[Fanfiction: harry potter yaoi DM/HP] Harry potter and the Prince of Slytherin

ตอนที่ 8 : Section 7 Magic Effect [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

Section 7 Magic Effect

เจ้าชายกับฤดูฝน

 

  ก้อนเมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวผ่านคฤหาสน์หลังใหญ่ เสียงนกแตกฮือออกจากรังเมื่อพ่อมดตนหนึ่งปรากฏแก่สายตา ราวกับมีสวิชซ์ปิดเสียงรอบข้าง ไม่ปรากฏว่ามีสิ่งใดเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างบานเดียวที่เปิดอยู่ราวกับคนในนั้นไม่เกรงกลัวต่อเสียงฟ้าร้อง ข้างในนั้นมืดสนิท สายฟ้าฟาดลงมายังพื้นดิน แสงวาบขึ้นเหนือหัวชวนให้พรึงเพริด ใบหน้าหวานแสยะยิ้มให้จากหน้าต่างบานนั้น แม้มองจากข้างล่างก็รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว

 

ประตูเปิดต้อนรับผู้มาใหม่ ชายวัยกลางคนคำนับหัวลงต่ำเพื่อแสดงความเคารพ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาอีกระลอก ชายในบ้านสะดุ้งโหยงตัวสั่นสะท้าน ฝนตกกระทบบานหน้าต่างจนเกิดเสียงดังน่ารำคาญ ลมเย็นพัดพาเอาความหนาวเหน็บเข้าสู่ตัวบ้าน อย่ากลัวข้าเลย เจ้าก็เพียงแค่สับสน เราก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

 

หน้าร้อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดรโกนั่งเหม่อมองเม็ดฝนที่ตกกระหน่ำตั้งแต่ตอนเช้า อากาศแปรปรวนทำให้เขาป่วยง่าย ตั้งแต่วันที่ฝนตกลงมาร่างกายเขาก็ไม่เคยปกติอีกเลยนับแต่นั้น อันที่จริงเขารู้สึกถึงความผิดแปลกนี้มาตั้งแต่วันที่ออกมาจากห้องแห่งความลับ ราวกับว่าเขาถูกสาปให้เรี่ยวแรงหดหายเพราะนับแต่นั้นมาเขาก็เหนื่อยง่ายกับกิจกรรมเล็กน้อยตลอด

 

ศาสตรจารย์สเนปมาที่บ้านเขาเพื่อนำยาที่ปรุงไว้มาให้ เขาไม่อยากดื่มยาทุกชนิดที่แม่คะยั้นคะยอให้เขากิน มีวันหนึ่งที่เขาหนีไปบ้านแพนซี่ก่อนเวลาดื่มยาและวันนั้นก็เป็นวันแรกที่เขาเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้าน

 

เขาโดนกระชากมาตั้งแต่บ้านแพนซี่ ถูกบ่นตลอดทางถึงความอันตรายร้ายแรงถ้าหากเขาไม่ดื่มยาให้ครบทุกวัน หลายครั้งที่เขาถามศาสตราจารย์สเนปว่าทำไมเขาต้องดื่มมันด้วยและทุกครั้งคำตอบที่เขาได้คือ 'ทำหน้าที่ของเธอให้ดีเถอะเดรโก' จากที่เคยถูกตามใจมาตลอดกลายเป็นว่าเขาถูกห้ามทุกกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อ แม้ว่าตอนหน้าร้อนเขาจะสนุกแค่ไหนแต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว

 

เขามองตัวเองในกระจกสภาพดูเหมือนคนขี้โรคเข้าไปทุกที กระดาษถูกหยิบออกมาจากลิ้นชักหมึกสีดำที่ราคาแพงที่สุดวางไว้ตรงขวามือ ปากกาขนนกหลายขนาดวางเรียงเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะ เดรโกจรดปากกาลงบนกระดาษเพื่อเขียนจดหมาย จ่าหน้าถึงแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทเขาแล้ว

 

เบลสบอกว่านี่ดูเป็นความพยายามที่น่าทึ่งที่เขาสามารถผูกสัมพันธไมตรีกับแฮร์รี่ได้ ถึงแม้จะใช้เวลานานกว่าปกติ แต่ทั้งหมดนี่เป็นที่น่าพอใจสำหรับเขามากทีเดียว เดรโกมองออกไปนอกหน้าต่างฝนยังคงตกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นกฮูกหิมะสีขาวของแฮร์รี่พักอยู่ที่บ้านเขาหลายวันแล้ว เฮ็ดวิกจิกอาหารในมือเขาเบาๆยามที่เขาป้อนให้

 

เดรโกทรุดตัวลงบนเตียงหลับตาลง แล้วคิดถึงวันที่อากาศจะดีพอให้เขาออกไปเดินเล่น ภาพในหัวเขาแล่นผ่านรวดเร็วชวนให้คลื่นไส้เหมือนใครมาเลือกความทรงจำเขาเพื่อฉายซ้ำอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะเลือกได้เดรโกยันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงก้อนจุกขึ้นในลำคอเขา

 

เดรโกใช้มืออุดปากในหัวคิดถึงห้องน้ำแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาเขาอ้วกออกมาเต็มพื้นห้อง รสขมปร่าวิ่งวนอยู่ในปากซากอ้วกของเขาเป็นยาที่กินเขาไปทั้งหมดภายในวันนี้ เดรโกทรุดลงนั่งพิงขอบเตียงพยายามเปล่งเสียงเรียกด้อบบีั เจ้าเอลฟ์ประจำบ้านที่โดนพ่อเขาลงโทษเรื่องที่ไปทำร้ายแฮร์รี่จนเกือบตกไม้กวาดเมื่อตอนปีสอง

 

เขาไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมแต่ดูเหมือนว่าแฮ์รี่จะชอบเอลฟ์ตัวนี้มาก ทั้งๆที่นิสัยมันก็แปลกพิลึก ดอบบี้อธิบายว่าตอนที่ไปตรอกไดแอกอนมันได้ยินว่าแฮร์รี่กำลังตกอยู่ในอันตรายมันเลยแค่อยากจะช่วย เขาแค่นหัวเราะในลำคอพลางคิดอยากให้ดอบบี้รู้ความคิดเขาเหลือเกินจะได้มาช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นจากพื้นเสียที

 

หลายอาทิตย์ต่อมาท้องฟ้าเริ่มโปร่ง แต่ก็ยังมีเม็ดฝนตกปรอยๆให้เห็น คนจากกระทรวงเข้าออกที่บ้านเขาเป็นว่าเล่น เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นทำให้วุ่นวายไปทั้งสภา พ่อของเขานั่งไม่ติดบ้านแม้แต่ในวันหยุด มีนักโทษคนหนึ่งแหกคุกอัซคาบัน ในวิทยุเอ่ยชื่อซีเรียสแบล็กตลอดทั้งบ่าย หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตลงภาพชายผมยาวหน้าตาน่ากลัวที่อ้าปากตะโกนอยู่ในนั้น ข้างล่างมีภาพข่าวครอบครัววิสลีย์ที่ได้รับตั๋วเงินไปอียิปต์ในช่วงฤดูร้อน เขานึกสงสารจินนี่ขึ้นมาจับใจเด็กที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรแต่ต้องมาสละชีวิตให้พ่อมดชั่วร้ายตนนั้นแทนที่จะได้ไปสนุกกับครอบครัว

 

จดหมายของแฮร์รี่มาส่งในบ่ายวันนั้น เนื้อความในจดหมายเล่าว่า ป้ามาร์จพี่สาวของลุงแฮร์รี่มาที่บ้าน ในเย็นวันนั้นขณะที่นั่งทานอาหารค่ำ ป้ามาร์จพูดจาร้ายกาจกับแฮร์รี่มากๆจนกระทั่งแฮร์รี่โมโหแล้วควบคุมตัวเองไม่อยู่ แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเป่าลมใส่ป้าของเขามันเป็นอุบัติเหตุทางเวทมนตร์ต่างหาก แฮร์รี่ไม่โดนลงโทษอะไร และตอนนี้แฮร์รี่พักอยู่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว บรรทัดสุดท้ายในจดหมายเขียนว่า หวังว่านายคงรู้ว่าร้านหม้อใหญ่รั่วอยู่ใกล้ๆตรอกไดแอกอน

 

เขาถึงกับยิ้มออกมาเมื่ออ่านจบ แต่ก่อนเขาก็พอจะรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของแฮร์รี่สักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่เป็นแบบนั้นเสียแล้ว เดรโกนั่งมองกองไฟในเตาผิงเขารู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายเขาตอนนี้ไม่สมบูรณ์นัก เป็นเพราะคืนนั้นในห้องแห่งความลับนั่นหรือ เวทมนตร์อะไรกันที่โวลเดอมอร์จะสาปแฮร์รี่ ทำไมเขาถึงไม่ตายไปเลยในตอนนั้นถ้าโวลเดอมอร์อยากจะฆ่าจริงๆ

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ปวดหัว นอกจากแม่ของเขากับศาสตราจารย์สเนปเขาคิดว่าไม่น่าจะมีใครรับรู้เรื่องอาการของเขาอีกแม้กระทั่งพ่อ พ่อของเขาไม่เคยอยู่ที่บ้านด้วยซ้ำยกเว้นเวลานอน หรืออย่างวันนี้อยู่ที่บ้านงานของพ่อก็ตามมาถึงที่อยู่ดี เดรโกผ่อนคลายตัวเองลงแล้วหลับตาช้าๆเพียงไม่กี่นาทีเขาก็หลับใหลในที่สุด

 

หนึ่งอาทิตย์ก่อนเปิดเทอมเขาถูกสั่งห้ามออกจากบ้านเด็ดขาดทั้งๆที่ร่างกายเริ่มหายดีแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะได้หยุดยาเร็วๆนี้อย่างแน่นอน วันนี้เป็นวันที่ไม่ปกติธรรมดาที่สุดในรอบเดือน พ่อกับแม่ของเขาตื่นมาตั้งแต่เช้า ดอบบี้ถูกสั่งให้ทำมื้อเที่ยงเยอะเป็นพิเศษ ดูเหมือนวันนี้บ้านเขาจะต้องต้อนรับใครสักคน

 

ในที่สุดแขกของพ่อก็มาถึงในตอนสายๆ พวกเขาคุยกันอยู่นานในห้องทำงานของพ่อ แต่ชายคนนั้นไม่ได้มาคนเดียว คนตรงหน้าเขาตอนนี้นั่งนิ่งๆอยู่บนโซฟาเดี่ยว เป็นเด็กผู้ชายผมสีดำผิวสีขาวแต่ไม่ออกซีดเหมือนอย่างเขา สวมชุดเอี๊ยมสีดำข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวติดโบว์ตรงกลางลำคอ มองดูเหมือนตุ๊กตาเด็กผู้ชายเดินได้เสียมากกว่า เดรโกนั่งมองเด็กคนนี้มาจะชั่วโมงแล้วแต่ไม่ได้คุยกันเลยสักคำเดียว ด้อบบี้แสดงสีหน้าลำบากใจที่สุดในชีวิตเมื่อมันต้องการเปลี่ยนแก้วชาที่อยู่ในมือเด็กคนนี้แต่ไม่รู้จะพูดยังไงว่าชามันเย็นหมดแล้ว

 

เขาไม่รู้สึกอยากทำความรู้จักกับเด็กที่เงียบได้ขนาดนี้เลยสักนิด ดูจากความสูงแล้วคาดว่าคงอายุสิบหรือไม่ก็สิบเอ็ด บางทีอาจได้เจอเด็กคนนี้ที่ฮอกวอตส์ในปีนี้ก็เป็นได้ พ่อของเขากับแขกคนนั้นคุยกันเสร็จแล้วจึงมาร่วมรับประทานอาหารกันที่โต๊ะยาวกลางบ้าน จนถึงตอนนี้เด็กนี่ก็ไม่ส่งเสียงสักคำ ได้ความจากชายคนนั้นว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของพี่สาว ซึ่งเธอตายไปตอนที่คลอด มีชื่อให้เรียกว่าสั้นๆว่าเอเดน และคำขยายของเด็กคนนี้คือเขาไม่ค่อยพูด

 

เดรโกได้รับหน้าที่ให้ช่วยดูแลน้องตอนที่ไปเรียนที่ฮอกวอตส์ และได้รับคำยืนยันว่าน้องจะถูกคัดสรรไปที่บ้านสลิธีรินอย่างแน่นอน สัมภาระน้องพร้อมหมดแล้วเขาจึงไม่ต้องพาไปที่ตรอกไดแอกอน และนั่นทำให้ทั้งอาทิตย์นั้นเขาไม่ได้ไปหาแฮร์รี่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่วหรือเขียนจดหมายตอบกลับ อันที่จริงเขาลืมไปเสียสนิทเลยต่างหาก เดรโกว่านอกจากร่างกายจะอ่อนปวกเปียกแล้วความจำยังถดถอยอีก โวลเดอร์มอร์สาปให้เขาแก่ลงหรืออย่างไร บนรถไฟด่วนไปฮอกวอตส์วันนี้เขาจึงได้รับผลกรรมจากแฮร์รี่ที่เรียกว่าอาการของคนไม่พอใจเมื่อถูกทอดทิ้งหรือเบลสเรียกมันง่ายๆว่างอนนั่นเอง ฟังดูเหมือนเป็นคำที่ไม่ดีเท่าไหร่


ผู้คุมวิญญาณบนรถไฟกับเจ้าชายที่โดนสาป

 

  ในตู้รถไฟของเขาตอนนี้ไม่มีใครพูดคุยกัน เพราะฝนตกทำให้ในรถไฟมีอากาศเย็นทั้งเบลสเขาและแพนซี่จึงนอนกองรวมกันเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ฟังเสียงฝนตกกระทบบานหน้าต่างมองดูหยดน้ำที่ไหลตามกระจกลงมาเรื่อยๆ พวกเขานอนทับกันที่ฝั่งหนึ่งของที่นั่ง ส่วนฝั่งตรงข้ามคือเด็กผู้ชายที่เดรโกได้เป็นผู้รับผิดชอบ เอเดนนั่งนิ่งๆเงียบสนิทและเหม่อมองไปทางหน้าต่างเหมือนพวกเขา

 

อาจเป็นเพราะความอึดอัดระหว่างกันถึงไม่มีใครเปิดปากพูด เขามองหน้าเบลสเพื่อขอความเห็น เบลสยักไหล่ไม่มีความเห็นใดๆออกมา เขาไม่เคยเจอเด็กคนไหนเงียบได้เท่านี้มาก่อน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องถามนู่นนี่บ้าง ไม่ใช่ทำเหมือนตัวเองรู้ไปหมดจนไม่จำเป็นต้องถามอะไรแล้ว

 

เดรโกเบื่อจะคิดหาเรื่องคุย เลยปล่อยเลยตามเลยอยากจะเงียบก็เงียบไป เขาคิดว่าจะออกไปหาแฮร์รี่สักหน่อยเพราะเมื่อตอนก่อนขึ้นรถไฟแฮร์รี่ไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นเปิดประตูก็เกิดเสียงล้อรถไฟบดเบียดกับรางจนแสบแก้วหู ตู้รถไฟโยกไปมาเล็กน้อยก่อนจะหยุดลง เบลสกับแพนซี่ลุกขึ้นมานั่งตัวตรงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เดรโกแน่ใจว่าพวกเขายังไม่ถึงฮอกวอตส์

 

เสียงตะโกนโวยวายดังขึ้นรอบตัว เสียงเลื่อนประตูเปิดออกพร้อมกับคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นไฟในตู้เขาก็ดับลง เขาขยับไปนั่งข้างๆเอเดนแล้วจับมือเอาไว้ หวังว่าเด็กคนนี้จะไม่กลัวความมืด เสียงหวีดหวิวของอะไรบางอย่างแทรกเข้ามา ความเย็นยะเยือกเข้าประทะร่างกายจนสั่นสะท้าน เอเดนเริ่มเบียดเข้ามาใต้แขนเขาเสียงหายใจดังกว่าปกติ

 

เงาตะคุ่มของอะไรบางอย่างผ่านประตูตู้เขาไป วูบหนึ่งที่เดรโกคล้ายว่าไร้ความรู้สึก ความผิดหวังเสียใจตีตื้นขึ้นมาในอกโดยไม่มีเหตุผล ราวกับว่าโลกใบนี้ไร้ซึ่งความสุขไปเสียแล้ว ในความมืดเขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่รุนแรงที่สุด ไม่ใช่จากเขาแต่จากคนข้างๆเขาต่างหาก

 

ผ่านไปไม่กี่นาทีแต่รู้สึกว่านานโข แสงไฟกลับมาสว่างเหมือนเดิมแล้ว รถไฟเคลื่อนที่ต่อราวกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดดังมาจากกลางขบวน แพนซี่ลุกออกไปเพื่อถามว่าเมื่อสักครู่นี้มันคืออะไร เอเดนยังคงมุดเขาอยู่อย่างนั้นเขาจับได้ถึงอาการสั่นน้อยๆของคนข้างๆ เบลสพยายามอย่างมากที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้เดาว่าเจ้าตัวก็รู้สึกเหมือนกันกับเขา

 

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เกิดความรู้สึกประหลาด แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เป็นคนเดียว ลักษณะอาการที่คล้ายกันนี้มีอย่างเดียวให้สงสัยแต่เดรโกไม่เข้าใจว่าทำไม เหตุใดผู้คุมวิญญาณถึงมาที่นี่แทนที่จะอยู่ที่คุกอัซคาบัน

 

แล้วข่าวลือเรื่องนี้ก็ขยายวงกว้างทันทีที่ถึงฮอกวอสต์ แต่มีข่าวเดียวที่เดรโกให้ความสนใจ คือแฮร์รี่เป็นลมขณะที่เจอกับผู้คุมวิญญาณ เขาได้แต่ภาวนาให้มันไม่เป็นเรื่องจริง แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะอันตรายถึงตายสักแค่ไหน ก็เป็นแฮร์รี่มาตลอดอยู่แล้วที่เกี่ยวข้องกับมัน

 

ภายในห้องโถงกลางใต้แสงเทียนที่จุดติดนับพันเล่ม สายตาของทุกคนมองรวมกันอยู่ที่จุดเดียว คือพิธีการคัดสรรเข้าบ้านต่างๆของเด็กปีหนึ่ง เขาเห็นเอเดนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน มองหมวกคัดสรรเขม็งยามที่มันเปิดปากพูด รู้สึกสงสัยว่าเสียงเอเดนจะเป็นอย่างไรเวลาที่เจ้าตัวพูด

 

งานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอมเสร็จสิ้นลง เอเดนได้อยู่บ้านสลิธีรินตามที่น้าของเด็กนี่บอก เขาเห็นเอเดนมองไปทางเด็กบ้านกริฟฟินดอร์กลุ่มหนึ่ง เป็นพวกปีหนึ่งที่หัวเราะกันเสียงดังอยู่ตรงทางออก คงมีเพื่อนอยู่ในกลุ่มนั้นล่ะสิท่า เขากำลังจะบอกให้เอเดนเดินตามเขามาก็เหลือบไปเห็นแฮร์รี่เสียก่อน

 

แฮร์รี่กำลังยืนคุยอยู่กับเพื่อนของเขาใกล้ๆกับกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่เขามองเมื่อตอนแรก เขายืนมองอยู่สักพักพลางคิดว่าเข้าไปหาดีหรือไม่ แต่แฮร์รี่ดันหันมามองเห็นเขาเสียก่อน เจ้าตัวมองเขาแวบหนึ่งแล้วหันไปคุยต่อราวกับไม่อยากเห็นหน้าเขา เดรโกจึงดันเอเดนให้รีบเดินไปกับกลุ่มพรีเฟ็คที่แหกปากตะโกนเรียกอยู่

 

เขาเดินไปหาแฮร์รี่เพื่อถามถึงเหตุการณ์บนรถไฟ เจ้าตัวสูงขึ้นมากจนเกือบจะเท่าเขาอยู่แล้ว ผมเผ้ายุ่งเหยิงยังไงก็ยังคงยุ่งอยู่อย่างนั้น แว่นตากลมบนใบหน้ายังคงเอียงกระเท่เร่เหมือนเป็นเด็กๆ เดรโกสัมผัสได้ถึงสายตาสงสัยของเกรนเจอร์ และความอัมหิตเล็กน้อยแผ่ออกมาจากวิสลีย์ ดูเหมือนว่าความเสียใจของเขาในตอนปีสองที่มอบให้จินนี่จะไม่มีผลกับความเกลียดชังส่วนตัวของวิสลีย์เท่าไหร่

 

“ชั้นอยากคุยกับนาย” เดรโกบอกความต้องการของตัวเองไปให้แฮร์รี่ได้ยิน เขาพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรตอบทั้งยังไม่ยอมมองหน้าเขาอีกด้วย

 

“แค่สองคน” เขาบอกวัตถุประสงค์ไปอีก แฮร์รี่หันขวับมองเขา แล้วเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาเร็วกว่ารีบกระชากคนตรงหน้าให้เดินตามมาแถวๆทางไปคุกใต้ดิน แฮร์รี่ไม่ส่งเสียงสักแอะพอหันกลับมาก็เห็นเจ้าตัวทำหน้าเบื่อหน่ายกับเขาเสียเหลือเกิน เขาขมวดคิ้วกลับไปนึกสงสัยว่าทำไมไม่โวยวายอะไรเลยสักนิด

 

“ชั้นควรชินกับการถูกนายลากไปไหนต่อไหนแล้วใช่มั้ย” แฮร์รี่ถามขึ้น อันที่จริงเขาคิดว่ามันฟังดูเหมือนเป็นการประชดเสียมากกว่า

 

“ก็คงอย่างนั้น” เดรโกตอบ ยังคงมองคนตรงหน้าที่หลบสายตาเขาไม่หยุด เขารู้ว่าแฮร์รี่อารมณ์เสียมากแค่ไหน แต่เจ้าตัวกลับไม่พูดอะไร ทำไมเขาต้องทนไม่ได้กับความเงียบนักก็ไม่รู้

 

“นายโกรธที่ชั้นไม่ไปร้านหม้อใหญ่รั่วหรอ” เขาลองถาม แฮร์รี่ยังคงนิ่งเสมองไปทางไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าเขา

 

“เปล่า” แฮร์รี่โกหก เขาดูออกง่ายมาก เพราะสิ่งที่แสดงออกอยู่ตอนนี้มันสวนทางไปหมด

 

“มีผู้คุมวิญญาณมาที่ห้องวอตส์ตามที่ดัมเบิ้ลดอร์ประกาศ” เขาเปลี่ยนมาพูดเรื่องอื่นทันที ให้แฮร์รี่เข้าใจว่าตัวเองโกหกสำเร็จ

 

“แล้วยังไง” แฮร์รี่ยังคงตอบด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่เขาสังเกตเห็นมือที่กำแน่นภายใต้เสื้อคลุม เหมือนกับว่าเจ้าตัวพยายามที่จะไม่คิดถึงมัน

 

“และชั้นแน่ใจว่าตอนที่รถไฟหยุดกลางทาง ผู้คุมวิญญาณเข้ามาข้างใน มันผ่านตู้ชั้นไปกลางขบวน” แฮร์รี่ก้มหน้างุด คงรู้แล้วเป็นแน่ว่าที่เขาลากมาถึงนี่เพราะอะไร คนตรงหน้าตัวสั่นเล็กๆหายใจเร็วแรงจนเขาตกใจ เกิดอะไรขึ้นบนรถไฟอย่างที่ข่าวลือว่าจริงๆ

 

“นายเป็นอะไรรึเปล่า” เขาเห็นท่าทีไม่ดีเกิดขึ้นกับแฮร์รี่ เจ้าตัวยิ่งก้มหน้าลงไปใหญ่เมื่อเขาพยายามจับให้เงยขึ้น มือพยายามแกะมือเขาออกจากการกอบกุม เล็บจิกเข้าไปในเนื้อเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมปล่อย เดรโกยิ่งออกแรงยื้อยุดกับแฮร์รี่เข้าไปอีกเมื่อได้ยินเสียงสูดหายใจเข้าแรงๆ

 

“แฮร์รี่!” เขาตะโกนให้แฮร์รี่หยุดเพราะยิ่งเขาต้องออกแรงยื้อมากเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น

 

“ทำไมนายถึงไม่มาร้านหม้อใหญ่รั่ว” เขาพูดเสียงเบาจนเดรโกแทบไม่ได้ยิน มือหยุดแกะมือเขาออกแล้วเปลี่ยนมาดึงเสื้อคลุมเขาแทน เขาไม่รู้จะตอบอะไร ทำไมแฮร์รี่วกกลับมาเรื่องนี้ได้

 

“จะไม่มาก็น่าจะบอก แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าจะมาเจอกันบนรถไฟ” แฮร์รี่ยังคงพึมพำอยู่อย่างนั้น น้ำเสียงขาดห้วงแต่ไม่ใช่เพราะร้องไห้ เขาขยับเข้าหาแฮร์รี่พยายามให้เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

“มีผู้คุมวิญญาณเข้ามาในตู้ของชั้น” เขาใจกระตุก ร่างชาวาบทั่วทั้งตัว แค่เพียงเงาสีดำลอยผ่านไปก็สร้างความหวาดกลัวให้เขาได้ขนาดนั้นแล้ว แต่แฮร์รี่เจอเข้ากับมันเต็มสองตาแบบนั้น ไม่แปลกที่จะกลัวเวลาที่นึกถึง

 

“มันทำอะไรบางอย่าง..ชั้นไม่รู้..แต่มันทำให้...”ถึงตอนนี้แฮร์รี่ตัวสั่นสะท้าน เสียงขาดหายไปราวกับหมดแรงจะพูดต่อ มือกำอยู่ที่เสื้อคลุมเขาแน่นจนซีด เดรโกเข้าสวมกอดแฮร์รี่ในที่สุด ก่อนหน้านี้ในห้องโถงแฮร์รี่พูดคุยสนุกสนานกับทุกคนปกติ โดยที่คนอื่นไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์น่ากลัวพึ่งเกิดขึ้นกับแฮร์รี่ไป เขากระชับอ้อมกอดแน่นพยายามให้คนข้างหน้าแน่ใจว่าสามารถไว้ใจเขาได้

 

“นาย...จะไม่ว่าอะไร..หน่อยหรอ” เสียงอู้อี้ของแฮร์รี่ถามเขา เขายกยิ้ม แฮร์รี่กลัวว่าเขาจะตะโกนใส่เหมือนเมื่อก่อนเลยชิงพูดทุกอย่างออกมาแบบนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอันที่จริงเขาตั้งใจจะมาพูดดีๆด้วยต่างหาก เขารู้ดีว่าแฮร์รี่ของเขาคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไป อันตรายต่างๆที่เกิดขึ้นก็มาจากคนที่ตั้งใจทำให้มันเกิดกับแฮร์รี่อยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่คิดว่าแฮร์รี่จะกลัวเขาดุถ้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตายอีก ช่างน่าเอ็นดูอีกแล้ว

 

“จะให้ว่าอะไรล่ะ ก็นายบอกมาหมดแล้ว” เขาตอบแฮร์รี่ เจ้าตัวเหมือนอึดอัดที่โดนกอดเลยพยายามดิ้นขลุกขลิกอยู่ในอ้อมแขนเขา เดรโกปล่อยให้ดิ้นอยู่อย่างนั้นแล้วพูดต่อ

 

“ที่ชั้นไม่ไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่วก็เพราะชั้นลืม”

 

“ลืมหรอ” แฮร์รี่เงยหน้ามาถามเขา คิ้วขมวดเป็นปมใหญ่กลางหน้าผาก

 

“ฟังให้จบก่อนสิ ที่ชั้นลืมก็เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการเยอะไปหน่อยน่ะ” แฮร์รี่ยืนฟังเงียบๆปล่อยให้เขาใช้มือลูบผมที่ยุ่งเหยิงของเจ้าตัวเรื่อยๆ

 

“และชั้นก็กำลังจะไปหานายตอนที่อยู่บนรถไฟ แต่ผู้คุมวิญญาณดันมาก่อน” เขายังคงลูบผมเจ้าตัวต่อไปแบบนั้น แฮร์รี่ยืนนิ่งเงียบ เขานึกสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวไม่ตอบรับอะไรเลยจึงดันแฮร์รี่ออก แฮร์รี่เงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าที่พอจะเดาได้ ว่ากำลังสงสัยที่เขาผละออกจากตัว มือดึงเอาเสื้อคลุมเขาไปด้วยแต่ไม่ได้กำแน่นเหมือนเคยแล้ว

 

“เข้าใจที่พูดรึเปล่า” เขาถามเมื่อเห็นเจ้าตัวยังไม่พูดอะไร แฮร์รี่พยักหน้าหงึกหงักเป็นอันว่าเข้าใจ เขากำลังจะบอกให้แฮร์รี่กลับไปนอน แต่โดนแฮร์รี่ดึงเสื้อเอาไว้แล้วโน้มตัวมาหาเขา เขาเห็นใบหน้าเล็กๆค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ เดรโกตาเบิกโพลงยืนแข็งทื่อ แฮร์รี่กำลังฝังจมูกลงบนเสื้อคลุมเขาแล้วสูดเอากลิ่นเข้าไปเต็มปอด

 

“หอม” แฮร์รี่บอกเงยขึ้นมองหน้าเขาแล้วโบกมือลาก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้เขางุนงงอยู่กับสภาวะไร้จิตวิญญาณไปชั่วขณะ ปัญหาต่างๆถูกคลี่คลาย ข้อสงสัยทั้งหมดถูกตอบ แต่เขายังยืนงงอยู่ที่เดิม นี่เขาโดนแฮร์รี่สาปหรือยังไง

 





-------------------------------

เป็นเพื่อนกันกอดกันได้

----------------------------

#เจ้าชายสลิธีริน




สมก๋อย22102018

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

161 ความคิดเห็น

  1. #157 obo224 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 00:53
    ขี้อ่อยยยย ร้ายนะลูกกก
    #157
    0
  2. #155 PPlloyyyyyyyyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 10:41
    เพื่อนกันก็ทำได้แค่กอดแหละ!!! //เดรโกไม่ได้กล่าว
    #155
    0
  3. #150 Copper (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:19
    เจ้าแสบบบบบ ทำเจ้าชายโดนสาปซะแล้ววว
    #150
    0
  4. #117 McDonan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:30
    -ตัวแสบ -ตัวน่ารัก -ตัวน่าเอ็นดู ฮือ ยังมีหน้ามาทำไม่รู้ไม่ชี้อีก! เดรกแข็งตายไปแร้วนะช็อตนี้ ฮือ
    #117
    0
  5. #107 lp-ventus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:05
    คุณพระคุณเจ้า ไม่ทันได้เตรียมใจว่าเจอซีนนี้ เห็นยื้อๆกำๆอยู่นาน น่ารักมากค่ะแฮร์รี่ อยากจะฟัดเข้าทุกทีเลย เดรโกเป็นคอมฟลอตโซนของแฮร์รี่ซินะ คนอ่านทางนี้เขินจนปิดหน้าแล้วจ้า น้องเอเดนก็มา แง น่าเอ็นดูอีกคนกลัวจนมุดๆพี่เดรโกเลยนะ เดรกก็ดูแลดีมากถึงจะไม่ได้พูดกันเลยก็ตาม
    #107
    0
  6. #90 คนเลี้ยงกวาง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 11:32
    ฟืกคนทดรไนสกาหยดทำ รี่ขี้อ้อนน แง๊ อยากเจอคุณชายหรอ คุณชายเรื่องนี้อ่อนโยนมากแง๊
    #90
    0
  7. #71 notyourjem (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:05
    เพื่อนกันดมเสื้อกันแบบนั้นได้หรอออออ น้องรี่กลัวเดรกดุได้น่าเอ็นดูมากจริงๆๆๆ แง้งงงง
    #71
    0
  8. #69 kimiwasunshine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 01:34
    แฮร์รี่! ถ้าชุ้นเป็นเดรกชุ้นจะไม่ทน! แต่เดรกก็คือเดรกแหละ ตัวแข็งไปเลย!5555
    #69
    0
  9. #67 wang nai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 22:27
    อ่ะน่ะ เพื่อนสนิท

    ซุก กอด ดม

    จ้า เฟรนด์โซนยิ่ง
    #67
    0
  10. #66 p0021 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:29
    หอมขนาดไหน หอมมากไหม ฮื่ออออ น้องไปหอมแบบนั้นไม่แฟร์เลยให้เดรโกหอมคืนด้วยสิเเต่ต้องหอมแก้มนะ555
    #66
    0
  11. #65 J'name Rbt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:45
    *กรีดร้อง*

    แก๊ เขาไม่ใช่เพื่อนกันล๊าวววววววววว

    ฮือ หอม หอมด้วยอ่ะ หอม ฮืออออออออ
    #65
    0
  12. #64 msyokky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:09
    อยู่ๆไปดมเค้าอะลูก หนูยังไงของหนูเนี่ยเจ้าแฮร์55555
    #64
    0
  13. #63 Boonyisa Rodpat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:05
    อะไรอะะะยัยน้องงงไปดมเขาละพูดแบบนี้ได้ไงงงง /เพื่อนกันดมเสื้อกันได้
    #63
    0
  14. #61 เด็กสาวขี้แย/Baby Girl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 13:35
    เดรกกกกกก

    สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #61
    0
  15. #60 พี่ทอมฮิน่ารักจังงิ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 00:14
    น้องเดรกต้องไปอ้อนแฮรี่แล้ว บอกไปเลยจิตใจอ่อนแอเพราะไม่ได้อยู่ใกล้เธอ //โดนรอนตบกลับมา
    #60
    0