[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 14 : หลังตะวัน : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 189 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

ลังตะวัน : 1

   
[ Shogun’s Part ]

   

ปัจจุบัน 



ผมไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น
   
ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาพูดมันออกมาทำไม... เหมือนกับที่ไม่แน่ใจกับการกระทำอีกหลายๆ อย่างที่เขาแสดงออกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
   
เขาอยู่กับผม ในวันที่ผมร้องไห้... กอดผมไว้ ในวันที่ผมทุกข์ใจ
   
มันไม่ใช่สิ่งปกติที่ผมเคยได้รับจากใครสักคน
   
ซันเป็นคนดี ข้อนั้นผมรู้... อาจจะรู้ดีกว่าใครจากการที่เฝ้าสังเกตเขามานานในฐานะคนที่ตรีเคยแอบรัก
   
ตั้งแต่มัธยมเขามักเป็นศูนย์กลางของคนมากมายอยู่เสมอ เป็นแสงสว่างสดใสที่ใครเห็นก็รู้สึกอบอุ่นใจ ถึงจะสนิทกับตรีที่สุด แต่ในโลกของเขาก็มีคนมากมายที่เขาให้ความสำคัญ ใส่ใจอยู่ภายใต้การทำเหมือนไม่ใส่ใจในแบบของเขา
   
ผมคิดว่าตัวผมเองก็ไม่ต่างจากคนเหล่านั้น
   
แต่ตอนนี้... กลับรู้สึกว่าการใส่ใจของเขา มันกำลังรบกวนความคิดของผม...


‘กูให้เศร้าได้แค่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนะตี๋’

‘เฮิร์ตให้เต็มที่... แล้วหลังจากนี้กูจะทำให้มึงมีความสุขเอง’

   
โดยเฉพาะคำพูดพวกนี้...
   
ผ่านมาหลายเดือนแล้วนับตั้งแต่ไปเที่ยวคราวนั้น แต่ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมผมถึงสลัดพวกมันออกไปจากหัวไม่ได้สักที 
   
อาจเพราะน้ำเสียงของเขาที่ฟังดูจริงใจ สายตาที่มองมาอย่างจริงจัง... หรือฝ่ามือหนาที่ลูบอยู่บนหัวผมอย่างแผ่วเบา...  
ทุกอย่างยังทิ้งร่องรอยอยู่ในความทรงจำ ชัดเจนหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
   
บอกแล้วว่าคำสัญญาปากเปล่าน่ะน่ากลัว แค่ได้ยินครั้งเดียวก็เผลอปักใจเชื่อไปแล้ว ทำยังไงดี
   
“พี่โช เป็นไร เหม่อเชียว” ผมได้สติอีกครั้งเมื่อนายเดินมาสะกิดเบาๆ 
   
“ฮะ?” ไม่ทันฟังว่าน้องพูดอะไร

ช่วงนี้ผมใจลอยอยู่บ่อยๆ จนบางทีก็รำคาญตัวเอง
   
“พี่ไม่สบายป่ะเนี่ย” นายเลิกคิ้วถาม สีหน้าดูเป็นห่วงเป็นใย สงสัยกลัวผมเป็นลมเป็นแล้งระหว่างทำงานไปอีกเหมือนคราวนั้น
   
“ไม่เป็นไร” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ
   
เข้าใจว่าคนตรงหน้าหวังดีตามประสาเพื่อนร่วมงานเท่านั้น เพราะตั้งแต่คืนนั้นที่ผมพูดกับนายออกไปตรงๆ น้องก็ดูไม่ได้เฮิร์ตอะไร แถมไม่ทันไรก็เริ่มต้นใหม่กับเด็กที่พี่โมเพิ่งรับเข้ามาทำงานกะเช้าแทนคนเก่าที่ลาออกไป ความสัมพันธ์ดูไปด้วยดีจนผมอดอิจฉาไม่ได้
   
ทำยังไงถึงจะทำใจได้เร็วแบบนั้น? ผมเองก็อยากจะเริ่มต้นใหม่เหมือนกัน... แต่ไม่รู้จริงๆ ว่าต้องทำยังไง
   
ต้องขอบคุณการไปเที่ยวในครั้งนั้นที่ทำให้ความรู้สึกของผมมันชัดเจนขึ้นมา ผมเลิกเศร้า เลิกคร่ำครวญแม้แต่ในใจ ต่อให้ภาพของตรีกับพี่เชนจะบาดตาแค่ไหน ผมก็ไม่เป็นไร ซ้ำยังรู้สึกดีที่เห็นพวกเขารักกันขนาดนั้น
   
ในที่สุดผมตัดใจจากตรีได้ 

แต่น่าเศร้าที่ผมเลิกหวาดกลัวความผิดหวังไม่ได้... ผมอ่อนแอเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับมันเป็นครั้งที่สอง และคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมีความรักอีก 
   
ถ้าไม่รักก็ไม่เจ็บ ถ้าไม่หวัง ก็ไม่ผิดหวัง... ผมบอกตัวเองอย่างนั้นซ้ำๆ และคิดว่ามันจะปกป้องหัวใจตัวเองได้ พยายามอยู่กับตัวเองให้มากเข้าไว้ ไม่เปิดรับใครเข้ามาทำร้ายหัวใจได้อีก

มันคงทำได้ง่าย... ถ้าไม่มีเขา

“พี่ซันมาพอดี มาดูพี่โชดิ ท่าจะไม่สบาย” นายว่าพร้อมกับหันไปทางประตูที่ร่างสูงแสนคุ้นตาเปิดเข้ามาพอดี

ฟ้องทำไมเนี่ย

“ฮะ? มึงป่วยเหรอตี๋” 

ผมส่ายหน้าหวือ ยังไม่ได้พูดสักคำว่าไม่สบาย ไอ้เจ้านาย...

“ไหนดูดิ๊” แต่ซันไม่เชื่อ เขาเดินมาหลังเคาน์เตอร์ทั้งที่ยังไม่ได้วางกระเป๋า ขยับเข้ามาแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากผม “ตัวไม่ร้อนนี่หว่า”

“...” ก็ไม่ได้เป็นไรนี่ครับ

“แต่หน้าแดง”

“...”

“เออจริง หน้าแดงมากอ่ะพี่โช” นายยื่นหน้ามาสัมทับ เล่นเอาผมทำหน้าไม่ถูก หลบสายตาลงต่ำพร้อมกับถอยหลังออกมา

“ผมว่า... ผมปวดหัวนิดหน่อย” โอเค ป่วยก็ได้

ซันขมวดคิ้ว สีหน้าไม่สบายใจ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มาให้แล้วกดไหล่ผมนั่งลง “งั้นมึงพักก่อน เดี๋ยวกูไปเอายาให้” 

“มะ...” ผมกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ไม่ทัน ซันถอดกระเป๋าตัวเองวางลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะเดินหายไปด้านหลัง ปล่อยให้ผมอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น 

“พักเถอะพี่โช เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟเอง” นายเองก็ทำหน้าเป็นห่วงก่อนจะหยิบเค้กกับกาแฟที่ผมเตรียมไว้ไปเสิร์ฟให้โดยไม่รอให้ผมแย้งอะไร ยิ่งรู้สึกผิดไปกันใหญ่

ไม่น่าพูดพล่อยๆ เลย ทำเขาเดือดร้อนไปกันหมด

ผมถอนหายใจ มองไปยังหลังร้านที่เปิดประตูค้างไว้ เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังค้นกล่องปฐมพยาบาลด้วยสีหน้าวุ่นวายใจ แล้วรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา

เห็นมั้ย... ทีนี้เข้าใจผมหรือยัง ว่าความเป็นคนดีของเขามันกวนใจผมยังไง

ทำไมต้องทำเหมือนกำลังใส่ใจกันแบบนั้น... ไม่รู้เลยหรือไง ว่ามันทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้ การจะไม่ตั้งความหวัง ไม่ปล่อยใจให้รักใครง่ายๆ อีก... เป็นไปได้ยากขึ้นทุกที

ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองต้องทำยังไง ใจหนึ่งบอกผมว่าการกระทำเหล่านี้มันไม่ปกติ... ไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นเพื่อนเขาทำกัน แต่อีกใจ มันย้ำความเจ็บปวดครั้งเก่าขึ้นมา เพื่อเตือนว่าไม่เอาแล้วนะความผิดหวัง ไม่อยากใจพังซ้ำๆ ซากๆ เหมือนเดิมอีกแล้ว

“ตี๋ ยาแก้ปวดหมดอ่ะ เดี๋ยวกูไปซื้อ...” ผมสะดุ้งเมื่อน้ำเสียงห่วงใยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่เดินออกมาจากหลังร้าน แต่ยังไม่ทันพูดจบ ซันก็ชะงัก ดวงตาของเขาชัดเจนว่ามองผ่านร่างผมไป ทำให้ผมต้องเหลียวกลับไปมอง

เพิ่งรู้ตัวว่ามีลูกค้าคนใหม่เดินเข้ามา...

ลูกค้าที่ผมจำได้ว่าหน้าตาเหมือน ‘แฟนเก่า’ ของเขาที่เคยอยู่คณะเดียวกัน

“หวัดดีซัน” เจ้าของเสียงหวานที่เข้ากับใบหน้าสวยเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มบาง ในขณะที่คนถูกทักยังคงนิ่งค้างอยู่หลายวินาที ก่อนจะทำได้แค่เอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมา 

“วี...” ดวงตาของเขากำลังสั่นไหว ด้วยประกายความรู้สึกเจ็บปวดบางอย่าง 

และผมก็ได้คำตอบของคำถาม ที่กำลังเอ่ยถามตัวเอง

“ขอตัวก่อนนะครับ” กระซิบเสียงเบาจนคิดว่าไม่มีใครได้ยินและปลีกตัวเดินออกมาหลังร้านทันที เพราะไม่อยากอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนั้น แต่ไม่วายหันกลับไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่อีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าสายตาที่ผมเห็นมันไม่ผิดพลาด เพ่งพิจารณาไม่นาน ซันกลับมาสบตาผม ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูจะปิดลง

และผมก็ได้คำตอบเป็นความเจ็บปวดที่กำลังสะท้อนออกมาจากแววตาของเขาอย่างชัดเจน

มันทำให้ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เกือบไปแล้วเชียว... 

ผมเกือบปล่อยใจให้พลาดคิดไปไกล เกือบจะเผลอหลอกตัวเองอีกครั้งว่ามันมีความเป็นไปได้... ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไร ความห่วงใยของเขาที่มีให้ผม ไม่ได้ต่างจากความหวังดีที่มีให้คนอื่นๆ ที่อยู่รอบกาย... มันก็เท่านั้น

ต้องขอบคุณเธอคนนั้น ที่ทำให้ผมได้สติขึ้นมา ไม่อย่างนั้นผมคง...

เฮ้อ

โชคดี... ที่ยังไม่ได้ถลำลึกไปมากกว่านี้… 

โชคดีจริงๆ






ผมไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันต่อหลังจากนั้น ผมขลุกอยู่หลังร้านอยู่สักพักนายก็มาตามออกไปช่วยชงกาแฟ พอออกมาก็ไม่เห็นทั้งคู่ยืนอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขาไปไหนกัน และไม่อยากจะใส่ใจ อันที่จริง ตอนนี้ผมไม่อยากรับรู้อะไรเลย

สงสัยจะป่วยอย่างที่นายว่า

“พี่โช ไหวหรือเปล่า สีหน้าไม่ดีเลย”

“เหรอ” ผมส่งเสียงกลับไป ทั้งที่มันไม่ใช่ประโยคที่ควรตอบด้วยคำถาม พอเห็นนายขมวดคิ้วงง ผมจึงยิ้มแล้วส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่เป็นไรหรอก แค่เหนื่อยๆ น่ะ”

คราวนี้ไม่โกหกแล้ว ผมรู้สึกเหนื่อยมากอย่างไม่มีที่มาที่ไปจริงๆ

“พักก็ได้นะพี่ เดี๋ยวพี่ซันกลับมาผมให้พี่ซันช่วยเอง” 

“...” เขาอาจจะไม่กลับมาก็ได้

ผมไม่ได้พูดออกไป แค่ส่ายหน้า ส่งสายตาว่าไม่เป็นไรอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปรับออเดอร์จากลูกค้าที่เดินเข้าร้านมาพอดี

“โกโก้ร้อนค่ะ” ผมรับเงินมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เอ่ยคำพูดเดิมๆ ก่อนจะหันไปจัดการกับเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่งไว้ 

“อ้าว พี่ซัน” แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงนายเรียกชื่อใครอีกคน

ผมหันกลับไปมอง เห็นซันเดินเข้าร้านมาเพียงลำพังก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ร่างสูงเดินมาที่เคาน์เตอร์ แล้วพูดจาเล่นหัวกับนายปกติ ก่อนจะเดินมาหาผม

“ได้ยาหรือยังตี๋”

“...” ผมไม่ตอบ สบตาเขาอย่างตั้งคำถามโดยไม่ตั้งใจ 

“งั้นเดี๋ยวกูไปซื้อให้นะ” แล้วก็ได้คำตอบเป็นความหม่นแสงในแววตา

ยังเจ็บปวดอยู่สินะ... เรื่องผู้หญิงคนนั้น

“ไม่เป็นไรครับ” ผมปฏิเสธสั้นๆ สีหน้าคงจริงจังพอที่จะทำให้ซันเลิกดันทุรังจะมาดูแลผมอีก

บางทีอาจไม่ใช่เพราะผม แต่อาจเป็นเขาเองก็ได้ ที่กำลังเหนื่อยเกินกว่าจะมาดูแลใครในสถานการณ์ที่กำลังแบกความสับสนบางอย่างไว้ จนสะท้อนออกมาให้เห็นในแววตา

“งั้น... เดี๋ยวกูมา” เขาพูดขึ้นมา หลบสายตาผมก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปที่หลังร้าน

นายที่ยืนอยู่หันมาสงสัยในท่าทางแปลกๆ ของพวกเราแต่ไม่ได้เอ่ยถามอะไร ผมหันกลับมาชงโกโก้อีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ... แต่ก็ได้แต่พยายาม 

ผมสลัดแววตาที่ดูสับสนและเจ็บปวดของเขาออกจากหัวไม่ได้ และกำลังคิดว่าผมควรทำอะไรสักอย่างให้มันหายไป
เหมือนที่เขาเคยทำให้ผม

“นาย พี่ฝากชงต่อให้หน่อยนะ” พูดจบผมก็วางแก้วเครื่องดื่มที่ยังผสมไม่เสร็จลง ก่อนจะหมุนตัวเดินตามอีกคนไปยังหลังร้าน

ซันไม่ได้อยู่ในห้องเก็บของอย่างที่คิดไว้ ผมจึงเปิดประตูหลังที่เชื่อมกับด้านนอกออกไป ก่อนจะเห็นเขานั่งพิงผนังอยู่ไม่ไกล

บุหรี่สีขาวในมือ และกลิ่นควันที่กำลังฟุ้งกระจายในอากาศทำให้ผมเผลอขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ เพราะจำไม่ได้ว่าเขาเคยใช้มัน... นี่เครียดถึงขนาดนั้นเชียว?

“ผมไม่เห็นรู้เลยว่าคุณสูบ” ผมบอกให้คนที่กำลังเหม่อรู้ตัวพลางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ 

“เฮ้ย ออกมาทำไม เหม็น” เขาทำหน้าตกใจ ก่อนจะทิ้งมวนบุหรี่ที่ยังสูบไม่ถึงครึ่งพลางปัดป่ายควันให้จางหายไป

พอเห็นแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ที่จะตีหน้าเอือมกลับไป “ผมไม่เป็นไรหรอกครับ”

อย่ามาทำเป็นใส่ใจ แม้แต่ตอนนี้ได้มั้ย
   
บทสนทนาหยุดลงที่ตรงนั้นสักพัก ซันไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้หยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาสูบระบายอารมณ์ เขาเพียงนั่งนิ่งๆ ทอดมองออกไปที่กลุ่มต้นไม้หลังกำแพงกั้นเขตร้าน สีหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ในขณะที่ผมก็กำลังมองเสี้ยงหน้าด้านข้างของเขา พลางคิดว่าตัวเองควรจะทำยังไง
   
ควรปล่อยให้เขานั่งเงียบๆ หรือควรพูดอะไร? ทำไมผมคิดไม่ออกเลย
   
“วีเขามาชวนกูไปเลี้ยงส่ง” สุดท้ายก็เป็นเขาที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาโดยไม่มองหน้าผม “เห็นว่าจะเรียนต่อ และทำงานที่นู่นเลย คงอีกนานกว่าจะได้กลับมา”
   
จำได้ว่าแฟนเก่าของซันเคยไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา ก่อนที่พวกเขาจะเลิกกัน
   
ถ้าแบบนี้ หมายความว่าอีกนานกว่าพวกเขาจะได้เจอกันอีกด้วยใช่มั้ย... หมายความว่าความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นไป มันยากที่จะกลับมาต่อติดได้ด้วยหรือเปล่า
   
“ตอนแรกจะไม่มาชวนกู แต่เพราะอยู่สายรหัสเดียวกัน อยากถือโอกาสเลี้ยงสายรหัสไปด้วย ก็เลยมา” พูดแค่นั้นก่อนจะปล่อยให้ความเงียบคลุมบรรยากาศอีกครั้ง 
   
“แล้วคุณจะไปหรือเปล่าครับ” ผมเอ่ยถาม ไม่ใช่คำถามที่คิดว่าจะช่วยอะไรได้ แค่อยากถามออกไปเท่านั้น
   
ซันหันมาเลิกคิ้ว ก่อนจะพยักหน้า “บอกไปแล้วว่าจะไป” 
   
ผมเงียบไปสักพัก ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ “ดีแล้วล่ะครับ”
   
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรที่มันดี
   
“ยังเจ็บอยู่เหรอครับ” คราวนี้ผมถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่มองมาก่อนแล้วอย่างต้องการซึมซับความรู้สึกเขา
   
“...” มันยังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และสับสนอย่างยากจะอธิบาย
   
“มันยากมากเลยใช่มั้ย” ส่งยิ้มบางๆ เพื่อบอกว่าผมเข้าใจ... ผมเองก็เคยผ่านความรู้สึกนั้นมา “คราวนี้ถึงตาผมปลอบใจคุณบ้างแล้ว” เอ่ยติดตลก ทั้งที่ยังสบตากับดวงตาที่มีแต่ความหวั่นไหว
   
“...” กลายเป็นแววตาแบบที่ผมไม่เข้าใจ 
   
“อยากให้กอดหรือเปล่าครับ” เหมือนที่เขาทำให้ผม มันถูกพิสูจน์มาแล้วว่าทำให้รู้สึกดีขึ้นได้มาก จริงๆ 

ซันไม่ตอบอะไร เขาหัวเราะเบาๆ เบือนหน้าหนีไป ก่อนจะหันกลับมาสบตาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย

ไม่ทันไรตัวผมก็ถูกดึงเข้าไปซบกับอกกว้าง ถูกรวบกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งที่รัดแน่นกว่าทุกที

“ตี๋” 

“...”

“ตี๋” เขาเรียกชื่อผมซ้ำ แต่ไม่พูดอะไร กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนหน้าผมฝังอยู่กับอก สัมผัสได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นรัว แต่ไม่รู้ว่ากำลังบ่งบอกถึงอะไร

เหมือนที่ผมไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังสื่อออกมาจากหัวใจผมที่กำลังเต้นในจังหวะคล้ายๆ กัน
   
ว่าแต่ ตั้งใจจะมาปลอบใจเขาไม่ใช่หรือไง... ไหงกลายเป็นผมที่ถูกกอดไว้แน่นเสียเอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 189 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #528 Jibangrin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    ชอบบบบบ ภาษาดีมากกกกเหมือนเดิมมม เยิฟฟๆ
    #528
    0
  2. #495 mmamaexx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 21:55
    ม่าจนได้อะเห้อกว่าจะทำให้โชว์ตัดใจได้ก็แทบแย่แล้ว เจ็บแล้วขอให้จำนะซันอย่าเหมือนตอนของตรี สงสารโช
    #495
    0
  3. #465 ppppjih (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 13:34
    ซันเหมือนจะชอบโช แต่พอมาเจอแฟนเก่าดันสับสนซะงั้น
    #465
    0
  4. #419 Yesmyboy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 13:16
    ซันยังไงกับแฟนนเก่าอ่ะ คือชอบตี๋แต่ผูกพันกับคนเก่าอยู่หรอ
    #419
    0
  5. #259 Sket-D (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 06:50
    บรรยากาศหม่นๆหน่วงๆแบบนี้มาอีกแล้ววว แต่ไม่เป็นไร เราจะเชื่อไรท์ว่าดราม่ามันไม่เยอะ5555 อยากให้ซันรู้ใจตัวเองจริงๆนะ ตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ซันกับโช แต่ยังมีวีแฟนเก่าซันที่กลับมา ถ้าปล่อยไว้ให้มันสับสนแบบนี้ต่อไปคงได้มีเจ็บๆหน่วงๆกันบ้าง สู้ๆนะทั้งสองคน เยียวยากันไป อยูด้วยกันต่อไปเรื่อยๆนะ;___;
    #259
    0
  6. #143 น้ำพัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:07
    จะมีตัวแปรอื่นนอกจากวีไหมคะ ตอนนี้ซันเองก็ยังไม่รู้ใจตัวเองอยู่ดีแถมมีแฟนเก่ากลับมาอีก อยากให้มีคนมาจีบตี๋อีก จีบแบบจริงจังแบบที่ซันไม่ใช่พ่อสื่อคอยช่วย ซันจะได้รุ้ใจตัวเองว่าคนที่มีความหมายจริงๆ ตอนนี้คือใคร
    ปล.เราชอบมาม่าพอกรุบกริบนะคะ เป็นสายเฮลตี้รักสุขภาพค่ะ 55555555555
    #143
    0
  7. #86 ♡ aunjai ♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 02:04
    ไม่เอาดราม่า ม่ายยยยย
    #86
    0
  8. #57 Sparklevegetable (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 06:45
    โชชชชชชชกุนนนนนนน T{}T)!!!

    พออ่านตอนที่เขาพูดว่า โชคดีจริงๆที่ไม่ได้ถลำลึก... แล้วรู้สึกได้เหมิอนว่า เขารู้ตัวแล้วแหละว่าขาหนึ่งของตัวเองมันก้าวล้ำเข้าไปในความรู้สึกที่ตัวเองกลัวแล้ว ยิ่งรู้ตัว มันยิ่งเศร้ากว่าเก่าอีกที่เห็นโชพูดออกมา //กอดปลอบ

    แต่จริงๆไม่มีใครเหมาะที่จะกอดไปมากกว่าซันแล้วแหละ ชอบความสัมพันธ์สองคนนี้ที่เหมือนจะเยียวยากันและกันอยู่หน่อยๆ ฟังเหมือนอาจจะไม่ใช่นิยามความรักที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น แต่นี่แหละความรัก
    #57
    0
  9. #38 muk ka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 13:11
    เอานังชะนีวีไปเก็บด่วนเลยค่ะ
    รอตอนต่อไปน๊าาา
    #38
    0
  10. #36 jibbubu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 18:43
    อย่ามาม่ามากนะคะ แค่นี้ก็หน่วงแล้วอ่ะ
    #36
    0
  11. #34 aormanii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:48
    กลับมาแล้ววววว เย้ๆ 
    #34
    0
  12. #33 aormanii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:48
    กลับมาแล้ววววว เย้ๆ 
    #33
    0
  13. #32 Eickiwsang2543 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 08:13
    วีกลับมาเเล้วงานเข้าเเล้วซัน555555
    #32
    0