[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 9 : Section 8 divination [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    29 ต.ค. 61



Section 8 divination

 

อาการของเจ้าชาย

 

  วันนี้ตารางเรียนของพวกเขาพิลึกพิลั่นที่สุดถ้าเทียบกับตลอดสองปีที่ผ่านมา อย่างแรกคือพวกเขามีเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ในตอนเช้า และต่อด้วยวิชาสมุนไพรศาสตร์ก่อนจะพักเที่ยง เดรโกกวาดสายตาอ่านตารางเรียนซ้ำอีกครั้ง ในทุกวันพวกเขาจะต้องเดินเข้าออกนอกปราสาทเพื่อเปลี่ยนคาบเรียนในแต่ละวิชา และในสภาพอากาศที่ค่อนข้างเลวร้าย

 

เขาคงไม่สนใจเท่าไหร่ถ้าร่างกายเขาปกติ แต่ในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ เขาไม่สบายตั้งแต่วันแรกที่ตื่นขึ้นในปราสาท และรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่พอเอามากๆต่อให้วันนั้นจะเข้านอนเร็วสักแค่ไหน สนามควิชดิชในตอนนี้ไม่น่าไปเท่าไหร่ เขาหลีกเลี่ยงที่จะเจอฟลินต์ตามทางเดินหรือในห้องนั่งเล่น ยิ่งพอขึ้นปีเจ็ดฟลินต์ยิ่งหาวิธีที่จะเอาชนะกริฟฟินดอร์คู่ปรับมากขึ้น และวิธีก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย

 

พวกเขาต้องรับมือกับการเล่นที่ชาญฉลาดของเรเวนคลอ การเล่นแบบสู้ยิบตาของฮัฟเฟิลพัฟ หรือเทคนิคแพรวพราวของกริฟฟินดอร์ แต่ตอนนี้เดรโกหรอไม่อาจจะแงะตัวเองออกจากโต๊ะทานข้าวในห้องโถงกลางได้เลย

 

“เป็นอะไร โรคพอตเตอร์เป็นพิษกำเริบหรอ” เบลสพูดขึ้นเพราะสังเกตอาการเขามานาน อันที่จริงเบลสบอกว่าเขาตั้งชื่อโรคนี้ไว้ตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าจะได้ใช้อีกครั้งตอนปีสาม วินิจฉัยแล้วก็คือเขาจะมีอาการเบลอ มึนงงและไม่สามารถอธิบายได้ว่าเดินกลับห้องนั่งเล่นได้ยังไง

 

“ก็แค่ง่วงน่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบเบลสแล้วเอาหน้าซุกแขนไปตามเดิม

 

“หมู่นี้นายดูพักผ่อนน้อย มีเรื่องอะไรรึเปล่า” เบลสแสดงอาการเป็นห่วง แต่เขาไม่ได้เป็นอะไรแน่นอน เพราะอย่างเขาเรื่องเครียดเรื่องเดียวที่มีตอนนี้คือจะลากร่างตัวเองขึ้นไปเรียนยังไงให้ถึงสุดยอดหอคอย ที่ต้องเดินขึ้นบันไดเวียน

 

“ไม่มีหรอก อย่างชั้นจะมีอะไร” เป็นความจริงที่เขาพูด ที่จริงแล้วเขามีเรื่องเครียดเยอะแยะ แต่ไม่อยากสนใจมันตอนนี้แค่นั้นเอง สรุปง่ายๆแล้วคือเขามีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลแต่แค่รู้ว่าต้องแสดงมันออกมาตอนไหน

 

“ก็ดีแล้ว ได้เวลาเรียนแล้วล่ะ เว้นแต่นายอยากจะพัก” เขาว่าเรื่องอยากพักมันก็น่าลองอยู่หรอก แต่จะให้ขาดเรียนในชั่วโมงแรกที่เปิดเทอมมันก็น่าเกลียดอยู่ เลยส่ายหัวแล้วเดินตามเบลสไป

 

เสียงเอะอะดังขึ้นตลอดระยะบันไดที่นำสู่ห้องเรียน เด็กบ้านสลิธีรินยังคงสงวนท่าทีในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ เพราะฉะนั้นเสียงที่เกิดขึ้นนี้ต้องมาจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์เป็นแน่ เดรโกมองหาแฮร์รี่ไปเรื่อยๆก็เห็นเจ้าตัวเดินคุยอยู่กับเพื่อน เขาพยายามเดินเข้าไปหาแต่ดูเหมือนว่าวิสลีย์จะไม่พอใจเท่าไหร่ แน่ล่ะล่าสุดที่เขาเข้าไปขัดวงสนทนาดูเหมือนว่าเขาจะลากแฮร์รี่มาคุยกันแค่สองคน

 

เกรนเจอร์มีทีท่าต่อเขาดีขึ้นยกเว้นเวลาที่เขาอยู่กับแพนซี่ มันเป็นอารมณ์ของผู้หญิงที่ค่อนข้างเข้าใจยากอยู่สักหน่อย ซึ่งจะให้ดีควรปล่อยผ่านไปดีกว่า พวกเขาเข้ามาในห้องเรียนห้องหนึ่งที่มีโต๊ะกลมมากมายเรียงอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นขั้นบันได เขาเบลสและแพนซี่นั่งรวมกันอยู่ที่มุมหนึ่ง ส่วนแฮร์รี่อยู่อีกฟากที่ตรงข้ามกับเขาเลย กลิ่นใบชาหวานเอียนลอยขึ้นแตะจมูก อากาศในนี้ค่อนข้างไปทางร้อนเนื่องจากเตาผิงขนาดใหญ่ถูดจุดติดอยู่กลางห้อง

 

ผู้หญิงคนหนึ่งแนะนำตัวว่าตนคือศาสตราจารย์ทีลอว์นีย์ แว่นตาอันใหญ่เสริมให้เธอดูตลก ในตอนแรกเธอให้เราอ่านคำทำนายที่ได้จากกากชาก้นแก้ว ทุกคนดูสนุกยกเว้นเขา กลิ่นชานี่ทำให้เวียนหัวและอยากอาเจียนออกมา เขาพยายามข่มใจตัวเองไม่ให้เปิดปากแล้วอ้วกออกมาตรงนั้น เสียงนักเรียนในห้องเริ่มดังขึ้นเมื่อศาสตราจารย์ทีลอว์นีย์เดินไปทำนายที่โต๊ะ เขาเห็นเธอเดินไปที่โต๊ะของแฮร์รี่แล้วก้มลงดูแก้วชา เธอตกใจแล้วรีบวางมันลงราวกับมันจะทำร้ายเธอ แล้วบอกว่าแฮร์รี่ได้รูปกริมม์

 

เขาเพ่งมองในหนังสือแล้วอ่านว่ากริมม์คืออะไร แต่การกวาดตาในที่แสงน้อยบวกกับอาการเวียนหัวทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ก้อนจุกเริ่มตีตื้นขึ้นมาในลำคอ เขาคิดถึงวันนั้นที่บ้านทันที และอีกไม่นานเขาต้องขย้อนมันออกมาต่อหน้าทุกคน

 

เดรโกใช้มืออุดปากตัวเองให้แน่นที่สุดแล้วหลับหูหลับตาวิ่งลงไปที่ประตู ได้ยินเสียงแก้วแตกอยู่ตามทางที่เขากระโดดลงมา พุ่งตัวออกจากห้องก่อนจะเจอกับบันไดเวียน เขาไม่กล้าลงแต่ก้อนในลำคอก็พร้อมจะออกจากปากเขาถ้ายังมัวแต่คิดอยู่ เสียงเบลส แพนซี่ และเกรนเจอร์ตรงมาทางเขา เห็นแฮร์รี่เข้ามาคุกเข่าอยู่ข้างๆ ทั้งหมดเถียงกันอยู่ข้างหลังก่อนที่ภาพในหัวเขาจะเริ่มหมุน มันหมุนเร็วจนไม่ทันเห็นอะไรจากภาพนั้นเลยสักอย่าง และในความคิดเขาดูเหมือนว่าความทรงจำบางส่วนจะไม่ใช่ของเขาคนเดียว อะไรบางอย่างถูกซุกเข้ามาใต้ร่างเขาก่อนที่สมองจะประมวลผลว่าให้อ้วกลงไปได้ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยินเสียงใครอีกเลย

 

นานทีเดียวกว่าจะรู้ว่าตัวเองฟื้นแล้ว เขานอนหลับตาฟังเสียงคนข้างเตียงที่เพียงแต่รู้ว่าเป็นศาสตราจารย์สเนปแต่จับใจความไม่ได้ว่าพูดเรื่องอะไร ก่อนจิตใต้สำนึกหรืออะไรก็ตามแต่ได้พาเขาไปที่ห้องๆหนึ่งซึ่งเขาแน่ใจว่าเขาไม่เคยเห็น เขาค่อยๆเดินเข้าไป ในใจมีแต่ความหวาดกลัวแต่ก็ไม่สามารถหยุดเดินได้ เสียงศาสตราจารย์สเนปดังเข้ามาอีกรอบเหมือนเรียกเขาแต่เขาก็ยังไม่หยุด เขาภาวนาอย่างหวาดหวั่นรู้สึกได้ว่าตัวสั่นและเสียงในหัวก็ตะโกนว่าเขาต้องลืมตา

 

แสงสว่างจ้าสาดเข้ามาในดวงตา ความหวาดกลัวในใจหายไปเหมือนปลิดทิ้ง ภาพตรงหน้าถูกแทนที่ด้วยใบหน้าของศาสตราจารย์สเนปและเพื่อนของเขาที่ยืนอยู่อีกด้าน เขาเห็นทุกคนทำหน้าตกใจอย่างบอกไม่ถูกหรือเขามีอะไรผิดแปลกไปจากเดิมหรอ เดรโกสำรวจตัวเองเพื่อหาว่าจุดไหนกันที่เขาผิดปกติไป แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เขาหันมองศาสตราจารย์สเนปแต่อาจารย์ดันถือถ้วยยามาจ่อที่ปากเขาพร้อมใบหน้าเรียบนิ่งที่บังคับกลายๆว่าดื่มซะ

 

“ถ้าผมดื่มมันเข้าไป ผมต้องอ้วกออกมาอีกแน่ๆ” เขาบอกความจริงต่อศาสตราจารย์ แต่ดูเหมือนว่าคำพูดเหล่านี้จะไม่เป็นผล เขามองหน้าคนถือถ้วยยาแล้วค้างไว้ อาจารย์พยักหน้าช้าๆแล้วกรอกเข้าไปในปากเขาอย่างเร็วเหมือนโกรธแค้นใครมา ต้องพยายามกลืนลงคออย่างลำบากที่เดียวแต่ครั้งนี้รสชาติมันกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวานปะแล่มๆเพิ่มเข้ามาให้รู้สึกว่าทานง่ายขึ้น แต่ไม่ว่ามันจะรสชาติดีแค่ไหนมันก็คือยา และยาไม่น่ากินสำหรับเขา

 

“นายรู้สึกยังไงบ้าง” เบลสถามเขาทันทีที่ศาสตราจารย์สเนปเดินออกไป ดูเหมือนว่าพวกนี้มานั่งรอเขาอยู่นานแล้วเพราะเขาเห็นซองขนมมากมายที่แพนซี่ถืออยู่

 

“โอเคเลย สบายมาก” เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆถึงพูดออกไป ถึงแม้จะยังหวั่นๆว่ายาเมื่อสักครู่จะทำให้อ้วกอีกหรือไม่

 

“นายไม่กินอะไรเลยตอนเช้า แล้วเอาที่ไหนมาอ้วกล่ะ ชั้นเห็นนายอ้วกออกมาเยอะมาก จนนายสลบไปถึงหยุด” แพนซี่ถามเขา ถ้าให้เขาตอบก็คือที่อ้วกออกมาน่ะยาของศาสตราจารย์สเนปทั้งนั้น แต่เขาไม่อยากเล่าเท่าไหร่เพราะเขาไม่ต้องการให้พวกนี้ซักไซ้เขามากว่าทำไมต้องดื่มยานี่ทุกวัน

 

“ชั้นไม่รู้ บางทีอาจเป็นน้ำเฉยๆก็ได้” เขาเลี่ยงคำตอบที่ถูกต้องแพนซี่ดูเหมือนจะเชื่อ แต่เบลสไม่เป็นอย่างนั้นเลย แน่ล่ะคนที่ดูเขาออกว่าเรื่องที่พูดไปมันจริงหรือโหกก็มีแต่เบลสเท่านั้น


มื้อค่ำแสนสนุกของเจ้าชาย

 

ในเย็นวันนั้นเขาได้ออกจากห้องพยาบาลเลยเพราะมาดามพรอมฟรีย์เห็นว่าอาการเขาดีแล้ว นับว่าโชคดีที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากอาเจียนอีกครั้งเพราะวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย แต่พอได้มานั่งกินจริงๆแล้วกลับกินเข้าไปได้แค่นิดเดียว เขาเลยนั่งเหม่อมองคนที่ทยอยลงมากินมื้อค่ำแทน

 

อีกหนึ่งเรื่องที่เปลี่ยนไปในฮอกวอสต์คือศาสตราจารย์ประจำวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ที่ในปีนี้เป็นศาสตราจารย์ลูปิน เขามองศาสตราจารย์ลูปินที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยอยู่กับศาสตราจารย์ฟลิตวิก ในตำแหน่งอาจารย์ยังมีอีกอย่างที่เปลื่ยนคือตอนนี้คนที่สอนวิชาสัตว์วิเศษกลายเป็นแฮกริดไปแล้ว ด้วยธรรมชาติของเด็กบ้านสลิธีรินการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่มีผลให้แสดงความตื่นเต้นสักเท่าไหร่

 

เขาเริ่มเบื่อ ใจอยากไปมุดผ้าห่มบนเตียงอุ่นๆ แต่ต้องมานั่งรอแคลบกับกอยล์สวาปามของตรงหน้าให้หมด เห็นฟลินต์กัปตันควิชดิชบ้านเขานั่งคุยอยู่กับกัปตันจากบ้านอื่นๆที่โต๊ะเรเวนคลอ ตรงหน้ากางกระดาษที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นตารางการฝึกซ้อมของแต่ละทีมตลอดเทอมนี้ แพนซี่ลุกไปนั่งรวมกลุ่มกับพวกผู้หญิงที่โต๊ะบ้านฮัฟเฟิลพัฟแล้วก็หัวเราะคิกคักกับเรื่องบันเทิงของพวกเธอ

 

เขามองอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่สักพักก็เห็นแฮร์รี่มานั่งอยู่ตรงข้ามเขาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นับว่าเป็นภาพที่หายากเลยทีเดียวที่จะเห็นแฮร์รี่มานั่งคุยกับเด็กบ้านสลิธีรินโดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเขา เบลสหายสาบสูญไปในทันทีเหลือแต่เขาที่ยังงกับคนตรงหน้า

 

“เบลสบอกว่านายไม่กินอะไรเลย” แฮร์รี่พูดขึ้น เขานึกสงสัยว่าแฮร์รี่มาเพราะเรื่องนี้จริงๆหรอ เขาเหลือบไปเห็นสายตาสงสัยของวิสลีย์ที่ส่งตรงมายังพวกเขาและเกรนเจอร์ที่พยายามจะห้ามปราม

 

“นายไปคุยกันได้ยังไงเนี่ย” นับว่าเป็นที่น่าแปลกใจพอควรที่เบลสจะเอ่ยปากพูดกันคนที่ไม่สนิท และยิ่งแปลกเข้าไปอีกเมื่อเรื่องที่พูดคือเรื่องที่เขาไม่ยอมทานข้าว

 

“ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าทำไมนายถึงไม่ยอมกินข้าว” แฮร์รี่ดูคาดคั้นเอาคำตอบจากเขามากทีเดียวเมื่อเห็นว่าเขาเบี่ยงประเด็น แต่ในใจก็นึกสงสัยอีกแล้วว่าทำไมแฮร์รี่ถึงสนใจเรื่องนี้นัก

 

“ชั้นกินแล้ว จริงๆนะ” เขาย้ำไปอีกเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่เชื่อ แฮร์รี่ขมวดคิ้วเป็นปมแล้วมองเขาอย่างกับจะตรวจสอบให้ทะลุปรุโปร่ง

 

“แต่นายกินเข้าไปน้อยมาก ชั้นอยากให้นายกินเข้าไปอีก” นี่แฮร์รี่ชวนเขาทานข้าวอยู่หรืออย่างไร เขาส่งสายตาสงสัยไปให้เจ้าตัวแต่แฮร์รี่เหมือนจะไม่สนใจมันเท่าไหร่ ดันจานอาหารที่ก่อนนี้มันอยู่ตรงหน้าแครบกับกอยล์มาทางเขา แล้วจัดแจงมันใส่จานเปล่าให้เรียบร้อยจนน่าประทับใจ

 

“ต้องกินใช่มั้ย”

 

“ต้องกินเลยเดรโก” แฮร์รี่ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด เขาตักเข้าปากไปอย่างว่าง่ายอาจจะเพราะความปลื้มปริ่มที่แฮร์รี่อุตส่าห์มานั่งตักอาหารใส่จานให้ พอเห็นว่าเขาทานได้ก็รีบแย่งชิงอาหารมาจากสองคู่หูที่นั่งทานอยู่ก่อนหน้าทันที เขาแทบจะยัดมันลงคอไม่ไหวจนอยากขอบคุณแฮร์รี่ด้วยน้ำตาเลย

 

“ตักมาขนาดนี้แกล้งกันรึเปล่าเนี่ย” เขาเริ่มขอความเห็นใจทันทีที่เห็นแฮร์รี่ตักอย่างเมามัน เจ้าตัวหยุดมือแล้วแล้วหันมายิ้มหวานหนึ่งที ร้ายกาจมากทีเดียว

 

“ใครแกล้ง ไม่ได้แกล้งนะ นี่เรียกเป็น-

 

“อย่าไปแกล้งพี่เดรโกเลยครับ พี่แฮร์รี่” เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นก่อนที่แฮร์รี่จะพูดจบ เขาหันไปเจอกับเอเดนยืนยิ้มแฉ่งให้แฮร์รี่ที่ตอนนี้อึกอักกับการมาของเด็กผู้ชายนิรนามคนนี้ไปแล้ว

 

“เอ่อ ครับ” หางเสียงแฮร์รี่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่าสงสัย หันมามองเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ที่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตอบจากตรงไหน

 

“พี่เดรโกเขาไม่อยากทานก็อย่าไปบังคับเลยนะครับ เดี๋ยวจะลำบากใจกันเปล่าๆ” เอเดนพูดอีกครั้งยังไม่ลืมที่จะฉีกยิ้มเหมือนเดิม แฮร์รี่หันมามองเขาอีกรอบแล้วคาดคั้นหาคำอธิบายจากเขามากขึ้น

 

“คือ นี่เอเดนเป็นน้องปี-

 

“น้องชายของพี่เดรโกครับ” เอเดนพูดแทรกมาอีกรอบก่อนที่เขาจะพูดจบ แฮร์รี่ขมวดคิ้วใส่เขาอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เอเดนบอกทำให้เพิ่มข้อสงสัยมากขึ้นว่าเขาไปมีน้องตอนไหน

 

“น้องชายที่รู้จักน่ะ”

 

“ที่สนิทครับ”

 

“เอเดน” เขากดเสียงต่ำใส่เอเดนเมื่อเด็กนี่พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง บทจะไม่พูดก็เงียบจนน่ากลัว บทจะพูดก็พูดโดยไม่สนใจมารยาท เอเดนหลบตาเขาก่อนจะก้มลงไปมองพื้น แฮร์รี่มองเขาแบบอึ้งๆแล้วหันไปพูดกับเอเดน

 

“พี่ไม่ได้แกล้งเดรโกหรอกครับ อยากให้เอเดนเข้าใจให้ถูกด้วย” แฮร์รี่บอกเอเดนก่อนจะลุกขึ้น หันมาพูดแบบไม่มีเสียงว่าแล้วเจอกันกับเขาก่อนจะเดินออกไป เอเดนเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาแวบหนึ่งก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องโถงกลาง ปล่อยให้เขานั่งงงกับกองอาหารตรงหน้าและคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะไม่มีใครอธิบายได้

 

แน่ล่ะ มื้อค่ำนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดในความคิดเขามากเลยทีเดียว

 


--------------------------------------------------------------------------------------------

สั้นไปมั้ย สั้นไปมาก ตรงไหนดูประหลาดกว่ามื้อเย็นของเดรโกบอกเลยนะคับ

---------------------------------------------------------------------------------------------


#เจ้าชายสลิธีริน

สมก๋อย 29102018



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #151 Copper (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:49
    เริ่มแปลกใจในตัวเอเดนนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ขอให้เดรโกหายไวๆนะคะ
    #151
    0
  2. #126 lucida2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 10:06
    เอเดน​ ฉันชอบเธอนะ​ แต่ถ้าเธอแย่งเดรโกจากแฮร์รี่​ ฉันตบนะ
    #126
    0
  3. #115 Tiab_East (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:14
    เอเดนนี่ยังไง
    #115
    0
  4. #108 lp-ventus (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:17
    จริงสิ ตั้งแต่ตอนที่แล้ว เดรโกป่วยอะไร เครียดอ่ะ :( อาการไม่เบาเลยแถมไม่ปริปากเล่าให้ใครฟังอีก แต่เดี๋ยวเบลสคงคาดคั้นแน่ๆ
    เอเดนก็ยังไงๆเนี้ย หวงพี่หรอคะหรือชอบเดรโก
    #108
    0
  5. #91 คนเลี้ยงกวาง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 11:35
    เอเดนดูมีซัมติงงง
    #91
    0
  6. #81 Geminix-s (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 21:57
    กลับมากต่อไวๆนะคะ ///*/// อยากอ่านต่อแล้วว
    #81
    0
  7. #78 junenior03 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 18:13
    ไม่ชอบเอเดน น่าสงสัยถ้าเอเดนชอบเดรกขึ้นมานะ //-__-

    แล้วเดรกเป็นอะไรรึป่าว
    #78
    0
  8. #77 markbam3105 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 10:08
    น่าสงสัย:-0
    #77
    0
  9. #76 wang nai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:24
    เดรกเป็นอะไร!!!
    #76
    0
  10. #75 แม่ไก่รังทัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 06:18
    เดี๋ยวๆๆ เอเดน ทำไมทำตัวงี้อ่ะ พี่เดรกของเราจะเป็นไรมั้ย ฮือออ
    #75
    0
  11. #74 KanyapakNG (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 05:59
    เอเดนหนูน่าสงสัยแปลกๆยังไงไม่รู้ลูก
    #74
    0
  12. #73 msyokky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 02:24
    เอเดนคือพักก๊อนนนน
    #73
    0
  13. #72 ニケ★ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 01:05
    น้องคนนั้นดูน่าสงสัยอ่ะ จริงๆนะ คือทำไมน้องเขาดูขัดไปหมดเลย น้องเขาเป็นสายของใครหรือเปล่า;-;
    #72
    0