I'm on a diet! : อย่าท้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน [END]

ตอนที่ 17 : ครั้งที่ 13 ทายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,662 ครั้ง
    22 ม.ค. 62





ครั้งที่ 13 ทายา

[หยาง]

“บิงซู บิงซู บิงซู๊~”

ผมมองเพื่อนสนิทที่กำลังยกช้อนขึ้นมาโบกขำๆ ถึงจะผอมลงแต่นิสัยแมวน้ำไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ สารภาพว่าตอนแรกที่เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนไปผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ ก็อย่างที่บอกว่าผมมองไอ้ธันเหมือนเดิมตั้งแต่ตอนเด็กๆ ความจริงผมอาจจะไม่ได้ตกใจเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ตกใจเพราะเปิดตาออกมาแล้วเจอไอ้ธัน

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมมั่ว ลวนลามใครไม่เลือกหน้านะ

ความจริงหลังจากจอดรถที่หน้าหอประชุมดรุณีผมก็ยืนคุยกับสาวคนหนึ่งจากโรงเรียนไอ้ธัน คุยกันอยู่นาน สักพักเธอก็อ่านไม่ตอบ ผมก็เลยจะเดินเข้าไปในหอประชุมแต่ก็โดนปิดตาซะก่อน ตอนนั้นจะให้ผมคิดว่าคนที่ปิดตาเป็นใครได้ถ้าไม่ใช่คู่สนทนาที่เพิ่งหายไป

ตลก เกือบจะได้ผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวน้ำอย่างที่พวกไอ้ต้นล้อแล้วสิ ฮ่าๆ

“จะเอาอันไหน” ผมถามคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ร้านที่เรามาเป็นร้านเปิดใหม่แถวมหาลัย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เลยมีแต่พวกนักศึกษา ในร้านตกแต่งน่ารักดีครับ บรรยากาศดี มีเพลงฟัง ตังไม่ค่อยมี (?)

“อันไหนก็ได้ที่แพงที่สุด อิอิ”

“อย่างเลว กูไม่ได้ป๋าแบบพี่ตุลย์นะ” ผมชูนิ้วกลางขึ้นพร้อมเบะปาก พูดแล้วอิจเบาๆ อยากมีพี่ชายแบบพี่ตุลย์จริงๆ อะไรจะเปย์น้องหนักหน่วงขนาดนี้ ตัดภาพกลับมาที่ผม ที่แทบจะเรียกได้ว่าเกาะน้องกิน ก็แหม ไอ้หยินรวยนี่หว่า (เธอเปิดร้านขายของ D.I.Y ครับ คนซื้อโคตรเยอะ เงินน้องสาวผมก็เลยเยอะตามระเบียบ)

“หยอกกก เอา Choco Bingsoo”

เมนูนี้เป็นเกล็ดน้ำแข็งใสรสช็อกโกแลต ราดดาร์กช็อกโกแลต โปะด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตแล้วตบท้ายด้วยท็อปปิ้งบราวนี่

“อ้วนแน่มึงเอ๊ย”

“เอาน่าอ้วนวันเดียว เรากินด้วยกันเนอะ กูรู้ว่ามึงแดกไม่หมดหรอก” ไอ้อุ๋งๆ คงรู้มั้งครับว่าผมเป็นพวกกินแบบแมวดม อยากกินโน่นกินนี่ไปเรื่อย พอซื้อมาจริงๆ ก็กินได้ไม่คุ้มราคา อย่างซื้อมาหนึ่งร้อย ผมจะกินแค่สิบบาทเท่านั้นแหละ อิ่ม ฮะๆ

“มึงจะอิ่มเหรอถ้ากูกินด้วย”

“อิ่มดิ อยากกินนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้อยากแดกเอาโล่”

“อืม เอางั้นก็ได้”

“จะเปลี่ยนเมนูก็ได้นะ ความจริงกูกินได้หมดแหละ”

“ไม่เอาอ่ะ เอาที่มึงเลือกนี่แหละ”

จบประโยคผมก็ยื่นรายการให้พนักงาน เธอยืนรออยู่นานแล้วครับแต่ไม่บ่นสักคำ สงสัยจะสุขใจที่ได้มองคนหล่ออย่างผม อิอิ ...อ้าว มองไอ้ธันนี่หว่า ผมมองตามเธอบ้าง จมูกโด่งเป็นสัน ตาสวย ริมฝีปากกระจับน่าอิจฉา ก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรต่างไป ถ้าจะต่างก็คงเป็นเหนียงกับแก้มซาลาเปาที่หายไป พูดแล้วก็เสียดาย ไม่มีให้กัดแล้วสิ

“มองแบบนี้หมายความว่าไง?”

“คิ้วมึงเข้มว่ะ เหมือนปลิงทะเลเลย” ผมไม่ตอบคำถามแต่เอื้อมมือไปใกล้หน้ามน…

ปึด!

เพื่อจะถอนขนคิ้วไอ้ธันออกมา เชรดโด้ ได้มาเป็นกอ ถ้าคิ้วมึงจะดกขนาดนี้นะคีรินทร์ น่าจะมีโครงการบริจาคขนคิ้วบ้างนะครับ ผมจะพาไอ้นี่ไปคนแรกเลย

“เชี่ย เจ็บ!” คนโดนกระทำซี๊ดปากพร้อมกับกุมคิ้วตัวเอง โถ่คนดี น่าสงสารจังเลย “...กล้าพูดนะสัส คิ้วมึงบางมากสินะพ่อคุณ รู้ไหมถ้านักบินอวกาศมองโลกสิ่งแรกที่เขาจะเห็นไม่ใช่กำแพงเมืองจีนนะ เขาจะเห็นคิ้วมึงก่อน”

“โหยธัน ปากร้ายว่ะ”

“ร้ายแค่กับมึง” ไม่พูดเปล่า มือขาวของคู่สนทนาเลื่อนมาหาผมด้วย ผมนี่หนีโดยอัตโนมัติเลยครับ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะทำอะไร

“อย่าทำร้ายคิ้วกูอุ๋งๆ”

“มึงเด็ดขนคิ้วกูก่อน” ใช้คำน่าเกลียดมากไอ้ห่า ขนคิ้วหรือหญ้าแพรก

“กูสะกิดเฉยๆ แต่มันหลุดออกมาเอง ช่วยไม่ได้”

“ตอแหล สะกิดพ่อมึงดังปึดเหรอ!”

“เออ ฮ่าๆ”

“ขำ มีขำนะมึง เดี๋ยวพ่อก้านคอ” มันยกมือขึ้นมาทำท่าจะก้านคอผมจริงๆ ก็รู้ว่าลูกผู้ชายต้องใช้ความรุนแรงสานสัมพันธ์ฉันตัวเธอให้แน่นแฟ้น แต่ไม่ต้องรุนแรงมากก็ได้ม้าง

“โหดฉิบหาย มึงเป็นแมวน้ำนะเว้ย”

“แล้วไง ต่อยมึงได้ก็แล้วกัน เอาคิ้วมึงมาให้กูเด็ดเดี๋ยวนี้หัสดิน”

“ไม่เอาๆ กูขอโทษที่ดึงมงกุฎของหน้ามึงออกมา”

“คิดว่าขอโทษอย่างเดียวกูจะยอม? ...เอาคิ้วมึงมา เร็วๆ ก่อนที่กูจะทรงกริ้วหนักแล้วโทรไปฟ้องเสด็จแม่มึง ว่ามึงมีอะไรอยู่ใต้เตียง” เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ

“โปรดเย็นพระทัยก่อนนะพระสหายที่รักยิ่ง ...เพื่อเป็นการไถ่โทษ เราจักขอขมาท่านด้วยสิ่งนี้ก็แล้วกัน” ผมยื่นสิ่งล้ำค่าในมือให้เพื่อนสนิท นี่เพิ่งได้มาเลย สิ่งนี้เป็นอะไรที่ใครหลายคนต้องการ ผมยังต้องการเลย

“ขอบพระทัยท่านมาก มันมีค่าจนข้าไม่กล้าที่จะสัมผัสเลย ถุ้ย! เอาไม้จิ้มฟันมาให้กูเนี่ยนะ น่าเกลียดกว่าไอ้แพนก็มึงนี่แหละ” ร่างโปร่งเบะปาก เขวี้ยงไม้จิ้มฟันลงกับโต๊ะเสียงดัง... โป๊ะ โถ่ อะไรกัน นี่ของมีค่านะเว้ย กูใช้แล้วด้วย ลิมิเต็ดสุดๆ

“กูจะฟ้องมัน”

“ฟ้องเล๊ย เออนี่ถามจริง”

“ว่า”

“มึงเลิกชอบมันยังวะ”

“ไอ้แพนเหรอ ก็ไม่ได้ชอบตั้งแต่แรกแล้วนี่” ผมตอบตามความจริง ตั้งแต่ตอนแรกก็แค่สนใจที่เธอสวยตรงสเปคก็เลยอยากจะลองคบดู ไม่คิดเลยว่าเวลาผ่านไปห้าหกเดือนสาวสวยคนนั้นจะกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมพูดคำหยาบด้วย เธอต้องนิสัยสถุนขนาดไหน ถามใจพวกคุณดู

“...”

“ก็จริงอะ แล้วถามทำไม?”

“เปล่า... กูหมั่นไส้มึงว่ะ ชอบพูดเหมือนพวกหล่อเลือกได้ ไม่คุยกับมึงละ” เอ้า หนีไปเล่นโทรศัพท์ซะงั้น กูเล่นบ้างก็ได้วะ

ผมกดเข้าไปดูข้อความ หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่พวกคุณรู้ดี ข้อความจากใครหลายๆ คนเด้งขึ้นมาไวเหมือนรู้ว่าผมมาแล้ว ผมชอบคุยนะ ไม่รู้ดิ อยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำมันน่าเบื่อ แต่ก็มีบางครั้งที่การคุยแก้เบื่อทำให้ผมหงุดหงิดกว่าเดิม ผมไม่ชอบพวกเจ้าเรื่องกับพวกเซ้าซี้ น่ารำคาญ ถ้าเจอคนพวกนี้ผมจะเนียนๆ ตอบแบบ ‘เดี๋ยวเราไปกินข้าวก่อนนะ’ แล้วก็หายไปเลย บางคนคงสงสัยว่าทำไมผมกินข้าวนานจัง จะครบสามปีแล้วก็ยังไม่อิ่ม

“หยาง”

“?” ผมเลิกคิ้วเงยหน้ามองตามเสียง ไอ้ธันกำลังยิ้มร้าย มือขาวยื่นโทรศัพท์มาให้ผมดู ตอนแรกหน้าจอปรากฏรูปขี้หมาครับ ผมกำลังจะถามเลยว่า ‘เหี้ยไรของมึง’ แต่หลังจากนั้นไม่นานขี้หมาก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ทำให้ผมรู้ว่าเรากำลังวีดิโอคอลอยู่กับใครสักคน

ใครสักคนที่กำลังแก้คะแนนติดลบอยู่...

(ไอ้เชรี่ยยยยยย มึงเลวมาก ตอนพวกกูว่างทำไมไม่พาไปแดกบิงซูบ้างวะ ไอ้สองมาตรฐานนนน ข่นใจร๊ายยย // อย่าไปว่ามัน มันอาจจะอยากอยู่กับสามีสองต่อสองก็ได้) ครับ ไอ้ 2T นั่นเอง

“เหอะๆ”

(ก็จริงของมึงนะเปรต) ไอ้ต้นเอ่ยแล้วไอ้เทรนด์ก็พูดต่อ (ไอ้ธัน มึงผอมแล้วหล่อจริง อยากเจอหน้าว่ะ มาหากูที่โรงเรียนได้ปะ) ไอ้สองตัวนี้แก้คะแนนติดลบอยู่ที่โรงเรียนครับ ครูกำหนดว่าถ้าติดลบ 5 คะแนนต้องบำเพ็ญประโยชน์ 2 ชั่วโมง ตอนนี้พวกมันได้ถึง 10 คะแนนรึยังก็ไม่รู้ ฮะๆ

“ฝันเถอะ ดูเวลาด้วยว่านี่กี่โมงแล้ว อีกอย่างกูก็ต้องรีบไปทำการบ้านต่อ”

(มึงเห็นการบ้านสำคัญกว่าเพื่อนเหรอ!) ปลายสายแหกปากลั่นจนผมสะดุ้ง ไอ้ธันนี่กดเบาเสียงแทบไม่ทันเลยครับ แอบเห็นด้วยหางตาว่าพี่โต๊ะข้างๆ สะดุ้งจนทำวิปปิ้งครีมเด้งไปแปะในรูจมูกด้วยล่ะ… ไอ้ต้นโคตรบาป

“มึงให้เกรดกูได้ไหมล่ะ?”

(...) อื้อหือ ตอบกลับแบบนี้เอารองเท้าฟาดหน้าเพื่อนกูเลยดีกว่าครับ

“ล้อเล่น เอาไว้ว่างๆ ค่อยเจอกัน” ไอ้อุ๋งๆ ยิ้มขำๆ แล้วโบกมือให้คนในกล้องทั้งสอง เชื่อผมไหมว่าพวกมันไม่ได้บำเพ็ญประโยชน์หรอก อย่างมากก็กวาดๆ แป๊บเดียวก็มานั่งเล่นต่อจนกว่าจะหมดชั่วโมง เชื่อผม ผมเคยทำ

(ตอนไหนวะนั่น แล้วมึงหนีซ้อมเหรอไอ้หยางทำไมวันนี้ว่างไปกินบิงซูกับธัน ทำแบบนี้ระวังเจ๊กอล์ฟแขวนคอแล้วปล้ำนะเว้ย // มันกลัวที่ไหน ไม่เคยได้ยินเหรอ… เพื่อเธอผู้เป็นที่รัก แม้จะโดนยักษ์ปักเสาเราก็ยอม)

“ไอ้พวกเหี้ย พี่กอล์ฟให้กูหยุดเพราะกูพัฒนาขึ้นแล้วต่างหาก” พูดแล้วก็ไม่ลืมที่จะแจกนิ้วกลางให้ไอ้ 2T ด้วย ให้ล้อได้หมด ให้จับจิ้นได้ทุกคนแต่อย่าเอาพี่กอล์ฟมาเล่น กูขนลุก

(เหยด ให้หยุดกี่วัน)

“จากวันนี้ไปจนถึงตอนที่เริ่มซ้อมหลีดจริง” งงล่ะสิว่าซ้อมหลีดจริงคืออะไร ที่ผมบอกว่าซ้อมๆๆ อยู่ทุกวันนี้เนี่ย มีแค่ผมคนเดียวครับที่ซ้อม เพราะคนอื่นมีพื้นฐานการเต้นอยู่แล้วแต่ผมไม่มี ดูอาการหนัก ท่าทางจะไม่รอดไอ้เจก็เลยส่งไปเรียนกับพี่กอล์ฟก่อน ส่วนวันซ้อมหลีดจริงๆ คือช่วงปิดเทอม

(งั้นพรุ่งนี้พาพวกกูไปเลี้ยงบิงซูเลย มึงว่างแล้ว)

“พวกมึงว่างรึไง ต้องแก้คะแนนติดลบไม่ใช่เหรอ”

(เดี๋ยวโกงเอา อิอิ)

“สารชั่ว กูจะฟ้องครู” เป็นผมบ้างที่ยิ้มเลว รู้ไหมครับโรงเรียนผมไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่ เวลาไปแก้คะแนนติดลบก็สามารถโมเมบอกว่าทำครบได้ทั้งๆ ที่ไม่จริง ครูก็รู้นะแต่ไม่ด่า... จะด่าตอนที่มีคนมาฟ้องเท่านั้นเพราะงั้นสโลแกนโรงเรียนผมก็เลยมีอยู่ว่า 'ชั่วได้ครูไม่ว่า แต่อย่าให้คนอื่นรู้'

(อะไร ที่ฟ้องเนี่ยเพราะไม่อยากเลี้ยงใช่ไหม มึงอยากเลี้ยงไอ้ธันคนเดียวล่ะสิ ใช่ซี่ผัวมึงนี่)

“มโน”

(งั้นก็เลี้ยงพวกกูซะ)

“เมื่อเช้ากูก็เพิ่งเลี้ยงไปนะจำได้ไหม” ช่วงนี้ไอ้ต้นกับไอ้เทรนด์ชอบทำตัวเป็นยาจกขอให้ผมเลี้ยงตลอด ผมก็เลี้ยงบ้างไม่เลี้ยงบ้างตามมีตามเกิด ส่วนหนึ่งที่เลี้ยงเพราะรำคาญเสียงโหยหวน เหอะๆ

(โอ๊ะ วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสจัง)

(ไอ้อุ๋งๆ เรื่องเรียนเป็นไงบ้างมึง)

อื้อหือ เปลี่ยนเรื่องเชียว

เราคุยกันต่ออีกนิดหน่อยปลายสายก็ขอตัวไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อ พวกมันบอกว่ากวาดหน้าศาลาธรรมไปแล้ว ที่ต่อไปที่จะไปคือหน้าห้องผอ. แหม๊ เลือกแต่ที่สะอาดไม่มีแม้แต่ฝุ่นทั้งนั้นเลยนะพวกมึง

“Choco bingsoo ได้แล้วค่ะ”

มาพอดีเลยแฮะ

โกโก้บิงซูที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะมีหน้าตาไม่ต่างจากในเมนูเท่าไหร่ ดูน่ากินดี ที่วันนี้ผมเลือกมาร้านนี้เพราะก่อนหน้านี้เคยพาหยินมากินแล้วถูกใจในรสชาติและราคา ถูกและดีมีอยู่จริง

หือ

“อยากกินขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ไอ้ธันไม่ได้พูดอะไรสักคำแต่แค่มองหน้า ผมก็รู้สึกว่ามันอยากพูดว่า ‘ในที่สุดดด บิงซูของผมมม ผมรักซ์คุณณณณ’ แถมยังยิ้มตลอดเวลาอีกด้วย เหมือนเด็กเลยว่ะ

“อือออ อยากกินนน ชอบบบ”

“งั้นก็กินเลย”

“แล้วมึงอะ กินพร้อมกันดิ” คู่สนทนายื่นช้อนมาให้ผมหนึ่งคัน ผมก็รับไว้แต่ยังไม่เริ่มลงมือกินเพราะโทรศัพท์สั่นซะก่อน

“เดี๋ยวขอตอบไลน์แป๊บ”

“เออๆ แล้วแต่ละกัน จะเหลือให้นะ สาบานด้วยเกียรติของขนขาเลย”

“ถ้าไม่เหลือนะไอ้อุ๋งๆ” ผมยกช้อนขึ้นหมายหัวมันไว้ ถ้วยใหญ่มากนะครับ ใหญ่แบบ… ให้เวลาทั้งวันผมก็คงกินไม่หมด ห้ะอะไรนะครึ่งชั่วโมงพวกคุณก็กินหมดแล้วเหรอ? ...ขอโทษทีพอดีกระเพาะผมน้อย

“จะเหลือบราวนี่ไว้ให้หนึ่งชิ้นละกัน” พอจบประโยคมันก็ตักบราวนี่ชิ้นหนึ่งมาไว้ในช้อนของผม

“เยอะมาก กูปลื้มปริ่มมาก...”

“เนอะ” เวรเอ๊ย นอกจากผอมแล้วจะกวนตีน ยังน่าหมั่นไส้อีกต่างหาก

ผมทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอมือถือ ข้อความที่เข้ามาไม่ใช่ของสาวที่ไหนหรอกครับ

J : เป็นไงบ้างวะ ได้ข่าวว่าช้ำทั้งตัวเหรอมึง

พูดแล้วเจ็บแผลเลย นี่เกือบลืมไปเลยว่าผมได้รับบาดเจ็บ ...แหนะ พูดเหมือนร้ายแรง ความจริงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ ก็แค่โดนกระบองทุบ ซึ่ง… ผมทำตัวเองทั้งนั้น

Yang : เออ เจ็บฉิบหาย

J : โง่เอง5555

Yang : นี่ไม่คิดจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้กูบ้างเหรอ ยี่สิบบาทก็ยังดี กูต้องหาเลี้ยงลูกเต้าา

J : ลูกเต้าพ่อมึงสิ

Yang : อ้าว รู้ได้ไงว่าพ่อกูกำลังไปทำกิฟต์

เมื่อวานพ่อกับแม่เพิ่งโทรมาบอกว่าหมอให้กลับมาพักผ่อนที่ไทยก่อนเพราะแม่ยังไม่มีท่าทีจะท้องเลยสักนิด พ่อบอกว่าถ้าไปอีกรอบแล้วไม่ได้ก็จะเอาไอ้ธันมาเลี้ยงแทนแล้ว ฮ่าๆ

J : กวนตีนนน กูไปละไอ้สัส ถ้าไปซื้อยาก็มาเบิกตังกับกูก็แล้วกัน จะให้เงิน (ราคาข้างกล่องหารด้วยหนึ่งล้าน เหลือเท่าไหร่กูให้มึงเท่านั้นแหละ)

มึงบอกว่าไม่ให้ก็จบแล้วไหม ทำไมต้องพูดให้ดูดีด้วยไอ้ประธาน...

“งึ่มๆ ถ้ามึงไม่รีบแดกกูจะกินหมดแล้วนะ”

“รอหน่อยดิ มาแล้วๆ” ผมรีบตักของหวานตรงหน้ามากินทันทีที่ได้ยินประโยคบอกเล่าเขย่าขวัญของเพื่อนสนิท โห อร่อยดีว่ะ ครั้งที่แล้วๆ มากินแต่มะม่วงกับสตรอว์เบอร์รี่ ไม่คิดว่ารสนี้จะอร่อย

“หยาง”

ในขณะที่ผมกำลังนั่งกินบิงซูอย่างมีความสุข เสียงเรียกจากคนตรงหน้าก็ดังขึ้น พอเงยหน้ามามองก็เห็นไอ้ธันกำลังปั้นหน้านิ่งถือช้อนอยู่ อะไรของมัน ทำไมต้องทำหน้านิ่งด้วย

“?”

“บราวนี่”

“อือ แล้ว?” ผมพยักหน้ามองก้อนสี่เหลี่ยมบนช้อนเหล็กคันยาว บราวนี่ทำไม? มันเสีย ไม่อร่อยหรือมีตัวอะไรอยู่ข้างใน ผมชะโงกหน้ามองไอ้ก้อนตรงหน้าอย่างสงสัย ก็ไม่มีอะไรนี่หว่-

“...บราวนั่น”

“...”

“บราวโน่น”

เหมือนบริเวณรอบข้างเกิดสุญญากาศขึ้นเมื่อร่างโปร่งเลื่อนช้อนที่มีก้อนสี่เหลี่ยมให้ออกห่างตัวเรื่อยๆ ตามคำเรียก ‘นี่’ ‘นั่น’ ‘โน่น’

พรืด

“มุขจังไร ฮ่าๆ” ผมก้มหน้าขำกับแขนตัวเองเพื่อเก็บเสียงหัวเราะ คือถ้าไม่ทำแบบนี้เสียงต้องดังลั่นร้านแน่ มุขเหี้ย ส้นตีนจริงๆ มันแป้กนะเว้ยแต่ผมก็ขำ ขำที่แม่งแป้กจนเกิด dead air บัดซบที่สุด ทำไมผมต้องเสียแรงหัวเราะกับมุขกะโหลกกะลาปลากระป๋องอย่างนี้ด้วยวะ

“กูไปเห็นมาในเฟสก็เลยเอามาเล่น ฮะๆ”

“จะทุ่มละ ฮื่อออ กูจะทำทันไหมเนี่ย” ไอ้ธันโอดครวญหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถ ที่จริงเรากินบิงซูหมดตั้งนานแล้ว (ต้องบอกว่าอุ๋งๆ กินสิเพราะผมกินแค่หกคำเล็กๆ ก็อิ่ม...) แต่ที่ออกมาช้าจนฟ้าเกือบมืดแบบนี้เพราะคุยกันเพลิน เข้าใจอารมณ์ไม่ได้เจอเพื่อนมานานไหมครับ มันอยากเม้าท์ อยากฝอยอะ ถึงจะคุยกันในไลน์หรือเฟสทุกวันก็เถอะ แต่มันคนละฟีล คุยแบบนั้นน้ำลายไม่สามารถกระเด็นไปโดนหน้าคู่สนทนาได้ ไม่ได้อรรถรส

“เดี๋ยวจะรีบพากลับบ้าน”

พอจบประโยคผมก็ออกรถทันที ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเชี่ยชาญด้านนี้ ประมาณว่าขี่เร็วแต่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ แถมทำตามกฎจราจรทุกอย่างด้วย เอ๊ะ มีครั้งหนึ่งที่ไม่ทำตามกฎนี่หว่า ครั้งก่อนที่ไปส่งไอ้ธันที่สนามหน้าเสาธงไง โอ้โหห วินาทีนั้นผมไม่ได้คิดเรื่องอื่นนอกจากไม่อยากสายเลย ผมทั้งผ่าไฟแดง แซงรถใหญ่ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่เว้น มาคิดดูแล้วโคตรอันตราย ทำอะไรของกูวะ

“อ้าวเฮ้ย” ผมร้องตะโกนออกมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ นี่ลืมรอบที่เท่าไหร่แล้ววะเนี่ย

“เป็นไร?”

“ขอจอดซื้อยาแป๊บได้ปะ ลืมไปว่ายังไม่ได้ซื้อยาทาแผล” ไม่ทาก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันจะเป็นรอยแบบถาวร เฮ้อ

“เอาดิ”

ผมจอดรถซื้อยาบรรเทาอาการฟกช้ำดำเขียวอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่รู้เรื่องหรอก เภสัชพูดอะไรผมก็เออออห่อหมกหมดอะ เธอบอกว่าที่จริงต้องประคบน้ำเย็นก่อนแต่ยาตัวนี้ดี ทาแล้วเย็นห่าเหวอะไรไม่รู้ ฮะๆ

“มึงเป็นรอยเยอะปะ” คนข้างหลังเอี้ยวหน้ามองผมในกระจก ผมก็เก่งเนอะรู้ด้วยว่ามันมองอยู่

“พอสมควร”

“มันอยู่ตรงไหนบ้างอะ”

“ส่วนใหญ่ก็อยู่ข้างหลังนะ” เพราะตอนควงกระบองผมควงยังไงไม่รู้มันถึงได้ดีดโดนแผ่นหลังทั้งหมด เสียงตุบตับๆ ยังก้องในหูอยู่เลยครับ เหอะๆ

“แล้วทาถึง?” เออว่ะ...

“เดี๋ยวเอายาราดพื้นแล้วกูก็ลงไปกลิ้งๆ ก็ได้”

“ไอ้บ้า” ร่างโปร่งยิ้มขำๆ ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างกอดคอผมไว้หลวมๆ ใบหน้ามนซุกลงมาที่ไหล่กว้าง คงอยากหาที่เกาะกันร่วงละมั้ง เห็นทำตาปรือง่วงๆ ตั้งแต่ตอนไปซื้อยาแล้ว แดกแล้วนอนนั้นไซร้คือวิถีชีวิตของแมวน้ำนามว่าธันวา

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวให้หยินมาทาให้”

“น่าเกลียด น้องเป็นผู้หญิงนะเว้ย...” เสียงมึงโคตรง่วง นี่ถ้าหูไม่ดีผมคงไม่ได้ยินมันเพราะตอนนี้ใส่หมวกกันน็อคอยู่

“แต่มันเป็นน้องกูนะ”

“ถึงจะเป็นน้องก็เถอะ แต่มึงใช้น้องให้ทำแบบนี้ไม่ได๊” ง่วงแล้วเสียงสูงเหรอ ตลก

“งั้นจะให้กูทำไง” ผมเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นเพราะเกรงว่าไอ้เพื่อนสนิทที่เกาะหลังอยู่จะหลับซะก่อน อุ๋งๆ เป็นคนที่ง่วงปุ๊บนอนปั๊บ เคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้มันเกือบตายด้วย ตอนนั้นเราไปด้วยกัน ผมขี่มันซ้อนแบบนี้แหละ แล้วสงสัยมันเหนื่อยเพราะออกกำลังกายหนักก็เลยเผลอหลับ เกือบหล่นจากรถแหนะ ดีนะที่เจ้าตัวกระชากหัวผมไว้ก่อน… ดีไหมวะนั่น

“อือ… กูทาให้ก็ได้”

“จริงดิ ไม่ไปทำการบ้านแล้วเหรอ” ผมมองภาพสะท้อนเสี้ยวใบหน้าของร่างโปร่งในกระจกแล้วยกยิ้ม แก้มงี้ดันขึ้นมาจนตาหยี อย่างนี้ต้องถ่ายรูปไว้ประจานสักหน่อย เจอกันหน้าเฟสนะเพื่อน มันถึงเวลาที่มึงจะอัพรูปโปรแล้ว หึๆ

“ไม่เป็นไร แป๊บเดียวแหละ… มั้ง แค่ร้อยข้อเอง” เองพ่อมึงสิ

“งั้นเดี๋ยวให้ไอ้หยินสอนการบ้านคณิตมึงก็แล้วกัน” น้องสาวผมอัจฉริยะพวกวิชาคำนวณสุดๆ เธอเคยได้รางวัลชนะเลิศเพชรยอดมงกุฎด้วย ได้ถ้วยทองกับเหรียญทองคำแท้ ...สุดจริงคนนี้

“เหยด จริงดิ” ไอ้นี่ก็คงจะเคยได้ยินข่าวเรื่องนี้มาบ้างมั้งถึงได้ทำหน้าดีใจ ก็ไม่แปลกหรอกถ้าจะรู้เพราะแม่ผมป่าวประกาศไปทั่วซอยเลย เข้าใจเธอหน่อยครับ มีลูกเก่งใครก็อยากอวด

“อือฮึ”

“ทำที่บ้านมึงเหรอ...” เอ้า เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะตื่นอยู่เลย ตอนนี้กลับไปเอาหน้าพิงบนไหล่ผมต่อซะแล้ว นี่เพื่อนหรือลูกอุรังอุตัง?

“ใช่สิ กูคงให้มึงเอาน้องกูไปที่บ้านหรอก”

“แหนะ หวงน้องสาวว”

“เปล่า กูจะบอกว่าถ้าจะเอาไปก็เอาสินสอดมาก่อน ถ้าให้ตังแล้วจะเอาไอ้หยินไปขึ้นเหนือล่องใต้ที่ไหนก็ไป กูใจดี”

“ใจดีพ่อมึงสิ แบบนี้เรียกขายน้อง ไอ้เหี้ย” บ้า เขาไม่ได้เรียกว่าขายน้อง เขาเรียกว่ารักน้องอย่างมีเชิง (พาณิชย์)

“พ่อกับแม่ยังไม่กลับมาเหรอ” แขกของบ้านเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าตั้งแต่เข้าประตูบ้านมาจนตอนนี้อยู่ในห้องนอนแล้วไม่มีใครอยู่สักคน ไอ้หยินอยู่บนห้องตัวเองนั่นแหละครับ คงกำลังนั่งทำของขายอีกตามเคยบ้านถึงได้เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่แบบนี้

“อือ แต่ใกล้กลับแล้วล่ะ มึงมานั่งตรงนี้ๆ” ผมก้าวเท้าขึ้นไปนั่งกลางเตียงแล้วเรียกให้อีกฝ่ายมานั่งข้างๆ กัน ต้องรีบทายา ไอ้ธันจะได้รีบทำการบ้าน

“ไหนถอดเสื้อดิ๊ กูจะดูแผล”

“ฮั่นแน่ อยากจะมองหัวนมชมพูของกูล่ะซี่” ผมแกล้งยกมือขึ้นมาปิดช่วงหน้าอกแล้วบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย กวนประสาทเพื่อนวันละนิดจิตแจ่มใสครับผม

“มึงไปเล่นตรงนั้นไปไอ้ห่า”

“ฮะๆ”

ผมหัวเราะขณะปลดกระดุมออกทีละเม็ด พอปลดครบทุกเม็ดก็ถอดเสื้อแล้วหันหลังให้คู่สนทนา มันจะได้มองเห็นรอยบนหลังชัดๆ ถามว่าอายไหม? ไม่ต้องอายหรอกครับเพื่อนกัน นี่แค่ถอดเสื้อ ไอ้ต้นแม่งถอดทุกอย่างเวลานอนด้วยกัน ผมเห็นทุกซอกอะ นม ไข่ หรือแม้กระทั่งขนไข่ แม่งไม่สนใจสายตาคนอื่นด้วย เวรจริงๆ

“ไอ้หยาง ไหนบอกมีรอยไม่เยอะไง”

“หือ… ไม่รู้อะ กูมองไม่เห็น” ที่บอกว่าไม่เยอะผมเดาจากความเจ็บล้วนๆ ก็มองในกระจกมันไม่เห็นเพราะคอไม่ยาวพอนี่นา หันไปก็เจอแค่ช่วงไหล่

“หลังมึงเป็นรอยโคตรเยอะ ซ้อมหลีดหรือฝึกเป็นกองกำลังติดอาวุธซูดาน แม่ง”

บ่นไปพลาง ใช้ปลายนิ้วที่มีเจลเย็นแต้มบริเวณที่เป็นรอยฟกช้ำไปพลาง พอทำแบบนี้แล้วก็เหมือนบอกผมไปในตัวว่ามีแผลตรงไหนบ้าง โห เยอะสัส

“พี่กอล์ฟไม่ผิดหรอก กูผิดเองแหละที่ไม่ระวังตัว มึงอย่าโทษเขาเลย”

“ใครบอกจะโทษพี่เขา กูจะด่าว่ามึงโง่เองต่างหาก ไอ้ควายบึง แค่นี้ก็ได้แผล”

“นอกจากไม่ห่วงแล้วยังด่ากูอีก” กูก็คิดว่า ‘แม่ง’ หมายถึงกำลังจะด่าพี่กอล์ฟที่ซ้อมหนักเกิน สรุปด่ากูเหรอ ขอโทษทีที่กูหลงตัวเองเกินไป เหอะๆ

“ถ้าไม่ห่วงกูจะมานั่งทายาให้มึงทำไม”

ประโยคที่ได้ยินทำเอาริมฝีปากกระตุกยิ้มบางๆ ผมหันทั้งตัวไปนั่งประจันหน้ากับอีกฝ่าย เวลารู้ว่าเพื่อนห่วงเรานี่มันรู้สึกดีชะมัด ไม่ได้ห่วงเวอร์ ห่วงแบบไอ้ธันนี่แหละที่ทำให้ผมยิ้ม ห่วงหน้านิ่งแต่จริงใจ

“มึงยิ้มแล้วหล่อว่ะ” ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด คนตรงหน้าก็เอ่ยขึ้น นั่นยิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างกว่าเก่าจนตอนนี้ตาจะปิดอยู่แล้ว

“อ้าว ตอนไม่ยิ้มไม่หล่อเหรอ?”

“ก็หล่อ แต่ตอนยิ้มหล่อกว่า”

“แหม เพื่อนชม ผมเขินจังเลยครับ” จบประโยคผมก็พิงหัวลงกับไหล่มน อาจจะเพราะพ่อแม่ไม่ค่อยอยู่ให้อ้อน ผมก็เลยชอบอ้อนคนใกล้ตัวมาก กับคนอื่นจะแค่นิดๆ หน่อยๆ แต่กับเพื่อนสนิทจะขี้อ้อนเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าในบรรดาเพื่อนสนิททั้งหมดไอ้ธันคือคนที่ผมอ้อนหนักที่สุด

“ออกไปหยาง กูจะทายา” ...ถึงมันจะไม่ค่อยอยากให้อ้อนก็เถอะ

“ก็ทาดิ แขนมึงถึงอยู่แล้ว”

“พูดง่ายนะมึง แขนถึงแต่กูมองไม่เห็นรอยโว้ย”

“กระจกก็มี ตอนนี้กูกำลังแฮปปี้อย่าเพิ่งขัดดิ” ข้างหลังพวกเรามีกระจกอยู่ แน่นอนว่ามันใหญ่และตั้งอยู่ในมุมที่ทำให้ไอ้ธันมองเห็นทุกรอยบนหลังผม ช่างบังเอิญจริงๆ

“เฮ้อ นี่มึงจะไม่ออกไปจริงๆ ใช่ไหม”

“อ่าฮะ ไหนชมกูอีกซิ กูหล่อแล้วไงต่อ” ชอบเวลาที่ตัวเองเอาแต่ใจแล้วมีคนยอมว่ะ ถึงจะรู้ว่ามันยอมเพราะรำคาญก็เถอะ ฮะๆ

“มึงก็มีดีแค่นี้แหละ ไม่มีอะไรให้กูชมแล้ว”

“อ้าวสัส” กูนี่ถอยมานั่งที่เดิมเลยครับ ไอ้เชี่ยธันโคตรมีความสามารถ สามารถทำให้ผมเปลี่ยนอารมณ์ได้ภายในเสี้ยววิ เวร ปล่อยให้กูหลงตัวเองอีกหน่อยก็ไม่ได้

“กูพูดเรื่องจริง หันหลังให้กูทายาดีๆ ไม่อย่างนั้นกูจะทำรอยเพิ่มเอง” บุรุษพยาบาลขู่เสียงเรียบ ...ทำหน้าโหดซะด้วย คิดว่ากูกลัวไหม

“รอยไร รอยกัดหรือรอยจูบ?”

“รอยตีน”

“...”

ยอมแล้วครับ...

หลังจบศึกโต้วาที ไอ้คีรินทร์ก็จัดการโบกยาให้ผมทุกที่ ที่อื่นไม่ค่อยเยอะหรอก มีแค่ช่วงหลังนี่แหละที่ละลานตาไปหมด ผมโคตรชอบไอ้รอยที่น่องขาอะ มันช้ำเหมือนกาแล็กซี่เลย เขียวๆ ม่วงๆ แต่สงสัยไอ้ธันจะไม่ชอบมั้ง แกล้งจิ้มใหญ่เลย แหม ได้ทีขี่แพะไล่เลยนะอุ๋งๆ

“สอบเสร็จมึงก็ทำคัทเอาท์เลยใช่ปะ” พูดไปพลางติดกระดุมเสื้อนักเรียนไปพลาง แอร์เย็นชะมัด ขืนนั่งโป๊ต่อไปต้องเป็นปอดบวมตายห่าแน่ บรื๋อ

“อือ”

“วาดภาพต้นแบบไว้รึยังวะ”

“วาดแล้ว มึงอยากดูเหรอ?” คนที่นั่งอยู่โต๊ะคอมเลิกคิ้วถาม มันกำลังนั่งเล่นเกมระบายสีอยู่เลยครับ ระบายสีเจ้าหญิงอะ โถ่เพื่อนรัก ไม่มีอะไรเล่นแล้วรึไง

“อือๆ ดูได้ปะ” ถามเสร็จผมก็เดินไปยืนค้ำหัวคู่สนทนาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ งานเสือกนี่งานประจำของผมเลย… ว่าไปนั่น ผมก็แค่อยากเห็นคัทเอาท์ที่เพื่อนตัวเองออกแบบแค่นั้นเอง ยังไม่เคยเห็นมันพูดถึงเลยสักนิด มีแต่บ่นให้ฟังว่ากลัววาดไม่สวย

“ได้ แต่อย่าเอาไปบอกคนอื่นนะ นี่ความลับระดับชาติ”

“อ่าฮะ”

“สาบาน”

“เออ”

“งั้นเชิญเซ็นสัญญาตรงนี้เลยครับ ในนั้นระบุชัดเจนว่าถ้าความลับถูกแพร่งพรายออกไปมึงจะเจออะไรบ้าง” กล่าวจบก็ดันกระดาษเปล่ามาให้เป็นท่าประกอบ หึ

“ลับเกิ๊น”

“ฮะๆ”

เมื่อตกลงสัญญากันเรียบร้อยพ่อคนช่างระแวงก็หันรีหันขวาง เปิดเข้าไปดูภาพในกลุ่มเฟสลับของตัวเอง รู้ได้ไงน่ะเหรอว่ามันลับ ก็แม่งเขียนว่า 'ลับ' กูไม่เข้าใจอารมณ์พวกมึงจริงๆ

หือ

ผมแอบเหล่มองช่องแชททั้งหมดโดยไม่ให้มันรู้ตัว ไม่น่าเชื่อ... แม่งมีแค่ไม่กี่รายชื่อ ที่เด่นๆ ก็มี 'Yang' 'Pan Sp' และกลุ่มลับ แล้วก็มีพวกไอ้ยู แต่ที่น่าสนใจคือช่อง ‘คำขอส่งข้อความ’ มีมากกว่าห้าสิบ ธันจ๋า... มึงไม่คิดจะรับแอดคนพวกนั้นแล้วคุยกับเขาบ้างเหรอ

“มึง-”

“นี่ รูปนี้เลยย” ในขณะที่ผมกำลังจะพูดเรื่องนั้น ร่างโปร่งก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับกระตุกชายเสื้อให้ผมก้มลงไปดูภาพบนจอ

“เหยด สวยว่ะ” ผมมองอย่างตกตะลึง มันดูดีมีราคาสมกับธีมมากแต่... “ทั้งหมดนี่พวกมึงวาดกันเองจริงดิ” คือแม่งสวยมาก สวยจริงๆ ทั้งแสง องค์ประกอบหรือแม้กระทั่งฟอนต์อักษร ผมก็ไม่ใช่คนมีศิลปะในหัวใจหรือเข้าใจเรื่องพวกนี้มากนักแต่สามารถพูดได้เต็มปากว่าภาพนี้สวยจริงๆ

“อือ ช่วยกันร่างในกระดาษแล้วให้เพื่อนที่มีเม้าส์ปากกาไปลงสีในคอม”

“เชรดโด้ ดีแล้วที่มึงไม่จ้างคนวาด พวกมึงวาดกันเองสวยพอๆ กับที่กูจ้างวาดเลยสัส” อ้าวเวร พูดแบบนี้ไปอีกแล้วผม ลืมไปว่าพูดแบบนี้ทีไรก็ต้องมานั่งปลอบไอ้อุ๋งๆ ที่ไม่มีความมั่นใจทุกที

“ฮิๆ”

เอ๊ะ

“แปลกๆ นะมึงอะ” ผมก้มลงไปมองหน้าคนใต้ร่าง อีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้นะครับว่าผมมองอยู่ก็เลยเงยหน้าขึ้นมาสบตา

“ไร?”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนมึงต้องพูดว่า ‘ไม่หรอก นี่แค่ในกระดาษเล็กๆ ไม่ใช่ผ้าใบผืนใหญ่สักหน่อย...’ แล้วก็ทำหน้าจิตตกสิ แต่นี่อะไร นอกจากไม่จิตตกแล้วยังยิ้มอีก”

“คนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้างสิน้อง”

“เกิดอะไรขึ้น”

“ก็เปล่า กูแค่ไม่รู้จะจิตตกไปทำไม ทั้งเสียเวลา ทั้งเสียความมั่นใจ”

“เออ คิดได้ก็ดีละ” ผมขยี้หัวมันเล่นก่อนจะนึกเรื่องสำคัญออก “งั้นไปหาไอ้หยินกันเถอะ มึงจะได้รีบไปทำการบ้าน” นี่ก็ทุ่มสี่สิบแล้ว เดี๋ยวสองทุ่มไอ้หยินจะเข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วครับ เราต้องรีบไปก่อน

ก็อก ก็อก

“หยิน”

ไม่นานนักเราก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องสีชมพูพิ้ง ...ที่มีกระโหลกควายแขวนเป็นพร็อพเสริม บางทีเดินผ่านห้องมันผมก็แอบหลอนนะ แม่งก็รู้แหละแต่ก็ไม่เอาออก ไม่พอยังจงใจเอาสีเรืองแสงมาวาดเป็นรูปผีอีก โชคดีที่ฝีมือน้องสาวผมห่วย จากแอนนาเบลเลยกลายเป็นแคสเปอร์ผีน่ารัก

“หืออออ อะไร” เสียงมึงง่วงมากไอ้น้องรัก

“ทำอะไรอยู่”

“นอนนนน”

“ช่วยสอนการบ้านคณิตหน่อยดิ” พูดแล้วก็หันไปมองไอ้คนข้างตัวที่กำลังจับๆ จิ้มๆ หัวควายอย่างนึกสนุก ไอ้นี่ก็ซนจริง เดี๋ยวพ่อก็ตีมือแดงเลยว่ะ

“บ้ารึไง หยินอยู่ม.4 พี่อยู่ม.5 นะเว้ย คนที่ควรจะสอนต้องเป็นพี่ไม่ใช่รึไง!” เสียงตะโกนมาพร้อมกับแรงกระแทกจากประตูข้างใน มันขว้างหมอนมาชัวร์ ผู้หญิตอนเป็นเมนส์นี่อารมณ์ร้ายแบบนี้ทุกคนไหม

“ไม่ใช่สอนพี่ สอนไอ้ธันต่างหาก”

“หืออ พี่ธันน่ะเหรอ”

“หยางถ้าน้องนอนไปแล้วก็ไม่ต้องกวนหรอก เดี๋ยวกูกลับไปทำเอง”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงตอนนี้มันก็ตื่นแล้ว” ผมหันไปบอกเพื่อนสนิทที่ทำท่าเกรงใจก่อนจะหันมาตะโกนคุยกับน้องสาวต่อ “เออ มันยืนอยู่ด้วยกันเนี่ย ออกมาเร็ว การบ้านมีหลายข้อ”

“งืมๆ” อย่างไอ้หยินต้องเอาคนอื่นมาอ้างครับมันถึงจะยอมช่วย ถ้าผมขอให้ช่วยเองมันไม่ยอมหรอก ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน

แอ๊ด

“ไหนคะ ขอหยิ- ...!”

“ไงหยิน ไม่เจอกันนานนะ” ไอ้ธันโบกมือทักทายคนที่เพิ่งออกมาจากห้อง ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มเป็นมิตรให้ด้วย เห็นแล้วนึกถึงไอ้แมวน้ำในเพจอะไรสักอย่างที่ชอบพูดว่า ‘เราเป็นมิตรนะ’ เลยว่ะ แล้วนั่นจะทำท่าตกใจทำไมไอ้หยิน?

“คะ... ค่ะ พี่หยางมานี่” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งตัวก็ถูกสาวเจ้าลากเข้าห้องด้วยความไวแสง ไอ้เหี้ย!!... ไม่ใช่อะไรนะ ห้องมึงรกมากหยิน รกขนาดที่ว่าต้องใช้ตีนกรีดกรายเอาของออกให้พ้นทางก่อนจะเดินไปไหนอะ ตายๆ ไม่ได้เข้ามาไม่นานทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

“อะไรของแก ทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะเว้ย”

“คือ.. พี่ คือว่า นั่นพี่ธันวาเหรอ?”

“เออดิ”

“เฮ้ย...”

“เป็นไรวะ” ผมเอ่ยถามขณะรอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย สาวๆ มัธยมก็แบบนี้แหละครับ เห็นคนหล่อหน่อยก็ใจเต้น เคสไอ้หยินนี่หนักเลย นอกจากหล่อแล้วยังมาหาถึงหน้าห้องอีก

“ไหนว่าอ้วนเป็นตุ่ม ทำไมถึงหล่อกระชากมดลูกขนาดนั้น” พูดจาน่าตีจริงๆ ไอ้น้องคนนี้

“ลดน้ำหนักไง”

“เอ้า! แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรกล่ะ ตอนนี้หยินสวยยัง หน้าโทรมไหม ผมยุ่งรึเปล่า” เธอหมุนซ้ายทีขวาทีเพื่อให้ผมเช็คสภาพ

“สวย”

“ดี ค่อยมั่นใจ-”

“ไปหมด...”

“...”

“ออกไปข้างนอกได้แล้ว” ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธหรือตอบรับผมก็เปิดประตูออกไปทันที ผมไม่อยากอยู่ในห้องที่รกและมีแต่กลิ่นสเปรย์ดับอากาศแบบนี้ กลิ่นแม่งตีกัน มึนหัวโว้ย

“คุยไรกัน?” คนที่ถูกทิ้งไว้หน้าห้องกระซิบถามผมเบาๆ มันดูจะงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นนิดหน่อย

“มันเขินที่มึงหล่อ” ดูสิ... ตอนนี้ยังไม่ออกมาเลย สงสัยจะเสริมสวยอยู่ แอบได้ยินเสียงค้นเสื้อผ้า ดังโครมเลย…

“กูจะดูหนัง มึงกับหยินก็นั่งทำการบ้านไปละกัน” ผมบอกเพื่อนสนิทก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ ผมเลือกที่จะพาทั้งสองคนมาห้องรับแขกครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็ที่นี่มีทีวีจอใหญ่ให้ผมดูหนัง อีกอย่างก็มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับทำงาน ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ให้พวกเขาแยกไปทำการบ้านกันสองคนก็เพราะ...

“พี่เปิดทีวีเสียงดังรบกวนพวกเราอะ ขอไปทำในห้องหยินไม่ได้เหรอ”

“ฝันเหอะ เกิดแกทำเพื่อนพี่ท้องขึ้นมาทำไง ตัวนี้แม่พันธุ์ดีซะด้วย ได้เชื้อแกมาเดี๋ยวจะทำให้ลูกกลายพันธุ์” ผมลูบหัวเพื่อนตัวเองเบาๆ เหมือนปลอบขวัญ

“ปากเหรอนั่น!”

“ไปๆ ไปสอนการบ้านไอ้ธันได้แล้วพี่จะดูหนัง” พอจบประโยคผมก็นั่งไขว่ห้างที่โซฟา ทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ความจริงคือได้ยินทุกอย่างที่มันด่านั่นแหละ ฮะๆ

“หึ่ย!”

อ่า ได้แกล้งน้องตัวเองแล้วรู้สึกดีเป็นบ้า

อาจเพราะไม่อยากคุยกับผมไอ้หยินถึงได้รีบพาไอ้ธันไปนั่งทำการบ้าน จะเรียกว่าทำการบ้านได้รึเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนนั่งสวดมนต์ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยมากกว่า ผมก็เรียนคณิตนะเว้ยแต่ทำไมไม่เข้าใจที่พวกมันคุยกันวะ

(คันหู ไม่รู้เป็นอะไร)

ในขณะที่ผมกำลังจับใจความภาษาต่างดาว อยู่ดีๆ ก็เกิดเสียงรบกวนขึ้น เพลงรอสายคุณครูคณิตนั่นแหละครับ เคยบอกให้เปลี่ยนหลายรอบแล้วนะแต่มันไม่ฟัง เป็นไงล่ะมึงตะครุบแทบไม่ทัน อายไอ้ธันไปตามระเบียบ

“ด เดี๋ยวหยินไปรับโทรศัพท์เพื่อนก่อนนะคะ” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินออกไปด้วยใบหน้าติดจะแดง

“ครับ”

“ฮัลโหลแก… เหรอ ไม่มีอะไร ...บ้าเราไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” เสียงคุยโทรศัพท์เริ่มเบาลงตามระยะห่างที่หยินเดินไป จนในที่สุดเราก็ไม่ได้ยินเสียง ขอทายว่าเพื่อนมันถามว่า ‘เป็นเหี้ยอะไร ทำไมพูดเราแก?’ ชัวร์

ฟึบ

หือ

“ยากขนาดนั้นเลย?”  ผมเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ อุ๋งๆ พร้อมกับเท้าคางมองใบหน้าอีกฝ่ายที่แนบอยู่กับท่อนแขนของตัวเอง หน้าแม่งโคตรเหนื่อย อยากจะใส่ไอดำๆ เป็นเอฟเฟครอบตัวมันจริงๆ

“เหี้ยๆ…”

มันบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปฟิตเนสก็เลยไปวิ่งที่สนามบอลโรงเรียนแทน อืม… แดดก็แรงแต่ทำไมผิวมึงยังขาวอยู่วะ ขาวไม่เท่าไหร่เสือกใสด้วย ตอนนี้ไอ้ธันกำลังขยับปากพูดอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้ยิน เสียงมันไม่ได้เข้ามาในหูผมเลยสักนิดเพราะตอนนี้ผมกำลังสนใจอย่างอื่น...

แก้มน่ามันเขี้ยวฉิบหาย บีบแม่ง

“โอ๊ย”

“ความจริงมันก็ยังน่าบีบอยู่นี่หว่า” ตอนที่เจอกันครั้งแรก (หลังจากที่มันกลับมาผอม) ผมคิดว่าไอ้แก้มแห้งๆ ไม่ค่อยมีไขมันนี่จะไม่มันมือเหมือนแก้มซาลาเปาเมื่อก่อน

ความจริงก็ไม่ใช่อย่างที่คิดแฮะ

“โอ๊ยๆ เชี่ยหยางปล่อย!”

“อุ๋งๆ”

“อุ๋งพ่อมึงสิ! โอ๊ยยยย หยางงงง” คนโดนกระทำใช้มือตัวเองซ้อนทับมือผมที่อยู่บนแก้มมัน คงหวังให้ปล่อยละมั้ง อืมมม ในใจผมก็อยากปล่อยนะแต่เหมือนร่างกายไม่รับรู้เพราะสิ่งที่ผมตอบกลับไปคือการทำปากจู๋แล้วหัวเราะเบาๆ โอ๊ย หน้าไอ้ธันตลกว่ะ

“กัดได้ปะ” แก้มแม่งโคตรนุ่ม น่ามันเขี้ยวชะมัด

“ไม่ได้! ปล่อยกู”

“ก็ด้ะ” สุดท้ายผมก็ยอมปล่อยเพราะเห็นว่าเนื้อบริเวณที่ถูกบีบเริ่มจะแดงนิดๆ สาบานได้ว่าตอนแรกผมแค่อยากบีบเล่น ไม่ได้อยากให้เพื่อนเจ็บ แต่แบบ… มันเขี้ยวอะ เคยเห็นสัตว์ตัวกลมน่ารักๆ ไหม ถ้าคุณเคยเห็นแล้วคุณจะเข้าใจความรู้สึกผม

“ไอ้เลว มึงทำแก้มกูเป็นรอยมือ”

“โทษๆ”

“ก็ขอโทษตลอดแหละแต่ไม่เคยหยุด ตอนแดกบิงซูก็เด็ดขนคิ้วกูไปเป็นกอ ตอนนี้ยังมาบีบแก้มกูอีก อย่าให้กูทำคืนบ้างนะหยาง!” คู่สนทนาชี้หน้าคาดโทษ ทำไมพอมองไอ้คิ้วขมวดๆ นั่นแล้วผมถึงอยากดึงออกมาอีกสักกอวะ

“ให้ทำคืนก็ได้นะ เอาดิ” ผมกล่าวขณะยื่นแก้มเข้าไปใกล้

“ไม่เอา แก้มมึงไม่น่าบีบ”

“ก็แล้วแต่ อย่ามาร้องไห้ว่าโดนกูกระทำอยู่ฝ่ายเดียวก็แล้วกัน”

“เกลียดดดด กูเกลียดความผัวเมียของบทสนทนานี้”

“ฮะๆ”

ไม่นานหลังจากนั้นไอ้หยินก็กลับมา ผมก็เลยไปนั่งดูหนังต่อ ตอนแรกว่าจะดูแค่เรื่องเดียวแล้วไปนั่งกับไอ้พวกนั้น ไปๆ มาๆ ดูเลยไปสองเรื่องซะงั้น เพราะอย่างนั้นผมก็เลยมาส่งไอ้ธันซะดึก ดึกขนาดไหนเหรอ... บ้านทุกหลังปิดไฟนอนหมดแล้วอะ

“ขอโทษที่มาส่งตอนดึกแบบนี้นะ”

“ขอโทษทำด๋อยอะไร กูก็เพิ่งทำการบ้านเสร็จเมื่อไม่นานมานี้เอง เออฝากขอบคุณหยินด้วยนะ”

“ได้ๆ แล้ววัดไซส์เสื้อเสร็จแล้วมีงานอะไรอีกไหม” ผมเอ่ยถาม ตอนนี้ไอ้ธันยืนอยู่ข้างรถ ส่วนผมก็อยู่ท่าเดิมกับตอนมานั่นแหละ ถ้าลงรถไปแล้วเดี๋ยวยาว ผมกับมันยิ่งเป็นพวกชอบฝอยอยู่

“ไม่นะ ทำไม?”

“ตอนเย็นไปฟิตเนสกัน”

“สองคน?”

“อือ ไม่ได้เข้านานละ” เสียดายเงินที่สมัครเป็นรายปีฉิบ ผมไม่น่าหูเบาเชื่อคำพูดไอ้ต้นเมื่อห้าเดือนก่อนเลย แม่งบอกว่า 'สมัครรายปีไปเลยดิ ยังไงมึงก็ต้องมาหากูกับไอ้อุ๋งเกือบทุกวันอยู่เลย มาเสียทีละวันมันแพงนะเว้ยย' ไงล่ะมึง…

“เอาดิ แต่ยังไม่ได้ไปซื้อไอ้ชุดรัดกล้ามเนื้อนั่นเลยว่ะ”

“งั้นไปซื้อกับกูไหม วันเสาร์กูจะไปซื้อรองเท้าใหม่พอดี” เห็นว่ากำลังมีโปร ยิ่งซื้อเยอะยิ่งมีส่วนลดเยอะ ชวนเพื่อนไปเป็นหุ้นส่วนดีกว่า อิอิ

“เอางั้นก็ได้ แล้วมีใครไปบ้าง”

“แค่กูกับมึง เพราะวันหยุดไอ้สองตัวที่เหลือไม่ยอมลุกจากเตียงหรอก”

“อะไรวะไปสองคนอีกละ กูเบื่อขี้หน้ามึงละเนี่ย”

“ฮะๆ”

“เออๆ งั้นเจอกันวันเสาร์”

“อือ กูจะมารับตอนเที่ยง เออไม่ต้องกินข้าวนะ เดี๋ยวไปกินที่ห้าง” ได้ยินเด็กในโรงเรียนพูดกันว่าร้านอาหารข้างในนั้นอร่อยมาก โดยเฉพาะร้านของลูกเจ้าของห้าง ต้องลองสักหน่อย

“มึงจะเลี้ยง?”

“เปล่า มึงอะเลี้ยงกู” ผมยักคิ้วกวนตีนเป็นท่าประกอบ พูดไปงั้นแหละครับ ไม่ได้หวังให้มันเลี้ยงหรอก อยากอเมริกันแชร์มากกว่า

“เลววว แต่จะเลี้ยงก็ได้นะ”

เหยดดดด

“ตกลง ‘สายเปย์’ เป็นกรรมพันธุ์ใช่ไหม นึกว่าเป็นนิสัยของพี่ตุลย์คนเดียว” ถึงเมื่อกี้จะบอกว่าอยากอเมริกันแชร์ก็เถอะแต่เพื่อนอยากเลี้ยง เราจะขัดศรัทธาได้ไง เนอะ

“น่าจะเป็นแบบนั้น ฮะๆ”

“เออ แล้วตกลงรู้รึยังว่ารถสีอะไร” ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดตามข่าว yzf ของมันเลย เห็นล่าสุดก็เมื่อสองเดือนก่อนลุงเจ้าของอู่เขาเอาออกมาเช็ดๆ ถูๆ ครับ ดูแลโคตรดี ตอนแรกที่เห็นรถว่าเงาสวยแล้วนะ ตอนนี้ลุงแม่งขัดจนวิ๊บวั๊บยิ่งกว่าเดิมอีก อีกหน่อยคงใช้แทนกระจกได้

“รู้ แล้ววว” อุ๋งๆ ยิ้มกว้าง เดินมาเกาะกระจกรถผมแน่นแล้วพูดต่อ “กูชอบมากเลยมึง มันมีเสน่ห์ มันสวยเฉียบ มันกร้าวใจ มันเลอค่า มันดีต่อใจจจจ”

คิดไว้แล้วว่าต้องชอบ ไม่ให้ชอบได้ไงก็เหลืองดำเป็นสีโปรดของมันนี่

“หนักนะมึงเนี่ย”

“ก็ตื่นเต้นอะ อีกไม่เกินสิบห้าวันมันต้องเป็นของกูแน่ อิอิ”

“จ้าๆ ขอให้ได้เร็วๆ ก็แล้วกัน” ผมขยี้หัวทุยๆ เบาๆ เป็นการหยอกล้อก่อนจะกลับ ให้ตายสิ ผมต้องขี่รถกลับบ้านคนเดียวในซอยเปลี่ยวหลังจากที่เพิ่งดูหนังฆาตกรรมมาสองเรื่องติดจริงๆ เหรอ สงสารตัวเองจริงๆ

“ขอคุณครับบบ”

“งั้นกูกลับบ้านก่อนนะ เจอกันวันเสาร์ ฝันดี”

“ฝันดีๆ ...เออหยาง” ในขณะที่ผมกำลังจะออกรถคู่สนทนาก็เรียกไว้ก่อน หน้ามันยิ้มแปลกๆ ปะ... “ขี่รถกลับบ้านคนเดียวระวังหน่อยนะ... เด็กข้างบ้านกูบอกว่าวันก่อนเดินเล่นแล้วเห็นผู้หญิงห้อยหัวลงมาจากเสาไฟ ...มึงเจออะไรก็อย่าทักล่ะ โบราณเขาถือ”

ไอ้ครวยธัน! สารเลว!




______________________________________________________________________________

เอื้ออ ฉันกำลังจะตายยยยย
//กลับบ้านเกิด



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เอื้อออ ไม่มีอะไรจะบอกนอกจากเหนื่อย5555
รักพวกแกกก สัญญาจะรีบกลับมาแต่งต่อเร็วๆ...
//มองหน้าครูแปป5555

'ลองกลับก่อนเวลาสิ แม่จะสับๆๆๆให้ตายเลย! ฮึ่ม!!!!'

งื้อ55555
ทำไมโรงเรียนถึงได้เปิดเร็วแบบเน้ เราจะโวยวายยยยยยยย
ปล1.ช่วงนี้เว็บไม่ค่อยดีหรืออะไร ทำไมอัพแล้วไม่ขึ้น พวกแกก็ดูในเพจเป็นหลักก็แล้วกันน้าาา
ปล2.รู้สึกหยางจะน้อยใจ น่าฉงฉาน...
มาเป็นสามีพี่แล้วน้องจะไม่เหงาเลย//แหวงเสื้อให้ซบ
-Mommae-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.662K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30,011 ความคิดเห็น

  1. #29644 Pangrumm01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:20
    เกลียดการสกินชิพกันมาก คือเพื่อนกันไม่ทำขนาดนี้ป่ะ
    #29,644
    0
  2. #29414 เพราะแบมแบมคือลูก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 09:15

    รักกันนานแล้วสินะแต่พวกเธอแค่ไม่รู้ตัว
    #29,414
    0
  3. #29408 Pai_Natthaporn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 19:44
    "มองเเบบนี้หมายความว่าไง" เพลงนี้ขึ้นในหัวเลยจ่ะ55555
    #29,408
    0
  4. #29030 psunrise (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 21:46
    เพนื่่อ นพื่อเ เพ่อืน นอพื่เ สะกดยังไงอ่ะ หืมมมม
    #29,030
    0
  5. #28700 Shipnielong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 11:40
    คู่นี้นี่ออร่าความเป็นผัวเมียออกตั้งแต่ประถมแล้วแน่ๆ
    #28,700
    0
  6. #28475 Chimmyn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 00:31
    ฉันอ่านตอนกลางคืน เจอบรรทัดสุดท้ายหลอนเลย อั่ยบ้าเอ้ย!
    #28,475
    0
  7. #28394 Callmeyou (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:57
    บทสนทนาคู่นี้มันดีจริงงง กวนตีนกันเก่ง
    #28,394
    0
  8. #28246 greentealatte ♡ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:19
    แง ออร่าความมุ้งมิ้งมันออกละเด้อ
    #28,246
    0
  9. #28147 Pornchanok_Noey (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 12:14
    ขอโทษที่อ่าน ลุงเจ้าของอู่ เป็นลุงตู่
    #28,147
    0
  10. #27368 feather25 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 16:44
    ถ้าเรามีคนช่วย มีฟิตเนสใกล้ๆ แบบนี้บ้างเราอาจจะลดได้ก็ได้นะ มันยากอ้ะ ให้ออกกำลังกายอยู่บ้านคนเดียวโคตรยาก โคตรเบื่อเลย
    #27,368
    0
  11. #27265 H2O-69 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 18:33
    หยินคืออัจฉริยะ บอกเลยว่านี่แทบแม่กระทั่งสูตรคูณ ฮืออออ คณิตกับเรามันเดินคนละทางเด้อ
    #27,265
    0
  12. #25330 pangza300 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:28
    เขินตัวแตก #ทำไมเขาผอมเราทำไมไม่ผอมมั้ง555
    #25,330
    0
  13. #24716 WayVe❤ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 16:00
    อยากบีบแก้มฟัดแก้มอุ๋งๆบ้างจังเลยยยย งื้ออออ อุ๋งๆนั้ลล้ากกกกกห
    #24,716
    0
  14. #24636 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 20:10

    เเมือรัยเค้าจะจีบกับอ่ะ

    มีความผัวเมีย

    #24,636
    0
  15. #23411 DraftD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 09:37
    อีกนิดดดด
    #23,411
    0
  16. #22974 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 14:31
    เกลียดกิฟไรท์ทุกอันเลยวะ5555555
    #22,974
    0
  17. #22758 thitirat yoschart (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 11:51
    ชอบบบบ เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกัน ฮิๆ
    #22,758
    0
  18. #21254 Chopoom94 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 22:45
    เล่นเป็นผัวเมียกันมาตั้งนาน เป็นจริงๆไปเลยเซะ เพื่อนเค้าเสี้ยมกันแล้วอะไรก็แล้ว
    #21,254
    0
  19. #21205 ฺBedroom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 22:12
    เฮ้ย เกลียความผัวเมียของบทสทนาเพื่อนรักคู่นี้ มันเหมือนจะมีอะไรแต่มันก็ไม่มีอะไรอ่ะ ชอบแต่ก็เศร้า ชีวิต...
    อยากมีน้องแบบหยินจริงๆ ยิ่งอีกไม่นานเราก็จะสอบคณิตยิ่งต้องการอย่างรุนเเรง
    #21,205
    0
  20. #20814 มูตี้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 20:28
    ^______^
    #20,814
    0
  21. #18158 khaoGik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 23:34
    55555555555555 กิ๊บบ้าอารายยยย ทำไมมันน่ารักแท้ ช๊อบบบบ
    อุ๊ย!! ไม่เกียวกับเรือ่งนี่นะ กร๊าาาากกกก

    นุงธันหล่อกระชากมดลูกนุงหยินขนาดเน้ พี่หยางยังไม่รู้สึกชิมิๆๆ

    #18,158
    0
  22. #16734 hh_9094 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:15
    555หวังว่าน้ำหนักธันจะไม่ขึ้นนะ
    #16,734
    0
  23. #16652 Tipphy_614 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 15:31
    โอ้ยยย โครตเกลียดกิ๊ฟพี่ปาล์มอะ ตั้งแต่บ่นเดือนร่ะ เกลียดกิ๊ฟ มันจี้55555
    #16,652
    0
  24. #16366 _Hanna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 17:39
    55555555555555555555555555555
    #16,366
    0
  25. #14771 Def_Igot7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 19:04
    มุกบราวนี่เลวมากกก ยอมเลย55555555555555 แต่เกลียดสุดคือรูปกิฟนี่หละ ตลกอะไรปานนั้น55555555555555555555
    #14,771
    0