[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 14 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 13 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    4 เม.ย. 60



EPISODE13

รัก...เจือจาง


คราวนี้ไม่ขานรับหรอก แต่เดินไปหาหน้าห้องน้ำเลย มันจะอะไรกันนักหันหนาเล่า

“อะไร” ฉันกอดอกหน้ามุ่ยเป็นจังหวะเดียวกับเพทายเปิดประตูพอดี เรายืนจ้องกันระหว่างกรอบประตู

.....

แล้วมันก็มีแต่ความเงียบ อะไรคือการตะโกนเรียกฉันแล้วเงียบเป็นเป่าสาก? บ้าป้ะ

“มีอะไรก็พูด”

“ผ้าเช็ดตัว” เพทายชูผ้าในมือทั้งสองข้างขึ้นในระดับสายตา อารมณ์เดียวกับแปรงฟันก่อนหน้านี้เลย ก็ซื้อมาพร้อมกัน มันเป็นเซ็ตคู่รักไรงี้ มันเซลฉันเลยซื้อมา

“ก็แล้วยังไง ใช้ไปดิสีชมพูอ่ะ น่ารักออก”

“....” เขานิ่งเงียบ แต่สายตายังวางอยู่ที่ฉัน

“ผู้ชายใช้สีชมพูก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ปกติออก” ฉันพูดต่อเมื่อเพทายเอาแต่เงียบ ผ้าเช็ดตัวสีฟ้าน่ะฉันใช้ไปแล้วและมันเปียกเพราะเอามาเช็ดตัวไง ถ้าเขาไม่รังเกียจฉันอนุญาตให้ใช้ต่อได้ มันแล้วแต่ว่าเขาจะใจกล้าหน้าด้านใช้รึเปล่า

“ผืนเก่าไปไหน” ถ้าเขาถามถึงผ้าเช็ดผืนที่ใช้เป็นประจำล่ะก็...

“ทิ้งไปแล้ว” โกหกน่ะ ฉันพับมันเก็บเข้าตู้ไปแล้ว อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องมาวุ่นวายกับเรื่องนี้เลยเพราะผ้าเช็ดตัวก็ใช่ว่าจะมีแค่สองผืนนี้สักหน่อย ในตู้นั่นมีตั้งเยอะ

“ไหม”

“เรียกอะไรนักหนา กลัวลืมชื่อไง” ฉันกอดอกถาม เพทายพ่นลมหายใจก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องน้ำปิดประตูดังปัง

ประตูพังไม่รับผิดชอบหรอกนะ

เพทายตอนไม่สบายเป็นอะไรที่แย่มาก เขาทำตัวไร้สาระและไม่มีเหตุผลสุดๆ อย่าทำให้เขาป่วยอีกนั่นคือคติที่ฉันจะจำขึ้นใจ

 

“ง่วง ปวดหัว”

นั่นไง มันมาแล้ว

“ห่มผ้าให้ที” เพทายกำลังยุ่มย่ามกับฉันอีกแล้ว รู้มั้ยเขาทำอะไรอยู่ตอนนี้...

“จะนอนก็นอนดีๆ” คือเราอยู่บนเตียง ตอนแรกฉันแค่เข้ามาอ่านหนังสือแต่เพทายก็เดินเข้ามาแล้วนอนลงข้างๆพร้อมบ่นกระปอดกระแปด ปวดหัวบ้างล่ะ ง่วงบ้างล่ะ เมื่อยบ้างล่ะ เอากับเขาสิ เรื่องมาก

“หอม”

“อย่ามุดได้มั้ย” คือฉันนอนอยู่ในระดับที่สูงกว่าเขา ก็ไม่เชิงกึ่งนั่งกึ่งนอนหรอก ศีรษะเพทายอยู่ตรงกับใต้ฐานอกฉันพอดีไง แค่นั้นไม่พอยังกอดรัดแน่นอีก หนังสือในมือแทบไม่เข้าหัว

“อยากเห็นลูก” เสียงเขาอู้อี้แต่กลับได้ยินชัดเจน

“ผ่าดูสิ”

“ตายพอดี” ฉันสะดุ้งเพราะเพทายแอบหยิกเนื้อบริเวณหลังเอว ไอ้บ้าเอ๊ย เจ็บ

“ก็รู้นี่ รอไปเถอะ เดี๋ยวก็ออกมาให้เห็นเองนั่นแหละ” เพราะเรานอนตะแคงกอดกัน และศีรษะเขาก็อยู่ใต้วงแขนพอดี ฉันเลยกดศอกดันหลังหัวทุยให้แนบกับตัวเองจนลมหายใจอีกฝ่ายสะดุด

“หายใจไม่ออก” เพทายเกร็งหัวไว้แล้วขืนออก “อีกตั้งแปดเดือน ขี้เกียจรอ”

“ถึงบอกให้ผ่าไง ไปสิ มีดอยู่ในครัว ฉีดยาชาให้ด้วยนะ ไม่อยากเจ็บ” ฉันจำเป็นต้องปิดหนังสือเมื่อเพทายไม่อยู่นิ่ง

“เอาจริง?” เพทายเงยหน้าถาม

“ไม่รู้” ฉันสางผมเขา มันนุ่มดี ชอบผู้ชายผมนุ่มแต่ไม่ได้ชอบเขานะ คนละอย่างกัน

เพทายกระพริบตาทีหนึ่งก่อนจะก้มหน้ามุดตัวฉันเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือการแทรกขาข้างหนึ่งเข้ามาระหว่างขาฉัน ผ้าห่มค่อนข้างหนา มันอุ่นมากจนแทบเคลิ้มหลับไปด้วย

อีกไม่กี่เดือนจะจบแล้ว ฉันจะไม่ดร็อปใดๆทั้งสิ้น ลองคาดไว้แล้ว ท้องมันคงไม่โตจนใครสังเกตเห็นหรอก อย่างน้อยก็คงเหมือนคนลงพุงมากกว่า หรือถ้าใครจะดูออกตอนนั้นคงเป็นวันจบการศึกษาพอดีนั่นล่ะ

ส่วนจะบอกพ่อเมื่อไหร่นั่นก็อีกเรื่อง คิดว่าจะรอให้จบก่อนค่อยบอก ถึงตอนนั้นคงทำอะไรๆได้ง่ายกว่า หมายถึงเรียนจบแล้วเกิดมีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียน ในตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าพ่อจะยอมรับเรื่องนี้ ถึงจะพอเดาๆได้ว่ายังไงพ่อก็ยอมรับแต่ช่วงแรกคงมีตึงๆกันบ้าง

คนอื่นฉันไม่ค่อยกังวล มีคนเดียวในตอนนี้ที่ฉันคิดไม่ตกว่าควรบอกดีมั้ย...แม่น่ะ

รู้ๆกันอยู่ว่าแม่ไม่ค่อยชอบฉัน ขืนบอกว่าท้องแม่คงได้สาปแช่งตั้งแต่ลูกยันต้นตระกูลฝั่งพ่อ

“คิดอะไร” นึกว่าหลับไปแล้วซะอีก

“เปล่า” ฉันยังลูบผมเขาอยู่ นุ่มเหมือนขนแมว ลูบแล้วเพลินดี

“คิดถึงลูกหรอ?” เพทายกระชับกอด ฝ่ามือข้างหนึ่งทาบลงบนหน้าท้องลูบวนเบาๆ เขาอาจกำลังสัมผัสเด็กผ่านตัวฉันแต่รู้รึเปล่ามันทำให้ขนลุก

“คงงั้นมั้ง” อะไรๆก็ลูก แสดงออกว่าเห่อจนมากล้น แล้วอะไรคือการลูบเสร็จก็เปลี่ยนจิ้มพุงชาวบ้าน

“แล้วฉันล่ะ คิดถึงรึเปล่า” ปลายนิ้วชี้หยุดจิ้ม ดวงตาคมกริบแหงนเงยมองฉันที่อยู่สูงกว่า

“ละเมอหรอ?” มันน่าตีให้ตาย เพทายเวอร์ชั่นป่วยโคตรง้องแง้ง อยากรู้เขารู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไปบ้าง เป็นฉันฉันอายบอกเลย

“มั้ง” เอาเข้าไป “อยากหลับแล้ว”

“ไม่ได้ถ่างตาไว้นี่” เพทายถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ลมร้อนเป่ารดหน้าท้องฉันจนอุ่นวาบ

“ทำไมชอบด่า”

“ตรงไหนที่เรียกว่าด่า?” ฉันย้อนแย้ง

“ทุกตรง ชอบบ่นชอบด่ายิ่งกว่าแม่ นี่ผัวไม่ใช่...อั่ก!” พูดมากดีนัก กระชากหนักหัวให้หลาบจำ “เจ็บ”

เทพายหน้ามุ่ยเมื่อฉันยังไม่ยอมปล่อยเส้นผมเขาที่อยู่ในกำมือเป็นกระจุก เพิ่งรู้ว่าผมเขาเริ่มยาวมากแล้ว นี่ถ้าเอากรรไกรมาตัดคงขายได้หลายร้อย

“พูดให้มันดีๆ”

“อืม จะจำไว้” หลังจากนั้นเพทายก็เงียบไป จังหวะลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขาหลับสนิทไปแล้ว ฉันคว้าหนังสือมาเปิดอ่านอีกครั้ง คราวนี้ความเงียบทำให้เนื้อหาในเล่มเข้าหัวบ้างถ้าไม่สะดุดที่เสียงเข้าของแอปพลิเคชั่นหนึ่งซึ่งไม่ได้มาจากโทรศัพท์ฉัน

ตื้อดึง

มันดังหลายรอบ ฉันพยายามไม่สนใจเพราะนั้นไม่ใช่สิ่งของของฉัน แต่อารมณ์ที่แปรปรวนง่ายทำให้ต้องปิดหนังสือลงทั้งที่เพิ่งอ่านไปได้ไม่ถึงสามหน้าเพื่อจัดการกับเจ้าปัญหา

 

ยี่หวา :: ทาย เรากลับมาคืนดีกันได้มั้ย?

ยี่หวา :: หวาขอโทษนะ จะไม่อารมณ์ร้อนอีกแล้ว จะไม่แอบไปไหนกับคนอื่นอีกแล้ว หวาขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจ มันแค่อารมณ์ชั่ววูบ

 

ฉันไม่รู้ว่ายี่หวารู้เรื่องตัวเธอดีแค่ไหน ข่าวคราวของเธอน่ะมีไม่ใช่น้อย เพียงแค่มันไม่ได้ถูกนำมาพูดในวงกว้างอย่างเปิดเผย

 

ยี่หวา :: แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้น หวาจะไม่โกรธ ถือว่าผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป หวารู้ว่าอีกเดี๋ยวทายเบื่อก็ทิ้งเอง

ยี่หวา :: หวายังรักทายอยู่นะ ถ้าทายเองก็ยังรู้สึกเหมือนกัน เราลองกลับมาคบกันอีกรอบได้มั้ย?

 

ฉันถอนหายใจให้ความดื้อรั้นของผู้หญิงคนนี้ รู้อะไรมั้ย? สองวันก่อนฉันยังเห็นเธอเล่นกับรุ่นน้องต่างคณะอยู่เลย

ความว่ารักจากปากผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถเชื่อได้เลยจริงๆ

ไม่รู้ว่าถ้าคนเห็นข้อความนี้ก่อนเป็นเพทายเขาจะทำยังไง แต่ในเมื่อตอนนี้มันอยู่กับฉันคนที่ต้องพิมพ์ก็ต้องเป็นฉัน

 

เพทาย :: เจอกันหน่อยมั้ย

 

ขอโทษก็แล้วกันเพทาย  ครั้งสุดท้ายแล้วที่จะใช้นายเป็นหมากในกระดาน

 

ยี่หวา :: ทายยอมคืนดีกับหวาแล้วใช่มั้ย ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่มั้ย

เพทาย :: เจอกันที่ร้านเดิมหน้ามอ. อีกครึ่งชั่วโมง

 

ฉันยกมุมปากเมื่อยี่หวาส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ คงกำลังยินดีแต่เสียดายที่ความยินดีนั่นไม่ใช่แบบที่เธอคิด

“อือ” คนนอนอยู่ขยับพลิกตะแคงข้างทำให้ศีระษะที่วางอยู่เหนือตัวฉันร่วงลงบนฟูกหมอนใบใหญ่ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามขมับและไรผม ชั่ววูบหนึ่งที่ร่างนั่นคล้ายกระตุกอย่างแผ่วเบา

เวลาฟ้าครามไม่สบายเธอมักจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน และฉันก็มักใช้วิธีหนึ่งกับเธอเสมอ

“นิ่งซะ” โน้มหน้ากระซิบข้างใบหูก่อนจะกดแนบริมฝีปากเบาๆบริเวณขมับชื้นเหงื่อ

เพทายนิ่ง เข้าสู่สภาวะปกติ...



-PHETHAY TALK-

ผมตื่นด้วยสภาพมึนงง ก็ยังดีที่รู้ว่าตัวเองป่วย อาการลดลงจนเกือบปกติ แต่บางอย่างในห้องกลับไม่ปกติ

พู่ไหมหายไปไหน?

“ไหม” ผมร้องเรียกด้วยน้ำเสียงที่เพิ่งตื่น ชะโงกหน้าดูในห้องน้ำก็ไม่เจอจึงเดินออกมาจากห้อง เห็นแผ่นหลังบางๆกำลังทำสักอย่างอยู่ตรงโซนครัวเสียงดังก๊องแก๊ง

“ทำไร?” ผมยืนประชิดหลังเธอ

“มีตาก็ดู” แต่พู่ไหมก็คือพู่ไหม พูดไม่เพราะยังไงก็อย่างนั้น

“ข้าวต้ม” ผมมองเม็ดข้าวที่อยู่ในหม้อเดือดปุดๆ เคยบอกมั้ยว่าเกลียดข้าวต้ม มันไม่อร่อยแต่ต้องกิน

“ไปนั่งรอที่โต๊ะ เดี๋ยวยกไปให้”

ผมหลีกเลี่ยงคำสั่งนั้นโดยการเอนพิงโต๊ะกลางมองเธอยกหม้อออกจากเตา พู่ไหมปรายมองผมเพียงเล็กน้อยก่อนจะเลิกสนใจ

“ตื่นนานยัง” ผมถามทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้ ชามข้าวถูกวางลงตรงหน้าด้วยน้ำหนักมือที่คล้ายจะเบา

“ไม่ได้นอน” พู่ไหมเดินไปหยิบแก้วน้ำแล้วกลับมานั่งตรงข้าม ผมพยักหน้าเบาๆแล้วเริ่มทานเงียบๆ แต่ก็ไม่วายเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง

“บ่ายสองแล้ว ไม่กินข้าวรึไง”

“กินไปแล้ว” ก็สมควรจะกินแล้ว ปกติคนท้องก็ต้องทานอาหารตรงเวลา

ผมรู้ว่าเธอไม่ได้อยากมีเด็ก แต่เพราะผิดพลาดก็เลยต้องดูแล แต่บอกตามตรงผมแอบกลัว จำคำพูดที่เธอเคยบอกได้มั้ย ว่าถ้าผมไม่ต้องการเธอพร้อมทำแท้งทันที เพราะงั้นอย่าทำอะไรที่จะส่งผลให้พู่ไหมต้องตัดสินใจทำมัน

“อยากออกไปไหนรึเปล่า”

หลังทานข้าวเสร็จเราก็ย้ายตัวเองมานั่งหน้าทีวีจอใหญ่ ผมเอนหัวพิงไหล่พู่ไหมซึ่งเธอก็ไม่ผลักไสอย่างที่ชอบทำ แปลกดี ดูยอมง่าย

พู่ไหมเงียบไปสักพักก่อนตอบผม

“อยากกินเค้ก ตรงร้านหน้ามอ”

 

สุดท้ายผมก็พาเธอออกมา ระหว่างกำลังรอพู่ไหมก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทีแรกว่าจะตามไปแต่เธอก็ห้ามท่าเดียว

ไม่ได้จะเข้าไปถึงข้างในสักหน่อย แค่จะยืนเฝ้าหน้าห้องเองป้ะวะ

ระหว่างรอผมก็กวาดสายตามองไปทั่วร้าน เผลอหยุดมองพนักงานคนหนึ่งที่กำลังเช็ดโต๊ะและทำความสะอาดพื้นบริเวณนั้น ใกล้ๆกันมีถุงขยะสีดำซึ่งเปิดออกเผยให้เห็นเศษแก้ว ผมละความสนใจจากจุดนั้นแล้วคว้านิตยาสารบนชั้นใกล้มาเปิดดูฆ่าเวลา

ผมนั่งรอเธอประมาณห้านาทีได้ มันก็ค่อนข้างนานพอสมควรเพราะของที่สั่งก็ได้แล้ว พอกำลังจะลุกไปตามพู่ไหมก็เดินกลับมาพอดี

อะไรจะเป๊ะขนาดนั้น

“ทำไมไปนาน?” ผมหลุดคำถามทันทีที่เธอเดินถึงโต๊ะ

“จะให้เข้าห้องน้ำแค่หนึ่งนาทีรึไง บ้าหรอ” ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลังจากนั้นพู่ไหมก็ลงมือทานเค้กตรงหน้าโดยทีผมที่คอยนั่งมอง ผมสั่งแค่คาปูชิโน่ แต่รายนั้นน่ะล่อมาซะหลายอย่าง ผมว่าหลังจากนี้ควรจัดตารางอาหารให้เธอ

“มองไร?” อาจเพราะเอาแต่จ้องนานไปจึงถูกน้ำเสียงหงุดหงิดถามอย่างเอาเรื่อง

“มองเธอ” ผมตอบตามความจริงไม่อิงใดๆทั้งสิ้น

“เลิกมองซะ รำคาญ”

ผมไม่ทำตาม ก็อยากมอง ใครจะทำไม?

พู่ไหมทานไปอีกสองคำก็หยุด เธอเงยหน้าขึ้นมาจ้องตอบผม คิดว่าคงหมดความอดทนแล้วล่ะ นิสัยอย่างหนึ่งของพู่ไหมเลยก็คือไม่ชอบให้ใครจ้องเวลาทานอะไรสักอย่าง ผมเชื่อว่าหลายคนก็เป็น มันเป็นปกติที่คนเราจะรู้สึกแบบนั้น

แต่ผมไม่รู้สึกอะไรหรอก อยากมองก็มอง

“มองหาพระแสง?” โอเค ค่อนข้างหยาบคายเลยทีเดียว

“....” ผมใช้ความเงียบตอกกลับไป ไม่ใช่ไม่มีคำตอบ แต่เพราะยังอยู่ในระยะที่ป่วยผมจึงไม่อยากทำอะไร อยากอยู่นิ่งๆ แต่ที่พาออกมาเพราะไม่อยากให้อุดอู้ คนท้องอารมณ์แปรปรวนง่าย

“อิ่มแล้ว” พู่ไหมบ่นก่อนหลุบตามองจานเค้กบนโต๊ะซึ่งเหลืออยู่สองชิ้นที่ไม่ได้แตะ อย่างที่บอกว่าสั่งมาเยอะ “บอกพนักงานที จะห่อใส่กล่อง”

ผมหรี่ตามอง อะไร? ที่พูดเมื่อกี้คือใช้ผม?

แม้ใจอยากขัดขืนแต่ร่างกายกลับสนอง ผมยกมือเรียกพนักงานและจัดการเสร็จสรรพ สักพักกล่องเค้กสองกล่องก็ถูกวางลงบนโต๊ะ ผมคว้าทั้งถุงกล่องเค้กและมือพู่ไหมให้เดินออกมาตามๆกัน

ไม่มีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษ แต่ช่วงบ่ายสามแบบนี้มันก็ดูหดหู่เกินกว่าจะกลับไปนอนกลิ้งเกลือกบนเตียง ผมพาเธอมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะใกล้คอนโด พู่ไหมบอกว่ายังไม่ได้นอนพักเพราะงั้นเลยดึงให้นอนหนุนตักบนเก้าอี้ม้ายาวแทน

ลมเย็นสบายจนพู่ไหมหลับสนิท ผมลองคิดทบทวนบางอย่าง บางอย่างที่เกี่ยวกับเราสองคน

ครั้งแรกที่เจอกัน ผมเป็นฝ่ายเข้าหาเธอก่อน พู่ไหมมีเสน่ห์สะดุดตาและผมไม่ปฏิเสธว่าชอบคนสวย เราเจอกันตอนงานมหาลัยกระชับมิตร เธอเคยเป็นหลีด จำได้ว่าตอนนั้นตัวเองเอาแต่มองต้นขาที่โผล่พ้นชายกระโปรง

จำไม่ได้ว่าหลังจากนั้นผมและพู่ไหมเข้าหากันยังไง แต่สองเดือนต่อจากนั้นความสัมพันธ์แปลกประหลาดก็เริ่มขึ้น

“อือ” คนบนตักขยับตัวยุกยิก การนอนบนเก้าอี้แข็งๆมันไม่สบายตัวเท่าไหร่ ผมคิดว่าควรปลุกเธอและพากลับไปนอนที่ห้อง

“ไหมตื่น กลับไปนอนห้อง” ผมสะกิดไหล่ พู่ไหมลืมตาพร้อมลุกนั่ง เธอนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ไปส่งฉันที่บ้าน” เธอว่างั้น

“แล้วแต่” ที่จริงเย็นนี้ผมต้องเข้าเวร ตอนแรกว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องผมก่อนแล้วค่อยออกไปส่งทีเดียว แต่พู่ไหมคงอยากกลับแล้ว ไปส่งก่อนก็ได้

ถึงบ้านพู่ไหมก็ห้าโมงตรงพอดี ฟ้าครามเป็นคนแรกเลยที่เดินต้วมเตี้ยมออกมาหา ผมเดินตามหลังพู่ไหมเข้ามาในบ้าน เธออุ้มฟ้าครามแล้วฟัดแก้มนิ่มเบาๆ เด็กคนนั้นหัวเราะคิกคักก่อนจะเห็นผมแล้วส่งเสียงออกมา

“ม๊าๆ” ฟ้าครามชี้หน้าผม แต่คำพูดที่เปล่งออกมาคือคำที่แปลได้ว่าแม่

“ไม่ใช่แม่สักหน่อย” เสียงเฉื่อยๆของใหม่จีนดังขึ้น เธอนั่งอยู่ตรงโซฟาในมือมีหนังสือการ์ตูน

“กลับไปได้แล้ว อยากเข้าเวรสายรึไง” ปกติผมเข้าเวรตอนหกโมง ก็อาจจะทัน ผมไม่ใช่คนชักช้า หรือถ้าสายก็อาจจะแค่ไม่กี่นาที

เราไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ก่อนออกไปผมดันถือวิสาสะก้าวเข้าไปหอมแก้มพู่ไหมเร็วๆแล้วเร่งเท้าออกมา ได้ยินชื่อตัวเองด้วยไง ตะโกนซะดังเชียว

ผมกลับถึงคอนโดในเวลาต่อมา แต่ทว่าในตอนที่กำลังรอลิฟต์แขนกลับถูกกระชากโดยใครบางคนด้านหลังนี่สิ

“ทายทำแบบนี้กับหวาได้ยังไง!?” ยี่หวาตะคอกใส่ผม ดวงตาทั้งสองแดงช้ำลามไปถึงจมูก

“อะไร?” ถามอย่างหงุดหงิด ผมไม่ชอบผู้หญิงนิสัยแบบนี้ มีอะไรก็โวยวาย แล้วอีกอย่างผมไปทำอะไรให้ถึงได้มาหาเรื่อง

“ยังจะมาถามว่าอะไร ก็ไอ้รูปบ้าๆพวกนี้ที่ทายสั่งคนเอามาให้หวาดูไง!

รูปภาพมากกว่าสิบรูปถูกปาใส่หน้าผม มันร่วงกระจายเต็มพื้น บางรูปคว่ำแต่บางรูปก็หงาย ภาพอิริยาต่างๆของคนสองคนปรากฏสู่สายตา มีทั้งกอดจูบ นั่งตัก เล้าโลม 

หรือกระทั่ง...


 

-PHUMAI TALK-

“สั่งให้เด็กมันทำอะไรอีกล่ะคราวนี้” ธีมที่ยืนดื่มเบียร์อยู่ข้างๆเอ่ยถาม ฉันแค่ออกมาตัดดอกไม้ข้างบ้านเพื่อเอาไปเปลี่ยนแจกันพระ

“นิดหน่อย ไม่ร้ายแรงหรอก” ฉันยักคิ้วให้มันหนึ่งทีแล้วเดินเข้าบ้าน แต่ก็ไม่วายได้ยินมันพูด

“เชื่อได้รึเปล่าคำพูดเธอน่ะ”

ฉันยกยิ้มมุมปาก ก็ไม่ได้อะไรร้ายแรงถึงขั้นมีใครตาย แต่อาจเสียสติเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือไม่ก็ขั้นสุด

คงไม่มีใครปลื้มที่เห็นรูปขณะกำลังทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายหรอก

เนอะ ยี่หวา



-อาทิตย์ต่อมา-

ฉันไม่เจอเพทายมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว รู้ดีว่าเขาหายไปไหน แพทย์ปีห้าไม่ได้มีเวลาว่างมากมายขนาดนั้น เขาต้องขึ้นวอร์ดแทบทุกวัน ยิ่งหลังๆยิ่งแล้วใหญ่ ตัวฉันเองก็ใช่ว่าจะมีเวลาว่าง เรียนเสร็จก็กลับบ้าน ไปร้องเพลงเป็นบางวันจนเดียวถึงกับทัก

พวกเขาไม่รู้ว่าฉันท้อง ฉันเลยบอกไปแค่ว่าไม่ค่อยว่าง ต้องเร่งทำธีสิสเนื่องจากใกล้จบแล้ว ตอนแรกธีมจะหาตัวนักร้องใหม่เพื่อเอามาร้องแทนฉันชั่วคราว แต่พวกมัพบอกไม่เอา ไม่เล่นเพราะกลัวไม่เข้ากัน สรุปแล้วก็กลายเป็นว่าวงเราจะเล่นจนถึงพุธนี้เป็นวันสุดท้าย

“ไปไหนวะไหม?” ฉันกำลังจะออกบ้านแต่ถูกธีมรั้งไว้ด้วยคำถาม

“ข้างนอก เดี๋ยวมา”

“เย็นแล้วนะ ไปส่งมั้ย” ตอนแรกว่าจะปฏิเสธแต่พอมองท้องฟ้าในเวลานี้แล้วก็คงต้องตอบตกลงไป หกโมงแล้วไง ก็อันตรายอยู่ “จะไปไหน”

“โรงบาล” ธีมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเลิกคิ้วเชิงตั้งคำถาม “อย่างที่คิดนั่นแหละ”

ฉันจะไปหาเพทาย

พอดีเรามีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อย...ไม่สิ ไม่ค่อยหน่อยเท่าไหร่

ไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์ก็จริง แต่เมื่อเช้าเขาทักมา ตอนแรกรายนั้นบอกจะมาหาเองแต่ฉันไม่ต้องการให้เราคุยกันที่บ้าน

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเพทายต้องการคุยเรื่องอะไร

ยี่หวาคงแล่นไปอาละวาดใส่ตั้งแต่วันนั้นแล้วล่ะมั้ง

ธีมส่งฉันลงหน้าตึกฉุกเฉินก่อนเจ้าตัวจะขับออกไป ฉันไม่เคยมาหาเพทายที่โรงพยาบาล ครั้งนี้ครั้งแรก ไม่แน่ใจว่าต้องตามหาเขาจากที่ไหนแต่เชื่อว่าเดี๋ยวก็เจอ

“แผนกไหนครับ?” ทว่าเมื่อเดินเข้ามาได้ไม่นานบุรุษพยาบาล...ไม่สิ นิสิตแพทย์ต่างหาก เขาตรงดิ่งมาทางฉันพร้อมถามด้วยความหวังดี

“เปล่าค่ะ มาหาคน”

“อ่อ งั้นมาหาใครครับ?” เป็นการบอกนัยๆว่าจะหาให้รึเปล่านะแบบนี้ ฉันไม่ได้ตอบออกไปในทีเดียวเนื่องจากกำลังกวาดสายตาไปทั่วทั้งชั้นก่อนจะสะดุดให้กับร่างสูงโปร่งสวมเสื้อกาวน์สีขาวซึ่งกำลังเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมผู้หญิงคนหนึ่ง

“เจอแล้วค่ะ” ฉันยิ้มพรายให้คนตรงหน้าตั้งท่าจะปลีกตัวเองออก

“เดี๋ยวครับ” ฉันหันหลับไปเลิกคิ้วใส่ เจ้าตัวดูอึกอักเล็กน้อยแต่ก็ยอมพูดมัน ท่าทางขวยเขินแบบนั้นสำหรับฉันแล้วดูตลกดี “เอ่อ ชื่ออะไรครับ?”

“พู่ไหมค่ะ” เขาไม่ได้ดูอันตรายเพราะงั้นฉันเลยยอมบอกไป

“อ่อครับ ผม...”

“ถึงแล้วทำไมไม่โทรบอก” ขณะที่คนตรงหน้าจะพูดอะไรสักอย่าง เพทายซึ่งเดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ก็ตวัดแขนเกี่ยวรอบเอวฉันแล้วดึงรั้งให้แนบชิด ผู้หญิงที่มาด้วยกันก็ยืนมองอยู่ข้างๆ

“ลืมเอาโทรศัพท์มา” เปล่าหรอก ที่จริงเอามาแต่ไม่อยากโทร

“สมองปลาทอง” แล้วก็โดนด่าต่อหน้าต่อตาคนอื่น ฉันปรายตามองเพทายเล็กน้อย

“รู้จักกันหรอ?” ผู้ชายตรงหน้ามองฉันสลับกับเพทาย

“อืม”

“น้องสาวที่ชื่อมุกป้ะ? เรายังไม่เคยเห็นหน้าเลย น่ารักนะเนี่ย” ผู้หญิงอีกคนในวงสนทนาเอ่ยแทรกด้วยรอยยิ้มหวาน จะว่าฉันมีอคติก็ได้แต่ไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ อาจเพราะรู้เจตนาเธอล่ะมั้ง

“ไม่ใช่น้อง” ฉันพูดยิ้มๆ เพทายยืนเงียบไม่ตอบโต้ อีกสองคนเลยส่งสายตาเป็นคำถาม

“....”

“แค่คนรู้จัก”

 

เอาล่ะ ถึงคอนโดเพทายแล้ว

ฉันบอกตัวเองในใจขณะลิฟต์กำลังขึ้น เราทั้งคู่ไม่มีใครเริ่มเปล่งวาจาใดๆ เงียบตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ฉันรู้ว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับคำตอบ แต่แล้วยังไง บางทีคำพูดนั้นอาจเป็นจริงก็ได้ใครจะไปรู้ เผลอๆอาจหลังจากที่เราคุยกัน

เพทายเปิดประตูให้ฉันเข้าไปก่อนตามด้วยตัวเขา ความเงียบยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ปกคลุมบรรยากาศระหว่างเรา ฉันพาตัวเองไปนั่งบนโซฟาตามปกติขณะที่เพทายยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างโซฟาตัวตรงข้าม

“จะเงียบอีกนานมั้ย” นั่นล่ะประโยคแรกที่เขาเอ่ย

“จนกว่านายจะเริ่ม” เกมส์จ้องตาถูกนำมาใช้ ในแววตาเขามีความคุกรุ่นผสมปนเปไปกับความหงุดหงิดและร้อนใจ

“ทำบ้าอะไร” เสียงเย็นๆที่ไม่ได้ยินมานานมาพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์

“หมายถึง?” เลิกคิ้วถามไปงั้น

“อย่าไขสือ” นี่ถ้าไม่รู้จักฉันคงจะคิดไปแล้วว่าท่าทีแบบนั้นคือเขากำลังห่วงยี่หวา แต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

“....”

“ก่อนทำน่ะคิดรึเปล่า” โอเค คิดว่าฉันต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองแล้วล่ะ “เล่นแรงไปนะ”

“ก็เฉยๆ”

“มีปัญหาอะไรกัน” เพทายเมินเฉยต่อคำพูดฉัน เขาเดินหน้าถามเอาอย่างเดียว

“จะอยากรู้ไปทำไม” เริ่มขึ้นเสียงนิดๆแล้ว แต่รู้ไว้เขาเริ่มก่อน ฉันคิดมาสักพักแล้วว่าจะยอมลงให้บ้าง แต่พอมาตอนนี้ฉันว่าคงต้องคิดใหม่

เอาจริงๆฉันว่าเราสองคนคงไปกันไม่รอด

“ถามก็ตอบ”

“อยากรู้นักก็หาเอา”

“ถามดีๆนะไหม อย่ามาหาเรื่อง” ภายใต้ความนิ่งเพทายโมโหแค่ไหนฉันรู้ดี แต่ประเด็นคือเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เพทายอาจจะเดือดร้อนแต่ขอโทษฉันไม่สน

“หาเรื่องตรงไหน?” คราวนี้ฉันลุกขึ้น แม้น้ำเสียงที่ใช้คุยกันยังคงความเรียบเฉยแต่ความรู้สึกกลับคุกรุ่นกันทั้งคู่ “อย่ายุ่งเรื่องนี้ ฉันไม่อยากดึงนายเข้ามาเดือดร้อน”

“แค่ตอนนี้ฉันก็เดือดร้อนแล้วไหม” เพทายย่างสามขุมเข้ามาจนแทบประชิด “ไปเอารูปพวกนั้นมาจากไหน”

“นายกำลังปกป้องยี่หวา”

“อยากคิดแบบนั้นก็ตามใจ” เราต่างก็เบี่ยงประเด็นด้วยกันทั้งคู่ เราในตอนนี้ไม่ควรเผชิญหน้ากันเลย

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าเพราะเครื่องปรับอากาศที่ไม่ถูกใช้งาน ชั่ววูบหนึ่งที่แววตาสองคู่สั่นไหว ฉันตั้งใจรอให้เขาพูดมัน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังเงียบอยู่แบบนี้คงต้องเป็นฉันเองที่พูด

“ห่างกันสักพักมั้ย เผื่ออะไรจะดีขึ้น”

พอพูดออกไปแล้วก็หวังว่าเขาจะไม่ขัดศรัทธา ฉันต้องการให้มันเป็นแบบนั้น ห่างกับเขาคงทำอะไรได้ง่ายขึ้น

แต่ทว่า...

“ไม่”

มันกลับพังลงด้วยวลีสั้นๆ




130%

ไหมจะเริ่มทายก็ยับยั้ง 55555











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #773 khawhom342 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 15:00
    รออออออออ
    #773
    0
  2. #407 0817571723 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 23:53
    รออออิอิ
    #407
    0
  3. #406 Khaimuk1910 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 21:48
    โอโห คิดว่าจะแน่ เพทายยย 555
    #406
    0
  4. #405 MyFlower (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 13:52
    ทำดีเพทาย 5555
    #405
    0
  5. #404 OiIntaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:41
    ชั้นก็รักของชั้น ..
    #404
    0
  6. #403 muumon90 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 12:09
    ไม่ห่างนะค้าาาา
    รอค่ะ
    #403
    0
  7. #402 ศิรินุช เจริญศิริ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:58
    รออออออ
    #402
    0
  8. #401 dreamptk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:28
    ต่อเร็วๆน้าาาาาา
    #401
    0
  9. #400 Springday (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 11:05
    ผิดคาดใช่มั้ยล่ะไหม
    #400
    0
  10. #399 kanatipp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 10:46
    เพทายจะห่างไหมได้งัย ก้อรักเมียขนาดนี้อ่ะเนอะ
    #399
    0
  11. #395 0817571723 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 09:14
    รออต่อๆๆๆๆๆ
    #395
    0
  12. #394 muumon90 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:44
    ไหมออกโรงแล้วจ้าาาาา555555
    #394
    0
  13. #393 OiIntaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 19:17
    สมมมมมมม ควรโดน
    #393
    0
  14. #392 th888 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 19:02
    รอข่ะะ
    #392
    0
  15. #391 bambyluhan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 18:27
    รอนร้าาาาา
    #391
    0
  16. #390 0817571723 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:38
    รอจ้าววว
    #390
    0
  17. #389 0817571723 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:37
    สนุกกกกกกก
    #389
    0
  18. #388 0817571723 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:37
    รอต่อค้าา
    #388
    0
  19. #387 Seedaaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 12:02
    ไรท์อ่ะมันค้างมากบอกเรย
    #387
    0
  20. #386 KatekanokKate (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 08:28
    มังค้างงงงง
    #386
    0
  21. #385 OiIntaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 03:02
    ค้างอ่ะ. ยากรู้ว่าจะจัดการหวายังไง
    #385
    0
  22. #384 kkanda17 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 01:45
    รอต่อนะ
    #384
    0
  23. #381 OiIntaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:30
    เจิมมม 55555 ผ่าเลยจ้า
    #381
    0
  24. #380 0813353175 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 07:17
    เจิมมมม
    #380
    0
  25. #379 Gfxj Hgdyj (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 06:46
    เจิมมมม
    #379
    0