I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 18 : ครั้งที่ 14 จีบได้ไหมครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,603 ครั้ง
    22 ม.ค. 62


ครั้งที่ 14 จีบได้ไหมครับ

[ธันวา]

“ธัน มีน้องฝากขนมมาให้” หัวหน้าห้องเดินเอาของดังกล่าวมาวางไว้บนโต๊ะผม ถึงเธอจะบอกว่าขนมก็เถอะ… นี่มันเค้กทั้งกล่องเลยไม่ใช่รึไง

“อีกแล้วเหรอ มึงจะป๊อปไปแล้วนะไอ้ธัน”

“หัวกระไดไม่แห้งเลยนะเพื่อนกู”

“เพื่อนกูนี่หล่อจริงจริ๊ง”

“ถ้าเป็นผู้หญิงมึงคงเปรียบเหมือนดอกไม้งามแห่งแผ่นดินสยาม”

“เหอะๆ” ผมเท้าคางมองกล่องเค้กตรงหน้าและขนมชิ้นอื่นๆ ที่มีคนเอามาให้ก่อนหน้านี้ ทั้งหมดนี่ผมได้มาจากกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็น ‘แฟนคลับ’ ก็ดีใจอยู่หรอกที่มีคนมาชอบตัวเองแต่ผมไม่ชิน ไม่ชินที่มีคนมาชอบเยอะ ไม่ชินที่พวกเธอเอาของมาให้ ไม่ชินที่พวกเธอบอกว่าชอบมานานแล้ว ...นานตั้งแต่ตอนไหนกัน ก่อนหน้านั้นไม่เห็นจะมีใครมาสนใจสักคน

เฮ้อ

“ทำไมมึงถึงทำหน้าเบื่อโลก ไม่ชอบเหรอ” แพนเอ่ยถามก่อนจะฉีกขนมออกมากิน ไม่ต้องด่ามันหรอกครับ ผมให้มันกินเองแหละ ยังไงผมก็กินขนมพวกนี้ไม่หมดอยู่แล้ว ให้เพื่อนกินบ้างจะเป็นไรไป แบ่งกันเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด

“ไม่ใช่ไม่ชอบ แค่ไม่ชิน”

“เข้าใจๆ สมัยเอ๊าะๆ กูก็เคยป๊อปปูล่า” ไอ้ดาพยักหน้าพร้อมกับตบไหล่ผมปุบๆ เดี๋ยวเมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ...

“ตอนไหนที่เรียกว่าเอ๊าะ แล้วมึงเคยมีโมเมนต์นั้นด้วยเหรอดา”

“มีสิวะ มึงไม่รู้ซะแล้วว่าตอนที่กูอยู่อนุบาลสามขวบ...” ยาวครับ เชี่ยดาแม่งเล่ายาวเลย แต่ละเรื่องก็ไม่มีความน่าเชื่อถือ มีผู้ชายขี่ควายเอาดอกมะม่วงมาให้บ้างล่ะ พามันขึ้นหลังหมาบ้างล่ะ เอาปลาช่อนผูกโบว์มาให้มันเป็นของขวัญบ้างล่ะ

“เออมึง อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้วใช่ปะ” วันนี้วันพฤหัสบดี ส่วนวันสอบคือวันจันทร์ของอาทิตย์หน้า ก็เหลือเวลาไม่เยอะเท่าไหร่แต่ผมก็ยังไม่อ่านหนังสืออยู่ดี ผมเป็นพวกชอบรอให้จวนตัวก่อนแล้วค่อยอ่าน สมมุติหยุดให้อ่านหนังสือสี่วันผมจะใช้เวลาสามวันครึ่งในการเล่น ส่วนอีกครึ่งวันที่เหลือก็อ่านหนังสือ ไม่สิ ต้องบอกว่าสี่ชั่วโมงก่อนเที่ยงคืน อ่านช่วงอื่นไม่ได้นะครับ ร่างกายไม่รับรู้ แม่งงอแงจะหลับอย่างเดียว

“ทำไม จะชวนไปติวหนังสือเหรอ?”

“เปล่า กูจะนัดพวกมึงกินบุฟเฟต์หลังสอบเสร็จ” คนพูดยิ้มกว้าง ในมือถือใบปลิวร้านบุฟเฟต์ที่เปิดใหม่ รู้สึกช่วงนี้มีแต่ร้านอาหารเปิดใหม่ เยอะขนาดที่ว่าตั้งล้อมรอบโรงเรียนผมแล้วอะ ก็รู้แหละว่านักเรียนมัธยมเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ดีเพราะวัยนี้หิวตลอดเวลา แต่เพลาๆ ลงบ้างก็ได้ปะ..

นี่แม่งล้อมอย่างกับจะมาตีป้อม

“เอ้าเหี้ย ทำไมข้ามขั้นแบบนั้นล่ะ ปกติต้องติว สอบ แล้วค่อยกินเลี้ยงสิ”

“โว๊ะ ติวไปก็เท่านั้น เตรียมแดกย้อมใจเลยง่ายกว่า” สาวสวยไหวไหล่ไม่สนใจ ผมชอบความมั่นใจและความเป็นคนจริงของไอ้แพน บอกไม่อ่านก็คือไม่อ่าน ไม่แตะหนังสือ ไม่เดินเฉียดสัน ไม่ซุ่มอ่านตอนกลางคืนแน่นอน

“เฮ้ยไม่เอาดิ วันเสาร์ไปติวหนังสือกัน” มิวกอดแขนเพื่อนเป็นการขอร้อง เนื่องจากพ่อกับแม่โหดเชี่ยๆ มันเลยซีเรียสเรื่องเกรด ถึงจะเป็นนักกีฬาแต่ถ้าถึงเวลาใกล้สอบเมื่อไหร่ก็จะเลิกซ้อมทุกอย่างเพื่อไปอ่านหนังสือ กล้าโดดซ้อมด้วย ไงล่าเด็ดสัสเลยเพื่อนผม อยากรู้ไหมครับว่าเกรดเท่าไร่... 3.99 มึงยังเครียดอีกเหรอ นี่ที่สองของสายชั้นเลยนะ

“กูไปได้ๆ บ้านมึงใช่ปะ”

“อ่าฮะ แล้วพวกมึงไปได้ไหม”

“ได้ๆ กูว่าง everytime มึงก็ไปได้ใช่ปะธัน” ในขณะที่ผมกำลังจะตอบเพื่อนสนิทว่า 'เออ ว่าง' อยู่ดีๆ ก็นึกถึงบทสนทนาเมื่อสามวันก่อน เกือบนัดซ้อนแล้วไหมล่ะ ดีนะที่เมื่อกี้เหลือบไปเห็นอ้อยของเพื่อนโต๊ะข้างๆ หน้าไอ้หยางก็เลยผุดขึ้นมา

“กูไปไม่ได้ว่ะ”

“มึงไปไหน?”

“นัดกับเพื่อนไว้” เห็นว่าจะไปที่ห้างแถวๆ ฟิตเนส พอซื้อของเสร็จอะไรเสร็จจะได้เข้าไปออกกำลังกายเลย มันเสียดายเงินที่สมัครรายปี

“ไอ้หยางอีกล่ะสิ”

“รู้ได้ไง?” ผมเอี้ยวหน้าไปเลิกคิ้วถามแพน เออ อัพเดรตชีวิตคู่เพื่อนผมสักหน่อย ช่วงนี้พี่ไกด์ดี๊ดี ตามใจไอ้ห่านี่ทุกอย่าง พี่เขาบอกว่า 'พี่ไม่ค่อยมีเวลา นานๆ ทีจะว่างมาเจอแฟน ก็เลยอยากตามใจบ้างให้รู้ว่าพี่รักแพนขนาดไหน' ไอ้เชี่ยย ดีเกิน ตัดภาพมาที่แฟนพี่เขาที่กำลังแคะขี้มูก พระเจ้า ทำไมท่านถึงส่งสองคนนี้มาคู่กัน

“ตอนแรกว่าจะตอบพี่ตุลย์แต่ดันเลื่อนมาเห็นรูปมึง กูก็เลยตอบไอ้หยาง ไม่คิดว่าจะถูก”

ห้ะ

“เดี๋ยวๆ เห็นหน้ากูแล้วตอบไอ้หยางทำไม เอ๊ะ… รูปกูในเฟส?” สาบานได้ว่าผมไม่เคยลงรูปตัวเองในเฟสเลยสักครั้ง อย่าว่าแต่เฟสเลย ไลน์ ไอจี ห่าเหวอะไรก็ไม่ลง ไม่มีใครแท็กด้วยเพราะ... ผมไม่ค่อยถ่ายรูปคู่กับใคร

“ดูเองเลยมึง” ผมก้มลงไปมองหน้าจอมือถือที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ดู บนนั้นปรากฏโปรไฟล์เฟสบุ๊คของผมครับ ปกติมันจะเงียบมากถึงมากที่สุดเพราะผมไม่ค่อยแชร์หรือโพสต์อะไรอยู่แล้ว เมื่อวันก่อนมาดูโพสต์ล่าสุดยังเป็น ‘หิวฉิบหาย นอนตายดีกว่า’ ของเมื่อปีที่แล้วอยู่เลย

แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วว่ะ…

Yang

ถ้ามึงกลิ้งตกรถสาบานว่ากูจะช่วย... ช่วยบิดรถหนีไปไกลๆ กูอายเขา5555

ไม่ต้องบอกมั้งครับว่าใครแท็กผม ภาพที่ไอ้หยางเอาลงโคตรทุเรศ เป็นตอนที่ผมกำลังจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่บนไหล่มัน แก้มงี้ดันขึ้นจนปิดตา นอกจากนี้ผมยังกอดคอมันแน่นเหมือนลูกลิงอีก เวรจริงๆ ถ้าถ่ายมุมตรงธรรมดากูคงไม่เป็นแบบนี้หรอก นี่แม่งกล้าดียังไงมาถ่ายผ่านกระจกทำให้กูดูเหี้ยมาก น๊าน มีการยื่นเสี้ยวหน้าตัวเองเข้ากล้องมาด้วย

แบบนี้ต้องทักไปด่าเป็นการส่วนตัวซะแล้ว...

Thanwa : ไอ้จังไรรร

Yang : ไรวะ อยู่ดีๆ ก็ด่ากู

ตอบเร็วดีนี่ ดีละ กูจะได้ด่ามึงแบบมีอรรถรส มีการโต้ตอบของทั้งสองฝ่าย

Thanwa : ภาพที่มึงแท็กกูไง เวร

Yang : อ๋อ นั่นน่ะเหรอ5555

Thanwa : - _ -

ใบหน้าตอนนี้ของผมเหมือนกับที่พิมพ์ส่งไปเด๊ะ ไม่ได้โกรธที่โดนแท็กหรอก ไม่ได้มาด่าเพื่อให้คู่สนทนาลบด้วย ก็แค่หน้าผมไม่พร้อมสำหรับออกกล้อง

Yang : มึงควรเปลี่ยนรูปโปรได้แล้วเพื่อนรัก ไม่สิ ต้องใช้คำว่าใส่รูปโปรมากกว่าเพราะตั้งแต่มีเฟสมึงไม่เคยใส่ภาพเหี้ยไรเลย

Thanwa : กูไม่เห็นความจำเป็น

หลังจากที่ผมตอบกลับไปอย่างนั้นอีกฝ่ายก็พิมพ์แล้วลบใหม่หลายรอบมาก ที่รู้เพราะขึ้นว่า ‘...’ แล้วก็หายไป สงสัยกำลังคิดคำดีๆ อยู่ละมั้ง เอ๊ะ ประโยคเมื่อกี้ของผมดูห้วนๆ ไปรึเปล่าวะ

Yang : เหอะ ขอร้อง ให้กูเห็นเป็นบุญตาสักครั้ง ตอนกูโทรไปหามึงรู้ไหมกูหลอนภาพโปรพื้นหลังขาวๆ กับตัวเทาๆ ของไอ้คนไม่มีหน้ามากขนาดไหน

Thanwa : เหอะๆ

Yang : เปลี่ยนเห๊อะ

Thanwa : กูไม่มีรูป

นี่ไม่เคยถ่ายรูปตัวเองตอนดีๆ เลยสักครั้ง มีแต่รูปโชว์เหนียงกับรูปตอนอ้วน ซึ่งอากัปกิริยาก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ คือจะส่งไปให้เพื่อนขำๆ ตอนคุยกันในแชทไง

Yang : ถ่ายใหม่ดิวะ ให้เพื่อนถ่ายให้ก็ได้ แถวๆ นั้นอ่ะ กูกราบ //กราบเบญจางคประดิษฐ์

เออ ก็ได้วะสัส

ผมหันไปมองรอบตัว เพื่อนทั้งห้องนอนหลับกันหมดแล้ว เกลื่อนกลาดไปหมดเลย ทั้งบนโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ ทุกๆ ที่ที่สามารถขึ้นไปนอนได้แม่งเอาหมด ขอโทษเถอะ กูเป็นผู้ชายยังไม่เคยทำแบบนั้นเลยนะ เหอะๆ

อ้อ ไอ้อิมมีกล้องนี่หว่า

“อิม ถ่ายรูปให้หน่อยดิ” ผมสะกิดคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหน้า สงสัยจะยุ่งเรื่องคณะสีมากจนนอนไม่พอ ขอบตาถึงได้ดำเป็นแพนดาทาอายแชโดว์ โถ่เพื่อน

“หืมม รูปอะไรหรือรูปใคร?” หลับเถอะเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย...

“รูปกู จะตั้งโปร”

“...”

“ไอ้เชี่ย!!”

จากที่หลับในตอนแรก ตอนนี้ทั้งห้องลุกขึ้นหันหน้ามามองผมเป็นตาเดียว ขนาดคนที่นอนไปแล้วยังลุกขึ้นมาทำหน้าตกใจเลยครับ สายตาพวกมันดูไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองซะเท่าไหร่ อะไร ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น

“?”

“ม… มึงพูดใหม่ซิ” เพื่อนสาวทั้งสามประสานเสียงพร้อมกับจับไหล่ผมแน่น โอเคๆ กูเข้าใจความรู้สึกว่าพวกมึงคงจะตกใจมากที่คนแบบกูจะมีรูปโปรกับคนอื่นเขา แต่ไม่จำเป็นต้องตกใจขนาดนี้ก็ได้มั้ง

“ถ่ายรูปให้กูหน่อย กูจะเอาไปตั้งโปร”

“เจ้าแม่น่าคี่… มันเกิดอีหยังขึ้นกับเพื่อนข่อย!!” ไอ้ดายกมือไหว้บางอย่างบนฟ้าแล้วแกล้งทำตาลอย น๊าน กล้าสวมรอยพี่แต้วกูแบบนี้อยากโดนทศพลตีลังกาเต๊ะรึไง บักลำเจียก

“กูโอเคดี พวกมึงไม่ต้องตกใจเวอร์ขนาดนี้ก็ได้”

“ฮื่อออ มึงถ่ายจริงๆ ใช่ไหม”

“เออ”

“เป็นบุญกล้องกูมาก…” ไอ้อิมลูบกล้องตัวเองอย่างดีใจ อะไรวะ ก่อนหน้านี้ผมก็เคยใช้มันถ่ายรูปให้นะ มาเป็นอัลบั้มเลย ชื่ออัลบั้ม 'แมวน้ำขี้เบื่อกับเสื่อสามสี' ตอนนั้นผมอ้วนแล้วเกิดคึกอยากถ่ายอะไรขำๆ ก็เลยเอาเสื่อมาม้วนช่วงล่างแล้วไปเก๊กท่าแมวน้ำที่หัวบันได

“มึงเคย-” ในขณะที่ผมกำลังจะพูดว่า ‘มึงเคยถ่ายรูปกูไปแล้วไอ้สัส’ ไอ้ประธานสีก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับสั่งด้วยเสียงที่ทรงอำนาจ

“พวกมึงเคลียร์ที่ จัดไฟ เซ็ทฉาก!!”

เอ่อ…

ทุกอย่างดูชุลมุนและเกิดขึ้นเร็วจนผมไม่รู้จะเริ่มอธิบายอะไรก่อน คล่าวๆ คือ… หลังจากที่สิ้นเสียงสั่ง ทั้งห้องก็น้อมรับด้วยการลุกขึ้นจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบแล้วรีบไปยืนอยู่หน้าห้อง เหลือผมกับไอ้อิมไว้หลังห้องแค่สองคน ไม่หมดแค่นั้น บางส่วนยังไปหาไฟมาให้อย่างที่ไอ้อิมสั่งจริงๆ … ไฟฉายครับ ไฟฉายหากบที่คาดหัวได้อะ พวกมันเอามาจากไหนไม่รู้แหละ รู้แค่ว่าแม่งเอามาสวมบนหัวแล้วยืนตัวตรงให้เหมือนไฟสตูดิโอ มีพร็อพเสริมเป็นร่มสีขาวเพิ่มแสงด้วย

เหี้ยไรวะ...

“อย่ามัวแต่เหม่อ หันหน้ามองกล้องหน่อยค่ะเพื่อนธัน” คนตรงหน้าโบกมือให้ผมหันไปมอง นอกจากสถานที่จะพร้อมแล้ว ไอ้ตากล้องก็พร้อมเหมือนกัน มึงไปเอาขาตั้งกล้องกับเลนส์นั่นมาจากไหน...

“พวกมึง...” มึงฟังกูหน่อยได้ไหม! โดยเฉพาะเชี่ยอิม ก้มๆ เงยๆ สลับมองหน้ากูอยู่นั่นแหละ นั่นๆ ทำหน้าไม่พอใจแล้ว เดี๋ยวพ่อก็ทุ่มด้วยโต๊ะเลยว่ะ

“ไอ้แพนมาจัดการหน้าเพื่อนมึงดิ๊ โทรมแบบนี้ไม่ขึ้นกล้องเลย”

“ค่าาาา” ร่างเพรียววิ่งหน้าเบิกบานมาพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มาก ผมจำได้ว่าไอ้กล่องนี่คือกล่องเครื่องสำอางของมัน ในนั้นมีทุกอย่างตั้งแต่เคื่องสำอางราคาแพงไปจนถึงเปลือกกล้วยตากแห้ง จริงๆ อย่าดูถูกสิ่งที่เรียกว่าของใช้ของผู้หญิง

“แพนทำไร?”

“อยู่เฉยๆ เดี๋ยวกูจัดการทุกอย่างเอง” จัดการอะไรของมึง แล้วนั่นเอาเครื่องสำอางมาทำไม กูแค่จะถ่ายรูปธรรมดา สองนิ้วอ่ะสองนิ้ว ลิโพอ่ะรู้จักไหมไอ้พวก 5/5 หลังเขางี่เง่า!!!

ฟึด

แบร่บๆ

ยังไม่ทันได้พูดอะไรละอองน้ำเย็นจากขวดบางอย่างก็ฉีดเข้ามาที่ใบหน้าของผมอย่างจัง เข้าที่ปากด้วย ดีนะที่นิดเดียว รสชาติหรรมเทียมสัสๆ!

“โอ๊ย น้ำอะไรเนี่ย แบร่บๆ”

“น้ำแร่ ฉีดแล้วหน้ามึงจะได้ชุ่มชื้นไงอุ๋งๆ อิอิ” พอจบประโยคคู่สนทนาก็จัดการปัดๆ ถูๆ หน้าผมซะดอกยางจะขึ้น ...อ้าวไม่เกี่ยวเหรอโทษที เอาเป็นว่าผมโดนจับฟัดนั่น เติมนี่จนพอใจแม่นางถึงจะยอมปล่อย

“โอ๊ย ใจไม่ดีอยากได้เพื่อนเป็นผัว”

“อี๋” ผมแกล้งทำหน้ารังเกียจสุดตีนที่เห็นไอ้แพนกอดแขน ความจริงดูจากกระจกแล้วผมก็หล่อไม่หยอก คือเธอไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ ก็อย่างที่บอกว่าแค่ปัดๆ ถูๆ นิดหน่อย สงสัยหนังหน้าผมจะดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมันก็เลยออกมาหล่อมั่ค

“อี๋อะไรของมึง เดี๋ยวแม่ก็ฟาดด้วยมดลูกเลยห่า” ทศพลรับไม่ได้... จะฟ้องพี่แต้วเมียกูว่ามึงกล้าพูดจาลวนลามกู

“โอเคค่ะช่างแต่งหน้าหลีกไปๆ กูจะถ่ายเพื่อนธันแล้ว พวกมึงเอาหนังสือมาเป็นพร็อพดิ๊ กูอยากให้ภาพมันดูละมุนนี” ว่าแล้วก็กวักมือให้เพื่อนเอาหนังสือมาให้ หนังสือไทยตากล้องไม่เอานะครับ แม่นางจะเอาหนังสือนอกเล่มหนาราคาแพง... นี่มันนิยายโรคจิตที่ไอ้ดาอ่านนี่หว่า

“ไอ้อิม กู… กูว่าไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอกมั้ง กูอยากได้รูปธรรมดาอะ”

“ไม่มีคำว่าธรรมดาในห้องเรา มึงเคยเห็นรูปโปรเพื่อนห้องนี้ปกติไหม ไม่เวอร์สุดก็ต้องเหี้ยสุดอ่ะ แล้ว ณ จุดๆ นี้กูจะไม่ยอมให้มึงเหี้ยสุดแน่นอน” เคยบอกไปแล้วเนอะว่าห้องผมไม่มีคนเต็ม โปรไฟล์ของแต่ละคนก็เลยมีแต่ภาพสุดๆ ทั้งนั้น สุดๆ เนี่ยมีสองประเภทครับ ประเภทแรกคือดีสุด เช่น ไอ้แพน ไอ้อิม ไอ้มิว ไอ้ดา ส่วนประเภทที่สองคือเลวสุด เช่น… เช่นทั้งห้องที่เหลือ

“กู...”

“โพสต์สดใสๆ หน่อยดิ๊” มึงไม่สนใจกูเลยนี่หว่า!

“อะไรคือคำว่าสดใสวะ”

“เคยเห็นพวกนายแบบทำปะล่ะ แบบนั้นเลย ขอดีๆ ชะนีเห็นแล้วอยากลากไปชำเราอะ” ผมทำหน้าเอือมก่อนจะมานั่งคิดว่าต้องทำไงต่อ ผมรู้ว่าโพสต์สดใสๆ ต้องทำยังไงแต่ผมไม่กล้าทำเพราะเขินสายตาเพื่อนทั้งห้องที่จับจ้องมา ที่ผมเป็นตาเดียว ไอ้เลนส์กล้องที่ใหญ่ยิ่งกว่ากล้องส่องดวงจันทร์นี่ด้วย

“...สองนิ้วธรรมดาได้ปะ”

“ไม่ได้!”

“งั้นทำหน้าเฉยๆ”

“ไม่ได้ กูอยากได้รูปสดใส ไม่ใช่ถ่ายบัตรประชาชน”

“แต่กู….”

“ไอ้แพน นายแบบไม่ให้ความร่วมมือกับเราเลยว่ะ จัดดิ๊” ตากล้องเริ่มหัวเสีย กระดิกนิ้วเรียกสมุนออกมาเคลียร์อีกรอบ แน่นอนว่าสาวสวยเองก็รับคำอย่างว่าง่าย มันเดินมาหาผมอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้มาพร้อมกล่องเครื่องสำอาง ...มันมาพร้อมไอ้ดากับไอ้มิว

“ไอ้ดามึงเอว ไอ้มิวคอ เดี๋ยวกูจัดส้นตีนเอง”

“ได้”

เฮ้ย

ผมตกใจแทบตกเก้าอี้เมื่อเพื่อนทั้งสามตรงเข้ามาหา ไม่มีเวลาให้งงนานก็ต้องตกใจรอบสองเพราะพวกมันจี้ตามส่วนที่บอกเมื่อกี้ ไอ้สองคนนั้นไม่เท่าไหร่เชี่ยแพนนี่สิ ส้นตีนเป็นจุดอ่อนกู๊! อ๊าก จั๊กจี้โว้ย!

“ฮะๆ ไอ้พวก... ฮ่าๆ หัวค_ย!”

“ดีมาก หึ” ไอ้เชี่ยอิม มึงนะ

“อ๊ากก ปล่อยกูเห๊ออ ฮ่าๆๆ” ผมพยายามดันไหล่อีกฝ่ายไปให้พ้น กูเป็นผู้ชายมีจู๋นะเว้ย! แรงก็เยอะกว่าแต่ทำไมพวกมึงไม่ขยับเลยวะ!

“ปล่อยมัน!”

แชะ แชะ แชะๆๆๆๆ

เสียงรัวชัตเตอร์เกิดขึ้นเร็วจนผมไม่ทันใส่ใจ คือตอนนี้แม่งขำค้าง ยังรู้สึกเหมือนมีสัมผัสของพวกไอ้ดาค้างอยู่เลย แม่งยุกยิกๆ อ่ะ บรื๋ออ

“เสร็จละ รูปโคตรสวย”

“ห้ะ...”

ถ่ายแล้วเหรอ?

ผมมองหน้าประธานสีที่กำลังมองภาพในกล้องของตัวเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ภาพแบบไหนไปอีกฝ่ายถึงได้ยิ้มแฉ่งขนาดนั้น ภาพโอรึเปล่าไม่รู้ ที่แน่ๆ กูไม่โอกับการถ่ายภาพของมึง มึง มึง และพวกมึง

“ไหนขอดูบ้าง” จบประโยคเพื่อนในห้องก็รุมเข้าไปดูภาพในกล้อง เฮ้ กูเป็นนายแบบที่ถูกทรมานเมื่อกี้นะ พวกมึงควรสนใจกูบ้างสิ

“อุ๊ย น่าเอ็นดู”

“ไอ้ธันยิ้มแล้วน่ารักว่ะ”

“เออ แบบนี้เราต้องเก็บมันไว้เป็นสมบัติของห้อง ไม่ให้ใครหน้าไหนมาชิงตัวไป” เดี๋ยวๆ พวกมึงควรหันมาคุยกับกู ไม่ใช่ไอ้รูปนั่น

“ไปซื้อเกราะมาเลยพวกมึง ศึกนี้ช่างหนักหนานัก”

“ซื้อฉมวกมาด้วย ใครมองกูจ้วงตาหมดอะ”

“ไหนเอามาดูดิ๊” สุดท้ายด้วยความอยากเห็นผมจึงแหวกวงเข้าไปดู สิ่งที่หวังหลังจากฝ่าทุกคนมาได้แล้วคือได้ดูรูปของตัวเองแต่... ไอ้อิมกลับยกกล้องหนีผมซะงั้น อ้าว กวนตีนเหรอไอ้ประธาน

“ส่งให้ในเฟสแล้ว”

ผมเบะปากก่อนจะกดเข้าไปดูในโทรศัพท์ ใน messenger มีข้อความจากไอ้ตากล้องจริงๆ ครับ ส้นตีนแล้วก็ไม่บอกกูตั้งแต่ตอนแรก

อ่าห์ คิมูจิ : *ได้ส่งรูปภาพ 15 รูป*

ก่อนที่เราจะไปคุยเรื่องรูป ผมขอคุยเรื่องชื่อเฟสเชี่ยอิมก่อนได้ไหม คันปากอยากด่ามานานละ คือรูปโปรมันสวยมาก แล้วดูชื่อดิ ทุกครั้งที่คุยกับมันเสร็จผมจะลบข้อความทิ้งเลยนะครับ กลัวคนอื่นมาเห็นแล้วมองผมในแง่ไม่ดี เหอะๆ

เอาล่ะ กลับเข้ามาที่รูปผม… ก็จัดว่าดูดี ทุกภาพผมยิ้มหมด ยิ้มขำๆ จนตาปิดอะ มีสี่ภาพท้ายที่ทำหน้างงๆ ให้กล้อง ผมต้องจ่ายเงินค่าช่างภาพไหมถ้ามันจะถ่ายออกมาดูดีแบบนี้

“ตั้งเป็นภาพโปรเลยนะ กูอุตส่าห์ถ่ายให้ฟรี อย่าลืมแท็กให้เครดิตกูด้วยล่ะ”

“ไม่เอาอะ เพื่อนมึงเยอะ กูอยากให้เห็นแค่วงใน”

“ไม่ทันละ กูโพสต์รูปพร้อมแท็กมึงไปแล้ว เป็นอัลบั้มเลย อิอิ” คู่สนทนาไหวไหล่ชิวๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง คนอื่นก็ทำเช่นเดียวกัน

“สารเลว!”

สุดท้ายผมก็ต้องลงภาพนั้นจริงๆ ผมไม่ได้คิดแคปชั่นอะไรทั้งนั้น แค่ให้เครดิตเพื่อนสาวว่า ‘ภาพ : อ่าห์ คิมูจิ’ แล้วก็แท็กมัน พอลงเสร็จก็ฟุบหน้านอนหลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผิดกับเพื่อนในห้องที่รวมหัวกันเข้าไปกดไลค์จนโทรศัพท์ผมสั่นเหมือนเป็นลมชัก บางคนก็แกล้งไปเม้นท์ตลกๆ ไม่ก็เล่นมุข ไม่ต้องห่วงเรื่องมุขเรทครับ ระดับนี้มีแต่มุขควายๆ

อ่าห์ คิมูจิ : ที่ตั้งใจเรียนเพราะอยากมีอนาคต พอน้ำหนักธันลด… ก็ลดอ่ะ

มุขจังไร เล่นอะไรของมึงอิม...

Pan Sp : อยากเป็นแว่นให้ธันใส่ แม้ไม่มีใจยังไงก็อยู่ในสายตา

กูสายตาปกติไม่เอียงไม่สั้นไอ้แพน

Ton : รักแท้แพ้รักหลับ รักธันนะครับ กินตับกับพี่ต้นไหม?

มึงมาไงไอ้ต้น?

Train : เห็นธันแล้วอยากเปย์ เห็นเลย์แล้วหิวเลย #แป๊บแดกเสร็จแล้วจะกลับมาเล่นมุขต่อ

มึงมากับไอ้ต้นใช่ไหม

ดาด้าไม่ใช่ดาเอ็นโดรฟิน นี่ดาวรินทร์เสพโดจินเป็นชีวิตประจำวัน : เห็นธันแล้วอยากเสียตัว รู้สึกอยากมีผัวเป็นอุ๋งๆ

แต่กูไม่อยากมีเมียที่มีนอนะดา ฮะๆ

มิว : กูไม่มีอะไรจะบอกนอกจากบอกว่ารักซ์นะ

วุ้ว มีมึงคนเดียวนี่แหละที่ธรรมด๊าธรรมดา

คอมเม้นท์จากเพื่อนแต่ละคนทำให้ผมขำจนตัวสั่น มีแต่เม้นท์แนวจีบทั้งนั้นเลย คิดว่าผมตอบพวกมันว่าอะไร ไม่ตอบเหรอ? บอกให้พวกมันพอเหรอ? โนว นี่ธันวานะครับ กับคนอื่นผมอาจไม่กล้าแต่ถ้าเป็นเพื่อน… ไม่มีคำว่าอาย

Thanwa : มีมือก็พิมพ์ไป มีใจก็ทักมา อย่ามัวเสียเวลาเต๊าะเล่น

นั่นแหละครับ อิอิ

ผมเท้าคางยิ้มให้คอมเม้นท์ตัวเอง แหม ประโยคนี้ใช้ได้นะครับ ถ้าไม่เก่งอย่างผมคิดไม่ได้นะเนี่ย ไม่เสียแรงที่ไปเรียนภาษาบาลีมา อิอิ... อ้าวเหี้ยไม่เกี่ยวนี่หว่า

ตือดึง

เข้ มีคนทักมาจริงๆ เหรอวะ

Yang : ทัก

อยากจะร้อง 'เหยดดดดดดดดดดดดดดด' ออกมาดังๆ

Thanwa : น่อววว มีใจให้กูเหรออออ

Yang : อือ ชอบมานานแล้วครับ เราชื่อหยางนะ

แหนะ อยากเล่นบทไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอกับกูเหรอ

Thanwa : เราชื่อธัน

Yang : จีบได้ไหมเนี่ย

พรืด

“คารมเป็นต่อว่ะ” ผมล้มตัวลงนอนกับพื้นห้องเรียนแล้วยิ้มขำๆ เพิ่งจะเคยโดนผู้ชายด้วยกันพูดประโยคแบบนี้ใส่ ตลกดีครับ

Thanwa : ได้ครับ มากกว่าจีบก็ทำได้

Yang : เย็_ ?

Thanwa : ได้ก็เหี้ยแล้วครับ

Yang : อ้าวไม่ได้เหรอโทษทีๆ แล้วตกลงได้มากกว่าจีบคืออะไรครับ

Thanwa : ตั้งวง สอดสร้อยมาลาก็ได้นะ อิอิ

Yang : …จังไร กูไม่จีบแล้วครับ คุยกับมึงแล้วเปลืองเน็ตจริงๆ

Thanwa : 5555555

“ฮัลโหลหยาง” ผมรับโทรศัพท์เพื่อนสนิทขณะลอบมองรถบนถนน ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว ชีวิตช่วงใกล้สอบนี่ชิลจริงๆ ไม่ว่าครูคนไหนก็ให้คาบ

(อยู่ไหนแล้ว)

“หน้าโรงเรียน ตรงป้ายอะ” วันนี้เราจะไปฟิตเนสกันครับ ความจริงก็ไปด้วยกันตั้งแต่วันที่กินบิงซูด้วยกันแล้วล่ะ พวกไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์ก็ไปนะ เห็นว่าแก้คะแนนติดลบเสร็จแล้ว แต่ถ้าให้พูดจริงๆ ก็เหมือนพวกมันไม่ได้ไปออกกำลังกาย เหมือนไปนอนโง่ๆ มากกว่า

(อ้าว เดี๋ยวนี้ไม่ให้ไปจอดข้างโรงเรียนแล้วเหรอ?) แหนะมีแซวไอ้ห่า

“ก็ตอนนี้หล่อแล้ว ไม่มีอะไรต้องอาย อิอิ”

(หมั่นไส้จริงๆ เออ รออยู่นั่นแหละเดี๋ยวไปรับ)

ติ๊ด

พออีกฝ่ายกดวางสายไปผมก็ย้ายตัวเองไปนั่งที่ป้ายโรงเรียน (มันมีส่วนที่ยื่นออกมาเพื่อให้นั่งอยู่ครับ คิดว่าทุกโรงเรียนน่าจะเป็นแบบนี้หมด) อื้อหือ... ไอ้หินอ่อนนี่โคตรจะร้อนตูด มึงดูดแสงพระอาทิตย์มาใช่ไหม ทำอะไรไม่เคยเกรงใจไข่กู โดนลวกสุกไปแล้วมั้ง โถ่

“พี่คะ”

ในระหว่างที่ผมกำลังบ่นเรื่องที่นั่งในใจใครบางคนก็ทักขึ้นพร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ เมื่อหันไปมองก็พบเข้ากับร่างเล็กของสาวมัธยมคนหนึ่ง เธอมีรูปร่างหน้าตาที่ดีพอสมควร ผมจำเธอได้ดี แม่สาวน้อยม.4 ที่เคยด่าผมไงครับ

“ครับ?”

“ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ”

“อ่อ เอาเลยน้อง… เชิญตามสบาย” ถ้าน้องจะนั่งแล้วค่อยถามพี่ก็อย่าถามเลย จะได้ไม่เป็นภาระของทั้งสองฝ่าย น้องไม่เมื่อยปากที่จะถาม พี่ไม่เปลืองน้ำลายที่จะตอบ แฟร์เห็นๆ

“พี่… ชื่อธันใช่ไหมอ่า” คู่สนทนาถามพร้อมกับรอยยิ้ม... ที่ดูยังไงก็แอ๊บ ถ้าเราเจอกันดีพี่อาจจะมองน้องเป็นรุ่นน้องที่น่ารักคนหนึ่งได้นะ นี่ไม่ไง

“ครับ”

“หนูชื่อจินนะคะ”

“อือ” พี่อยากรู้ไหมเนี่ย ...เมื่อไหร่ไอ้หยางจะมาวะ สาบานได้ว่าถ้าผมนั่งคุยกับเธอนานกว่านี้อีกสิบนาทีผมต้องอึดอัดตายห่าแน่ๆ ผู้หญิงอะไรวะ ทำอะไรดูไม่จริงใจสักอย่าง ทั้งยิ้มเผยอปาก จิกตา นั่งไขว้ห้าง แม้แต่เสียงน้องยังบีบให้เล็กเลย ทุกอย่างดูปรุงแต่งไปหมด

“งื้อใจร้ายจัง ไม่คิดจะคุยกับเค้าหน่อยเหรอ” เธอแสร้งทำหน้าน้อยใจ มือเล็กจงใจเขยิบเข้ามาใกล้มือผม ไม่นานนิ้วก้อยก็สะกิดนิ้วนางเบาๆ ...ใครก็ได้เอากูออกไปจากที่นี่ที

“เอ่อ… พ่อแม่มารับตอนไหนครับ” เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจผมจึงถามกลับบ้าง ตอนแรกเธอทำท่าเหมือนจะตอบแต่ไม่นานก็ยิ้มกริ่มเหมือนนึกอะไรออก

“เป็นห่วงเหรอ อิอิ”

“อะ ฮะๆ” นี่เป็นเสียงหัวเราะที่ฝืนที่สุดในโลก นี่ถ้าน้องทักมาในเฟสผมจะไม่อ่านและไม่ตอบเลย ผมโคตรไม่ชอบคนที่ถึงเนื้อถึงตัวเพศตรงข้ามทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักกันดี นี่ผมหัวโบราณเกินไปหรือน้องหัวสมัยใหม่เกินไปวะ

“มาประมาณห้าโมงค่ะ”

“อ๋อ”

“ตอนนี้ยังมาไม่ถึงเลย”

“...”

“ถ้าอยากไปส่ง หนูยังโทรบอกพ่อแม่ทันน้า” เธอไหลเก่งยิ่งกว่าปลาไหล ไม่ว่าผมจะเอ่ยอะไรก็สามารถต่อบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใจคอน้องจะนึกไม่ออกจริงๆ เหรอว่าเคยพูดอะไรไว้กับพี่ ...คำพูดแรงมากนะเว้ย ลืมได้ไงวะ

“...พี่ยังให้คนอื่นมารับอยู่เลย ฮะๆ”

“ใครคะ”

“ธัน”

ก่อนที่รุ่นน้องคนนี้จะได้ทันพูดจบก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา เจ้าของเสียงกำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่บนบิ๊กไบค์คันสวยของตัวเอง ที่รู้ว่ามันยิ้มอยู่เพราะไม่ได้ใส่หมวกกันน็อค ไอ้เหี้ย ในที่สุดก็มา แล้วยิ้มแบบนี้แสดงว่ามานานแล้วสินะไอ้หอกหัก เป็นเชี่ยไรชอบเห็นเพื่อนตัวเองทรมาน

“พี่ไปก่อนนะ” ผมลุกขึ้นสะพายกระเป๋า ไม่ลืมที่จะหันไปยิ้มให้รุ่นน้องนิดหน่อย วุ๊ว ลาขาดละกันอีหนู เราไม่เหมาะกันหรอก น้องไม่ใช่สเปคพี่ หวังว่าเห็นปฏิกิริยาของพี่แล้วน้องจะล้มเลิกความตั้งใจนะครับ พี่ไม่อยากทำตัวเป็นพระเอกละคร

“ไม่อยู่คุยกับน้องต่ออะ กูรอได้นะ” ร่างสูงส่งสายตาล้อเลียนพร้อมกับแกล้งเอนหลังพิงที่นั่งของผมเหมือนจะบอกว่า 'กลับไปคุยกกับน้องเขาเลย กูไม่ให้มึงขึ้น'

“เหอะ มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ”

“ทำไมวะ คนนี้ออกจะน่ารัก ดูน้องสนใจมึงไม่น้อยเลยนะ ทั้งชวนคุย ทั้งแกล้งอ่อย เห็นตั้งแต่วันที่กูไปหามึงที่ดรุณีละ ฮะๆ” ไอ้ประโยคที่บอกว่า 'ทั้งชวนคุย ทั้งแกล้งอ่อย' เนี่ยแสดงว่ามันอยู่มานานแล้วจริงๆ ด้วย กูถึงว่าทำไมได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆ ของพวกผู้หญิง ที่แท้ก็เพราะมึงนี่เอง

“กูไม่ชอบ”

“ทำไม กูว่าเหมาะกันดีออก ฤๅษีอย่างมึงต้องเจอเสือสาวแบบนี้แหละ หึๆ”

“ค_ย ฤๅษีพ่อมึงสิ”

“ฮ่าๆ”

“เฮ้อ...”

“โหย เป็นไรวะ ไม่ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เออดิ แม่งเคยบอกว่าถ้าเกิดมาเป็นกูขอโดดตึกตายดีกว่า” ผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นนะแต่คุณเคยโดนใครด่าทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดไหม คือเราโกรธเขาไปแล้วอะ ถ้าไม่ใช่พ่อพระจริงๆ ก็ไม่หายโกรธหรอกถ้าอีกฝ่ายไม่มาขอโทษ ...ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ใช่พ่อพระ ผมก็เลยโกรธ แล้วสิ่งที่ทำให้ผมโกรธมากกว่าเดิมคือการที่เธอเข้ามาจีบทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่าผมเป็นใคร

โคตรแย่

“งั้นขึ้นรถ แล้วก็ไม่ต้องไปคุยกับเขาอีก”

คนพูดกอดอก ขมวดคิ้วยุ่ง เราเพื่อนกันทำไมผมจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร เสียงเข้มซะขนาดนี้ สายตาเคืองซะขนาดนี้ ไหนจะสรรพนาม 'เขา' อีก

“นี่โกรธแทนเหรอ” ผมเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเอียงหน้ามองเพื่อนสนิทขำๆ นิสัยน่ารักว่ะ โกรธแทนเพื่อนด้วย ดูจะโกรธกว่าผมอีกนะเนี่ย

“เออดิ ปากหมาใส่เพื่อนกูขนาดนั้นกูคงไม่โกรธมั้งไอ้ห่า”

“...”

“แม่งกล้าจีบมึงได้ไงวะ”

“คงจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ สัส… เครียดเลยว่ะ รุกหนักฉิบหาย กูว่าอีกไม่นานน้องคงโทรมาป่วน” เธอได้เฟสผมไปแล้วครับ ขยันทักมาทุกวันแต่ผมไม่เคยอ่านเลย อุตส่าห์คิดว่าถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงเลิกตื๊อเอง แต่แม่งเอ๊ย... เมื่อกลางวันเพื่อนร่วมห้องบอกว่ามีคนมาขอเบอร์ผมไป แล้วมันก็ดันให้เพราะฝ่ายนั้นอ้างว่ามีธุระเรื่องกีฬาสี ...ธุระอะไรล่ะกูอยู่ฝ่ายอาร์ต

“เดี๋ยวกูเคลียร์เอง”

“ห้ะ?”

“เดี๋ยวกูไปคุยกับเขาเอง เรื่องจะได้จบๆ” ทันทีที่เอ่ยจบร่างสูงก็ลงมาจากรถ ก้าวเท้ายาวๆ เพื่อมุ่งหน้าไปหาเป้าหมาย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนผมเกือบฉุดมันไว้ไม่ทัน ผมรู้ดีว่าสุภาพบุรุษอย่างไอ้หยางไม่มีวันทำร้ายร่างกายผู้หญิงและไม่มีวันด่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่สามารถปล่อยให้มันไปเคลียร์กับใครทั้งที่ยังโกรธแบบนี้ได้…

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้นิสัยเปลี่ยนไปรึยัง

แต่เมื่อก่อนมันเป็นคนที่โกรธแล้วระบบความคิดจะเปลี่ยนแปลง สมองจะเปิดโหมดการใช้งานแค่ 50% ที่เหลือปล่อยให้อารมณ์ขับเคลื่อนทุกอย่าง เพราะอย่างนี้แหละผมถึงต้องห้ามไว้

“เฮ้ย ใจเย็น”

“เย็นแล้ว”

“ที่ไหนล่ะ!”

“กูใจเย็นที่สุดแล้วธัน…”

“...”

“ปล่อย”

“ไม่ต้องไปคุยกับน้องหรอก กูไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถึงน้องโทรมากูก็ตัดสายทิ้งอยู่ดี” ผมพยายามตบไหล่อีกฝ่ายเพื่อผ่อนคลาย เข้าใจความรู้สึกนะเว้ย คงไม่มีใครชอบให้เพื่อนตัวเองโดนด่าหรอก ผมก็เป็น แต่ผมไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ “อย่าเครียดดิวะ”

“ก็สมควรเครียดไหมล่ะ”

“โกรธมากปะเนี่ย”

“มาก ...แต่ยังทนได้”

“แย่วะ”

“อะไร”

“มึงโกรธคนอื่นเพียงเพราะเพื่อนเล่าให้ฟังได้ไง ถ้าสมมุติกูตอแหลน้องเขาก็โดนโกรธฟรีเลยสิ”

“แล้วมึงตอแหลไหมล่ะ” ถามแล้วหันมาจ้องผมด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาคมจ้องลึกเพื่อเค้นความจริง พอได้มาเห็นใกล้ๆ ผมก็ไม่สงสัยเลยว่าทำไมมีแต่คนหลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้ ตาสวยชะมัด น่าอิจฉาเป็นบ้า

“ไม่”

“เออ เพราะกูรู้ว่าเพื่อนกูเป็นคนยังไง กูถึงได้โกรธ”

“เนอะ กูอะคนดี” ผมยิ้มรับ แสร้างยกมือเสยผมให้ดูตลกหวังให้มันหลุดยิ้ม แล้วก็ได้ผล คู่สนทนาหลุดยิ้มบางๆ ไม่นานก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“ตกลงจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เหรอ”

“อือ ไม่ต้องทำอะไรหรอก”

“ใจดีเกิน”

“มึงก็ใจร้ายเกิน”

“ตรงไหนวะ… เฮ้อ ไปเหอะ กูแกน” สุดท้ายมันก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ เดินกลับไปที่รถพร้อมคว้าหมวกกันน็อคขึ้นมาใส่เป็นสัญญาณบอกให้ผมรีบขึ้นมา แล้วแบบนี้จะให้ผมทำไงได้นอกจากรับคำแล้วขึ้นไปซ้อนเจ้าพ่อประคุณ รู้สึกโชคดีนิดๆ ที่เป็นไอ้หยาง ถ้าเป็นพวกไอ้แพนนะ… ไม่เหลือ (ภาษาเหนือ : แกนแปลว่าระคายเคือง ประมาณว่าไม่อยากมอง ไม่ชอบขี้หน้า)

ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็มาถึงเอ็กซ์คูลซีฟยิม พอเข้ามาปุ๊บไอ้หยางก็ลากผมไปวอร์มร่างกายแล้วแยกย้ายกันไปคนละที่ ผมเข้าห้องโยคะ ส่วนมันก็ตรงไปที่เวท แต่แยกกันไม่ถึงสิบนาทีผมก็วิ่งไปหามันเพราะจู่ๆ ก็หิวน้ำ

“เอาน้ำส้มปะ เดี๋ยวไปซื้อให้”

“อืม”

“หรือจะกินอย่างอื่น วันนี้พี่ลินมีน้ำแครอทเสาวรสด้วยนะ สนใจไหม”

“อือ”

“เฮ้ย ทำไมอื้ออึงอย่างเดียว โกรธปะเนี่ย” ผมยอบกาบลงนั่งข้างอีกฝ่าย แม้จะสนทนากันแต่มันก็ยังยกเวทอย่างแข็งแขง ยกไปก็ตีหน้านิ่งไป ...แหง

“เปล่าหนิ”

“โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่”

“ไม่ได้โกรธ กูแค่กำลังคิด”

“เรื่อง?”

“...ต่อไปนี้มึงไม่ต้องไปเดินใกล้เขานะ เห็นที่ไหนก็หลบ ถ้าเขาเข้ามาคุยด้วยมึงก็เงียบๆ ไปซะ ตะโกนบอกว่ารำคาญก็ได้กูอนุญาต”

“เป็นพ่อกูเหรอถึงได้มีสิทธิ์อนุญาต ฮะๆ” ผมผลักหัวเพื่อนสนิทก่อนจะเริ่มพูดต่อ “กูไม่ทำโว้ย ผู้ชายที่ไหนเขาทำแบบนั้นกับผู้หญิงวะ”

“กู”

“ไอ้เลว”

“ยอมรับ”

“เหอะๆ” เนื่องจากห้ามอะไรไม่ได้และไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ผมจึงใช้มือแบ่งเส้นผมของคนที่อยู่บนม้านอนออกเป็นสามกอแล้วเริ่มถักให้กลายเป็นเปีย ไม่ได้จับผมนุ่มๆ นี่มานานแค่ไหนแล้วนะ ยังถักแล้วเพลินมือเหมือนเดิมเลย ถึงตอนนี้มันจะเปียกนิดๆ เพราะเหงื่อก็เถอะ แต่... ก็ทำให้ไอ้หยางดูน่าหลงใหลไปอีกแบบ

“โดนด่าแท้ๆ ยังไม่โกรธ มึงบ้ารึเปล่า” ยัง ...ยังไม่เลิก

“ใครว่าไม่โกรธ โกรธดิแต่เรื่องมันนานแล้วไง กูก็เลยโกรธน้อยลงบ้างแล้ว”

“ถ้าเป็นกูนะ อื้อ” ผมเลิกถักเปีย ใช้มือปิดปากในจังหวะที่มันวางเวทไว้ข้างกาย ขี้บ่นเหมือนลุงวัยเกษียณเลยไอ้เพื่อนคนนี้

“เงียบ ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายปากร้ายหรอกนะ” ผมยักคิ้วกวนประสาทก่อนจะปล่อยมือออก ไปวิ่งบนลู่ดีกว่า วันนี้อยากออกกำลังขาบ้าง

หมับ

“นี่มึงกำลังสอนเสือผู้หญิงแบบกู?”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปไหนก็ถูกมือใหญ่ดึงให้หันไปเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ไม่สิ รู้สึกว่าครั้งนี้จะใกล้กว่าเดิมเยอะเลย โคตร talent นอนอยู่แท้ๆ ยังสามารถฉุดกูมาหาตัวเองได้

“เออ ก็มึงบ่นเกินไปอะ”

“กูไม่ได้บ่น กูแค่แนะนำด้วยความเป็นห่วง เชื่อกูสิว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้มันจะไม่จบ”

“จบสิ น้องดูขี้เบื่อจะตาย ไม่นานก็เลิกตื๊อกูแล้ว”

“วุ๊ คิดตื้นตลอด” อีกฝ่ายบ่นอุบอิบ เริ่มคลายมือที่จับผมอยู่ ไมรู้ว่าขี้เกียจคุยแล้วหรือยังไงถึงได้ปิดเปลือกตาลงดื้อๆ ขนตามึงยาวจังวะ แล้วจมูกนี่ศัลยกรรมมารึเปล่าทำไมโด่งจัง ปากก็บาง ...พระเจ้ามีตู้ไปรษณีย์ไหมครับ ผมอยากร้องเรียนเรื่องความลำเอียง ถ้าจะสร้างมนุษย์ก็ต้องทำให้หน้าตาพอๆ กันดิวะ จะมารักไอ้เหี้ยนี้มากแล้วปั้นให้มันหล่อเฟี้ยวเกินหน้าเกินตาชาวบ้านได้ไง มันไม่ถูกต้อง

“อ้าวๆ ไอ้พวกนี้ อยากผสมพันธุ์กันก็ไปที่อื่น” พี่แบงค์เจ้าของฟิตเนสตะโกนลั่นจนคนรอบข้างหันมามองกันเป็นตาเดียว โว๊ะ มาที่นี่ทีไรต้องเจอแบบนี้ทุกทีสิน่า

“ทำไมอ่ะพี่ ทำที่นี่ไม่ได้เหรอ” มึงอีกแล้วเหรอไอ้หยาง ไม่ต้องไปเล่นกับเขาก็ได้ม๊าง คุยกันทีไรเรื่องยาวทุกที

“ไม่ได้โว้ย นี่ฟิตเนสกู”

“ไมว้า ผมสองคนจ่ายรายปีนะเว้ย ไหนบอกว่ามีสิทธิ์ทำทุกอย่างไง” ไอ้คนที่กำลังจะหลับยิ้มเจ้าเล่ห์ มีการยื่นบัตรสมาชิกสีดำขอบทองขึ้นมาโชว์ให้เห็นข้อความที่ระบุว่า ‘สมาชิกผู้ถือบัตรนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง’ เดี๋ยว กูว่าข้อนี้น่าจะหมายถึงการใช้เครื่องออกกำลังกายนะ ไม่น่าจะใช่เรื่องแบบนี้

“ทุกอย่างยกเว้นปี้กันในนี้ไอ้พวกเวร” พี่แบงค์ด่าแล้วโยนขวดน้ำเปล่ามาทางเรา ดีนะผมหลบได้ก็เลยโดนตัวไอ้หัสดินจังๆ เหอะสมน้ำหน้า

“เอาน่า จะทำเบาๆ รับรองไม่มีใครได้ยิน”

“โอ๊ยกูเพลีย จะเอากันก็เรื่องของพวกมึงเถอะแต่อย่าใช้เครื่องออกกำลังกายกูเป็นที่ปี้ก็แล้วกัน กลัวจะสึก” ว่าแล้วก็เดินหนีไปเลย กูไม่เอาครับ ถ้าจะเอาก็ไปเอากันเอง สาบานเลยว่าผมจะไม่บอกพี่ลินว่า 'สามีพี่ตับๆ กับไอ้หยางไปแล้ว' ฮะๆ

“หาวว”

“นี่มึงง่วงใช่ไหมไอ้หยาง” ผมถามขณะยกดัมเบลขึ้นมา ไอ้หยางแม่งนอนคาม้านอน ไม่ยอมลุกให้ใครเล่นด้วย เห็นไหมว่าคนอื่นเขาก็อยากจะใช้เหมือนกัน

“ก็นิดหน่อย เมื่อเช้าเพิ่งสอบฟิสิกต์ร้อยข้อแล้วครูให้เวลาทำแค่คาบเดียวอะมึง บั่นทอนพลังชีวิตกูฉิบหาย… ข้อสอบก็บั่นทอนจิตใจ คะแนนก็น่าจะบั่นทอนเกรด” กูเชื่อ ฟังแค่เสียงก็รู้แล้ว ผมก็เคยสอบแบบนี้นะ ตอนนั้นครูเป็นเมนส์ก็เลยอารมณ์เสีย แล้วดันซวยเตะขี้หมาหน้าอาคารวิทย์ไง ความซวยจึงบังเกิดซ้ำซ้อนเมื่อพวกผมเรียนคาบแรกกับเธอ...

“น่าสงสาร”

“ปลอบหน่อยดิ”

“โอ๋เอ๋”

“ปลอบอีกดิ ยังไม่หายเสียขวัญเลย”

“พอละไอ้ควาย แล้วนี่พวกไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์ไปไหนวะ” ช่วงนี้สองสหายเพื่อนรักหายไปเลย เจอกันครั้งสุดท้ายก็เมื่อวันก่อน พวกมันชมผมใหญ่เลยว่าหล่อ ไอ้ต้นนี่แทบจะแดกแขนผมเข้าไปด้วยความอิจฉา

“ตอนเย็นที่คุยกันพวกมันบอกว่าจะมาอะ แต่ไม่รู้ตอนนี้หายหัวไปไหน”

“เหรอ...” ประโยคของผมสะดุดทันทีที่เห็นอะไรบางอย่าง เชรดโด้ ของใหม่มาแล้วเหรอวะ ได้ยินพี่ลินบอกว่าของจะมาเดือนนี้แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ...จะช้าอยู่ใยล่ะครับ!

“หยางพากูไปเล่นโยคะหน่อยได้เปล่า” ผมสะกิดพ่อคุณที่กำลังนอนหลับอยู่ท่าเดิม ไปคนเดียวไม่ได้ครับเพราะผมยังไม่เคยเล่นไอ้นั่น ถึงจะเคยดูในยูทูปแล้วก็เถอะแต่... เขินสายตาพี่ๆ ในห้องโยคะอะ ปกติก็เข้าไปแหละแต่ตอนนี้ในห้องไม่มีผู้ชายสักคน ถ้าผมเข้าไปคนเดียวจะเด่นมาก ทำอะไรก็มีแต่คนมอง

“อื้อ ไม่เอา กูง่วง”

“เหอะ ไปกันนน”

“ก็ไปดิ เดี๋ยวรออยู่นี่ กูจะหลับ...” ร่างสูงโบกมือไล่ผมก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง โอ๊ยไอ้บ้า ถ้ามึงจะหลับเร็วขนาดนี้ก็ไปแข่งนอนเร็วเถอะ รับรองได้แชมป์

“ไอ้หยางโว้ย ไปเป็นเพื่อนหน่อย” ผมนั่งทับส้นเท้าที่ข้างม้านอน ใช้มือเขย่าตัวไอ้ขี้เซาให้ตื่นแบบรัวๆ มึงจะนอนตอนไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ตอนที่กูอยากมีเพื่อนไปเล่นโยคะ

“ไม่เอาไอ้สัส จะไปก็ไปคนเดียว”

คิดว่าผมจะทำไง อ้อนมันเหรอ โน

หมับ!

“เฮ้ย!” ผมฉุดมันไปทั้งอย่างนั้น ขอบคุณที่มันง่วงแรงก็เลยตกจนผมสามารถลากขามันมาที่ห้องโยคะได้สำเร็จ ระหว่างทางหัวแม่งโขกกับพื้นไปหลายครั้งเลยแต่ช่างเถอะ ไอ้นี่สำคัญกว่าหัวมันเยอะ อิอิ

มาถึงตอนนี้พวกคุณคงอยากรู้แล้วสินะว่าอะไรที่ดึงดูดผมได้ขนาดนี้

ผ่าม!

มันคือ fit ball หรือบอลยางสำหรับเล่นโยคะครับ

“มึงนะมึง ไอ้จังไร” คู่สนทนาสะบัดมือผมออกอย่างแรงแล้วเดินไปนั่งพิงผนังข้างๆ ตอนนี้เราย้ายมาตรงมุมห้องที่ไม่ค่อยมีคนเป็นที่เรียบร้อย

“อิอิ”

“อิพ่อง” คนที่พิงกำแพงอยู่ชูนิ้วกลางให้ผมพร้อมกับใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเหนื่อย and ง่วงจากการสอบเมื่อเช้าไอ้หยางก็เลยอ่อนเพลีย ร่างกายแสดงออกชัดเจนว่าต้องการเวลาพักผ่อน ผมก็รู้แหละแต่แบบ… กูต้องการสหายจริงๆ เว้ย

“เล่นด้วยกันไหม”

“...ไม่เอา เลิกยุ่งกับกูเถอะธัน ขอร้อง” พอจบประโยคก็เอนตัวลงนอน ไม่ลืมที่จะเอาเสื้อกันหนาวปิดหน้าตัวเองไว้ด้วย นี่ไม่อยากคุยกับกูขนาดนั้นเลย?

“ใจร้ายว่ะ เหอะน่า เล่นเป็นเพื่อนหน่อย” ผมจิ้มแขนใหญ่ที่โผล่พ้นเสื้อสองสามจึก คือแม่ง... ผมยังไม่เคยเล่นจริงๆ จังๆ ถ้าเกิดทำผิดพลาดหรืออะไรจะได้ผิดเป็นคู่ไง แบ่งปันความอาย

“...ค_ย อย่ามายุ่งกับกู”

“ท่าเดียวๆๆๆ”

“พูดแล้วนะ ท่าเดียวนะ พอจบท่าเดียวมึงต้องเลิกยุ่งกับกูเลยนะ ห้ามสะกิด ห้ามทัก ห้ามจิ้ม ห้ามจับ ห้ามทับ ห้ามตี ห้ามปลุกขึ้นมาปี้ด้วยกูง่วง” อีกฝ่ายโผล่หน้าออกมาเจรจากันดีๆ ดีไหมวะ ข้อหลังๆ น่าเกลียดฉิบหาย

ถึงจะน่าเกลียดแต่ยังไงผมก็ตกลงอยู่ดี

“ท่านี้ชื่อท่า arm and leg raise fit ball ไม่ยากหรอก อันดับแรกให้นอนคว่ำ เอาบอลมาไว้กลางตัวเรา เอามือกับขาแตะพื้นอย่างละข้าง โดยที่ขากับมือต้องอยู่คนละข้างกันนะ” เหมือนมีความรู้นะ ความจริงคือผมมีโพยครับ เนี่ย บนหน้าจอโทรศัพท์เลย แม่งบอกทุกอย่างตั้งแต่การทำไปจนถึงทำแล้วได้อะไร

“อืออ”

ไอ้หยางพยักหน้าหงึกๆ ขณะทำตามที่ผมบอก เพราะมันง่วง ถึงได้ออกมาในสภาพที่... ค่อนข้างจะหมดแรงเหมือนกระดูกไม่มี มืองี้ห้อยเชียวนะมึง ช่างเหอะ ดีกว่าไม่มีเพื่อนทำด้วย เหอะๆ

“หลังจากนั้นก็สลับมือกับขาไปเรื่อยๆ อย่างรอบนี้เป็นซ้ายขวา รอบถัดไปก็ต้องเป็นขวาซ้าย” ผมทำอย่างที่พูด เวลายกขาหรือแขนจะต้องเหยียดตรงตลอดครับ ผมเคยทำท่านี้แบบไม่มีบอลด้วย บอกเลยว่าโคตรปวด พอมีบอลมาช่วยแล้วรู้สึกทำง่ายขึ้นเยอะ

“อือๆ...”

พรืด

ปึก!

ผมชะงัก มองภาพตรงหน้าอึ้งๆ ให้ทายว่าเกิดอะไรขึ้น…

เมื่อกี้สงสัยไอ้หยางจะง่วงจัดก็เลยเผลอไถตัวไปข้างหน้า พอมันทำอย่างนั้นลูกบอลก็เลยกลิ้งตามแรงทำให้ไอ้เพื่อนรักของผมไหลลงมาจนหัวทิ่มพื้น ท่าโคตรเหี้ย หัวติดพื้น ตัวครึ่งหนึ่งอยู่บนลูกบอล ขาชี้ฟ้า

“กู...”

“พรืด กูขำ ฮะๆ” ผมปิดหน้าหัวเราะจนตัวสั่น คุณต้องเห็นท่าลงของมัน ขำที่สุดตรงที่แม่งทำหน้าตกใจอะ หมดหล่อแล้วมึง

“ชิ เพราะมึงนั่นแหละ จะกลับบ้านแล้วเรียกด้วยละกัน กูจะหลับ ครั้งนี้ห้ามกวนนะ!” ร่างสูงส่งเสียงฮึดฮัดแล้วย้ายไปนอนข้างผนังที่เดิม โอ๊ย ไอ้บ้า ฮะๆ

“อือฮึ ฮะๆ”

พรืด!

เฮ้ย!

สงสัยจะตัวสั่นมากไปบวกกับลืมไปว่าตัวเองยังอยู่บนบอล ผมก็เลยไหลลงจากบอลในท่าเดียวกับไอ้หยางเป๊ะ... นี่เรียกว่ากรรมตามสนองรึเปล่าวะ

“ไงล่ะมึง หึ” ครับ... ขอบคุณที่ลืมตาตื่นเพื่อมาซ้ำเติมกู







___________________________________________________________________________________
งงอ่ะดิว่าทำไม 55% ถึงน้อยจัง
คือแบบ... ความจริงไอ้ 45% ก่อนหน้านนี้แม่งคือ 55% 
แต่ฉันง่วง มือเลยลั่นไปพิมพ์เลขตัวข้างๆ5555

ปล1.ขอโทษที่มาช๊าช้า พอดีเมื่อวานเลิกช้าก็เลยแต่งได้นิดเดียว + ง่วงมากก็เลยเผลอหลับ5555
ปล2.หยางกับธันแม่งกระจอก ตอนฉันเล่นนี่แบบนี้เลย




 ฮึล้อเล่น ความจริงก็สภาพไม่ต่างจากไอ้พวกนี้เท่าไหร่หรอก = _ = ;;
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อ่าห์... เนะมุ้ย (ง่วง)
ขอโทษที่มาช๊าาาา นะคะ วันนี้เลิกดดึก

ปล.ขอบคุณมุขตั้งวงจากคุณดรีมบาร์โค้ด

-Mommae-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.603K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29962 9494 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:43
    เหยยยยย แบบนี้มันมุ้งมิ้งเกินไปละม้างงงงงงงงงงง จู๋จี๋กันอยู่สองคนอ่ะ มุแงงงงง
    #29,962
    0
  2. #29891 Boobeee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 22:36

    เอาจริงๆพึ่งมาเจอเรื่องนี้แต่จะบอกไรท์ว่ารุ่นพี่ปี61ในรร.เราหน้าเหมือนหยางเลยโคตรหล่อโคตรฮ็อตอยู่เหนือเหมือนกัน555+ปัจจุบันพี่เขาอยู่ปี2ละ

    #29,891
    0
  3. #29294 reluz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 14:57
    อ่านไปอ่านมามันแบบ เหมือนตูนโซเน็นมิตรภาพลูกผู้ชาย กี้ส
    #29,294
    0
  4. #29031 psunrise (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 22:08
    มิดตะภาพเด่กผู้ชายก็แบบนี้อะนะ
    #29,031
    0
  5. #28701 Shipnielong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:55
    เกลียดตอนไหลอ่ะ555555//ออร่าละมุนนี่มันอะไรกันค้าาา
    #28,701
    0
  6. #28395 Callmeyou (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:31
    คือลั่นมากอ่ะตอนหยางไหล555
    #28,395
    0
  7. #28300 CarrotSirirvarin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 18:34
    น่ารักอะใจบางแล้ว
    #28,300
    0
  8. #28247 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:34
    แง อยู่ด้วยกันแล้วน่ารัก
    #28,247
    0
  9. #27847 rattanalak44 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 09:54
    เขาเริ่มมุ้งมิ้งแล้วอ่ะ:-)
    #27,847
    0
  10. #26054 Aisa-Mee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 22:10
    ฉากโยคะ หน้าทิ่ม ขำมากๆค่ะ
    #26,054
    0
  11. #26025 Masterr_S (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 11:54
    ทุกคนดูรักธัน พยายามถ่ายรูปสุด 5555 ❤❤
    #26,025
    0
  12. #24722 WayVe❤ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:34
    โอ้ยยยย ตลกกกกกก
    #24,722
    0
  13. #24648 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:30

    มมีโมเมนต์

    #24,648
    0
  14. #23413 DraftD (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 09:56
    รอโมเมนต์><
    #23,413
    0
  15. #22050 IloveMBam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 19:34
    มาถึง10กว่าตอนแร้ววอ่าา แต่ทัมไมพระเอกนายเอกยังไม่ปิ้งๆกันเรยอ่ะ แต่โครตสนุกอ่ะเรื่องนี้มาต่อตอนล่าสุดเรวๆนะค่ะ
    #22,050
    0
  16. #21255 Chopoom94 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 23:25
    ป๊อบขึ้นนะเรา ทำไมยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีคนใดคนหนึ่งจะชอบกันเลยอ่ะ หรือคิดไปเอง
    #21,255
    0
  17. #20817 มูตี้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:11
    ^_______^
    #20,817
    0
  18. #17878 +[-BloodsKy-]+ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:30
    โคตรชอบ
    #17,878
    0
  19. #16735 hh_9094 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:49
    ธันเขาหล่อมาก ไม่อ้วนแล้วนาจา
    #16,735
    0
  20. #16502 tbuykeid37 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 13:50
    ชอบบบบ
    #16,502
    0
  21. #15470 Route of Desert storm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 13:58
    นี่เหมือนอภิษดาห้องเราเลยค่ะ
    #15,470
    0
  22. #14975 tinyrain (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 23:47
    นี่เน้นฮา ถูกมะ?555555555555 โคตรชอบ
    #14,975
    0
  23. #14780 Def_Igot7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 19:26
    ความเลว ความเยอะอยู่ที่ไหน?? ห้องของธันนั่นเองค่าาา55555 ตลกกันพร่ำเพรื่อ เล่นใหญ่กันได้เวอร์วังมากค่ะ ตลกอะ ยิ่งดานี่เหมือนไม่มีสติละอะ โอ้ยยย ขำจนท้องแข็งเลย
    #14,780
    0
  24. #11904 momark (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:46
    ขำเม้นแต่ละคน5555555
    #11,904
    0
  25. #11726 OattyDokys (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:53
    ชอบการที่หม่อมแม่ใช้จิ๊ฟกับรูปมากคร่าา
    #11,726
    0