[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Before Sunrise ☼ เมื่อตะวันฉายแสง ( #ซันโช )(Yaoi)(จบแล้ว)

ตอนที่ 15 : หลังตะวัน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    20 ก.พ. 63




หลังตะวัน : 2


การมาของวีทำให้ทุกอย่างน่าสับสน... ในขณะที่บางอย่างก็กำลังชัดเจน

ผมรู้สึกเหมือนกับว่าระหว่างเรามีบางอย่างติดค้าง แต่ในทางกลับกัน ก็เหมือนจะไม่มีอะไรติดค้างกันอีก...

มันน่าปวดหัวเมื่อพบว่าตอนนี้ในใจผมมีความรู้สึกหลายอย่างตีรวนกันเต็มไปหมดจนแยกไม่ออกว่ากำลังคิดหรือรู้สึกยังไงกันแน่ ผมเคยคิดว่าผมยังรักเธอ และรอให้วีกลับมา แต่ในวินาทีที่เห็นเธอกลับมาอยู่ตรงหน้า ผมกลับ... ไม่ได้รู้สึกดีใจ
เพราะการกระทำและแววตาของวีที่มองมามันชัดเจนว่าเราจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้ หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ ผมไม่แน่ใจ... และไม่รู้ว่าจะหาคำตอบได้ยังไงเหมือนกัน

"ซัน รอนานหรือเปล่า" พราวที่อยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวดูสวยสะดุดตาวิ่งมาหาด้วยสีหน้าสดใส

ผมไม่ได้ตอบอะไร แค่หันไปยิ้ม ทิ้งก้นบุหรี่ในมือแล้วใช้เท้าบี้ก่อนจะหันมาเปิดประตูรถให้เธอ อ้อมไปนั่งฝั่งคนขับแล้วเริ่มสตาร์ทรถออกมาจากหอพักเงียบๆ

วันนี้เป็นวันเลี้ยงส่งวีตามที่เคยบอก ความจริงเรานัดกันไว้ประมาณสองทุ่ม แต่ตอนนี้จะปาเข้าไปสามทุ่มแล้วผมก็ยังไปไม่ถึงร้าน ยังเอ้อระเหยอ้อยอิ่งอย่างไม่เร่งรีบ 

แน่นอนว่าผมจงใจ... เพราะไม่อยากอยู่ในงานนานเกินจำเป็น คิดไว้ว่าให้ของขวัญร่ำลาตามประสาเพื่อนเสร็จก็คงกลับ

และอีกเหตุผลหลัก ผมเพียงแค่ต้องการให้วีกับพราวเจอกัน... เพื่อให้เป็นไปตามแผนการโง่ๆ ที่เราเคยตกลงกันเมื่อนานมาแล้ว

ผมควงกับพราวเพื่อประชดวี...

ในวันที่ผมกำลังจะเป็นจะตายเพราะอกหัก พราวเข้ามาหาผมด้วยเหตุผลนี้ เธอกับวีเคยบาดหมางเรื่องผู้ชายกันมาก่อน ผมไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่ก็หลวมตัวตอบตกลงเพราะคิดว่าเราต่างก็มีแต่ได้กับได้ทั้งสองฝ่าย พราวได้ความสะใจ ส่วนผม... อาจจะได้วีกลับคืนมา

แต่พราวคงลืมไป ว่าผมคือผู้ชายที่วีไม่เอา

และมันก็เป็นเรื่องโง่เง่าที่ผมคิดว่ามันจะทำให้วีเสียใจ เสียดาย หรือรู้สึกอะไรก็แล้วแต่จนกลับมาหาผม แต่ความจริงแล้วไม่เลย มันไม่มีประโยชน์อะไร เธอไม่สนใจด้วยซ้ำต่อให้พราวจะไปวอแวกับเธอแค่ไหน ต่อให้ผมจงใจให้วีเห็นรูปถ่ายของผมกับพราวที่ยืนยันว่าเรามีความสัมพันธ์กันไปไกล เธอก็ไม่แม้แต่จะติดต่อกลับมาหาผมสักครั้ง

แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย...

ผมควรทำให้เรื่องที่มันคาราคาซังอยู่ในใจจบลงไปเสียที

“หวัดดีครับพี่เชน พี่ฟ้า” ผมยกมือไหว้คนอาวุโสสุดในโต๊ะ หลังจากเดินเข้ามาในร้านอาหารที่ถูกปิดเพื่อจัดงานเลี้ยงส่งแบบส่วนตัว ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยบรรดาคนในคณะที่ผมค้นหน้าค่าตากันดี ส่วนโต๊ะที่วีนั่งอยู่เป็นโต๊ะที่รวมสายรหัสเรา

“นี่พราวครับ” ผมผายมือไปยังผู้หญิงที่มาด้วยกัน เธอยิ้มหวานยกมือไหว้ทักทายพี่ๆ ตามผม 

พี่เชนกับพี่ฟ้ารับไหว้ผมพอเป็นพิธี สีหน้าพี่เชนดูข้องใจนิดๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร ยกแก้วแอลกอฮอล์ของตัวเองขึ้นมาดื่มเงียบๆ แล้วหันหน้าหนีไปยังเวทีที่มีโฟล์คซองเล่นคลอ ผมรับไหว้รุ่นน้องคนอื่นๆ ที่หันมาทักทายครบทั้งโต๊ะเสร็จก็หันไปมองหน้าวี เห็นว่าเธอเองก็กำลังมองมาที่ผมเช่นกัน 

“ขอโทษที่มาช้านะ” ผมบอก แต่วีกำลังเบือนสายตาไปที่พราว สีหน้าเธอดูประหลาดใจ ก่อนจะกลายเป็นสายตาแบบที่ผมอ่านไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ส่งยิ้ม

“ไม่เป็นไร  นั่งสิ เดี๋ยวเราเรียกพนักงานให้” 

ผมยิ้มรับแล้วหันไปดึงเก้าอี้ออกมาให้พราวนั่งก่อน เธอยิ้ม ยกมือขึ้นมาลูบแขนผม แต่สายตากลับมองเลยไปที่ผู้หญิงอีกคน

ประกายความไม่เป็นมิตรที่ส่งออกมาจากแววตาทั้งคู่บ่งบอกว่าพวกเธอคงเคยมีเรื่องผิดใจกันจริงๆ

“อยากกินอะไร” ผมหันไปถามพราวเมื่อพนักงานเดินมายื่นเมนูให้เรา เธอหันมายิ้มกว้างให้ผมอย่างจงใจทำให้ดูหวานเชื่อมก่อนจะพูดอย่างเอาใจ

“เราเอาเหมือนซันเลย” ผมเลยยิ้มๆ บางๆ กลับไป หันไปสั่งเมนูแนะนำของร้านที่หนึ่ง

“ซันไม่กินเหรอ” พราวเลิกคิ้ว

“เราไม่หิว” ผมว่า ก่อนจะหันไปรับเครื่องดื่มจากน้องรหัสที่ส่งมาให้พอดี

เหล้าเพียวๆ ถูกเสิร์ฟให้อย่างรู้งาน เพราะเคยไปดื่มกับสายรหัสอยู่หลายครั้ง แต่ที่ทำให้ประหลาดใจคงเป็นการที่ผมรับแก้วมาแล้วกระดกจนหมดแก้วในครั้งเดียว

“รีบไปไหนน้องชาย” พี่ฟ้าถามกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นว่าผมส่งแก้วเปล่ากลับไปให้น้องรหัสรินเหล้าให้ทันที

ผมเลิกคิ้ว เพิ่งรู้ตัวว่ารีบร้อนเกินไป เลยยิ้มกลบเกลื่อนขึ้นมา “เลี้ยงส่งทั้งทีนี่พี่” หันไปมองหน้าวี แต่เธอกลับหลบสายตา มีสีหน้าเจื่อนลง

บรรยากาศมันกระอักกระอ่วนซะจนคนรอบข้างคงสัมผัสได้ โดยเฉพาะพี่เชนกับพี่ฟ้าที่มองหน้าพวกเราสลับกัน 

“งั้นเปิดขวดใหม่เลยมะ” สุดท้ายพี่ฟ้าก็เอ่ยขึ้นมาขำๆ แต่เมื่อไม่มีใครขัด ก็สั่งให้บริกรนำเหล้ามาเสิร์ฟเพิ่มจริงๆ 
   
แต่คราวนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่ดื่ม คนในโต๊ะที่กินอาหารกันอิ่มแล้วก็เริ่มเรียกร้องให้เติมเหล้าใส่แก้ว บทสนทนาเริ่มสนุกขึ้นเมื่อเริ่มมีแอลกอฮอล์มาเป็นตัวเร้าบรรยากาศ ผมพูดบ้างตามประสา แต่น้อยลงกว่าทุกครั้ง เมื่อในหัวยังมีหลายเรื่องที่กันจนบางครั้งก็เผลอหลุดความคิดออกจากบทสนทนา

“ซันไหวมั้ย” พราวเอียงตัวมากระซิบถามเมื่อผมเริ่มนั่งเหม่อดื่มแอลกอฮอล์ไปเรื่อยๆ ผมจึงหันไปยิ้ม ส่ายหน้าเบาๆ พลางรินแอลกอฮอล์ใส่แก้วที่ว่างลงอีกครั้ง ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นพี่ใหญ่ทั้งสองคนของสายที่กำลังกระซิบกระซาบคุยอะไรบางอย่างกันพอดี

ผมเกือบลืมไปเลยว่าพี่เชนกับพี่ฟ้าเคยคบกัน ก่อนที่พี่เชนจะเป็นแฟนกับไอ้ตรี... จำได้ว่ามีข่าวไม่ดีเรื่องที่พี่ฟ้านอกใจ แต่เพราะทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไร เรื่องมันเลยเงียบไปโดยที่ทุกอย่างคลุมเครือ ยิ่งหลังเลิกกันพี่เชนหันไปคบกับไอ้ตรี ประเด็นมันเลยถูกเบี่ยงไปเรื่องที่พี่เชนหันไปคบผู้ชายแทน

ถึงอย่างนั้นพี่เขาก็ดูไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง ซ้ำยังกลับมาเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้โดยไม่แคร์เรื่องเม้าท์มอย 

ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง... ขนาดผมที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไร ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากเลยที่จะกลับมาสนิทใจกับคนที่เลิกกันไปแล้วได้แบบนั้น...

สายตาของผมเบือนกลับมาหาเจ้าของงานเลี้ยงส่งอีกครั้ง วียังคงไม่หันมาสบตาผม เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่สายตาที่ดันไปปะทะกับคนข้างตัวข้างผมพอดี ก็ยิ่งขับให้สีหน้ากระอักกระอ่วนของเธอทวียิ่งกว่าเดิม เมื่อผมมองพราว เห็นสายตาที่เธอมองไปยังวีก็เข้าใจ สายตาเจ็บปวด คาดโทษ และไม่ให้อภัย เป็นสายตาแบบที่ผมเองก็คงเผลอแสดงออกไปเหมือนกัน แต่แปลก ที่พอเห็นสีหน้าทุกข์ใจของวีแล้วผมกลับไม่ได้รู้สึกดี ไม่ได้สะใจอย่างที่ควรเป็น พราวเองก็เช่นกัน สายตาของเธอไม่มีตรงไหนที่บ่งบอกว่ารู้สึกอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว

นี่เรากำลังทำอะไรกันอยู่? งี่เง่าชะมัด

“เราลืมของขวัญไว้ในรถ เดี๋ยวมานะ” ผมบอก ก่อนจะลุกขึ้นไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปดึงแขนพราวให้ลุกตาม ตอนแรกเธอมองผมตาขวาง ยื้อแขนไว้อย่างขัดขึ้น แต่เมื่อผมไม่ปล่อยสุดท้ายพราวก็ยอมตามมาท่าทางประฟัดกระเฟียดบ่งบอกว่าไม่เต็มใจ

ผมลากเธอมาที่รถ ไปยังฝั่งข้างคนขับแล้วเปิดประตูให้เธอเข้าไป แต่พราวขืนตัวไว้

“ซันจะทำอะไร”

“กลับกันเถอะ” ผมตอบสั้นๆ พยายามจะดันตัวพราวเข้ารถอีกครั้งแต่เธอสะบัดมือผมออก

“ซันเป็นบ้าอะไร ลืมไปแล้วหรือไงว่าเรามาที่นี่ทำไม!” เสียงหวานตหวาดมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ

เธอต่างหากที่ไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่เราทำมันไม่มีประโยชน์อะไร

“ที่เราต้องทำคือทำให้ผู้หญิงคนนั้นเจ็บปวดที่กล้ามาหักหลังเราไม่ใช่หรือไง แล้วดูที่ซันทำสิ ตรงไหนกันที่เรียกว่าเอาคืน!” ดวงตาคู่สวยวาววับด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมาด้วยความอัดอั้นตันใจ

“พราว” ผมกำลังจะเอื้อมมือไปจับแขนเธอแต่ก็ถูกปัดทิ้งอีกครั้ง

“ในเมื่อซันใจอ่อน พราวก็จะเป็นคนจัดการเอง” เธอทำท่าจะหมุนตัวหนี แต่ผมคว้าข้อมือรั้งไว้ได้ทัน

“พอได้แล้ว!” คราวนี้ผมขึ้นเสียงใส่เธอบ้าง หลับตาอย่างข่มอารมณ์แล้วดึงร่างบางให้หันกลับมาสบตา “ที่เราทำ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย พราวไม่เห็นเหรอ”

“...”

“วีรู้สึกผิด รู้สึกแย่ แล้วยังไง? ทำให้ผู้หญิงคนนั้นทุกข์ใจ แล้วมันแก้ไขอะไรได้หรือไง?”

“...”

“สุดท้ายเราก็ไม่ได้รู้สึกดี... พราวเองก็เหมือนกัน”

มันเป็นความจริงที่ผมรู้มานาน แต่ที่ยังดันทุรัง เพราะยิ่งนานวันเข้า เหตุผลที่ผมยังเก็บพราวไว้ยิ่งบิดเบือนไปทุกที... เป็นเหตุผลที่ผมรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่เกี่ยวกับวี

“สายตาที่วีมองพราวมันมีแต่ความรู้สึกผิด พราวเห็นใช่มั้ย” คราวนี้ร่างบางก้มหน้า เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตา แต่ว่าคงไม่ทัน น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง 

“ถ้าเห็นแล้ว พราวเองก็รู้ตัวใช่มั้ยว่าตัวเองมองกลับไปด้วยสายตาแบบไหน” ผมเอื้อมมือไปเชยคางเธอขึ้นแล้วปาดออกไปเบาๆ ผมรู้ว่าพราวเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดเมื่อเราสบตากัน

“ซันไม่เข้าใจ... ฮึก” เจ้าของใบหน้าหวานส่ายหน้าแต่ยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดจะห้าม ผมยิ้มบางๆ แล้วดึงเธอมากอดไว้

“เข้าใจสิ เราเข้าใจ” ลูบหลังเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน “แต่ยิ่งเราเอาเค้ามาใส่ใจ เรายิ่งไม่มีความสุขไม่ใช่หรือไง” 

“ฮึก...” 

“ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป ต่างคนต่างก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว... เราจมปลักกับอดีตมานานพอแล้ว” แปลกดี ที่พอพูดแบบนั้นออกไป ในใจผมก็เหมือนจะปล่อยได้จริงๆ 

อดีตที่เคยเจ็บปวด เหมือนเป็นเพียงก้อนหินเย็นชืดที่กำไว้อย่างไร้ความรู้สึก และพร้อมจะขว้างทิ้งลงไปยังก้นเหวลึก... ไม่สามารถย้อนกลับมาทำร้ายใครได้อีก

หลังจากปล่อยให้ร่างบางร้องไห้กับอกตัวเองจนพอใจ ผมก็ผละออกมาช่วยปาดน้ำตาออกจากหน้าเธอเบาๆ “พราวรอในรถก่อนนะ เดี๋ยวเรามา” ผมบอก หมุนตัวเข้าไปที่รถ หยิบเอากล่องของขวัญที่เตรียมไว้ออกมา

“ซัน” 

“หืม?” แต่ก่อนที่จะได้เดินไปไหน ก็ถูกรั้งไว้อีกครั้ง พราวมองหน้าผมด้วยสายตาอ่านยาก เธอเม้มปาก เหมือนข่มความรู้สึกอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยออกมา

“หลังจากนี้ เราจะไม่ได้เจอซันอีกใช่มั้ย” ดวงตาคู่สวยเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่เธอพยายามห้ามไม่ให้ไหลออกมา

“...” 

คงเพราะรู้ว่าถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมจะไม่ดึงเธอมากอดเพื่อปลอบใจอีก

“ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ซันหนีไปทั้งๆ ที่เราเอาชื่อวีมาอ้าง เราก็รู้ว่าซันไม่ต้องการเราแล้ว”

“ขอโทษนะ” ผมก้มหน้ารับผิดแต่โดยดี

บอกแล้วไง ว่าผมรู้มาตั้งนานแล้ว เรื่องที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับวี... ก็แค่มีเหตุผลที่ยังไม่อยากยอมรับเท่านั้น

 “จริงๆ เราผิดเองที่คิดตื้นๆ ว่าแค่ใช้ซันเป็นเครื่องมือแล้วจะไม่ผูกพัน ไม่คิดอะไร” พราวมองหน้าผมนิ่ง ก่อนจะแสยะยิ้ม น้ำตาไหลออกมาแต่เธอก็เบือนหน้าหนีแล้วปาดมันออกลวกๆ

“ใครจะไปรู้ว่าซันจะน่ารักขนาดนี้”

เป็นคำชมที่ทำให้ผมยิ้มไม่ออกเลยสักนิด ในเมื่อสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแบบที่ผมพยายามมองข้ามมาตลอด ผมพยายามตีตัวออกห่างจากพราวหลังจากที่เธอเริ่มแสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม ทำให้เธอเข้าใจว่าเรามีสัมพันธ์กันได้แค่ตัว และไม่ควรเอาหัวใจมายุ่งเกี่ยวกัน... แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน

“ยัยนั่นโง่ชะมัดที่ทิ้งซันไป” เธอเอ่ยติดตลกทั้งที่น้ำตาเริ่มนองหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมอีกครั้ง “เราก็โง่เหมือนกัน ที่ทำให้ซันรักไม่ได้” 

 ผมได้แต่ยิ้มอย่างไม่รู้จะทำยังไง รู้ดีว่าเรื่องหัวใจมันบังคับกันไม่ได้ เพราะถ้าทำได้ ผมคงบอกให้มันรักพราว  มากกว่าจะรู้สึกกับใครอีกคนที่ไม่ควร...
 



ผมเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งตามลำพัง คนในโต๊ะหันมามองด้วยสายตาตั้งคำถาม ผมจึงไปบอกไปว่ากำลังจะกลับโดยไม่อธิบาย คนที่ยังติดใจมีแค่วีที่มองมาไม่วางตา แต่ผมก็เพียงยิ้มแล้วยื่นกล่องของขวัญในมือให้เธอ

“อ่ะ นี่ของขวัญ” วีรับไป ไม่ได้เปิดดูทันที สีหน้าเธอยังดูเหมือนไม่เข้าใจสถานการณ์ “เดินทางดีๆ ล่ะ” ผมว่าแล้วหันไปบอกลาคนอื่นๆ ก่อนจะเดินออกจากโต๊ะมา

“เดี๋ยวซัน” แต่ยังไม่ทันไปถึงรถ วีก็ตามออกมา

เธอเดินมาหยุดตรงหน้าผม สีหน้าเหมือนมีบางอย่างจะพูด แต่ดูลำบากใจ จนผมหัวเราะ และถามออกไป “มีอะไร ยัยตัวเล็ก”

สรรพนามที่ไม่ได้ใช้มานานทำให้เธอชะงัก ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

“ซัน...ยังรู้สึกกับเราอยู่หรือเปล่า?”

“...”

“เราเคยคิดว่าซันเลิกรักเราแล้ว แต่วันนี้ที่ซันมากับพราว... มันทำให้เราไม่แน่ใจ” เธอมองหน้าผม สีหน้าลำบากใจ “ที่ทั้งสองคนคบกัน มันเกี่ยวกับเราใช่มั้ย?”

ที่เคยได้ยินบ่อยว่าสีหน้าและการกระทำของผมมันอ่านง่าย วันนี้หมดความข้องใจแล้ว เพราะแม้แต่วียังรู้เลย ว่าทั้งหมดที่ทำไปเพราะอะไร

ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับตัวเอง “เราเคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน... แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่” ว่าพลางสบตากลับไปด้วยสายตาจริงใจ

“เราไม่ได้รักวีแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” 

“...”

“ไม่ได้โกรธเรื่องในอดีตแล้วด้วย ไม่ต้องกังวล”

“...”

“เรื่องทั้งหมดระหว่างเรามันจบลงแล้ว ไม่ต้องรู้สึกติดค้างอะไรแล้ว เข้าใจมั้ย” ผมเอื้อมมือออกไปลูบผมวีเบาๆ

คนตัวเล็กกว่ามองหน้าผมนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเริ่มบิดเบี้ยวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา 

“ขอบคุณนะ... ขอบคุณ” วีพร่ำพูดคำนั้นพร้อมกับพยายามปาดน้ำตา ผมหัวเราะแล้วจับหัวเล็กๆ โยกไปมาอย่างเอ็นดู

ตั้งแต่เกิดมาผมเคยแต่ได้รับความรักจนชิน ทั้งจากที่บ้าน ที่โรงเรียน จนเข้ามหาวิทยาลัย ทุกคนที่รายล้อมอยู่รอบกายต่างหยิบยื่นความรักความเป็นดูมาให้ ไม่เคยถูกทำลายน้ำใจให้เจ็บช้ำเลยสักครั้ง มีผู้หญิงมากมายพร้อมจะเข้าหา ให้ผมเป็นฝ่ายเลือกจนบางครั้งก็ไม่เห็นคุณค่าในความสัมพันธ์ แต่กับวี... มันเป็นครั้งแรกที่ผมมั่นใจว่าผมกำลังตกหลุมรักใครสักคน รักจนหมดใจ... โดยไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแรกที่หยิบยื่นความเสียใจให้ผมเสียเอง

เหมือนถูกพระเจ้าลงโทษล่ะมั้ง

รสชาติของการทรยศหักหลังที่ได้รับมันสาหัสจนผมไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านมาได้ ผมสับสน ไม่เข้าใจ เหมือนติดอยู่ในกับดักที่หลุดออกไปไม่ได้ ได้แต่จมปลักอยู่ในคำถามที่ยากจะหาคำตอบมาเป็นปีๆ 

แต่ตอนนี้ผมรู้วิธีที่จะก้าวขาออกมาจากความรู้สึกพวกนั้นแล้ว เรียนรู้แล้วว่าถ้าตัดความรู้สึกอยากเอาชนะ อยากหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมตัวเองถึงถูกหักหลัง... ผมก็ไม่ได้เสียใจมากมายขนาดนั้น 

“พราวยังอยู่หรือเปล่า” หลังจากเงียบไปนานเพื่อจัดการความรู้สึกตัวเอง วีก็เอ่ยถามขึ้นมา

“อยู่ที่รถ”

“วีขอคุยอะไรกับพราวหน่อยได้มั้ย” ผมถามอย่างไม่แน่ใจ ผมเลิกคิ้ว แต่ดูจากสถาการณ์ที่ดูเหมือนใกล้จะจบเต็มทีแล้วก็ไม่ได้ขัดอะไร

ผมคิดว่าต้องให้เวลาเธอสองคนอยู่กันตามลำพังจึงยังไม่เดินตามไป เดินไปนั่งหลบมุมตรงที่สูบบุหรี่ของร้าน แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ คิดอะไรไปพลางๆ ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีคนเดินมานั่งข้างๆ จึงหันมามอง

เป็นพี่เชนที่นั่งเงียบๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยิบบุหรี่ออกมา... จะว่าไป พี่เขาเลิกบุหรี่แล้วนี่หว่า แล้วมานั่งตรงนี้ทำไม

“จะกลับแล้วเหรอพี่” ผมถามออกไป ทั้งที่รู้แล้วว่าพี่เขามานั่งทำไม

คงเห็นว่าผมมีเรื่องไม่สบายใจ ถึงได้มานั่งเป็นเพื่อนสินะ

“อืม” ตอบสั้นๆ ก่อนที่ดวงตาคมจะหันมามองผมเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจอีกครั้ง “มึงยังชอบวีอยู่เหรอ” 

แต่คราวนี้พี่เขายอมเอ่ยถาม

ผมส่ายหน้า “เคยคิดว่ายังชอบ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่” ตอบแบบเดียวกับที่เพิ่งตอบวีไป

“กูก็ว่า” พี่เชนพึมพำเบาๆ คล้ายกับยืนยันกับตัวเอง

หมายความว่าไงวะเนี่ยพี่

เราต่างคนต่างเงียบไปอีกครั้ง ก่อนที่พี่เชนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันมาขมวดคิ้วมองผมด้วยสายตาดุๆ แบบที่ชอบทำ

“มึงนี่... อย่าโง่ให้มากนัก” 

“...”

“ระวังจะเสียใจทีหลัง” พูดจบก็เดินล้วงกระเป๋าออกไป ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ทำความเข้าใจคำพูดไร้ที่มาที่ไปนั้นต่อสักวินาที

แต่ผมไม่คิดจะตามไปถาม อะไรบางอย่างบอกว่าผมเองก็รู้ว่าพี่เชนหมายถึงเรื่องอะไร และมันยิ่งชัดเจนเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นมา พอหยิบมาดูเบอร์ก็พบว่าเป็นเบอร์ของไอ้ตี๋ ผมดับบุหรี่ที่ยังสูบไม่ถึงครึ่งมวนทันที ทั้งที่แค่โทรศัพท์ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายได้กลิ่นบุหรี่สักหน่อย ผมมองเบอร์ที่โชว์อยู่สักพัก ยังไม่ยอมกดรับ ราวกับจะรอให้ความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาในอกตอนนี้ชัดเจนขึ้นอีกสักนิด จนแน่ใจ...

[ เป็นยังไงบ้างครับ ] พอรับสายน้ำเสียงห่วงใยที่ไม่ได้ยินบ่อยนักทำให้ผมชะงัก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

ตั้งแต่ก่อนมา พอผมบอกว่าวันนี้เป็นงานเลี้ยงส่งวี สีหน้าของมันก็ดูกังวลใจยิ่งกว่าผมที่ต้องเป็นคนมาเองเสียอีก

“ตี๋” และสีหน้านั้นก็ติดอยู่ในหัวผมทั้งวัน แม้กระทั่งตอนนี้

[ เมาหรือเปล่าครับ? ขับรถไหวมั้ย หรือให้ผมไปรับดี ] 

ผมหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าทั้งที่มันไม่เห็น ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทุกความรู้สึกที่ถูกกดไว้กลับมาปนเปกันอีกครั้งจนอยากจะทำอะไรสักอย่างให้มันหายไป

[ คุณซัน? ]

“ไปหาได้มั้ย” ยกนิ้วขึ้นมากดหัวตาตัวเองไว้ เพราะรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ถูกความสับสนมากมายผลักดันออกมา

[...]

“กูไปหามึงนะ...”

[...]

“นะ...” ผมอ้อนวอน จนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจผ่านปลายสายที่ดังขึ้นมาพร้อมกับน้ำเสียงเอือมระอา

[ ปกติก็ไม่เคยขออนุญาตนี่... ]

“...”

[ เดี๋ยวจะชงนมอุ่นๆ ไว้ให้ รีบมาก่อนมันจะชืดเอานะครับ ]

ได้ยินแค่นั้นทุกความรู้สึกที่ปิดกั้นเอาไว้ ก็ผลักดันให้น้ำตาของผมค่อยๆ ไหลออกมาจริงๆ

เมื่อชั่วขณะที่ความห่วงใยถูกถ่ายทอดออกมาผ่านน้ำเสียงที่เจือความเอือมระอา เป็นชั่วขณะเดียวที่ผมรับรู้ได้ว่ากำลังความรู้สึกที่ผมสร้างขึ้นมา กำลังทำลายตัวเองอ่างช้าๆ และไม่นานก็คงจะสลายไป เหลือไว้เพียงความจริงที่ผมซ่อนไว้ ไม่ให้ใครเข้าถึงได้... 

แม้กระทั่งตัวเอง





------------------------------------------
ตี๋~ ;_;


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #529 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:09
    ยัยตี๋ งือออออออ พี่เชน! เดอะเบสส555555
    #529
    0
  2. #515 siew_por (@siew_por) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:09
    ตี๋ก็อยู่ข้างซันเหมือนที่ซันอยู่ข้างตี๋มาตลอดแหละเนอะ รู้ใจตัวเองได้แล้วววว
    #515
    0
  3. #490 liarguy (@liarguy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 12:27
    น้องโช~ ทำไมน่ารัก
    #490
    0
  4. #482 bybambi2 (@bybambi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 02:25
    ฮือ ;-;
    #482
    0
  5. #441 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 11:27
    ตี๋น่ารักก ซันรู้ใจตัวเองสักที รอเก้อมานานแล้วว
    #441
    0
  6. #420 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 13:34
    รู้สึกดีไปด้วยจริงๆที่ต่างคนต่างทำให้อีกคนลืมความเศร้า แบบมีซันนะ มีโชนะ มีคนที่ให้ความสบายใจ ทำให้ยิ้มนะ
    #420
    0
  7. #381 Jinny2534 (@Jinny2534) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:49
    รู้ใจตัวเองสักทีนะพี่ซัน
    #381
    0
  8. #260 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 07:00
    ดีใจที่ซันผ่านอดีตที่เจ็บปวดได้จริงๆสักที ซันยังมีโชอยู่ข้างๆนะ
    #260
    0
  9. #144 น้ำพัน (@numpun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:17
    เคลียร์กันไปทีละเรื่องเนอะซันเนอะ
    #144
    0
  10. #87 ♡ aunjai ♡ (@aumten) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 02:08
    พี่เชนคนดีคนเดิม!!!
    #87
    0
  11. #59 sparkleVegetable (@sparkleVegetable) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 07:47
    ดีใจกับซัน ที่มีคนเข้าใจ แล้วก็ได้เข้าใจตัวเองเสียที 
    งือ ละมุนจังเลยค่ะ
    #59
    0
  12. #41 muk ka (@ooomukooo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 16:17
    เย้ๆ ในที่สุดซันก็เลิกกินหญ้า 555 ดีใจด้วย
    รอตอนต่อปายยยยยย
    #41
    0
  13. #40 aormanii (@aormanii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 14:59
    เราชอบภาษาของไรท์อ่ะ ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง การถ่ายทอดความรู้สึก อ่านแล้วลุะมุนละไม 
    ตอนสุขก็แก้มจะแตก ตอนหน่วงก็หน่วงตามไปด้วย 
    #40
    0
  14. #39 Raccool (@xyxear) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 14:47
    T^T...
    #39
    0