[END] RUIN พังรัก

ตอนที่ 15 : ll ทายไหม ll พังรักครั้งที่ 14 : [130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    16 เม.ย. 60




EPISODE14

รัก...ชิงชัง



ฉันไม่อยากทะเลาะกับเขา

เราไม่ได้อยากทะเลาะกัน แต่จะให้ดีกันก็ทำไม่ได้

“อย่าพูดมันออกมาอีก”

สุดท้ายแล้วเรื่องมันก็จบลงด้วยการไม่ได้อะไรเลยทั้งสองฝ่าย เพทายพูดออกมาแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องพร้อมปิดประตูเสียงดัง

ฉันถอนหายใจ เหนื่อยหน่ายกับทุกอย่างที่เพิ่งเกิด ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะเดินออกจากห้อง ตั้งใจจะตรงไปคลับเลย วันนี้ลูกค้าอาจลดน้อยลงกว่าวันอื่นๆเนื่องจากเป็นวันเริ่มแรกของสัปดาห์ มันเป็นปกติที่พบเจอ

ที่จริงแล้วฉันต้องการห่างกับเขา หลังจากนี้ยี่หว่าอาจโต้ตอบกลับมาอย่างรุนแรง ถึงตอนแรกเธอจะเข้าใจว่าเพทายเป็นคนทำแต่อีกไม่นานยี่หวาต้องรู้แน่ว่าเป็นฉัน การที่เพทายยังยุ่งวุ่นวายอยู่แบบนี้มันจะทำให้เขาเดือดร้อน แม้ตอนนี้จะได้รับผลกระทบไปแล้วก็เถอะ

หมับ!

“ไปไหน” เพทายที่ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กระชากข้อมือฉันในตอนที่กำลังจะกดลิฟต์

“ยุ่ง” ฉันสะบัดออก ตั้งท่าจะกดลิฟต์อีกรอบแต่ยังไม่ทันจะแตะถึงร่างทั้งร่างก็ถูกยกลอยเหนือพื้น เพทายอุ้มฉันตรงดิ่งกลับมาหน้าห้อง เพิ่งจะสังเกตว่าสภาพเขาในตอนนี้มันเปลือยเปล่าไปทั้งท่อนบน

แอด...ปัง!

เพทายปิดประตูห้องนอนเสียงดังลั่น เขาวางฉันลงบนเตียงอย่างระมัดระวังแต่กระนั้นระหว่างเราก็ยังมีแต่ความเงียบ

เอาเข้าไป คิดจะเล่นสงครามประสาทรึยังไง

“จะไปไหน”

“ทำงาน” ฉันถอนหายใจก่อนตอบ เหนื่อยที่ต้องเถียงกับเขาไม่หยุดหย่อน ถึงแม้ว่าบางทีจะเป็นฉันเองที่เป็นฝ่ายเริ่มต้นหาเรื่อง

“ยังไม่เลิกทำอีก” หัวคิ้วบนใบหน้าคมย่นชนกัน “ไม่ต้องไปทำ พอ”

“ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องทำตาม” จู่ๆความคิดที่จะร้องเพลงถึงวันพุธนี้ก็หายไป ฉันลุกขึ้นยืนบนเตียงทำให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า

“ทำอะไรนึกถึงเด็กในท้องบ้าง”

“แล้วไง ช่างหัวมันสิ” ฉันแค่ประชด แต่ดูเหมือนเขาจะเชื่อมัน

“อยากตายรึไงไหม?” เป็นครั้งแรกที่เพทายขู่ฉันด้วยคำๆนั้น

“เออ” เพทายคว้าหมับตรงข้อมือแล้วบีบมันแรงๆจนรู้สึกชา ฉันบังคับตัวเองไม่ให้หลุดอาการที่แสดงถึงความเจ็บปวด เขาเริ่มโกรธแล้วล่ะ

“มีแม่แบบนี้เด็กมันคงดีใจ” สงครามประชดงั้นสิ

“พ่อแบบนี้เด็กมันก็ไม่อยากได้เหมือนกัน” มันไม่ดีมาตั้งแต่แรกแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราไม่ใช่อะไรที่จะดำเนินไปแบบง่ายๆ

“แล้วแม่มันให้เอาทำไมตั้งแต่แรก” รู้สึกหน้าชาไปชั่ววินาทีตอนคำพูดประโยคนั่นกลั่นกรองออกมาจากปากเขา

ฉันกำหมัดแน่นเสหลบสายตาไปทางอื่น

ก็แล้วใครมันเริ่มก่อนล่ะวะ ไม่ใช่เขารึไงที่ตามเทียวไล่เทียวขือ ฉันกะจะไม่เล่นด้วยแล้วถ้าไม่มารู้ก่อนว่าเขาคบกับยี่หวา ฉันไม่ได้จะใช้ร่างกายแลกกับเพทายแต่เป็นเขาเองไม่ใช่รึไงที่เริ่มใช้ร่างกายกับฉันก่อน

“....”

ความอึดอัดไม่เคยส่งผลดี ฉันไม่ยอมมองหน้าเขา เราปล่อยให้ทุกอย่างนิ่งสงบอยู่ในที่ของมัน กระทั่งความรู้สึกอุ่นรัดแน่นรอบลำตัว พอก้มมองถึงได้เห็นว่าเป็นเพทาย

เขากำลังกอดฉัน

ใบหน้าคมซุกซบบนหน้าท้อง ฉันหลับตาผ่อนลมหายใจก่อนจะยกมือลูบเส้นผมหนานุ่มของเขา

“...ขอโทษ” ฉันไม่เคยคาดหวังคำพูดแบบนี้จากเพทายเพราะมันทำให้รู้สึก

“อืม” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มมีความรู้สึกนี้เข้ามา...หวงแหน

มือที่ลูบผมเปลี่ยนเป็นโอบรัดรอบลำคอ ตัวฉันที่ตั้งตรงโน้มลงเพื่อให้หน้าผากทาบทับบนศีรษะทุย ฉันไม่อยากให้ตัวเองอ่อนแอ ไม่อยากเป็นเหมือนแม่ที่เสียใจมากๆจนเปลี่ยนไป

“พอแล้ว เมื่อย” เนิ่นนานกว่าจะมีใครพูดอะไร ฉันไม่ชอบยืนนานๆเพราะมันจะปวดขา เพทายยกตัวฉันลงยืนบนพื้นด้วยสภาพท่าทางในแบบเดิม “ตัวนายเหนียว ไปอาบน้ำ”

ฉันดันเขาออก ดูจากสภาพแล้วเมื่อวานคงไม่ได้กลับห้อง นิสิตแพทย์เรียนหนักนั่นคือสิ่งที่ฉันได้ยินมาตลอด

“หิวข้าว” เพทายบ่นลอยๆแบบตั้งใจให้ฉันได้ยินและทำมันซะ ก่อนจากไปก็ไม่วายเลิกคิ้วกวนอารมณ์ เราต่างทำเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เดี๋ยว” ฉันรั้งเขา ตั้งใจว่าจะพูดและเพทายต้องยอม

“อะไร?”

“คืนนี้จะไปคลับ ไปส่งหน่อย” เพทายพ่นลมหายใจพลางดุนกระพุ้งแก้ม ฉันรู้ดีส่าตัวเองดื้อรั้นแค่ไหนโดยเฉพาะกับเขา แต่นี้มันคืองาน ฉันไม่อยากทำตัวไร้ความรับผิดชอบ

เพทายไม่ตอบอะไร เจ้าตัวหุนหันเข้าห้องน้ำแต่การที่เขาเงียบแบบนั้นแสดงว่าอนุญาต

วัตถุดิบในครัวทำให้รู้ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเพทายไม่ได้ทานอาหารตามเวลาปกติหรือบางวันคงแทบไม่ได้ทาน ก็เพราะว่ามันยังเหลืออยู่เกือบครบไง

เอาล่ะ เพทายอาจทานจากข้างนอก

ฉันทำอาหารง่ายๆอย่างหนึ่งให้เขา มันใช้เวลาไม่นาน เสร็จก่อนเพทายจะออกนากห้องน้ำไม่กี่นาที เมื่อวางจานลงบนโต๊ะเขาก็เข้ามาพอดี

เทพายไม่ใส่เสื้อ มีเพียงกางเกงยีนส์ที่ยังไม่ได้ติดกระดุมหรือรูดซิปใดๆและผ้าผืนเล็กที่คอยซับน้ำบนเส้นผม

ไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ว่าเพทายมีเรือนร่างที่ค่อนข้าง...ดี

อ่า ที่จริงมันดีมากต่างหาก

“ชอบหรอ มองตาเป็นมัน” ฉันหรี่ตาใส่คนที่หยุดยืนตรงหน้าในระยะประชิด เพทายโน้มตัวลงจนหยดน้ำจากปลายเส้นผมหยดลงบนหน้าผากฉัน ไม่วายไหลย้อยลงตามกรอบหน้า หยดหนึ่งเกือบไหลเข้าตาฉันถึงได้ดันเขาออก

“รีบกิน” กระดุมและซิปที่ยังไม่ได้รูดทำให้กางเกงโหลดต่ำ ขณะที่เจ้าตัวกำลังเช็ดผมฉันจึงขยับเท้าเข้าไปหาและจัดการกางเกงให้เข้าที่เข้าทาง

“รู้หน้าที่” ฉันตบปากเขาไปทีหนึ่ง

“บอกว่าให้รีบกินข้าว” เหมือนจะแค่แป๊บเดียว แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ปาไปเกือบทุ่มครึ่งแล้ว ซึ่งฉันมีร้องตอนสามทุ่ม

เพทายจิ๊ปากเมื่อการกระทำบวกคำพูดของฉันมันบางบอกว่าจะไปให้ได้และเขาต้องไปส่ง ฉันเลื่อนเก้าอี้ออกเป็นการบังคับกลายๆสุดท้ายเพทายก็ยอมนั่งโดยดี

“เบา” เสียงนั่นพูดเนือยๆเมื่อฉันลงมือเช็ดผมให้เขาแรงเกินไป

...หมั่นไส้

“พูดมาก”

 

-TK Club-

เราถึงคลับก็เลยสองทุ่มมาแล้ว ฉันมีเวลาอีกเกือบชั่วโมงในการเตรียมตัวก่อนขึ้นร้อง ธีมจองห้องประจำไว้ให้แล้วสำหรับพักรอ ส่วนพวกเล่นดนตรีก็มากันครบ

“พี่ สวยขึ้นป้ะ?” หัวข้อสนทนาป่วนๆกำลังเริ่มขึ้นโดยผู้เปิดฉากคือมัพ

“งั้นหรอ” รับคำไปงั้นล่ะ น้องมันก็คงแซวเล่น

“มึงมันชอบหาเรื่องตายไอ้มัพ” ก๋าที่นั่งข้างกันผลักหัวเพื่อนเบาๆ

“เอ้า กูพูดความจริง ผิดตรงไหน?”

“ผิดตรงที่ผัวเขามาด้วย” พวกฉันหันมองคนตอบที่ยืนถือขวดเตกีล่าอยู่หน้าห้อง ธีมเดินหน้าระรื่นนั่งลงข้างฉัน พอวางขวดลงบนโต๊ะมันก็หันมาเขี่ยปลายจมูกโดยไม่สนสีหน้าคนข้างๆที่นั่งโอบไหล่ฉันอยู่นี่เลย

อันตรายนะนั่นบอกก่อน

“โฟนอ่ะ?” ฉันเลี่ยงการปะทะด้วยการเบี่ยงประเด็นถามถึงแฟนมัน รู้มั้ย ก่อนออกห้องเมื่อไม่กี่นาทีก่อนฉันเจออะไร?

“อยู่บ้าน” ฉันพยักหน้าหยึกหยัก “รอยที่คอสวยดีนี่”

ทิ้งระเบิดไว้เพียงเท่านั้นมันก็เดินออกไป พวกที่เหลือซึ่งเป็นรุ่นน้องหันขวับเพ่งเล็งต้นคอฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย

จะอะไรซะอีก รอยดูดไง!

 

-ครึ่งชั่วโมงก่อน-

“เสื้ออยู่ไหน” ฉันถามคนบนเตียงที่ตั้งแต่ทานข้าวเสร็จก็ไม่ยอมทำอะไร

“ในตู้” ตอบทั้งๆที่ไม่ละสายตาจากเกมส์ในมือถือ

อยากพ่นไฟใส่มากบอกเลย แต่เพราะทำไม่ได้ฉันจึงต้องเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเขาแบบจำใจ ขืนรอมีหวังไม่ได้ไปแน่ล่ะ อย่าคิดว่าไม่รู้ เพทายกำลังถ่วงเวลาฉัน

หมับ

แต่อะไรก็ไม่น่าหงุดหงิดเท่าการที่กำลังเลือกเสื้อแล้วมีผีสิงเข้ามากอดข้างหลัง แถมยังซุกหน้าฝังลงบนผิวเนื้อบริเวณต้นคออีก

กามมากไปนะบางที

“หัดอยู่นิ่งสักนาทีได้มั้ยทาย”

“ไม่เอา” เพทายตอบเสียงอู้อี้ เวลาพูดปากเขาโดนคอฉันและมันทำให้จั๊กจี้ “จะไปจริงหรอ”

“ฉันต้องทำงานนะทาย อย่าอิดออด” พอพูดไปแบบนั้นเพทายถึงได้พ่นลมหายใจหนักๆ เขานิ่งไปสักพักจนฉันแน่นอนใจว่าเขายอมแล้ว แต่เปล่าเลย...

“อ๊ะ..นี่!” ฉันเอ็ดเสียงแข็ง เมื่อจู่ๆเพทายก็ขบเม้มผิวเนื้อตรงคอ ไอ้ครั้นจะหันไปทุบตีก็ทำไม่ได้เพราะท่าทางเก้ๆกังๆ “มันเจ็บ”

“อือ ไม่ตั้งใจกัดแรง” ฉันหันตัวไปหาเขา หัวคิ้วขมวดชนกันอย่างหงุดหงิด

“จะกัดทำไม”

“ตัวเธอหอม” ฉันกัดปากก่อนจะคว้าหมับผมหน้าเขาจนเป็นจุกแล้วดึงทึ้งเหวี่ยงจนเพทายต้องโน้มไปตามแรง 

ปึง!

...ประตูตู้เสื้อผ้าคือกรรมที่รองรับหนังหัวเขา

 


-ปัจจุบัน-

“เจ้าที่แรง” จบประโยคนั้นของเดียวก็ตามมาด้วยเสียงเป่าปากแผ่วๆจากกันต์

ฉันปลายตามองทั้งสองคน ปกติแล้วเดียวกับกันต์ไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่ หมายถึงพวกเขาไม่ค่อยเล่นกับฉันแบบที่มัพก๋าทำ

“แดกเหล้ามั้ยมึง?” พอโดนฉันจ้องเข้าหน่อยทำเป็นหันไปคุยกัน เดียวรินน้ำจากขวดสีชาแล้วยื่นให้กันต์ สองคนนั้นดื่มโดยไม่หันกลับมาสนใจกันอีก

หลบหลีกเป็นเก่ง

ฉันถอนหายใจเหนื่อยหน่ายดึงสายตาผละจากอีกสองคนที่เหลือซึ่งคล้ายกำลังถกเถียงบางอย่างที่ค่อนข้างไร้สาระ ทว่าจู่ๆความมึนมายกลับแล่นเข้าสมอง ฉันชะงักเกร็งไปพักหนึ่ง

“เป็นอะไร?” เพทายคงรับรู้ถึงได้ดึงฉันเข้าไปใกล้ มือหนึ่งจะทาบหน้าผากแต่ฉันปัดมันออกก่อน

“เปล่า ช่างเถอะ” คนข้างกายฉันถอนหายใจ เพทายเบนหน้าหนีไปทางอื่นแต่ถึงอย่างนั้นมือก็ยังไม่ปล่อยจาการโอบไหล่ฉัน

บอกแล้วไงฉันจะดื้อกับเขาเพียงคนเดียว

ความมึนทำให้ฉันไม่อยากพุดคุยกับใครจึงเลือกที่จะหลับตาลง เพทายไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรมากนัก เขาเพียงนั่งดื่มกับตัวเองเงียบๆ มีเป็นช่วงที่มัพก๋าแหกคอเสียงดังตามประสาตัวเอง

“ไปเถอะ จะได้เวลาแล้ว” ฉันลืมตาเมื่อเดียวเอ่ย จังหวะหนึ่งที่ลุกร่างกายฉันเซไปด้านข้างเล็กน้อยจนเพทายที่ลุกตามต้องคว้าไว้

“พี่ไหวป้ะ?” มัพก้าวเข้ามาหา และอาจเป็นห่วงมากไปหน่อยจึงเผลอยกมือทาบหน้าผากฉัน แต่มันก็เพียงเสี้ยววิก่อนจะถูกคนตัวใหญ่ปัดทิ้ง “เอ้อ โทษๆพี่”

“ไม่เป็นไร รีบไปเถอะ เพลงจะจบแล้ว” ฉันดึงตัวเองออกจากการรั้งของเพทายแล้วเดินออกจากห้องตามหลังเดียวและกันต์ ก๋าเดินประกบด้านหลังฉันอีกที เพทายไม่ได้ตามออกมา มันเป็นปกติที่เขาจะทำแบบนั้น เพราะเพทายไม่เคยออกมาดูฉันร้องเพลงสักครั้งตั้งแต่รู้จักกัน

“ลิสต์เพลงที่จะเล่นคืนนี้” เดียวยื่นลิสต์เพลงแผ่นพอดีมือมาให้ มีทั้งหมดยี่สิบเก้าเพลง ซึ่งโดยปกติแล้ววงฉันจะเล่นสองชั่วโมงต่อคืน รอบแรกหนึ่งชั่วโมงและรอบสองอีกหนึ่งชั่วโมง และเล่นเพียงยี่สิบแปดเพลงเท่านั้น

“อีกเพลงมาจากไหน?” ฉันถาม

“มีคนขอ เขาจะขึ้นร้องด้วย” เดียวตอบไปพลางเช็คสายกีต้าร์ไป

“ใคร?” ไม่บ่อยที่จะมีคนขอร้องด้วย เราไม่ได้ออกกฎห้ามอยู่แล้ว

“ไม่รู้สิ ยัยเจ๊ผู้จัดการบอกมาอีกที เห็นว่าเป็นผู้ชาย” ยัยเจ๊ผู้จัดการนั่นอีกแล้วหรอ เบื่อขี้หน้าเป็นบ้า ชอบทำอะไรไม่ถามคนอื่น

“อืม คนอื่นพร้อมยัง” ฉันตัดปัญหาแล้วเลี่ยงไปถามคนอื่น เมื่อทุกคนพร้อมกันหมดแล้วดนตรีจึงเริ่ม

ตลอดช่วงเวลาในหนึ่งชั่วโมงแรกก็ยังเหมือนเดิม พวกฉันพักเบรกเพียงสิบห้านาทีก่อนจะกลับมาเล่นต่อในชั่วโมงที่สอง คราวนี้เริ่มต้นด้วยเพลงสากลซึ่งรอบแรกเป็นเพลงไทย ฉันร้องโดยไม่คิดอะไรแต่แล้วบางอย่างในกลุ่มคนเหล่านั้นกลับดึงรั้งสายตาฉันไว้

ความข้องใจเกิดขึ้นในเวลาต่อมา

เพทาย...ยืนอยู่ตรงนั้น ตรงกลางผู้คน ทว่าความมืดบดบังตัวตนของเขา แต่ฉันยังจำได้ดีว่านั่นคือเพทาย สรีระที่จำได้แม่นยำ

ฉันไม่เคยอึดอัดเวลาร้องเพลง แต่ครั้งนี้คือครั้งแรก

ไม่รู้ว่าถูกเขามองด้วยแววตาแบบไหน ฉันมองเพียงเสี้ยวแล้วลากสายตาไปยังจุดอื่น พยายามหลีกเลี่ยงการมองไปตรงกลางที่มีเขา กระทั่งเพลงสุดท้ายในค่ำคืนนี้

…One last cry

รู้จักรึเปล่า เป็นเพลงสากลของ Brian McKnight เนื้อเพลงค่อนข้างเศร้า ก็เพลงอกหักนั่นล่ะ ฉันไม่ได้ชอบแต่กันต์เคยเอามาให้ฟัง แล้วก็เคยแกะโน้ตเพลงนี้ด้วยซึ่งก็ไม่เคยเอาไปร้องที่ไหนเลย มันเศร้าใครเขาจะอยากฟังกัน

“เพลงสุดท้ายสำหรับคืนนี้มีคนรีเควสมาค่ะ แล้วก็เขาจะขึ้นมาร้องด้วย” ฉันเปล่งเสียงใส่ไมค์และผู้คนด้านล่างก็ส่งเสียงพร้อมปรบมือ

ฉันลากสายตาไปตรงกลาง ที่ตรงนั้นเพทายหายไปแล้ว ฉันไม่อยากทำตัวสนใจเขามากเกินเหตุจึงไม่คิดหาเหตุผลการหายไป

“อ่า มีใครรู้จักเพลงวันลาสครายมั้ยคะ?” ฉันพูดคุยเพื่อเอ็นเตอร์เทรนผู้ฟัง บางคนยกมือบอกรู้จักแต่บางคนกลับสายหน้าระรัว

“โอเค ถ้างั้นขอผู้รีเควสที่จะร่วมร้องขึ้นมาเลยค่ะ” ฉันป่าวประกาศออกไปพลางมองไปข้างเวที ฉันไม่รู้ว่าใครที่จะมาร้องด้วยกัน หน้าก็ไม่เคยเห็น ชื่อก็ไม่รู้จัก และข้างเวทีนั่นก็ไม่มีใครเลย “ถ้าไม่รีบขึ้นมาจะไม่เล่นแล้วนะคะ”

ที่จริงมันไม่สมควรพูด แต่ฉันไม่อยากเสียเวลารอใครที่ไหนก็ไม่รู้ ดึกมากแล้วและฉันเป็นห่วงร่างกายตัวเองด้วย

ฉันรออีกอึดใจก็ยังไม่มีใครโผล่ขึ้นมาจึงตกลงกับเองแล้วว่าจะจบลงเท่านี้ พอกำลังจะพูดใส่ไมค์ร่างสูงดิบเถื่อนของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นมาซะก่อน

หัวคิ้วฉันขมวดย่นและมันไม่โอเคเลยสำหรับฉันในตอนนี้

“ขอโทษครับ พอดีเมื่อกี้สายเข้า” เปาโลรับไมค์จากธีมงานที่ยื่นให้ เขายกยิ้มและคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้คนด้านล่าง ในขณะเดียวกันฉันกลับจ้องมองเขาไม่วางตา

“....”

“สำหรับคืนนี้ ผมขอร้องเพลงให้ใครบางคน” เสียงผู้คนด้านล่างกรีดร้องโดยเฉพาะผู้หญิง เปาโลไม่ได้ขี้เหร่ออกจะหล่อค่อนไปทางดิบเถื่อนซะด้วยซ้ำ

“....”

“ผู้หญิงใจร้ายคนหนึ่งในความทรงจำ” ตอนพูดประโยคนั้นเปาโลปรายตามองฉัน เราสบตากันเพียงชั่ววินาที

ไม่ใช่ไม่รู้ ผู้หญิงใจร้ายที่เขาว่าก็คือฉัน แล้วเพลงที่เลือกมานั่นน่ะ ความหมายของมันจะทำให้เขาดูน่าสงสาร

ผู้ชายคนหนึ่งที่ผิดหวังในความรัก

“ดนตรีเริ่มเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา” ฉันกระพริบตาสองสามทีเพื่อขับไล่ความคิดออกจากหัว กลับมาสนใจสิ่งที่กำลังดำเนิน แต่ว่านะ...เนื้อเพลงเนี่ยเสียดสีเป็นบ้าเลย

 

My shattered dreams and broken heart

Are mending on the shelf

ความฝันที่ผุพังกับหัวใจที่แตกสลาย

ถูกเยียวยาและวางทิ้งไว้บนชั้นแห่งความหลัง

 

I saw you holding hands

Standing close to someone else

ฉันได้เห็นเธอจับมือกัน

เคียงคู่มากับใครคนอื่น.. ที่ไม่ใช่ฉัน

 

เปาโลร้องเพลงเพราะมาก สมัยก่อนที่ยังคบกันเขาชอบยืมกีต้าร์รุ่นน้องเพื่อมาเล่นและร้องให้ฟัง มันเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ฉันคิดว่าดีในความสัมพันธ์ของเรา

 

I was here

You were there

Guess we never could agree

ฉันเคยอยู่ตรงนี้

เธอเคยอยู่ตรงนั้น

เราไม่เคยมีความเห็นที่ตรงกัน

 

While the sun shines on you

I need some love to rain on me

ในขณะที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์พร่างพรมบนตัวเธอ

ฉันกลับต้องการเพียงความรักจากเธอรดรินลงในใจฉันบ้าง.. ก็เท่านั้น

 

ในท่อนนี้เปาโลเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ แม้เราจะยืนหันหน้าให้ผู้คนด้านล่างแต่เนื้อเพลงที่สื่อออกมันเหมือนจงใจบอกตัวฉันเอง

ฉันไม่เคยรักเขา ไม่เคยรักเปาโล

ตลอดเวลานั้นฉันรู้ดีว่าเขาวิ่งตามฉันมากเท่าไหร่ แต่บางสิ่งไม่ใช่ก็ไม่ใช่

 

I gave my best to you

Nothing for me to do

But have one last cry

ฉันได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเธอแล้ว

ไม่มีอะไรที่จะทำได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว

มีเพียงน้ำตาที่จะเสียให้กับเธอ เป็นครั้งสุดท้าย..

 

ฉันรู้ว่าเปาโลไม่ร้องไห้หรอก เขาเข้มแข็งพอ ก็ดูอย่างชมพูเขายังทิ้งได้ลงทั้งที่รู้ว่าเธอท้อง จนป่านนี้เปารู้รึเปล่าว่าบนโลกใบนี้มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อฟ้าคราม แล้วรู้หรือไม่ว่าชมพูจากโลกนี้ไปแล้ว ไปพร้อมกับความไร้ความรับผิดชอบของผู้ชายเวรๆคนหนึ่ง

 

One last cry

Before I leave it all behind

I gotta put you out of my mind

For the very last time

Stop living a lie

ขอเสียน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนที่ฉันจะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง

ฉันจะต้องลบเธอไปจากใจให้ได้

ครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย

เลิกงมงายหลอกลวงตัวเองเสียที

 

ทุกจังหวะที่ร้องฉันไม่หันไปมองเปาโลเลยสักเสี้ยววิ สายตาฉันเอาแต่จดจ้องเพทายที่พาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าเวที ฉันไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนมาแล้วจู่ๆมาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง แต่ในตอนนี้เรากำลังสบตากัน ความเงียบในดวงตาคู่นั้นยิ่งกว่าความอึดอัดที่รู้สึกไปเมื่อครู่

เพทายเงยหน้าเพราะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า นัยน์ตาสีรัตติกาลฉุดรั้งฉันท่ามกลางความสลัวของแสงไฟ เสียงเพลง ท่วงทำนอง

ฉันเคยสงสัยถึงการมีชีวิตอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าความรัก

แต่ทุกครั้งที่ต้องการคำตอบกลับไม่เคยมาหา

สุดท้ายฉันก็สะบัดมันออกจากสาระบบชีวิตและความนึกคิดในจิตใจ

 

I guess I’m dow

แม้จะต้องเศร้าใจแค่ไหน

To my last cry

กับการร้องไห้ครั้งสุดท้าย...ให้กับเธอ

 

ไม่แน่ใจว่าเพทายรู้สึกยังไง แววตาเขาไม่เคยแสดงออกถึงความรู้นึกคิด บางครั้งเขาก็ดูน่ากลัว เพราะไร้ซึ่งการแสดงออกทางแววตา ฉันจึงไม่สามารถไว้วางใจในตัวตนของเขา ต่อให้วันหนึ่งเพทายเดินมาบอกว่าตัวเขานั้นกำลังคิดอะไรฉันก็ไม่มีทางเชื่อ จนกว่าแววตาคู่นั้นจะแสดงมันออกมา

“อ่า ยังไม่อยากให้จบเลยครับ” เสียงพูดของเปาโลทำให้ฉันมีสติผละจากการจ้องตากับเพทาย เสียงโห่ร้องของผู้คนด้านล่างดังคับพื้นที่ด้านหน้า

“....”

“ผมตั้งใจมอบมันให้เธอ หวังว่าจะชอบ” ประโยคสุดท้ายคล้ายเขากำลังบอกฉัน อันที่จริงก็บอกนั่นแหละ จงใจเน้นย้ำคำสุดท้าย ก็ไม่รู้หรอกว่าต้องการอะไรถึงได้ทำแบบนี้ ฉันไม่เคยเห็นเปาเข้าทีเคคลับมาก่อน

“ร้องอีกเพลงสิ!” ผู้หญิงด้านล่างตะโกนขึ้นมาเสียงดัง เปาโลที่ยืนอยู่ข้างฉันหัวเราะเล็กน้อยพอเป็นพิธี เปาไม่ใช่คนชอบยิ้ม โดยเฉพาะยิ้มในแบบที่จริงใจ ส่วนมากที่ทำคือการแต่งแต้มสีบนใบหน้าจนกลายเป็นเคล้าของคนขี้เล่น

หลายครั้งที่ผู้คนมักมองเขาเป็นผู้ชายอบอุ่น มันก็จริงแต่ไม่ใช่กับทุกคน

เขาเลือกปฏิบัติ

“หมดเวลาพอดี สำหรับค่ำคืนนี้คงต้องลากันแล้ว เจอกันมะรืนค่ะ” ฉันโค้งหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินลงเวทีท่ามกลางเสียงร้องโอดครวญ

“จะกลับแล้ว?” เปาโลเดินตามหลังฉัน เขาคว้าแขนไว้ไม่ให้เดินหนีและพยายามฉุดรั้งฉันไปทางอื่น

“ปล่อยฉันเปา” ฉันสะบัดแขนแล้วมันก็หลุด แต่ไม่ใช่หลุดเพราะแรงของฉันมันหลุดเพราะใครอีกคน

“ทำอะไร?” เพทายกำมือฉันแน่น เขาไม่มองฉันแต่จดจ้องเพียงเปา รายนั้นก็ไม่ต่าง พวกเขาคล้ายฟาดฟันกันทางสายตา

“เปล่าทำไร แค่จะคุยด้วย”

“ไม่ต้องคุย ไม่มีเวลา กลับได้แล้ว” ประโยคหลังเพทายหันมาพูดกับฉัน เปาไม่ได้ตามแต่ทิ้งประโยคหนึ่งเอาไว้ให้ได้ยินเพียงเราสามคน

“อยากได้แฟนเก่าคืน”


ความเงียบปกคลุมเราตั้งแต่ออกจากคลับจนกระทั่งถึงบ้าน เขาจอดรถแล้วเราต่างก็นิ่งงัน ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะลงในทันที

คิดว่ามีบางเรื่องที่เราต้องคุยกัน

“.....”

ความว่างเปล่ายังเป็นสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ภายในรถ ฉันกวาดตามองถนนที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“เขาชื่อเปาโล” ฉันโพลงขึ้นโดยไร้ซึ่งหัวข้อสนทนา

“....”

“เป็นแฟนเก่า เลิกกันนานแล้ว” คิดว่าแค่นี้คงเพียงพอต่อเขา ไม่จำเป็นต้องขยายความอะไรมากเพราะแค่คำว่า แฟนเก่า ก็อธิบายทุกอย่างภายในตัวมันแล้ว แต่ถ้าเพทายยังจะถามต่อฉันคงไม่สามารถเล่าได้ การรื้อฟื้นเรื่องราวพวกนั้นเป็นสิ่งที่ฉันจะไม่ทำ

“อืม” แค่นั้นแหละที่ตอบรับ

เดี๋ยวนี้เกิดความเงียบบ่อยมากระหว่างฉันกับเขา ไม่มีใครเอ่ยอะไรทั้งสิ้นแล้วก็ไม่มีใครคิดจะขยับเขยื้อนใดๆ

ฉันไม่ได้คิดมากกับประโยคคำพูดของเปาโลที่ได้ยินก่อนออกคลับ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีทางได้แฟนเก่าอย่างฉันคืนไปแน่นอน อย่างน้อยก็ฉันนี่ล่ะที่จะไม่กลับไปหา

“ยังรักมันอยู่?” เป็นคำถามที่โง่มาก แต่เพราะเขาไม่รู้จึงไม่ผิดอะไร

“ไม่กลับไปหรอกน่า”

“แน่ใจ?” เราหันมองตากัน ฉันแน่วแน่พอในคำตอบที่พูด

“ทำไม กลัวฉันทิ้งรึไง”

“เปล่า ไม่ได้กลัว” เพทายใช้น้ำเสียงเย็นเยียบพลันแววตานิ่งสงบเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เพราะต่อให้เธออยากกลับไปฉันก็ไม่ให้”

เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความรู้สึกทางแววตา และเพราะมันเป็นแบบนั้นใจฉันจึงกระตุกไหวอย่างเผลอตัว

“นั้นก็เรื่องของนาย” แบบนี้ทุกครั้ง คำตอบที่ฉันไม่สามารถให้ได้มักจะลงเอยด้วยประโยคนี้ร่ำไป

ฉันเปิดประตูลงจากรถเมื่อคิดว่าเคลียร์ๆกันแล้วในเรื่องนี้ ไม่รู้หรอกว่าเพทายจะมั่นใจแค่ไหนในคำพูดฉัน แต่สาบานตามสัตย์จริง ฉันไม่คิดจะกลับไปหาเปาโล

“งั้นเธอก็จำไว้ ต่อให้วันข้างหน้าอ้อนวอนขอจากไปฉันก็ไม่อนุญาต” เพทายรั้งฉันไว้ด้วยประโยคคำพูด ฉันยืนอยู่บนพื้นจับกรอบประตูหันหน้าเข้าหาเขา

“คิดว่าสั่งฉันได้?”

“ได้ไม่ได้ก็คอยดู” เรียวปากร้ายยกยิ้มตรงมุม ฉันได้แต่ยืนนิ่งดั่งคนไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้นทั้งที่ความจริงในใจสั่นไหวอย่างไม่อาจห้าม

เพทายพูดจริงทำจริง

ความคิดเขาฉันไม่อาจรู้ได้ว่ามันเป็นยังไง และผลของการกระทำที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้าก็ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่ามันจะร้ายแรงแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้ในระยะเวลาที่ผ่านมาคือเพทายไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร โดยเฉพาะคนที่เข้าหาหวังทำร้ายเขาทั้งร่างกาย...หรือความรู้สึก

และบางทีในจำนวนคนเหล่านั้น อาจมีฉันร่วมด้วย

“หวังว่ามันจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้” เพียงเท่านั้นฉันก็ปิดประตูและเดินเข้าบ้านไม่เหลียวหลัง

ฉันจะไม่พูดว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เพราะยังไงซะสักวันเพทายก็ต้องรู้ว่าฉันเข้าหาเขาด้วยจุดประสงค์ใด

ขอแค่ตอนนี้...ตอนนี้เท่านั้นที่เพทายจะยังเป็นคนโง่งม

และถ้าโชคดี ฉันอยากให้เขาโง่ไปจนกว่าฉันจะหายไป

แต่ถ้าโชคร้าย มันคงแหลกไม่มีชิ้นดี ทั้งความรู้สึกฉัน ความรู้สึกเขา และความสัมพันธ์ของเรา

 

เกือบสองเดือนครึ่งแล้วที่ฉันท้อง ทุกอย่างปกติดีมีเปลี่ยนแปลงบ้างก็ตรงที่ฉันเริ่มแสดงอาการแพ้ท้องให้เห็นบ่อยขึ้น และที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในบ้าน

“คิกๆ” ฉันปรายตามองฟ้าครามที่ดิ้นขลุกขลักพลางปล่อยเสียงหัวเราะอยู่บนหน้าตักเพทาย

นั่นไง สิ่งมีชีวิตที่เพิ่มเข้ามา

หน้าด้านหน้าทนขนเสื้อผ้ามาสิงอยู่กับชาวบ้าน

“ไหม น้องจะไปซื้อกับข้าว ไปด้วยกันมั้ย?”

“เอาสิ” ฉันลุกขึ้นจากโซฟาไม่วายหันไปกำชับอีกสองคนที่กำลังเล่นกัน “ม๊าไปข้างนอกแป๊บนึงนะฟ้า”

“คิกๆ ค่า” พักนี้ฟ้าครามไม่ค่อยสนใจฉันเท่าไหร่ เธอติดเพทายแจซะยิ่งกว่าธีม ฉันไม่รู้ว่าเขารำคาญฟ้าครามรึเปล่าแต่จากที่เห็นก็ปกติดี ที่กล้าปล่อยเธอไว้กับเขาไม่ใช่ไม่ห่วงแค่คิดว่าเพทายคงไม่ลักพาตัวเธอไปไหนหรอก

น้ำหน้าอย่างนั้นจะเอาเด็กไปทำอะไรได้ เป็นภาระให้ตัวเองซะเปล่า

 

-PHETHAY TALK-

“คิกๆ” เด็กผู้หญิงที่ชื่อฟ้าครามหัวเราะคิกคักอยู่ในตักผม ตั้งแต่พู่ไหมออกไปเธอก็ยังไม่หยุด ไม่แน่ใจว่าเผลอไปทำหรือพูดอะไรจี้จุดรึเปล่าถึงได้เป็นแบบนี้

“หยุดหัวเราะได้แล้ว เดี๋ยวท้องคัด” เคยเป็นใช่มั้ยไอ้อาการท้องคัดท้องแข็งจากการหัวเราะมากๆและนานเป็นเวลานาน

“งื้อออ” ฟ้าครามมุดหน้ากับอกผม นิ่งไปสักพักก่อนจะดันตัวลงจากตักวิ่งไปทางห้องครัว เด็กอาจหิว แต่ประเด็นคือฟ้าครามยังเด็ก การเดินของวัยนี้ยังไม่แข็งแรงพอเพราะงั้นมันจึง...

ตุ้บ

...ล้ม

“แงงง~!!” ผมรีบลุกขึ้นไปหา อุ้มเธอขึ้นพร้อมลูบหลัง ปกติเห็นพู่ไหมทำแบบนี้เวลาปลอบแต่ทำไมพอผมทำถึงไม่หยุดก็ไม่รู้

เฮ้ ผมไม่เคยเลี้ยงเด็ก ไม่รู้วิธีจัดการหรอก

“เงียบก่อน ห้ามร้อง”

“ฮือออ” ผมถอนหายใจ เริ่มท้อแท้กับบางสิ่งบางอย่าง

“อุดปากไว้” ยิ่งพูดเหมือนยิ่งกระตุ้นให้เด็กร้องไห้ รู้สึกจนปัญญาที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เป็น ความคิดหนึ่งที่แทรกเข้ามา ผมน่าจะลงเรียนสูตินารีเวช การปลอบเด็กอาจง่ายขึ้น...รึเปล่า?

“ม๊า~!” แผดเสียงร้องไห้ไม่พอเจ้าตัวยังดิ้นปัดป่ายแข้งขากระทบโดนสีข้างจนเจ็บไปหลายรอบ ฝีเท้าเด็กอย่าคิดว่าแรงมันจะน้อย

“เงียบแป๊บหนึ่ง ปลอบไม่เป็น” ทั้งพูดทั้งคิดวิธีปลอบ แต่เสียงกรีดร้องทำให้แทบไม่หลงเหลือสติ

ปกติเด็กมันเชื่อฟังพ่อแม่ใช่มั้ย นี่แม่ไม่อยู่ไง พ่อเป็นใครก็ไม่รู้

ป๊าบอกให้เงียบ

...เป็นแทนก็ได้วะ



_______________________________________________

เครดิตเพลง One last cry : by Brian Mcknight

แปลเนื้อเพลง : growingfs.wordpress

_______________________________________________



130%

ความเพทายปะทะฟ้าคราม
5555555555
ขรรมๆ วงวารการปลอบนี่


จ้าาาาาา

ใครที่คิดว่าไหมจะเป็นฝ่ายขอโทษจงดับความคิดนั้นซะ 5555555

ไม่อยากทอร์คให้เกลียดไหมแต่จะบอกก่อนเลยว่ายัยไม่มีวันพูดขอโทษกับเพทายแน่นอน ต่อให้รู้ว่าตัวเองผิดแค่ไหนก็ไม่พูดค่ะ มีแต่พ่อบ้านใจกล้าของเรานี่แหละที่พูด สงสารเขานะคะ(หัวเราะสะใจ)

แต่ไหมยัยก็มีวิธีการขอโทษในแบบของยัยนะแจ๊ะ อย่าได้ดูถูกดูแคลน 5555 ไปละ รู้สึกจะทอร์คเยอะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,344 ความคิดเห็น

  1. #1337 Titiw Sroypikul (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 22:14
    ละลายไปเลยค่ะ ป๊า
    #1,337
    0
  2. #1320 BellWanisara (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 19:03
    เเหมมมมมมม
    #1,320
    0
  3. #1100 t_g_k (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 11:03
    เดี๋ยวนะ5555
    #1,100
    0
  4. #1013 Warisa Paunghom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:18
    เพทายเป็นป๊าให้ฟ้าครามได้ง่ายดีเนอะ ไม่ต้องคิดเยอะ555555
    #1,013
    0
  5. #451 dreamptk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 13:23
    ยังงี้ก็ได้หรอ
    #451
    0
  6. #450 0817571723 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 00:48
    รออออออออ
    #450
    0
  7. #448 PP-PWP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 04:42
    โอ้ยยย อยากได้ป๊าคนนี้จังงงง มาหาเก๊าสิทายยย ปล่อยไหมไปเลย!!
    #448
    0
  8. #447 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 03:20
    เพทายน่ารัก มีแทนตัวเองว่าป๊าด้วย >////<
    #447
    0
  9. #446 imboo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 02:30
    น่ารักฝึกไว้จะได้ไว้เลี้ยงลูกตัวเองมีเป็นป๋า
    #446
    0
  10. #445 2KSJ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 01:00
    เพทายน่ารักกกกก มันต้องมีดราม่าต่อจากนี้ใช่ไหมคะ TT
    #445
    0
  11. #444 นู๋แน๊ตกะนายท็อป (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 23:14
    มีความเป็นป๊า น่ารัก
    #444
    0
  12. #443 PKCSxoxo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 22:21
    เอาแล้วววทายว่าไง
    #443
    0
  13. #441 honey_jackjin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:17
    ทายไม่ให้
    #441
    0
  14. #440 bambyluhan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:16
    ต่อๆๆๆๆแบบ...
    #440
    0
  15. #439 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 17:36
    ไหมรักทายเถอะทายน่ารักนะ
    #439
    0
  16. #438 OOHMIGUEL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 02:54
    รออออออ
    #438
    0
  17. #437 kkanda17 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:54
    รอตอนต่อไป~~~
    #437
    0
  18. #436 0817571723 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:48
    รออออออ
    #436
    0
  19. #435 Spnmimmy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:28
    รอนะค่าาา ????
    #435
    0
  20. #434 parnan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 19:33
    ขี้อ้อนน่ารัก
    #434
    0
  21. #433 namtanza1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:11
    ทายนี่วอแวหนักนะ 555
    #433
    0
  22. #431 2KSJ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:57
    ชอบพระเอกมุมนี้ ไหมใจอ่อนไวๆนะ
    #431
    0
  23. #430 KomyHyfer (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:19
    หมั่นไส้ทายจัง
    #430
    0
  24. #429 muumon90 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 21:44
    ชอบความวอแวของเพทายอ่ะ
    #429
    0
  25. #428 0817571723 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 21:18
    น่ารักรอต่อๆๆๆๆ
    #428
    0