'ลี่เซี่ย' องครักษ์หญิงคนที่สิบสาม

ตอนที่ 7 : 'พี่เซี่ย' พี่สาวคนงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 ก.พ. 63

ทหารกลุ่มองครักษ์หลวง ขึ้นตรงกับพระตำหนักหลวง ทุกคนต่างล่วงอกประหนึ่งได้ยกภูเขาออกจากร่างที่ทับพวกตนมาหลายชั่วยาม หากองค์ชายแปดพระอนุชาในองค์ฮ่องเต้แคว้นเจียงทรงมีอันเป็นไป พวกตนรวมทั้งคนในสกุลคงไม่รอดแม้แต่บ่าวไพร่รับใช้

"องค์ชาย ทรงเป็นประการใดบ้างพ่ะย่ะค่ะ" ถึงองค์ชายจะบอกกล่าวทุกเรื่องแล้ว และไม่ทรงเป็นอันใดเพียงเจ็บที่บาดแผลเท่านั้น ก็ยังถามอาการด้วยความเป็นห่วงและกังวล

"อย่ากังวลเลย พี่เซี่ยดูแลข้าดีมากและยารักษาบาดแผลของนางดีนัก" ทรงตอบและทอดพระเนตรมองสตรีที่พระองค์ถือสิทธิ์ว่านางเป็นพี่สาวแล้ว กำลังหยิบยื่นผลไม้ป่าให้เจ้าสีหมอก ดูท่าทั้งคนและม้าจะถูกคอกันดี

"เชื่อใจนางได้หรือพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย ในเมื่อเพิ่งพบเจอนาง" องครักษ์อีกคนที่ถวายการดูแล จับโน้นแตะนี้ ตามพระวรกายและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดชำระพระวรกายให้สะอาด ตัดสินใจถาม ด้วยไส้ศึกของต่างแคว้น มีป่นเปเข้าวังหลวงแคว้นเจียงมามากมาย จับได้บ้างยังจับไม่ได้บ้าง และที่องค์ชายต้องถูกจับไปเป็นเชลยก็เพราะไส้ศึกที่ปลอมเป็นขันทีและนางกำนัลนานเป็นแรมปีได้โอกาสชักชวนให้ออกล่าสัตว์

"ข้าเชื่อใจนาง และนั้น เจ้าสีหมอกก็เชื่อใจนางเช่นกัน มีผู้ใดเคยเห็นเจ้าสีหมอกให้ผู้อื่นที่ไม่ใช้ข้าและเสด็จพี่ห้า เข้าใกล้ได้บ้าง" ทรงตรัสด้วยพระอารมย์เบิกบานแม้จะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมา ทอดพระเนตรมองพี่เซี่ยอย่างวางพระทัย

"แต่..." องครักษ์ที่ไม่เชื่อใจผู้ใด ยังคิดท่วงติง


"ข้าว่า องค์ชายคงหลงความงดงามของนางแน่แนๆ เจ้าสังเกตหรือไม่ นางมิทันแต่งกายงดงามมีเครื่องดับเต็มกายดังสตรีในพระตำหนักหรือลูกสาวขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ต่างประชันกันแต่งองค์ทรงเครื่อง ปะหน้าพอกหน้าด้วยบรรดาเครื่องประทินโฉม พี่เซี่ยขององค์ชายยังงดงามเพียงนี้ ถ้านางได้แต่ง..." หันคุยบอกเพื่อนข้างๆยังไม่ทันจบประโยคต้องงุบปากเมื่อองค์ชายแปดตรัสขัดขึ้นมาเสียก่อน


"เอาละ ๆ ทุกคนไม่ต้องสงสัยอันใดเกี่ยวกับนาง ข้าเชื่อใจนาง เจ้าสีหมอกเชื่อใจนาง เท่านี้เพียงพอ" ตรัสน้ำเสียงขุ่นมัวเมื่อเห็นท่าทางองครักษ์ต่างไม่วางใจและบางคนแสดงท่าทางพอใจพี่เซี่ยอย่างชัดเจน

ทุกคนต่างรีบคุกเข่าแทบหมอบกราบ "พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" ทุกคนรับคำสั่ง แต่จะมีกี่คนที่ยังขัดเคืองใจและไม่ไว้ใจ ยิ่งองค์ชายทรงเรียกและนับถือเป็นพี่สาว ยิ่งขัดอกขัดใจ และวังหลวงคงได้วุ่นวายเมื่อจู่ๆ องค์ชายแปดมีพี่สาวขึ้นมาหลังไปเป็นเชลยแคว้นซ่งสามวันสองคืน

องค์ชายแปดอนุชาคนโปรดองค์ฮ่องเต้ และจะถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาทในเร็ววัน คงมีขุนนางหลายคนที่มีบุตรสาวหรือหลานสาวต้องไม่เห็นฟ้องกับตนเมื่อสตรีแปลกหน้าเป็น 'พี่เซี่ย' ของว่าที่รัชทายาท 'พี่เซี่ย' ที่มีใบหน้างดงามและดูอ่อนวัยคงมีอายุมากกว่าองค์ชายเพียงปีสองปีกระมัง

'แล้วองค์ฮ่องเต้เล่า จะทรงทำประการกับอนุชาคนโปรด และสตรีแปลกหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็น พี่เซี่ย ของพระอนุชา'

"กลับค่ายทหารกันเถิด รุ่งเช้าจะได้เข้าวังหลวง ข้าคิดถึงเสด็จพี่ห้าแล้ว"

"เรียน องค์ชาย กระหม่อมเกรงจะกระทบกระเทือนบาดแผลยามเดินทาง มิสู้พักแรมที่นี้ สักสองคืนแล้วเดินทางเข้าวังหลวงไม่ต้องแวะพักค่ายทหาร ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" ผู้ที่ทำความสะอาดพระวรกายองค์ชายแปดกล่าวขึ้นมา

"ข้าไม่เจ็บบาดแผลเท่าใดแล้ว ก็ตามที่ข้าบอกยารักษาบาดแผลของนางดีมาก" ทรงแตะที่แผลใต้อกรอยหัวธนู เพียงรู้สึกตึงๆที่ผิวเนื้อเท่านั้น ยาของพี่เซี่ยดีจริงๆ

"ทรงพักฟื้นวรกาย ตามพี่ทหารองครักษ์ทูลเถิดเพค่ะ" ลี่เซี่ยเดินเข้ามาใกล้และพูดขึ้นมา เธอเกรงบาดแผลของหนุ่นตี๋หน้าสวยปริแตก เมื่อมองดูถนนครุคระ หากนั่ง นอน บนรถม้าถึงจะมีเบาะนุ่นๆรอง มันก็กระเด้งกระดอนแผลคงหายดีหรอก! ถึงจะมียาดีแค่ไหนก็ตาม พักแรมที่นี้ก็ดีเธอจะได้อยู่กับบรรยากาศแบบธรรมชาติๆบ้าง 

"ก็ได้ ข้าเชื่อพี่เซี่ย" พนักพระพักตร์งึกๆ

ทหารบางคน ยิ่งไม่ถูกชะตากับนางไปกว่าเดิมอีกเท่าตัว เมื่อองค์ชายแปดยอมทำตามความเห็นของนางอย่างว่าง่าย ดูท่าจะทรงหลงความงามของนางเข้าให้แล้ว และให้นึกอยากขัดขวางนางจึงหาข้ออ้าง

"แต่ ป่าทึบเช่นนี้ตกค่ำลง สัตว์ร้ายอาจเป็นอันตรายได้นะ พ่ะย่ะค่ะ"

"เออ...! นั่นสิ" ลี่เซี่ยร้องขึ้นเสียงดังตามนิสัยและความเคยชินของสาวมั่นสาวห้าวจากโลกเดิม จนลืมตัวไม่ระวังกิริยาว่ายุคนี้สตรีชาวจีนโบราณต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว ที่สำคัญต้องสำรวมกิริยาวาจา


"      "


ทุกคนเงียบ และหลายคนมองเธอด้วยสายตาตำหนิ เธอยิ้มแยๆ ก่อนเอยแกต่างออกไป

"อ๋อ...!คือข้าตกใจและลืมตัวต้องขออภัยองค์ชายเพค่ะ  และข้าต้องขออภัยทุกท่าน คือ ข้าลืมนึกไปว่าที่นี้คงอันตรายไม่ใช่น้อย อีกอย่างข้าพอรู้มาบ้างว่าสัตว์ดุร้ายบางจำพวกชอบออกหาอาหารยามค่ำคืน"


"ไม่เป็นไรดอกพี่เซี่ย ข้าแล้วแต่ท่าน ท่านว่าอย่างไรก็ตามนั้น" 


ความคิดขององค์ชายที่มองนางในแง่ดีและเป็นผู้มีคุณ จึงวางใจและยอมทำตามความคิดเห็นของนาง โดยมิได้คิดเผื่อว่าทหารองครักษ์ชาวแคว้นเจียงที่อยู่รับใช้มานานนับสิบๆจะคิดต่างออกไปและเริ่มต่อต้าน 'พี่เซี่ย' ของพระองค์ เมื่อนางเป็นที่โปรดปรานเกินหน้าเกินตา


ทุกคนต่างคิดว่า พบเจอนางยังไม่ทันข้ามวัน กลับเห็นนางสำคัญกว่าพวกตน


"หึ!" 


เสียงร้องลงคอของบางคนที่ไม่พอใจเมื่อองค์ชายแปดออกรับแทนแบะเห็นฟ้องตามนาง


ลี่เซี่ยหน้าตึง กวาดสายตาคมดุมองว่าใครกันที่ร้องเหมือนไม่พอใจ แต่ดูท่าคนร้องจะระวังตัวไม่มีพิรุธให้รู้ว่าเป็นใคร ที่ร้อง หึ! คงไม่ใช่ไม่พอใจองค์ชายเป็นแน่


'มีคนไม่ชอบขี้หน้าเราหรือเนี่ย!'


"ข้าว่า ช่วยกันพูดให้องค์ชายพักค้างคืนเถิด ดีเสียอีกข้าจะล่อให้นางหลงป่าและให้เป็นอาหารพวกมันเสียเลย อีกอย่างเรื่องความปลอดภัยขององค์ชายคนของเราดูแลได้แต่นางนะสิ ฮ่ะๆๆ เจอสัตว์ป่าไม่กรีดร้อง ตกใจจนตาย ก็วิ่งป่าราบ"


"เจ้าเล่นหนักไปหรือไม่! นั้นคือคนมีบุญคุณช่วยชีวิตองค์ชายแปดนะ และนางเป็นสตรีอ้อนแอ่น จะมีแรงไปสู้อะไรได้ หลงป่าคงได้ตายและตายอย่างเดียว" 


คนพูดลืมคิดไปว่าถ้าเป็นอย่างที่ตนคิดไฉนนางจึงเดินป่าเพียงลำพังได้และช่วยเหลือองค์ชายแปดได้


"เช่นนั้น เจ้าจะยอมให้นางอยู่ข้างกายองค์ชาย รึ แล้วน้องสาวเจ้าเล่า สกุลเจ้าไม่คิดวางตัวนางให้เป็นชายาว่าที่องค์รัชทายาท ดอกรึ" คนกล่าวทำเสียงค่อนแคะ


"เหอะ! น้องสาวเจ้า เจ้าก็คิดส่วเสริมเช่นกัน เจ้าหวังเช่นกันมิใช่หรือ" คนถูกค่อนแคะย้อนกลับให้คืนย้าง ก่อนต่างแยกไปหามุมสงบนั่งคิดแผนการ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น