[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 10 : Section 9 Lupin professor [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

วิชาการดูแลสัตว์วิเศษกับอาการของเจ้าชายอีกแล้ว

       


             สัปดาห์แรกผ่านมาแบบกระท่อนกระแท่นเนื่องจากอาการป่วยของเขายังมีให้เห็นต่อเนื่อง สภาพอากาศยังคงเลวร้ายหนักเหมือนเดิม เบลสบอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอิทธิพลจากผู้คุมวิญญาณ เป็นที่รู้กันทั้งโรงเรียนแล้วว่าผู้ตุมวิญญาณมาที่นี่เพื่อมาหานักโทษแหกคุก ซีเรียส แบล็ก ถามว่าเขารู้จักไหมนับว่าเกี่ยวข้องกันโดยตรงเลยล่ะ เพราะซีเรียสก็คือน้องชายของแม่เขาเอง


เรื่องเล่าเดียวที่เขาพอจำได้เกี่ยวกับชายคนนี้คือ เขาเป็นพวกทรยศต่อเลือด แรงทีเดียวในความคิดเขา และแม่ก็ไม่เคยเล่าเรื่องของซีเรียสให้ฟังอีกเลยไม่ว่าในทางดีหรือร้าย แต่ข่าวลือในช่วงนี้ก็คือซีเรียสเป็นลูกน้องคนสำคัญของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร แปลกมาก ถ้าซีเรียสที่เขารู้จักเป็นพวกทรยศต่อเลือดจริงก็ไม่น่าที่จะเป็นสมุนของโวลเดอร์มอร์ได้


ใบหน้าของผู้ชายคนนั้นในห้องแห่งความลับผุดเข้ามาในความคิดเขา จะมีใครรู้บ้างไหมว่าคนที่เกรงกลัวกันในสมันนั้นตอนนี้ได้กลับมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับมาในนามของทอม ริดเดิ้ล เขาเหลือบมองแฮร์รี่ที่ตอนนี้มาทานอาหารเช้าที่ห้องโถงกลาง เด็กชายที่รอดชีวิตจากการฆ่าของโวลเดอร์มอร์ เด็กชายที่ตอนนี้ก็คงคิดเหมือนกับเขาว่าทอม ริดเดิ้ลคนนั้นไปอยู่ที่ไหน เด็กชายที่เขาสะดุดตั้งแต่แรกที่เจอ


"มองขนาดนี้ เอากลับไปเล่นที่บ้านเลยไหม" เบลสพูดขึ้นลอยๆไม่ได้เจาะจงพูดกับเขา แต่ตอนนี้มันก็มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่นั่งมองคนอื่นอยู่


"เงียบไปน่า เบลส" เขาทุบคนข้างๆดังตุบ เบลสหัวเราะหึในลำคอ แล้วลุกจากโต๊ะเพื่อเตรียมตัวไปเรียนวิชาการดูแลสัตว์วิเศษ ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาไม่ได้เรียนเพราะอาการไข้กำเริบ


พวกเราแบกหนังสือเล่มหนาที่หน้าปกเขียนว่า ตำราปีศาจ : ว่าด้วยปีศาจ ที่พร้อมจะโจมตีทุกครั้งเมื่อเปิดอ่าน เขาเดินย่ำพื้นหญ้าเฉอะแฉะไปที่ลานหน้าบ้านของแฮกริด ศาสตราจารย์คนใหม่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเรา แฮกริดก็ยังคงเป็นแฮกริดที่พูดกับเราด้วยความกันเอง เขานำเราไปที่ชายป่าต้องห้ามใกล้กับทะเลสาบ และบอกให้เปิดหนังสือไปที่หน้าสี่สิบเก้า


"แล้วเราจะเปิดหนังสือได้ยังไง" เขาโพล่งออกไปด้วยความสงสัย และดูเหมือนว่าทั้งเขาและคนอื่นๆก็คิดแบบเดียวกัน นี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไม่ได้เปิดหนังสือกันหรือไง


"ก็ลูบที่สันของมันก่อนสิ" แฮกริดให้คำตอบพวกเขา ทุกคนทำตามด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่นแต่พอทำแล้วมันก็ยอมให้เปิดแต่โดยดี กลุ่มก้อนนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ยังคงยืนอยู่ด้านหน้าราวกับว่าอยากเรียนนัก โดยเฉพาะสามสหายแห่งกริฟฟินดอร์ พวกเขาเหล่าาสริธีรินยืนเงียบๆอยู่ตรงใต้ต้นไม้ตามองบทเรียนตรงหน้า


เสียงแฮกริดนำเสนอบทเรียนด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น จูงบางอย่างออกมาจากแมกไม้ด้านหน้าพวกเขา มันตัวใหญ่มหึมา ส่วนหัวของมันเหมือนนกอินทรีแต่ร่างกายเป็นม้า ที่สำคัญคือมันมีปีกที่ดูเหมือนจะบินได้เสียด้วย แฮกริดบอกว่ามันคือฮิปโปกริฟฟ์ ชื่อว่าบัคบีค เขาขมวดคิ้ว สัตว์นี่ตัวใหญ่กว่าแฮกริดมาก แถมยังกินกระต่ายที่ห้อยอยู่รอบคอแฮกริดอีกต่างหาก เขาไม่ใช่พวกประเภทรักสัตว์เท่าไหร่ สถานการณ์ตรงหน้าเลยไม่สร้างความตื่นเต้นมากนัก และคิดว่าคนอื่นก็คงเหมือนกัน


เพราะฉะนั้นอาสาสมัครในการออกไปทำความรู้จักกับบัคบีคจึงตกเป็นของแฮร์รี่ที่บังเอิญยืนอยู ่แถวหน้า นับว่าไม่เกินความคาดหมายมากนักแฮร์รี่เหมาะกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว  เรื่องที่เกี่ยวกับอันตรายน่ะ แฮกริดสอนวิธีคำนับมัน ลุ้นจนตัวโก่งเลยเชียวล่ะเพราะในใจก็กลัวว่าแฮร์รี่จะโดนตะครุบตรงนั้น แต่พอทำสำเร็จเจ้าตัวก็หัวเราะชอบใจใหญ่


แล้วแฮกริดก็ให้แฮร์รี่ขึ้นขี่ เขาตกใจผึดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแต่เจ้าบัคบีคก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปเสียแล้ว เขามองตามจนแสบตา ขึ้นไปบินข้างบนได้หนาวตายกันพอดี หายไปซักพักบัคบีคก็พาแฮร์รี่กลับลงมา เจ้าตัวยิ้มจนปากฉีกและดูเหมือนะติดใจแล้วเสียด้วย ช่างเป็นคนที่ชอบความท้าทายเสียจริง หลังจากฟังคำเยินยอจากเพื่อนจบ แฮร์รี่เดินเข้ามาหาเขา ยิ้มเจ้าเลห์ปรากฏบนใบหน้า ตรงหรี่เข้ามาอย่างตั้งอกตั้งใจ เดรโกยืนนิ่ง เพื่อนๆเปิดทางให้แฮร์รี่เข้ามาประชิดตัวเขาได้สำเร็จ


"อยากให้นายลองนะเดรโก เป็นตัวแทนของสริธีรินไง" พูดจบเสียงเฮลั่นเชียร์ให้เขาขึ้นขี่บัคบีค แฮร์รี่ยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้า เบลสพยักหน้าน้อยๆ สรุปแล้วคือเขาปฏิเสธไม่ได้เลย


"ก็ได้ ก็ได้ ชั้นจะลอง" เสียงเฮดังขึ้นอีกเหมือนเขาเป็นผู้นำลัทธิอะไรสักอย่าง เขาโบกมือให้ทุกคนเงียบเสียงลง


"แต่ไม่การันตีว่าจะดีนะ" เสียงเฮเมื่อครู่กลายเป็นเสียงโห่ แพนซี่ผลักให้เขาเดินไปหาบัคบีคเบาๆ ทุกคนส่งเสียง เป่าปากอย่างกับว่ามันสนุกนัก เริ่มคิดแล้วว่าเด็กบ้านงูเก็บกดจากความเงียบกันหรือเปล่าโดยเฉพาะเพื่อนเขา



เดรโกเดินเข้าหาบัคบีคช้าๆ ทำตามที่แฮร์รี่ทำทุกประการ แฮกริดยังคงบอกให้เขาก้าวไปทีละนิดเพื่อโค้งคำนับ ตาสีเหลืองคู่มหึมาของมันจ้องมาทางเขา แล้วมองผ่านไปข้างหลังที่เดรโกคิดว่าน่าจะเป็นตำแหน่งของแฮร์รี่ แล้วปีกมันก็กางออกขยับเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว แฮกริดร้องบอกให้เขาถอย เขาได่ยินเสียงหายใจอย่างตื่นเต้นหลายเสียงที่ข้างหลัง เดรโกค่อยๆก้าวเข้าไปอีกพอเห็นว่ามันมองเขาแล้วก็ก้มลง เขาไม่เห็นอะไรแต่เสียงปรบมือก็แน่ชัดแล้วว่าเขาทำสำเร็จ แฮกริดร้องยินดีแล้วรีบอุ้มเขาไปนั่งบนหลังบัคบีค แฮร์รี่เดินเข้ามาหาเขาแต่ที่น่าตกใจคือแฮกริดอุ้มแฮร์รี่ขึ้นมานั่งซ้อนหลังเขาด้วย เขาเลิ่กลั่กหาที่จับแต่ไม่มี ก่อนบัคบีคจะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า


เสียงแฮร์รี่ตะโกนอย่างสนุกอยู่ข้างหลัง ลมเย็นปะทะเข้าใบหน้าจนแสบตา เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำออก ท้องฟ้าสีครามปรากฏแก่สายตาล้อมรอบตัวเขาไว้ แฮร์รี่กำเสื้อคลุมเขาแน่นเมื่อบัคบีคเปลี่ยนทิศกระทันหัน เขานั่งไม่สบายเท่าไหร่เพราะมันเคลื่อนไหวทุกครั้งที่เจ้านี่ขยับปีก เข้าใจแล้วว่าแฮร์รี่ถึงอยากให้เขาลอง


"ปล่อยมือสิเดรโก" คนข้างหลังร้องบอกเขา เดรโกตกใจที่แฮร์รี่บอกให้ปล่อยมือ ทำแบบนั้นก็อันตรายสิ


"นายบ้าหรือเปล่า เราจะตกทะเลสาบทั้งคู่" เขาตอบกลับ แฮร์รี่หัวเราะร่วน


"ชั้นแค่อยากให้นายสนุก อากาศบนนี้ทำให้จมูกโล่ง เห็นว่านายป่วยบ่อย"


"นายรู้ด้วยหรอ" เขาร้องถาม หันไปหาคนข้างหลังอย่างเต็มกำลังทำให้เกือบตกลงไปแต่แฮร์รี่คว้าเขาไว้ได้ก่อน แฮร์รี่เงียบไม่ตอบเขา ถึงแม้ว่าเขาจะป่วยบ่อยจนต้องขาดเรียนบางวิชา แต่ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะรู้


พวกเขานั่งนิ่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่บัคบีคพาไป แฮร์รี่สนุกแต่เขาไม่ ความเย็นของลมเริ่มแล่นเข้าสู่ร่างกาย บัคบีคร่อนลงไปแตะพื้นน้ำ ดูเหมือนมันจะรู้ว่าแฮร์รี่ชอบเลยวนลงมาบ่อยๆ แต่สำหรับเดรโกมันทำให้เขาเวียนหัว เสียงกระพือปีกกับเสียงหัวเราะของแฮร์รี่มันทำให้เขาง่วง ภาพตรงหน้าไม่สวยอีกต่อไปเมื่อดวงตาอยากปิดลง


"นายโอเคมั้ยเดรโก" แฮร์รี่ร้องถามอยู่ข้างหลังเขา ทำให้เขาได้สติ แฮร์รี่สั่งให้บัคบีคร่อนลงทันทีเพื่อให้พวกเขาลง แฮกริดสังเกตเห็นอาการเขาแน่นอนนเลยรีบรุดเข้ามาประชิด แฮร์รี่โผเข้าหาเขาทันทีที่ปีนลงจากบัคบีคได้ เขาเข่าอ่อนหมดเรี่ยวแรงจะเดิน แต่สติยังมีอยู่ครบร้อย ความเย็นแทรกซึมลงทุกอณูของผิวหนัง เขารู้ตัวทันทีว่าตัวเองสั่นจนน่ากลัว ผ้าคลุมของใครบางคนถูกห่มให้เขา แต่เดรโกไม่รู้สึกอุ่นขึ้นเลยสักนิด


ได้ยินเสียงเกรนเจอร์ร้องบอกให้พาเขาไปที่ห้องพยาบาล เขารู้สึกว่าตัวลอยขึ้นจากพื้นแล้วภาพตรงหน้าก็กลายเป็นตันไม้หนาตา เขาเป็นอะไรกันแน่ เพียงแค่สภาพอากาศจะทำให้เขาเป็นหนักขนาดนี้เลยหรือ เดรโกคิดถึงสาเหตุร้อยแปดที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แล้วก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป


ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาหลับไป มันหลับสบายมากและเขาไม่ฝันอะไรเลย แต่สุดท้ายเขาก็ต้องตื่นเพราะเสียงเอะอะอยู่ใกล้ๆหู เป็นสามสหายจากกริฟฟินดอร์ และแพนซี่ที่ยืนอยู่กันคงล่ะฝั่ง แพนซี่ตะโกนใส่แฮร์รี่ว่าเป็นเพราะเขาที่ทำให้เดรโดกเป็นแบบนี้ แล้วเกรนเจอร์ก็เถียงกลับว่าไม่ใช่ มาดามพรอมฟรีย์บอกว่าเพราะเดรโกป่วยอยู่แล้วต่างหาก ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเขาตื่นแล้ว


เดรโกนอนมองทั้งหมดทะเลาะกันเรื่องเขา แพนซี่ยังคงกล่าวหาและเกรนเจอร์ยังคงปฏิเสธ เขาชักรำคาญเลยกระแอมในลำคอไปหนึ่งที เป็นแฮร์รี่ที่รู้ตัวก่อน เกรนเจอร์พยักเพยิดให้วิสลีย์ออกจากเตียงไปด้วยกัน แพนซี่มองหน้าเขา อันที่จริงเธอน่าจะรู้ว่าเวลานี้ควรทำอะไร

"ถ้าอย่างนั้น ชั้นจะไปบอกมาดามพรอมฟรีย์ว่านายตื่นแล้ว"


"ขอบใจนะแพนซี่" เขาว่าตอบก่อนเธอจะเดินออกไป แฮร์รี่ก้มลงมองเขา สีหน้ารู้สึกผิด เดาว่าเจ้าตัวคงตกใจกับเหตุการณ์นี้อยู่ไม่น้อย


"เป็นอะไรไปล่ะ" เขาแหย่แฮร์รี่เล่น เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง แต่ก็ยังไม่วายมาชักสีหน้ารำคาญใส่เขา ไม่รู้ตัวหรือไงว่ามันน่ามอง


"ทำไมนายไม่บอกว่าจะตกจากบัคบีค"


"ใครจะไปรู้ และอีกอย่างชั้นไม่ได้ตกลงมา ก็แค่วูบน่ะ" เขาอธิบายให้แฮร์รี่ไม่คิดมาก คนข้างเตียงเหมือนผ่อนคลายเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่คลายสีหน้าบึ้งตึง


"ก็นั่นแหละ ถ้าเกิดว่านายตกล่ะ" แฮร์รี่เถียงเขา แต่เขาว่านี่เหมือนการแสดงความห่วงใยในอีกรูปแบบหนึ่งต่างหาก


"เป็นห่วงชั้นหรอแฮร์รี่" เขายังคงแกล้งแหย่แฮร์รี่เล่น เจ้าตัวอีกอัก เดาว่าคงไม่อยากจะยอมรับในความจริงนี้เท่าไหร่


"ใครห่วงนายกัน ก็แค่รู้สึกผิดเพราะชั้นเป็นคนชวนนายต่างหาก" แฮร์รี่พูดรัวเร็ว ก้มหน้างุด พยายามเพ่งมองอย่างอื่นี่ไม่ใช่หน้าเขา ภาพที่เห็นมันดูตลกแต่เขาก็ชอบที่จะมองมันอยู่อย่างนั้น


"เอาล่ะ ไม่เป็นห่วงก็ไม่เป็นห่วง จะได้รู้ว่าที่มายืนรอให้ตื่นนี่เพราะแค่รู้สึกผิด" พูดจบเขาก็มุดผ้าห่มให้มิดคาง ได้ยินเสียงยุกยิกอยู่ข้างเตียง เอาเถอะอย่างนายทนคำพูดนี่ไม่ได้หรอก นายไม่ชอบให้ใครมองนายผิดอยู่แล้ว


"เพราะอยากแน่ใจว่าไม่เป็นอะไรมากต่างหาก" เสียงฝีเท้าเดินออกห่างจากเตียงไปตามมาด้วยเสียงของมาดามพรอมฟรีย์ เขาลอบยิ้ม อาการของแฮร์รี่มันทำให้เขามีความสุข และการแกล้งแฮร์รี่มังยังคงสนุกอยู่เสมอ


แฮร์รี่ก็เหมือนหนังสือที่ใช้ภาษาของตัวเองเขียน และก็มีแต่เพียงเขาที่อ่านมันออก



สุดสัปดาห์ที่จะถึง


  แสงจากดวงอาทิตย์เดินทางขึ้นสู่รอบใหม่ของวัน อากาศในตอนเช้าอบอุ่นกว่าปกติ เสียงนกร้องลอยผ่านหน้าต่างเพลงแล้วเพลงเล่า เดรโกไม่อยากลุกออกจากเตียง เมื่อวานเป็นวันสุดท้ายที่เขาได้รับอนุญาตให้นอนพักเนื่องจากอาการป่วยต่างๆเริ่มดีขึ้นแล้ว วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคือวิชาแรกที่เขาต้องเจอในวันนี้ เดรโกแงะตัวเองออกจากผ้าห่มได้สำเร็จ ผมเผ้ายุ่งเหยิงสะท้อนออกมาจากกระจก อย่าให้ใครได้เห็นเขาในสภาพนี้เด็ดขาด


เป็นความรู้สึกเดิมๆที่เดรโกออกจากห้องพยาบาล คนในบ้านเริ่มชินเสียแล้วกับการได้เห็นศาสตราจารย์สเนปมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อบังคับให้เขาดื่มยา ข้อสงสัยในอาการของตัวเองไม่ได้หายไปไหน แต่เพราะมีเรื่องให้เครียดคือการแข่งขันควิชดิชนัดนี้เขาอาจไม่ได้ลงเล่น นี่พ่อเขาอัดฉีดไม้กวาดเพื่อเห็นลูกตัวเองไม่ได้แข่งควิชดิชสักนัดเดียวจริงหรือนี่


"ได้ไง ชั้นจะพลาดนัดแรกกับกริฟฟินดอร์ไม่ได้" เขายืนคุยกับฟลินต์กัปตันทีมที่ตอนนี้ทำหน้าเหนื่อยใจอย่างหนัก


"ไม่รู้สิ หมู่นี้ดูเหมือนนายสุขภาพไม่ดี" ยกเหตุผลร้อยพันแปดมาอ้างยังไม่เจ็บใจเท่านี้เลย เขาคิด ใครมันจะไปอยากมีปัญหาสุขภาพตอนอายุสิบสามกัน ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมากเสียด้วย


"ตอนนี้ชั้นโอเคมาก ถ้านายอยากดูชั้นซ้อมเย็นนี้ก็จัดให้เลย" เขาจบปัญหาทุกสิ่งด้วยตัวเอง เห็นได้ชัดถึงสีหน้าลำบากใจที่สุดของฟลินต์ ก่อนจะตกลงแล้วเดินหายไป


ชั้นเรียนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดครั้งแรกของเขามาถึงแล้ว คนที่สอนพวกเขาในปีนี้คือศาสตราจารย์ลูปิน นับว่าเป็นบทเรียนที่แตกต่างจากปีก่อนๆอยู่ไม่น้อย วิธีการดึงความสนใจจากนักเรียนนั่นถือว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียว เขาว่าดีกว่าล็อกฮาร์ทเป็นไหนๆ ดูเหมือนคนหนึ่งที่ชอบอาจารย์คนนี้มากเป็นพิเศษก็คือแฮร์รี่ เขาดูสนุกกว่าวิชาอื่นๆแม้จะเทียบกับวิชาการดูแลสัตว์วิเศษที่แฮกริดเป็นคนสอน ในคาบเรียนนี้พวกเขาจะได้ลองใช้คาถาริดิคูลัสกับบ็อกการ์ด



การจลาจลขาดย่อมเกิดขึ้นทันทีเมื่ออาจารย์สั่งให้เข้าแถว กลุ่มนักเรียนบ้านสลิธีรินที่ปกติสำรวมท่าทีกว่านี้ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองในตอนนี้ได้ บ็อกการ์ดถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องตลกครั้งแล้วครั้งเล่า อันที่จริงทุกคนยังขำค้างกับร่างของศาสตราจารย์สเนปในชุดคุณย่าอยู่ไม่หาย จนถึงตาแฮร์รี่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามนึกเช่นกันว่าแฮร์รี่จะกลัวอะไร ภาพหมุนติ้วอยู่นาน แล้วร่างสีดำตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา เขาจำได้ทันที คืนนั้นบนรถไฟแฮร์รี่เจอกับอะไรบางอย่างที่เขาเองก็กลัว


ชั้นเรียนถูกยกเลิกอย่างรวดเร็ว พวกเขาถูกต้อนออกมานอกห้อง หน้าตาแฮร์รี่ยังซีดเผือดแต่ก็รับรู้ได้ถึงการมาของเขา


"ผู้คุมวิญญาณ" แอร์รี่สะดุ้งเล็กน้อยก่อนพยักหน้าหงึกหงัก เขานึกไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างที่จะทำให้คนคนหนึ่งกลัวจนฝังใจ


"ถ้านายอยากเล่า" 


"ไม่ ชั้นไม่อยากนึกถึงมัน" แฮร์รี่ตอบทันควัน แต่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่


"อาการนายเป็นไงบ้าง" แฮร์รี่ถาม จงใจเปลี่ยนเรื่องมาทางเขาเพื่อเลี่ยงหัวข้อเมื่อสักครู่


"สบายมาก"


"ดีแล้ว" เป็นคำตอบสั้นๆที่หาความหมายได้มากมายเลยทีเดียวเมื่อมันออกมาจากแฮร์รี่ แล้ววันนั้นก็มาบอกเขาว่าไม่ได้เป็นห่วง เรื่องปากไม่ตรงกับใจนี่ยกให้ที่หนึ่งเลย


"สรุปวันนั้นแค่อยากมาดูให้แน่ใจจริงๆหรอ ว่าไม่ได้เป็นอะไร" เขาถามจี้ไปถึงเหตุการณ์นั้นในห้องพยาบาล


"ต้องการอะไร เดรโก" แฮร์รี่หยุดเดินมาถามเขาตรงๆ รอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าเล็กๆ สายตามุ่งมาทางเขา


"เปล่านี่ แค่อยากแน่ใจ" เขาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แฮร์รี่มองเขาอยู่นานกว่าจะเอ่ยออก


"อยากแน่ใจในตัวชั้นหลายเรื่องจังนะ" จริงทีเดียวเมื่อนึกย้อนไปแล้ว เดรโกใช้คำประเภทนี้กับแฮร์รี่หลายครั้งมาก จนเริ่มจะคิดในใจว่าแฮร์รี่เป็นคนไม่ชัดเจนหรือเขาเองที่ไม่เข้าใจกันแน่


"อยากแน่ใจอีกเรื่องได้ไหมล่ะ" แฮร์รี่ทำท่าคิดหนัก คิ้วขมวดแต่ปากยังยิ้ม เขาเริ่มขุดคอลเลกชั่นพฤติกรรมน่าเอ็นดูของแฮร์รี่ขึ้นมาอีกก็ปรากฏว่าไม่มีแบบนี้จึงบันทึกลงไปใหม่ นี่เขาเริ่มจะเป็นบ้าขึ้นทุกทีแล้ว


"เอาเป็นว่าวันนั้นทุกคนห่วงนาย" แฮร์รี่ให้คำตอบ แต่เขารู้สึกไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละเวลาอยากได้คำอธิบายจากแฮร์รี่ทีไร หรืออาจเป็นเพราะเขาอยากได้คำตอบที่ไม่ใช่แบบนี้


"ขออะไรที่ชัดเจนกว่านี้ได้ไหม" 


"เอาอะไรล่ะเดรโก ก็บอกแล้วใงว่าทุกคน" แฮร์รี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นหน้างุนงงของเขา พยายามจ้องหน้าเหมือนลุ้นให้รู้คำตอบจากประโยคธรรมดา



"เอาล่ะๆ บอกก็ได้" แฮร์รี่ถอดใจเมื่อเห็นเวลาผ่านไปนาน เขารู้สึกโง่เง่าเสียเต็มประดา จนอยากมุดลงดินเสียให้รู้แล้วรู้รอด


"เป็นห่วง พอใจรึยัง" เสียงเรียบนิ่งเอ่ยออก แต่คนฟังกลับรู้สึกดี ก้อนเนื้อในอกตื่นเต้นราวกับว่านี่เป็นรหัสเข้าสมาคมลับอะไรสักอย่าง ฟังไม่ผิดหรอกว่าแฮร์รี่เป็นห่วงเขา จุดประสงค์ของการมาคุยในครั้งนี้เพื่อให้แฮร์รี่ลืมภาพน่ากลัวที่พึ่งเจอไปก็เท่านั้น ไม่ได้เตรียมใจมาเจอกับอะไรอย่างนี้เลย


"นายนี่ประหลาดนะเดรโก ถ้าได้คำตอบแล้วชั้นไปล่ะ" แฮร์รี่ทำท่าเหมือนจะเดินออกไปแต่เขารั้งไว้ได้ก่อน เจ้าตัวหันมาทำสีหน้าสงสัย


"เรื่องควิชดิชนัดแรก"


"ใช่ กริฟฟินดอร์เจอกับสลิธีริน"


"ลำบากใจไหม" เพราะเขาลำบากใจมากทีเดียว เหมือนทุกคนกดดันเขาเพราะปีนี้สลิธีรินจะเสียแชมป์อีกไม่ได้ในขณะที่เขาอยากให้แฮร์รี่ชนะ


"รู้ว่าเก่ง ถ้าอย่างนั้นก็ออมมือให้หน่อยแล้วกัน นะเดรโก" เอาล่ะเมื่อขอร้องกันขนาดนี้แล้วชนะไปเลยแฮร์รี่เดรโกคนนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว


เก่งจริงๆนะเรื่องทำให้คนอื่นเขาแพ้เนี่ย


"เอ่อ เดรโก" เสียงแฮร์รี่ดึงเขากลับมายังปัจจุบัน เขาเม่ออีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเขาต้องรับมือกับแฮร์รี่ ยังดีที่เขาไม่เผลอเดินกลับห้องนั่งเล่นเหมือนคราวก่อน


"ว่า เอ่อ มีอะไรหรอ" อาการลนแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาไม่บ่อยเท่าไหร่โดยเฉพาะกับคนมีสติอย่างเขา แต่ดูเหมือนต่อหน้าแฮร์รี่จะไม่ใช่เพราะเขาลนเสียจนแฮร์รี่ขำออกมา


"สุดสัปดาห์นี้นายจะไปฮอกมีดส์หรือเปล่า" เขาต้องตั้งสตินิดหน่อยกับคำถามเมื่อสักครู่ การไปฮอกมีดส์ถือเป็นกิจกรรมประจำสุดสัปดาห์ของฮอกวอตส์อยู่แล้วเมื่อขึ้นปีสาม


"แน่นอน ต้องไปอยู่แล้ว" 


"อ่อ อย่างนั้นหรอ" เขาว่าเขาเห็นอาการผิดหวังในตาแฮร์รี่แวบขึ้นมา แค่นิดเดียวแต่มันก็ทำให้เขาไม่สบายใจ


"มีอะไรหรือเปล่า รู้ไหมกับชั้นนายเล่าได้ทุกเรื่องนะ" เขาให้ความมั่นใจกับแฮร์รี่ ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้แฮร์รี่ก็เหมือนพยายามเปิดใจกับเขาอยู่ แต่ก็นะ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เขาจะรู้ไปเสียหมดยิ่งถ้าเจ้าตัวไม่เล่า


"ไม่มีอะไรมากหรอก คือมันมีปัญหานิดหน่อยทำให้ชั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ไปฮอกมีดส์ครั้งนีั้ และมันค่อนข้างอธิบายยาก" คำขยายของคำว่าอธิบายยากคือไม่สะดวกเล่าเขารู้ข้อนี้ชัดเจน แต่ที่น่าเอ็นดูคือเด็กคนนี้ไม่ยอมบอกว่าอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนเพราะตัวเองต้องอยู่ปราสาทคนเดียว ดันอ้อมโลกไปเสียไกล 


"แฮร์รี่ แค่บอกว่าไม่อยากอยู่โรงเรียนคนเดียวก็เข้าใจแล้ว"


"อะไร อยู่คนเดียวก็ไม่แย่เท่าไหร่" แฮร์รี่เลิ่กลั่กทำเอาเขาแพ้กับอาการนี้อีกแล้ว อย่ามาปฏิเสธเขาให้ยากเขาเรียนรู้การเดาพฤติกรรมคนมามากจากเบลสเพื่อนเขาเอง อันที่จริงมีแต่แฮร์รี่นี่แหละที่เขาอ่านออก แต่เรื่องเป็นห่วงเขานี่อันนี้อ่านไม่ออกเลยจริงๆ


"อย่างนั้นนายก็ต้องอยู่คนเดียวในขณะที่เพื่อนไปสนุก ลองคิดดูว่ามันจะเหงาสักแค่ไหน ไม่แย่จริงๆหรอ ชั้นไม่ไปได้นะเพราฮอกมีดส์ก็ไปมาบ่อยแล้ว เอ้ะหรือจะไปดี" พรสวรรค์การกวนประสาทคนของเขายังไม่ถดถอย แฮร์รี่เริ่มแสดงอาการที่มีข้อมูลตีกันในหัว อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด เขาล่ะเขาชอบเวลาที่ได้แกล้งคนตรงหน้าที่สุดเลย


"เอาไงครับ ที่ถามนี่ก็เพราะอยากให้อยู่ด้วยก็บอกมาเถอะ" เขาเริ่มกดดันแฮร์รี่ เจ้าตัวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ทำหน้าคิดไม่ตก มือบีบกันเป็นพัลวัล เห้อ มันคันไม้คันมือเหมือนเราเจออะไรนุ่มๆแล้วอยากบีบเสียเหลือเกิน


"แฮร์รี่ เราต้องไปเรียนวิชาต่อไป" เขากดดันอีกรอบ เผื่อว่าแฮร์รี่จะได้ตัดสินใจอะไรต่อมิอะไรได้เร็วขึ้น ยอมรับเลยว่าการแกล้งครั้งนี้เป็นครั้งที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยทำมา


"ก็ได้ๆ" แฮร์รี่เหมือนตอบไปอย่างนั้น แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอมง่ายๆ


"ก็ได้อะไรอ่ะ ไม่เห็นเข้าใจเลย รู้ไหมเวลาเราอยากให้ใครทำอะไรให้ต้องบอกเขาไปตรงๆนะ"


"เดรโก" เสียงเรียกต่ำๆบวกกับตาขวางๆ เขาเข้าใจผิดไปหรือเปล่าว่านี่เป็นเสียงขู่ของแฮร์รี่ เพราะออกจะเหมือนแมวเวลามันขัดใจแต่ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น เขามองเข้าไปในตาแฮร์รี่พยายามสื่อสารว่าที่เขาทำอยู่เพราะต้องการสอนว่าคนเราไม่จำเป็นต้องอ้อมโลกขนาดนั้น มันไม่มีใครเข้าใจเราไปเสียทุกอย่าง เพราะทุกคนไม่ได้เป็นอย่างเขาที่จะเดาความหมายจากแฮร์รี่ได้


"อยู่เป็นเพื่อนชั้น ตอนสุดสัปดาห์ได้ไหม"


"ก็แค่นั้น อันที่จริงจะบอกว่าได้ตั้งนานละ แค่อยากให้ขอกันดีๆ" เขายิ้มให้แฮร์รี่ที่ตอนนี้หน้าบูดไปเสียแล้ว เก่งเรื่องที่ทำให้เขาแพ้ก็จริง แต่อย่าได้เปิดช่องให้แกล้งเด็ดขาดเพราะบอกเลยว่าเรื่องนี้เขาชนะอย่างใสสะอาดอยู่แล้ว ไม่นานนักวิสลีย์ก็ส่งสัญญาณให้แฮร์รี่กลายๆว่าต้องไปแล้ว พวกเขาแยกกันในที่สุด ดูเหมือนว่าแฮร์รี่ต้องไปเรียนวิชาคาถาซึ่งต่างจากเขาที่ต้องออกนอกปราสาทไปต่อสู้กับสภาพอากาศที่สวนเรือนกระจกด้านนอก


พลางนึกไปถึงการฝึกซ้อมควิชดิชเย็นนี้และสุดสัปดาห์ที่จะมาถึง






-----------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อตอนไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเล้ย เอาโมเม้นต์เล็กๆมาให้ก่อน อย่าพึ่งเบื่อกันนะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #152 Copper (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 10:04
    น่ารักที่สุดเลย-ต้าวววว ดีใจที่เดรโกดีขึ้นเยอะแล้วนะคะ ฮือ นึกว่าจะเป็นอะไรไปแล้วซะอีก;-;
    #152
    0
  2. #116 Tiab_East (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:36
    คู่นี้เขาน่ารักตลอดเลย
    #116
    0
  3. #109 lp-ventus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:18
    หวานกันมากค่ะ เขินจะตายแล้วและิาจารย์ลูปินที่หายไป 555 หยอกนะคะ ชอบจัง ทั้งคู่เวลาคุยกัน เดรโกก็แพ้ทุกอย่างที่เป็นแฮร์รี่แหละ แพ้ทุกทางครับ มีตอนหนึ่งตอนที่แล้วหรือตอนนี้ก็ไม่รู้ที่เดรโกบอกแฮร์รี่ของเขา แหมมม
    #109
    0
  4. #99 Em.S.End (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:56

    พอเห็นชื่อตอนนี่ก็รออาจารย์ลูปินออก แต่ก็ไม่มาสักที 555 ไม่เป็นไรได้เห็นโมเม้นต์แบบนี้ก็โอเคแล้ว

    #99
    0
  5. #96 S.M./N.P. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:02

    น้องงงงงรี่~ทำไมต้องน่าร้ากกก ซึนจังอะ บอกคำเดียวก็ได้แล้ววว
    #96
    0
  6. #94 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:46
    เวลาถึงฉากที่คุณชายบรรยายเกี่ยวกับน้องรับรู้ได้ถึงความน่าเอ็นดูอะ น้องดูนุ่มนิ่มดูน่าบีบดูน่ากัดเหมือนมาชเมลโล่ หรือเป็นเพราะเดรกบรรยานกันแน่นะ
    #94
    0
  7. #93 blackteacup07 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:55

    น้องต้องดูแลคุณชายดีๆนะ คุณชายเขาสุขภาพไม่ดี ดูแลทุกอย่างเลย หึๆๆๆๆๆๆ
    #93
    0
  8. #92 msyokky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:47
    แหย่เค้าจังเลยน้าา เหมือนแกล้งแมวอะเดรโก เดี๋ยวก็โดนเค้างับเอาหรอก55555
    #92
    0
  9. #87 blackteacup07 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 18:01

    บอกเลยว่าติดเรื่องนี้แล้ว อ่านไปก็มีแต่คำว่าน่ารักเต็มอยู่ในหัว สนุกมากเลยค่ะ ติดตามๆๆๆ
    #87
    0
  10. #83 บุตรีแห่งปราชญ์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 02:02
    โอ้ยยย ชอบเรื่องนี้ รออ่านต่ออออ
    #83
    0
  11. #82 J'name Rbt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 12:26
    ชอบแหย่จังเลยเดรโก โหยยยย ขนาดตัวเองป่วยอยู่นะเนี่ยยย
    #82
    0