[END] THE CLOUD 9 เหนือปลายเมฆ ☆* [YAOI] สนพ.Hermit Books

ตอนที่ 15 : เหนือปลายเมฆ ☆ XIV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    14 ก.พ. 63

เหนือปลายเมฆ XIV

คุณรู้อะไรไหมว่าผมแทบกลั้นหายใจเมื่อคุณและเขาเข้าใกล้กัน


                ถ้าพี่เมฆยังรักฝน เรากลับมาคบกันได้ไหมครับคำพูดของม่านฝนคลอเคล้าไปกับม่านน้ำตา เสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นไหวแต่นาทีนี้คงไม่มีอะไรสั่นสะท้านเท่าหัวใจของปลายเมฆ

คุณหมอมองคนตรงหน้าที่แตะปลายนิ้วลงบนแก้มกร้าน ม่านฝนขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนจะใช้สองแขนโอบรอบเอวของเขาและแนบแก้มของตัวเองลงที่หน้าขาของคนที่นั่งอยู่

ปลายเมฆไม่รู้ว่าควรจะตอบรับยังไง แขนทั้งสองข้างของเขาค้างไว้ตรงที่พักแขน เขารู้สึกเหมือนคำพูดนั้นคล้ายจะสูญหายชั่วขณะ นาทีนี้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ประโยคนั้นของคนที่กำลังโอบกอดกันอยู่เป็นประโยคที่ปลายเมฆเคยเฝ้ารอ

เฝ้ารอเพื่อให้ม่านฝนกลับมาหาและเขาทั้งสองจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

แต่พอในวินาทีนี้ที่ได้ยินประโยคนั้นเขากลับไม่แน่ใจว่าเขายังคงเฝ้ารอมันในความรู้สึกเท่าเดิมอยู่หรือเปล่า ถ้าการเฝ้ารอยังคงเท่าเดิมแต่แล้วทำไมตอนนี้เขาถึงเกิดความลังเล

ฝนรักพี่เมฆนะคนตัวบางละใบหน้าออกมาจากหน้าขาก่อนที่มือคู่สวยจะทาบลงที่แก้มของคนตัวสูงกว่า

ม่านฝนวาดรอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อคุณหมอไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือคล้ายจะผลักไสกัน ม่านฝนหยัดตัวลุกขึ้น โน้มใบหน้า ก่อนที่สัมผัสจูบจะประทับลงที่ปลายคางของอีกฝ่าย

ปลายเมฆนิ่งงันมีเพียงดวงตาที่มองคนตัวเล็กกว่า สัมผัสจากม่านฝนเขายังคงจดจำมันได้ดีเสมอไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอดหรือสัมผัสจากรสจูบ มันยังคงให้ความรู้สึกเหมือนมีแมลงมีปีกนับร้อยวิ่งวนอยู่ในหัวใจของเขา

พี่.. ปลายเมฆเริ่มขยับริมฝีปากพูดหลังจากสูญเสียเสียงของตัวเองไปหลายนาที พี่ว่าฝนควรกลับบ้าน

พี่เมฆม่านฝนเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงเว้าวอน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากได้ยิน ถ้าเป็นปกติคนตรงหน้าจะโอบกอดเขาไว้และบอกให้เขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันในคืนนี้

ปลายเมฆของม่านฝนกำลังเปลี่ยนไปหรือเปล่า?

หรือไม่ฝนก็กลับไปหาเขา

“…”

คนที่ฝนเลือกและทิ้งพี่ไปฝ่ามือหนาทั้งสองข้างค่อยๆดันคนตัวบางออกห่างก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน ปลายเมฆไม่สบตาม่านฝน นาทีนี้เขาเอาแต่มองพื้นขึ้นเงาที่แทบจะสะท้อนความสั่นไหวในแววตาของตัวเอง

พี่เมฆ.. ฝนไม่ต้องการเขาอีกแล้ว

“…”

ฝนต้องการแค่พี่ แค่พี่เพียงคนเดียวนะม่านฝนไม่ยอมแพ้เขาคว้าจับฝ่ามือหนาก่อนจะนำมาทาบแก้มของตัวเอง ม่านฝนรู้ดีว่าคนตรงหน้าแพ้สัมผัสจากตนมากแค่ไหน และมันเหมือนจะได้ผลเมื่อคนตัวสูงค่อยๆผินหน้ามามองกันอีกครั้ง

ปลายเมฆกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก ในเมื่อประโยคที่ว่า ฝนต้องการแค่พี่ มันเป็นประโยคเหมือนดั่งในวันวานเมื่อเขาทั้งสองยังรักกัน เป็นประโยคที่ม่านฝนมักกระซิบข้างใบหูและเอ่ยบอกกันบ่อยๆ

ตอนนี้ปลายเมฆเหมือนเป็นคนหลงทาง เขาไม่รู้จะเอาตัวเองออกมาจากวันเวลาเก่าๆได้อย่างไร ทั้งที่พยายามจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน แต่ม่านฝนกลับพยายามพาเขากลับไปยังอดีต อดีตที่เคยหอมหวานแม้ปลายเส้นทางมันขมปร่า แต่เพราะความหอมหวานแห่งรักของพวกเขามันมีมากกว่าจึงทำให้วินาทีนี้ใจของเขาเริ่มอ่อนยวบให้กับคนตรงหน้า

ถ้าฝนยังไม่อยากกลับก็นอนที่นี่

...

นอนที่นี่ก่อนก็ได้

ใจของเขาที่โอนเอนดั่งคนไร้สติ

สุดท้ายในวินาทีที่ม่านฝนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับแววตาที่เคล้าน้ำตามันก็ทำให้ความเข้มแข็งของเขาพังทลายลง ปลายเมฆไม่สามารถไล่อีกคนให้หายไปจากกรอบสายตาได้ในวินาทีนี้ เขาไม่สามารถใจร้ายกับม่านฝนได้เพราะจำได้เสมอว่าเขาเคยเป็นคนที่แสนดีของอีกฝ่ายมากแค่ไหน

ขอบคุณนะครับ ม่านฝนยิ้มก่อนจะจูบลงที่ฝ่ามืออุ่นที่เคยห่างหายสัมผัสและปล่อยให้ฝ่ามือของคนตัวสูงเป็นอิสระ

ในวินาทีนี้แค่อีกคนยังยอมให้อยู่ใกล้กันมันก็มากพอ

ม่านฝนคงไม่สามารถเรียกร้องอะไรเพิ่มได้อีกเมื่อเขาจำได้ดีว่าเคยเป็นคนใจร้ายยังไงในวันนั้น

ฝนนอนที่โซฟาได้หรือเปล่า ปลายเมฆขยับเท้าถอยห่างจากอีกฝ่ายหนึ่งก้าวก่อนจะเอ่ยต่อพี่จะเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้

ได้ครับ แค่ได้นอนที่นี่ก็พอรอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นอีกครั้ง ม่านฝนมองคนตัวสูงกว่าพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวที่ถูกวางพาดไว้ที่ขอบโซฟาส่งให้

ไปอาบน้ำที่ห้องพี่ ส่วนเสื้อผ้า..

ฝนขอใส่ของพี่เมฆได้ไหม

ครับ อยู่ในห้อง 

งั้นฝนขอรบกวนหน่อยนะครับ

ปลายเมฆไม่ได้เอ่ยตอบกลับเขาเพียงพยักหน้าและหลีกทางให้คนตัวบางเดินเข้าไปในห้อง ไม่ต้องเอ่ยบอกว่าอะไรอยู่ส่วนไหนเพราะม่านฝนเคยเป็นเจ้าของห้องนี้ร่วมกับเขา และทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม

ห้องเรียบร้อยจังเลยนะครับพี่เมฆ ปกติพี่ยุ่งๆไม่มีเวลาเก็บห้องฝนต้องเป็นคนเก็บกวาดให้ตลอดเลยม่านฝนเริ่มเอ่ยถึงความหลังเมื่อเปิดประตูห้องนอนของเจ้าของห้องเข้ามาโดยมีคนตัวสูงเดินตามหลังมาติดๆ

มันหวานทำให้ ปลายเมฆเอ่ยตอบตามความจริง ทุกอย่างในห้องนี้และทุกส่วนของห้องของเขาเรียบร้อยได้แบบนี้ก็เพราะมันหวานทั้งนั้น

เด็กคนนั้นหรอครับ?ม่านฝนหมุนตัวมาหาคนตัวสูงกว่า เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อเพิ่งนึกได้ว่ามีอีกหนึ่งบุคคลที่อยู่ที่นี่

ครับ

เขาเป็นอะไรกับพี่เมฆหรอม่านฝนคาดหวังในคำตอบกับคำถามนี้ บางอย่างในใจของเขารู้สึกว่าเด็กที่ชื่อมันหวานมีอะไรที่พิเศษสำหรับคนตรงหน้า ไม่งั้นเด็กคนนั้นคงไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่ห้องนี้เป็นแน่

เพราะปลายเมฆที่ม่านฝนรู้จักเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองอย่างมาก

คุณหมอไม่ได้เอ่ยตอบกลับไปในทันทีกับคำถามที่คล้ายจะง่ายดายจากม่านฝน ร่างสูงนิ่งคิดเขากำลังนึกถึงคำตอบที่ตรงกับความรู้สึกของตัวเองในขณะนี้

เขาและมันหวานเป็นอะไรกัน ความสัมพันธ์ที่คล้ายจะไม่ชัดเจนและถ้าจะบอกว่าเป็นเพียงพี่น้อง เป็นลูกของเพื่อนสนิทพ่อธรรมดาๆแบบนั้นคงเป็นคำตอบที่ไม่ต่างจากคนโกหก

ไม่มีความสัมพันธ์ธรรมดาแบบไหนที่เขาจูบกันหรอก

พี่เมฆครับม่านฝนเอ่ยเรียกเมื่อคนตรงหน้ายังคงนิ่งเงียบ

เด็กคนนั้น

...

มันหวานเป็นคนสำคัญ

...

เป็นคนสำคัญที่พี่ต้องแคร์และนั่นเป็นคำตอบที่ตรงกับความรู้สึกของปลายเมฆมากที่สุด ในเมื่อตอนนี้หน้าของเด็กที่นอนป่วยอยู่อีกห้องกำลังฉายชัดอยู่ในม่านตาของเขา

คนสำคัญที่กำลังรอเขาอยู่

หรอครับ ม่านฝนยิ้มบาง คนสำคัญที่ต้องแคร์ ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ทำให้ใจของเขาแกว่งไกวไม่น้อย

ม่านฝนไม่รู้ว่าที่สำคัญนั้นมันสำคัญมากแค่ไหน แต่ก็มากพอที่จะทำให้เกิดความกลัวว่า ที่ๆเขาเคยยืนอาจจะหายไปเพราะเด็กที่ชื่อมันหวาน

ตามสบายนะ เดี๋ยวพี่เอาหมอนกับผ้าห่มไปวางไว้ให้ที่โซฟาปลายเมฆเอ่ยตัดบทก่อนจะหันไปเตรียมของที่ว่า เขาปล่อยให้หางตาจับภาพของอีกคนที่เดินไปยังตู้เสื้อผ้า คว้าเสื้อกับกางเกงของเขาและเดินเข้าห้องน้ำไป

ปลายเมฆถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อม่านฝนไม่อยู่ตรงนี้ เขาไม่รู้จะรับมือกับความรู้สึกพวกนี้ได้ยังไง ความรู้สึกตอนนี้ของเขามันหนักอึ้งคล้ายกับโดนหินถ่วง หัวใจของเขามันรวนเรไขว้เขวคล้ายกับหลงทางในเขาวงกต และตอนนี้ปลายเมฆไม่เก่งพอที่จะหาทางออกให้กับความรู้สึกของตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย

หมอนและผ้าห่มถูกวางไว้ที่โซฟาตัวยาวก่อนจะผละตัวไปเก็บเศษแก้วที่แตก ปลายเมฆกำลังคิดว่าให้ม่านฝนนอนนอกห้องอีกคนจะป่วยหรือเปล่าเพราะจำได้ว่าม่านฝนเป็นคนขี้หนาว แต่จะให้ไปนอนในห้องของเขาเหมือนเดิมก็คงจะไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันไม่ได้เหมือนเดิมขนาดนั้น ไม่ได้เหมือนเดิมขนาดที่จะให้อีกคนไปนอนบนเตียงที่เขาทั้งสองเคยใช้ร่วมกันได้

พี่เมฆครับเสียงนุ่มฉุดรั้งให้ปลายเมฆต้องหันไปมองหลังจากผ่านไปได้เพียงสิบนาที ม่านฝนในชุดนอนตัวใหญ่ เขาทั้งสองขนาดตัวต่างกันมากและเวลาที่ม่านฝนใส่เสื้อผ้าของเขามันก็มักจะหล่ะหลวมเสมอ

พอใส่ได้หรือเปล่าเจ้าของเสื้อผ้าเอ่ยถาม

ได้ครับ กางเกงหลวมไปหน่อยแต่ฝนพับๆขอบมันแล้ว ก็พอช่วยได้อยู่ม่านฝนยิ้มก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่โซฟา

หิวหรือเปล่าปลายเมฆเอ่ยถามอีกครั้ง

ช่วงนี้ฝนกินอะไรไม่ค่อยลงครับ กินอะไรเข้าไปก็ปวดท้อง

ปวดท้อง?ปลายเมฆขมวดคิ้ว แล้วมีอาการอะไรอีก อาเจียนไหม ถ่ายครั้งล่าสุดตอนไหน

พี่เมฆเป็นห่วงฝนหรอม่านฝนถามออกมาด้วยรอยยิ้ม เมื่อคนตัวสูงที่ยืนมองกันอยู่เอ่ยถามกันเป็นชุดๆ นี่อาจจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดนับตั้งแต่ม่านฝนก้าวเข้ามาที่นี่

พี่เป็นหมอปลายเมฆเอ่ยตอบพลางใช้สายตาสำรวจร่างบางที่นั่งอยู่และเพิ่งได้สังเกตเต็มตาว่าม่านฝนนั้นผอมลงไปมาก

ฝนไม่ลืมหรอกครับม่านฝนตอบเสียงกลั้วหัวเราะ เมื่อวานฝนอาเจียนหลังจากทานมื้อเย็น ปวดท้องเสียดๆ ถ่ายไปสองรอบครับ

มียาทานไหม

ไม่มีเลยครับ ฝนไม่ได้ไปคลินิก

เครียดลงกระเพาะ.. ฝน ทำไมไม่ไปหาหมอ

คิ้วพันกันใหญ่แล้วม่านฝนไม่ตอบแต่ลุกขึ้นยืนก่อนจะใช้ปลายนิ้วนวดคลึงหัวคิ้วให้กับคนที่กำลังตีหน้าเครียดอย่างไม่รู้ตัว

พี่จะหาอะไรให้ทานปลายเมฆจับมืออีกฝ่ายออกก่อนจะเดินเข้าไปในครัวโดยไม่ถามหาความเห็นใดๆทั้งสิ้น

ม่านฝนทำเพียงยิ้มให้กับความห่วงใยจากคุณหมอตัวสูงและเดินตามเข้าไป มองคนตัวโตที่หยิบนมมารินใส่แก้วพร้อมกับขนมปังแผ่นขาวในมือ

ทานได้ไหม

ได้ครับม่านฝนรับมันมากินอย่างไม่อิดออดแม้ว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย แต่จะให้ปัดความหวังดีของคนตรงหน้าทิ้งไปม่านฝนก็เลือกที่จะไม่ทำ

นมรสจืดหนึ่งแก้วและขนมปังหนึ่งแผ่นถูกกลืนลงท้องก่อนจะตามด้วยน้ำเปล่าที่ถูกส่งมาให้จากชายหนุ่มคนเดิม มือเรียววางแก้วน้ำลงก่อนจะใช้หลังมือเช็ดปากของตัวเอง

ม่านฝนส่งรอยยิ้มให้คนตรงหน้าอีกครั้ง แม้จะไม่ได้รอยยิ้มตอบกลับมาเช่นเดิม แต่เขาเห็นว่าแววตาของอีกฝ่ายมันเต็มไปด้วยความห่วงใยแบบที่เขาทั้งคู่มักมีให้กันเสมอ

การกระทำและคำพูดของมนุษย์สามารถโกหกได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถโกหกได้ก็คือแววตา

ทุกสิ่งสามารถสื่อสารออกมาได้เพียงแค่มองแววตาทั้งสองข้างแค่นั้นเอง

พักผ่อนเถอะน้ำเสียงทุ้มดังขึ้นก่อนที่ปลายเมฆจะเป็นฝ่ายเดินออกมาจากห้องครัวก่อน เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องส่งม่านฝนเข้านอน เพราะแบบนั้นแล้วปลายเท้าของเขาจึงหยุดอยู่ที่หน้าห้องของมันหวานตามคำรับปากที่ได้ให้ไว้

คำรับปากที่จะกลับมาหาคนที่เขาต้องแคร์

พี่เมฆนอนห้องนั้นหรอครับแต่คงมีเพียงม่านฝนที่ไม่เข้าใจ

ครับ ฝนนอนเถอะ

...ไม่มีคำว่าฝันดี ไม่มีสิ่งนั้นที่ม่านฝนอยากได้ยิน เขาทำได้เพียงมองอีกคนที่เปิดประตูและเดินหายเข้าไปในนั้น

ห้องที่มีเด็กที่ชื่อมันหวาน

คนสำคัญคนใหม่ของแฟนเก่าของเขา

ม่านฝนไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอะไรในตอนนี้ ระหว่างที่แฟนเก่าของเขาเลือกจะนอนกับคนที่ได้บอกว่าคือคนสำคัญ หรือการที่ต้องรู้สึกว่าต่อให้ห้องนอนของปลายเมฆไม่ได้ใช้งานแต่ม่านฝนก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปหลับนอนได้อีกแล้ว

พี่เปลี่ยนไป

ใช่...นาทีนี้ม่านฝนมั่นใจแล้วว่าปลายเมฆของเขานั้นเปลี่ยนไป

 

มันหวานสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองตั้งใจรออะไรสักอย่างแล้วเผลอพลาดหลับไป เขาลืมตามองความมืดอันเป็นสิ่งที่เจอในวินาทีแรกก่อนที่สมองจะเริ่มทำงานและกวาดสายตามองพื้นที่ข้างกายทันที

และข้างๆกันนั้นมีคนตัวโตที่นั่งพิงหัวเตียงและหลับตาสนิท มันหวานยิ้มออกมาเมื่อหมอปลายยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่รักษาคำพูด หมอปลายกลับมาหามันหวานแม้จะไม่รู้ว่ากลับมาหาตอนไหนเพราะว่าเป็นเขาเองที่เผลอหลับไปก่อนเพราะฤทธิ์ยา

แค่กๆเสียงไอดังขึ้นเบาๆ มันหวานไม่แน่ใจว่าทำไมหมอปลายไม่นอนดีๆแต่คิดว่าตัวเองควรปลุกให้คนตัวสูงตื่นขึ้นมาและนอนในท่าที่สบายขึ้น

มันหวานเอื้อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียงก่อนจะคว้ามือถือมากดดูเวลา ตัวเลขบ่งบอกว่าอีกไม่กี่นาทีจะตีห้า ซึ่งมันหวานคงไม่คิดจะนอนต่อแม้จะยังปวดหัวเพราะวันนี้มันหวานมีสอบเช้าและต้องเผื่อเวลาทำอาหารให้กับคุณหมอตัวสูงอีกด้วย

พี่หมอ พี่หมอจ๊ะ ฝ่ามือเล็กทาบลงที่ท่อนแขนแกร่งก่อนจะเขย่าเบาๆ หมอปลายจ๋า ตื่นก่อนนะ

อืมเรียกสักพักคนตัวโตถึงจะมีปฏิกิริยา มันหวานหลุดยิ้มเมื่อคิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันเพราะมีคนไปรบกวนฝันหวาน

นอนดีๆสิจ๊ะ นอนแบบนี้จะปวดหลังนะคุณหมอเอ่ยเย้าแหย่แม้อีกคนจะไม่ทันลืมตาตื่นดี แต่การที่หมอปลายค่อยๆเปลี่ยนท่านอนก็ถือว่าการรับรู้เริ่มตอกบัตรเข้าทำงาน

...

แค่กๆมันหวานปิดปากไออีกครั้ง เขาเอามือทาบหน้าผากตัวเองและพบว่ามันมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นมากกว่าตอนก่อนที่จะได้กินยาและหลับไป สงสัยคงต้องพกเจลลดไข้ไปสอบด้วยแล้วล่ะ

มันหวานเสียงงัวเงียจากคนที่นอนอยู่ดังขึ้นก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นมา ปลายเมฆหรี่ตามองเด็กตัวขาวที่มีแสงของโคมไฟเป็นฉากหลังก่อนจะยกหลังมือทาบแก้มยุ้ยนั้นเบาๆ ตัวร้อนและนั่นทำให้ปลายเมฆตื่นเต็มตา

คุณหมอหยัดตัวนั่งแม้จะเพิ่งเปลี่ยนท่านอนในท่าที่สบายไปไม่ถึงสามนาทีดีเลยด้วยซ้ำ ฝ่ามืออุ่นๆทาบลงที่หน้าผากมนของคนตัวเล็กกว่าและมันร้อนไม่ต่างจากพวงแก้มกลมๆเลยสักนิด

ไข้ขึ้น

มันหวานไม่เป็นอะไรจ่ะ เดี๋ยวเอาเจลลดไข้แปะนะถึงจะมีเพียงแค่แสงของโคมไฟแต่มันหวานก็เห็นได้ชัดเจนถึงสีหน้าเป็นห่วงของคนแก่กว่า

ขาดเรียนได้ไหมเดี๋ยวพี่พาไปหาหมอปลายเมฆเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เขาใช้หลังมืออังกับแก้มและหน้าผากของเด็กน้อยอีกครั้ง ถ้าไปเรียนเจอแอร์เย็น เจออากาศหลังฝนตกกลับมาจะเป็นหนัก

มันหวานขาดไม่ได้จ่ะ วันนี้มีสอบย่อยมันหวานเอ่ยบอกคนขี้กังวล แม้จะอยากให้หมอปลายพาไปหาหมอแต่มันหวานไม่สามารถหยุดเรียนในวันนี้ได้จริงๆ

แต่ว่า

ถ้ามันหวานสอบเสร็จแล้วจะรีบกลับเลย

พี่หายเจ็บแล้วแต่เรากลับมาป่วยแทนแบบนี้น่ะหรอฝ่ามือหนาลูบผมเด็กตัวหอมเบาๆ ปลายเมฆจำได้ว่าตอนมันหวานป่วยเมื่ออยู่ต่างจังหวัดเด็กแครอทนั้นน่าสงสารในสายตาของเขามากแค่ไหน

เลือกได้เขาก็ไม่อยากให้มันหวานป่วย และคงต้องจำไว้ว่ามันหวานไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้อีกเพราะร่างกายอ่อนแอจนเกินไปกับสิ่งเหล่านั้น

มันหวานดื้อเอง คุณไข้ถึงลงโทษเด็กน้อยยิ้มหวานพยายามไม่ให้คนตรงหน้าเป็นห่วงมากกว่าที่เป็น

พี่เป็นห่วงรู้ใช่ไหม

มันหวานรู้จ่ะ ขอบคุณนะจ๊ะ

ครับ ถ้างั้นกลับมาจากสอบแล้วไม่ดีขึ้นพี่พาไปหาหมอนะ

รับทราบฮับคุณหมอ!” เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับการทำมือตะเบ๊ะที่หางคิ้วเหมือนกับทหาร

ทะเล้นความน่าเอ็นดูของมันหวานได้รับการยีผมนุ่มจนฟูฟ่องเป็นการตอบแทน เด็กตัวหอมหัวเราะคิกคักก่อนจะนึกได้ว่าตัวเองมีภารกิจที่เป็นกิจวัตรประจำวันต้องทำ

พี่หมอนอนต่อเถอะจ้ะ เดี๋ยวมันหวานไปอาบน้ำแล้วจะเตรียมมื้อเช้าให้นะ

ไม่เป็นไร เราป่วยอยู่พี่สั่งมากินก็ได้คุณหมอเอ่ยปฏิเสธเพราะไม่อยากให้คนป่วยออกแรงมากนัก

มันหวานอยากทำให้ มันหวานอยากดูแล

ถ้างั้นก็ตามใจเราครับพอยิ้มหวานให้พร้อมกับคำพูดน่ารักๆแบบนั้นเป็นใครก็ปฏิเสธไม่ลง ปลายเมฆก็เป็นอีกคนที่ต้องยอมให้เขาล่ะ

พี่หมอนอนดีๆก่อนมันหวานถึงจะลุกไปได้ เนี่ยตอนแรกก็นอนพิงหัวเตียงไม่นอนดีๆปากเล็กเจื้อยแจ้วบ่นอุบอิบจนปลาย

เมฆต้องหลุดยิ้มออกมา เขานอนราบไปกับผืนเตียงอีกครั้งตามคำสั่งของเด็กน้อยก่อนจะปล่อยให้มันหวานคลี่ผ้าห่มมาห่มให้

พี่หมอหลับตาก่อนได้ไหมจ๊ะ

ทำไมครับ?คุณหมอเอ่ยด้วยความสงสัยเมื่อเด็กน้อยเอามือป้องปากขณะพูดเหมือนกลัวใครมาได้ยินทั้งที่ห้องนี้ก็มีเพียงเขาสองคนเท่านั้น

มันหวานชอบแอบจุ๊บหน้าผากตอนพี่หมอหลับ

แล้ว?

แต่ตอนนี้พี่หมอยังไม่หลับ มันหวานไม่กล้าจุ๊บ มันหวานเขินพูดจบก็เอามือปิดแก้มกลมๆของตัวเองที่เริ่มแผ่กระจายความร้อน หมอปลายเมฆมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ

มันหวานของเขาช่างน่ารัก

ลองจุ๊บแบบที่พี่ยังไม่หลับดูบ้างไหม

ง่ะมันหวานส่ายหน้าด้วยแววตาเขินอาย

นะครับปลายเมฆแกล้งเอ่ยเสียงคล้ายออดอ้อนจนเด็กน้อยแอบเบะปากเพราะความเจ้าเล่ห์

มันหวานแสร้งมองซ้ายมองขวาคล้ายกับใครจะมาเห็นก่อนจะหลับตาปี๋และกดจูบลงที่หน้าผากคนแก่กว่าอย่างรวดเร็วแล้วรีบผละออกมา หัวใจมันหวานเต้นตึกตักเหมือนกับได้ออกกำลังกายยามเช้า

และมันหวานรู้แล้วว่าการออกกำลังกายมันเหนื่อยมากจริงๆ

ขอบคุณครับ ขอให้ทำข้อสอบได้นะปลายเมฆส่งยิ้มให้กับเด็กน้อยที่เอาชนะความเขินอายของตัวเองได้ ความรู้สึกอุ่นๆตรงหน้าผากยังคงอยู่ เขาเอื้อมมือขึ้นก่อนจะวางฝ่ามือลงที่กลุ่มผมนุ่มและลูบมันเบาๆด้วยความเคยชิน สู้ๆคนเก่ง

มันหวานยิ้มรับด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนเกิดเสียงอื้อในหู หมอปลายจะรู้ไหมนะว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้มันหวานมีกำลังใจเต็มถังจนแทบล้นเลยล่ะ

 

มันหวานใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวในห้องน้ำไม่ถึงครึ่งชั่วโมงและเมื่อออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าคุณหมอนอนหลับสนิทไปแล้วเช่นกัน  คนตัวเล็กจึงพาตัวเองออกมาจากห้องนอนเพื่อจะเตรียมทำอาหารเช้าที่แสนอร่อยให้กับอีกคนเหมือนอย่างเคย  ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเช้ามันหวานมีเวลาพอเหลือนิดหน่อยเมื่อหักลบกับเวลาที่จะใช้ในการเดินทางไปมหาวิทยาลัยและเข้าสอบตอนเจ็ดโมงครึ่ง

แต่ก่อนที่มันหวานจะได้พาตัวเองไปยังห้องครัวนั้นต้องผ่านห้องนั่งเล่นก่อน และตรงนั้นที่ปรากฏในสายตาคือร่างบางของใครบางคนที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาว

คุณม่านฝนเสียงหวานพึมพรำออกมาเบาๆ เกิดความไม่เข้าใจว่าทำไมอีกคนยังอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืน

เมื่อคืนระหว่างหมอปลายเมฆและผู้ชายคนนั้นเกิดอะไรขึ้น? แล้วทำไมหมอปลายเมฆไม่เห็นบอกมันหวานเลยว่าคุณม่านฝนนอนค้างที่นี่

มันหวานอยากเดินไปปลุกคนที่นอนอยู่บนโซฟาเพื่อถามถึงข้อข้องใจ แต่มันหวานก็รู้ดีว่าตัวเองยังเด็กมากไปที่จะยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่จึงทำได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้กับตัวและเลือกจะละไปทำสิ่งแรกที่ตั้งใจเอาไว้

มันหวานเดินเข้ามายังห้องครัวและเริ่มเตรียมมื้อเช้าให้กับคนพิเศษของตัวเองเหมือนกับทุกๆวัน เช้านี้มันหวานจะทำผัดยอดอ่อนทานตะวันน้ำมันหอยกับไข่เจียวกุ้งสับให้หมอปลาย

กลิ่นหอมๆของน้ำมันหอยคละคลุ้งเต็มห้องครัวก่อนที่ผัดยอดอ่อนทานตะวันจะถูกตักใส่จาน มันหวานใช้เวลาเพียงไม่นานเพราะคล่องแคล่วในเรื่องการทำอาหาร เพียงแค่ยี่สิบห้านาทีอาหารสองอย่างก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมกับข้าวที่หุงไว้สุกพอดี

มันหวานย้ายตัวเองไปที่เครื่องชงกาแฟก่อนจะทำกาแฟดำให้คนโตกว่า หมอปลายชอบกาแฟเข้มๆในตอนเช้าที่ใส่น้ำตาลเพียงแค่ก้อนเดียว มันหวานจำได้เพราะตลอดเวลาที่หมอปลายลาพักป่วยมันหวานเป็นคนทำให้หมอปลายดื่มทุกเช้า หมอปลายกลายเป็นคนติดกาแฟวันไหนไม่ได้ดื่มอีกคนเคยบอกว่าเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง

ตื่นเช้าจังเลยนะครับ

อ๊ะ!” มันหวานสะดุ้งจนเกือบทำกระบอกเก็บความร้อนในมือร่วง คนตัวเล็กหันหน้าไปหาบุคคลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก่อนจะโค้งให้เล็กน้อยเพราะมือไม่ว่างยกขึ้นมาไหว้ สวัสดีครับ..คุณม่านฝน

สวัสดีครับ น้องมันหวานมันหวานมองคนตรงหน้าที่สูงกว่าเขาประมาณห้าหกเซนส่งรอยยิ้มมาให้ มันหวานไม่รู้ว่าควรยิ้มตอบกลับไปไหมเพราะชุดนอนที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่มันเป็นของหมอปลายเมฆและนั่นทำให้มันหวานไม่ชอบใจเอาเสียเลยทำมื้อเช้าให้พี่เมฆหรอครับ

ครับมันหวานเอ่ยตอบและไม่ลืมหางเสียงที่ใช้พูดกับผู้ใหญ่ ปกติมันหวานจะพูดจ๊ะจ๋ากับคนที่มีอายุมากกว่า แต่ไม่รู้ทำไมมันหวานถึงไม่อยากใช้หางเสียงน่ารักๆนั้นกับคนตรงหน้า

อันนี้ผัดอะไรหรอครับ พี่ไม่เคยเห็นเลยนิ้วเรียวสวยชี้ไปยังจานที่มีผัดยอดอ่อนทานตะวันน้ำมันหอยอยู่ สีหน้าของคนถามสื่อออกมาให้รับรู้จริงๆว่าไม่รู้จักอาหารตรงหน้า

ผัดยอดอ่อนทานตะวันน้ำมันหอยครับมันหวานตอบก่อนจะหันมาเทกาแฟใส่กระบอกเก็บความร้อนต่อ

พี่เมฆทานหรอครับ ปกติพี่เมฆไม่ทานอะไรที่ไม่เคยทานนะม่านฝนยังคงพูดต่อและเหลือบตามองปฏิกิริยาของเด็กตรงหน้า และตอนนี้เด็กคนนั้นกำลังชะงักให้กับคำพูดของเขา

หรอครับมันหวานวางกระบอกที่บรรจุกาแฟลงก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวบาง แต่มันหวานก็เห็นพี่หมอทานทุกอย่างที่มันหวานทำให้

ทานหมดทุกครั้งและยังบอกอีกด้วยว่าชอบคำสุดท้ายถูกมันหวานเน้นหนักด้วยน้ำเสียง

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนายังไงถึงได้พูดออกมาแบบนั้นแต่มันหวานก็จะไม่ยอมให้หรอกในเมื่อหมอปลายเมฆก็โปรดอาหารทุกอย่างที่มันหวานทำให้ แล้วผิดอะไรที่มันหวานจะหยิบยกมาพูดบ้าง

หรอครับม่านฝนยิ้มบาง แล้วนี่น้องมันหวานจะไปเรียนเลยหรือเปล่าครับ

ครับ

ถ้างั้นรีบไปเถอะครับ สายแล้วรถจะติด

...

ไม่ต้องห่วงพี่เมฆนะครับ เดี๋ยวพี่ดูแลเอง

ประโยคหลังทำให้มันหวานรู้สึกบางอย่างที่สะกิดหัวใจของตัวเอง มันวูบไหวแปลกๆเพราะคำพูดของคนตรงหน้า อยู่ดีๆมันหวานก็รู้สึกว่าในวันนี้เขาไม่อยากไปเรียนเลยสักนิด

ไม่อยากปล่อยให้หมอปลายและม่านฝนอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

แต่ถึงแบบนั้นมันหวานก็ไม่กล้าเอ่ยถามออกไปอยู่ดีว่าร่างบางตรงหน้าจะกลับไปเมื่อไร เพราะนั่นคงทำให้มันหวานกลายเป็นเด็กที่มารยาทแย่น่าดู มันหวานไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจในเมื่อม่านฝนคือแขกของหมอปลาย

คงไม่รบกวนหรอกครับมันหวานแสร้งยิ้มก่อนจะหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดมือและผินใบหน้ามามองแฟนเก่าของหมอปลายเมฆอีกครั้ง

...

เพราะที่ผ่านมาพี่หมอเขาดูแลตัวเองได้

...

โดยที่ไม่มีคุณ

แต่มันหวานมีสิทธิ์ที่จะพูดเพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองและหมอปลายเมฆ

มันหวานทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากครัว หวังให้คำพูดของตัวเองทำให้อีกฝ่ายเข้าใจอะไรมากขึ้น

หมอปลายเมฆสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ดูแลได้ดีในวันที่ปราศจากคนคนนั้น และม่านฝนควรจะรู้ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ในตัวหมอปลายเมฆเหมือนแต่ก่อน

ไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่เป็นฝ่ายที่เลือกจะเดินออกไปจากชีวิตหมอปลายเมฆเอง

 

แค่กๆ

ไหวไหมเนี่ยน้องเต่าฝ่ามือของเตวิณทาบลงที่แก้มยุ้ยของคนตัวเล็กกว่าหลังจากมันหวานออกมาจากห้องสอบและไอโขลกออกมาไม่หยุด หน้าผากมนนั้นก็ถูกแปะไว้ด้วยเจลลดไข้ที่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด

ไหวๆมันหวานดึงมือหนาของเพื่อนตัวเองออกก่อนจะเดินสูดน้ำมูกฟืดๆไปยังโรงอาหารหลังจากใช้เวลาในการงมข้อสอบไปถึงสองชั่วโมงครึ่ง

เตวิณไม่ได้อยากเอ่ยขัดอะไรทั้งที่รู้ว่าอีกคนคงไม่ไหว เขาทำเพียงเดินตามมันหวานไปเงียบๆ ไม่เซ้าซี้หรือหยอดมุกเสี่ยวๆใส่ในตอนนี้เพราะรู้ว่ามันหวานคงไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย

ถึงแม้ปกติก็ไม่เล่นด้วยอยู่แล้วก็ตาม

โรงอาหารคณะตอนนี้คนไม่เยอะเท่าไรพวกเขาจึงไม่ต้องหาที่นั่งนาน เตวิณวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามคนตัวน้อยที่ฟลุบหน้าลงกับโต๊ะไปแล้วเรียบร้อย

มันหวานกินไร เดี๋ยวไปซื้อให้ใช้ปลายนิ้วสะกิดท่อนแขนขาวของเต่าตัวน้อยในสายตาตัวเองเบาๆ

มันหวานเงยหน้าขึ้นมาจากท่อนแขนพร้อมกับสูดน้ำมูกอีกฟืดใหญ่ คนตัวเล็กส่ายหัวเพราะไม่รู้สึกอยากอาหารเลยในตอนนี้ มันหวานรู้แค่ว่าปวดหัว ไม่สบายตัวและหนาวมากๆอาจจะเพราะอยู่แช่ในห้องแอร์มาหลายชั่วโมง แผ่นเจลที่ควรจะลดไข้ของมันหวานลงถึงไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด

ข้าวต้มไหม กินอะไรร้อนๆจะได้กินยาเตวิณเสนอทางเลือก เอาตามตรงตอนนี้ใจของเขาเป็นห่วงคนตรงหน้ามากๆแล้วเหมือนกัน

เราไม่หิวเลยเตวิณมันหวานเริ่มทำหน้างอแง ไม่บังคับกันได้ไหม

ไม่ได้อยากบังคับเตวิณถอนหายใจออกมาเบาๆและเขาคิดว่าควรจะงัดไม้ตายมาใช้กับคนขี้ดื้อเสียหน่อย แต่ถ้าหมอคนนั้นรู้ว่า..

โอเคๆ ข้าวต้มก็ได้จ้ามันหวานยู่ปากอย่างขัดใจเพราะแค่เอ่ยถึงหมอคนนั้นของเตวิณก็ทำให้มันหวานต้องยกธงขาวอย่างเลี่ยงไม่ได้

ก็แค่นั้น เตวิณยักไหล่ ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับเพราะมันจี๊ดในใจแต่ก็คงต้องยอมรับว่าหมอคนนั้นมีอิทธิพลต่อมันหวานมากๆแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันตรงนี้ก็ตาม

แต่แค่เพียงชื่อหรือแค่เอ่ยถึงก็ทำให้มันหวานแทบยอมทุกอย่างแล้ว

เตวิณลุกขึ้นยืนก่อนจะไปจัดการซื้ออาหารให้ตัวเองและเต่าตัวน้อยที่กำลังป่วย เวลาสิบห้านาทีไม่ขาดไม่เกินข้าวต้มหมูสับสองถ้วย น้ำเปล่าทั้งแบบเย็นและไม่เย็นอย่างละหนึ่งขวดก็ถูกวางลงบนโต๊ะ

มันหวาน กินข้าวปลุกคนที่ฟลุบหน้าลงกับโต๊ะอีกรอบและครั้งนี้มันหวานไม่ดื้อเหมือนคราแรก เตวิณดันถ้วยข้าวต้มหมูไปใกล้คนตรงหน้ามากขึ้นพร้อมกับเปิดขวดน้ำเสียบหลอดให้เสร็จสรรพ

ขอบคุณนะเตวิณริมฝีปากเล็กที่แดงระเรื่อเพราะพิษไข้เอ่ยบอกคนตรงหน้าเบาๆ แต่มันหวานรู้ดีว่าเตวิณได้ยินมัน ไม่งั้นคงไม่ยิ้มปากแทบฉีกถึงหูแบบที่เป็นอยู่

ก็เราจีบนายอยู่ป่ะวะ เตวิณยกยิ้ม ถึงนายจะปิดกั้นทุกทางก็เถอะ

ขอโทษนะ..ไม่บ่อยนักที่มันหวานจะเอ่ยขอโทษเพื่อนตรงหน้า แต่ทุกครั้งที่เตวิณหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดมันหวานมักจะรู้สึกแย่เสมอ

เตวิณไม่ผิดที่ชอบมันหวาน และมันหวานก็ไม่ผิดที่ตอบรับความรู้สึกของเพื่อนคนนี้ไม่ได้

ความรู้สึกมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถบังคับได้ หัวใจของทุกคนเป็นอิสระไร้การควบคุมจากใครอื่นใดที่เราไม่ได้มีความรู้สึกร่วมด้วย

หัวใจของมันหวานก็เช่นกัน

ไม่ได้อะไร ก็แค่จีบต่อไปจนกว่าสถานะของนายจะไม่ว่างแล้ว

...

เมื่อนั้นเราถึงจะหยุด

เตวิณ..

แค่จำไว้ ว่าถ้าเสียใจเราจะอยู่ตรงนี้เตวิณลังเลเพียงนิดก่อนที่เขาจะตัดสินใจทาบฝ่ามือไว้ที่หลังมืออุ่นๆของคนตัวเล็กตรงหน้า แค่จำไว้

...

หากเขาใจร้าย ติณอยากให้มันหวานนึกถึงติณเป็นคนแรก

มันหวานรับฟังคำพูดของเพื่อนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ ตอนนี้มันหวานเหมือนเป็นคนใจร้ายที่ทำลายความรู้สึกดีๆของเตวิณ มันหวานยอมรับแม้ว่าในวินาทีแรกที่เจอกัน เตวิณจะเป็นผู้ชายที่ดูน่ากลัวเพราะคำพูดที่หยาบคาย แต่พอได้เป็นเพื่อนกัน เวลาผ่านไปเรื่อยๆมันหวานกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่งที่สามารถไว้ใจได้

เตวิณเป็นคนอบอุ่นและน่ารักหากไม่มีคำพูดหวานเลี่ยนให้บาดหู อยู่ในรั้วของมหาลัยเตวิณและเขาตัวแทบติดกันตลอด แม้บางครั้งจะรู้สึกอึดอัดแต่ก็มีหลายครั้งที่มันหวานรู้สึกวางใจ รู้สึกไม่ต้องระแวงต่อผู้คนที่ไม่คุ้นชิน เวลามีผู้ชายคนอื่นจะเข้าหาก็ได้เตวิณออกหน้าเป็นคนช่วยไว้ทุกที

มีเตวิณอยู่ข้างๆก็ไม่ได้เลวร้ายแต่ก็ไม่ได้ดีถึงขนาดที่จะก่อตัวเป็นคำว่าชอบในรูปแบบของความสัมพันธ์นั้นได้

เพราะทั้งใจของมันหวานนั้นให้หมอปลายเมฆไปหมดแล้ว

ให้ไปหมดแล้วจริงๆ

 

มันหวานเลิกเรียนตอนบ่ายสี่โมงตรงและวันนี้มันหวานไม่ได้นั่งรถกลับห้องเพียงคนเดียวเพราะเตวิณอาสาจะมาส่งถึงหน้าคอนโดด้วยความเป็นห่วงกลัวจะเป็นลมล้มพับระหว่างทาง

หมวกกันน็อคใบสีดำถูกส่งให้กับคนขับที่เสียสละไม่ใส่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับคนซ้อน มันหวานยิ้มให้คนที่นั่งคร่อมมอไซต์อยู่ วันนี้เตวิณไม่หยอดมันหวานด้วยมุกเลี่ยนสักประโยคและนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เตวิณได้รับรอยยิ้มจากมันหวานมากขึ้นกว่าวันอื่นๆ

เข้าไปได้แล้ว แล้วให้เขาพาไปหาหมอ มองดวงตาหวานของคนตัวน้อยตรงหน้าที่เคล้าน้ำตาบางเบาเพราะไอมาตลอดทาง อยากจะดึงเข้ามากอดแล้วเป่ากระหม่อมให้หายจากไข้แต่เตวิณก็รู้ดีว่าไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถทำแบบนั้นได้

อื้ม ขอบคุณที่มาส่ง เราไปนะฝ่ามือเล็กโบยหยอยๆให้เพื่อนของตัวเอง มองคนตัวใหญ่พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มจางๆให้ก่อนที่เตวิณจะสวมหมวกกันน็อตและสตาร์ทรถออกตัววิ่งหายไปจากกรอบสายตา มันหวานถึงได้เดินเข้ามาในตัวคอนโด

สองขาเล็กพากันเดินไปตามทางที่คุ้นชิน เข้าลิฟต์และกดชั้นที่อาศัยอยู่ในทุกๆวัน มันหวานพาตัวเองออกมาจากกล่องโดยสารแคบก่อนจะเดินตรงไปยังห้องริมสุด ก่อนจะชะงักมือที่กำลังทาบคีย์การ์ด

เขาแค่กำลังกลัวว่าจะเจอใครคนอื่นในห้องของเขาและหมอปลาย

มันหวานยืนอยู่หน้าห้องสักพักก่อนจะตัดสินใจทาบคีย์การ์ดและเปิดเข้าไป สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหมอปลายเมฆนั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ ในมือถือรีโมททีวีก่อนที่สายตาจะหันมาสบกับเขาที่เดินเข้ามาในห้อง

มันหวานลอบถอนหายใจที่ไม่เจอกับใครบางคนนั่น

มันหวาน คุณหมอลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหาเด็กน้อยที่หน้าตาแดงจัดไปหมด

พี่หมอ มันหวานว่ามันหวานไม่ไหวทิ้งตัวใส่อ้อมกอดของคนตัวโตกว่า แนบหน้าผากไว้ที่อกแกร่งจนความร้อนจากหน้าผากแทบจะทะลุไปถึงแผ่นอกของอีกฝ่าย

ปลายเมฆลูบแผ่นหลังของเด็กน้อยเบาๆ ไอความร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากตัวมันหวานบ่งบอกได้อย่างชัดเจนโดยที่ไม่ต้องวัดไข้ว่าเด็กแครอทของเขาไข้สูงขนาดไหน

ไปครับ ไปหาหมอนะ

ปลายเมฆค่อยๆประคองเด็กน้อยออกจากแผ่นอก เขาเตรียมจะไปหยิบกุญแจรถแต่เสียงโฮกฮากที่มาจากห้องนอนของตัวเองกลับดังขึ้นเสียก่อน

เขายังอยู่หรอจ๊ะมันหวานเอ่ยถามเสียงเบา เมื่อคิดว่าคนที่ไม่เห็นคงจะกลับไปแล้วแต่เปล่าเลย

ม่านฝนยังอยู่ที่นี่

ครับปลายเมฆร้อนรนเอ่ยตอบก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังห้องนอนของตัวเอง

ก่อนหน้านี้ม่านฝนขออาบน้ำก่อนจะกลับไปที่พักของตัวเองซึ่งเขาก็ไม่ได้อะไรจึงให้อีกคนใช้ห้องน้ำได้ตามสบาย แต่ปลายเมฆกลับลืมฉุกคิดไปว่าม่านฝนอยู่ในห้องของเขานานหลายสิบนาทีจนแทบลืมไปแล้วหากไม่ได้ยินเสียงแปลกๆดังออกมาจากห้องนอน

ฝนเอ่ยเรียกทันทีที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามาแต่กลับไม่พบร่างบาง ปลายเมฆรีบสาวเท้าไปยังห้องน้ำก่อนจะเปิดมันออกอย่างแรง และสิ่งแรกที่เห็นคือม่านฝนที่โก่งคออาเจียนอยู่ตรงโถส้วม

พี่เมฆ.. อ่อก ! แค่กๆม่านฝนอาเจียนลงที่โถส้วมอีกครั้งแม้สิ่งที่อาเจียนออกมาจะเป็นเพียงน้ำใสๆไม่ต่างจากน้ำเปล่า เวลานี้เขารู้สึกว่าร่างกายตัวเองอ่อนแรงเพราะการอาเจียนติดกันมาหลายนาทีบวกกับก่อนหน้านี้ที่ท้องเสียอีกด้วย

คุณม่านฝนเป็นอะไรครับมันหวานที่เกาะขอบประตูห้องน้ำดูเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงจนแทบลืมไปเลยว่าตัวเองก็กำลังป่วยอยู่เช่นกัน

เครียดลงกระเพาะ พี่จะพาไปหาหมอปลายเมฆเป็นคนตอบคำถามนั้นก่อนจะละตัวไปหาอีกคนที่แทบจะกองไปอยู่ที่พื้นเพราะหมดแรง

คุณหมอช้อนตัวร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนและพาออกจากห้องนอนท่ามกลางสายตาที่แอบน้อยใจของเด็กอย่างมันหวาน แต่ถึงแบบนั้นมันหวานก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามไปเพราะอาการของม่านฝนคงน่าเป็นห่วงมากกว่าไข้ธรรมดาของตัวเอง

พวกเขาทั้งสามคนพากันมายังลานจอดรถภายในเวลาไม่กี่นาที ม่านฝนถูกจับให้นอนอยู่ที่เบาะหลังส่วนมันหวานนั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ คนตัวเล็กมองสีหน้าของหมอปลายที่แสดงความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด

ความเร็วของรถที่กำลังแล่นอยู่ทำให้มันหวานต้องหาที่จับ หมอปลายแทบแซงรถทุกคันที่ขวางทางและมันหวานรู้สึกได้เลยว่าในเวลานี้ถ้าการฝ่าไฟแดงไม่ผิดกฎหมายหมอปลายคงไม่รอช้าที่จะทำมัน

ภายในห้องโดยสารไม่ได้มีเสียงพูดคุยแม้แต่น้อย มันหวานจึงได้ยินเสียงขยับตัวจากคนเบาะหลัง ม่านฝนเอามือกุมท้องของตัวเองคล้ายกับความปวดนั้นเล่นงานอย่างหนัก เหงื่อกาฬนั้นไหลเต็มกรอบใบหน้า ไม่ต่างจากคนขับที่กำลังหายใจถี่รัวเพราะความใจร้อน

และตอนนี้เป็นอีกครั้งที่มันหวานเกิดความกลัวในใจกับการกระทำของหมอปลายเมฆ ตอนที่มันหวานเดินเข้ามาในห้องด้วยอุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงคนตัวโตยังไม่มีสีหน้ากังวลเท่ากับที่เห็นม่านฝนอาเจียนอยู่ในห้องน้ำเลย

ผิดอะไรไหมถ้าตอนนี้มันหวานจะกลายเป็นเด็กขี้อิจฉาคนที่กำลังป่วยหนักกว่าตัวเอง?

ใช้เวลาแห่งความเร่งรีบบนท้องถนนมาถึงโรงพยาบาลภายในเวลาไม่กี่นาทีรถก็จอดเทียบหน้าตึกผู้ป่วยฉุกเฉินพร้อมกับคุณหมอที่เพิ่งหายเจ็บข้อเท้ารีบลงจากรถและเอ่ยให้บุรุษพยาบาลเอาเตียงเข็นมารับคนป่วย

มันหวานได้แต่เปิดประตูลงจากรถและมองหมอปลายอุ้มม่านฝนออกมาก่อนจะพาไปยังเตียงเข็นโดยแทบลืมไปแล้วว่ามันหวานก็มาด้วยเหมือนกัน

พี่หมอ..มันหวานเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเมื่อหมอปลายเป็นคนเข็นเตียงของม่านฝนเข้าไปข้างในด้วยความใจร้อน อยู่ดีๆขอบตาของมันหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหัน ความรู้สึกเหมือนโดนกำปั้นของใครสักคนต่อยมาที่ใจมันรู้สึกแบบนี้เองหรอ

มันหวาน?

พี่แทนไทมันหวานเอ่ยเรียกชื่อคุณหมอตรงหน้าก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาทั้งที่เรี่ยวแรงแทบจะไม่มีเหลือ

เป็นอะไรมาครับ ทำไมหน้าแดงปากแดงจัดขนาดนั้นหมอแทนไทเอาฝ่ามือทาบตามแก้มและลำคอของตัวเล็กกว่าก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสนั้นมันร้อนดั่งเอามือไปอังเตาผิง "มาคนเดียวหรอ เมฆมันไปไหน" เอ่ยถามหาเพื่อนสนิทที่คาดว่าคงหายดีแล้วแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา

หมอปลาย

...

พาคุณม่านฝนเข้าไปแล้วจ่ะ

ว่าไงนะครับ? ม่านฝน? แทนไทมีสีหน้าตกใจเมื่อชื่อของบุคคลที่เขาไม่ได้ยินมาสักพักออกมาจากริมฝีปากของเด็กตรงหน้า

จ้ะ คุณม่านฝนป่วย พี่หมอ.. หมอปลายพาไปข้างใน

...

ทิ้งมันหวานไว้ที่นี่..มันหวานจากขอบตาที่ร้อนผ่าวเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำตาที่รินไหล มันหวานร้องไห้ออกมาเงียบๆเพราะความน้อยใจและเสียใจ มันผสมปนเปกันไปหมด ก่อนจะโดนคุณหมอตรงหน้าดึงตัวเข้าไปกอดปลอบพร้อมกับลูบผมเบาๆ

อย่าร้อง

ฮึก..

พี่จะเป็นเจ้าของไข้เราเอง มันหวานไม่ร้องนะ ถึงจะไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้แต่แทนไทกลับเข้าใจความรู้สึกของเด็กในอ้อมกอดดี

เด็กตัวน้อยกำลังเสียใจเพราะรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสำคัญ

แทนไทปลอบเด็กน้อยอยู่สักพักก่อนจะพาเข้ามาด้านในโรงพยาบาลให้มันหวานกรอกข้อมูลส่วนตัวและเขาจะเป็นคนจัดการตรวจให้เองแม้จะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงก็ตามแต่

ผลตรวจออกมาว่ามันหวานไข้ขึ้นสูงและร่างกายอ่อนเพลีย มีการไอจนคออักเสบและการปวดหัวติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง แทนไทจึงจัดการให้มันหวานนอนพักเพื่อให้น้ำเกลือและฉีดยาดูอาการสักหนึ่งคืนเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้

เขาจัดการเรื่องให้เด็กน้อยนอนพักในห้องพักรวมสี่คนโดยไม่รู้ว่าเพื่อนตัวดีหายหัวไปไหนเพราะเวลาผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงาของปลายเมฆเลยสักนิด

เดี๋ยวมันก็มาแทนไทลูบผมเด็กน้อยที่นั่งพิงหัวเตียง คอก็พยายามชะเง้อมองไปที่ประตูเพื่อรอใครบางคน

หมอปลายอาจจะไม่รู้ว่ามันหวานพักอยู่ห้องนี้มันหวานพยายามพูดปลอบให้ตัวเองสบายใจแม้จะรู้ดีว่าถ้าหากหมอปลายไม่รู้ว่ามันหวานอยู่ไหนก็คงจะโทรมาเพราะมันหวานนำมือถือติดตัวมาด้วย

แต่ที่มือถือของมันหวานยังคงไร้ความเคลื่อนไหวก็คงเพราะหมอปลายยังคงอยู่กับใครคนนั้น

ถ้าพี่เจอมันจะรีบบอกให้เลย เรานอนพักเถอะครับมือใหญ่ค่อยๆประคองเด็กน้อยให้นอนดีๆก่อนจะตวัดผ้าห่มมาห่มให้ถึงช่วงอก หลับซะมันหวานเขาทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก่อนจะเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยปล่อยให้คนไข้ได้พักผ่อน

มันหวานมองหมอแทนไทที่หายออกไปจากห้องก่อนที่ตัวเองจะหันมามองเพดานสีขาว น้ำตาที่แห้งสนิทไปก่อนหน้านี้ค่อยๆไหลออกมาอีกครั้งด้วยความเสียใจ

มันหวานไม่รู้จะอธิบายมันออกมาทางคำพูดได้ยังไงเพราะแบบนั้นแล้วการระบายความรู้สึกผ่านน้ำตาคงเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด

ยังจำได้ดีแววตาห่วงใยที่หมอปลายมีต่อม่านฝน จำได้ดีตอนที่อุ้มเขาคนนั้นไว้ในอ้อมแขนและทิ้งให้มันหวานยืนเคว้งอยู่หน้าโรงพยาบาลคนเดียว

สุดท้ายคนที่หมอปลายให้ความสำคัญมากที่สุดก็ยังคงเป็นม่านฝนคนนั้น

ม่านฝนที่เป็นความรักของหมอปลายเมฆมาตลอด

แล้วมันหวานเป็นใคร เป็นใครกันสำหรับหมอปลายเมฆ

ฮึก!” มันหวานปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเพราะไม่อยากให้ไปรบกวนคนอื่น คนตัวเล็กค่อยๆหยัดตัวลุกขึ้นจากผืนเตียงคนไข้ก่อนจะยื่นแขนไปรั้งให้ผ้าม่านสีอ่อนปิดกั้นเตียงนอนของตัวเองจากเตียงของคนอื่น

มันหวานไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองนอนร้องไห้อยู่คนเดียวโดยไร้ซึ่งคนปลอบโยนสักคน

มันหวานไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าภาพของเขาตอนนี้มันยิ่งกว่าคำว่าน่าสงสารมากแค่ไหน

 

ไม่รู้ว่ามันหวานร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่าตัวเองร้องไห้จนหลับไปและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับเสียงสายฝนภายนอกหน้าต่าง

มันหวานเอื้อมหยิบมือถือที่วางไว้โต๊ะข้างหัวเตียงมากดดูเวลา ตอนนี้เวลาเกือบสามทุ่มซึ่งยังคงไร้วี่แววของคนที่รอ มันหวานแอบหวังว่าหากลืมตามาจะเจอหมอปลายอยู่ข้างๆ แต่เปล่าเลยไม่มีคุณหมอคนนั้นข้างกายมันหวาน

คนตัวเล็กพยายามคิดว่าอาจจะมาแล้วตอนที่ตัวเองหลับ แต่อีกใจมันบ่งบอกว่าให้เลิกคิดเข้าข้างตัวเองเพราะรู้ดีว่าคนที่มีความสำคัญมากกว่าคงเป็นคนที่ได้รับความห่วงใยจากหมอปลายมากที่สุด

ความห่วงใยที่มาไม่ถึงมันหวาน

มันหวานตัดสินใจพาตัวเองออกมาจากห้องพร้อมกับเสาน้ำเกลือและโทรศัพท์ในมือ เขาพาตัวเองลงมายังชั้นหนึ่งตรงเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อถามหาคนป่วยที่ชื่อม่านฝน แม้จะไม่รู้ชื่อจริงแต่เหมือนคำว่าม่านฝนก็ทำให้พยาบาลที่ประจำอยู่รู้ได้แล้วว่ามันหวานหมายถึงคนไหน

แน่สิ ก็ม่านฝนคนนี้เคยเป็นคนรักเก่าของลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลนี่นะ

มันหวานขึ้นลิฟต์มายังชั้นสิบตามคำบอกเล่าของพยาบาลว่าเป็นห้องพักวีไอพี มือบางเข็นเสาน้ำเกลือไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าห้องตามที่สมองจดจำตัวเลขมา

มันหวานมองเข้าไปข้างในผ่านช่องกระจกใส และข้างในนั้นทำให้ดวงตาบอบช้ำของมันหวานผลิตน้ำตาออกมาอีกครั้ง

หมอปลายเมฆอยู่ที่นี่จริงๆ เขานั่งฟลุบหลับอยู่ข้างๆเตียงของม่านฝน มันหวานเห็นมือแสนอุ่นคู่นั้นที่มักจะลูบผมของเขาเสมอแต่ตอนนี้กลับจับมือของม่านฝนไว้ไม่มีปล่อย

หมอปลายจะรู้ไหมว่าการที่เข้าใกล้อีกฝ่ายถึงขนาดนั้นมันทำให้มันหวานแทบกลั้นหายใจเมื่อได้มอง

นี่สินะเหตุผลที่ลืมมันหวานอย่างสนิทใจ เพราะคนรักเก่าที่มีความสำคัญมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยอย่างมันหวาน

ไหนกันประโยคที่บอกว่า เราทั้งคู่จะเหมือนเดิม

ไหนกันคำว่าชอบจากริมฝีปากที่เคยให้รสหวาน มันหวานไม่เห็นว่ามันจะมีอยู่จริง

ไหนกันคนที่ขอให้เชื่อใจแต่แล้วทำไมความเชื่อใจของมันหวานถึงได้รับการตอบแทนแบบนี้

หมอปลายเมฆกลายเป็นคนใจร้ายที่ขี้โกหกแบบนี้ได้ยังไงกัน

ฮึก..หมอปลายได้แต่เอ่ยพูดกับบานประตูและมันหวานรู้ว่ามันไม่มีทางส่งไปถึงอีกคน

มันหวานกำเสาน้ำเกลือแน่นส่วนมืออีกข้างที่นำมือถือติดมือมาด้วยนั้นยกขึ้นระดับใบหน้าก่อนจะปลดล็อคและเลื่อนหาเบอร์ที่ไม่เคยเป็นฝ่ายโทร.หาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนไป คำพูดของคนๆนั้นในน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใยอย่างชัดเจน

หากเขาใจร้าย ติณอยากให้มันหวานนึกถึงติณเป็นคนแรก

                [ว่าไง มันหวาน]

                ฮึก.. เตวิณ

 

 

 #มันหวานปลายเมฆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,138 ความคิดเห็น

  1. #1098 favmme (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:02
    ไม่เอาแล้ว หมอต้องโดนลงโทษ ใจร้ายมากๆ
    #1,098
    0
  2. #1078 Wannapathip (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 19:03
    เตวิณมาหาน้องด่วน
    #1,078
    0
  3. #1072 loveseriesY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 15:08
    โคตรเจ็บบย
    #1,072
    0
  4. #1040 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:36
    เตวินนนนนนนนน
    #1,040
    0
  5. #1001 AiwAiwRungthip (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:07
    สงสารมันหวาน พี่หมอใจร้าย ทำไมลืมน้อง
    #1,001
    0
  6. #995 littlebyunnie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:36
    มันหวานไปพักใจก่อนนะลูก พี่หมอใจร้ายเกินเรารับไม่ไหวจริงๆอะ
    #995
    0
  7. #980 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 01:50
    ไม่ยกให้พี่หมอแล้ว อันนี้คือไม่ได้โลเลธรรมดา อันนี้คือลืมเลน แบบลืมไปเลย ถ้าโลเลมากสุดก็ต้องฝากน้องไว้กับเพื่อน แต่นี่ทิ้งแบบทิ้งเลยอะ
    #980
    0
  8. #952 pcy921 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:26
    มันหวานต้องรักตัวเองแล้วนะรูกกก
    #952
    0
  9. #921 นุ้งโด (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 10:51

    สงสารน้องมันหวานมากแม่
    #921
    0
  10. #903 Miiwxx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:01
    สงสารน้องมาก
    #903
    0
  11. #880 Love Fantasy.. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:16
    หมอ นี่โกรธหมอเเล้วนะ โกรธมากด้วย เเงงงงงงงงงงงงง
    #880
    0
  12. #857 areenachesani (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 09:25
    แงง เศร้าอ่ะ หมอปลายไม่แม้กระทั่งนึกถึงน้องสักนิดนึง
    #857
    0
  13. #832 Jibangrin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:20
    โอ้ยยยยย จุกมากกกก หมอ!!!!! โกึละนะ!
    #832
    0
  14. #793 orangepie, (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:02
    คุณน้องง แงงง เราจะร้องตาม ;-;
    #793
    0
  15. #768 Khem15 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 12:31
    ใจร้ายกับน้องจัง
    #768
    0
  16. #758 gobgab77 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:57

    สงสารน้องจัง...
    #758
    0
  17. #727 PINKLAND (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:51
    ลูกแม่
    #727
    0
  18. #706 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:09
    ย้ายเรือไม่ไหวㅠㅡㅠ
    #706
    0
  19. #677 15magnitude (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:18

    เข้าใจหมอแหละนะ แต่เราก็จะสาป! สาปหมอ!

    #677
    0
  20. #655 withfluffyp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 00:55
    ความไม่เด็ดขาดของหมอปลาย /ถอนหายใจ
    #655
    0
  21. #610 ppvs_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:27
    ร้องไห้เลยอะ เขียนดีจังเลยยยย
    #610
    0
  22. #448 JongjitSriyan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 22:28
    ร้องตามแล้วเนี่ย
    #448
    0
  23. #341 Miki_milky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 00:49
    หนีไปเลยมันหวาน สงสารมากๆๆ
    #341
    0
  24. #131 oshbbh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 00:26
    ฮือออออ สงสารรร
    #131
    0
  25. #129 nuneonan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 17:32
    หาคนอื่นดีกว่ามันหวาน คุณหมอโลเลมากสงสารน้อง
    #129
    0