[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 16 : เหนือปลายเมฆ ☆ XV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 430 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XV

ผมเคยคิดว่าพาคุณวิ่งออกมาได้ไกล แต่เปล่าเลยคุณยังคงอยู่ที่เดิม

 

เตวิณจำไม่ได้ว่าที่เขาเคยรีบร้อนจะไปเจอใครสักคนมากมายขนาดนี้มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว เขาจำไม่ได้ว่าล่าสุดที่ทำหัวใจของตัวเองเต้นอย่างหวาดกลัวมันนานแค่ไหนกันที่เคยเกิด รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ร่างกายของเขากำลังเร่งเร้าให้ตัวเองวิ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดเพื่อไปหาใครอีกคนที่กำลังรอเขา

ใครอีกคนที่มีน้ำเสียงสั่นเทาในสายโทรศัพท์ดั่งคนใจแตกสลาย

ร่างหนาวิ่งตรงไปยังประชาสัมพันธ์ทันทีที่สายตามองเห็นก่อนจะเอ่ยชื่อจริงและนามสกุลของคนที่เขาต้องการไปเจอมากที่สุดในตอนนี้ เมื่อได้ข้อมูลจึงรีบวิ่งอีกครั้งไปยังห้องพักที่สมองจดจำเลขห้องและชั้นมา จนปลายเท้าหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักผู้ป่วย มือหนาค้ำไว้ที่บานประตูสีขาวก่อนจะหอบหายใจอย่างหนักเพราะความเหนื่อยที่วิ่งติดต่อกันมาหลายนาที หลังจากนั้นจึงค่อยๆเลื่อนประตูเปิดเข้าไปและสอดส่องสายตามองหาคนตัวเล็กที่ควรจะอยู่ในห้อง

แต่ห้องพักผู้ป่วยกลับไร้ซึ่งมันหวานทั้งที่เตียงที่ว่างนั้นแสดงชื่อและนามสกุลของเพื่อนเขาไว้อย่างชัดเจน แล้วมันหวานไปไหน?

มือหนาจัดการหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์และรีบต่อสายหาคนตัวเล็กทันที รอไม่นานก็มีการตอบรับจากปลายสายพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดแน่น

มันหวาน ติณมาหาแล้ว มันหวานอยู่ไหน” เขากรอกเสียงลงไปด้วยความร้อนรน

[มันหวาน ฮึก.. บันไดหนีไฟ]

บันไดหนีไฟ?”

[หามันหวานนะ ฮื่ออ เตวิณมาหามันหวานนะ]

จะรีบไป อย่าวางสายนะ” เตวิณจับมือถือแนบหูแน่นก่อนจะรีบเปิดประตูและออกวิ่งอีกครั้ง เขามองซ้ายขวาก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับป้ายบอกทางไปยังบันไดหนีไฟ ไม่รอช้าสองขาพากันสับวิ่งไปทันทีทั้งที่ความเหนื่อยในคราแรกยังไม่ทันได้หายไป

ปึง!

เสียงของประตูถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงก่อนที่สายตาจะปรากฏร่างคนตัวเล็กที่นั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่บนพื้นบันไดโดยมีโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกาย

เตวิณกดวางสาย เขาก้าวเท้าไปหามันหวานด้วยความรู้สึกที่ปลายเท้าหนักอึ้ง เขาไม่เคยเห็นมันหวานเป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นร่างเล็กร้องไห้จนตัวสั่นเทิ้มจนไม่กล้าแตะต้องขนาดนี้ ภาพสะท้อนในแววตาของเขาในตอนนี้มันหวานช่างเปราะบางมากมายเหลือเกิน

มันหวาน..” ชายหนุ่มค่อยๆคุกเข่านั่งลงข้างคนที่กำลังสั่นไหวก่อนจะแตะปลายนิ้วที่ท่อนแขนบางภายใต้ชุดของโรงพยาบาล

คนตัวเล็กนั้นค่อยๆเงยหน้ามาสบตากันด้วยดวงตาบอบช้ำที่แดงก่ำ หน้าของมันหวานแดงจัดไม่ต่างจากปลายจมูกที่เตวิณเคยคิดว่ามันช่างน่ารักเหมือนเต่าแซมมี่ตัวน้อยๆ นิ้วเรียวยาวที่สั่นเทานั้นค่อยๆแตะลงที่ใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา และค่อยๆละเลียดเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน แต่เหมือนยิ่งพยายามเช็ดอีกคนยิ่งร้องไห้ออกมาจนใจที่บีบรัดของเตวิณเริ่มกลั่นเป็นความเจ็บปวด

เตวิณ ฮื่อออ!!” คนตัวเล็กโถมตัวเข้ากอดจนเสาน้ำเกลือที่ตั้งอยู่แทบล้มตามลงมา มันหวานกระชับกอดเอวหนาแน่นในขณะที่ใบหน้าก็ฝังไว้ที่ลาดไหล่กว้างที่ไม่เคยสัมผัส

เสียงร้องสะอื้นอย่างไม่ปิดบังดังระงมไปทั่วบันไดหนีไฟ ร่างกายที่สั่นเทานั้นทำให้คนตัวโตกว่าต้องโอบกอดปลอบประโลมมากกว่าเดิม เตวิณลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ปล่อยให้อีกคนร้องไห้ออกมาเท่าที่อยากทำ ปล่อยให้ลาดไหล่ของตัวเองซับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดของคนตัวเล็กกว่า

เตวิณไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมันหวานเพราะอีกคนไม่บอกรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมนอกจากร้องไห้ให้ได้ยินผ่านสายสนทนา และบอกให้รีบมาเพราะตัวเองไม่เหลือใคร แต่ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นเรื่องของผู้ชายคนนั้น คนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของมันหวานเหลือเกิน

ฮึกทำไม.. มันหวานเจ็บจังเลยเตวิณ

...

เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลย..มันหวานจะตายไหม” เสียงที่เคยหวานใสในความรู้สึกขาดห้วงเหมือนคนที่ไม่มีแรงจะพูด เตวิณไม่เข้าใจว่าที่มันหวานบอกว่าเจ็บนั้นมันคือความเจ็บระดับไหน แต่ที่รู้ในตอนนี้แค่มันหวานเจ็บเขาก็รู้สึกเจ็บ

เป็นครั้งแรกที่เขาคิดอยากจะเจ็บแทนคนอื่น

แต่มันเป็นความเจ็บที่ทดแทนกันไม่ได้ เพราะถ้าทำได้เตวิณคงไม่ลังเลเลยที่จะนำความเจ็บที่คนตัวเล็กกำลังเผชิญมาแบบรับไว้เอง

มันหวานจะไม่เป็นอะไรถ้าติณอยู่ตรงนี้” เขาลูบเส้นผมนุ่มของอีกฝ่ายหวังเพียงให้อย่างน้อยแรงสะอื้นของคนในอ้อมกอดนั้นคลายลง แต่เหมือนความเจ็บปวดของมันหวานในตอนนี้จะมีมากมายเหลือเกิน แรงสะอื้นแสนสั่นเทาของคนตัวเล็กถึงไม่ลดลงแม้แต่น้อย

หมอปลาย.. เขา ฮึก

...

เขา อึกโกหก..

ชู่ว.. ไม่เป็นไร ถ้าพูดถึงเขาแล้วมันเจ็บปวด ติณไม่รู้ก็ได้ครับ

ฮื่อ

ติณมาหาเพื่อให้มันหวานรู้ ว่ามันหวานไม่ได้อยู่คนเดียว

...

กอดติณให้แน่นๆ ใช้ไหล่ติณซับน้ำตา ไม่ต้องห่วงนะ ติณจะรับมันไว้เอง

ที่ผ่านมามันหวานจะวางเขาไว้ตรงจุดไหนของชีวิตก็ช่าง แต่ตอนนี้เขาหวังเป็นเพียงที่พึ่งยามที่อีกคนเจ็บปวด จะกอดเขาจนเขาหายใจไม่ออก จะร้องไห้จนเสื้อผ้าเขาเปียกก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่ตอนนี้คนที่ได้โอบกอดปลอบประโลมมันหวานเป็นเขาแค่นั้นก็เพียงพอ

ฮึก” ร่างเล็กยังคงร้องไห้อยู่แบบนั้นเหมือนความเจ็บปวดมันระบายออกมาไม่หมดเสียที เตวิณไม่รู้ว่าผ่านมากี่นาทีแล้วที่เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของมันหวาน แต่ไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวอีกคนกำลังทำให้เขาเป็นกังวลว่าอาการป่วยของมันหวานจะหนักมากกว่าเดิม

มันหวาน ไหนติณขอวัดไข้หน่อยนะ” เขาค่อยๆละอีกคนออกจากอ้อมกอด มองใบหน้าหวานที่แดงจัดไม่ต่างจากริมฝีปากที่แดงแจ๋ เตวิณเอามือทาบแก้มและหน้าผากของคนตัวเล็กเบาๆ และรับรู้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนมากกว่าตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย

เราปวดหัว..เหมือนจะระเบิด” เสียงติดสั่นเอ่ยบอกก่อนที่เตวิณจะใช้ปลายนิ้วโป้งของตัวเองเช็ดน้ำมูกใสของอีกฝ่ายออกให้อย่างไม่นึกรังเกียจ

มันหวานจะปวดหัวก็คงไม่แปลก ไข้เก่ายังไม่หายแถมยังมาเจอการร้องไห้อย่างหนักจนตาบวมขนาดนี้ไข้ก็คงขึ้นเป็นธรรมดา

เตวิณตัดสินใจว่าควรพาคนตัวเล็กไปพัก เขาประคองคนตัวบางให้ลุกขึ้นยืนแม้มันหวานจะแทบไม่มีแรงพยุงตัวเองแล้วก็ตาม

มันหวานต้องไปพัก ติณจะพาไป

อื้อ” มันหวานรับคำอย่างว่าง่าย คว้าโทรศัพท์มาถือไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กำเสาน้ำเกลือไว้แน่นและปล่อยให้ท่อนแขนแกร่งของคนตัวโตกว่าโอบรอบเอวไว้เพื่อประคองกันก้าวขึ้นบันได

เตวิณเหลือบตามองคนข้างกายในขณะที่เท้าของเขาทั้งคู่ก็กำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อกลับห้องพัก มันหวานยังคงปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลออกมาไม่หยุด ปล่อยให้มันหยดกระทบลงพื้นที่เงาวับโดยไม่คิดจะเช็ดมันออกเลยสักนิด

ถ้าความเจ็บมีสิบระดับ เตวิณคิดว่าความเจ็บของอีกฝ่ายก็คงอยู่ในระดับที่สิบ

พวกเขาพากันมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องพักก่อนที่เตวิณจะเป็นคนเปิดเข้าไป เขาประคองมันหวานให้เดินเข้าไปยังเตียงของตัวเอง ตั้งเสาน้ำเกลือเข้าที่ให้ ประคองคนตัวเล็กให้ขึ้นเตียงก่อนจะปรับตรงหัวเตียงให้เมื่อมันหวานเลือกที่จะนั่งพิงแทนที่จะล้มตัวลงนอน

ปวดหัวมากใช่ไหม ติณเรียกพยาบาลให้นะ

ไม่เอา” นิ้วที่กำลังจะกดปุ่มเรียกพยาบาลหยุดชะงัก ทั้งที่นาทีนี้มันหวานควรจะได้กินยาแต่ไม่รู้ทำไมเพียงแค่น้ำสียงอ่อนแรงพร้อมกับสายตาแสนน่าสงสารนั่นจึงทำให้เขาตามใจมันหวานทั้งที่ไม่ควรอย่างนี้

โอเค แล้วอยากได้อะไรไหม” เขาถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะดึงทิชชูตรงหัวเตียงมาซับน้ำตาให้อีกคน

มันหวานส่ายหน้าก่อนที่มือเล็กจะจับมือหนาของอีกฝ่ายที่พยายามเช็ดน้ำตาให้กันออกมาจากใบหน้าของตัวเอง คนตัวเล็กกุมมืออีกฝ่ายไว้หลวมๆและมองแววตาที่ไม่ปกปิดเลยซึ่งความห่วงใยมากมายในแววตา

ขอบคุณที่มา” บีบฝ่ามือหนาเบาๆ พยายามอยากจะยิ้มให้อีกคนเหมือนเวลาที่เจอหน้ากันที่มหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้สำหรับมันหวานเพียงแค่ยิ้มออกมายังทำไม่ได้เลยสักนิด

ไม่มาได้ไง น้องเต่ากำลังงอแง” ชายหนุ่มเอ่ยกลับพลางยิ้มบาง ไม่อยากให้อีกคนเศร้ากว่าที่เป็นอยู่แม้จะรู้ว่าตัวเองมาก็ไม่ได้ช่วยให้ความเจ็บปวดของมันหวานลดน้อยลงเลยสักนิด

แต่แค่อยากมาเพื่อให้รู้ว่าเขาจะอยู่กับมันหวานไม่ไปไหนหากคนตัวเล็กต้องการ

แฟนเก่าของหมอปลายกลับมา..” ริมฝีปากที่แดงจัดจากพิษไข้ค่อยๆเอ่ยออกมา คนตัวเล็กเงยหน้ามองเพดานเพราะน้ำตากำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง มันหวานอยากหยุดร้องไห้เพราะตอนนี้ตัวเองปวดกระบอกตาไปหมด แต่เหมือนร่างกายจะไม่ฟังกันเลยสักนิด เพราะเพียงแค่คิดน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เขาอยู่ที่นี่ ป่วยพร้อมมันหวาน

...

ต..แต่เตวิณรู้อะไรไหม..” น้ำเสียงแสนสั่นเครือนั้นขาดห้วง  เตวิณจับมืออีกคนแน่นก่อนจะใช้หลังมือข้างที่ว่างเช็ดน้ำตาให้คนบนเตียงอีกครั้ง “หมอปลายไม่มาหามันหวานเลย

...

เขาเป็นห่วงแฟนเก่าของเขา ฮึก..จนลืมว่าเราก็อยู่ตรงนี้

มันหวาน” มองฝ่ามือเล็กที่กำเสื้อผ้าตรงอกด้ายซ้ายของตัวเองแน่น “พอแล้ว ไม่ต้องเล่าแล้วนะ

ไม่อยากให้เจ็บไปมากกว่านี้แล้ว

ลืมไปได้ยังไง ฮื่ออ เตวิณ” มันหวานคล้ายคนหมดที่พึ่งพิง เขาโถมตัวคว้ากอดเตวิณที่นั่งอยู่เต็มแรง กระชับท่อนแขนรอบคอของอีกฝ่ายและซบใบหน้าไว้ที่ท่อนแขนของตัวเอง “มันหวานทั้งคน ..หมอปลายลืมได้ยังไง

” นั่นสิ เตวิณก็ไม่เข้าใจว่าหมอคนนั้นลืมคนตัวเล็กไปได้ยังไง คนที่เลิกเรียนเมื่อไรก็รีบไปหาทันที คนที่ร้องไห้ในวันนั้นเพราะรู้ว่าอีกคนบาดเจ็บจากการถูกรถชน คนที่ปลายเมฆหึงจนแทบจะมีเรื่องกับเขาให้ได้

ผู้ชายคนนั้นลืมไปได้ยังไงว่าเคยแสดงความหวงคนตัวเล็กออกมามากแค่ไหน ลืมได้ยังไงกับความรักมากมายที่มันหวานเฝ้ามอบให้

ปลายเมฆลืมมันไปได้ยังไงกับความแสนดีที่มันหวานคอยมอบให้โดยที่เขาได้แต่เฝ้าอิจฉามาตลอด

มันหวานเสียใจ แต่หมอปลายไม่เคยรู้..

...

มันหวานนอนป่วยอยู่ตรงนี้แต่เขากลับเห็นแค่แฟนเก่าของตัวเอง..คนที่ทิ้งเขาไป” คนตัวเล็กยังคงพร่ำพูดออกมาทั้งที่มันเหมือนถ้อยประโยคที่ไม่ต่างจากมีดที่ใช้กรีดหัวใจของตัวเอง

...

เขาเลือกจะห่วงใครคนนั้นมากกว่าคนที่พยายามทำให้เขาลืมความเจ็บปวด ฮึก..” ใบหน้าหวานที่แดงก่ำค่อยๆเงยขึ้นจากท่อนแขนของตัวเอง มันหวานมองเลยไปยังหน้าประตูห้องพักผู้ป่วยที่ยังคงไร้ซึ่งวี่แววของอีกคน “ลืมไปได้ยังไง..

...

ลืมคนที่เขาบอกว่าชอบได้ยังไง

คล้ายกับน้ำท่วมปาก เตวิณไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามพวกนั้นของคนที่นั่งร้องไห้อยู่ว่ายังไง ตอนนี้คำถามที่เตวิณพอตอบให้มันหวานได้คงมีเพียงแค่ข้อเดียวจากความรู้สึกของเขา

ถ้าสำคัญที่สุดจะไม่มีวันถูกลืม.. แต่เพราะสำหรับหมอคนนั้นมันหวานอาจจะไม่ใช่คนสำคัญที่สุดก็เลยไม่ใช่คนถูกเลือก และแน่นอนว่าเขาจะไม่พูดออกไปให้คนตัวเล็กเจ็บปวดมากกว่าที่เป็น

เตวิณอยากให้หมอคนนั้นได้มาเห็นว่าการกระทำของตัวเองทำให้ความรู้สึกของคนคนหนึ่งปวดร้าวมากแค่ไหน อยากให้มาเห็นว่าได้ทำร้ายความรู้สึกดีๆที่อีกฝ่ายเฝ้าถนอมมอบให้มากเท่าไร อยากจะรู้ว่าถ้าปลายเมฆได้มาเห็นมันหวานเหมือนตอนนี้ที่เขาเห็น หมอคนนั้นจะยังคงเลือกแฟนเก่าของตัวเองอยู่หรือเปล่า

            “เพราะมันหวานไม่สำคัญใช่ไหม” มันหวานยังคงพูดออกมาไม่หยุดพอๆกับน้ำตาที่ไม่หยุดไหลแม้จะผ่านมาหลายนาที

มีแต่ความไม่เข้าใจในหัวใจของตัวเอง เฝ้าแต่ถามว่าวันนี้มันหวานผิดอะไร วันนี้มันหวานเป็นเด็กไม่ดีหรือเปล่าหมอปลายถึงลงโทษมันหวานแบบนี้

แต่เมื่อเช้ามืดเขาทั้งคู่ยังคุยกันดีๆอยู่เลย หมอปลายยังยอมให้มันหวานจูบที่หน้าผาก ตอนกลับมาจากมหาวิทยาลัยหมอปลายยังกอดมันหวานไว้เพราะรู้ว่ามันหวานป่วย

แล้วในนาทีไหนที่หมอปลายเปลี่ยนไปจนไม่เหลือมันหวานไว้ในสายตา เพราะมันหวานป่วยไม่เท่าม่านฝนใช่ไหมหรือเพราะคิดว่ามันหวานเข้มแข็งกว่าม่านฝนในนาทีนี้ถึงเลือกที่จะไม่สนใจกัน

ผิดที่มันหวานใช่ไหมที่อ่อนแอไม่พอ น่าสงสารไม่พอถึงเรียกร้องความสนใจไม่ได้ ต้องให้มันหวานทำยังไงในตอนนี้หมอปลายถึงจะกลับมาสนใจมันหวานแทนคนที่นอนอยู่ที่ชั้นสิบ ทำยังไงฝ่ามือแสนอุ่นที่คอยลูบผมมันหวานจะกลับมาเช็ดน้ำตาให้มันหวานมากกว่ากุมมือของใครคนนั้นไว้อย่างที่ได้เห็น

ต้องทำยังไงหมอปลายถึงจะเห็นมันหวานสำคัญมากที่สุด

หมอปลายจะรู้ไหมว่ามันหวานร้องไห้จนจะขาดใจอยู่ตรงนี้

ตรงที่หมอปลายไม่คิดจะมองหา

มันหวานสำคัญกับติณนะ” เตวิณไม่ได้ต้องการจะพูดเพื่อเอาหน้า แต่เขาพูดจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงๆว่าคนตรงหน้าสำคัญกับเขา ไม่งั้นเขาคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้อยู่ในสายตาของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

เพราะถึงแม้ว่าเขาจะนั่งปลอบโยนอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าแต่สายตาของคนตัวเล็กกว่าก็เอาแต่เฝ้ามองหาคนที่ทำให้เจ็บปวด

ความรักมันทำให้ใครบางคนไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

ขอบคุณนะเตวิณเบนสายตาจากหน้าประตูมามองคนที่นั่งอยู่ พยายามยกยิ้มที่แสนหนักอึ้งให้

ครับ แต่ติณว่ามันหวานควรจะนอนได้แล้วนะ จะได้หายไวๆไง เตวิณมองคนตัวเล็กกว่าที่พยักหน้าตอบรับเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเพราะคงต่อสู้กับความทรมานของร่างกายไม่ไหว

มันหวานยอมปิดเปลือกตาลง ผ่อนลมหายใจที่แสนเจ็บปวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลรินแม้เปลือกตาจะปิดสนิท

เตวิณมองคนตัวเล็กที่แบกความรู้สึกเจ็บปวดไว้กับตัวเองโดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากนั่งเป็นคนไร้ตัวตนอยู่ตรงนี้ เตวิณหยัดตัวลุกขึ้นยืนและปรับเตียงให้ก่อนจะคลี่ผ้าห่มมาห่มให้คนที่นอนหลับไปพร้อมทั้งน้ำตา ฝ่ามือหนาลูบผมสีอ่อนเบาๆ มองดวงตาที่บอบช้ำก่อนจะถอนหายใจหนักๆออกมา

อยากแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้เองแต่เตวิณก็รู้ดีว่าถึงจะเป็นความเจ็บปวดที่เขาอยากแบ่งปันแต่มันหวานก็คงไม่คิดจะมอบมันให้กับเขา

เพราะคนตัวเล็กมอบให้หมอคนนั้นทั้งหมด ..ทั้งความรักและความเจ็บปวด

 

ไอ้เมฆ” บานประตูห้องพักวีไอพีชั้นสิบถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวเท้าอาดๆอย่างไม่ผ่อนจังหวะฝีเท้าของหมอแทนไท หนุ่มร่างสูงเดินตรงมาหาเพื่อนสนิทของตัวเองที่นั่งจับมือคนป่วยที่เขาเองก็ไม่ได้เห็นหน้ามานานแล้วเหมือนกัน และนั่นทำให้แววตาของแทนไทมีแต่ความขุ่นเคืองกับการกระทำของเพื่อนสนิท

รู้ได้ไงว่าอยู่นี่?” ปลายเมฆปล่อยมือบางออกจากการกอบกุมก่อนจะหยัดตัวลุกจากเก้าอี้มามองเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังตีหน้ายุ่งสุดๆ

นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราจะคุยกัน” แทนไทถอนหายใจหนักๆออกมาก่อนจะชี้นิ้วไปยังร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียง “ทำไมมึงอยู่กับเขา

...

ตรงนี้ใช่ที่ที่มึงควรอยู่หรอเมฆ?” ละนิ้วที่ชี้ม่านฝนลงก่อนจะตวัดสายตามามองเพื่อนของตัวเองอีกครั้งที่ตอนนี้กำลังไม่กล้าสบตากัน “มึงกำลังทำอะไรอยู่

ฝนป่วย

แล้วยังไง” แทนไทรีบสวนกลับ เขาไม่สนว่าตอนนี้เพื่อนตัวเองกำลังคิดบ้าบออะไร ไม่สนแม้กระทั่งคนป่วยบนเตียงจะตื่นมาเพราะเสียงคุยของพวกเขาหรือเปล่า “เท่าที่จำได้มึงไม่ใช่หมอเจ้าของไข้ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้า

แทนไท มึงไม่เข้าใจ” ปลายเมฆส่ายหน้า เขาหันกลับไปมองคนบนเตียงอีกครั้งก่อนจะเอ่ยพูดกับเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้คล้ายคนอารมณ์เสียสุดๆ และปลายเมฆรู้ว่าทำไมแทนไทถึงเป็นแบบนี้

แทนไทไม่ชอบม่านฝนถึงขั้นเกลียดตั้งแต่อีกคนทิ้งเขาไป

กูจำเป็นต้องเข้าใจอะไรเมฆ

...

เข้าใจว่ามึงกำลังห่วงคนที่ทิ้งมึงไปหรอ?”

...

ถ้าแบบนั้นกูขอไม่เข้าใจ” แทนไทแค่นยิ้ม แค่อยู่ในห้องร่วมกับคนบนเตียงก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนอากาศเป็นมลพิษจะแย่อยู่แล้ว

แค่เห็นหน้าแทนไทก็รู้สึกอยากจะอาเจียน

กู..

ถ้ามึงจะพูดถึงคนคนนี้กูไม่อยากฟัง ที่กูมาหามึงไม่ใช่เพราะเรื่องของคนที่มึงมานั่งเฝ้า” แทนไทกระแทกเสียงใส่เพื่อนของตัวเองก่อนจะโยนชารต์คนไข้ในมือให้กับคนตรงหน้า

ปลายเมฆรับมันมาอย่างไม่เข้าใจก่อนสายตาจะกวาดมองตัวหนังสือภาษาอังกฤษมากมายในนั้นและชื่อที่เขาคุ้นเคยกลับทำให้ลมหายใจของตัวเองสะดุด

มันหวาน

ใช่ มันหวาน คนที่มึงทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลไงเมฆ” แทนไทแค่นยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนตัวเอง มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าปลายเมฆลืมมันหวานจริงๆแบบที่เด็กน้อยกลัว

กู.. แทนกูไม่ได้ตั้งใจ” ปลายเมฆมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เขาไม่ได้ตั้งใจลืมอีกคน แต่เพราะตอนนั้นเขากำลังเป็นห่วงม่านฝนที่กำลังอาการหนักจนลืมไปเลยว่าคนตัวเล็กอีกคนก็ป่วยเช่นกัน

เขาทำพลาดไปแล้วจริงๆ

เขาทำพลาดอีกแล้ว

มึงทำแบบนี้ได้ไงวะเมฆ มึงทิ้งน้องให้ร้องไห้อยู่หน้าโรงพยาบาลคนเดียวไม่พอ มึงยังลืมว่าน้องก็ป่วยเหมือนกันโดยที่ไม่คิดจะไปตามหาเลยว่าน้องเป็นยังบ้าง มึงทำได้ยังไง!” แทนไทรู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังขึ้นเสียงใส่เพื่อนแต่เพราะอารมณ์หงุดหงิดที่กำลังเกิดขึ้นมันทำให้เขาห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

กูจะไปหามันหวาน” ส่งชารต์ในมือให้กับเพื่อนของตัวเองหลังจากกวาดสายตามองแล้วว่าอีกคนพักอยู่ห้องไหน

ใช่ นั่นคือสิ่งที่มึงควรทำตั้งนานแล้วเมฆ” แทนไทกระชับชารต์ในมือก่อนจะเอ่ยพูดกับเพื่อนตัวเองต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้ามึงหายดีแล้วก็กลับมาทำงาน แต่หน้าที่รักษาม่านฝนไม่ใช่หน้าที่ของมึง

...

หวังว่ามึงจะจำได้ว่าคนคนนี้เคยทำให้มึงเหมือนหมาตัวหนึ่งยังไง ปลายเมฆ

 

นี่คงเป็นครั้งแรกที่ปลายเมฆไม่กล้าเจอหน้ามันหวาน ความรู้สึกผิดขนาดใหญ่มันก่อตัวอยู่ในความรู้สึกของเขาจนเกิดความขี้ขลาดที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไป แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ได้ตั้งใจแต่คงไม่มีใครคิดจะเข้าข้างในเมื่อความไม่ตั้งใจของเขากำลังทำร้ายความรู้สึกของคนคนหนึ่ง

ปลายเมฆแตะมือลงที่บานประตูห้องพักผู้ป่วยรวมก่อนจะเปิดเข้าไปข้างใน ไม่ต้องกวาดสายตามองนานเพราะเตียงของมันหวานคือเตียงแรกที่เปิดประตูเข้ามาก็เจอ และข้างกายคนที่หลับอยู่บนเตียงคือคนที่ปลายเมฆไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี่

มาได้แล้วหรอ” น้ำเสียงที่ดังขึ้นจากคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงไม่ได้มีความหาเรื่อง แต่แววตาที่มองมามันบอกจนหมดว่าเตวิณกำลังขุ่นเคืองเขามากแค่ไหน

มาทำอะไร” ถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เด็กตัวสูงตรงหน้าคงเป็นห่วงมันหวานถึงได้มานั่งเฝ้าคนที่หลับไปแล้วแบบนี้

มาทำหน้าที่ที่คุณไม่ทำไง” ปลายเมฆมองเด็กหนุ่มที่หยัดตัวลุกขึ้นยืนมองกันด้วยแววตาคมเข้มคู่นั้นที่ตอนนี้ก็ยังคงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเตวิณไม่ชอบเขา

...” ปลายเมฆไม่ได้เถียงกลับเพราะรู้ดีว่านาทีนี้ตัวเองมีความผิดมากแค่ไหน เขาทำเพียงเดินเข้าใกล้เตียงของมันหวานมากขึ้น วางมือไว้ที่กลุ่มผมนุ่มที่มักชอบสัมผัส กวาดสายตามองใบหน้าหวานที่ชอบมองแต่ตอนนี้ใบหน้าหวานนั้นกลับแสดงถึงความอ่อนแรงจากพิษไข้ ดวงตาที่บอบช้ำจนไม่กล้าสัมผัสทำให้ปลายเมฆตระหนักได้ว่าการกระทำของเขาทำร้ายเด็กคนนี้มากเหลือเกิน

หวังว่าคุณจะอยู่จนกระทั่งเขาตื่น” ทั้งที่ไม่อยากไปไหนแต่เตวิณคิดว่าเขาคงหมดหน้าที่ของตัวเองแล้วในตอนนี้ ในเมื่อคนที่มันหวานคอยมาตลอดกำลังยืนอยู่ตรงหน้า เพราะแบบนั้นคนที่ไม่เคยได้เป็นแม้กระทั่งตัวสำรองแบบเขาก็ควรหายไปจากพื้นที่ตรงนี้เสียที “และช่วยปลอบโยนมากกว่าทำให้เขาเสียใจกว่าเดิม

ขอบคุณ

...

ที่อยู่เป็นเพื่อนเขา” ปลายเมฆลากสายตามามองแววตาคมของคนที่เด็กกว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ตอบรับอะไรแต่กลับพาตัวเองเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงสายตาที่ช่วยตอกย้ำความไม่เอาไหนของเขาเอาไว้

ฝ่ามือใหญ่ทาบลงที่หลังมือขาวที่มีสายน้ำเกลือเจาะอยู่ ปลายเมฆลูบหลังมือบางนั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งไปทั้งหัวใจ

เขาไม่คิดจะลืมมันหวาน เขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ในนาทีนั้นเขาเห็นเพียงแค่ม่านฝนที่อยู่ในอ้อมแขน เขาไม่ได้ตั้งใจจะเมินเฉยต่อมันหวาน แต่ไม่รู้ทำไมตัวเองถึงจมเจ่าอยู่แต่ในห้องที่ม่านฝนพักป่วย

ถ้าเกิดแทนไทไม่มาตาม เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองจะนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนและมันหวานต้องรอกันอีกนานเท่าไร

มันเป็นความรู้สึกครั้งแรกที่ปลายเมฆนึกเกลียดตัวเอง ไม่มีความมั่นคงอะไรสักอย่างเพียงแค่ม่านฝนกลับมา ความรู้สึกโลเลถาโถมเข้าหาเขาจนแทบเหมือนคนไร้สติ รู้ตัวอีกทีก็พาตัวเองกลับไปยังความทรงจำเก่าๆ รู้สึกตัวอีกทีก็พาตัวเองกลับมาห่วงหาคนที่เคยทิ้งกัน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคล้ายความเคยชินในอดีต ไม่ว่าครั้งไหนที่ม่านฝนป่วย จะเป็นเขาเสมอที่อยู่ตรงนั้น ข้างเตียงที่อีกคนใช้พักฟื้น จับมือบางเอาไว้ไม่ปล่อยไปไหน ทุกความทรงจำหลั่งไหลให้เขาทำแบบเดิมที่เคยทำ

จนลืมหมดสิ้นว่าสิ่งที่ทำไปมันไม่ควรเกิดขึ้น ควรจะเลิกเอาตัวเองไปอยู่ในอดีตกับความรู้สึกที่ได้จบไปแล้ว แต่เพราะกลไกบางอย่างถึงดึงให้เขากลับไปช่วงเวลาเหล่านั้น สัมผัสเหล่านั้น จนหลงลืมว่าตัวเองควรอยู่ในปัจจุบัน

ปัจจุบันที่กำลังทำร้ายใครอีกคนที่ไม่ได้ผิดอะไรเลย

พี่ขอโทษ” เหมือนคนขี้ขลาดที่เอ่ยคำขอโทษให้คนที่หลับฟัง ปลายเมฆไม่มีความมั่นใจอะไรสักอย่างว่าถ้ามันหวานตื่นขึ้นมาเด็กน้อยที่มักแสนดีต่อเขาเสมอจะโกรธหรือเกลียดกันมากแค่ไหน

ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาทาบฝ่ามือไว้บนแก้มที่ร้อนจากพิษไข้ โน้มใบหน้าลงไปใกล้และกดจูบหน้าผากที่ร้อนไม่ต่างจากพวงแก้ม กดค้างแบบนั้นไว้เนิ่นนานเป็นนาทีหวังให้อีกฝ่ายรับรู้และบั่นทอนความรู้สึกผิดของเขาลงได้บ้าง

รู้ดีว่ากำลังเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ปลายเมฆไม่พร้อมหากมันหวานจะตื่นขึ้นมาและมองกันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

พี่หมอ..” เสียงแหบพร่านั้นทำให้เขาต้องละจูบบนหน้าผากออกมาแต่ยังทิ้งซึ่งระยะห่างที่เหลือเพียงน้อยนิดจากใบหน้าคนตัวเล็กกว่า

ปลายเมฆมองแววตาแดงก่ำกับดวงตาที่บอบช้ำ มันหวานตื่นแล้วและความกลัวของเขานั้นไม่ได้เกิดขึ้น เพราะแววตาคู่นี้ยังคงมองเขาด้วยสายตาแห่งความรักเหมือนเดิม แต่ต่างออกไปตรงที่เป็นความรักที่กำลังกลั่นความเจ็บปวด

ทำไมเพิ่งมา” น้ำตาสีใสไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ปลายเมฆไม่กล้าแม้แต่จะใช้ปลายนิ้วละเลียดเช็ดให้ เขาทำได้เพียงปิดปากสนิทคล้ายคนเป็นใบ้และมองคนตัวเล็กกว่าร้องไห้ออกมาเงียบๆ

...

รู้ไหมว่ามันหวานรอ

...

พี่หมอลืมมันหวานได้ยังไง” ฝ่ามือที่แสนสั่นเทาทาบลงที่แก้มของเขา แม้กระทั่งฝ่ามือของมันหวานก็ยังคงร้อนผ่าว

ปลายเมฆดึงมือเล็กออกจากแก้มของตัวเอง เขาประคองมันไว้หลวมๆก่อนจะกดจูบลงไป ปิดเปลือกตาและรับรู้จากสัมผัสว่าอีกคนเจ็บปวดแค่ไหน

ฮึก..” เสียงสะอื้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิด ปลายเมฆรู้แล้วว่ามันหวานรู้สึกต่อเขามากแค่ไหนก็ตอนที่อีกคนร้องไห้ออกมาเหมือนจะขาดใจ

มันหวานไม่ได้เพียงแค่ชอบพอ ..แต่มันหวานรักเขาไปแล้ว

ขอโทษ” คำขอโทษถูกเอ่ยออกไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้ต่างกันที่อีกคนมีสติรับรู้ “ขอโทษนะครับ

ปลายเมฆเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้จะสรรหาประโยคไหนมาบอกคนตัวเล็กได้ดีมากไปกว่าคำว่าขอโทษ เพราะในนาทีนี้ไม่ว่าจะไต่ตรองตัวเองมากแค่ไหนก็มีแต่ความผิดที่วิ่งวุ่นเต็มหัวไปหมด

มันหวานไม่ได้โกรธ

...

แต่มันหวานเสียใจ

...

ได้ยินไหมว่ามันหวานเสียใจ” จากการร้องไห้เงียบๆกลายเป็นการร้องไห้จนเกิดเสียง จากแค่ร่างกายสั่นเทากลายเป็นสั่นเทิ้มเพราะแรงสะอื้นอย่างหนัก

ปลายเมฆสอดแขนเข้าใต้หลังร่างเล็กก่อนจะออกแรงรั้งอีกคนมาไว้ในอ้อมกอด ฝังใบหน้าไว้ที่ไหล่แคบที่สั่นเทา ไม่มีส่วนไหนในร่างกายมันหวานที่ไม่สั่นสะท้านเพราะความเสียใจ

ไอความร้อนที่แผ่กระจายออกมาทำให้ปลายเมฆต้องโอบกอดคนตัวเล็กกว่าไว้แน่น ฝ่ามือลูบแผ่นหลังบางสลับกับลูกกลุ่มผมหอม รับรู้ถึงความเจ็บปวดของคนในอ้อมกอดว่าเขาทิ้งให้อีกคนแบบรับมันไว้มากแค่ไหน

ไม่มีคำอธิบายเพราะคงไม่ต่างจากคำแก้ตัว แค่มันหวานรับรู้ว่าเขาทิ้งอีกคนไว้ที่หน้าโรงพยาบาลและเลือกม่านฝนมันก็หนักหนาและเกิดความเสียใจมากแล้วสำหรับเด็กคนหนึ่ง

อย่าทำแบบนี้กับมันหวานอีกได้ไหม..” อ้อมแขนเล็กกระชับมั่นขึ้น ปลายเมฆรู้สึกถึงเสื้อส่วนหัวไหล่ที่เปียกชื้นจากน้ำตาของอีกฝ่าย

...” เขาเพียงเงียบไม่มีคำตอบให้อีกคน เพราะไม่มีความมั่นใจอะไรเลยในความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ ไม่กล้ารับปากเพราะกลัวว่ามันหวานจะเจ็บปวดมากกว่าเดิม

อย่าทิ้งมันหวาน ..อย่าทำ” กอดถูกผละออกก่อนที่เขาทั้งสองจะได้มองตากันอีกครั้ง แววตาของมันหวานที่อ้อนวอนเขาในวินาทีนี้และปลายเมฆในตอนนี้มีเพียงความลังเลจนอีกฝ่ายคงรู้สึกได้ “อย่ากลับไป

...

อย่ากลับไปหาอดีตอีกได้ไหมหมอปลาย” ฝ่ามือบอบบางทาบไว้ที่แก้มกร้าน สายตาที่ผสานกันแม้คนตัวเล็กกว่าจะมองคนตรงหน้าไม่ชัดเพราะน้ำตาบดบังการมองเห็น

...

มันหวานพยายามมากรู้ไหม พยายามที่สุดเลยกับเรื่องของเรา อยู่กับมันหวานเถอะนะ

...

อยู่กับมันหวานที่ปัจจุบันของเรา..ได้โปรดหมอปลายเมฆ

ปลายเมฆหลับตาลงเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงที่ริมฝีปากของตัวเอง ไม่มีการขบเม้มจากคนทั้งสองฝ่ายมีเพียงสัมผัสที่แผ่วเบาเท่านั้น มีเพียงลมหายใจอุ่นร้อนจากพิษไข้ที่รวยรินอยู่ข้างแก้มของเขา มีเพียงฝ่ามือบางที่สั่นเทากำลังประคองใบหน้ากัน มีเพียงสัมผัสชื้นเมื่อน้ำตาของอีกคนตกกระทบลงที่ใบหน้า

พักผ่อน..

หมอปลาย..” ดันตัวคนอายุน้อยกว่าให้นอนราบกับผืนเตียงอีกครั้งเมื่อรสจูบบางเบาถูกผละออก แววตากลมเคล้าน้ำตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งปลายเมฆก็เข้าใจเพราะในนาทีนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน

พี่กลับมาทำงานแล้วนะ” เขาพยายามเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง ทำตัวดั่งคนขี้ขลาดที่ไม่พร้อมจะคุยเรื่องเดิม

นั่นคือคำตอบใช่ไหม

...

ที่ไม่ตอบมันหวาน” ฝ่ามือบอบบางเอื้อมมากำชายเสื้อของเขาไว้แน่นพร้อมกับน้ำตาที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดไหล

...

อยู่กับมันหวานไม่ได้ใช่ไหม

ทำได้เพียงเงียบ ปลายเมฆเหมือนคนโง่ที่บ้าใบ้ เขาจับมือเล็กที่กำชายเสื้อของเขาแน่นออก เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าของคนที่นอนอยู่อีกครั้ง กดจูบซับน้ำตาให้ทั้งที่หัวใจของตัวเองก็กำลังเจ็บปวด พรมจูบบนดวงตาที่บอบช้ำและฟังเสียงสะอื้นที่ดังชัดอยู่ข้างหูแทนที่คำตอบที่อีกฝ่ายอยากได้ยิน

ไม่เป็นไร” ปลายเมฆฟังเสียงแหบพร่าแสนสั่นที่กำลังพูดกับเขา มองรอยยิ้มที่พยายามฝืนอย่างมากที่สุด

เป็นรอยยิ้มที่ปลายเมฆไม่คุ้นชิน และไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งเขาจะต้องมาเห็นแทนรอยยิ้มสดใสที่เคยเห็นมาจนเกิดความชินตา

พรุ่งนี้...

...

พรุ่งนี้พี่หมอคงมีคำตอบให้มันหวาน

...

ถ้าเป็นพรุ่งนี้ มันหวานรอได้ ..แค่พรุ่งนี้เอง” รู้ทั้งรู้ว่ารอยยิ้มนี้เคลือบไปด้วยความเจ็บปวด รู้ทั้งรู้ว่าต้องพูดยังไงความปวดร้าวของมันหวานจะบรรเทาลง รู้ทั้งรู้ว่ามีเพียงตัวเองที่สามารถทำได้

รู้ทั้งรู้..แต่เขากลับเลือกที่จะไม่ทำอะไรสักอย่าง

รู้ทั้งรู้..แต่ก็เลือกที่จะเห็นแก่ตัวและปล่อยความรักแสนบริสุทธิ์ของเด็กคนหนึ่งหลั่งน้ำตา

 

            ช่วงบ่ายๆวันนี้มันหวานสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วเพราะผลตรวจไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่และอีกอย่างมันหวานก็ได้รับน้ำเกลือและการฉีดยาไปแล้วจนอาการไม่หนักเหมือนเมื่อวาน ตอนนี้มันหวานจึงอยู่ในชุดนักศึกษาชุดเดิมที่ใส่มาที่โรงพยาบาลและกำลังรอรับยาเพื่อกลับไปกินที่บ้าน  

วันนี้มันหวานยังไม่ได้เจอหมอปลายเมฆเลย แต่เมื่อตอนสายหมอแทนไทบอกว่าหมอปลายกลับมาทำงานแล้วก็เลยยุ่งเหมือนเดิม

            ไม่เป็นไรหรอก มันหวานเข้าใจ จะไม่รีบเอาคำตอบจากคำถามเมื่อคืนตอนนี้ก็ได้ ที่ผ่านมามันหวานก็เป็นฝ่ายรอมาตลอด รออีกสักนิดจะเป็นอะไรไป

มันหวาน” มันหวานหันไปตามเสียงเรียกคุ้นหูและมองเพื่อนตัวสูงของตัวเองที่กำลังเดินมาหาพร้อมรอยยิ้ม วันนี้เตวิณมารับมันหวานไปส่งที่ห้องเพราะมันหวานโทรไปบอกว่าออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว และเตวิณเป็นฝ่ายเสนอจะไปส่งเอง

เตวิณ” มันหวานส่งยิ้มแม้ดวงตานั้นยังคงไว้ซึ่งความบอบช้ำจางๆ “เรารบกวนเตวิณอีกแล้ว

เต็มใจน่า นี่ของที่ฝากซื้อ” ว่าจบมือหนาก็ส่งแก้วกาแฟเย็นที่คนตัวเล็กฝากซื้อให้ ไม่ต้องถามให้เจ็บจี๊ดที่ใจเล่นๆก็พอรู้ว่าเป็นของใครเพราะที่จำได้มันหวานไม่ชอบกาแฟรสเข้ม

ขอบคุณนะ เดี๋ยวมันหวานเอาเงินให้

ไม่เป็นไร แค่นี้เอง” เตวิณยีผมนุ่มของคนตัวเล็กกว่าเบาๆก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะแหบๆจากอีกฝ่ายส่งกลับมา

อย่างน้อยก็ยิ้มและหัวเราะได้บ้างแล้วล่ะนะ

เดี๋ยวมันหวานไปเอายาก่อนนะ” บอกคนตัวโตข้างกายเมื่อได้ยินพยาบาลเรียกชื่อของตัวเอง แต่ก่อนที่มันหวานจะได้ลุกจากเก้าอี้ไหล่ของตัวเองก็ถูกกดไว้ก่อนที่เตวิณจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นแทน

เดี๋ยวไปเอาให้ รอนี่แหละ” ไม่รอให้คนตัวเล็กกว่าทักท้วง ขายาวๆก็ก้าวออกไปยังช่องรับยาทันที มันหวานได้แต่เพียงยิ้มบางให้กับแผ่นหลังของคนตัวใหญ่ที่ใจดีเสมอยามที่มันหวานกำลังรู้สึกแย่

รอไม่ถึงสองนาทีเตวิณก็กลับมาพร้อมกับถุงยาและข้อความจากพยาบาลว่ายาตัวไหนกินช่วงไหนบ้าง มันหวานทำเพียงพยักหน้าหงึกหงักและคิดว่าค่อยไปตามอ่านที่หลังก็ได้เพราะจำไปตอนนี้ก็ลืมอยู่ดี

เตวิณรอมันหวานแป๊ปนึงได้ไหม มันหวานอยากเอากาแฟไปให้หมอปลายก่อน น่าจะทำงานหนักเลยถึงมาเจอมันหวานไม่ได้” รอยยิ้มที่คล้ายฝืนปรากฏขึ้นให้คนตัวโตกว่าเห็นอีกครั้ง เตวิณเพียงพยักหน้ารับเพราะไม่รู้จะขัดคนตัวเล็กกว่าไปทำไม

อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็อยากให้ได้ทำ

มันหวานเห็นเพื่อนไม่เอ่ยห้ามจึงก้าวเท้าไปยังทางที่คุ้นชินโดยมีเตวิณเดินประกบข้างไม่ห่างไปไหน ห้องพักของหมอปลายเมฆคือจุดหมายของมันหวานและหวังว่าคุณหมอจะว่างให้มันหวานเจอสักสองสามนาทีก็ยังดี

ดีขึ้นแล้วใช่ไหม

ครับ พี่เมฆไม่ต้องห่วงนะ

ปลายเท้าหยุดชะงักเมื่อสายตาได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าจะเห็น รวมถึงบทสนทนาที่ไม่อยากได้ยิน มันหวานมองคนสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ตรงนั้น ห่างออกไปไม่ถึงสิบเก้า หมอปลายอยู่กับม่านฝนทั้งที่มันหวานกำลังรออีกแล้ว

แล้วม่านฝนมาทำอะไรหน้าห้องพักหมอปลาย ยังใส่ชุดคนไข้อยู่เลยทำไมไม่นอนพักที่ห้องวีไอพีของตัวเองล่ะ

 “พี่หมอ” มันหวานเดินเข้าไปใกล้ พยายามปั้นรอยยิ้มหวานบนใบหน้า เดินเข้าไปแทรกแซงบทสนทนาระหว่างคนสองคนดั่งคนไม่มีมารยาท

แต่ตอนนี้มันหวานไม่สนเรื่องมารยาทอะไรนั่นแล้ว

มันหวาน? แทนไทมันให้กลับได้แล้วหรอ” คนตรงหน้าชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามาหาและถามกันเหมือนไม่กระอั่กกระอ่วนกับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้น และมันหวานไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไงที่หมอปลายทำแบบนี้

จ้ะ มันหวานหายแล้ว” แม้จะรู้สึกอยากไข้ขึ้นเมื่อเห็นหมอปลายและม่านฝนอยู่ด้วยกันอีกแล้วก็ตามที “มันหวานเอากาแฟเย็นมาให้ คิดว่าพี่หมอคงไม่มีเวลาไปซื้อ” มือเล็กยื่นกาแฟไปให้แต่คนตรงหน้าแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะรับไปดันมีเสียงที่มันหวานไม่อยากได้ยินแทรกขึ้นมาก่อน

พี่เมฆคงจะอิ่มกาแฟแล้วล่ะครับมันหวาน พี่เพิ่งไปกดมาจากตู้ให้พี่เมฆดื่มเมื่อกี้เอง” ประโยคของม่านฝนกำลังทำให้มันหวานกำแก้วกาแฟในมือแน่นจนน้ำสีเข้มแทบล้นออกมา ก่อนสายตาจะเห็นว่าในมือของม่านฝนก็มีกระป๋องกาแฟอยู่เช่นกัน

พี่หมอ--”

แป๊ปนึงนะมันหวาน” คนตัวเล็กชะงักริมฝีปากที่จะพูดเมื่อหมอปลายหยิบมือถือที่ดังขึ้นออกมาจากเสื้อกาวน์ก่อนจะกดรับและพูดกับปลายสายด้วยศัพท์ทางการแพทย์พร้อมกับก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรไม่รู้กับแผ่นชารต์ในมือ เกือบสองนาทีที่หมอปลายคุยโทรศัพท์จนวางสายไปแล้วแต่ก็ยังคงไม่ยอมเงยหน้ามาคุยกับหวานเอาแต่จดอะไรก็ไม่รู้ในแผ่นกระดาษนั้น

แค่สละเวลาไม่กี่วินาทีมารับแก้วกาแฟจากมันหวานไปมันเป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับหมอปลายเมฆไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

แต่นาทีนี้มันหวานไม่คิดจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น ในใจเอาแต่คิดว่าหมอปลายกำลังจะเมินกันอีกครั้ง กำลังไม่สนใจมันหวานเพราะมีม่านฝนยืนอยู่ตรงหน้า มันหวานจึงขยับฝีเท้าเข้าไปใกล้หมอปลายมากขึ้นก่อนจะยื่นแก้วกาแฟไปให้อีกครั้ง

พี่หมอ ดื่มหน่อยนะมันหวานตั้งใจเอามาให้

แป๊ปนึงนะครับ พี่ขอเขียนตรงนี้ก่อน

พี่หมอ ดื่มก่อนนะ นิดเดียวก็ยังดี

เดี๋ยวครับมันหวาน

นิดเดีย—!”

ผลั่ก!

เห้ย!”

ว๊ายตายแล้ว!”

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้สมองมันหวานแทบสั่งการไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แก้วกาแฟที่มันหวานพยายามยื่นให้หมอปลายนั้นหกใส่แผ่นกระดาษที่หมอปลายกำลังจดจนเปียกไปหมดพร้อมกับแก้วกาแฟที่ร่วงสู่พื้น และบนพื้นนั้นมีหลอดแก้วบรรจุเลือดแตกกระจายเพราะมันหวานตกใจจนเผลอถอยหลังและชนเข้ากับพยาบาลที่กำลังจะเดินผ่านไปพอดี

พ..พี่หมอมันหวานไม่ได้ตั้งใจ คุณม่านฝนเขา..

พี่แค่จะจับมือให้มันหวานเลิกยัดเยียดกาแฟให้พี่เมฆแค่นั้นเองครับ

ใช่ ม่านฝนเป็นคนที่พยายามไม่ให้มันหวานยื่นกาแฟให้หมอปลายเมฆ จนคล้ายกับเป็นการปัดป้องจนกาแฟในมือของมันหวานหกใส่งานของหมอปลายรวมทั้งเลอะเสื้อผ้าของคนเป็นหมอด้วย แต่มันหวานไม่ได้ตั้งใจและการกระทำของม่านฝนที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องถึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้

มันหวานไม่ได้ผิดอะไร ถ้าม่านฝนไม่พยายามจับมือมันหวานจนกาแฟหกเขาก็คงไม่ต้องตกใจจนเผลอชนพยาบาลและหลอดเลือดอะไรไม่รู้ตกแตกแบบนี้

พี่บอกมันหวานว่าแป๊ปนึงมันหวานได้ฟังไหมครับ?” คนที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบจากคนทั้งหมด ปลายเมฆมองชารต์คนไข้ในมือของตัวเองที่เปียกชุ่มจนใช้งานไม่ได้

มันหวานไม่ได้ตั้งใจ...” 

เออ ผมก็เห็นว่าผู้ชายคนนั้นพยายามแย่งแก้วกาแฟมันหวานจนมันหก” เตวิณที่เงียบมองอยู่นานเอ่ยพูดบ้างเพราะดูเหมือนหมอปลายเมฆจะเข้าใจว่าเป็นความผิดของมันหวานคนเดียว

ไม่ได้ขอความเห็นคุณ” ปลายเมฆตวัดสายตามองคนที่ออกตัวรับแทนคนตัวเล็กกว่าที่ยืนน้ำตาคลออยู่ตรงหน้าของเขา

แต่ตอนนี้ปลายเมฆโกรธกับการกระทำที่ไม่ฟังอะไรเลยของคนเด็กกว่าจนมองข้ามดวงตากลมโตที่กำลังสั่นไหวไปเสียหมด

ถ้ามันหวานฟังที่พี่พูด ฝนก็คงไม่พยายามจะรับแก้วกาแฟนั้นไปแทน

หมอปลาย..” มันหวานไม่อยากจะเชื่อว่าอีกคนจะเข้าข้างม่านฝนแบบนี้ “มันหวานผิดหรอ..

แล้วหลอดเลือดนั่น” ปลายเมฆหลับตาลงเพียงวิ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เลือดสำหรับอะไรครับคุณพยาบาล” เอ่ยถามพยาบาลที่กำลังก้มเก็บหลอดเลือดที่แตกบนพื้น

สำหรับตรวจหาโรคไข้เลือดออกค่ะคุณหมอ

วินิจฉัยไปหรือยังครับ?”

เรียบร้อยค่ะคุณหมอ

ครับ ผมขอโทษด้วย ฝากคุณจัดการต่อที

ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกจากตรงนี้เพราะรังสีมาคุของหมอปลายเมฆเป็นอะไรที่เธอไม่อยากอยู่ร่วมรับรู้ด้วย

หมอปลาย..มันหวานขอโทษ” ทำใจกล้าขยับเข้าหาคนตัวสูงก่อนจะจับเสื้อกาวน์ของอีกฝ่ายไว้ “มันหวาน..

รู้ไหมว่าถ้าเลือดนั่นยังไม่ได้ส่งไปวินิจฉัย คนไข้จะต้องเสียเลือดเพิ่มอีกเพราะความงี่เง่าของเรา

ง..งี่เง่า” มันหวานทวนคำเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ขอบตาที่ร้อนผ่าวนั้นเหมือนจะมากขึ้นกว่าเดิมจนในที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมาทั้งที่ความบอบช้ำจากเมื่อวานยังไม่หายดี

พี่บอกว่ารอ ทำไมมันหวานไม่ฟัง มันหวานจะเอาแต่ใจอะไรนักหนา

มากไปละ” เตวิณทนดูอีกคนร้องไห้ไม่ได้จนต้องโอบไหล่ของมันหวานให้ออกห่างจากหมอตัวโตที่คล้ายว่าในนาทีนี้จะโง่เหมือนควาย “ก็เห็นอยู่ว่าไม่ใช่มันหวานคนเดียวที่ผิด” ดวงตาคมตวัดไปยังชายหนุ่มในชุดผู้ป่วยที่ยื่นนิ่งไม่พูดไม่จาทั้งที่ตัวเองก็มีส่วนผิดแต่กลับไม่โดนต่อว่าเลยสักนิด

กลับไปก่อน” ปลายเมฆเบือนสายตาหนีไม่มองคนตัวเล็กที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนตัวเอง เขาพยายามไม่อารมณ์ร้อนไปมากกว่านี้แต่การที่งานของเขาเสียหายมันทำให้เขาโมโหมากจริงๆ

อย่าดุมันหวานต่อหน้าเขา

...

อย่าไล่มันหวานต่อหน้าเขา ..อย่าทำแบบนี้” มันหวานพยายามไม่ให้เสียงสะอื้นของตัวเองเล็ดลอดออกมาแต่นาทีกลับทำได้ยากเหลือเกิน

หมอปลายเมฆเลือกที่จะเอ่ยดุ เลือกที่จะไล่ให้มันหวานกลับไปต่อหน้าของม่านฝนได้ยังไง ทำไมมีเพียงมันหวานคนเดียวที่ถูกใจร้ายใส่ทั้งที่มันหวานไม่ได้ผิดทั้งหมดไม่ใช่หรอกหรือ

มันหวานก็ขอโทษหมอปลายแล้ว บอกไปแล้วว่ามันหวานไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำไมม่านฝนที่ทำเพียงยืนนิ่งๆไม่ขอโทษอะไรสักคำกลับไม่ถูกต่อว่า กลับไม่ถูกไล่แบบที่มันหวานโดน

ทำไมหมอปลายเมฆถึงลำเอียงขนาดนี้

มันหวานผิด มันหวานขอโทษ ถ้าไม่อยากให้อภัยก็พูดออกมาไม่ใช่ไล่มันหวานแบบนี้

...

ไม่ต้องการมันหวานแล้วใช่ไหมหมอปลาย” มันหวานละตัวเองออกมาจากอ้อมแขนของเตวิณ เขาก้าวเท้าไปหาคนตรงหน้าอีกครั้ง จับฝ่ามือหนามากุมไว้แน่น มองหน้าคนที่ไม่แม้แต่จะหันมาสบตากันสักนิด

“…”

จำได้ไหม ในวันนั้น” มันหวานกลืนก้อนสะอื้นลงสู่ลำคอ แม้เสียงที่เอ่ยพูดจะแหบพร่ามากแล้วก็ตามทีแต่เขาก็อยากพูดให้อีกคนรับรู้ "วันที่หมอปลายเสียใจแล้วมันหวานนั่งอยู่ข้างๆ"

...

มันหวานถามหมอปลายว่าถ้าหากมันหวานเกิดเจ็บบ้าง หมอปลายจะอยู่ข้างๆมันหวานไหม

ในวันนั้นที่อีกฝ่ายจมอยู่กับความทุกข์ มันหวานเป็นคนเดียวที่อยู่ด้วยในวินาทีนั้น เป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังคงมีเขาอยู่ข้างกายแม้ในตอนนั้นเขาทั้งสองจะยังไม่สนิทกันเท่าในตอนนี้เลยก็ตาม

หมอปลายไม่ได้ตอบคำถามนั้นของมันหวาน

...

            “แต่วันนี้มันหวานรู้แล้ว

            ปลายเมฆมองฝ่ามือเล็กที่ค่อยๆคลายมือของเขาออกก่อนจะเคลื่อนสายตามองคนที่ร้องไห้อยู่ตรงหน้า และตอนนี้ที่เขาเห็นคือดวงดาวในแววตาของมันหวานกำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

หมอปลายไม่เคยอยู่ในตอนที่มันหวานเจ็บ

...

ไม่เคยเลยสักวินาที มือที่จับไว้ในตอนแรกถูกปล่อยออกก่อนที่มันหวานจะปาดน้ำตาตัวเองด้วยหลังมือลวกๆ ทิ้งสายตาแห่งความเสียใจไว้ให้คนตรงหน้าได้รับรู้ก่อนจะหันหลังและวิ่งออกไปจากที่ตรงนี้พร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำจนแทบแตกสลาย

แล้วคุณจะเสียใจ หมอปลายเมฆ” เตวิณทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะวิ่งตามคนตัวเล็กออกไป

พี่เมฆ..” ม่านฝนก้าวเท้าเข้าไปหาคนที่เอาแต่มองไปยังข้างหน้า ตรงทิศทางที่เด็กคนนั้นวิ่งหายไป

กลับไป

...

อย่าเจอกันอีกเลย ม่านฝน” เขาทิ้งสายตาสุดท้ายไว้ให้ร่างบางตรงหน้าก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปยังห้องพักส่วนตัว

ปลายเมฆปิดประตูลงก่อนจะพิงตัวไว้ที่บานประตูที่ปิดสนิท เขากำมือของตัวเองแน่นกับความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามายังหัวใจ

ความรู้สึกผิดที่คล้ายจะสายเกินไป

ปลายเมฆคงเป็นเพียงแค่หมาโง่ๆตัวหนึ่งอย่างที่เพื่อนของเขาปรามาสไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

#มันหวานปลายเมฆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 430 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1137 angrymuse (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 09:45
    อ่านเจอก็บ่อย ไม่เข้าใจจริงๆพวกโลเลทำไมถึงได้มามีบท เป็นพระเอก มามีตัวตน คนประเภทนี้ทำไงก็เชียร์ไม่ลง ขยะแขยงนะ
    #1,137
    0
  2. #1130 eannysrr (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 03:14

    รำคาญหมอ ติณนี่สิควรจะเป็นพระเอก

    #1,130
    0
  3. #1114 Iceicedtea (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 15:36
    -พี่หมอ /หยิบไม้เรียว
    #1,114
    0
  4. #1099 favmme (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:38
    หมอแม่ง
    #1,099
    0
  5. #1091 sunisa_su26 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 10:37
    น้ำตาไหเลย
    #1,091
    0
  6. #1079 Wannapathip (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 19:20

    ทำไมทำงี้อ่ะ ไปอยู่กับติณเลยลูก
    #1,079
    0
  7. #1041 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:45
    ฮืออ ติณดีมากเลยนะ จริงๆดูไม่ใข่คนอ่อนโยน แต่มาอ่อนโยนกับมันหวาน มากด้วย ฮือ สงสารอ่ะ
    #1,041
    0
  8. #1005 yainid (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    เกลียดหม​อปลาย
    #1,005
    0
  9. #1004 0915405263 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 19:01
    สงสารมันหวานมากกกกร้องไห้กับมันหวานทุกตินเลย...ฮือๆๆ
    #1,004
    0
  10. #1002 AiwAiwRungthip (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:40
    อินหนักมาก ร้องหนักมากตามน้องเลย ฮือๆ
    #1,002
    0
  11. #997 littlebyunnie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:48
    เราร้องไห้เลยค่ะ พี่หมอใจร้ายเกินอะ อยากหอมหัวน้องมันหวาน;-;
    #997
    0
  12. #981 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:11
    ร้องไห้เลยอะ ;___; หมอไม่ควรมีใครสักคนในตอนนี้ เพราะในเรื่องน้องดีมาก แบบดีมากเกินไปจนคนแบบหมอที่ว่าดีก็ยังไม่คู่ควรกับความรักครั้งนี้อะ
    #981
    0
  13. #953 pcy921 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:44
    การเรียนหมอได้จนจบเป็นความฉลาดเดียวในชีวิตหมอปลายแล้วค่ะ
    #953
    0
  14. #929 PimmyChu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 02:44
    แม่งเอ้ยยยยยยย น้องมากอดมาลูกกกกก ฮือออออ
    #929
    0
  15. #904 Miiwxx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:13
    สุดยอดความโลเล
    #904
    0
  16. #881 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:28
    ถามจิงงงงง อิพี่หนูถามจิงงงงงงง
    #881
    0
  17. #858 areenachesani (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 10:13
    มากไปละ มากเกินไปเหมือนที่เตวินบอกอ่ะ ลำเอียง
    #858
    0
  18. #833 Jibangrin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:35

    โอ้ยยย สงสารน้องมาก ฮรึกกกกก ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้
    #833
    0
  19. #817 i.jaotip (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 14:44
    ถามจีงงงงง พี่หมอถามจีงงงงง ทำได้ไงอ่ะ
    #817
    0
  20. #809 BHarea (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 13:14
    ไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจหมอเลยจริงๆนะ สมควรแล้ว
    #809
    0
  21. #769 Khem15 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 12:55
    คนที่ชอบก่อนมันต้องเจ็บแบบนี้ใช่มั๊ย คนที่รู้สึกมากกว่ามันต้องเจ็บแบบนี้ใช่รึเปล่า ใจร้ายกับน้องมากๆ
    #769
    0
  22. #759 gobgab77 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:15

    โอ้ย ๆ
    #759
    0
  23. #735 blugarxx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
    รำคาญทั้งหมอทั้งฝน ออกไปให้หมด แค่น้องคนเดียวเรากับติณจะดูแลเอง ไม่ได้เรื่อง
    #735
    0
  24. #728 PINKLAND (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:04
    หมอปลาย! แง้ น้องมันหวาน หนูหนีไปเลยลูกกก ฮือออ เตวิณ ฝากน้องด้วย
    #728
    0
  25. #707 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24
    คนเจ็บสุดก็คือคนที่รู้สึกมากกว่า สงสารน้อง อย่าให้น้องต้องรักคนแบบหมอปลายเลยเถอะ
    #707
    0