[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 13 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 12 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    1 มี.ค. 60





EPISODE12

รัก...สมมุติ

 


“พ่อ” ฉันเอ่ยเรียกอย่างเบื่อหน่าย นี่คงไม่คิดจะจับคู่ฉันกับเพทายหรอกนะ

“อะไร พ่อแค่คิด” พ่อหัวเราะพลางฉีกยิ้มหวานแต่มันไม่น่าไว้ใจสำหรับฉัน “โอเคๆ พ่อพูดเล่น”

นี่แหละพ่อ ชอบพูดอะไรเข้าทางคนอื่นแล้วตัดจบในตอนท้าย เชื่อสิ พ่อน่ะหวงฉันยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าเกิดบอกว่าฉันท้องมีหวังเพทายพังแน่

ฉันคุยกับพ่อเพียงสองคน เพทายก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่คนเดียวกระทั่งลูกค้าพ่อมาถึง ท่านลาเพื่อไปรับแขกส่วนฉันก็ลากเพทายออกมาจากร้าน วันนั้นทั้งวันฉันขลุกอยู่กับเขาเพียงคนเดียว เพทายไม่ไปไหนในขณะที่ฉันจัดการทุกอย่างให้เขาเสมือนแม่บ้าน

ก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมต้องทำให้

 

หลายวันต่อมา

“แค่กๆ”

...เพทายไม่สบาย

“เป็นนักศึกษาแพทย์ประสาอะไรไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยให้ป่วยได้ยังไง?”

ฉันบ่นในระหว่างที่ตัวเองกำลังทำข้าวต้มสำหรับผู้ป่วย ตอนนี้อยู่คอนโดเขา เพทายมีไข้อ่อนๆตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่ยอมพัก ไปเรียน ขึ้นวอร์ดและมาหาฉัน เพราะงั้นเวลานี้เขาถึงได้นอนซมอยู่ในห้อง สาเหตุที่ป่วยก็คงเพราะโหมงานหนักล่ะมั้ง นักศึกษาแพทย์ก็งี้ล่ะ ยิ่งปีห้าแล้วด้วย

“ไม่รู้” เพทายน่ะยิ่งป่วยยิ่งเอาแต่ใจ ฉันบอกให้นอนรอบนเตียงแต่นี่กลับลากตัวเองมาขลุกอยู่ในห้องครัวกับฉัน แค่นั้นไม่พอยังมีหน้ายืนซ้อนข้างหลังอีก

มันชิดมาก ชนิดที่ไอความร้อนจากตัวเขาซึมลึกเข้ามาในกายฉัน

“ไปยืนไกลๆ ร้อน”

“ขี้เกียจเดิน” ข้าวต้มเสร็จพอดีฉันจึงปิดเตาแล้วหันกลับไปหาเขา แล้วก็ต้องผงะเมื่อมันใกล้กว่าที่คิด

“ไม่อยากติดหวัด ไปไกลๆไป” ทั้งๆที่ฉันไล่ไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งเพทายก็ยังตีหน้ามึนยืนนิ่งอยู่กับที่ “เพทาย”

“อืม” เขาลงน้ำหนักเสียงแล้วย่ำเท้าออกไป ฉันหันกลับมายกหม้อลงจากเตากำลังจะตักใส่ชามแต่สัมผัสจากมือคนดันแปะแหมะบนไหล่อีกครั้ง

“ม๊าๆ” เอาแล้วไง

ฉันหันกลับไปถลึงตาใส่ไอ้คนไม่รู้จักเวล่ำเวลา ก็นั่นแหละ ฟ้าครามมาด้วย มีแค่เราสามคนในห้อง ถึงจะเป็นวันเสาร์แต่ก็ไม่มีใครอยู่บ้าน ออกไปข้างนอกกันหมดฉันเลยหอบฟ้าครามมานี่ด้วย แต่ประเด็นคือเพทายไม่สบายไง แล้วฟ้าครามก็ยังเด็ก เธอติดหวัดง่าย ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงพอขนาดนั้น

“อุ้มทำไม เดี๋ยวฟ้าติดหวัด” ฉันบ่น

“ติดก็ติด ฉันดูแลได้”

“ส่งฟ้ามา ข้าวน่ะตักกินเอง” ฉันแย่งฟ้าครามมาจากเขาแล้วเดินหนีมาเล่นที่ข้างนอก เพทายเดินตามาข้างหลังโดยที่ในมือเขาไม่มีอะไรเลย “ไปกินข้าว”

“ตักให้หน่อย” ฉันวางฟ้าครามลงบนโซฟา เธอทำหน้าอึนมองเราตาปริบ ฉันสางผมฟ้าครามเล็กน้อยพลางพูด

“ดูการ์ตูนไปนะฟ้า แม่ให้ข้าวหมาแป๊บหนึ่ง”

“ฉันไม่ใช่หมา” ฉันไม่สนใจว่าเพทายจะมีสีหน้ายังไง พอพูดกับฟ้าครามเสร็จก็ลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปที่เดิม เพทายตามหลังมาติดๆโดยที่ปากก็ยังคงพร่ำพูดอยู่ประโยคเดียว “ฉันไม่ใช่หมา”

“เรื่องของนาย”

“เธอบอกว่าฉันเป็นหมา”

“ไม่ได้พูดชื่อนายสักคำ” ฉันบอกแค่ให้อาหารหมารึเปล่า ไม่มีตรงไหนที่มีชื่อเขาโผล่เลยนะ ถึงฉันจะหมายถึงเขาจริงๆก็เถอะ

“ถึงไม่พูดแต่มันก็คือฉัน”

“ฉลาด” ฉันหันไปเกาคางเขาไม่วายยักคิ้วยียวน เพทายหรี่ตาเล็กน้อย ริมฝีปากซีดเซียวคล้ายจะบึ้งตึงแต่เวลาต่อมากลับยกยิ้มตรงมุม น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยพูด

“ได้กินของดีมั้ง เลยฉลาด” อย่าคิดว่าไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

“สมองมีแต่เรื่องพวกนี้รึไง” ฉันจิกใส่ก่อนจะตักข้าวต้มให้เขา ชามขนาดพอดีมือถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าหมาป่วย เพทายทำหน้านิ่งมองควันที่ลอยฟุ้งขึ้นจากชาม “รีบกิน”

“ป้อนหน่อย” มือที่กำลังเช็ดด้วยผ้าหยุดชะงัก ปรายตามองเพทายที่เอาแต่กระพริบตาเป็นจังหวะ

“มีมือมั้ย?”

“มี” เขายกมันขึ้นทั้งสองข้าง

“มีก็กินเอง อย่าเรื่องมาก” ฉันปาผ้าเช็ดมือลงบนโต๊ะแล้วเดินหนีกลับมาหาฟ้าคราม เธอยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นฉัน

“ม๊าๆ”

“ง่วงรึยังฟ้า” บ่ายโมงแล้ว ปกติจะเป็นเวลานอนของเธอ

“อืมม~” ฟ้าครามตาปรือปรอยครางเสียงในลำคอ แม้ตาแทบจะปิดทว่ากลับจับจ้องอยู่แต่หน้าจอทีวี

“เดี๋ยวค่อยตื่นมาดู ไปหลับก่อนดีกว่านะฟ้า” ฟ้าครามพยักหน้ารับฉันจึงอุ้มเธอเข้ามาในห้องนอน ก็ห้องเพทายนั่นแหละ ยึดครองให้ฟ้าครามแล้ว รายนั่นน่ะเดี๋ยวให้นอนโซฟาก็ได้

ฟ้าครามหลับไปแล้ว เป็นเวลาเดียวกับเพทายทานข้าวเสร็จพอดี ฉันจัดยาให้เขากินอย่างต่อเนื่องและตอนนี้ก็กำลังเถียงกันเรื่องรายการที่จะดู

...เขาป่วยแต่ไม่ยอมพัก

“หลับๆไปสักทีได้มั้ย รำคาญ” ฉันบ่นพลางคว้ารีโมททีวีมาไว้ในมือ

“อยากดูบอล” เพทายพยายามแย่งกลับไป เรานั่งฉุดรีโมทกันบนโซฟา เพทายตัวร้อนมาก ฉันสัมผัสผิวเนื้อเขาทุกครั้งเมื่อวัดอุณหภูมิ แต่เหมือนจะไข้จะไม่ลดลงเลย

“บอกให้หลับก็หลับดิ วุ่นวายทำไม” ฉันโยนรีโมทไปอีกโซฟาแล้วจัดการกระชากหนังหัวเขาลงบนตัก “หลับไป อย่าให้รู้ว่าตื่น”

ฉันกดหน้าเขาลงจนจมไปกับหน้าขา มือหนาเลื่อนขึ้นมาจับมือฉันออกก่อนตัวเขาจะพลิกนอนหงาย ลมร้อนถูกเป่าออกมาทางริมฝีปากแห้งซีด สองตาคมปิดสนิท จังหวะการหายใจเข้าออกถี่กว่าปกติ จนป่านนี้ตัวเขาก็ยังร้อนไม่หาย

“กินยาอีกรอบดีมั้ย” ฉันทาบหน้าผากเขา คิดอยากจะให้กินเพิ่มแต่ไม่รู้ว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรมั้ย ฉันไม่ได้เรียนหมอ ไม่มีความรู้ลึกขนาดนั้น

“ไม่ต้อง” เสียงเขาแหบแห้ง มือข้างหนึ่งกุมมือฉันซึ่งวางทาบบนอกเขา

“อืม แล้วแต่” ฉันสางผมเขาเล่น เพทายลืมตามองฉันครู่หนึ่งก่อนเปลือกตาจะปิดลงอีกครั้ง คราวนี้เขาหลับสนิทไปเลย ลมหายใจเป็นจังหวะกว่าเมื่อกี้

เสียงรายการโทรทัศน์ไม่ได้แทรกซึมเข้าประสาทรับรู้เลยสักนิด ฉันเอาแต่สางผมเขาแล้วกวาดมองไปทั่วใบหน้า ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังคิดอะไร เหมือนในหัวสมองมันจะว่างเปล่าแต่สุดท้ายก็ยังรับรู้ว่าสมองมันยังคิดอยู่

ฉันกำลังคิดเรื่องเพทาย

งงตัวเองเป็นบ้า

 

เผลอหลับไปตอนไหนไม่แน่ใจ ตื่นอีกทีก็เพราะความวุ่นวายที่กำลังยุ่มย่ามบริเวณหน้าท้อง ฉันปรือตาเห็นเพทายมุดหน้าเข้าหาท้องฉัน จะไม่อะไรเลยถ้าเขาไม่มุดเข้าไปใต้เสื้อ!

หมับ

“ทำอะไร” ฉันกำเส้นผมด้านหลังเขาแล้วกระชากแรงๆ เพทายนอนมองฉัน แววไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆแต่ทั้งใบหน้าและใบหูเขากลับแดงเถือก

“....”

“ไข้ขึ้นรึไง” ทาบหน้าผากเขาโดยที่อีกมือยังไม่ปล่อยจากเส้นผม ป้องกันไว้ เผื่อเขาจะมุดเข้ามาอีกฉันจะได้กระชากเอาจนหงายตกโซฟาไปเลย ไม่สนแล้วว่าป่วย

“เปล่า”

“แล้วมุดเพื่อ?”

“อยากมุด” ฉันสบถคำหยาบเบาๆต่อจากประโยคของเขา นับวันยิ่งทำตัวบ้าบอ “พูดเล่น”

เสียงแหบนั่นทำให้ฉันต้องก้มมองเขาอีกครั้ง เพทายยังมองฉันไม่วางตา แม้ใบหน้าจะซีดเซียวแต่เขาก็ยังจะพูดมัน

“คุยกับลูกอยู่”

...นั่นปะไร

“ปัญญาอ่อน” พูดไปก็ดันหัวเขาไปด้วย อยากให้ลุกออกไปสักที เพราะเขานอนหนุนตักนานขามันก็ได้ชาจนตะคิวกินไปรอบหนึ่ง

บอกไว้เลย ปกติฉันไม่ทนอะไรแบบนี้กับใคร ไม่คิดจะทำด้วย

...กับเพทายตอนนี้ก็พยายามอยู่

ถ้าเขาอยากจะรักฉันจริงก็ไม่ว่า ไม่ห้ามด้วย เพราะผลลัพธ์ของความสัมพันธ์มันตกอยู่ที่ฉัน ต่อให้เขาพยายามทำให้ฉันรักแต่ถ้าใจมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ตอนนี้ฉันยังไม่รู้สึกอะไร แต่ใช่ว่าอนาคตจะไม่รู้สึก ถ้าเขาทำได้ก็อาจจะเป็นเรื่องดี

ฉันอยากให้เด็กมีครอบครัวที่ดี แม้ไม่ใช่ครอบครัวสมบูรณ์แบบแต่เขาหรือเธอต้องได้รับความรักเต็มที่

“ลุกสักที เหน็บกิน” ฉันตบหน้าผากเขา มันดังเปรี๊ยะและฉันดันชอบเสียงนั่นมากจึงตบไปอีกสองรอบ

“เจ็บ ตบอยู่ได้” อันที่จริงเหมือนว่าตัวเขาจะร้อนขึ้นนะ ไข้คงยังไม่หายและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น

สังเกตได้จากอาการหน้าแดงหูแดง ลมหายใจร้อน ปากซีด แม้แต่การทรงตัวเดินบนพื้นนิ่งๆในตอนนี้เขายังทำแทบไม่ได้ ฉันนั่งมองร่างสูงใหญ่ที่โงนเงนเดินไปทางห้องน้ำ ท่าทางคล้ายจะล้มลงไปแต่ก็ยังรั้งสติตัวเองได้ทัน

เสียงกดชักโครกในห้องน้ำก่อนเพทายจะเปิดประตูออกมา ตั้งแต่ลุกไปเขาไม่ปรายตามองหน้าฉันเลยและที่น่าเบื่อสุดคือการที่สายตาฉันมันเอาแต่จ้องมองเขา...ทุกการกระทำ

เปล่าหรอก แค่ไม่ไว้ใจเผื่อเพทายเป็นลมตายเพราะไข้หวัดที่พุ่งปรี๊ด

“ห้ามเข้าห้องนอน” ฉันปรามเมื่อเพทายทำท่าจะเข้าไป ฟ้าครามนอนอยู่ ขืนเข้าไปก็รบกวนเปล่าๆ เพทายไม่สบายด้วยเดี๋ยวได้ติดหวัด

“ทำไม?”

“ฟ้านอนอยู่”

“แล้ว?” ฉันดุนกระพุ้งแก้มเมื่อการกระทำและคำพูดของเพทายเริ่มส่อไปทางกวนประสาทมากขึ้น เขายืนล้วงกระเป๋าพร้อมปล่อยตัวพิงกำแพง คิ้วคมเลิกขึ้นอย่างต่อกร

“อย่ากวนตีน” ฉันเน้นหนักคำสุดท้าย “ไปนอนอีกห้อง”

อันที่จริงคอนโดนี้มีสองห้องนอน แต่เวลามาค้างเรามักนอนห้องเดียวกันเสมอ อีกห้องเลยกลายเป็นหมันและไม่ค่อยมีใครพูดถึงมันสักเท่าไหร่

“ไม่เอา” เพทายกลับมาที่เดิม และอยู่ในท่าเดิมเป๊ะ

ตักฉันกลายเป็นหมอนหนุนสำหรับเขาไปแล้วล่ะมั้ง

“ไปนอนที่อื่น” ฉันไล่ พยายามดันทั้งหัวและตัวเขาออกแต่เพทายกลับขืนตัวไว้ แค่นั้นไม่พอเมื่อฉันเริ่มออกแรงผลักมากเข้าหน่อยเจ้าตัวก็หันหน้ามุดหน้าท้องฉัน มือทั้งสองข้างตวัดกอดรัดรอบเอวแน่นหนากว่าเดิม

“ปวดหัว อย่าดัน” เสียงเขาอู้อี้ ลมร้อนจากปลายจมูกรินรดลงบนหน้าท้อง

“งั้นก็อย่าเซ้าซี้ อึดอัด” เขาไม่ยอมถอย ฉันก็ไม่ยอมใกล้ ทั้งผลักทั้งดัน บางทีเขาก็ควรรู้ตัวว่าชอบอะไรน่ารำคาญ “เพทาย!

“อะไร” เขาดุกร้าวเมื่อฉันเผลอขึ้นเสียง

“ไปนอนที่อื่นได้มั้ย อึดอัดจะตายอยู่แล้ว ฉันไม่อยากติดหวัดนายหรอกนะ” ฉันบ่นเป็นคำยาว แล้วเขาก็ลุกขึ้น สีหน้าและแววตาปะปนไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งหงุดหงิด อ่อนแรง ไม่ได้ดั่งใจ

“ไล่จังวะ” เสียงเพทายแหบแห้ง แต่มันก็ยังดูหน้ากลัว

“เออไล่ จะไปไหนก็ไป”

“ไปเองดิ” พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็ลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนที่มีฟ้าคราม ถ้าไม่ติดว่าเด็กหลับอยู่ฉันคงปิดประตูเสียงดังโครมครามไปแล้ว

ฉันล็อกประตูห้องกันไม่ให้ใครเข้ามา หลักๆก็เพทายนั่นแหละ ตั้งแต่ท้องอารมณ์มันแปรปรวนง่าย เพทายรู้ดีแต่เขาก็ยังเลือกจะกวนฉัน มันไม่ใช่เรื่องดีบอกเลย

ฉันขังตัวเองและฟ้าครามอยู่ในห้องนั่นเป็นชั่วโมงจนเกือบห้าโมงถึงได้ออกมา เพทายหายไปแล้ว ฉันไม่เห็นเขา อาจจะอยู่อีกห้องซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดจะไปดูหรอก แต่เท้ามันขยับไปเอง รู้ตัวอีกทีมือก็หมุนลูกบิดแล้ว

...ว่างเปล่า

ฉันงับประตูปิด หันกลับเข้าห้องเดิม เมื่อเข้ามาก็เจอฟ้าครามนั่งกอดตูกตาหมีสีชมพูอยู่บนเตียงด้วยหน้าตาออดอ้อนในแบบเด็กๆ

“ตื่นแล้วหรอฟ้า” ฉันนั่งลงบนฟูกเตียงก่อนฟ้าครามจะคลานเข้ามานั่งบนตัก

“ม๊าๆ”

“หิวรึยัง?” ฟ้าครามตาแป๋วเมื่อถูกฉันลูบผม เธอพยักหน้า ฉันถึงได้อุ้มออกมา “กินอะไรดีฟ้า ในตู้ไม่ค่อยมีของที่หนูจะกินได้เลย”

จริงๆนะ คงเพราะมันเป็นห้องของเพทาย และเขาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีของกินเด็กแน่นอน ใครที่ไหนจะให้เด็กดื่มเบียร์กัน คงต้องออกไปกินข้างนอก มันพอดีกับเวลา เย็นแบบนี้เราสองคนควรกลับบ้านได้แล้ว แต่ประเด็นคือเพทายหายไปไหน?

ก็ไม่ได้หวงอะไรมากมาย ตัวใหญ่แบบนั้นกลัวใครเป็นที่ไหน แค่ไม่อยากทิ้งคนป่วยเอาไว้ เดี๋ยวได้หาว่าฉันใจร้าย ตัดสินใจว่าจะทำอาหารไว้ให้เผื่อเขากลับเข้ามา ส่วนฉันถ้าทำเสร็จก็คงกลับเลย

“ลืมอะไรมั้ยฟ้า” ฉันถามคนในอ้อมกอด ฟ้าครามเเดินได้แต่เธอไม่ค่อยชอบเดินเท่าไหร่ อีกอย่างก็เป็นที่ผู้ใหญ่ด้วย อย่างธีมมันชอบอุ้มมากกว่า ฟ้าครามเลยเหมือนจะติดนิสัยให้คนอุ้ม เดี๋ยวอีกหน่อยก็ว่าจะปล่อยให้เดินเองแบบจริงๆจังๆแล้ว

“งืมม...” เธอลากเสียงยาว ฉันถามไปงั้นแหละ เพราะของทุกอย่างของเธอฉันจัดเก็บใส่กระเป๋าแล้ว

“งั้นกลับกันเถอะ น้าจีนบ่นแย่แล้ว”

ฉันอุ้มเธอออกมาหน้าท้อง โชคดีที่เพทายไม่ได้ขังไว้เหมือนรอบที่แล้ว เราทั้งคู่กลับถึงบ้านในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟ้าครามดี๊ด๊ามากตอนนั่งบนรถแท็กซี่ โดนปกติฉันจะนั่งรถเมล์แต่คราวนี้มีฟ้าครามมาด้วยเลยเลือกแท็กซี่เอา ไม่อยากให้เด็กลำบาก

“หายไปทั้งวัน” นี้คือคำแรกที่ธีมทักทาย

“อืม หมาป่วย” ฉันถอดรองเท้าเข้าไปนั่งข้างมัน บนโต๊ะด้านหน้ามีของกินอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีของชอบฟ้าคราม ฉันยังไม่ทันทำอะไรเธอก็ยื่นมือจะคว้ามันแล้ว สงสัยคงหิว วันนี้เอาแต่หลับจนฉันไม่กล้าปลุก

“หายแล้ว?” ธีมหยิบขนมให้ฟ้าคราม

“หายหัวน่ะสิ เลยกลับมานี่ไง” ฉันบ่นอุบ นี่ยังสงสัยว่าเพทายหายไปไหน ป่วยแบบนั้นยังจะลากสังขารไปทรมานข้างนอกอีก

“เอ้า ป่วยไม่ใช่ แล้วจะหายไปได้ไงวะ?” ธีมมันหันมายักใส่

“ไม่รู้ หาไม่เจอเลยกลับ” ธีมถอนหายใจแล้วหันไปสนใจจอสี่เหลี่ยมที่ถูกเปลี่ยนจากช่องกีฬาเป็นการ์ตูน

“จีนไปไหน” ตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นเธอเลย

“ออกไปซื้อของ เดี๋ยวก็กลับ”

“ไปคนเดียว?” ฉันขมวดคิ้ว

“ไปกับโฟน” เกือบด่าแล้วล่ะเมื่อกี้ ถ้ามันปล่อยให้ใหม่จีนไปคนเดียวสาบานว่าจะเอาอีโต้สับคอ

ฉันปล่อยฟ้าครามไว้ด้านล่างแล้วขึ้นมาข้างบน เหนียวตัวไปหมด อยากอาบน้ำ ก่อนหน้านี้ว่าจะพาฟ้าครามขึ้นมาอาบด้วย แต่เจ้าตัวดูจะติดการ์ตูนไปหน่อย เดี๋ยวค่อยอาบให้ทีหลัง

หลังอาบน้ำเสร็จก็ปาไปเกือบหกโมง ฉันเช็ดผมพลางเดินไปคว้าโทรศัพท์ที่วางบนเตียง หน้าจอสว่างวาบเป็นแจ้งเตือนจากข้อความและสายที่ไม่ได้รับ 3 สาย

 

เพทาย :: หายไปไหน?

เพทาย :: กลับมาที่ห้อง เดี๋ยวนี้

 

คิ้วย่นเข้าหากันโดยด่วน อะไร? ไม่ใช่ว่าเขาเองหรอกหรอที่หายไป ฉันพิมพ์ข้อความส่งกลับ

 

พู่ไหม :: ก็นายหายหัว


เหมือนเพทายจะรออยู่หน้าจอตลอดเวลา เพราะพอกดส่งมันก็ขึ้นว่าอ่านทันที ไม่กี่วิต่อมาก็มีข้อความเด้งเข้า

 

เพทาย :: หิว ออกไปซื้อของ

พู่ไหม :: ทำไมไม่ปลุก?

เพทาย :: ก็เธอล็อกห้อง ให้เข้าไปไง?

พู่ไหม :: กุญแจมีไม่ใช้ โง่หรอ?

เพทาย :: เปล่าโง่ มันอยู่ในห้องนอน ฉันอยู่นอกห้องให้เข้าไปเอาไง เธอแหละโง่

 

เปรี๊ยะ...เธอแหละโง่

เหมือนเส้นประสาทขาด ฉันรีบใส่เสื้อผ้าลงมาข้างล่าง พอดีกับใหม่จีนและโฟนหอบของพะรุงพะรังเข้าบ้าน

“ไปไหน?” น้องถาม ทุกคนในบ้านมองฉัน

“ออกไปข้างนอก เดี๋ยวมา ฝากอาบน้ำให้ฟ้าด้วย”

สุดท้ายฉันก็ลากตัวเองมาถึงหน้าห้องเพทายอีกจนได้ บ้าไปแล้วเหอะ นี่ไม่รู้คิดบ้าอะไรถึงได้หอบสังขารมาอีกรอบ

ก๊อกๆ

รอไม่นานประตูก็เปิดออก เจ้าของห้องตีหน้ายุ่ง คิ้วเขาขมวดไม่ต่างจากฉัน แต่เรามันคนละอารมณ์กัน ฉันขมวดเพราะอารมณ์เสียแต่เพทายคล้ายคนกำลังงง

“มาได้ไง?”

“วาบมั้ง”

“อย่ากวน” เราเถียงกันอีกแล้ว เพทายพ่นลมปากก่อนจะดึงฉันเข้าห้อง “จะมาทำไมไม่บอก จะไปรับ”

“ดูสังขารตัวเองก่อนมั้ย” จนป่านนี้ตัวเขาก็ยังไม่หยุดร้อน ไม่รู้เอาแรงที่ไหนออกไปข้างนอก ไม่สลบตายข้างถนนก็บุญแค่ไหนแล้ว

“ว่าใครดูตัวเองด้วย ท้องอยู่” เพทายหลุบตามองหน้าท้องฉัน

“แค่ท้องไม่ได้เป็นง่อย”

“แต่มันอันตราย หน้าอย่างเธอยิ่งโดนใจพวกเหี้ยๆมันอยู่” ฉันเผยอปากเตรียมจะด่าแต่ดันคิดได้ว่ามันไร้สาระมากกับการที่เราจะมาถกเถียงกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“โอเค ยุติ เราจะไม่พูดกันถึงเรื่องนี้อีก” ฉันเป็นฝ่ายผ่อน เพทายเองก็ยอมรับ เพราะงั้นเราจึงเงียบกันไปครู่หนึ่ง “กินข้าวแล้ว?”

“ยัง”

“ไหนบอกออกไปซื้อข้าว?”

“ก็รอกินด้วย แต่บางคนดันกลับก่อน” เหมือนประชดนะว่างั้นมั้ย “หิว”

“เออๆ” ฉันเดินผ่านเขามายังครัว มีอาหารวางอยู่บนโต๊ะสองถุง อ้อ มีถุงเล็กๆอีกถุงด้วย ไม่รู้มันคืออะไร

“อาหารเด็ก” เขาตอบเมื่อฉันเอาแต่จ้องถุงที่ว่านั่น

ฉันไม่ได้ว่าอะไร ก็พอจะรู้ว่าเขาซื้อมาเผื่อฟ้าคราม แต่เจ้าตัวดันกลับไปแล้ว ช่วงเวลาที่ทานอาหารไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ ฉันกินเสร็จก่อนเขาและเตรียมน้ำกับยาไว้ให้ อยากด่าอยู่อย่าง ในเมื่อเขาออกไปข้างนอกเมื่อกี้แล้วทำไมไม่ซื้อยาเข้ามาด้วย มีแต่กับข้าวล้วนๆ

“ทำไมไม่แวะคลินิก” ในกล่องยามันมีแต่ยาสามัญประจำบ้าน พารามันช่วยอะไรได้นอกจากลดไข้ บางทีฉันกินยังไม่ค่อยได้ผลเลย

“ลืม” ฉันคว่ำจานที่ล้างเสร็จแล้วหันกลับมาหาเขา เพทายนั่งพิงเก้าอี้หน้านิ่งๆ เรายังอยู่ในห้องครัวด้วยกันทั้งคู่

“คราวหน้าก็ลืมสมองไว้ด้วยล่ะ” เพทายถอนหายใจเมื่อโดนฉันบ่นกรอกหู

“อืม” ฉันกอดอกมองผู้ชายตัวโตโยนเม็ดยาเข้าปากโดยไม่มีการดื่มน้ำตาม ขอให้ติดคอ...

“....”

“ง่วง” ฟ้าไม่เป็นใจ เพทายกินมันอย่างง่ายดาย

“ไปนอน” ฉันเดินอ้อมโต๊ะฉุดเขาให้ลุกขึ้น ขณะที่พาเดินเข้าห้องเขาก็บ่น

“เหนียวตัว อยากอาบน้ำ” แขนเขาข้างที่ฉันจับอยู่ขยับขึ้นมาโอบต้นคอ ฉันที่ไม่ทันตั้งตัวก็เกือบขม้ำไปข้างหน้าเพราะแรงที่พาดลงมาไม่ใช่น้อยๆ

“ช็อกตายพอดี”

“งั้นเช็ดตัวให้หน่อย ร้อน ไม่ไหว” ฉันผลักเขาลงบนเตียง บอกให้ถอดเสื้อรอไว้ ยอมให้แค่วันเดียวหรอก

เพทายนอนเปลือยอกรออยู่ก่อนแล้ว พอเข้ามาพร้อมกะละมังก็เริ่มเช็ดทันที ตัวเขาร้อนมาก ลมหายใจก็ติดขัด ตาปรืออย่างคนง่วงแต่ก็ยังฝืน

“ถ้าง่วงก็หลับ” ฉันเชยคางเขาขึ้นเพื่อเช็ดรอบลำคอ เพทายหลุบตามองก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “จะฝืนทำไม”

“รอเธอ” งงสิงานนี้

“รอฉัน? รอทำไม” ปล่อยคางเขาแล้วไล่เช็ดส่วนอื่นตั้งแต่ร่องกระดูกจนถึงหน้าท้อง

“นอนด้วยกัน” มือหนาเลื่อนมาจับมือฉันไว้ เขาไม่ได้กุมมันแรงมาก เพราะงั้นพอฉันดึงออกมันถึงหลุดอย่างง่ายดาย

“ไม่อยากติดหวัดนาย เดี๋ยวนอนข้างนอกเอา มีอะไรก็เรียก” ฉันเก็บกะละมังและผ้าเช็ดหลังจากเสร็จทุกอย่าง เพทายไม่ได้ลุกตามมา คงเพราะไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วล่ะมั้ง ไม่งั้นป่านนี้คงออกมาลากฉันเข้าไปนอนด้วยกันแล้ว

ห้าทุ่มกว่าฉันก็ยังไม่นอน เพทายคงจะหลับไปแล้ว นั่งดูรายการโทรทัศน์ก็มีแต่อะไรน่าเบื่อ ฉันไม่ใช่คนนอนเช้า โดยปกติเวลานี้ฉันเพิ่งกลับจากคลับด้วยซ้ำ แต่แล้วก็มานึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว การนอนดึกถือเป็นเรื่องไม่ดี

นี่ก็ลืมไปเลย...ตายล่ะ

ฉันจัดการปิดทุกอย่างและกำลังจะเดินไปปิดไฟ แต่ประตูห้องนอนกลับเปิดออกโดยเจ้าของมันนั่นแหละ

“ทำไมยังไม่นอน?/ทำไมไม่นอน?” เราพูดขึ้นพร้อมกัน ฉันจ้องมองใบหน้าซีดเซียวซึ่งทุเลาลงบ้างแล้ว เพทายเหมือนจะขมวดคิ้วด้วยนะ

“ดึกแล้ว ไปนอน” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงป่วยๆ

“ก็กำลังจะนอนนี่ไง นายสิออกมาทำไม” ฉันเดินเข้าไปหาเขา ไม่รู้ทำไมต้องเข้าไปใกล้ด้วย

“ออกมาตามเธอ ไปนอนด้วยกัน เร็ว” เพทายฉุดข้อมือฉันเข้ามาในห้องทั้งที่ยังไม่ได้ปิดไฟข้างนอก ฉันเตรียมจะด่าเขาแต่ก็ถูกขัด “อย่าดื้อได้มั้ย ลูกง่วงจะตายห่าแล้ว”

ฉันจิ๊ปากแต่ก็ยอมทำตาม ไม่เข้าใจไงทำไมจู่ๆก็ได้มานอนด้วย ทั้งที่เล็งไว้แล้วว่าจะนอนข้างนอก คนบ้าอะไรเผด็จการชะมัด ให้ตายชาตินี้ถ้าไม่เพราะท้องฉันไม่มีวันเอาเขาเป็นคู่ชีวิตแน่

 



-ตีห้า-

เดี๋ยวนี้ฉันตื่นเช้ามาก ปกติเช้าสุดก็หกโมง ตั้งแต่ท้องตารางเวลาก็เปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด ฉันไม่ไปมหาลัยเนื่องจากอาจารย์ไม่เข้าสอน อีกอย่างใกล้จบแบบนี้อาจารย์มักปล่อยให้นักศึกษาเร่งทำธีสิสกัน

ฉันลุกขึ้นมาทำอาหารง่ายๆที่ทานได้ทั้งเขาและฉัน...ข้าวต้ม

เป็นอาหารชนิดเดียวที่ฉันจะไม่มีวันสั่งกินถ้าไม่ใช่เพราะเหตุจำเป็น

“ไหม” เสียงเรียกแผ่วเบาดังมาจากห้องนอน ฉันปิดแก๊สที่ต้มข้าวสุกพอดีแล้วเดินกลับเข้าห้อง เพทายตื่นแล้ว เขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยที่ท่อนบนไม่ได้ใส่อะไรเลย ก็นั่นแหละ เมื่อคืนบังคับให้ใส่ก็ไม่ใส่ ฉันเลยต้องนอนกับเขาด้วยสภาพนั่น

“มีอะไร” ฉันยืนถามข้างเตียง

“ทำไมตื่นเช้า”

“เรื่องของฉัน” เพทายถอนหายใจนิ่งไปสักพัก ก่อนจะพยุงตัวลงจากเตียง อาการไม่หนักแล้ว ใบหน้าก็กลับมามีสีตามปกติ แต่เสียงยังประหลาดอยู่ “ไม่นอนแล้ว?”

“ไม่ง่วง หิว” เพิ่งตระหักว่ากลิ่นข้ามต้มมันลอยเข้ามาถึงในห้อง อันที่จริงประตูมันไม่ได้ปิดกลิ่นเลยลอยเข้ามาได้

“ตามใจ ไปล้างหน้าสิ เดี๋ยวตั้งโต๊ะรอ” เพทายเดินเข้าห้องน้ำ ส่วนฉันก็ออกมาตั้งโต๊ะตามที่พูด แต่ยังไม่ทันตักใส่ถ้วยเขาก็ตะโกนออกมาจากห้องน้ำก่อน

“ไหม!

“อะไร?” ฉันหันกลับไปทั้งที่มองเห็นเพียงกรอบประตู “เรียกทำไม”

“ของเธออันไหน?” เขาเดินออกมา หยุดยืนที่หน้าประตูพลางชูของในมือ แปรงฟันน่ะ อันหนึ่งสีชมพูอีกอันสีฟ้า

“ฟ้า” เพราะมาห้องเขาบ่อยมันเลยมีแปรงฟันทั้งของฉันและเขา แต่ที่ไปซื้อของวันนั้นฉันซื้อมันมาด้วย เมื่อวานไม่มีไรทำเลยจัดการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

“ฉันต้องใช้สีชมพู?” ฉันพยักหน้า ก็ไม่ชอบสีชมพูนี่ ใครใช้ให้เขาตื่นทีหลังล่ะ ถ้าตื่นก่อนก็ได้สิทธิ์เลือกสีไปแล้ว

“ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้ง ไปแปรงฟันไป แค่ได้สีชมพูมันไม่ตายหรอก” เพทายดุนกระพุ้งแก้มแต่ก็ยอมกลับเข้าห้องน้ำ ฉันกรอกตาเล็กน้อยแล้วกลับมาทำหน้าที่ที่ค้างไว้

“ไหม!

อะไรอีกวะ!?




130%

มุ้งมิ้งอ่ะ 5555555




เราหายไปนานใช่มั้ย? (ใช่!!)

ขอโทษค่าาาา ไรท์ติดโปรเจคจบจ้ะ

อาทิตย์หน้าก็จะสอบแล้ว อาทิตย์ในส่งโปรเจค

เอาจริงๆตอนแรกจะมาบอกว่าจะขออัพถึงอาทิตย์นี้นะ

อัพถึงไหนถึงนั้น แล้วขอเวลาหายไปสัก 2 อาทิตย์

ไรท์จะจบมอปลายแล้วค่ะ ตอนนี้ขอทุ่มกับงานที่วิลัยแปป

ไรท์เรียนปวช.นะ งานค่อนข้างเยอะเอาการ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยก็แล้วแต่อารมณ์เราด้วยนะ 55555

ถ้าวันไหนฉันอยากอัพฉันก็จะอัพ ฮุฮ่าๆๆ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #338 OiIntaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 21:51
    ไหมทั้งวัน เรียกวนไปค่ะ 5555
    #338
    0
  2. #337 0817571723 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 15:51
    รออออออ
    #337
    0
  3. #336 FAHIIII (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 02:07
    คู่รักสายดาร์ก 5555 มิ้งๆๆ แบบดาร์กๆๆ
    #336
    0
  4. #335 belenn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 01:00
    กรี้ดดดดด มีความผัวเมียมุ้งมิ้ง 555555 ชอบ
    #335
    0
  5. #334 kpnana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 00:04
    ทำหนังสือเถอะ รอพรีเลยย
    #334
    0
  6. #333 kpnana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 00:04
    ทำหนังสือเถอะ รอพรีเลยย
    #333
    0
  7. #332 Mocha9 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 23:24
    น่ารักกกกกก
    #332
    0
  8. #331 spholkerd (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 21:31
    ทายน่ารักอ่าาา????
    #331
    0
  9. #330 heykeo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 20:59
    น่ารักอ่ะ
    #330
    0
  10. #329 kkanda17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 20:58
    น่ารักกก
    #329
    0
  11. #328 Springday (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 20:57
    เง้ออ น่ารักกก
    #328
    0
  12. #327 KatekanokKate (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 17:18
    รอออออ
    #327
    0
  13. #326 0817571723 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:02
    อะรอรอรอ
    #326
    0
  14. #325 kkanda17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:35
    รอน้าาา
    #325
    0
  15. #324 FAHIIII (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:59
    ไรท์คะ พรี เถอะ อยากได้มากอด
    #324
    0
  16. #323 Springday (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:44
    มาอัพอีกน้าา
    #323
    0
  17. #321 CB-xixi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:20
    ถ้าในชีวิตจิงมีผัวแบบเพทายก้อดีนะสิ
    #321
    0
  18. #320 muumon90 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:07
    รออออออออออ
    #320
    0
  19. #319 simdave13389 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:54
    รอน่ะค่ะ
    ติดตามอยู่
    #319
    0
  20. #318 OiIntaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:40
    น่ารักไปอี๊กกกก หมูทายละมุนละไมจริมๆ
    #318
    0
  21. #317 0817571723 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:03
    น่ารักชิบหาย
    #317
    0
  22. #316 KatekanokKate (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:35
    นางน่ารักกกกกก คุยกับลูก..อิจไหมม
    #316
    0
  23. #315 bylek96k (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:20
    เรียนจบก้ทำเล่มด้วยนะ อยากอ่านยาดากับขวัญ
    #315
    0
  24. #314 FAHIIII (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:04
    ไรท์คะ เรียนจบม่ะไร เปิดพรีเถอะ พรีชชชขข
    #314
    0
  25. #313 kkanda17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:30
    งื้ออน่ารักก
    #313
    0