I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 26 : ครั้งที่ 22 เด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,423 ครั้ง
    22 ม.ค. 62



ครั้งที่ 22 เด็ก

[ธันวา]

“ธัน กินยา”

“...”

“ธัน”

“...”

“ยากับตีน จะกินอะไร”

“ยา!” ผมรีบดีดตัวขึ้นไปรับยามาแล้วกระเดือกเข้าไปพร้อมน้ำ ขณะเดียวกันก็ยังคงขมวดคิ้วยุ่งมองไอ้หมอเถื่อนเคืองๆ เห็นขี้หน้ามันแล้วอยากจะเตะให้ดั้งหัก แม่ง...

“ดื้อตลอด ต้องให้ขู่ตลอด” มันเก็บแก้วน้ำแล้วขึ้นมานอนด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากผมลิบลับ ขึ้นมาทำเหี้ยไรวะ

“แค่ก กลับบ้านมึงไปเลยไอ้เชี่ย”

“อะไร ใช้เสร็จแล้วก็ไล่เลยเหรอ”

“ก็มึงอะ” มึงไม่เข้าใจอารมณ์เด็กหนุ่มที่เคยอ้วนเหรอวะ ตอนนี้กูกล้าขึ้นแล้วก็จริงแต่ก็ยังอายอยู่ไง ใส่เสื้อรัดกล้ามเนื้อเข้าฟิตเนสได้ก็จริงแต่นั่นก็ถือว่ามีเสื้อผ้าใส่ไหมล่ะ! ไอ้เหี้ยย นี่ถอดหมดเลยนะเว้ย มันเห็นหัวนมผม เห็นสะดือ เห็นจั้กแร้ เห็นทุกอย่าง… ดีนะที่ยังแค่ข้างบน

“โวยวายเป็นผู้หญิงเสียตัวไปได้ กูเห็นทุกส่วนของไอ้ต้นมาละ ไม่เห็นมันโวยเลย”

“ไม่เหมือนกันไอ้สัส! แค่กๆ” เชี่ยต้นชอบโชว์จะตาย ไม่เห็นกางเกงว่ายน้ำมันเหรอ กางเกงในยังขอยอมแพ้

“เหมือนหรือไม่เหมือนก็ช่างเหอะ นอนๆ ไปมึงอะ” ถ้ามันเป็นหมอจริงๆ ผมจะไม่เข้าโรงพยาบาลนั้นเด็ดขาด หมอที่ไหนเอาครกไม้มาใส่น้ำเช็ดตัวให้คนไข้ หมอที่ไหนไล่คนไข้ให้ไปอาบน้ำ แล้วหมอที่ไหนมันกล้าขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกับคนไข้วะ เนี่ย นอกจากจะนอนเบียดแล้วยังเล่นเกมต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วย

โอ๊ย ปวดหัว...

“เป็นไร” อีกฝ่ายวางโทรศัพท์ รีบมาดูทันทีที่เห็นว่าผมยกมือขึ้นมากุมขมับ กินยาแล้วยังไม่หายอีกเหรอวะ...

“...ปวด”

“เหอะ พูดมากก็อย่างนี้แหละ สมน้ำหน้า” มันยิ้มเยาะ ไหวไหล่ไม่สนใจก่อนจะกลับไปนอนเล่นเกมต่อ เห็นไหมว่าไอ้หยางไม่ได้ดีอย่างที่พวกคุณคิด

ผมพลิกตัวหันหลังให้เพื่อนสนิท พยายามข่มตานอนเพื่อให้ร่างกายกับสมองพักผ่อน ตอนที่ไอ้หยางไปหาผ้าสะอาดมาเช็ดตัว ผมแอบเข้าหาในเน็ตแล้วว่าอาการแบบนี้คืออะไร เขาบอกว่ามันเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสมอย่างที่พี่นกบอกจริงๆ ครับ…

ขนาดกลับบ้านมาแล้วผมยังเครียดอยู่เลย ไม่ได้เครียดว่าครูจะด่าผมไหม เพราะยังไงผมก็รู้อยู่แล้วว่าต้องโดนชัวร์ๆ ที่ผมเครียดคือเรื่องไอ้หยางต่างหาก ครูศรีเป็นยังไงคนเขาก็รู้กันทั้งโรงเรียน ครูจะเอาเรื่องไอ้หยางรึเปล่าก็ไม่รู้ ให้ตายสิไอ้ห่า ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง

ถ้าครูเอาเรื่องจริงๆ จะทำยังไงดีวะ…

แปลบ

พอเหอะเชี่ยหัว กูปวดจนไม่รู้จะปวดยังไงแล้ว

ผมยกมือขึ้นคลึงบริเวณขมับกับท้ายทอย เมื่อวานแม่เอาหมอนใบโปรดของผมไปทิ้งเพราะมันเน่ามากๆ ตอนนี้ผมก็เลยได้นอนหมอนใหม่ที่สูงกว่าเดิมประมาณร้อยเท่า ผมไม่ชอบหมอนสูง ผมชอบแบบต่ำๆ สบายหัวมากกว่า กรรม นอกจากปวดหัวแล้วยังต้องมาปวดคออีก

“เป็นไร?” ไอ้คนที่ผมคิดว่ากำลังเล่นเกมอยู่ชะโงกหน้ามามอง ถึงจะรุนแรงไปนิดหน่อย… แต่ผมก็รู้ดีว่ามันห่วงผมจริง ดูอย่างตอนนี้สิ แทบจะมองทะลุท้ายทอยผมอยู่แล้ว

“ปวด ...แค่กๆ ไม่ชอบหมอนสูง”

“แล้วปกตินอนยังไง ในห้องมึงไม่มีหมอนต่ำเลยนะ”

“เมื่อวานมี แต่วันนี้แม่เอาไปทิ้งแล้ว แค่ก... นี่หมอนใบใหม่ที่แม่เพิ่งซื้อมาเปลี่ยนให้” พูดแล้วอยากจะร้องไห้...

“ไอ้บ้า แล้วมึงไม่บอกให้แม่เลือกใบที่ต่ำๆ ล่ะวะ”

“กูรู้เรื่องที่ไหนล่ะ กลับมาก็เป็นแบบนี้แล้ว” ตอนนั้นผมไปทำกิจวัตรประจำวันอันแสนวุ่นวาย ทั้งทำคัท ซ้อมแข่ง พอกลับบ้านมาก็เจอเซอร์ไพรส์เลย ‘แม่เอาหมอนเน่าของธันไปทิ้งแล้วนะ ซื้อใบใหม่มาเปลี่ยนให้แล้วด้วย’ เอื้อออ ผมนี่เข่าแทบทรุด

“เฮ้อ แล้วนี่มึงปวดมากปะ”

“อือ” จะทิ้งหมอนนอนกับเตียงเพรียวๆ เลยก็ใช่เรื่อง ชอบหมอนต่ำก็จริงแต่ผมไม่ชอบความรู้สึกตอนที่นอนบนเตียงโดยไม่มีอะไรรองหัวอะ มันมึนแปลกๆ ปวดหัวฉิบ...

“กูเอาผ้าห่มม้วนๆ เป็นหมอนให้เอาปะ?”

“ฮึ ไม่เอา...” อากาศหนาวจะตาย ถ้าไม่มีผ้าห่มกูอยู่ไม่ได้แน่ๆ มึงนอนทั้งๆ ที่ไม่ห่มผ้าได้ไงวะไอ้หยาง หรือความจริงแล้วมันไม่ได้หนาวแต่เพราะผมป่วยก็เลยรู้สึกว่าเย็นมาก ช่างแม่งเหอะ ตอนนี้ผมจะนอนละ ไม่สนเรื่องปวดคอแล้วแม่ง...

“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน”

ก่อนที่ผมจะได้เข้าสู่ห้วงนิทรา คนข้างหลังก็ดึงหมอนใต้หัวผมออกก่อนจะเอาอะไรมาแทนที่ ขนาดมันไม่ใหญ่มาก สูงกว่าพื้นไม่เท่าไหร่แต่นี่แหละระดับที่ผมชอบ สิ่งนี้ไม่ใช่ผ้าหรือตุ๊กตา มันคือ...

“มึงจะไม่เมื่อยแขนเหรอ” ผมเอี้ยวหน้าไปถามคู่สนทนาที่ถึงแม้จะเอาแขนข้างหนึ่งมาให้ผมหนุน อีกข้างก็ยังคงเล่นเกมต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อือ นอนไปเหอะ”

“อื้อ ไม่เอาอะ เอาแขนออกไปตอนนี้เลย ถ้าเกิดนอนๆ ไปแล้วมึงเอาแขนออกกูตื่นแน่ กูอยากนอนแบบต่อเนื่อง” ผมเป็นคนหนึ่งที่ตื่นง่ายมาก ถ้ามีการขยับใกล้ๆ บริเวณที่นอนแค่นิดหน่อยก็ทำให้ผมตื่นได้ ตอนนี้ไอ้หยางอาจจะทนได้แต่นานๆ ไปมันต้องเมื่อยแล้วเอาแขนออกแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะตื่นและหงุดหงิดสัสๆ สู้ให้มันเอาแขนออกไปตอนนี้แล้วให้ผมนอนยาวไปเลยดีกว่า ปวดคอช่างแม่ง ได้นอนเป็นพอ

“กูไม่เอาออกหรอก”

“อย่ามาว่ะ แค่กๆ มึงทนไม่ได้หรอก” หัวคนนะโว้ยไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่น

“มึงจะมารู้ดีกว่าตัวกูได้ไง นอนได้แล้วไอ้คนป่วย อย่าให้หมอตีนะ”

“ไอ้หมอ ไอ้เวร แค่กๆ...” ผมด่าก่อนจะพยายามยกหัวขึ้นเพื่อเปลี่ยนไปนอนบนหมอนใบสีขาวข้างๆ เหอะ ไม่ยอมก็เรื่องของมึง ตอนนี้แขนมึงอยู่ใต้คอกู กูจะย้ายหัวไปไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ ถ้ามึงไม่ได้เอามือมาจับไว้น่ะนะ...

“นี่กูใจดีไปเหรอ บอกให้นอนไง”

กึก

“...”

เสียงเย็นจากข้างหลังทำเอาผมชะงัก ค้างศีรษะไว้กลางอากาศ ไม่กล้าวางลงบนหมอน ...ก็ไม่ได้กลัวแค่ตกใจ… จริงๆ นะ ไอ้ที่ย้ายหัวกลับไปวางไว้บนแขนใหญ่เหมือนเดิมก็เพราะตกใจเหมือนกัน

แม่ง

“ก็แค่นี้แหละ ชอบให้ขู่”

“...” ทำเป็นเก่ง เลือดไม่เดินไปเลี้ยงแขนหรือห้อเลือดขึ้นมากูจะขำให้ ...อยากจะด่ามันฉิบหายแต่เพราะความง่วง บวกกับอาการปวดขมับ ผมจึงทำได้แค่บ่นอุบอิบแล้วค่อยๆ ปิดตาลงนอน นี่ก็สองทุ่มกว่าแล้วยังไม่กลับบ้านไปอีก ถ้าพ่อแม่มึงโทรมากูจะบอกพวกเขาว่ามึงหนีไปซื้อรองเท้ามา เอาให้โดนด่าจนหูชาไปเลย

แล้วพรุ่งนี้เอาไงดีวะ ไปซ้อมดีไหม หรือว่าไม่ไปดี อือ…

ใจจริงผมก็ไม่อยากไปเท่าไหร่เพราะเหนื่อยใจกับการที่โดนด่าแล้ว อีกอย่างไอ้เจ้าของแขนนี่ก็คงไม่ยอมให้ไป แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าไม่ไปผมจะดูเป็นเด็กไม่ดีไหม แล้วครูจะเอาเรื่องไอ้หยางรึเปล่า คงต้องไปคุยให้รู้เรื่องสักหน่อย

ตือดึง

ในระหว่างที่ผมกำลังคิดเรื่องอะไรไปเรื่อย โทรศัพท์ข้างหลังก็ดัง แจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความมา… มาหาไอ้หยาง เหอ ในที่สุดหลังจากเลิกคุยมานานมึงก็มีสาวคุยสักทีสิ

“ไร?” มันเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมเอี้ยวหน้าไปมอง

“เปล่า กูจะนอนแล้วนะ ตามสบายเลย” หลับไปเลยละกัน มันจะได้ไม่เกร็งคิดว่าผมซีเรียสเรื่องที่มันคุยกับสาวๆ ก็บอกแล้วว่าไม่ได้อยากให้เลิกไปเลย ขอแค่ลดก็พอ ไอ้ห่านี่เล่นไม่คุยกับใครสักคน ลบข้อความ ไม่ตอบความคิดเห็นของคนที่เข้ามาจีบทุกคน ก็ดีใจอยู่หรอกที่มันทำตามที่ขอได้แต่ผมอึดอัด เหมือนไปปิดกั้นมันไว้อะ ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่อยากคุยกับใครก็เถอะ

มันก็ต้องมีฟีลเหงาๆ บ้างถูกปะ ใครมันจะไปคุยกับเพื่อนแล้วสนุกได้ตลอดเวลา ความรู้สึกมันต่างกันผมเข้าใจ เพราะฉะนั้นเชิญเลยหัสดิน กูหลับแล้ว

อะ

“เฮ้ย อะไร...”

ผมเอี้ยวหน้าไปถามเพื่อนสนิทที่เขยิบเข้ามาใกล้ มันเปลี่ยนมาเล่นโทรศัพท์ด้วยมือขวา ส่วนมืออีกข้างวางบนเอวบาง นึกภาพออกไหมครับ เรานอนหันหน้าไปทางเดียวกัน ผมนอนหนุนแขนข้างขวาของมัน บริบทอื่นๆ ก็เป็นอย่างที่อธิบาย ก็เลยคล้ายกับว่ามันกอดผมกลายๆ

ใกล้ไปไหม

“อื้อ… ออกไป”

“ไม่ออก”

“ไอ้หยางเดี๋ยวติดหวัดหรอกไอ้ควาย” ผมดันหัวมันให้ออกไป แอบตบแก้มด้วยนิดหน่อย เป็นหมออะไรของมึงวะ ไม่เคยมีใครสอนเหรอว่าอย่าเข้ามาใกล้คนป่วย

“ไม่ติดหรอก ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการแลกเชื้อกันสักหน่อย”

“อะไรของมึง พูดจาน่าเกลียดฉิบหาย” อี๋

“ก็ครูพละบอกมาว่าถึงแฟนจะป่วย เราก็สามารถนอนกอดเขาได้เพราะยังไงก็ไม่ติดหวัด ถ้าเราไม่ได้จูบ ไม่ได้ดูดหรือเอากัน” คู่สนทนาพูดด้วยสีหน้าปกติ ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในตาผม ทั้งห้องเหมือนอยู่ในเขตปลอดเสียง ไม่มีแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศ คือผมกำลังตกใจกับประโยคนั้นอยู่ แล้วก็กำลังด่าไอ้หยางในใจด้วย… ไอ้เหี้ย มึงเก็บหน้าหล่อๆ ไว้ให้คนอื่นมองเถอะ ไม่ต้องมาใช้กับกู

“กูเพื่อนมึง ไม่ใช่แฟน”

“คนเหมือนกันนั่นแหละ”

“ไม่เหมือน ครูมึงมั่วละ ถ้านอนใกล้ขนาดนี้แล้วกูไอขึ้นมา มึงนั่นแหละที่รับเชื้อเต็มๆ ออกไปไอ้หอยหลอด” เทียบกันไม่ได้สักนิด เอาเพื่อนไปเปรียบกับแฟนเนี่ยนะห่า

“ไม่เอา นอนไปเหอะ กูไม่เป็นอะไรหรอก”

“กู-”

“นอน”

“...” กูด่ามึงว่าอะไรดีวะ

ผมบ่นอุบอิบก่อนจะหันหน้ากลับไปที่เดิม เพื่อนคนอื่นเขาใกล้กันขนาดนี้ไหมวะ เราสนิทกันมากไปไหมเนี่ย นี่เรียกว่าเนื้อแนบเนื้อ แผ่นหลังผมแนบแผ่นอกมันแล้วนะ ได้ยินยันเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของอีกฝ่าย แล้วโทรศัพท์มึงอะ กูเห็นหมดแล้วเนี่ยว่าคุยกับไอ้เจเรื่องเจ๊กอล์ฟ แหม เม้าท์กันสนุกปากเชียวนะ…

เดี๋ยว อย่าบอกนะว่าที่ทำแบบนี้... เพราะอยากให้รู้ว่าไม่ได้คุยกับผู้หญิง?

...พรืด

“ไอ้บ้า ฮะๆ” โอ๊ย จะบอกว่ามันน่ารักหรือว่าอะไรดีล่ะ ถึงว่าทำไมอยู่ดีๆ ก็มาทำแบบนี้ เจ้าตัวคงดูออกละมั้งว่าก่อนหน้านี้ผมคิดอะไร มันคงขี้เกียจพูดแหละ ฮะๆ

“อะไร อยู่ดีๆ ก็ด่ากู?”

“เปล่า” ถึงจะบอกว่าเปล่าแต่ริมฝีปากของผมก็ยังอมยิ้มนิดๆ ตลอดเวลา มันอาจจะไม่ใช่เรื่องน่ายิ้มหรือน่ารักสำหรับคนอื่นก็ได้แต่สำหรับผม… ไม่รู้ว่ะ ผมมองว่ามันน่ารัก ถ้าใครได้ไอ้เหี้ยนี่เป็นแฟนคงสำลักความสุขตาย

“ช่างเถอะ นอนได้แล้ว”

“อือ” หลังจากที่เสียเวลามานาน ในที่สุดผมก็ได้นอนจริงๆ สักที หวังว่าตื่นมาแล้วไข้จะลดลงไปบ้างนะ ปวดหัวฉิบเลย

[หยาง]

ผมชะโงกหน้ามองคนในอ้อมกอด ลมหายใจสม่ำเสมอ หน้าอกที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะทำให้ผมรู้ว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว กว่าจะหลับได้นี่เหนื่อยเอาการ เสียงแหบขนาดนั้นยังจะพูดมากอีกไอ้บ้า นี่แหนะ ตีหัวแม่ง...

ตือดึง

(ไอ้) น้องหยิน : พี่หยาง เพื่อนหยินกลับบ้านหมดแล้วนะ พี่ไม่ต้องลงทุนหนีเที่ยวเพราะอยากหลบหน้าพวกมันก็ได้มั้ง - _ -

อ้าว นี่รู้ด้วยเหรอวะว่าผมไม่อยากเจอเพื่อนมัน… ไม่ได้หยิ่งนะเว้ย แค่กลัวเฉยๆ เพื่อนมันชอบมองผมด้วยสายตาโลมเลีย อยู่ด้วยนานๆ แล้วรู้สึกเหมือนโดนลวนลาม

(ไอ้) พี่หยาง : อีกสักชั่วโมงเดี๋ยวกลับ

(ไอ้) น้องหยิน : อยู่ไหนเนี่ย พี่กล้าปล่อยสาวน้อยไว้บ้านคนเดียวเหรอ

(ไอ้) พี่หยาง : อย่ามาเวอร์ พ่อกับแม่ก็อยู่บ้าน

ผมใช้มือข้างที่ว่างอยู่จับปอยผมนุ่มขึ้นมาม้วนเล่น กลิ่นหอมชะมัด นอกจากหอมแล้วยังนุ่มเหมือนเส้นไหมอีก ใช้ยาสระผมยี่ห้ออะไรวะ

(ไอ้) น้องหยิน : ก็นั่นแหละ ตอบมาว่าอยู่ไหน

(ไอ้) พี่หยาง : อยู่บ้านธัน กำลังเฝ้าไข้มันอยู่

(ไอ้) น้องหยิน : ตอแหลปะเนี่ย จริงๆ แล้วพี่หนีเที่ยวใช่ปะ บอกมาเลยว่าอยู่ไหน ไม่งั้นหนูจะฟ้องพี่ธัน - _ -

เอ้าไอ้นี่ บอกความจริงก็ไม่เชื่อ

เนื่องจากคู่สนทนาไม่เชื่อ ผมจึงต้องหาหลักฐานให้เธอ นั่นคือภาพถ่ายของตัวเอง และแน่นอนว่าผมไม่สามารถขยับไปไหนได้ รูปที่กล้องถ่ายได้จึงมีทั้งผมและไอ้คนป่วยที่นอนหลับอยู่ ดีนะที่หัวไอ้ธันอยู่ระดับคอผมพอดีก็เลยเห็นหน้าผมชัดเจน ไม่อย่างนั้นผมคงต้องชะโงกหน้าเข้าเฟรมกล้องจนคอยาว

(ไอ้) น้องหยิน : ...อ้างโน่นอ้างนี่ ที่แท้ก็นอนกกเมีย

(ไอ้) พี่หยาง : บอกว่าเพื่อนไง แล้วที่ทำอยู่ก็เรียกว่านอนเฝ้าไข้

(ไอ้) น้องหยิน : ต๊ายยย กล้าพูดนะพ่อคุณ เฝ้าไข้คือการที่เราเฝ้าสังเกตอาการของคนป่วยค่ะ ไม่ใช่การนอนกอดกันกลมแบบนี้ แฟนก็บอกเถอะ แมนๆ คุยกัน ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

เด็กสมัยนี้นอกจากขี้มโนแล้วยังไม่ฟังใครอีก มีน้องแบบนี้ผมกลุ้มใจจริงๆ

(ไอ้) น้องหยิน : ถ้าจะไม่กลับบ้านก็โทรมาบอกละกัน หยินจะได้ล็อคประตูบ้านเลย

(ไอ้) พี่หยาง : เออไม่กลับแล้ว

หมั่นไส้ไอ้เหี้ย

นอนที่นี่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ก็พ่อกับแม่คีรินทร์บอกว่าจะกลับมาดึกๆ นี่ ถ้าเกิดตอนที่ผมกลับบ้านไปแล้วไอ้ธันตื่นขึ้นมามึนๆ เดินตกบันไดขึ้นมาจะทำยังไง อีกอย่างตอนนี้ผมก็นอนจนขี้เกียจลุกแล้วด้วย

อ่า ผมยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกนี่นา…

Yang : พวกมึง ใครมีไลน์ไอ้ต้าบ้าง

Ton : ต้ากรมท่าขาว?

Yang : เออ

Train : กูมี เดี๋ยวส่งให้

ไม่นานนักมันก็ส่งรายชื่อผู้ติดต่อมาในกลุ่ม ไอ้นี่แหละที่ผมกำลังตามหา

Ton : เอาไปทำไมวะ

Yang : มีเรื่องอยากให้มันช่วยนิดหน่อย

Ton : เกี่ยวกับไอ้ธันไหม

Yang : อือ เรื่องมันนี่แหละ

Ton : ตกลงมันมีเรื่องจริงดิ ทำไมไม่เรียกกูไปวะ

Yang : มีเรื่อง แต่ไม่ถึงขั้นชกต่อย

Train : แล้วมียังไงวะ

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง ขณะที่พิมพ์ไปโทสะก็ก่อตัวขึ้นในใจ เข้าเรื่องนี้ทีไรโกรธแม่งทุกที แล้วก็ไม่ใช่ผมนะที่โกรธ ใครได้รู้เรื่องก็คุมอารมณ์ไม่อยู่ทั้งนั้นแหละ

Ton : ไอ้เหี้ยธันยอมได้ไงวะ

Train : ตามถึงบ้านเลยดีไหม

Yang : ไม่ กูไม่ชอบใช้กำลังกับผู้หญิง

Train : งั้นจะเอาไง

Yang : พวกมึงไม่ต้อง กูจัดการเรื่องนี้เอง

Ton : ชอบฉายเดี่ยวเหรอมึง ไอ้ธันก็เพื่อนพวกกูนะเว้ย

Train : เออ

Yang : กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น… แต่เรื่องนี้มันจบไม่ยากหรอก ไม่ต้องใช้คนเยอะ

กว่าจะอธิบายให้พวกมันยอมได้ก็ใช้เวลาร่วมชั่วโมง ผมดีใจนะที่ทั้งคู่รักไอ้ธันขนาดนี้ ตอนที่พาไปรู้จักกันแรกๆ ยังแอบกังวลอยู่เลยว่าพวกมันจะเข้ากันได้รึเปล่าเพราะนิสัยต่างกันสุดๆ โดยเฉพาะไอ้เทรนด์ ความจริงมันสนิทกับคนอื่นยาก โลกส่วนตัวก็ค่อนข้างสูง แต่ไม่รู้ทำไมมันยอมเปิดใจให้ไอ้ธัน

ไอ้ต้นก็เหมือนกัน รายนี้เล่นได้กับทุกคนแต่มีไม่กี่คนหรอกที่มันให้เข้ามายืนในฐานะเพื่อนสนิท และน่าแปลกที่ไอ้ธันก็เป็นอีกคนที่ได้ตำแหน่งนั้นไป

เห็นแบบนี้ผมค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

Yang : ไอ้ต้า

ผมทักไปหาเพื่อนเก่าสมัยม.ต้น เมื่อก่อนเราอยู่โรงเรียนเดียวกันแต่ตอนนี้อีกฝ่ายย้ายไปอยู่โรงเรียนเดียวกับไอ้ธันแล้ว ไม่รู้ว่ารู้จักกันไหมเพราะเพื่อนผมคนนี้ไม่ค่อยจะเข้าเรียนเท่าไหร่ ไม่เข้าแต่เสือกเป็นนักเรียนเรียนดีซะงั้น

Ta Thanapat : ว่าไงไอ้เพื่อนเกลอออ

Yang : มึงอยู่สภาใช่ปะ

Ta Thanapat : อ่าฮะ นั่นแน่ มาอีหลอบนี้แสดงว่ามีเรื่องให้กูช่วยละซี่ ไปทำอะไรมาล่ะไอ้หล่อเพื่อนกู โดนติดลบคะแนนหรือว่าโดนอะไร กูช่วยได้หมดแต่... กูอยู่สภาโรงเรียนข้างๆ นะไม่ใช่โรงเรียนมึง มึงหลอนรึเปล่า5555

Yang : รู้อยู่แล้ว

Ta Thanapat : อะๆ งั้นว่ามา จะเอาอะไร

ผมบอกสิ่งที่ต้องการแล้วคุยกับมันต่อไป ผมต้องใช้สิ่งนี้ในการทำเรื่องอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ความจริงผมไม่จำเป็นต้องใช้ไอ้นี่ก็ได้ แต่กันไว้ดีกว่าเพราะไอ้คนที่ผมกำลังเล่นหัวอยู่ตอนนี้มันขี้กังวล ยิ่งเป็นเรื่องคนอื่นมันก็ยิ่งกังวล ไอ้แมวน้ำเอ๊ย

แอ๊ด

“ไอ้ธันกูกลับมาแล้ว ซื้อข้าวมาฝากมึงด้วย มากิน...”

หือ

เสียงจากหน้าประตูทำให้ผมหันหน้าไปมอง สิ่งที่พบคือร่างของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังมองเรา ในมือถือถุงอาหารไว้กลางอากาศ เวรละ นั่นมันพี่ตุลย์นี่หว่า

“พี่ตุลย์สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คนที่เข้ามาใหม่ อยากจะลุกขึ้นมานั่งคุยดีๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมีคนนอนทับแขนอยู่ ตอนนี้เหมือนพี่ตุลย์เป็นผัว ไอ้ธันเป็นเมีย แล้วผมเป็นชายชู้ที่กำลังโดนจับได้คาหนังคาเขาเลยว่ะ

“...เออ แล้วนี่กำลังทำอะไรกัน?” ผมจะบอกยังไงให้มันดูดีดีวะ เอาเถอะ… ยังไงพี่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเพื่อนกัน

“ไอ้ธันป่วยครับ ผมก็เลยมาเฝ้ามัน”

“อ๋อ… แล้วมันเป็นไงบ้างอะ”

“ก็-”

“...อื้อ” ก่อนที่ผมจะได้ทันตอบอะไร ร่างโปร่งที่นอนอยู่ด้วยกันก็พลิกตัวหันหน้าเข้ามาหาผม เปลือกตากระพริบนิดหน่อยแล้วค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาสบตากัน นี่มึงได้กลิ่นอาหารปะเนี่ยถึงได้ตื่น ไอ้เด็กอ้วน

“ตื่นแล้วเหรอ?”

“อือ...”

“ไข้ลดยัง” ถามพร้อมกับยกหลังมือขึ้นไปอังหน้าผากมน ถือว่าลดลงนิดหน่อยแล้วแต่ก็ยังอุ่นๆ อยู่ดี นี่ขนาดเช็ดตัว ให้กินยา แล้วก็นอนกอดขนาดนี้ยังไม่หายอีกเหรอ

“อื้อ”

“ธัน?” เฮ้ย ปิดตาไปแล้ว จะตื่นก็ตื่นสิวะ

“หือ...” คู่สนทนาส่งเสียงตอบอย่างงัวเงีย ขยับเข้ามาซุกแผ่นอกผม มือขาวกำเสื้อบริเวณนั้นของผมแน่นเหมือนลูกแมวที่ต้องการความอบอุ่น

“ตื่นยังเนี่ย”

“...อือ”

“ลุกไปกินข้าวก่อนเร็ว” ผมคลี่ยิ้มให้กับอากัปปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ดูไอ้ตาที่จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่นี่สิ ไหนจะปากที่เผยอนิดหน่อยนี่อีก เคยเห็นแต่ในหนังไม่คิดว่าชีวิตจริงจะมีคนที่ป่วยแล้วอ้อนจริงๆ อ้อนหนักด้วย ฮะๆ

“อื้อ...”

“งั้นกูไปรอข้างล่างนะ มึงก็มากินด้วยกันดิหยาง ซื้อมาเยอะเลย” ...อ้าวเฮ้ย พี่เขาจะต่อยผมไหมถ้าผมบอกว่าลืมไปเลยว่าพี่ยืนอยู่หน้าประตู ก็ไอ้ธันมันดึงความสนใจอะ

“เอ่อ ขอบคุณครับ”

“ปลุกมันให้ตื่นล่ะ ให้มันมากินข้าวกินปลาก่อน ถ้าจะหลับหรืออะไรก็หลังจากนั้น”

“ครับ” พอคุยกันจบพี่ตุลย์ก็เดินออกจากห้องไป นี่คิดไปเองหรือสายตาเขามองผมแปลกๆ วะ แอบขนลุกเหมือนโดนพิจารณาอยู่เลย

...ก็คงจะตามภาษาพี่ชายหวงน้องละมั้ง เห็นแบบนี้พี่ตุลย์น่ะรักไอ้ธันมากกว่าเม็ดทรายบนโลกรวมกันซะอีก ตอนเด็กๆ นี่ทะนุถนอมยิ่งกว่าเพชร ยุงกัดทีนี่แทบจะเหมาไบก้อนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ได้ยินใครด่าน้องนี่ตามถึงถิ่น มีขู่บ้าง ลงไม้ลงมือบ้างตามภาษาขาโจ๋

โหดเวอร์

แต่ก่อนจะเป็นแบบนี้เขาเคยเมินเฉยไอ้ธันมาก่อนนะครับ ผมจำได้ดี สารภาพว่าตอนนั้นไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้เลย… เอาเหอะ ขุดคุ้ยอดีตไปก็เสียเวลาเปล่าๆ เอาเวลามาปลุกไอ้เหี้ยนี่ดีกว่า

“ไอ้อุ๋งๆ ตื่น”

“อือ...”

“พูดได้แค่นี้เหรอสัส ตื่นเร็ว” ผมจิ้มนิ้วลงบนแก้มใสรัวๆ เพื่อให้คนที่นอนอยู่ตื่นสักที ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวพี่ตุลย์ก็ขึ้นมาแดกหัวเราหรอก

“อื้ออ อย่า”

ลง ig story ดีกว่า

คิดได้ดังนั้นผมก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องเพื่อบันทึกคลิปวีดีโอ ถ้ามันฮาผมจะเอาลงนะ ฮะๆ

“ตื่นเร็ว ไปกินข้าว มีขนมด้วย” เมื่อกี้เห็นแว๊บๆ ว่าในถุงมีทั้งพวกอาหารหนักท้องแล้วก็พวกของหวาน เต็มไม้เต็มมือพี่ตุลย์ไปหมด ถ้ากินหมดนั่นมีอ้วกอะ

“หือ ขนม?...” พูดประโยคอื่นแล้วแต่ตามึงก็ยังสะลึมสะลืออยู่ดี แถมเสียงก็ยังเบาซะจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ตื่นเหอะจริงๆ กูเหนื่อยแทนหนังตามึง ขยับขึ้นขยับลงอยู่นั่นแหละ

“อือ กินปะ”

“...อือ”

“ถ้าหลับอยู่แบบนี้จะกินได้เหรอวะ” ผมใช้มือเกลี่ยเส้นผมนุ่มขึ้นไปทัดหูให้มันขณะสบตาคู่สวยไปด้วย ถึงดวงตาจะลืมขึ้นมาแค่หนึ่งในสี่ของตาทั้งหมดก็เถอะ

“ฮื่ออออ ไม่ได้หลับ… กินได้” มันยู่หน้านิดหน่อย มือขาวตีแผ่นอกผมเบาๆ แน่นอนว่าทุกการกระทำถูกบันทึกไว้หมดแล้ว กูประจานแน่ไอ้อุ๋งๆ ...ที่บ้านเลี้ยงกุมารทองปะ มึงโดนกุมารเข้าสิงใช่ไหม นิสัยถึงได้เด็กแบบนี้

“กินได้ก็ลุกขึ้นมาดิ”

“แป๊บนึง… อืม”

“เร็วๆ สามวิ ถ้าไม่ลุกก็ไม่ต้องกิน” ผมโคตรมีความสามารถเลว่ะ กลั้นขำแล้วยังถือโทรศัพท์ถ่ายต่อไปได้โดยที่ภาพไม่สั่นสักนิด ขอบคุณวิชาช่างภาพที่ร่ำเรียนมาเมื่อเทอมที่แล้ว รายการโทรทัศน์ควรมองเห็นความสามารถนี้แล้วเรียกตัวผมไปทำงานได้แล้วนะครับ

“ฮื่ออ ขนมไม่หนีไปไหนหรอก...” ส่งเสียงรำคาญแล้วขมวดคิ้วยุ่ง ต้องขอบคุณที่แม่งจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่มันก็เลยไม่เห็นว่าผมถ่ายวีดีโออยู่ หรือไม่มันก็เห็นแล้วแต่คิดว่าผมกำลังเล่นโทรศัพท์ ฮะๆ

“นี่เถียงหมอเหรอ?”

“อืม ...หมอหัวค_ย เอาครกมาใส่น้ำเช็ดตัวกู”

“เขาเรียกว่ารู้จักประยุกต์ หึ” ไอ้เหี้ย แล้วองศากล้องตอนนี้มองเห็นครกไม้ข้างเตียงด้วยนะ อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้น

“แถ.. อือ” ร่างโปร่งยิ้มนิดๆ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงช้าๆ อ้าวไอ้จัญไร กูก็คิดว่าพูดประโยคยาวๆ ได้แล้วจะตื่น นี่ง่วงหนักกว่าเดิมอีกเหรอ

“อย่าหลับเด้ ตื่นเร็วๆ รีบกินจะได้รีบมานอนต่อ”

“...อื้ออ”

“ธันเร็วๆ” ผมแกล้งเขย่าแขนให้หัวมันโคลง หวังให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วออกไปจากแผ่นอกผม ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามทุกอย่าง นอกจากจะไม่ตื่นแล้วมันยังซุกตัวเข้ามามากกว่าเดิมอีก

“อือ… วันนี้นอนด้วยกันนะ”

“ทำไมต้องนอนด้วยอะ บ้านช่องกูก็มี” ผมแกล้งถาม มือยังคงสางเส้นผมนุ่มไปขณะที่สนทนากับอีกฝ่าย เพลินมือชะมัด ดูเหมือนมันจะชอบเหมือนกันนะ ขยับเข้าหามือผมใหญ่เลย

“อื้ออ ก็อยากให้นอนด้วยไง...”

“แล้วทำไมถึงอยากให้นอนด้วยล่ะ?” พี่ตุลย์รอจนรากงอกไปแล้วมั้ง รอก่อนนะพี่ ผมกำลังถ่ายสารคดีธันวาน่ารู้อยู่ สัญญาว่าเสร็จเมื่อไหร่จะรีบลงไปหา (ของกิน)

“ฮื่ออ หยางอย่าถามเยอะดิ บอกว่าอยากก็อยากไง” เป็นอีกครั้งที่มันส่งเสียงรำคาญ ยกมือขึ้นตีอกของผมเสียงดัง ดังแค่เสียงเท่านั่นแหละ ไม่มีความเจ็บเลยสักนิด ความรู้สึกเหมือนโดนลูบมากกว่า

“อยากอะไร หือ”

“อื้ออ เลิกคุย” มือขาวโบกไปมาเป็นการปิดบทสนทนา ถ้าเป็นทุกทีผมคงยอมเลิกคุยแหละแต่รู้สึกว่าวันนี้ไอ้ธันจะน่าแกล้งเป็นพิเศษผมก็เลยหยุดแกล้งมันไม่ได้ นี่ความผิดมึงเลยนะ ตื่นมาแล้วต้องคุยกันสักหน่อยว่ามึงไปทำอะไรมา เห็นทีไรกูต้องบีบ ต้องกัด ต้องแกล้งตลอด

“ตอบเร็วๆ ดิ อยากอะไรวะ”

“ไอ้เหี้ยยย ก็รู้อยู่ยังจะถามอีก อืม...”

“อะไร ใครรู้ กูรู้กับมึงด้วยเหรอ?”

“รู้สิ… หยางรู้”

“...มั่วเปล่า หยางไม่เห็นจะรู้เลย” ผมใช้มือข้างเดิมบีบแก้มนุ่มเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ประโยคที่เพิ่งได้ยินเมื่อกี้ทำให้ผมยิ้มกว้าง ชอบตอนมันแทนตัวเองด้วยชื่อเราแบบนี้จัง มัน… น่ารัก

“อื้ออ รู้… ก็ทำด้วยกันอยู่”

“หือ ทำอะไร เยอะไปหมดเลย จำไม่ได้” ทั้งเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า อันไหนล่ะวะที่มันบอกว่าทำด้วยกัน หรือว่าทั้งหมด?

“อื้อออ ทำไมต้องให้พูดเยอะวะ อยากนอนหนุนแขนไงไอ้ควาย!”

จบเพียงเท่านั้นผมก็กดสิ้นสุดการถ่ายวีดีโอทันที ไม่ใช่อะไรหรอกครับ แค่คิดว่าถ่ายต่อก็คงไม่ได้อะไรแล้วเพราะหลังจากนี้ผมจะปลุกมันอย่างจริงจัง แต่ประโยคเมื่อกี้นี้มันตลกดีนะ มันดูเหมือนจะดีแต่สุดท้ายก็ด่า ฮะๆ

“ลุกไอ้สัส” ถึงจะเหมือนประโยคบอกเล่าแต่ความจริงมันคือประโยคคำสั่ง ผมลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไอ้คนที่นอนหนุนแขนหัวกระแทกเตียง ไม่ต้องห่วง เตียงนุ่มครับ

ได้เวลาแดกข้าวแล้ว ลงไปเร็วก่อนที่กูจะโมโหหิวแดกมึงเข้าไปทั้งตัว

ในที่สุดผมก็ลากแมวน้ำที่กลายร่างเป็นแมวลงมาชั้นล่างได้สำเร็จ อย่างที่คิดว่าพี่ตุลย์นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหารแล้ว ถึงพี่เขาจะไม่ได้ส่งสายตาอาฆาตมาให้ผมก็ดูออกว่าเขากำลังส่งสัญญาณบอกว่า ‘อย่าให้กูรู้นะว่ามึงทำอะไรน้องกู’ น่ากลัวว่ะ

“หืออ พี่ตุลย์กลับมาแล้วเหรอ” ร่างโปร่งเดินสะลึมสะลือไปนั่งข้างพี่ชายตัวเอง ผมก็นั่งลงข้างมันเช่นกัน

“อือ เป็นไงบ้าง เห็นไอ้หยางบอกว่าป่วยเหรอ” คนที่อายุมากที่สุดเอ่ยถามน้องชาย มือใหญ่จับใบหน้าอีกคนเข้ามาใกล้เพื่อให้หน้าผากสัมผัสกัน ผมชินภาพแบบนี้แล้วล่ะ ถ้าไม่เห็นว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดที่คลานตามกันมาผมก็คงคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน ใกล้ชิดเกิน

“อื้ออ นิดหน่อยครับ”

“ไปทำอะไรมาทำไมป่วยได้ล่ะเรา” คำถามของพี่ตุลย์ทำให้ผมมองหน้าไอ้ธัน ดูจากสภาพแล้วถ้าไอ้ธันโกหกตอนนี้คงโดนจับได้แน่นอน

“เล่นเกมดึกทุกวัน ก็เลยนอนไม่พอมั้งครับ” ผมตอบแทน ที่จริงก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอก ใจจริงอยากจะบอกแล้วให้พี่เขาไปจัดการยัยป้านั่นเลยด้วยซ้ำแต่ผมก็กลัวว่าไอ้ธันจะโดนพี่ชายด่า ผมรู้ดีว่าพี่ตุลย์กับผมนิสัยคล้ายกัน เขาต้องเดือดแน่นอนถ้ารู้ว่าไอ้ธันโดนทำอะไรมา อาจจะเดือดกว่า เดือดจนมาลงที่ไอ้ธันด้วยก็ได้

“สมน้ำหน้า แล้วนี่กินยายัง”

“อือฮึ” ตอบพี่ชายแล้วก็ขยับเข้ามาใกล้ผมเพื่อกระซิบคำขอบคุณ

“กินเลยๆ เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย มึงลองอันนี้ไอ้หยาง โคตรเด็ด” พี่ตุลย์เลื่อนจานปลาหมึกย่างมาให้ผม เห็นไอ้ธันบอกว่าไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนมาเหรอ ถึงว่าล่ะทำไมมีแต่ของแปลกๆ กระด้ง กระบุง กระจาด ซึ้งนึ่งข้าวเหนียว… พี่ช่างเป็นนักอนุรักษ์ตัวยง

“ขอบคุณครับพี่”

“แล้วนอนนี่หรือนอนบ้าน” พี่ตุลย์ถามผม

“นอนนี่”

แต่ไอ้ธันเป็นคนตอบ

“อะไร ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะนอนนี่” ก็แกล้งไปงั้นเอง ถ้ากลับบ้านไปตอนนี้จริงๆ ผมคงได้นอนนอกบ้านเพราะบอกให้ไอ้หยินล็อคประตูลงกลอนอะไรเรียบร้อยแล้ว

“...”

“อะไร มีอะไรก็พูด” เป็นอีกครั้งที่ผมแกล้งแหย่อีกฝ่าย ไอ้เหี้ย ดูหน้ามันดิ หน้ามุ่ย คิ้วขมวด ถ้าตัดเรื่องส่วนสูงออกไปมึงคือเด็กอนุบาลเลยนะ ฮะๆ

“ก็มึงอะ...”

“อะไรล่ะ?” ทำไงดี ผมกำลังเสพติดการแกล้งธันวา ผมกำลังจะกลายเป็นโรคจิต… ค่อยรักษาละกันนะ ตอนนี้ขอแกล้งก่อน

“ชอบให้พูดมากว่ะ ...บอกว่าอยากนอนหนุนแขนไง ไม่ได้ยินเหรอ”

“ได้ยินแต่ไม่ทำตาม มึงจะทำไม?” นี่ถ้ามันไม่ป่วยก็คงจะต่อยผมข้อหากวนตีนไปแล้ว แต่แม่งป่วยไง ความคิดความอ่านก็เลยดูเหมือนจะเด็กลงไปเยอะ…

ผมคิดอย่างนั้นจนมาถึงตอนนี้

“กูจะบอกพ่อกับแม่มึงว่ามีอะไรอยู่ในคอมกับใต้เตียง บอกด้วยว่าล่าสุดมึงซื้ออะไรมา” ร้ายกาจ...

“โอเคยอม ขอนอนด้วยนะครับ...”

“หึ”

เชี่ยแม่ง ก่อนหน้านี้ทำไมผมถึงมองว่ามันเป็นเด็กวะ ดูยิ้มเลวๆ นั่นดิ ไหนจะสายตาผู้ชนะนั่นอีก

“สนิทกันจังนะ”

เสียงเข้มของสถาปนิกหนุ่มดังขึ้น เจ้าตัวกอดอกมองพวกผมมาสักพักแล้ว นี่ก็หวงน้องจังเลย

“ก็... ครับ ฮะๆ”

พวกเราคุยเล่น กินอาหารจนดึกก็เข้าห้องนอนปกติ เชื่อไหมว่าพอถึงห้องปุ๊บไอ้ธันก็ไม่เดินไปที่ไหน มันดิ่งไปที่เตียงอย่างเดียว อะแน่นอนว่าไม่ลืมที่จะลากผมไปเป็นหมอนด้วย มันต้องการแค่แขนผมจริงๆ นะครับ แม่งไม่สนใจอย่างอื่นเลย คือถ้าตัดได้ก็คงตัดไปแล้ว เหอะๆ

“นอนละนะ ฝันดี”

“อือ ฝันดี” ผมขยี้หัวเพื่อนสนิทก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ไม่ได้คุยกับใครหรอกแต่เหมือนเป็นกิจวัตรที่ก่อนนอนต้องส่องหน้าฟีดข่าวว่ามีอะไรเกิดขึ้นไหม บางวันแม่งก็ไม่มีอะไรสักอย่างแต่ผมก็บ้า นั่งรีอยู่ได้เป็นสิบๆ รอบ

อะ ลง ig story ดีกว่า

คิดได้ดังนั้นผมก็กดลงทันที ไม่ได้แท็ก มีแค่แคปชั่น ‘แมวน้ำป่วยว่ะ5555’ เนื่องจากคลิปนานพอสมควรทำให้ถูกแบ่งออกเป็นแปดช่วงยาวๆ ที่เรียงต่อกัน ผมก็ไม่ได้คิดมาก ความจริงคือไม่ได้คิดอะไรเลยแค่อยากลงเฉยๆ  ไม่ได้หวังให้คนเข้ามาดูเยอะด้วยเพราะไม่ใช่พวกชอบสร้างกระแส

การที่ผมมาอัพที่แอพนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี

คลิปนี้จะอยู่ได้แค่หนึ่งวัน เหนือสิ่งอื่นใดคนที่สามารถดูได้ก็มีแค่เพื่อน 128 คนเท่านั้น ที่เป็นแบบนั้นเพราะผมตั้งค่า private เอาไว้และเลือกรับเฉพาะเพื่อนฝูงกับคนสนิท

“หาว”

ลงเสร็จสิ่งที่ผมทำหลังจากนั้นคือการนอนอ่านข่าวไร้สาระไปเรื่อย ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งมีการแจ้งเตือนหนึ่งที่ทำให้ผมเลิกคิ้ว

หือ นี่อะไรวะ…

Yhin1024 : พี่ชายใจแตก ไม่กลับบ้านกลับช่อง นอนกกแฟนทั้งวัน

ไม่ต้องบอกมั้งครับใครเป็นคนโพสต์ แม่งแนบรูปมาด้วย ก็ไม่ใช่รูปอะไรหรอก รูปที่ผมถ่ายไปให้มันดูว่าอยู่กับไอ้ธันนั่นแหละ โห พอมามองแบบนี้แล้วโคตรผัวเมียเลยว่ะ

อยากรู้จังว่าถ้าไอ้ธันเห็นแล้วจะพูดอะไร ดูแต่ละคอมเม้นท์สิ

จงชราอย่างกล้าหาญ และขึ้นคานอย่างมีศักดิ์ศรี เพราะนี่ไม่ใช่ยุคของชะนีที่จะได้กับผู้ชาย : โอ้มาย เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองกับใบหยก ห่อหมกกับใบยอ กระดอกับ bottom กระท่อมกับกัญชา สุรากับนารี อนุสาวรีย์กับรูปปั้น ก็หยางกับธันนี่แหละ

เหยดเข้ ต้องเก่งไทยขนาดไหนถึงจะแต่งให้มันคล้องจองกันได้ขนาดนี้ ไม่ธรรมดาๆ

เส้นเล็กในชามก๋วยเตี๋ยว ช่างเดียวดายคล้ายกับว่าจักตายหากไร้ลูกชิ้น : ไป!! ไม่ต้องพงไม่ต้องพายมันแล้ว ไปแต่งงานกันซะ!!!

แต่งอะไรล่ะ

Ton : บัดสีบัดเถลิง!!!!

มึงมาจากไหนเนี่ยเชี่ยต้น

Golffy 34 นิ้ว : ต๊าย นี่กูปล่อยให้ไปพักผ่อนนะคะนังหยาง ไม่ได้ให้ไปทำอะไรที่มันเสียเหงื่อกว่าเดิม เป็นไงล่ะเนี่ย พรุ่งนี้จะมาซ้อมได้ไหม ดูท่าจะหนัก โถๆ หนูธันหลับปุ๋ยเลย น่าเอ็นดูวววว์

ผมตอบเรื่องอะไรก่อนดีล่ะเจ๊กอล์ฟ

Pan Sp : อีหยางอีเหี้ย! กูถึงว่าทำไมช่วงนี้ไอ้ธันดูเหนื่อยๆ ที่แท้ก็เพราะมึงนี่เอง! เดี๋ยวเถอะๆ เดี๋ยวกูตบด้วยกระทะคูแคนแพนช็อคโกแลต!

อะไรคือคูแคนวะ ที่มันเป็นกระทะเชฟรอนที่เคลือบหลายๆ ชั้นปะ?

ดาด้าไม่ใช่ดาเอ็นโดรฟิน นี่ดาวรินทร์เสพโดจินเป็นชีวิตประจำวัน : ไอ้เหี้ยธั๊นนน มึงก็รู้ว่ากูชอบหยาง ทำไมมึงทำแบบนี๊

นี่ดาปะ ผมฮาตรงไหนรู้ไหม... ตรงที่แฟนเขาเข้ามาตอบเม้นท์นี่แหละ ‘อีดา ผัวนั่งเล่นเกมอยู่ข้างๆ นี่ไม่เห็นหัวเลยใช่ไหม?’ ฮะๆ

อ่าห์ คิมูจิ : กูว่าแล้ววว กูว่าแล้วว่าพวกมึงต้องเป็นอย่างนี้ หยางแกอย่างเลวอะ ไอ้ธันเป็นทรัพยากรชายหล่อไม่กี่คนในโรงเรียนเรานะเว้ย แกเอามันไปแบบนี้ไม่สงสารชะนีน้อยบ้างเลยเหรอ

เฮ้ย เราไม่ได้เอาไปนะอิม แค่ยืมมากอดเล่นเฉยๆ เดี๋ยวคืนๆ

พอ อ่านไดเรคไอจีบ้างดีกว่า แม่งสั่นจนมือผมอ่อนละ

Miw_985 : ไอ้ธันมีความอ้อน มีความอยากให้นอนด้วย มีความอยากนอนหนุนแขน มีความแฟน มีความจะได้กันในไม่ช้า

มิวก็

Train_zx : น่าจะบอกก่อนว่าจะทำ porn homemade กูจะได้ถือกล้องให้

มึงจัญไรจริงๆ ไอ้เหล็กชมพู...








_______________________________________________________________________________________

หายไปนานเลย งานก็ยังไม่เสร็จเหมือนเดิมแหละ = w =;;

โอ้ชีวิต...

บัดซบ!!!

...

อู้วอีแม่ นี่คือสีหน้าตอนครูบอกว่า

'มีงานใหม่'



'ช้าก่อนท่านอาจารย์ งานเก่าข้ายังไม่เสร็จเลย..'

ปล.ที่จริงแต่งเสร็จตอนตี 2 แต่ง่วงจัดก็เลยนอนยาวจนถึงเมื่อกี้5555

-Mommae-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.423K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29969 9494 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 10:34
    เทรนนนนน ไม่ได้ปะ555555555555 พรโฮมเมดด้วย มือสมัครเร่นงี้ 555555555555555
    #29,969
    0
  2. #29716 BACHA (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:41
    โอ้ย้ย้ย้ย้ย้ย แม่เคคเเคคเเคคะค้ค้ เค้าเปนแฟนกันค่ะะะะะ ขำความหวงน้องของขุนพี่555555555555555
    #29,716
    0
  3. #29655 Pangrumm01 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:39
    -ง!! มันจดีย์มากกก!! มันเขินมากก โอ้ย ฟื้นฟูจิตใจอันเ-่ยวเฉาฉันมากเวอร์!!!
    #29,655
    0
  4. #29496 NookNanoi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 17:48
    โง้ยยยย เขินไม่ไหว
    #29,496
    0
  5. #29379 anna96422 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 17:03
    ไม่ใช่เพื่อนแบบนี้ แฟนกันชัดๆ
    #29,379
    0
  6. #29357 ไนท์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 13:24

    เพอื่น

    #29,357
    0
  7. #29308 0984363270 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 12:33
    ไรท์ชื่อเพื่อนขอซื้อต่อได่มั้ยคะนอนกลั้นขำปวดปากไปหมดแล้ว!555555555ม่ชั่ยเพื่อนฟันทง
    #29,308
    0
  8. #29304 reluz (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 22:01
    หยาง!! นี่มันไม่ใช่เพื่นอ
    #29,304
    0
  9. #29255 Jealous? (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:24
    เขินๆๆๆๆๆอ่านแล้วหุบยิ้มไม่ได้เลยกี๊ดดดดด
    #29,255
    0
  10. #29219 ponnyyyy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:07
    ไรท์ก็สรรหาชื่อมาตั้งเนาะ
    ตลกๆทั้งน๊านนนน555
    #29,219
    0
  11. #29215 suwanwong2233 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 12:50
    ชอบชื่อแต่ละคน55555
    #29,215
    0
  12. #29094 psunrise (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 09:46
    ก็แฟนไง
    #29,094
    0
  13. #28708 Shipnielong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 14:56
    แฟนกว่านี้มีอีกมั้ยยย ถามจีงงงง
    #28,708
    0
  14. #28621 POPPYON-E (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 22:33

    โครตแฟน ชอบความอ้อน ชอบความหนุนแขน ชอบความแกล้งงงงงง

    #28,621
    0
  15. #28614 noowi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 07:56
    หุบยิ้มไม่ได้ มันดีต่อใจ
    #28,614
    0
  16. #28458 Callmeyou (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 17:36
    เนี้ยๆๆ และคนอ่ายก็คิดลึกกกก
    #28,458
    1
    • #28458-1 Callmeyou(จากตอนที่ 26)
      13 มีนาคม 2562 / 17:37
      อ่านสิ
      #28458-1
  17. #28408 Callmeyou (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:24
    บทสนทนาของพวกนางช่างแฟนน อ้ากก มันโคตรน่ารัก
    #28,408
    0
  18. #28320 +[-BloodsKy-]+ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 22:13
    ชอบเพื่อนๆทุกคนรอบตัวหยางธันเลย. ต้นคุงกะเปรตคุงก็น่ารักมาก
    #28,320
    0
  19. #28261 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:57
    แง น่ารักว้อยยย
    #28,261
    0
  20. #27888 MaiNatkamon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 16:51
    ชอบตอนแทนตัวเองด้วยชื่อ โครตน่ารักกกก ตอนนี้คือดีย์มาก เขินนนนน
    #27,888
    0
  21. #27792 Ciztems (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 17:49
    มันมาถึงขั้นอวดชาวบ้านแล้วนะหยางโว้ยยย
    #27,792
    0
  22. #27757 mookba030 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 20:49
    หยาง ชั้นว่าแกคิดเกินเพื่อนแล้วล่ะ
    #27,757
    0
  23. #27178 jatiporn2518 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 20:55
    น่าร๊ากกกกอ่ะ..หนางนะหยาง
    #27,178
    0
  24. #27165 loocbomb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 01:40

    นั้ลล้ากกกก

    #27,165
    0
  25. #27119 เพ้นท์ไง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 19:29
    คำว่าน่ารักเต็มไปหมด t_t
    #27,119
    0