวะ?” ผมจับเสื้อบนหัวออกแล้วเลิกคิ้วถามเพื่อนสนิท เกิดมาตั้งนานเพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละว่าจ้องสนามมากแล้วมันจะทำให้สายตาเสีย

“เกี่ยวดิ ครูกูบอกว่าถ้าเราจ้องแสงด้วยตาเปล่ามากๆ ดวงตาเราจะได้รับความเสียหายหนัก บางทีอาจถึงขั้นตาบอดเลยนะ”

“กูมองนักวิ่ง ไม่ได้มองสนามสักหน่อย”

“ก็นั่นแหละ พวกมันวิ่งกลางแสงแดด แล้วแสงก็อยู่ทุกที่ พอมึงมองมันก็เหมือนมึงมองแสงไปด้วยเพราะฉะนั้นอย่ามองเลย” ไม่ว่าเปล่า มือใหญ่จับฮู๊ดให้คุมหัวผมจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ นอกจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ...ซึ่งก็มีแค่มัน

“เหรอวะ แต่กูอยากดูอะ” น่าทึ่งจะตายที่ใครคนหนึ่งสามารถพลิกเกมกลับมานำได้ทั้งที่ตอนแรกเป็นที่โหล่

“ไม่ต้องไปดูหรอก เอามือหลีกดิ๊จะนอน” มันปัดมือทั้งสองข้างของผมออกก่อนจะซบหัวตรงหน้าตักของผม เท่านั้นไม่พอ ยังใช้มืออีกข้างดึงฮู๊ดให้ลงมาจนเกือบจะถึงปากผม ขอบเขตการมองเห็นของผมจึงเปลี่ยนไปเป็นมองได้แค่สิ่งที่อยู่ข้างล่าง

ซึ่งก็คือมันอีกนั่นแหละ

“สั่งเป็นเจ้านายเลยนะมึง”

“ก็ใช่ไง”

ผมเบะปาก ก้มมองใบหน้าคนที่นอนอยู่บนตัก ผิวที่เคยขาวขึ้นสีระเรื่อโดยเฉพาะบริเวณแก้มและหน้าผาก มันไม่ได้กำลังเขินผม แต่ไอ้รอยแดงพวกนี้เป็นผลพวงมาจากการเดินขบวนเมื่อเช้าต่างหาก สมควรแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้ แดดแม่งแรงซะขนาดนั้น

“หยาง หน้าแดง”

“อือ เห็นละ” มันพยักหน้าเข้าใจแต่ก็ไม่สนใจที่จะทำอะไรกับหน้าตัวเอง หาวอย่างนี้คือจะหลับอีกรอบ?... อะไรวะ เมื่อคืนอดหลับอดนอนมารึไงถึงได้... เออ มันไม่ได้นอนนี่กว่า

ก็มันอะบ้าเอง ความจริงนอนก็ได้เพราะแต่งหน้าตีสองครึ่งแต่เสือกดื้อ บอกว่า ‘ไม่เอา กูกลัวหลับแล้วตื่นสาย’ หลังจากนั้นมันก็เลยตัดสินใจไม่นอนแล้วโทรมาชวนผมคุย

ไอ้เหี้ย

“กูมีเจลว่านหางจระเข้ เอาไหม”

“เอา ทาให้ด้วย”

“สั่งว่ะ หมั่นไส้” ผมเบะปาก บีบเจลใสๆ ไว้บนมือแล้วเริ่มแตะบริเวณที่มีรอยแดง ผมไม่ใช่พวกสำอางที่พกของพวกนี้เป็นประจำ แต่เพราะคิดไว้แล้วว่าอากาศร้อนๆ อย่างนี้ผิวมันต้องไหม้ก็เลยไปขอยืมจากโต๊ะพี่ชายมา อ่าฮะ แน่นอนครับว่าหยิบมาเลยทั้งๆ ที่พี่เขาไม่อยู่บ้าน เอาน่า ผมบอกกับรูปภาพพี่ตุลย์ตรงประตูบ้านแล้ว พูดเพราะด้วย ‘พี่ตุลย์ ผมยืมหน่อยนะเดี๋ยวเอามาคืน’ เด็กดีปะล่ะ

เฮ้ย

“หึๆ”

สัมผัสเย็นๆ ที่ปลายจมูกทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย สิ่งที่อยู่บนปลายจมูกผมไม่ใช่อะไรที่ไม่ดีหรอก มันคือเจลแบบเดียวกับที่อยู่บนมือผมนั่นแหละ แต่ที่ผมสะดุ้งจนดูเวอร์เพราะไม่ทันตั้งตัวบวกกับกำลังเหม่อ ...ไม่ต้องบอกเนอะว่าใครเป็นคนทำ มองแค่รอยยิ้มขี้แกล้งกับฟังเสียงหัวเราะในลำคอก็น่าจะรู้แล้ว

“เล่นอะไรของมึง เดี๋ยวกูโบกด้วยหลังมือเลยว่ะ”

“อะไร อุตส่าห์หวังดีทาเจลให้ หน้ามึงจะได้ชุ่มชื้นไง” มันทำหน้าคนดี ส่งสายตาปริบๆ มาให้ผม ภายใต้คราบเทวดาคนดีข้างในแม่งมีปีศาจชั่วร้ายอยู่เว้ย...

“เหรอออ ไม่ใช่ว่าอยากแกล้ง?”

“บ๊าาา เห็นกูเป็นคนยังไงวะ กูเป็นคนดีจะตาย”

“ไอ้ตอแหล” ผมทำหน้าหมั่นไส้ ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางบีบจมูกมันแรงๆ แล้วดึงออก กูมองมานานละไอ้จมูกโด่งๆ เนี่ย ขอสักทีเถอะ

ปึด!

อ่า เสียงของความสุข

“โอ๊ยเหี้ย เจ็บนะเว้ย” คนโดนกระทำร้องเสียงหลงก่อนจะยกมือขึ้นมากุมจมูกตัวเองไว้ แหม ถึงจะเจ็บแต่ความจริงแล้วมัน... ก็เจ็บจริงๆ นั่นแหละ ช่างมันเถอะ ทำแล้วผมแฮปปี้ ฮะๆ

“ก็ทำให้เจ็บไง อิอิ”

“เดี๋ยวเจอกู...”

วืด

“ว๊ายยยยยยย วืดลมเลยมึง” ผมส่งเสียงล้ออย่างดังหลังจากที่มือใหญ่วืดลม บีบไม่โดนจมูกของผม กูเก็บกดมาตั้งแต่วันที่มึงล้อกูละ ในที่สุดก็ถึงเวลาเอาคืน นี่ยังเป็นคนดีนะที่ล้อแค่นี้ ถ้าคุณกลับไปอ่านวันที่มันล้อผมคุณจะเห็นเลยว่าแม่งล้อหลายบรรทัดมาก

“มึง...”

“ทำไม กูทำไม?” ผมเลิกคิ้วถามด้วยท่าทางยียวน มันไม่ทำอะไรหรอกครับ เชี่ยหยางมันใจเย็นจะตาย อย่างมากก็แค่ส่งเสียงฮึดฮัดแล้วก็นอนต่อละว้า...

“อย่าไปยอมไอ้หยาง ต้องทำให้มันรู้ซะบ้างว่าผัวอย่างเราเหนือกว่า”

ไอ้เทรนด์ป้องปากตะโกนบอกหน้านิ่ง เพื่อนคนอื่นของมันก็พยักหน้ารับด้วยหน้าตายเช่นกัน นี่กูลืมไปเลยว่ากูอยู่ในดงพวกปากหมาที่สุดในจังหวัด

“เออ จับปล้ำแม่งเลยเดี๋ยวกูตั้งกล้องรอ” ลองสิ กูเตะก้านคอหักแน่

“มึงอย่าไปกลัว ถึงจะดูเหมือนเสือแต่ยังไงแมวก็คือแมวเว้ย มึงต้องยัดเยียดความเป็นผัวให้ราชสีห์เผยร่างเหมียวน้อยออกมา จัดการเลยมึง” พ่อมึงสิ

“เงียบไปเลยพวกหัวดอ” ผมมองกลุ่มคนที่กำลังนั่งล้อมวงกินมะนาวกับเกลืออย่างเบื่อหน่าย ช่วยทำอะไรให้เหมาะกับหน้าตาตัวเองหน่อยได้ไหมวะ ทำไมต้องชันเข่าเอาฟันปลอกเปลือกมะนาวด้วยทั้งๆ ที่มีดก็วางอยู่ข้างๆ แล้วไอ้หยางมันก็ไม่ทำตามที่พวกมึงยุหรอก ถึงบางครั้งมันจะดูเหี้ยที่บ้าจี้ แต่ความจริงแล้วมัน-

ผลัก

เฮ้ย!

ยังไม่ทันที่จะคิดจบคนที่อยู่บนตักก็ดันให้ผมนอนลงไปกับพื้น รอไม่นานมันก็ตามขึ้นมาคร่อมด้วยความเร็ว มือทั้งสองข้างยันพื้นปิดทางหนีของผมไว้โดยสมบูรณ์

เล่นอะไรของมึง!

“ออกไป ทำอะไรของมึงไอ้เหี้ย”

“ทำอย่างที่เพื่อนแนะนำไง หึ” ร่างข้างบนคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ก้มหน้าลงมาใกล้ผมกว่าเดิม พอเห็นอย่างนั้นไอ้พวกที่ยุแล้วได้ผลก็โห่แซว ปรบมือชอบใจกันยกใหญ่ อย่างกับคนเมาหน้าปากซอยบ้านกู ไอ้พวกจัญไรเอ๊ย เวรทั้งสีจริงๆ พวกมึงเนี่ย!

“ไอ้หยาง ไม่เล่น”

“เอาน่าแป๊บเดียว ไม่เจ็บหรอก ฮะๆ”

“พ่อง ปล่อย!” ผมขมวดคิ้ว ใช้มือดันแผ่นอกกว้างให้ออกไปห่างๆ แต่ไม่ว่าจะดัน ผลักหรือพยายามแค่ไหนมันก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วนี่พวกมึงจะกลิ้งมาดูอย่างใกล้ชิดกันเพื่ออะไรวะไอ้บ้า! มึงคิดว่านี่เป็นโชว์จากสวนสัตว์ดุสิตที่อยากจะเข้าใกล้ขนาดไหนก็ได้รึไงไอ้ต้น ไอ้เทรนด์ ไอ้ค_ย!

.

.

.

(อะแฮ่ม สีแดงครับๆ ...มากไปแล้วม๊าง พวกมึงนี่ก็จริงๆ เลย พอเห็นว่ากูไม่ห้ามหน่อยก็ควงแฟนมาเป็นโขง ไหนตอบกูซิว่านี่กีฬาสีหรือมหกรรมเอาเมียมาอวดเพื่อน ไอ้พวกเด็กฉิบหาย)

(เออ แต่กูก็ไม่ว่าหรอกนะ ขออย่างเดียว อย่ามาเอากันแถวนี้ก็พอ เดี๋ยวเขาจะหาว่านักเรียนโรงเรียนชายประจำจังหวัดหงี่ไม่เลือกที่ แล้วก็นะ... ถ้าเห็นเพื่อนมันเริ่มมีอารมณ์มึงควรส่งพวกมันไปที่อื่น ไม่ใช่ยุให้มันเอากันหน้าคณะสี คิดว่าได้ดูหนังสดแล้วพวกกูจะเพิ่มคะแนนให้พวกมึงรึไงสีแดง)

เสียงประกาศออกไมค์ของพิธีกรทั้งสองทำให้เกิดเสียงโห่แซวมากกว่าเดิม คนที่ไม่เห็นแม่งก็วิ่งมามอง คนที่เห็นอยู่แล้วก็ปรบมือชอบใจในคำพูดของคุณครูพละทั้งสองท่าน คือเขาพูดอย่างนั้นเพื่อให้พวกมึงเลิกมองและให้ไอ้หยางหยุดเว้ย นี่อะไร นอกจากไม่สะทกสะท้านแล้วยังชอบใจกันอีก

“แล้วเพิ่มไหมครับครู” ไอ้ตัวการที่คร่อมผมอยู่ตะโกนถามเสียงดัง ใบหน้าประดับรอยยิ้ม ยิ่งทำให้คนบริเวณนี้ส่งเสียงแซวมากกว่าเดิม ค_ย ปีนเกลียวครู โดนด่าแน่มึง

(เออกูชอบ สีแดงเอาไป 10 คะแนน)

“เย่!”

สัส...

กูไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ




_________________________________________________________________________________

หือ คอมเม้นท์ส่วนใหญ่พวกแกอยากให้ฉันยิงเรื่องนี้ยาวถึงมหาลัยเลยเหรอ?
...ไม่ดีม้าง555555
จำได้ไหมว่าตอนแรกฉันกะจะให้เรื่องนี้จบแค่ 20 ตอน 
แต่ไปๆ มาๆ มันก็เพิ่มจำนวนตอนขึ้นเรื่อยๆ 
จนตอนนี้เกือบ 30 ตอนแล้วเขายังไม่เป็นแฟนกันเลย 
นี่ขนาดคิดให้เป็นเรื่องสั้นยังยาวขนาดนี้ ถ้าคิดให้เป็นเรื่องยาวจะยาวขนาดไหน 
จำนวนตอนไม่เกินบ่นเดือนไปเลยเหรอคุณพระ 
แกอ่านกันไหวเหรอวะ แล้วอย่างนี้ฉันจะได้รวมเล่มเมื่อไหรรรรรรรรรร่
555555555555

ปล1.มีคนบอกว่าหยางหน้าคุ้นๆ... 
เมื่อเร็วๆ นี้นางเพิ่งเล่นเอ็มวี SEOHYUN : Don't Say No ค่ะ
ดูแล้วเป็นที่ปลื้มอกปลื้มใจของอิฉันมาก...
ปล2.ขออภัยที่ตอนนี้มีคำแปลกๆ เยอะเนื่องจาก
เมื่อคืนอิฉันนอนดูเพลิงพระนางจนไม่สามารถแต่งนิยายให้พวกท่านอ่านต่อได้
กระซิก... อิฉันหยุดดูมันไม่ได้
-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.503K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #30000 Beebog (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 18:03
    ขอถึงมหาบัยได้หมายยยย
    #30,000
    0
  2. #29974 9494 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 17:43
    เนี่ย มีคนรู้ใจชัดๆแล้ว 1 ea อีกคนกำลังหวั่นไหวแหละ มุแงงงง
    #29,974
    0
  3. #29952 sillnapp (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:10
    แกกกกก ฉันเขินอ่ะฮือออออ แบบบลั่กๆๆๆ
    #29,952
    0
  4. #29718 BACHA (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:46
    กริฟฟินดอร์10คะแนน!!
    #29,718
    0
  5. #29660 Pangrumm01 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 02:13
    คู่นี้ร้อนแรงมากเลยเด้ออออ ที่สาธารณะก้ไม่เว้น!!
    #29,660
    0
  6. #29634 Come here!! (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 09:17
    5555อย่างชอบบบบบ
    #29,634
    0
  7. #29480 Fl2●$T (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 18:35
    สงน้อง
    #29,480
    0
  8. #29406 reluz (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 16:57
    ชอบจานมากจรื้อ55555555555
    #29,406
    0
  9. #29401 โพนี่ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:57
    'จารย์ก็เป็นไปกับเค้าน้ออ5555555
    #29,401
    0
  10. #29319 0984363270 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 13:54
    ครูกูกูชอบครู!!!โคตนโดนจัย!!
    #29,319
    0
  11. #29247 sulasoh (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 09:59
    อีบ้าาาาาาาา ชั้นยิ้มไม่หยุดเลย ฮือออออออออ
    #29,247
    0
  12. #29227 ponnyyyy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:54
    จาร์ยก็เป็นไปกับเค้าาาา
    #29,227
    0
  13. #29148 lcandyl (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:04
    จารย์แม่งโคตรอินดี้555
    #29,148
    0
  14. #29146 psunrise (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 21:34
    สาบานว่านั่นอาจารย์555555555555 พี่หยางโปรดเห็นใจคนทางนี้ด้วยค่ะ จะตายแล้วเข้าใจมั้ยพี่จะฆ่ากันเหรอคะ
    #29,146
    0
  15. #29023 AumTangphati (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 10:48
    ไม่น่ามาจริงๆนั่นแหละ555+
    #29,023
    0
  16. #29018 KK-Cloudy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 09:43
    จังไรทั้งรร555555
    #29,018
    1
    • #29018-1 kaohomkk1234(จากตอนที่ 30)
      4 เมษายน 2563 / 15:22
      ลั่น5555
      #29018-1
  17. #28739 Ruanjai (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 17:16
    โอ้ยน้องสงสารรร55555
    #28,739
    0
  18. #28711 Shipnielong (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 15:46
    เกลียด555555
    #28,711
    0
  19. #28689 Amporn-Melon (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 07:03
    ได้มาตั้ง10คะแนน555
    #28,689
    0
  20. #28666 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 13:47
    😊😊😊
    #28,666
    0
  21. #28413 Callmeyou (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:53
    เพื่อนๆนี้ทำงานกันเป็นทีมมม
    #28,413
    0
  22. #28412 Callmeyou (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:53
    เพื่อนๆนี้ทำงานกันเป็นทีมมม
    #28,412
    0
  23. #28356 SundayP (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:58
    ครู๊!!!!!!
    #28,356
    0
  24. #28272 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 23:09
    พี่ตุลระแคะระคายแล้วเด้อ55555
    #28,272
    0
  25. #28194 piangngam (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:55
    s:4:;4:1 Mr. f CF RB

    vb CV. . an d vn d d
    #28,194
    0