[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 35 : ตอนพิเศษ : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    20 ก.พ. 63


ตอนพิเศษ : 2

   
เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้เวลาเดิมของทุกวันส่งเสียงดังขึ้นมาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่จะดับไปด้วยฝีมือของคนในอ้อมกอดผมที่ขยับตัวยุกยิก ส่งเสียงงัวเงียอยู่พักหนึ่งก่อนจะต้องลุกจากเตียง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกเช้าจนผมจำได้แม้จะยังกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่อยากลืมตา 

...และจำได้ดีว่าก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดผมในทุกๆ วัน จะได้รับการทักทายยามเช้าเป็นสัมผัสนุ่มหยุ่นที่แตะลงมาบนริมฝีปากแผ่วเบา

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ตามด้วยเสียงกระซิบแสนหวานที่ทำเอาผมหลุดยิ้มออกมา ก่อนที่ไออุ่นของร่างกายเปลือยเปล่าที่กกกอดไว้ทั้งคืนจะผละออกไป เรียกให้ผมปรือตาขึ้นมามองเจ้าของแผ่นหลังบอบบางที่ลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง หาวหวอดใหญ่พลางบิดขี้เกียจไปมาอย่างน่าเอ็นดู 

ยิ้มออกมาบางๆ ขณะมองตามทุกการเคลื่อนไหว จนกระทั่งคนตัวเล็กหายไปในห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว จึงปล่อยให้ตัวเองหลับต่อ รั้งรอจนได้ยินเสียงกระซิบอีกครั้งที่ข้างหู

“ซัน ตื่นได้แล้วครับ” หนังตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ยังละล้าละลังยังไม่อยากตื่นเต็มตา พอผมไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่ายๆ คุณนาฬิกาปลุกจำเป็นก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ พลางแกล้งถูปลายจมูกไปทั่วหน้าผมอย่างก่อกวน 

“คุณชาย ตื่นเร็ว” สรรพนามที่ยกขึ้นมาล้อเลียนทำให้ผมหลุดหัวเราะตาม ก่อนจะเอาคืนด้วยการโอบแขนรอบเอวบางแล้วยกคนตัวเล็กกว่าขึ้นมานอนบนร่างตัวเองอีกครั้ง

“บอกให้เรียกคุณสามีไง” เรียกร้องคำสรรพนามที่เคยขอไว้ตั้งแต่หลังแต่งงานใหม่ๆ แต่ไม่เคยได้ยินสักที 

“งั้นก็นอนต่อไปเถอะครับ” เจ้าของใบหน้าใสเอ่ยหน้าตาย ทำท่าจะลุกออกไปจนผมต้องรั้งอ้อมกอดไว้ ส่งเสียงเว้าวอน

“โห่ ตี๋~” 

“ปล่อยครับ เสื้อยับ” แทนที่จะเห็นใจ คุณตี๋ของผมกลับยิ่งทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ แถมยกข้ออ้างประจำขึ้นมา ทั้งที่รู้ว่าต่อให้ยับไปทั้งตัวผมก็ยังจะกอดไว้อยู่ดี

แต่คนในอ้อมกอดยังคงนอนเกยคางบนอก มองหน้าผมนิ่งนานด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวขึ้นมา มือสองข้างยกขึ้นมาประคองใบหน้าผมไว้ขณะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ รินรดปลายจมูก คลอเคลียอยู่สักพัก... แล้วกดจูบลงมาแผ่วเบา

“ตื่นได้แล้วครับ... คุณสามี” กระซิบคำที่อยากได้ยินชิดริมฝีปาก พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมาสบตา ดูเหมือนจะใจกล้าทว่าแววตาเจือไปด้วยความเขินอาย ใบหน้าขาวใสกลับกลายเป็นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู 

ในขณะที่ผม... เหมือนจะหยุดหายใจไปแล้วตั้งแต่ถูกเรียกว่าสามี

ให้ตาย... พอได้ยินจริงๆ ก็เสือกไปไม่เป็น หัวใจเต้นตึกตักจนน่ากลัวว่ามันจะวาย และคนตัวเล็กที่นอนทับอกอยู่ก็คงสัมผัสได้ถึงจังหวะที่เปลี่ยนไป ถึงได้ยิ้มบางๆ ออกมา

“หึ” บอกเลยว่ายิ่งทำสีหน้าแบบนี้ก็อย่ามาเรียกร้องให้ปล่อยซะให้ยาก 

ดูนาฬิกาแล้วก็ยังพอมีเวลาซะด้วย... 

พรึ่บ!

ผมจัดการพลิกตัวขึ้นมาคร่อมคนตัวเล็กที่ส่งเสียงร้องพลางเบิกตากว้างอย่างตกใจ แต่ไม่เปิดโอกาสให้ได้แย้งอะไรด้วยการปิดปากเอาไว้ด้วยริมฝีปากตัวเอง รบเร้าเนิ่นนานกว่าคนใต้ร่างจะโอนอ่อนผ่อนตาม ตอบรับด้วยสัมผัสแสนหวานที่เล่นเอาอารมณ์ที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมายิ่งลุกลาม 

“คุณภรรยาครับ...” แกล้งเรียกกลับจนถูกย่นหน้าใส่ แต่ไม่ทันไรก็หลุดยิ้มอ่อนใจ ขณะที่ผมไล่สายตามองร่างบอบบางในชุดเตรียมออกไปทำงานเต็มยศแล้วอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงไปอีกครั้ง กระซิบชิดริมฝีปากล้อเลียน

“จะพยายามไม่ให้เสื้อยับแล้วกันเนอะ” 






ชีวิตหลังแต่งงานของเราสองคนไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก เรายังตื่นพร้อมกัน กินข้าวเช้าพร้อมกัน ออกไปทำงาน และกลับมานอนเตียงเดียวกันในทุกๆ วัน จะต่างก็ตรงที่ภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับมันเปลี่ยนไป จากที่แค่นั่งเรียนไปวันๆ ตอนนี้ผมกลายเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานอยู่บริษัทพี่เชน ในขณะที่คุณตี๋ของผมก็ได้เลื่อนขั้นเป็นคนดูแลร้านเต็มตัว จัดการแทบทุกส่วนแทนพี่โมที่กำลังจะเปิดร้านอีกสาขาหนึ่งนอกเมือง ข้อดีคือคุณเขาจะเข้ามาที่ร้านเมื่อไหร่ก็ได้ แถมไม่ต้องทำงานโต้รุ่งบั่นทอนสุขภาพร่างกายให้ผมเป็นห่วงเหมือนสมัยมหาลัย

แต่ก็ต้องหันมาเป็นห่วงเรื่องอื่นแทน...

“ขอโทษนะ รอนานไหม” ร่างบอบบางในเสื้อเชิ้ตตัวใหม่เรียบกริบละล่ำละลักขอโทษขอโพยยกใหญ่ แทบจะวิ่งลงจากรถไปหาใครอีกคนที่ยืนรออยู่หน้าร้านที่ยังไม่เปิดทำการ

“เฮ้ย ไม่เป็นไรพี่ ผมก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง” เจ้าของร่างกำยำลุกขึ้นยิ้มรับ ผมนั่งมองอยู่สักพักก็ตัดสินใจเปิดประตูรถตามออกไปกอดคอคนตัวเล็กไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“คนนี้เหรอลูกชายเฮีย” แกล้งเลิกคิ้วถาม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าใช่ผ่านรูปถ่ายที่ไอ้ลูกหมานี่ส่งมาให้ผมทางไลน์
ตั้งแต่ได้ยินว่ามีเด็กส่งขนมคนใหม่มาแทนเฮียเจ้าของร้านที่เกษียณตัวเองไป ไลน์ติดต่องานก็แจ้งเตือนไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งที่ไม่เห็นมีอะไรต้องคุย ขนมก็เหมือนเดิม สั่งเท่าเดิมทุกวัน แถมที่สำคัญ รูปหน้าแม่งที่แนบมาพร้อมรูปขนมก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลย 

“สวัสดีครับ” ถึงท่าทางจะยังดูงงๆ แต่มันก็ยกมือไหว้ผมตามมารยาท มองพวกเราสลับกันสักพัก ก็ชะงักไปเมื่อสายตาหยุดอยู่แถวนิ้วที่สวมแหวนข้างเดียวกับอีกคน

เออ ผมตั้งใจกระดิกนิ้วให้มันเห็นเองอ่ะ 

และถ้าตามันไม่บอด ก็คงเห็นด้วยว่าเหนือไหปลาร้าที่โผล่พ้นปกเสื้อที่ผมจงใจรั้งให้เผยขึ้นมา มีร่องรอยที่ผมฝากไว้เพื่อบอกว่า คนนี้ของกู 

“ซัน ไม่รีบไปทำงานเดี๋ยวรถติดนะครับ” น้ำเสียงประหลาดใจดังขึ้นมาทำให้ผมละสายตาจากไอ้ลูกหมา ก้มมองนาฬิกา กะเวลาคร่าวๆ แล้วคิดว่ายังทัน เลยหันมาจัดการเรื่องที่ยังค้างคา

“อยากกินลาเต้อ่ะ” ไม่ได้จะโวยวายอะไรหรอก เพราะรู้ว่ามันจะดูงี่เง่าเกินไป แค่อยากทำอะไรสักอย่างให้ไอ้ลูกหมานี่รู้ว่าเจ้าของเนื้อที่มันเล็งไว้กำลังระแคะระคายแล้วหนีไปก็เท่านั้น

“ทันเหรอครับ ยังไม่ได้เปิดเครื่องชงเลย” คนตัวเล็กเลิกคิ้วถาม 

“อยากกินฝีมือตี๋” แต่ผมยังดื้อดึง จนคุณเขายอมก้มดูนาฬิกาบ้างก่อนจะถอนหายใจเบาๆ 

“งั้นเข้ามารอในร้านก่อนครับ ส่วนขนมยกเข้าไปวางที่เดิมได้เลยนะเดี๋ยวพี่จัดการเอง” ปิดท้ายด้วยการส่งยิ้มหวานให้ไอ้เด็กส่งขนมก่อนจะหันไปเปิดประตูเดินนำเข้าไปในร้านก่อน ขณะที่ผมหันมาสบตาไอ้ลูกหมาตัวโต แล้วยิ้มบางๆ

“กิจการเป็นไงบ้าง ตั้งแต่พ่อเลิกไปขายดีไหม” อันที่จริงก็ไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นที่ต้องถาม แต่คิดไปคิดมาใส่ใจไว้บ้างก็ไม่เสียหาย

“ก็... ดีครับ แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจค่อยไม่ดี ลูกค้าก็หายไปบ้าง” มันตอบอึกอัก ผมยิ้มกว้างกว่าเดิมก่อนจะแสดงน้ำใจด้วยการตบบ่าหนาเบาๆ 

“เข้าใจๆ มีลูกค้าดีๆ ก็รักษาไว้นะ... กิจการที่พ่ออุตส่าห์สร้างไว้ ถ้ามาเจ๊งรุ่นเราก็คงน่าเสียดาย... เนอะ” 

“...”

“เอาขนมวางไว้ก็ได้ เดี๋ยวพี่ยกเข้าไปให้เอง” สาบานว่าผมได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขณะที่มองหน้าผมหวาดๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าต้องการอะไร แต่อีกไม่นานก็คงเข้าใจเมื่อผมควักกระเป๋าสตางค์ออกมายื่นนามบัตรให้แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ 

“มีอะไรก็ติดต่อพี่ได้นะ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่เรื่องงาน... แชทผ่านไลน์ร้านมันคงไม่ดี” 

“...” ดูจากสีหน้าตกใจ ก็คงเดาออกว่าผมรู้แล้วว่ามันทำอะไร

“แล้วก็อย่าทักมาดึกมากล่ะ... มันรบกวนเวลาส่วนตัว”

ไม่ได้ตั้งใจจะขู่ บอกแล้วว่าแค่อยากให้รู้ว่าระแคะระคาย... แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ไอ้ลูกหมาตัวโตยกมือไหว้ผมปลกๆ ก่อนจะเดินตัวปลิวกลับรถส่งขนมไป ผมยิ้มอย่างพอใจกับตัวเอง ก่อนจะยกกล่องขนมเข้าไปในร้าน พลางยิ้มประจบให้อีกคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มองมาอย่างคลางแคลงใจ

“ทำอะไรครับ” ถามขึ้นมาทันทีที่ผมวางกล่องขนมไว้ที่เคาน์เตอร์ แถมเอาใจด้วยการแกะออกมาจัดเรียงในตู้ให้ระหว่างรอกาแฟ

“จัดขนมไง” ผมตอบหน้าตาย ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ดังขึ้นมาก่อนจะถามใหม่

“ไปขู่อะไรน้องเขา” คราวนี้ผมหลุดหัวเราะ รู้ว่าปกปิดไม่ได้ก็ลุกขึ้นไปยืนซ้อนหลังแล้วกอดเอวบางไว้

“ไม่ได้ขู่” ทำน้ำเสียงออดอ้อนพลางเกยคางไว้บนไหล่ มองเจ้าของดวงตาเรียวที่มองกลับมาอย่างไม่เชื่อแล้วหลุดยิ้มอีกครั้ง “แค่อยากให้รู้ว่าไม่ชอบให้แชทมา”
   
“...”
   
“ก็คนมันหวง” พอเห็นสายตาดุๆ ผมเลยยิ่งอ้อน จนคนในอ้อมกอดส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะย้ำความบริสุทธิ์ใจ
   
“มันไม่มีอะไรหรอกครับ ผมบอกไปตั้งแต่แรกว่าแต่งงานแล้ว ถึงเขามายุ่มย่ามผมก็ไม่คิดสนใจ” หมุนตัวกลับมาสบตาผมด้วยสายตาจริงจัง

"ก็บางคนมันหน้าด้านไง" ผมเถียง ทำน้ำเสียงน้อยใจ ต่อให้ไว้ใจคนของตัวเองแค่ไหน แต่ไอ้พวกแมวขโมยเดี๋ยวนี้มันน่ากลัวจะตาย ใครจะไปกล้าทั้งปลาย่างไว้เฉยๆ กัน

"ผมดูแลตัวเองได้" คนดื้อยังคงทำน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ ออกมา "แล้วอีกอย่าง..." 

ว่าพลางยกมือขึ้นมาดึงคอเสื้อของตัวเองลง เผยรอยสีกุหลาบอีกสองสามรอยที่ผมแอบทำไว้เมื่อเช้าแล้วมองอย่างคาดโทษกัน 

“ทิ้งรอยไว้ทุกวันขนาดนี้... ใครๆ ก็รู้แหละครับ ว่าหวงมาก”

คราวนี้ผมหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง มองใบหน้าใสที่ขึ้นสีระเรื่อแล้วอดไม่ได้ที่จะงับแก้มใสเบาๆ กดจูบบนริมฝีปากบางพลางเอ่ยขำๆ

“คิดว่าเนียนแล้วเชียว” 

เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนเคย เลยหาวิธีแสดงความเป็นเจ้าของไว้อย่างแยบยล ใครจะไปรู้ว่าคุณเขาจะรู้ทันมาตั้งนาน แถมยังอนุญาตให้ทำสัญลักษณ์ไว้เงียบๆ ทุกวัน... โคตรน่ารักเลย





การไม่ได้เห็นหน้าเกือบทั้งวัน เล่นเอาผมแทบจะเฉาตาย ยังดีที่ออฟฟิศอยู่ห่างจากร้านไม่ไกล ช่วงกลางวันผมถึงแวะมาหาได้ ได้กินข้าวด้วยกัน ได้กินลาเต้รสชาติเดิมก่อนกลับไปทำงานใหม่ ถือว่าได้เติมกำลังใจระหว่างวัน เพราะยังถือเป็นช่วงเรียนรู้งาน หน้าที่ผมเลยไม่มีอะไรมาก นอกจากติดตามช่วยเหลือนายช่าง... ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร พี่รหัสสุดหล่อของผมนั่นเอง คนทั้งออฟฟิศเข้าใจว่าผมใช้เส้นสาย แต่เพราะเคยพิสูจน์ตัวเองไว้ตั้งแต่ตอนฝึกงาน ผ่านจุดที่ถูกเหม็นขี้หน้าไปแล้ว เลยไม่ค่อยกังวล

เอาเข้าจริงที่ถูกเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ผิดอะไร เพราะพนักงานใหม่อย่างผมได้รับงานจากวิศวกรที่เป็นอนาคตผู้บริหารบริษัทโดยตรงนี่ก็คงจะไม่ใช่โอกาสที่คนปกติเขาได้กัน แต่เพราะมันเป็นอย่างนั้นผมยิ่งต้องขยัน เรียนรู้งานให้เร็ว ให้สมกับที่พี่เชนไว้ใจ ตักตวงทุกอย่างที่พี่เขาโยนให้เพื่อพัฒนาตัวเอง แล้วลบคำสบประมาททั้งหลายทั้งมวลด้วยผลงาน
ซึ่งไอ้ที่ยากน่ะ ไม่ใช่ตรงนั้นเลย แต่เป็นอีกงานที่ต้องรับมือต่างหาก

[ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงมีคนเอาเอกสารไปให้เซ็น แกเช็กให้ดีแล้วกัน อย่าให้พลาดเหมือนคราวที่แล้ว ] น้ำเสียงจริงจังที่ส่งผ่านปลายสายมาเล่นเอาผมที่เหนื่อยมาทั้งวันถึงกับกุมขมับ อยากจะงอแงกลับไปแต่รู้ว่าถ้าพี่ชายเข้าโหมดนี้เมื่อไหร่มีแต่ต้องตั้งใจฟัง

[ แล้วช่วงไฮซีซั่นฉันอยากให้แกเข้าไปเช็กความเรียบร้อยบ้าง เข้าใจใช่ไหม ] 

“ครับ” ได้แต่ตอบรับด้วยคำเดิมๆ อย่างไม่อาจโต้แย้งอะไร ทั้งที่ในใจนี่อยากจะร้องไห้เต็มทน ปลายสายคงจับอารมณ์ผมได้ถึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

[ เหนื่อยหน่อยนะ แต่ฉันต้องให้แกช่วยจริงๆ ] ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบกลับไป 

“ผมเข้าใจ” ภาระหน้าที่ที่พี่ซีแบกรับไว้มันหนักหนากว่าผมหลายเท่า รับมาแค่นี้ก็ถือว่าเอาแต่ใจมากแล้ว 

[ ขอบใจมาก ] พี่ซีเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยถามเหมือนนึกขึ้นได้ [ อ้อ แล้วเจ้าภูฝากบอกว่าเมื่อไหร่แกกับโชกุนจะกลับมาเยี่ยมบ้าน รบเร้าอยู่ทุกวันว่าอยากเจอ ] 

“อยากเจอผมเหรอ” ผมถามกลั้วหัวเราะซึ่งก็โดนตอกหน้ากลับมาทันควัน

[ อยากเจอโชกุน ] 

“โห่” แกล้งโอดครวญ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะออกมาอีหร็อบนี้ ตั้งแต่มีคนโปรดคนใหม่ หลานก็ลืมหน้าผมไปแล้ว 

“ยังมีอะไรต้องคิดถึงอีกครับ เล่นคอลมาแทบทุกวัน” ว่าแล้วก็หันกลับไปมองคนที่กำลังเฟซไทม์อยู่กับหลานอย่างสบายใจอยู่บนโซฟา มองใบหน้ายิ้มแย้มแล้วนึกอิจฉาขึ้นมาที่ถูกแย่งเวลาไปชั่วโมงกว่าเข้าให้แล้ว

[ แกก็กลับมาหาหลานบ้างแล้วกัน ได้เจอสักครั้งคงเลิกงอแงให้คอลหาบ้าง ] พี่ซีพูดขำๆ แต่จะเชื่อได้เหรอ ผมว่ามีหวังได้ติดยิ่งกว่าเดิม เกิดคอลมาทุกวันผมก็กลายเป็นหมาหัวเน่ากันพอดี

[ แค่นี้ก่อนแล้วกัน ฝากทางนั้นด้วย ] 

“ครับ” ผมรับคำก่อนที่พี่ซีจะตัดสายไป ผมถอนหายใจหนักๆ ออกมา สูดอากาศบริสุทธิ์นอกระเบียงอีกรอบ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปหากำลังใจที่ยังติดพันอยู่กับเจ้าตัวเล็กที่คุยจ้อไม่หยุดเรื่องที่โรงเรียน

เมื่อก่อนเวลาติดต่อกลับไปที่บ้านผมก็จะได้เฟซไทม์คุยกับหลานอยู่บ้าง แต่อยู่ๆ เมื่ออาทิตย์ก่อนตอนที่ผมโทรไปคุยเรื่องงานกับพี่ชาย เจ้าตัวเล็กก็โผล่มางอแงเรื่องที่พี่ซีไม่ยอมซื้อเกมใหม่ให้เพราะเพิ่งซื้อไป พอเห็นว่าผมยุ่งอยู่ก็หันไปเรียกร้องความสนใจจากอีกคน จนคุณเขายอมคอลไปหา แล้วไม่รู้ว่าคุยกันอีท่าไหนหลานถึงยอมฟัง แถมหลังจากนั้นยังหาเรื่องคอลมาแทบทุกวัน คุยหงุงหงิงกันอย่างกับแฟนอีกคนจนผมชักจะหึงแล้ว

“ดึกแล้ว ไปนอนได้แล้วครับ” 

[ ครับ ] 

ว่าง่ายขนาดไหนก็ดูเอาแล้วกัน 

“ฝันดีครับ” 

[ อาโช~ ] ทำน้ำเสียงออดอ้อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้จอ ทำปากจู๋เรียกร้องให้คนทางนี้ขยับหน้าเข้าไปเหมือนกัน

แต่จูบผ่านจอมันจะไปฟินอะไร ผมเลยหวังดีทำแทนให้ด้วยการโน้มตัวข้ามโซฟาไปฝังจูบลงบนแก้มใสฟอดใหญ่จนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงหันกลับมามอง

[ อาซัน! ] แต่คนโวยวายกลับเป็นอีกคนที่คงเห็นช็อตเด็ดเข้าจังๆ เลยทำสีหน้ากระเง้ากระงอดน้อยใจที่ตัวเองอยู่ไกลจนอดฟัดแก้มนุ่มจริงๆ

ผมแกล้งหัวเราะสะใจ ก่อนจะกระโดดข้ามพนักโซฟาไปนั่งซ้อนหลัง กอดคนตัวเล็กไว้ พลางยื่นหน้าข้ามไหล่ไปหาคนที่ตีหน้ามุ่ยอยู่ในจอแล้วเอ่ยอย่างคนชนะ

“นอนไปเลยเด็กนก” ดูหน้าก็รู้ว่าอยากโวยวาย แต่เพราะรับปากไว้ว่าจะนอนเลยทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็บอกฝันดีอีกครั้งแล้วจบการสนทนาไป 

ผมหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือไปปิดหน้าจอ ขณะที่คนในอ้อมกอดเอียงหน้ากลับมาหรี่ตามองเอือมๆ “แกล้งเด็กสนุกไหมครับ” 

“ก็นิดนึง” ผมตอบขำๆ พลางกดจูบลงไปบนขมับ ไล่ริมฝีปากลงมาจนถึงซอกคอขาว ซุกไซ้ซึมซับกลิ่นสบู่จางๆ ที่ทิ้งไว้บนร่างกายอบอุ่นที่ทำให้ผมหายเหนื่อยทุกๆ วัน แค่ได้โอบกอดกัน

“เหนื่อยไหมครับ” ยิ่งได้ยินคำถามด้วยความเป็นห่วงก็ยิ่งเหมือนยาชูกำลัง ต่อให้เหนื่อยจนร่างพังแค่ไหนก็บรรเทาได้ในทันที

“เมื่อกี้เหนื่อย แต่ตอนนี้หายแล้ว” ผมว่าพลางเอนตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟาตัวใหญ่ รั้งร่างของอีกคนมานอนก่ายไว้ แนบร่างกายทุกส่วนเข้าด้วยกันอย่างต้องการไออุ่น ซึ่งคุณเขาก็ไม่ได้คัดคาดอะไร ขยับท่านอนจนสบายพลางโอบผมกลับอย่างเอาใจ

เราปล่อยให้เวลาผ่านไปพักใหญ่โดยไม่มีใครเอ่ยอะไร แค่ซึมซับไออุ่นของกันและกันไว้ราวกับกำลังชาร์ตพลังงาน ผมซุกจมูกสูดผมหอมพลางไล้นิ้วไปตามแผ่นหลังบาง มืออีกข้างแทรกอยู่ในเส้นผมหนาลูบไปมาเพลินๆ

“ซัน” เนิ่นนานกว่ามีคนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา คนตัวเล็กเอื้อมมือมาจับมือข้างที่เล่นหัวตัวเองอยู่ออกไป สอดนิ้วของตัวเองเข้ามากระชับมือผมไว้แล้วถามเสียงเบา “ซันอยากมีลูกไหมครับ” 

เป็นคำถามที่ทำเอาผมเลิกคิ้ว เพราะไม่เคยคิดถามตัวเองมาก่อน และไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ถึงถาม แต่ก็ตอบออกไปทันควัน 

“ไม่อยาก” พอได้ยินคำตอบคนในอ้อมกอดก็เงยหน้าขึ้นมาหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อกัน 

“ไม่ต้องมาตอบเอาใจเลย”

ผมหลุดหัวเราะ กดจูบลงไปที่หน้าผากอีกครั้งอย่างมันเขี้ยวก่อนจะยืนยัน “ไม่อยากจริงๆ”

รู้ดีว่ามันไม่ใช่คำตอบเอาใจ ไม่ใช่เพราะเราเป็นผู้ชายทั้งคู่ถึงได้พูดออกไป แต่เป็นเพราะพอพิจารณาดีๆ แล้วผมรู้สึกว่าการมีลูกมันยุ่งยากเกินไป แค่ที่ผ่านมาได้ช่วยเลี้ยงเจ้าสองแสบเป็นครั้งคราวก็เล่นเอาผมปวดหัวแทบตาย 

แล้วอีกอย่าง...

“อยากอยู่สองคนแบบนี้ไปเรื่อยๆ มากกว่า” เอ่ยด้วยสายตาจริงจังพร้อมกับยิ้มกว้าง เรียกให้อีกคนยิ้มตามก่อนจะเบือนหน้าหนีแนบแก้มลงกับอกผมอีกครั้ง

“แต่ผมอยากมีนะ” 

“หืม?” ผมเลิกคิ้ว ก่อนจะรั้งร่างบอบบางขึ้นมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันแล้วแกล้งขมวดคิ้วถาม “จะนอกใจผมไปหาผู้หญิงที่ไหนครับ” 

พอได้ยินแบบนั้นเจ้าตัวก็หลุดหัวเราะ ส่ายหน้าเอือมๆ เหมือนผมกำลังพูดเรื่องไร้สาระ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจ้องหน้าผมนิ่งนาน

“ผมอยากให้มีซันอีกคน...” ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเกลี่ยแก้มกันเบาๆ พลางสบตาผมด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจที่เคยสงบเต้นรัวขึ้นมา 

“คนที่ใจดี แล้วก็น่ารัก... เหมือนซันของผม” ยิ่งเห็นรอยยิ้มบางๆ ประดับมุมปาก ผมก็ยิ่งยิ้มกว้างกว่า ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปประทับริมฝีปากอย่างอดใจไม่ไหว พลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายคร่อมคนตัวเล็กไว้ ช่วงชิงลมหายใจอยู่นานกว่าจะผละออกมาอย่างอ้อยอิ่งพลางกระซิบชิดริมฝีปากบาง

“น่ารักไปป่ะครับคุณน่ะ” 

อดตัดพ้อในใจไม่ได้ ว่าทำไมคนคนเดิมถึงทำให้ผมตกหลุมรักใหม่อยู่ได้ทุกวัน





---------------------------------------------------------------
เจ้าซันแอบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น (มั้ยนะ?) แต่ก็ยังหลงตี๋หัวปักหัวปำเหมือนเดิม อาจจะหลงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ  
เราไม่อยากเขียนลงลึกเรื่องชีวิตการงานมากนัก เพราะอยากคงธีมคนหลงเมียติดห้องไว้ 5555 
อาจจะเล่าผ่านๆ นิดนึง ถ้าไม่สมจริงหรือผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ

ฝาก #ซันโช ด้วยน้า ^^ 
ขอบคุณมากค่า





B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #573 B3erry (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:09
    ก็คุณโชน่ารักน่าฟัดซะขนาดนี้ จะไม่ให้ซันหวงได้ไงอะคะ >.<
    #573
    0
  2. #549 Jibangrin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:24
    หลงเมียยยยย ขี้หวงด้วยย!! คิกๆ
    #549
    0
  3. #352 อิงผู้ฆ่าหลาม (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 17:37
    ความไม่ให้เสื้อยับ ความหวงเมีย ความโชว์รอย ความหึงหลานตัวเองนี้
    #352
    0
  4. #349 iammdear_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 20:56
    คนแบบซันนี่จะหาได้ที่ไหนอีกนะ ฮือโชน่ารักมากจริงๆ ถ้านี่เป็นซันก็ต้องหลงเบอร์นี้
    #349
    0
  5. #348 เมียงผัน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 20:18
    อ่านจบรวดเดียวตั้งแต่เชนตรีจนซันโชเลยค่ะ 555555 ยอมไม่หลับไม่นอน มันดีจริงๆ เรารู้สึกว่าตัวละครมีความกลมมาก รู้สึกว่าคนเขียนรักตัวละครมากด้วย ประทับใจ

    คือรู้สึกโชคดีที่ได้มาอ่าน ได้มาเจอเรื่องนี้ จักรวาลเชนตรีซันโชนี้ ตอนหน่วงนี่ก็ปวดใจไปด้วย ลุ้นแบบ รีบๆดีกันเถอะลูกกก แต่พอจะหวานกัน บางทีก็อยากจับแยกค่ะ 55555 ขอบคุณมากนะคะ
    #348
    0
  6. #347 852626 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 15:31
    ดูโตขึ้น แต่ความขี้หึงนี่ อยากจะแหม่ๆๆๆ55555
    #347
    0
  7. #346 • D O CT O R ส กั๊ ง ' ' (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 14:50
    น่ารักมากๆเลยค่า อบอุ่นที่สุด งืออ
    #346
    0
  8. #345 คาวาน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 14:45
    หวานนน
    #345
    0
  9. #344 HDG-girl (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 12:40
    ชอบค่ะ ซันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอ่ะ คุณโชเค้าก้น่ารักเหมือนเดิมมม
    #344
    0
  10. #343 L-co-op (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 11:34
    แงงงงง น่ารักไปแล้วววย
    #343
    0
  11. #342 ♡ aunjai ♡ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 11:28
    แต่เช้า ทุกเวลา ทุกนาที 55555555555
    ฮือ ผ่านไปแค่ไหนก็ยังน่ารักเหมือนเดิม
    ซันขี้หวงเหมือนเดิม ตี๋น่ารักแอบแสบเหมือนเดิม
    น่ารักจังเลย
    #342
    0
  12. #341 kiyotaka45 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 10:06
    ฮิ้วววววว. น่ารักๆๆๆๆๆๆๆ
    #341
    0
  13. #340 mamieweiei (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:47
    น่ารักเกินไปแล้วววววววววววว
    #340
    0
  14. #339 noowiwie (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:44
    งื้ออออ น่ารักกกกก ความรักเมีนหลงเมียของซันนี่มันช่าง... น่าหมั่นไส้!! กับหลานก็ไม่เว้นหรอซัน 555555 // แต่โชน่ารักง่ะ ไม่แปลกที่ซันจะทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้ ><
    #339
    0
  15. #338 ' MR.lEE3. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:38
    ฮื่ออออความหลงเมียไม่มีที่สิ้นสุดนี้55555
    #338
    0
  16. #336 pandan_t (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 07:38
    ฮื้ออออ น่ารักที่สุดเลย อมยิ้มจนแก้มแตก
    #336
    0
  17. #335 Sket-D (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 07:20
    อ่านแล้วเขินบิดไปบิดมาจนตัวจะเป็นเลขแปดแล้ว55555555 ซันยังหลงเมียยังไงก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ โชนี่น่าารักยังไงก็ยังน่ารักอย่างนั้น ทุกเวลาที่อยู่ด้วยกันมันเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นจนทะลุจอออกมาเลยค่ะ แล้วนี่จะทำอะไรได้นอกจากนั่งฟินและอิจฉา55555
    #335
    0
  18. #334 poommyTY (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 06:35
    หวานที่สุดดดด อบอุ่นจริงๆ
    #334
    0
  19. #333 Kim min seok's nuna (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 03:13
    คิดถึง #ซันคนหลงเมีย2017 5555
    #333
    0
  20. #332 NoraJinyoung (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 02:54
    น่ารักมากกกก ขำคนขี้หวงจะหววอะไรเบอร์นั้น แต่โชกุนของคุณเค้าก็น่ารักจริงๆอะเนอะ
    #332
    0
  21. #331 Sssss (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 01:58
    ฮืออออ เขินแทน บรรยาายยบรรยากาศในห้องของคุณๆเขา แบบอบอวลด้วยความรักความอบอุ่นมากจริง มันทั้งน่ารักแล้วก็น่าอิจฉา!! ขอบคุณมากเลยนะคะที่ส่งต่อความสุขให้มากขนาดนี้ แล้วก็ขอโทษด้วยเหมือนกันที่ไม่ค่อยได้แสดงความคิดเห็นบ่อยๆ จากนี้ไปจะทำให้บ่อยขึ้นนะคะ แล้ก็จะติดตามผลงานไปเรื่อยๆเลยค่ะ
    #331
    0