I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 29 : ครั้งที่ 25 เดินขบวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,797 ครั้ง
    22 ม.ค. 62





ครั้งที่ 25 เดินขบวน

[หยาง]

           

Thanwa : ตกลงเขาแค่อยากรู้จักกู?

Yang : อ่า

Thanwa : สัส นี่กูน่าทำความรู้จักขนาดนั้นเลยเหรอวะ

อือ มึงไม่รู้ตัวหรอก...

Yang : แล้วนี่มึงจะไม่มาเดินขบวนเป็นเพื่อนกูจริงดิ

Thanwa : อือ กูก็ต้องเร่งเตรียมงานกีฬาสีของโรงเรียนตัวเอง ดูนี่ซะก่อนไอ้เพื่อนเกลอ กูยังไม่เสร็จเลยน่าภูมิใจไหมล่ะ... *ส่งรูปคัทเอาท์ที่ยังไม่เสร็จ*

ผมก้มลงมองภาพบนหน้าจอ รายละเอียดบนผ้าใบผืนยาวถูกระบายสีครบหมดแล้วยกเว้นส่วนที่เด่นที่สุดของคัทเอาท์ นั่นก็คือโพไซดอนที่ไอ้ธันรับหน้าที่วาด เฮ้อ ผมก็คิดไว้แล้วแหละว่ามันต้องยังทำไม่เสร็จ เล่นใหญ่ซะขนาดนั้น ถ้าไม่เจ๋งจริงก็ทำให้เสร็จภายในเวลาสั้นๆ ไม่ได้หรอกนอกจากจะมีเพื่อนมาช่วย

แต่ไอ้คีรินทร์ไม่ใช่คนที่จะยอมให้เพื่อนมาช่วยไง มันน่ะขี้เกรงใจจะตาย ปกติก็ขี้เกรงใจอยู่แล้ว นี่เพื่อนยังทำส่วนของตัวเองไปแล้วทุกคน มันยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่

Yang : เออๆ

Thanwa : มึงนอยปะเนี่ยที่กูตามไปดูตอนเดินขบวนไม่ได้

Yang : ไม่ กูเข้าใจ ถ้ามึงทำคัทไม่ทันจริงๆ วันนี้ตอนเที่ยงก็ไม่ต้องมาหากูก็ได้ กูไม่ซี5555

ถึงใจจริงจะอยากให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนก็เถอะ แต่ให้ทำไงได้ล่ะส่วนรวมต้องมาก่อนส่วนตัวอยู่แล้ว อุ๋งๆ มันไม่ยอมทิ้งงานมาหาผมหรอกนอกจากผมจะเป็นจะตายจริงๆ รายนั้นน่ะรักส่วนรวมยิ่งชีพ

วันนี้เป็นวันกีฬาสีครับ ตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าๆ ณ โรงจอดรถของโรงเรียน ปิดเทอมผ่านไปเร็วชะมัด ทุกวันที่ผ่านมาผมใช้เวลาส่วนมากในการซ้อมหลีดกับนอน ไม่ค่อยได้เจอไอ้ธันด้วย ...ผมเป็นคนบอกให้มันไม่ต้องมาหาเองแหละ ก็อยากให้มันใช้เวลากับงานอย่างเต็มที่อะ

ช่วงแรกๆ มันก็มานั่งรอผมที่สนามกีฬาเหมือนเคยนะแต่แม่งชอบกระวนกระวาย พึมพำตลอดว่า ‘จะเสร็จทันไหมวะ’ เห็นแล้วผมก็สงสารดิ

“เอ้ากรรม ต้องรีบไปหาพี่ช่างแต่งหน้าที่ห้องนาฏศิลป์นี่หว่า” พอนึกขึ้นได้ก็รีบเดินทันที  พวกคุณคงสงสัยสินะว่าแต่งตัวตอนนี้แล้วเดินขบวนตอนไหน

คำตอบคือ…

แปดโมงครับ

อาจจะฟังดูนานแต่ความจริงเวลาเท่านั้นอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ คณะสีของผมคนไม่ได้เยอะมากก็จริงแต่ดูธีมดิ ยุทธหัตถีเงี้ย จะให้มาใส่ผ้าขาวม้า เสื้อกล้ามแล้วเดินขบวนก็ไม่ใช่เรื่อง เราต้องจัดเต็มใส่โจงกระเบนชุดนักรบไทย มีขบวนนักรบ มีธงประจำคณะสุดเท่เขียนว่า ‘แดงยุทธหัตถี’ เมื่อเราอยากเล่นใหญ่ ชุดก็เลยเป็นเรื่องใหญ่ไปด้วย คุณดูแต่ละชิ้น...

ใส่ยากเหมือนคนผลิตไม่อยากให้ใครใส่ได้ คนอื่นไม่เท่าไหร่ เสื้อผ้าผมนี่หนักกว่าใครเพื่อน เคยเห็นชุดพระนเรศวรไหมครับ ของผมประมาณนั้น ต่างกันนิดหน่อยที่ของผมไม่ได้มีเกราะเหล็กไหลไฟวิบวับ (?)

Thanwa : อือ ขอบคุณที่เข้าใจ *ส่งรูปตัวเอง*

โห...

Yang : ได้นอนบ้างปะเนี่ย ขอบตาดำอย่างกับพวกติดยา

คือแม่งยิ่งกว่าดำเพราะไม่ได้นอน มันคือการที่ขอบตาดำคล้ำดำแล้วดำอีกดำซ้ำซ้อนทับถมกลมกลืนกันเป็นเวลานาน ผมคิดไม่ออกเลยว่าต้องอดหลับอดนอนมากี่วันถึงจะได้ขนาดนี้… นี่ขนาดไม่ได้ไปซ้อมศิลปะปัญญาอ่อนนั่นแล้วนะ ยังจะไม่ดูแลตัวเองแล้วหักโหมอีก

ไอ้นี่มันน่าตีจริงๆ

Thanwa : ก็กะจะนอนแต่มึงทักมา ก็เลยไม่ได้นอน

Yang : กูผิดงั้นสิ?

Thanwa : ก็เปล๊า ไม่ได้บอกอย่างนั้นสักหน่อย แค่บอกว่ากูกะจะนอนแต่เพราะมึงทักมาก็เลยไม่ได้นอน แค่นั้นเอง

“ไอ้สัส พูดอย่างนี้ด่ากูเลยเถอะ” ผมส่ายหัวขำๆ ขณะเดินไปตามทางเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมาย ปกติโรงเรียนตอนเช้ามืดต้องไม่มีอะไร แต่พอมาเป็นช่วงกีฬาสีทุกเวลาดูเหมือนเป็นเวลาเรียนปกติเลยว่ะ เด็กนี่วิ่งพล่านยิ่งกว่าสวนสนุก ถ้ามืดกว่านี้ผมคงคิดว่าพวกมันเป็นกุมารของผอ.

Yang : เออ ไปนอนเลยมึง ให้อยู่คุยเป็นเพื่อนแค่แป๊บเดียวก็ไม่ได้

Thanwa : โถพ่อคุณ คุยด้วยตั้งแต่สามทุ่มถึงตีสองยังเรียกว่าแป๊บเดียวอีกเหรอ

อ้าว จริงด้วยแฮะ

ก็... นั่นแหละ เราไม่ค่อยได้เจอกันก็จริงแต่ก็คุยโทรศัพท์ แชท วีดิโอคอลกันตลอดจนผมไม่รู้สึกว่าห่างกันนัก เมื่อก่อนตอนที่ผมคุยใครหลายคนผมคิดว่าตัวเองติดโทรศัพท์แล้วนะ นี่ยิ่งกว่าตอนนั้นอีก มือถือเป็นยิ่งกว่าอวัยวะชิ้นที่สามสิบสาม ไปไหนผมก็ต้องพกมันไปด้วย เอาแนบหูคุยกับไอ้ธัน ถ้าไม่แนบหูก็ส่งข้อความตอบมัน ถ้าไม่ทำสองอย่างนั้นก็ถือไว้มองหน้าอีกฝ่ายบนหน้าจอตอนที่วีดิโอคอล

อย่างนี้เรียกโนโมโฟเบียไหม?

ไม่รู้แหละ ถ้าผมเป็นไอ้คนที่ผมคุยด้วยก็ต้องเป็นเหมือนกัน

Yang : อือ ถ้าคุยกันจริงจังมันจะนานกว่านี้

Thanwa : ไอ้หัวดอ นานกว่านี้ก็โทรมาเถอะกูขี้เกียจพิมพ์แล้ว

อยากได้ยินเสียงก็ไม่บอก

ผมจัดการกดโทรไปหาอีกฝ่ายตามคำเรียกร้อง (เรียกร้องไหมวะ ฮะๆ) พอทำอย่างนั้นมันก็ส่งข้อความมาว่า ‘ค_ยยยยยย กูประชด’ รูปประโยคเหมือนจะไม่รับนะ แต่สุดท้ายก็รับ เร็วซะด้วย ความเร็วระดับมดเบ่งขี้ ไวจนไม่สามารถใช้เครื่องวัดความเร็วได้

(...ไอ้หัสดิน คนอย่างมึงนี่จัญไรจริงๆ)

“ง่วงเหรอ เสียงเพลี๊ยเพลีย” ผมแกล้งถามด้วยเสียงน่าหมั่นไส้ ไม่ได้อยากรั้งมันไว้หรือทรมานร่างกายแต่ให้ทำไงได้ล่ะ เข้าใจคำว่าคุยเพลินไหมครับ ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเราคุยกันมานานขนาดไหน ไม่รู้ด้วยว่าคุยเรื่องอะไรกันไป แม่งเยอะจนปนกันไปหมด

(ไม่ง่วงมั้งบักห่า ยังไม่ได้นอนเลยเนี่ย)

“อ้าวเหรอ ทำไมไม่นอนล่ะ นี่ตีสองแล้วน้า” ว้า เสียงผมกวนตีนจัง ฮะๆ

(อย่าให้กูเจอหน้ามึงนะไอ้หยาง ไอ้คนฉิบหาย เหอะๆ... แล้วนี่ไปถึงโรงเรียนยัง) ผมได้ยินเสียงเสียงวางหัวลงบนหมอน อีกเดี๋ยวมันคงวางเพราะใกล้ถึงลิมิต ธันวาเป็นเด็กอนามัยจะตาย ปกติห้าทุ่มก็ถือว่าดึกสุดๆ สำหรับมันแล้ว การแหกตาพยายามคุยกับผมอยู่ตอนนี้คือการฝืนล้วนๆ มันบอกว่าอยากอยู่เป็นเพื่อนก่อน

โถ พ่อคนดี

“ถึงแล้ว กำลังจะเดินไปแต่งตัว” โรงเรียนควรเพิ่มงบประมาณเพื่อติดหลอดไฟเพิ่ม เชี่ยไรเนี่ย ทางเดินมืดอย่างกับอยู่ในหนังมัธยมสยองขวัญ

(เหรอ แล้วชุดมึงสวยไหม อยากเห็นจัง)

“มาหาสิ”

(อย่ามานิยาย ถ้ากูไปได้ก็คงไปตั้งนานแล้ว...)

“ฮะๆ เดี๋ยวมึงก็เห็นรูปกูในเฟสเองแหละ เด็กโรงเรียนมึงปลื้มกูจะตาย เชื่อดิว่ามันต้องมีสักคนที่ถ่ายไว้ ยังไงมึงก็ไปหาๆ เอาละกันนะ” ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสาวๆ ถึงชอบผมนัก รู้แค่ว่าผมทำอะไรก็ดูดีในสายตาพวกเธอ งง

(กูว่าไม่ต้องหาหรอก เดี๋ยวแม่งต้องขึ้นหน้าฟีดเป็นร้อยแน่ ไม่แน่เปิดเฟสมาอาจจะเจอเลยก็ได้)

“ว้า คนมันฮ๊อต”

(อี๋ ไอ้คนหลงตัวเอง)

“อิอิ”

(กูเกลียดอิอิของมึง...)

“นอนไหม ไม่ไหวแล้วมั้ง” ผมเลิกคิ้วถาม เสียงของปลายสายเบาและบางจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ที่จริงมันก็เบามาตั้งแต่แรกแล้วล่ะแต่เมื่อกี้นี้สุดๆ ของคำว่าเบาแล้วจริงๆ

(รอมึงไปถึงห้องแต่งตัวก่อนแล้วค่อยนอน กูกลัวผีฉุดมึงไปทำผัว ขี้เกียจเรียกหมอผีมาตามหาตัว สมัยนี้ค่าจ้างมันแพง หม้อดินแปะยันต์สีแดงอะไรนั่นมันใช้ไม่ได้ผลแล้วต้องซื้อหม้อแสตนเลสตราม้าลายมาทำเป็นที่สะกดวิญญาณแทน)

“สัส วางได้แล้ว ผีไม่มาขโมยกูไปจากมึงหรอก”

(ไอ้บ้า พูดจาน่าเกลียด)

ติ๊ด

เอ้า บทจะวางก็วางไปเลยว่ะ

Thanwa : กูไปละไอ้หัวฆรวย *ส่งรูปตัวเองแลบลิ้น*

มุมปากของผมคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอ สาบานว่าถ้ามันอยู่ใกล้ๆ ผมจะบีบให้แก้มช้ำไปเลย คนอะไรวะแค่เห็นรูปก็ทำให้มันเขี้ยวได้ สงสัยความแมวน้ำมันจะฝังรากลึกลงไปตามชั้นผิวหนังทำให้ผมไม่สามารถลบความน่ามันเขี้ยวออกไปจากตัวมันได้

“มึง...”

เสียงทุ้มๆ และสัมผัสหนักๆ บริเวณหัวไหล่ทำให้ผมตกใจ ไม่ตกใจได้ไงก็ไอ้เจ้าของศอกที่อยู่บนไหล่ผมแม่งใส่ชุดนักรบเก่าๆ มีคราบของเหลวสีแดงเกาะ เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเปื้อนและรอยแผลคล้ายกับผ่านสมรภูมิมาแล้วเป็นแสนครั้ง แล้วแม่งโผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงกูคิดว่าวิญญาณทหารตะเบ็งชะเวตี้

ถึงมึงจะมีเหล็กดัดก็เถอะแต่ยังไงกูก็ตกใจโว้ย

“ไอ้ฉิบหายเทรนด์ ถ้ากูหัวใจวายตายขึ้นมาจะทำยังไงวะ” ผมปัดแขนมันออกไป กุมหัวใจตัวเองอย่างใจหาย ไอ้เชี่ย นี่ตกใจจริงๆ นะไม่ได้เล่นๆ ถ้าที่นี่มืดกว่านี้อีกสักนิดผมจะร้องแหกปากให้คนมาช่วยจริงๆ ด้วย ใครแม่งเมคอัพรอยแผลเป็นซะสมจริงขนาดนี้วะ กูจะเอาหมวกกันน็อคไปตบหัวมัน

“ทำไม กูมีอะไรให้น่าตกใจนอกจากความหล่อ”

“ไอ้หลงตัวเอง แล้วนี่ทำไมแต่งตัวเสร็จเร็วจังวะ” สภาพมันเรียกว่าพร้อมเชี่ยๆ ตั้งแต่หัวจรดปลายตีน ใส่หมวกขุนศึกแล้วด้วย มึงมีนัดออกไปรบกับกองทัพพม่าที่ไหนตอนตีสองกว่าๆ เหรอ?

“ก็กูมาตั้งแต่ตีหนึ่ง เอ๊ะไม่สิ กูนอนที่โรงเรียนนี่หว่า”

อ่อ เออว่ะ

พวกไอ้เจกับไอ้เทรนด์นอนที่โรงเรียนครับ แม่งรอพี่ดับเพลิงมาเอาคัทขึ้นแสตนที่สนามกีฬาจังหวัดให้ ความจริงเราไม่ต้องอยู่รอหรืออยู่เฝ้าก็ได้ แค่เอาคัทเอาท์ไปให้พี่เขาที่สถานีดับเพลิงก็จบแล้ว การนอนโรงเรียนไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยเพราะอย่างที่บอกไปเมื่อตอนแรกๆ ว่าโรงเรียนผมไม่มีอัฒจันทร์เชียร์ เราจึงต้องไปขอใช้พื้นที่สนามกีฬาจังหวัด

นั่นแหละ ถึงจะไม่มีประโยชน์แต่พวกมันก็ยืนยันที่จะนอนและเสริมว่า ‘กูอยากลองนอนที่โรงเรียนบ้าง มันเป็นความสงบที่น่าค้นหา ถ้าเป็นนักเรียนมัธยมจริงๆ เราไม่ควรพลาดเรื่องนี้นะเว้ย’ ความสงบที่น่าค้นหาอะไรล่ะ อย่าคิดว่ากูไม่เห็นขวดเหล้าที่พวกมึงซ่อนไว้ในกระเป๋านะ แหม มาเป็นทรงเชียว

ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่

“แล้วนี่ไอ้แคระไปไหน”

“ไปช่วยเพื่อนจัดการเรื่องน้ำกับขนมให้น้องแสตน”

“อ่อ” เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงเรื่องนี้มันใหญ่มากๆ ไม่ใช่ว่าเอาอะไรให้กินก็ได้แต่เราต้องดูด้วยว่าอันนี้ถ้าน้องกินแล้วจะปวดขี้ไหม คือถ้าปวดวันที่หนึ่งหรือสองน่ะไม่เป็นไรหรอก ปัญหาคือวันโชว์... คะแนนตัดสินเก้าสิบเปอร์เซ็นอยู่ที่เสต็ปมือบนแสตน แล้วคุณลองคิดภาพดูถ้าจู่ๆ มีเด็กลงมาขี้กะทันหันอัฒจันทร์ก็ต้องมีช่องโหว่ปะ ทีนี้แหละครับโดนตัดคะแนนบานนน

“ว่าแต่มึงเถอะ ...หึ กูก็นึกว่าทำไมเรียกแล้วไม่หัน เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างกับคนบ้า ที่แท้ก็คุยกับแฟนอยู่นี่เอง” หนุ่มเหล็กดัดยิ้มร้าย ชำเลืองสายตามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างล้อเลียน มึงล้ออะไรหน้าจอกูดับไปตั้งแต่เราคุยเรื่องนอนโรงเรียนกันละ

“แฟนอะไร ไอ้อุ๋งๆ”

“ก็ไอ้อุ๋งๆ นั่นแหละแฟนมึง”

“หึๆ แล้วนี่มึงออกมาตามกู?”

“อ่าฮะ เจ๊กอล์ฟบอกว่ามีปัญหานิดหน่อย”

หือ

“ปัญหาอะไรวะ?”

“ไม่รู้ว่ะ เดินไปเร็วๆ เลยมึง ถ้าไปช้าเจ๊กอล์ฟแดกหัวมึงแน่” ไม่พูดเปล่า มันลากคอผมให้เดินไปด้วยกัน ผมอยากจะรั้งตัวเองไว้แล้วบอกว่า ‘กูเดินเองดีกว่า’ อยู่หรอกแต่โอ้โห… แรงไอ้เหล็กชมพูโคตรเยอะ ลากทีผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสาวน้อย กูจะเลิกให้มึงเล่นเวทละ ถ้ากล้ามเยอะกว่านี้ต้องกลายเป็นกล้ามปูแน่ กูไม่ชอบและมั่นใจว่าไอ้ต้นกับไอ้ธันต้องคิดเหมือนกัน อายุแค่สิบเจ็ดไม่จำเป็นต้องแข็งแรงขนาดนี้ครับเพื่อน...

“อ้าว มาแล้วเหรอ”

“ครับเจ๊”

หลังจากที่โดนลากมานานในที่สุดเราก็ถึงที่หมายสักที ในห้องนาฏศิลป์มีคนเยอะอย่างที่ผมคิดไว้ เท่าที่มองๆ ก็ประมาณสิบห้ามั้ง นี่ผมว่าตัวเองมาก่อนเวลาตั้งนานแล้วนะยังมีคนมาก่อนผมอีกเหรอวะ สารภาพมาซะดีๆ ว่าเมื่อคืนพวกมึงได้นอนไหม

“เจ๊หวัดดีครับ ไอ้เทรนด์บอกว่ามีปัญหาอะไรเหรอ?” ผมถามก่อนจะเดินไปดูชุดของตัวเองที่ห้อยอยู่ตรงตู้... เท่าที่ดูก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เมื่อวานที่มาลองชุดผมก็ว่าตัวเองไม่ได้ใส่หรือถอดแรงให้ชุดเสียหายนะ

“มี แต่ไม่ได้มีกับชุด”

“อ้าว งั้นอะไรครับ”

“ช่างแต่งหน้าผู้หญิงที่เราคุยกันไว้เขาป่วย”

“เอ้ากรรม แล้วทำยังไงครับ ไม่ต้องแต่งหน้าเหรอ... เอ๊ะ แต่ไอ้เทรนด์ก็แต่งหน้าแล้วนี่” ผมเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่กำลังโทรศัพท์คุยกับไอ้ต้น ถึงตอนที่เดินมาจะมืดแต่ผมก็มั่นใจมากว่ามันแต่งหน้าแล้ว เห็นชัดทุกรายละเอียดด้วย นี่ไง ตอนนี้ก็เห็นว่าแต่งแล้ว

“แต่ง แต่เพื่อนของฉันเป็นคนแต่งนะ แกโอเคไหมวะ”

“โอเคครับ ผมยังไงก็ได้”

“อืม...” คนอายุมากกว่าก้มหน้ามองพื้นอย่างลำบากใจ ท่าทีของเขาทำให้ผมสงสัยยิ่งกว่าเดิม อะไรวะ ช่างแต่งหน้าคนใหม่เขาเป็นอะไร ทำไมทุกคนในห้องต้องยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนกลั้นขำ แล้วทำไมพี่กอล์ฟต้องทำหน้าแบบนี้ ไหนจะเชี่ยเปรตที่ยิ้มชั่วๆ อีก

What?

“ทำไมเจ๊ทำหน้ายังงั้นอะ” จะบอกว่าแต่งหน้าไม่ดีก็ไม่น่าจะใช้เพราะดูจากหนังหน้าเชี่ยเทรนด์ตอนนี้แล้วถือว่าดีสุดๆ อย่างกับหลุดออกมาจากหนังพีเรียดไทยฟอร์มยักษ์ที่ผู้กำกับทุ่มเงินหลายพันล้าน คือเมคอัพดีบรรลัย มันมีความเก่า มีความขลังและมีความเท่ในตัว

“พวกมันเป็นกะเทย”

“แล้วไงอะพี่ ผมไม่ได้รังกียจสักหน่อย พี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย” ผมไม่เคยรังเกียจพวกนี้เลยและมั่นใจว่าไม่เคยแสดงท่าทีไม่เหมาะสมให้คนอื่นคิดว่าผมไม่ชอบด้วย

“เปล่าๆ ฉันรู้ว่าแกไม่ได้อะไรแต่นังสองตัวนี้มันปลื้มแก แล้วก็-”

“ว๊ายตาย ตัวจริงน่ากินอะไรอย่างนี้… มีค่าเทอมรึยังคะลูก”

เฮ้ย

ยังไม่ทันที่คู่สนทนาจะพูดจบ พี่กะเทยแปลกหน้าสองคนก็วิ่งกรูเข้ามาหาผมก่อนจะวิ่งวนสำรวจเหมือนผมเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ที่โลกเพิ่งค้นพบ ผมอยากจะเก็บอาการตกใจไว้ข้างในแต่แม่งทำไม่ได้จริงๆ เพราะแต่ละคนมีบรรยากาศความน่ากลัวแผร่ออกมายิ่งกว่านักโทษคดีฆ่าข่มขืนซะอีก

ขนลุกเลยกู...

“เอ่อ”

“นี่แหละที่ฉันอยากจะบอกแก พวกมันปลื้มแกมาก และดูเหมือนจะอยากสัมผัสคนที่ตัวเองปลื้มมานานแล้วด้วย เหอะๆ” ผมพอจะเข้าใจ...

ผมยืนตัวแข็งให้ทั้งสองนางสำรวจร่างกายต่อไปเนื่องจากไม่รู้จะทำตัวยังไงดี พวกเขามองจริงจังมาก ถ้าทะลุเข้ามาในหนังผมได้ก็คงทำไปแล้ว อะไรจะคลั่งขนาดนั้นวะ ผมน่าหลงมากเหรอ ในเฟสในไอจีอะไรก็ไม่ได้ลงรูปโป๊ๆ หรือรูปเรทอาร์ไว้นะสาบานได้

“ผิวขาวไปไหนจ๊ะ เคยออกมาเผชิญโลกภายนอกบ้างไหมลูก หนูรู้ไหมว่าตอนนี้อุณหภูมิประเทศเราสูงสุดกี่องศา ขาวได้ขาวดี ขาวไม่เกรงใจสภาพอากาศประเทศไทยเลยนะลูกเอ๊ย… อ่า นุ่มด้วย” นิ้วสากๆ ของพี่ผมเดทร็อค (ทำไมต้องทำผมทรงนี้วะ) ที่จิ้มลงมาบริเวณแขนทำให้ผมขนลุกซู่ รีบทำตาตื่น ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากไอ้บ้าเวทที่อยู่ข้างตัวทันที ช่วยกูด้วยไอ้เทรนด์ กูกำลังโดนล่วงละเมิดทางผิวหนัง พี่เขาจะผสมพันธ์กับขนกูแล้ว...

รู้ไหมครับว่าพอผมส่งสัญญาไปอย่างนั้นแล้วมันทำไงต่อ

แม่งรู้นะว่าผมอยากจะสื่ออะไรแต่สิ่งที่มันตอบกลับมาไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ผมต้องการเลยสักนิด แม่งแสยะยิ้มแล้วกดถ่ายภาพผมส่งให้ไอ้แคระดู หลังจากนั้นก็ก้มหน้าลงเม้าท์อย่างเมามัน

“พอค่ะพวกมึง มันมีค่าเทอมแล้ว มีเมียแล้วด้วย รีบจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องให้มันเร็วๆ” ขอบคุณพระเจ้าที่ผมยังมีนางฟ้าตัวถึกๆ ที่ชื่อเจ๊กอล์ฟอยู่

“กูรู้แล๊ววว แต่ตอนนี้เมียเขาไม่อยู่ไง กูขอลวนลามนิดหน่อยไม่ได้เหรออีเจ๊”

“ไม่ได้”

“ทำไม เมียน้องเขาหวงขนาดนั้นเลย?”

“เมียมันอะไม่หวง มีแต่มันนี่แหละที่หวงเมีย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นพวกมึงก็ต้องพอและรีบแต่งองค์ทรงเครื่องให้มันก่อน ไม่อย่างนั้นกูนี่แหละจะประเคนฝ่าตีนงามๆ ของกูลงบนเต้าซีลีโคนปลอมเปลือกของพวกมึง แหม๊อีดอก ยัดมาได้นะลูกโป่งใส่น้ำน่ะ ถามจริงไม่กลัวมันรั่วแล้วแตกดังเป๊าะบ้างเหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มึงจะอายไปชั่วกัลปาวสานเลยนะคะ”

“ไม่อะ พวกกูว่าอย่างนี้แหละดีแล้ว กลัวไปผ่าตัดยัดซิลิโคลนจริงๆ แล้วมีดหมอบาดนม” พี่ผมจุกทำหน้าหวาดกลัว ยกมือขึ้นมาจับหน้าอกตัวเองอย่างใจหาย เดี๋ยวนะพี่...

“อ้าวอีดอกก็มึงไปทำนม หมอก็ต้องผ่านมมึงสิ อีปัญญาเสก็ดขี้ตามรูดาก”

“อีเจ๊ มึงไม่เข้าใจความรู้สึกพวกกูหรอก... การโดนล่วงเกินหัวนมมันเป็นเรื่องน่าอัปยศนะ”

“มึงอย่ามาสลิดดก วันก่อนกูยังเห็นมึงโพสต์ว่าอยากโดนดูดนมอยู่เลย อีกอย่างหมอเขาไม่ได้จะตัดหัวนมมึงสักหน่อย เขาแค่จะยัดก้อนซิลิโคลนเข้าไปข้างในโว้ย” ให้ตาย ผมหลุดขำทุกทีเวลาเห็นสาวประเภทสองคุยกัน

“เอ๊ะ อีเจ๊กอล์ฟ กะเทยโชกโชนอย่างมึงไม่เข้าใจกะเทยบริสุทธิ์อย่างพวกกูหรอก”

“เออกูไม่เข้าใจ แต่งตัวแต่งหน้าให้นังหยางได้ละ กูจะไปดูชุดคนอื่น ถ้ากลับมาแล้วยังไม่เสร็จพวกมึงโดนกูหนักแน่” สั่งไว้เท่านั้นพี่เขาก็เดินออกจากห้องไปทันที มันก็ดีอยู่หรอกที่เราเริ่มจัดการกับตัวผมสักทีแต่มันก็ไม่ดีตรงที่...

“เริ่มจากตรงไหนก่อนดีมึง”

“ตรงเป้าดีไหม อิอิ”

ตรงที่ผมต้องเผชิญหน้ากับเจ้ากรรมนายเวรทั้งสองคนนี้ ฉิบหายละ โทรตามให้เจ๊กอล์ฟกลับมาก่อนได้ไหม พอผมแต่งตัวเสร็จแล้วค่อยไปจัดการชุดคนอื่น

ผมกลัว!

“มึงดูสีแดงดิ เลิศฉิบหาย...”

“นี่กะเอาโล่ตั้งแต่ขบวนยันคัทเอาท์เลยเหรอวะ”

“กูชอบธงว่ะ เท่เหี้ยๆ”

“ทำไมสีพวกมันมีแต่คนหน้าตาดี แต่สีเรามีแต่คนหน้าเป็นหมาปั๊กสำลักน้ำวะ”

“มึงอย่าโทษสี โทษที่เบ้าหน้าพวกเราเถอะ...”

“เหยด ทำไมคนถือป้ายคณะมึงหล่อจังวะไอ้เจ นี่ไปขโมยดาราที่ไหนมาเนี่ย โรงเรียนห้ามเอาคนนอกเข้ามาเดินขบวนนะมึง” เสียงฮือฮาและเสียงแซวดังขึ้นหลังจากที่ขบวนสีของผมเดินมาต่อแถวสีอื่น แน่ล่ะ ก็มันอลังการซะขนาดนั้น อีกอย่างผมที่เดินนำขบวนมาก็หล่อซะขนาดนี้ คนนี่มองตั้งแต่ออกจากห้องนาฏศิลป์มาจนถึงหน้าโรงเรียน

ใครจะรู้บ้างวะว่ากว่าจะหล่อผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง

พี่สองคนจับตัวผมซะช้ำไปหมด คือแต่งหน้าทำผมมันไม่ต้องจับอะไรมากถูกไหม (เผลอๆ อาจจะไม่ต้องจับเลย) แต่นี่พวกเขาตีเนียนอิงแอบแนบชิดชนิดที่ว่ากาวยังต้องร้องขอชีวิต อย่างตอนเซ็ทผมตาพี่เขาไม่ได้มองหัวเลยแม้แต่นิดเดียว หน้านี่แนบลงไปกับไหล่ผม หลับตาพริ้มเหมือนฟินมาก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็สามารถเซ็ทออกมาได้เป๊ะสุดๆ...

“เพื่อนกูเองๆ หล่อป่าล่าา อิอิ”

“หมั่นไส้โว้ย” คนข้างหน้าชูนิ้วกลางแล้วแกล้งเบะปาก ความจริงพวกมันไม่ได้จริงจังหรอกครับ ก็เล่นๆ ไปตามภาษาชายฉกรรจ์ (?)

ตอนนี้เวลาเจ็ดโมงห้าสิบ นักเรียนทุกคณะสีมาเรียงตัวกันอยู่ที่สนามเพื่อที่จะเตรียมตัวเดินออกไปตามลำดับ สำหรับลำดับการเดินเราก็จับฉลากเสี่ยงดวงกันเพื่อความยุติธรรม ไอ้ประธานสีผมมันดวงเฮงสุดๆ เพราะตั้งแต่ล้วงมือเข้าไปในไห (โรงเรียนใช้ไหจริงๆ...) พวกเราทั้งคณะก็ขนลุกรู้ชะตากรรมโดยไม่ได้นัดหมาย

และก็เป็นอย่างที่คิด เราได้อยู่ลำดับสุดท้าย

ที่จริงอยู่ตรงไหนสีผมก็เด่นแต่แบบ... คุณ ที่สุดท้ายมันก็ต้องรอสีอื่นเดินไปก่อนเราถึงจะได้เดินถูกไหม แล้วคุณก็รู้ว่ากว่าขบวนจะขยับได้แต่ละเซนมันใช้เวลานานเหี้ยๆ แล้วดูแดดเมืองไทยดิ เป็นความร้อนเลเวลสูงที่ทิ้งกระทะกับไข่ไว้เฉยๆ ไข่ก็ไหม้จนเกรียมได้

“ไอ้เจ ใช้เงินของสีสั่งให้ดวงอาทิตย์เบาแสงลงหน่อยได้ไหม กูอยากได้แดดอ่อนๆ ชิลๆ ไม่ได้อยากได้แดดเบอร์แรงชนิดที่ว่าโดนปุ๊บเป็นมะเร็งผิวหนังปั๊บอะ” ผมหันไปคุยกับท่านประธานที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีแดงเลือดหมูสกรีนโลโก้ 'แดงยุทธหัตถี' และกางเกงขาจั๊มสีกรมท่า นี่ชุดสต๊าฟสีผมเองครับ เราไม่เน้นอลัง เราเน้นประหยัด... แต่ความจริงมันก็ไม่ได้ประหยัดเท่าไหร่นะเพราะมีรองเท้าที่ต้องซื้อให้เหมือนกันทั้งหมดด้วย ราคาไม่ย่อมเยาว์เลย

แต่แม่งสวย ช่างมันเถอะ

“ไม่ได้”

“พระอาทิตย์ไม่ยอมเหรอ?”

“เปล่า เราไม่มีตังแล้วเพื่อน เท่าที่มีเหลือในคลังถ้าถอนออกมาค่าทศนิยมยังมีค่ามากกว่าเลย...”

โถ่ อนาถกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ผมเงยหน้าขึ้นมองขบวนของคนอื่นบ้าง ข้างหน้าเราเป็นสีเขียว มาธีม slytherin เพราะสต๊าฟทุกคนบ้าแฮร์รี่พ็อตเตอร์ ขบวนก็แฟนตาซีตามนั้น ถือว่าเจ๋งอยู่นะ ชุดสต๊าฟโคตรดีเถอะ อย่างกับเป็นพ่อมดแม่มดที่หลุดออกมาจากฮอกวอตส์ ส่วนสีชมพูก็เป็น pink airline ออกแนวสจ๊วตกับแอร์ ผมไม่รู้เลยว่าสีไหนเสียงินเยอะสุด...

เอ๊ะ รู้นี่หว่า

สีชมพูไง สีที่ผมเคยบอกว่าจ้างคนสอนหลีดมาแพ๊งแพงแต่คุณภาพที่เขาสอนไม่ได้หนึ่งส่วนสิบของเงินที่เสียไป ถ้าเอาเงินไปทำอย่างอื่นคงดีกว่านี้ ผมว่าพวกมันคิดท่ากันเองยังจะรุ่งซะกว่า

(สีชมพูเดินได้ครับ ไม่ต้องรีบเดินนะนักเรียน ถ้าติดไฟแดงก็หยุดก่อน เดี๋ยวตายห่าขึ้นมาเป็นเรื่องอีกครับ พวกกูขี้เกียจมีเรื่องขึ้นศงขึ้นศาล เสียตัง ตังแดกข้าวยิ่งไม่ค่อยมีอยู่) ฮาร์ดคอร์ไหมล่ะ นี่ครูพละโรงเรียนผมเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าโรงเรียนอื่นเป็นอย่างนี้ไหมแต่ครูโรงเรียนผมหยาบทุกคน ก็ธรรมดาครับ ตามภาษาโรงเรียนชาย (เกือบ) ล้วน

“แล้วเราต้องรออีกนานไหมวะกว่าจะได้เดิน” เพื่อนข้างหลังถามเมื่อขบวนสีชมพูเริ่มที่จะทยอยเดินออกไปพร้อมกับเสียงดนตรีที่เริ่มบรรเลงเป็นเพลงพาเรด กีฬาสีมันน่าตื่นเต้นตรงที่มีซาวด์บิ้วนี่แหละ

ฟู่

ชีวิตผมเดินทางมาถึงช่วงเวลานี้แล้วสินะ ช่วงสำคัญอีกอย่างหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น หลังจากนี้ก็เป็นช่วงหัวปั่นกับการค้นหาตัวเองว่าเหมาะกับคณะไหน แล้วก็เตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาลัยคณะที่หวัง เข้ามหาลัย ใช้ชีวิตวุ่นวายๆ จบ ทำงาน บลาๆ ...แค่คิดก็น่าเบื่อแล้ว เพราะงั้นผมก็เลยกะว่าจะชวนพวกไอ้ต้นไปเที่ยวหลังจากจบกีฬาสี

อือ หลังจากที่ผมไปภูกระดึงกับไอ้ธันแล้วด้วย ขอโทษทีนะเพื่อนๆ ที่พวกกูต้องหนีไปเที่ยวกันสองคนอีกแล้ว กูน่ะอยากให้พวกมึงไปด้วยสัสๆ แต่พวกมึงดันไม่ว่างเอง

“ไม่นานหรอกมึง สิบนาทีมั้ง”

“เคๆ”

“ทำตัวหล่อๆ นะหัวขบวน เดี๋ยวพวกกูจะทำตัวเป็นพระรองที่ดีเอง” พวกที่เดินต่อหลังผมโบกมือเอ่ย ขบวนเราไม่ได้มีอะไรเยอะครับ เริ่มจากถือป้ายอย่างผม ดรัมเมเยอร์สองไม้ ขบวนเฉลิมพระเกียรติ ขบวนนักรบ และจบด้วยวงดุริยาง ให้ทายไอ้เปรตกับไอ้แคระอยู่ส่วนไหน

ไอ้เปรตอยู่นักรบ ส่วนไอ้แคระอยู่รอบจังหวัดครับ มันเป็นสายคอยแจกน้ำแจกยาดม อย่าๆ อย่าคิดว่าไม่ชอบ มันนั่นแหละเป็นคนขอหน้าที่นี้กับไอ้เจเอง แม่งบอกว่า ‘กูอยากเดินออกกำลังกาย แจกยาดมให้คนอื่นไปก็ดมเองไปด้วย ไปถึงคนป่วยก็พอดีอะ กลิ่นยาดมหมดไปแล่วว’ กูไม่รู้จะด่าว่ามึงเลวหรือเป็นคนดีชอบช่วยเหลือคนก่อนเลยว่ะ

“พวกสัส มึงจะเป็นพระรองกันทั้งคณะสีเลยเหรอวะ ฮะๆ”

“เออดิ พวกกูหล่อเท่าๆ กัน จะให้จัดลำดับก็เกรงใจคนตัดสิน อิอิ”

อี้ว ไอ้พวกหลงตัวเอง

ผมส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะก้มลงสนใจโทรศัพท์ตัวเอง เมื่อกี้มีข้อความเข้าแต่ถึงไม่มองก็รู้ว่าเป็นใคร ก็ช่วงนี้ผมไม่คุยกับใครเลยนอกจากคนคนหนึ่ง มันเป็นคนที่ผมคุยด้วยบ่อยมากๆ มากซะยิ่งกว่าไอ้หยินที่เป็นน้องสาว เผลอๆ มากกว่าพ่อแม่อีกมั้ง

Thanwa : จะเดินขบวนยังอะ

Yang : กำลัง อีกไม่กี่นาที ตื่นเต้นฉิบหาย

ไม่ได้พูดเล่นนะ มือผมสั่นจริงๆ

ถึงจะดูไม่ตื่นเต้นก็เถอะ นี่กีฬาสีครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต แค่เดินอยู่ในขบวนเฉยๆ ผมก็ว่าน่าตื่นเต้นแล้ว แต่นี่ต้องเดินนำ นอกจากนั้นยังเป็นคนแรกที่คนอื่นจะเห็นอีก... ผมต้องทำไงวะ ก้าวขาด้านไหนก่อนดี ซ้ายไหม หรือขวา หรือก้าวพร้อมกันเลย?... ไม่ได้ดิ ถ้าทำอย่างนั้นหน้าแหกพอดี แหกไม่พอยังน่าอายอีกต่างหาก

Thanwa : คิดซะว่ามึงหล่อที่สุดในขบวนละกัน กูยอมให้หนึ่งวัน *ส่งรูปตัวเองกำลังทำคัทเอาท์*

Yang : ยังไม่เสร็จเหรอ

Thanwa : อือ เหลืออีกเยอะเลย แต่ก็น่าจะเสร็จทันวันกีฬาสีอยู่นะถ้าอดหลับอดนอน

เอาอีกละ คนอย่างมึงนี่ชอบทำตัวน่าเป็นห่วงอยู่เรื่อย ชอบทำอะไรเกินตัว สักวันผมต้องได้ไปเยี่ยมมันที่ห้องฉุกเฉินแน่ ไม่พักผ่อนไม่เพียงพอก็หักโหมร่างกายมากเกินไปอะ นี่มันเพิ่งได้นอนตอนตีสอง ตอนนี้แปดโมงมันก็ตื่นแล้ว รวมเป็นเวลาแค่หกชั่วโมงเอง ไม่สิ มันอาจจะได้นอนน้อยกว่านั้นก็ได้

Yang : อย่าดิ กูไม่อยากเห็นมึงเข้าโรงพยาบาล จะทำก็ทำได้แต่อย่าหักโหม

Thanwa : ครับพ่อ55555

Yang : นี่จริงจังนะ

Thanwa : เออออ รู้แล้วววว

(สีแดงครับ จะได้เวลาแล้วเตรียมตัวตัวเองให้เรียบร้อยเร็ว)

เฮ้ย

เสียงประกาศจากไมค์ทำให้ผมรีบเก็บโทรศัพท์และเริ่มที่จะจัดความพร้อมของตัวเอง ในขณะเดียวกันวงดุริยางข้างหลังก็เริ่มบรรเลงเพลงพาเหรด นั่นยิ่งกระตุ้นให้หัวใจผมเต้นแรงเข้าไปใหญ่ เมื่อกี้ว่าจะไม่เป็นกระต่ายตื่นตูมแล้วเชียว ใจร่มๆ ไว้สิมึงแค่ได้ยินเสียงกลองก็สติแตกแล้วเหรอวะ เดินแค่ไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็ถึงสนามกีฬาแล้ว...

“ใจเย็นไอ้หยาง ไม่ต้องตื่นเต้น คิดซะว่าเดินเล่นกับหมาหนึ่งฝูง”

“ไอ้เหี้ยเจ มึงว่าพวกกูเป็นหมาเหรอ ระวังเจอรุมสะกำ นับด้วยว่าพวกกูมีกี่ตีน” พอไอ้ประธานเดินมาตบไหล่พูดกับผมอย่างนั้น ไอ้พวกที่เดินอยู่ข้างหลังก็ตะโกนโห่ร้องขึ้นมาทันที ทุกคนยกเท้าขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมายคล้ายกับอยากจะพูดกับท่านประธานว่า ‘นับสิมึง ถ้าโดนทั้งหมดนี่ไส้มึงแตกแน่’

“ล้อเล่นนนน กูพูดให้หัวขบวนอุ่นใจเฉยๆ พวกมึงก็ซีเรียสไปได๊”

“เดี๋ยวเถอะมึง”

“อย่าทำหน้าอย่างน๊าน พวกมึงไม่คิดบ้างเหรอว่ากูจะกลัว... กูไปอยู่ท้ายแถวดีกว่า อยู่ตรงนี้แล้วไม่ปลอดภัย” บรรยากาศที่ไม่ตึงเครียดทำให้ผมผ่อนคลายลงไปเยอะพอสมควร มันก็มีส่วน แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายได้จริงๆ มันคือข้อความหลังจากนี้ต่างหาก

ตือดึง

Thanwa : ไม่ต้องเครียดนะมึง กูอยากเห็นรูปหล่อๆ ของมึงในเฟส ไม่ได้อยากเห็นรูปควายทำหน้ากังวลเหมือนขี้ไม่ออกมาชาติเศษ

จะพยายามละกันนะ

(สีสุดท้ายเดินได้ครับ ได้ยินแล้วใช่ไหมอย่างที่บอกว่าไม่ต้องรีบ พวกกูขี้เกียจเก็บศพ เสียตัง and ไปกินข้าวต้มงานศพพวกมึง )

ผมก้าวเท้าออกไปหลังจากได้ยินเสียงของคุณครูประกาศ ความรู้สึกแรกหลังจากฝ่าเท้าก้าวพ้นประตูโรงเรียนไปคือ... มือผมสั่นหนักมาก สั่นเพราะสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาและความกังวลว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีพอ นี่ขนาดแค่ถือป้ายแล้วเดินไปเฉยๆ ผมยังขนาดนี้ ถ้าวันสุดท้ายแสดงหลีดจริงๆ ผมจะไหวไหมวะ

ช่างมัน ทำให้ดีที่สุดก็พอ

ร้อนฉิบหาย...

ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบังแดดอย่างหมดแรง แค่เดินจากโรงเรียนมาได้ไม่ถึงครึ่งทางผมก็เหนื่อยแล้ว ชุดนี้มันจะหนักไปไหม ไหนจะอากาศที่ร้อนบรมนี่อีก กูจำได้นะเว้ยว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้มึงเคยเป็นลมเย็นๆ พัดโชยมา แล้วนี่อะไร ไอ้แสงแดดเปรี้ยงปร้างที่พร้อมจะเผาทำลายเส้นขนของกูทุกเวลานี่มันอะไรกัน เชี่ย สงสารพวกที่ต้องใส่ชุดมาสคอสของสีชมพูว่ะ ตายห่าแน่

“มึงไหวเปล่าวะไอ้หยาง” เมื่อเห็นว่าผมออกอาการไม่ดีนัก คุณแคระที่กำลังดำรงหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ก็เดินมาถามด้วยความเป็นห่วงทันที นี่ท่าทางผมแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ

“ไหวๆ กูไม่ได้เป็นอะไรมากแค่เห็นแดดแล้วขนลุกเฉยๆ”

“งั้นไปกับกู” มือบางทำท่าจะคว้าแขนผมไปแต่ดีที่หลบทัน มันก็เลยวืดลมไป ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะพาไปไหน รู้แค่ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีชัวร์ๆ ดูหน้าแม่งดิ ยิ้มอย่างเลวเถอะ

“ไปไหนของมึง”

“ไปห้องน้ำ”

“ไปทำเชี่ยอะไร”

“เอ้า ไปขี้ไง ก็มึงบอกว่าขนลุก”

“เฮ้อ ไปเล่นที่อื่นไปไอ้เชี่ยต้น” ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะโบกมือไล่มันไป แล้วแม่งก็ยอมดีๆ นะ สงสัยไม่ได้กะจะมาถามสารทุกข์สุขดิบอยู่แล้วมั้ง เหอะๆ... ที่จริงผมก็แอบหิวน้ำอยู่เหมือนกันแต่ถ้ากินแล้วภาพมันจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มือหนึ่งถือป้าย อีกมือถือขวดน้ำ ผมกลัวจะเสียคะแนน นี่เรามีคุณครูเดินเช็คให้คะแนนตลอดนะครับ สีไหนทิ้งขยะระหว่างทางก็ตัดคะแนน สีไหนเดินไม่เป็นระเบียบแตกแถวก็ตัดคะแนน สีไหนคุยเล่นกันในแถวก็เจออีก กฎหักคะแนนโคตรเยอะ

“กรี๊ดดด พี่หยางหล่อฉิบหายเลยมึง”

“กูอยากได้เขาๆๆๆ”

“คนเรามันหล่อได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ นี่ถ้าพี่เขาเป็นโจรกูก็ยอมโดนปล้นนะ... แค่มีข้อแม้ต้องข่มขืนกูด้วย ไม่งั้นกูไม่ยอม”

“โอ๊ยอีเห็ดทอดกรอบกระพือปีก เขามีแฟนแล้ว หล่อด้วย”

“มึงจะพูดให้กูช้ำใจทำไม...”

“มึงจะได้ตื่นไง”

ตลอดสองข้างถนนเต็มไปด้วยสาวๆ จากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด พวกเธอส่งเสียงกรี๊ดทันทีที่ขบวนของคณะสีผมเดินมา แอบเห็นด้วยหางตาว่ายกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพกันใหญ่เลย อ่า นี่ไง อย่างที่ผมบอกว่าต้องมีคนถ่ายไว้จริงๆ

ผมหันไปยิ้มให้เหล่าบรรดาตากล้องทั้งหลายเพื่อให้พวกเธอกดถ่ายภาพรอยยิ้มของผมไว้ ถึงภายนอกจะยิ้มแต่ความจริงผม… ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน รู้สึกจิตใจมันหมองๆ

ถ้าไอ้ธันมาด้วยคงดี

ตอนนี้มันคงกำลังเร่งทำคัทเอาท์ของตัวเองให้เสร็จทันการ กีฬาสีโรงเรียนมันมีหลังผมแค่อาทิตย์เดียว เท่าที่พิจารณาสภาพโพไซดอนก็น่าจะใช้เวลาประมาณนั้นนั่นแหละ มันน่าจะให้เพื่อนช่วยเนอะ มีคนวาดตั้งแปดเก้าคน ถ้ารุมช่วยกันระบายสีแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว

มึงไม่น่าเป็นคนดีมากเลยว่ะธันวา กูเดินคนเดียวโคตรเหงา

“เอาน้ำปะ”

หือ

“ฮึ ไม่อะ ขอบคุณมาก” ผมตอบทั้งที่ยังไม่หันไปมองหน้าคู่สนทนา ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพื่อนฝ่ายปฐมพยาบาลคนเดิมที่เพิ่งมาแจกจ่ายยาดมให้คนข้างหลัง เขาทำหน้าที่ดีนะครับ วิ่งตั้งแต่หน้าแถวยันท้ายแถวตั้งหลายรอบ โรงเรียนน่าจะมีเกียรติบัตรให้ผู้เสียสละประจำคณะเนอะ ผมว่าเขาได้ชัวร์ๆ

“แน่ใจเหรอ”

“อือ เรายังไม่หิวว่ะ”

“แต่หน้าแกแดงแล้วนะ” จริงดิ ไม่รู้ตัวเลย...

“อืม เราทนได้”

“ทนทำไมอะ”

“...”

ถ้าเป็นลมตายขึ้นมากูไม่ช่วยนะ

ผมชะงักรีบหันหน้าไปมองต้นเสียงทันที สิ่งที่พบไม่ใช่ชายร่างผอมแห้งที่ทำหน้าที่ปฐมพยาบาลแต่เป็นร่างโปร่งของคนที่บอกว่าจะไม่มาต่างหาก วินาทีนี้ผมตกใจจนเผลอหยุดเดินชั่วขณะ ถ้าดรัมเมเยอร์ข้างหลังไม่ใช้คฑาดันหลังให้เดินต่อขบวนคงล่ม

“ไอ้เชี่ยหยางงงง อย่าหยุดเดินดิวะ พวกกูใจหาย”

“ไอ้ห่าาา ใจหายแว๊บ”

“โทษๆ...”

“ตกใจขนาดนั้นเลย?” ไอ้ตัวการยิ้มขำๆ ให้กับปฏิกิริยาของผม ยังมีหน้ามาขำอีกมึง เกือบทำขบวนกูล่มแล้วนะไอ้เวร ดีนะที่เมื่อกี้กูหยุดไปไม่กี่วิ ถ้าตกใจกว่านี้มีหวังเขาเดินชนกันตายห่า

“...ไหนบอกว่าจะไม่มาหาไง”

“บ้า ใครบอกกูมาหามึง กูเดินผ่านมาต่างหาก”

ผมชำเลืองสายตาสำรวจเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เสื้อยืดสีแดงเลือดหมู กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว ในมือขาวมีร่มอยู่หนึ่งคัน พร้อมด้วยถุงที่บรรจุขวดน้ำเปล่า กระดาษทิชชู่ ขนมและอีกมากมาย

ไอ้โกหก ของมึงพร้อมฉิบหาย

“เหรอ” ผมยิ้มพร้อมก้าวเท้าเดินต่อไปช้าๆ แดดยังคงส่องแสงอยู่เหมือนเดิมแต่ผมรู้สึกว่าตอนนี้มันไม่ร้อนแล้วยังไงไม่รู้แฮะ ใครไปเบาความร้อนของดวงอาทิตย์วะ หรือมีเมฆมาบังแสง?

“อือฮึ”

“...จะอยู่นานไหม” มันคงโดดทำคัทเอาท์มา ...โห รู้สึกดีว่ะที่ทำให้คนอย่างมันยอมทำแบบบนี้ได้ โลกจะต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้ป็นสิ่งมหัศจรรย์

“อยู่ไม่นานหรอก ตอนนี้เข็มสั้นเพิ่งชี้เลขแปดเอง กูว่าจะไปตอน… เข็มสั้นมันชี้เลขแปดอีกรอบ ไปกลับเวลาเดียวกัน เก๋ๆ”

เฮ้ย

“ไม่ไปทำคัทเอาท์ต่อ?” ผมเลิกคิ้วสงสัย ขณะสนทนากับคนข้างๆ ไปก็พยายามเดินไปตามทางและมองตรงบ้างบางครั้ง ให้ตายสิ พอมันเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ผมก็ไม่เป็นอันสนใจอะไรเลย

“เสร็จแล้ว”

“เอ้า ไหนมึงบอกว่ายังทำไม่เสร็จไง”

“กูก็โกหกไงไอ้ควายความจริงเสร็จตั้งนานแล้ว… เหงื่อออกก็ไม่เช็ด รอให้มันเข้าตารึไง” คนพูดเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะยกทิชชู่ขึ้นซับหยดเหงื่อบริเวณหน้าของผม ขณะที่ซับไปก็บ่นนั่นนี่ไปด้วย ผมชอบเวลามันบ่นนะ แม่งเหมือนหมีกินผึ้ง

น่ารักดี

“โอ๊ยๆ พวกมึง ท่านขุนพลเขามีคนมาคอยดูแลถึงที่ถึงเนื้อ ถึงตัว ถึงใจเลยว่ะ”

“เขาเป็นใครวะ?”

“นี่มึงไม่รู้จักแม่นางคนนี้รึ”

“เออ ใครวะพวกมึง ทำไมกูไม่รู้จักเลย”

“แม่หญิงคีรินทร์ ดวงใจหัสดินไง”

“อ๋อออ เมียท่านขุนพลเขารึ ถึงว่าทำไมออร่าผัวเมียมันฟุ้งกระจายไปทั่วพระนคร”

เสียงแซวจากทางข้างหลังส่งผลให้ไอ้ธันเบะปากเล็กน้อย ถามว่าใครแซว? ...ก็ใครล่ะครับถ้าไม่ใช่พวกเพื่อนของผม ไม่ใช่แค่ไอ้สองตัวที่เป็นดรัมนะ มันรวมพวกอยู่ข้างหลังทั้งหมดด้วย ส่วนมากก็เป็นพวกที่ไอ้อุ๋งๆ เคยติวหนังสือก่อนสอบให้นั่นแหละ ทำบุญบูชาโทษของแท้ ฮะๆ

“กูเบื่อเพื่อนมึง”

“ฮะๆ”

“ขำอะไรไอ้เหี้ย เดี๋ยวตบด้วยร่มเลยว่ะ” ไม่พูดเปล่า มันยกร่มมาทำท่าเหมือนจะตบจริงๆ ด้วย

“ขำมึง อยากเซอร์ไพรส์กูก็ไม่บอก นี่ไม่ได้เตรียมหน้าตกใจหล่อๆ เลยเนี่ย เอาแบบเมื่อกี้ใหม่ได้ไหม ที่มึงเดินมาถามว่า ‘เอาน้ำปะ’ อะ เดี๋ยวกูจะซ้อมตกใจหล่อๆ” ผมลองทำหน้าตกใจหล่อๆ ให้มันดูเป็นท่าประกอบ คนที่อยู่ข้างทางที่เห็นหน้าผมนี่กรี๊ดกันใหญ่ แต่ไอ้คนที่ผมคุยด้วยนี่สิ

“กูไปละ” เวร

“เฮ้ย ไปไหน?”

“ไปไกลๆ จากคนเหี้ยๆ อย่างมึง” ร่างโปร่งไหวไหล่พูดด้วยท่าทีจริงจัง ขยับตัวเดินไปที่ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา มันไกลมากจนคุณต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าคีรินทร์จะเดินไปที่นั่น… สถานที่นั้นคือข้างฟุตบาทครับ ห่างจากผมแค่ (ไม่ถึง) เมตร โอ๊ยไอ้บ้า ห่างแค่นี้อยู่ที่เดิมดีกว่าไหม ทำไมมึงชอบทำให้กูยิ้มเหมือนคนบ้าวะ

“ไกลจัง มองไม่เห็นตัวเลย” ผมแกล้งพูด พร้อมกับหลี่ตามองเพื่อนสนิทที่กำลังเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ผมนะครับที่ยิ้มกับการกระทำของมัน คนที่เห็นเหตุการณ์ก็แอบยิ้มทั้งนั้น คุณก็ดูมันเดินดิ อย่างกับทหารไขลาน เป็นสเตปยิ่งกว่านักเรียนนายร้อย โดนบังคับมาเหรอ ฮะๆ

“อะแน่นอน อยู่ไกลขนาดนี้ถ้าเห็นนี่แย่เลย”

“หึๆ”

ตลอดการเดินขบวนไปที่สนามกีฬาจังหวัดไอ้เพื่อนต่างโรงเรียนของผมพยายามเดินอยู่ห่างเสมอแต่ก็ถามผมบ่อยๆ ว่า ‘หิวน้ำไหม’ ‘ร้อนรึเปล่า กูมีร่มนะ’ ‘กินขนมไหม’ มันคงกลัวว่าเวลามีคนมาถ่ายภาพขบวนผมจะออกมาไม่ดี แล้วก็ถ้าครูมาเห็นเขาจะหักคะแนน ขี้กังวลจริงๆ มึงเนี่ย ถึงจะโดนจริงๆ เพื่อนกูก็ไม่ซีเรียสหรอก พวกมันออกจะชอบที่ได้ล้อมึง

“เมื่อไหร่จะถึงเนี่ยยย” คนที่เดินอยู่ห่างมาก (เขาว่ามาอย่างนั้น ตามใจหน่อยเถอะ) บ่นอุบอิบ ยกขนมขึ้นมากัดคำโตแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ

“เหนื่อยเหรอ”

“เปล่า กลัวมึงเป็นลม ชุดแม่งดูหนักๆ ร้อนๆ ยังไงไม่รู้ พวกมึงจะเล่นใหญ่ไปเพื่ออะไรวะ ถ้ามึงเป็นลมขึ้นมากูจะไปตบหัวคอสตูม...” คีรินทร์ยู่ปากมองชุดของผม ประโยคที่มันพูดทำให้หัวใจของผมพองโต...

อยากบีบแก้มว่ะ ถ้าผมทิ้งป้ายแล้ววิ่งไปบีบมันแป๊บนึงคนอื่นจะด่าไหม





__________________________________________________________________________

อ่าห์!!!!! เหลือ1 นาที

-Mommae-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.797K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29972 9494 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 12:24
    มุแงงงงงงงง แม่งเง้ยยยย อ่านแร้วเขินจะบ้า
    #29,972
    0
  2. #29717 BACHA (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 16:28
    โอ้ยยยย ต่อจากนี้ให้แทนน้ำตาลด้วย หยางธัน
    #29,717
    0
  3. #29661 MoRO66 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 02:13
    หยางชั้นเข้าใจแกมากๆเลยว่าทำไมถึงมันเขี้ยวอุ๋งๆอ้ะ ฮึ่ยยยย อยากบีบบบบ
    #29,661
    0
  4. #29422 gusigle (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 00:28
    น่ารักจนใจเจ่บบบ งื้ออ
    #29,422
    0
  5. #29399 โพนี่ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:19
    น่ารักมากๆ หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งน้ำตาลซะอีกกก
    #29,399
    0
  6. #29260 Jealous? (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:21
    น่ารักมากใจมันนุบนิบไปหมดฮือออออ
    #29,260
    0
  7. #29245 sulasoh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 08:15
    ยิ่งอ่านยิ่งซึมซับความเซฟจี แงงงงงงงงง
    #29,245
    4
    • #29245-2 kawisaraa(จากตอนที่ 29)
      13 เมษายน 2563 / 01:22
      ฮรือ;-;)ในที่สุดก็เจอเพื่อน ยิ่งอ่านยิ่งนึกถึงคู่นี้
      #29245-2
    • #29245-3 kawisaraa(จากตอนที่ 29)
      13 เมษายน 2563 / 01:26
      ต้นกับเทรนด์นี่นึกถึงพี่บูมกับพี่บ่าวต้าเลย
      #29245-3
  8. #29243 bambiim (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 06:20
    แงงงง แสนจะนุ่มฟูวววววววว
    #29,243
    0
  9. #29231 Min (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:28

    มีความเป็นห่วงเป็นใยหวานนนน

    #29,231
    0
  10. #29145 psunrise (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 21:13
    เพอื่นกันก็ดูแลกันหยั่งงี้ ตอนนี้ยิ้มเมื่อยปากมากเพนเขินมากบ้าเอ๊ย!
    #29,145
    0
  11. #28710 Shipnielong (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 15:34
    ความภรรยานี่คืออะไรคะคุณคีรินทร์.ยื่นไมค์
    #28,710
    0
  12. #28665 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 12:35
    😊😊😊
    #28,665
    0
  13. #28653 Kmmbs may (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 18:15
    กรี๊ดดดดด น่ารักกก ฮื่ออออ
    #28,653
    0
  14. #28411 Callmeyou (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:54
    มันอะไรกันนนนนนน น่ารักเกิน
    #28,411
    0
  15. #28269 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:53
    โอ้ยเพื่อนสนิทบ้าเพื่อนสนิทบออะไรหยาง!!! ถ้าไม่จีบ จะจีบเองแล้วนะ ธันวาน่ารักขนาดนี้อ่ะ!!!!!
    #28,269
    0
  16. #27890 MaiNatkamon (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 19:08
    น่ารักมากกกกกกกกกก กรี้ดดดดฮืออออ นี่คือแค่เพื่อนจริงเหรอ555555
    #27,890
    0
  17. #27227 ็HHMBYY (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:44
    แม่หญิงกับท่านขุนนี่น่ารักจริงๆเลย
    #27,227
    0
  18. #27184 loocbomb (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:02

    นั้ลล๊ากกกอ่อนโยยน

    #27,184
    0
  19. #26497 silently point (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 08:18
    แหม่ ดีจริงจริ๊งงงง
    #26,497
    0
  20. #26472 _DARKGHOST_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 17:55
    ไม่ค่อยเล๊ยยยยยย
    #26,472
    0
  21. #26415 Nanthara (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 19:58
    แหม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆระริกระรี้เลยน้าอิหยาง
    #26,415
    0
  22. #25374 Piszerel (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:52
    ด่าค่ะ 55
    #25,374
    0
  23. #25331 Animee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:29
    จ้าๆ​ ไม่เเฟนเลยๆ​

    ฮรือ​ เเล้วก่อนหน้านี้อ่ะเรื่องหึงคือไม่พูดถึงเเล้วหรอ​ เสียจุยยยย ชอบความหึง😭😭
    #25,331
    0
  24. #25280 WayVe❤ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 00:21
    ไม่ค่อยจะแฟน นี่มันเพื่อนกันชัดๆ ใครว่าผัวเมียนี่ตบปากเลย บ๊าาาา!! แกอะคริสมาร์คคคคค!!!
    #25,280
    0
  25. #23925 ดินสอทู่ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:19
    ไรท์ เรากบับมาอ่าน เหมือนบางช่วงบางตอนมันหายไปอ่ะ
    #23,925
    0