สามีซ่อนรัก (eBook)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 312,158 Views

  • 1,170 Comments

  • 3,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    124,520

    Overall
    312,158

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 เมียที่ไม่ปรารถนา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 294 ครั้ง
    2 พ.ย. 61



บทที่ 3 
เมียที่ไม่ปรารถนา


 

ตอนอายุสิบแปดอนลถูกส่งไปเรียนต่างประเทศเพราะเป็นความตั้งใจของบิดา แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเรียนจบหนึ่งเทอมท่านก็มาจากไปด้วยโรคมะเร็งโดยที่ลูกชายคนเดียวอย่างเขาไม่ทันได้ดูใจ อนลรีบบินกลับเมืองไทยมาร่วมงานศพท่าน ตอนนั้นคุณสกลซึ่งเป็นคนที่คุณปู่ของเขารับอุปการะและเลี้ยงดูมาในฐานะลูกชายคนหนึ่งก็ยังคงทำงานเป็นผู้จัดการปางไม้

วันแรกที่กลับมาคนงานก็ลือกันว่ามารดาเขาและคุณสกลเป็นชู้กันและที่บิดาต้องตายไม่ใช่เพราะโรคร้าย แต่เป็นเพราะคนใจร้ายต่างหาก กระนั้นคนที่เชื่อมั่นในตัวผู้ให้กำเนิดก็ยังไม่คิดจะเชื่อ ต่อเมื่อได้เห็นกับตาว่าทั้งสองแอบไปพลอดรักกันหลังศาลาวัดหัวใจของชายหนุ่มก็คล้ายกับว่าถูกควักออกมาโยนให้กากิน

ฉันรักเธอมานานแล้วนะสกล...เธออย่าทิ้งฉันไปจะได้ไหม

อนลตัดสินใจเดินออกมาเพราะไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ เขาเพิ่งรู้ยังเจ็บปวดเท่านี้ แล้วบิดาเขาที่ต้องเผชิญกับมันมาอย่างยาวนานท่านจะปวดร้าวสักเพียงใด เพราะแบบนี้ใช่ไหมอาการของท่านเลยทรุดลงท่านเป็นโรคมะเร็งก็จริง แต่คนเป็นโรคนี้ใช่ว่าจะตายเร็วไปเสียทุกคน ภรรยาของอาจารย์เขายังเอาชนะคำวินิจฉัยของหมอที่บอกว่าจะอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่เดือน

เพราะเหตุนั้นทำให้อนลไม่เชื่อเลยจนนิดเดียวว่าบิดาซึ่งเป็นคนแข็งแรงมากจะด่วนจากไปแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะตรอมใจอย่างที่คนงานบอกแล้วละก็เขาก็ยังมีท่านอยู่ข้างๆ

หลังงานศพของบิดาความสัมพันธ์ของเขากับมารดาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อแม่เลี้ยงอัมราให้นายสกลเข้ามาดูแลกิจการทุกอย่างของครอบครัว เรียกได้ว่าท่านยอมให้ชายชู้เข้ามามีสิทธิ์ขาดในทุกๆ สิ่งทั้งที่ฝ่ายนั้นยังไม่ได้ถือทะเบียนสมรสด้วยซ้ำ แม้ครึ่งหนึ่งของวนาวัลย์จะเป็นของอนลแล้วแต่ก็ยังอยู่ในความดูแลของมารดา เลยกลายเป็นว่าเขาต้องยินยอมให้พวกคนเลวสูบเอาผลประโยชน์อย่างไร้ข้อโต้แย้ง และที่ร้ายไปกว่านั้นอนลยังถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกสาวชองชายชู้

แกต้องแต่งงานกับซิน

ไม่มีทาง

เขาปฏิเสธเสียงแข็งในวันที่มารดายื่นคำขาดให้ต้องร่วมหอลงโลงกับสลิสา เขาเกลียดหญิงสาวนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าบิดาหล่อนเป็นต้นเหตุให้บิดาของเขาต้องตาย

ผมจะไม่หลงกลพวกงูพิษเหมือนที่คุณปู่ คุณพ่อแล้วก็เหมือนอย่างที่แม่หลงอยู่ทุกวันนี้หรอกนะ ผมเกลียดพวกนั้น เกลียดจนไม่อยากหายใจร่วมโลกเลยด้วยซ้ำ

แกเลิกเอาทุกคนมาโยงกับเรื่องนี้เสียทีจะได้ไหม คนอื่นไม่ผิดเลยแล้วทุกอย่างมันก็ไม่ใช่อย่างที่แกคิดเลย

ได้ยินแบบนี้แล้วเขาก็อยากจะหัวเราะออกมาเสียเหลือเกิน ท่านมักจะบอกเสมอว่าหลังจากการตายของบิดาภาระทั้งหมดก็ตกลงมาบนบ่าของท่านคนเดียว เลยมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องขอร้องให้นายสกลเข้ามาช่วยเหลือ แต่ทำไมจะต้องเป็นในฐานะพ่อใหม่ของเขาด้วยเล่า

แม่กล้าพูดหรือเปล่าล่ะว่าแม่ไม่ได้มีอะไรกับมัน

จะว่าเขาเป็นลูกเลวก็ได้ที่พูดเช่นนี้กับมารดา แต่เขารับไม่ได้ที่จะต้องยอมให้ใครมาแทนที่บิดาง่ายๆ แบบนี้ แล้วนายสกลก็ไม่มีความละอายใจบ้างเลยหรืออย่างไร  

เพี๊ยะ

แม่เลี้ยงอัมราตบหน้าบุตรชายด้วยอารมณ์ขึ้งโกรธ ตนไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนแบบนี้ แม้แต่แม่แท้ๆ ยังไม่ให้เกียรติแล้วคนอื่นเล่าเขาจะปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นอย่างไร

อย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!’

แม่เลี้ยงอัมราเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างเกรี้ยวกราด แต่อนลก็ไม่ได้ยั้งติดเลยสักนิดเขาลูบหน้าตัวเองแล้วชี้ไปยังร่างเล็กยืนอยู่ในเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นแล้วด้วยแววตาโกรธแค้น

แม่ตบผมเพราะปกป้องพ่อของมันงั้นหรือ?

ตั้งแต่เกิดมามารดาไม่เคยแม้แต่จะเฆี่ยนตี แต่ครั้งนี้ถึงขั้นตบหน้าเพราะเรื่องของคนพวกนั้น คำว่ามันทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน และไม่ทันที่สลิสาจะได้ตั้งตัวคนตัวโตก็ปราดเข้ามากระชากร่างเต็มแรง นิ้วแกร่งบีบแรงคล้ายจะทิ่มแทงเข้ามาในเนื้อหนัง

ซินเจ็บ ฮือๆๆ พี่โอมปล่อยซิน...

ขอร้องเท่าไหร่คนใจดำก็ไม่ยอมฟัง ชายหนุ่มเขย่าร่างบอบบางรุนแรงเสียจนเส้นผมกระจาย แม้ว่ามารดาเขาจะเข้ามาห้ามแล้วก็ตามที

บอกแม่ฉันไปสิว่าไม่อยากแต่งงานน่ะซิน บอกไปว่าเธอจะไม่แต่งงานกับคนที่เกลียดเธอเหมือนกับเกลียดปรสิต

ซิน...ฮึก...ซิน

เธอพูดแบบนั้นไม่ได้เช่นเดียวกับที่จะอธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจด้วยรู้ดีว่าต่อให้พูดไปอย่างไรชายหนุ่มก็คงมองว่าเธอโกหก คงจริงที่ว่าถ้าคนเราเกลียดใครแล้วต่อให้คนคนนั้นทำดีแทบตายเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนความคิด

อันที่จริงสลิสาในวัยสิบแปดปีก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ก่อนหน้าเขาไม่นาน แต่เธอจะปฏิเสธคำขอของผู้มีพระคุณอย่างแม่เลี้ยงอัมราได้อย่างนั้นหรือ ทั้งชีวิตของสลิสาอุทิศให้ท่านไปหมดแล้ว

โอม ปล่อยน้องนะ ฉันบอกให้แกปล่อย!’

ไม่! แม่อย่ามายุ่ง

อนลสะบัดมารดาจนเซออกไป ความโกรธเข้าครอบงำจนอยากจะฆ่าสลิสาให้ตายคามือ

ถามจริงเถอะ แค่ที่แม่ฉันดูแลส่งเสียเธอแบบนี้มันยังไม่พอใช่ไหม พ่อเธอมันคงกลัวว่าจะไม่ได้สมบัติเพราะมันไม่ได้จดทะเบียนเลยจะยัดเยียดนังเด็กใจแตกอย่างเธอให้มาเป็นเมียฉันแทนสิท่า อยากแต่งงานกับฉันจนตัวสั่นใช่ไหม ห้ะ!

โทสะร้ายทำให้ร่างใหญ่เหวี่ยงหญิงสาวออกไปเต็มแรง เจ้าหล่อนเซไปชนโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ ศีรษะกระแทกขอบแหลมของแผ่นไม้จนแตกลึก เลือดสีแดงสดไหลออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสูงวัย

หนูซิน!’

อนลยอมรับว่าตนเองทำรุนแรงเกินไป แต่ผู้หญิงอย่างสลิสา...คนที่มีเลือดชั่วและได้รับถ่ายทอดความเลวร้ายมาจากนายสกลโดยตรงสมควรจะโดนแบบนี้ เขาไม่คิดจะสงสารเธอเลยสักนิด

ไอ้เลว!’

แม่เลี้ยงอัมราที่ปราดเข้าไปประคองหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นต่อว่าบุตรชายด้วยความเหลืออด

แกออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ไอ้โอม แล้วก็อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไป๊!’

ท่านชี้นิ้วไล่เพราะเจ็บใจเหลือเกิน ท่านไม่เคยสอนให้อนลทำแบบนี้ คำว่าลูกผู้ชายในใจเขามันหายไปไหนเสียหมด

แม่เลี้ยงคะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ซินไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ

เธอไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้เลย...ไม่เลยสักนิด

ไม่ต้องพูดปกป้องไอ้หน้าตัวเมียอย่างมันอีกต่อไปแล้วซิน

ฝ่ายคนเป็นลูกถึงกับอึ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้เขาทั้งโดนตบหนร้า โดนด่าสารเลว โดนไล่ออกจากบ้านแต่ยังไม่เจ็บเท่าถูกเปรียบเป็นไอ้หน้าตัวเมีย

ในเมื่อแกไม่แต่งก็ไม่เป็นไร แต่แกรีบเก็บข้าวของออกไปจากบ้านฉันตอนนี้เลย ไป!’

ถึงจะเสียใจแค่ไหนแต่ศักดิ์ศรีทำให้เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าในวันที่ท่านเห็นธาตุแท้ของคนพวกนี้ท่านจะเจ็บปวดซมซานแค่ไหน ชายหนุ่มเก็บข้าวของกลับต่างประเทศภายในวันเดียวกัน และนับแต่วันนั้น ชื่อสลิสาในความคิดเขาไม่ใช่ภาพของเด็กสาวแสนน่ารักอีกต่อไปแต่เธอคือนางมารร้ายที่จ้องจะทำลายชีวิตและกลืนกินอิสรภาพของเขาตลอดเวลา

แม้กระทั่งตอนที่เขาเรียนจบกลับมาเปิดร้านอาหารอยู่ในกรุงเทพ


---------

 

เพราะหลังเรียนจบ ชายหนุ่มยังไม่ยอมกลับบ้านแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วมารดาจะเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ก่อนก็ตาม อนลหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นสองปี ก่อนจะกลับมาอยู่กรุงเทพ โดยอาศัยที่ดินเล็กๆ ที่บิดาซื้อไว้เพื่อเปิดร้านอาหาร แต่กิจการไม่เข้าท่าขาดทุนติดต่อกันเป็นเวลาสองปีจนเขาถูกแม่เลี้ยงอัมราตัดหางปล่อยวัด

แถมมีเรื่องวุ่นวายตามมาเมื่อเขาพยายามเริ่มความสัมพันธ์กับพริมาผู้ช่วยเชฟในร้าน ทว่าดันถูกคนใจร้ายอย่างนายวรรธน์ วรวัฒน์ขัดขวางและก่อกวนจนมารดาเข้าใจว่าเขาไปกินน้ำใต้ศอกของคนอื่น แม่เลี้ยงอัมราเลยตัดสินใจขายร้านอาหารเป็นการสั่งสอนลกนอกคอกอย่างเขาเสีย แล้วสั่งให้เขากลับบ้าน แต่อนลก็ไม่ยอมแพ้ เขาก้าวต่อไปจนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพริมาเดินมาจนถึงขั้นหมั้นหมาย

ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้วถ้าสลิสาไม่พามารดาเขาตามมาที่กรุงเทพ เขารู้ดีกว่าใครว่าท่านจะไม่ตามมาแน่นอน หากไม่ใช่เพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นเป่าหูแล้วละก็ไม่มีทางจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น

ภายในบ้านหลังใหญ่ที่อนลเช่าไว้ทำร้านอาหารแห่งใหม่ มารดาเดินเข้ามา เบื้องหลังท่านคือหญิงสาวที่เขาชิงชัง ก่อนหน้านี้หนึ่งวันท่านมาถึงพร้อมยื่นคำขาดให้เขาเลิกยุ่งกับพริมา ไม่อย่างนั้นเขาจะได้รู้ว่าท่านเอาจริง

อนลกลัวใจท่านเหลือเกินเลยยอมถอยออกมาก้าวหนึ่ง ซึ่งก็คือยังไม่ยุ่งกับพริมาในตอนนี้ แต่มารดาเขาถือคติตีงูต้องตีให้ตาย คิดจะดึงบุตรชายกลับไปให้ได้จะต้องทำมากกว่าขู่

คู่หมั้นแกเขาฝากสิ่งนี้มาคืนให้น่ะ

แม่เลี้ยงอัมรายื่นแหวนวงหนึ่งให้เขา

แหวนวงนี้ชายหนุ่มจำได้...มันคือแหวนหมั้นระหว่างเขากับพริมา

แต่เธอส่งมันกลับคืนมาแบบนี้ทำให้หัวใจคนรออย่างเขามันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ทุกความหวังที่เขาตั้งไว้พังทลายลงไปทันทีจนสองขาแทบจะไม่มีแรงยืน

ความรู้สึกสิ้นหวังนี้ยากอย่างยิ่งที่จะหาคำใดมาอธิบาย...

แม่ไปพูดอะไรกับผิง...

เพิ่งรู้ตอนนี้ว่ามารดาไปพบพริมา แล้วท่านพูดอะไรออกไปถึงทำให้หญิงสาวยอมถอดแหวนแทนใจของเขาส่งกลับคืนมาแบบนี้

แม่ทำอะไรลงไป!?’

น้ำตาของชายหนุ่มคลอเบ้าอย่างน่าเศร้าใจ สลิสาไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน อนลคงจะรักหล่อนคนนั้นมากมายเหลือเกินสินะ

แค่คิดน้ำตาของหญิงสาวก็แทบจะไหลออกมาแข่งกับชายหนุ่มเสียแล้ว

แม่รู้บ้างไหมว่ากว่าผมกับผิงเราจะมาด้วยกันได้ไกลขนาดนี้เราผ่านอะไรมาบ้าง แล้วแม่กลับมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมฝันเอาไว้แบบนี้หรือ หัวใจแม่ทำด้วยอะไร

ชายหนุ่มทรุดลงแทบพื้นแล้วน้ำตาของเขาก็ร่วงผล็อยอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ในขณะนั้นท่านก็สวนขึ้นมาอีกว่า

แล้วหัวใจแกล่ะทำด้วยอะไร แกปล่อยให้ซินรอมาตั้งหลายปีเพื่อจะมาอยู่กับผู้หญิงมีราคีคนนั้นน่ะหรือ

ผมไม่ได้รักซิน

คำพูดของอนลนั้นดังก้องในความรู้สึกของสลิสาราวกับถูกขยายด้วยลำโพงนับสิบตัว แล้วหัวใจบางๆ ก็ถูกกรีดซ้ำด้วยคำพูดที่ตามมาอีกว่า

ผมรักลูกสาวของชายชู้ไม่ลง!’

ฉันยอมให้แกพูดดูถูกฉันมามากเกินพอแล้วนะโอม อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทน!’

เอาสิ ถ้าที่ผ่านมาแม่ยังกลั้นแกล้งผมไม่พอต่อไปนี้แม่จะทำอะไรกับผมอีกก็เชิญ แต่ผมยืนยันคำเดิมว่าผมจะแต่งงานกับผิง แล้วอย่างหวังเลยว่านังผู้หญิงคนนี้มันจะได้มีชื่อในทะเบียนสมรสของผม

สลิสาก็อยากจะบอกเขาไปเหลือเกินว่าตนก็ไม่ได้อยากจะร่วมหอลงโลงกับคนปากร้ายใจดำอย่างเขาเลยสักนิด แต่ที่ทำไปเพราะต้องการให้แม่เลี้ยงอัมรามีความสุข เพื่อชดเชยความผิดที่บิดาทำไว้กับท่านก็เท่านั้นเอง หากเธอพูดในสิ่งที่คิดไปหมดท่านก็คงจะเสียใจ หญิงสาวเลยเลือกเก็บไว้ในใจคนเดียว

ถามหล่อนหรือยังว่าหล่อนอยากแต่งกับแกหรือเปล่า

คำพูดของมารดาทำให้เขาหน้าชาไปชั่วขณะหนึ่ง

สีหน้าของหล่อนดูสบายใจด้วยซ้ำที่ได้สลัดแกออกจากชีวิตน่ะ เหอะ! แกน่าจะได้เห็นตอนที่ฉันบอกว่าว่าที่ลูกสะใภ้ของฉันจบจากเมืองนอก เจ้าหล่อนรีบถอดแหวนแทบไม่ทันเลย เห็นได้ชัดว่าหล่อนไม่พยายามที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้อยู่กับแกเหมือนอย่างที่แกทำอยู่ตอนนี้

คำว่าจบนอกทำให้สลิสาอึ้งไปไม่ต่างจากอนล เพราะตนจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาขาการบัญชีจากสถาบันเล็กๆ แห่งหนึ่งเท่านั้นเนื่องจากไม่อยากรบกวนเงินของท่านมากเกินไป แล้วก็เพิ่งรู้ว่าเมื่อครู่นี้ระหว่างที่นั่งรอให้ท่านเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ของคู่หมั้นอนลท่านจะพูดแบบนี้ออกไป

นักเรียนนอก?

สายตาดูแคลนของเขาทำให้สลิสากลืนน้ำลายขมๆ ลงคอ

ถุย! นอกคอกสิไม่ว่า!’

สลิสากัดริมฝีปากด้านในของตัวเองจนเจ็บจี๊ดเมือถูกเปรียบเทียบด้วยถ้อยคำแสบทรวง หากเขาก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น

แม่อยากได้ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสะใภ้จนตัวสั่นถึงขั้นที่ต้องกุเรื่องมาหลอกผิงเลยอย่างนั้นหรือ ให้ตายเถอะ! อะไรมันจะน่าสมเพชขนาดนี้

คำพูดคำจาของอนลทำให้มารดาขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ แต่ทั้งหมดนี่คงเป็นเพราะท่านเองที่สั่งสอนเขาไม่ดีพอ สลิสาเห็นสายตาที่ทั้งสองจ้องมองกันแล้วก็อยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น ขณะที่แม่เลี้ยงอัมราข่มความโกรธเอาไว้แล้วพูดว่า

น่าแปลกนะ นอกบ้านแกดูเป็นผู้ชายอบอุ่น สุภาพอ่อนโยนกับทุกคน แต่ในบ้านแกกลับทำสันดานเหมือนโจร ทั้งคำพูดคำจาแล้วก็กิริยาท่าทางของแกอีก

คำพูดแบบนี้หากออกมาจากปากคนอื่นเขาคงไม่รู้สึกอะไร อนลอดน้อยใจไม่ได้เลยจนนิดเดียว

แกมันเหมือนเด็กไม่รู้จักโต พออะไรไม่ได้ดั่งใจเข้าหน่อยก็ใช้แต่อารมณ์ เก่งแต่กับคนในบ้านนี่แหละส่วนนอกบ้านน่ะ อย่าให้ฉันต้องพูดว่าแกอ่อนเชิง อย่าว่ากันนะโอม...สมแล้วละที่แกได้แต่เป็นฝ่ายก้าวตามนายวรรธน์คนนั้นอยู่ตลอดเวลา

อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับมัน!’

ชายหนุ่มโพล่งขึ้นมาด้วยความคลั่งแค้น เขาเกลียดไอ้ผู้ชายใจร้ายจอมเจ้าเล่ห์อย่างวรรธน์พอๆ กับที่เกลียดสกลและสลิสานั่นแหละ

แต่กลับได้เห็นท่านยิ้มเยาะหนักกว่าเก่า

ฉันห้ามความคิดตัวเองไม่ได้เสียด้วยสิ จริงๆ ฉันก็สงสารคนอื่นนะที่ไม่มีวันได้เห็นธาตุแท้ของผู้ชายอย่างแก ก็ดีแล้วที่พริมาไม่เห็นค่าในความรักที่แกมีให้ เพราะหล่อนไม่รู้หรอกว่าการอยู่กับแกน่ะมันนรกชัดๆ

ท่านพูดเสียจนเขาคิดว่าตัวเองเลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าปีศาจไปเลยทีเดียว แต่ที่เขาเป็นแบบนี้คงจะโทษใครไม่ได้หากท่านไม่ทำตัวเหลวแหลกตอนแก่แอบมีสัมพันธ์ลับๆ กับนายสกล แถมยังจะยกย่องมันขึ้นมาเทียบเท่าบิดาเขา หากท่านไม่เห็นความสำคัญของนังเด็กนอกคอกอย่างสลิสาจนคิดจะยัดเยียดให้เขาแล้วล่ะก็

ท่านก็คงจะเป็นมารดาที่เขารักและศรัทธาดังเดิม

แม่คิดว่าตัวแม่ดีนักหรือไงชายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันผ่านความรู้สึกเจ็บปวดออกมา

พอเถอะค่ะพี่โอม…’

ในขณะที่แม่เลี้ยงอัมราแทบจะสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ สลิสาพยายามเตือนสติเขาเพราะรู้ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้เป็นแน่ ท่านมีความอดทนสูงมากก็จริงแต่ใช่ว่าท่าจะอดทนได้กับทุกสิ่ง

โดยเฉพาะสิ่งที่มันตอกย้ำหัวใจท่านซ้ำๆ

ถ้าเรียกฉันว่าพี่อีกคำเดียวฉันจะเดินไปตบเธอให้คว่ำเลย!!!’

อนลสวนกลับด้วยถ้อยคำร้ายกาจ หล่อนไม่เข้าใจบ้างเลยหรือว่าที่เขากับแม่ย่ำแย่อยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพราะครอบครัวหล่อนที่อยากได้ใคร่มีจนไม่แคร์ว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไร ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นดันลอยหน้าอยู่ในสังคมได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

ส่วนคนไม่ดีก็หนีไม่พ้นคนที่ไม่ยอมรับในตัวพวกหล่อนเช่นเขานี่แหละ

ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้

ท่านสั่งเพราะเห็นบุตรชายทำตัวแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป ความจริงสลิสาเหมือนลูกสาวอีกคนของตน อนลควรรักให้ให้เกียรติเจ้าหล่อนเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง

แม่ก็ขอโทษผมก่อนสิ ขอโทษในทุกๆ เรื่องที่แม่ทำกับผม ไม่แน่นะผมอาจจะยอมทำตามที่แม่บอกก็ได้

ยอกย้อนแบบนี้เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นคนบาป แต่มารดาคงไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดเพราะเรื่องพวกนี้มากมายเพียงใด เขาเสียใจที่ต้องผิดหวังในตัวท่านแค่ไหน...ท่านไม่เคยรู้เลย

‘…’

ความเงียบไม่ใช่เพราะท่านยอมแพ้ ท่านเพียงแต่พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้แค่นั้น แต่แล้วมันก็ขาดสะบั้นเมื่อได้ฟังถ้อยคำที่พล่ามออกมาจากปากของอนล

นี่ไงล่ะ สุดท้ายแม่ก็ทำตามความต้องการของตัวเองโดยไม่สนใจเลยว่าผมจะเป็นยังไง แม่กำลังบังคับให้ผมทำบาปด้วยการเกลียดแม่ตัวเอง

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือบางฟาดเข้าเต็มข้างแก้มของบุตรชาย อนลยกมือขึ้นลูบแก้มพร้อมกับจ้องมารดาด้วยแววตาเจ็บปวดและสิ้นหวัง ครั้งที่สองแล้วสิที่ท่านตบเขาเพราะเรื่องของผู้หญิงคนนั้น

แม่เลี้ยงอัมราน้ำตาร่วง เป็นอีกคราที่ท่านรู้สึกเหมือนใจสลาย ทุกครั้งที่ทำร้ายลูกหัวใจของคนเป็นแม่นั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าใกล้ตาย

แต่ถ้าแม่อย่างตนไม่สั่งสอนลูกแล้ว...ใครเล่าจะทำ

ถึงแกจะเกลียดฉันมากแค่ไหน ยังไงฉันก็เป็นแม่แก แล้วแกก็จะต้องกลับไปแต่งงานกับซินให้เร็วที่สุด แหวนวงนี้ไม่มีสิทธิ์อยู่บนนิ้วของผู้หญิงคนไหนนอกจากสลิสา

ท่านปามันใส่อกบุตรชายราวกับไม่ใยดีว่าแหวนประจำตระกูลของตนจะเป็นรอย

อนลกลั้นน้ำตาขณะฟังคำประกาศิตแล้วก้มลงเก็บแหวนขึ้นมา ถามตัวเองในใจว่าจะต้องสวมมนให้กับผู้หญิงที่ตนเกลียดจริงๆ อย่างนั้นหรือ

แล้วคำตอบของเขาก็คือ...ทำไม่ได้!

ชายหนุ่มยิ้มเยาะให้แหวนวงนั้นแล้วเดินผ่านท่านตรงไปยังสลิสาที่ยืนตัวสั่นอย่างหวาดผวา สายตาที่ช้อนมองใบหน้าหวานซีดราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจ มันไร้ซึ่งความรักความเสน่หาหากแต่เต็มไปด้วยโทสะและความเกลียดชัง และโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างเล็กก็ถูกผลักเต็มแรงจนล้มก้นจ้ำพื้น

ไอ้โอม!’

คนเป็นแม่ตรงเข้ามากระชากร่างใหญ่ออกแล้วเงื้อมือหมายจะตบให้เขารู้สำนึกอีกหน แต่แขนของท่านถูกอนลรั้งเอาไว้กลางอากาศ

ฝันไปเถอะว่าแม่จะได้ตบหน้าผมเพราะปกปกคนเลวพวกนี้อีกเขาประกาศกร้าว

แม่เลี้ยงอัมรามองบุตรชายด้วยสายตาที่แสดงความเจ็บปวดร้าวราน ท่านไม่ได้ตบเขาเพื่อปกป้องใครทั้งนั้นแต่ที่ทำไปเพราะห่วงใยและหวังดี ไม่อยากให้บุตรชายกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจในสายตาคนอื่น

แต่อนลคงไม่เข้าใจ...

อย่าทำอะไรแม่เลี้ยงนะคะ

มากกว่าห่วงตัวเองสลิสากลัวว่าชายหนุ่มจะทำร้ายแม่เลี้ยงอัมรามากกว่า แม้เขาจะเป็นลูกในไส้แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่ทำอะไรท่านนี่นา

ฉันไม่ทำร้ายแม่ตัวเองหรอก

หันกลับไปตอบคนที่พยายามลุกขึ้นมาจากพื้น ตอนนั้นเขาปล่อยมือออกจากท่านแล้วคว้าไหล่บางทั้งสองของสลิสาแทน

จำเอาไว้ว่าคนอย่างเธอน่ะไม่คู่ควรกับฉันแม้แต่เศษเล็บ แหวนวงนี้ถ้ามันไม่ได้สวมอยู่บนนิ้วของผิงแล้วล่ะก็ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ใส่มันทั้งนั้น

โอ้ย...

เป็นอีกครั้งที่สลิสาถูกผลักลงกับพื้น ครั้งนี้รุนแรงและเจ็บกว่าครั้งไหนๆ เลยทีเดียว ใบหน้าซีดเซียวเปื้อนน้ำตาเงยขึ้นมองเขาอย่างตัดพ้อ แต่อนลไม่อยากอยู่ตรงนี้ต่อเลยรีบสาวเท้าเดินออกไป แต่กลับต้องชะงักเมื่อได้ฟังคำพูดของมารดาที่ว่า

ถ้าแกไม่เก็บข้าวของกลับแม่ฮ่องสอนภายในพรุ่งนี้ ฉันจะจดทะเบียนสมรสกับพ่อของซิน

‘…’

แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะใช้วิธีนี้...มันเป็นสิ่งที่เขายอมไม่ได้

ครั้งนี้ฉันพูดจริง! ถ้าไม่เชื่อแกก็ลองเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ดูสิ แล้วจะรู้ว่าฉันไม่ได้ขู่...ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าแกจะทนได้ไหมที่ของของพ่อแกจะต้องตกเป็นของสกลกับซินตั้งครึ่งหนึ่ง

อนลกำหมัดแน่นอย่างคลั่งแค้น ถึงขั้นนี้แล้วเขาจะเลือกให้ท่านไม่ทำอย่างนั้นได้หรือเปล่า แค่ท่านยกมันให้มาเสมอเทียบบิดา เขาก็รับไม่ได้อยู่แล้ว...แต่นี่มารดาเขากะจะให้มันมีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสเลยหรือ

ฝันไปเถอะว่าเขาจะยอม!



**********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 294 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #961 โซ่ลิโซ่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 13:01

    ในงานศพ แม่พระเอก พลอดรักกับพ่อนางเองจริงไหม...

    #961
    0
  2. #266 kulchari (@kulchari) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:15
    เรื่องก่อนเป็นพระรองดูเป็นคนดี๊ดี มาเรื่องนี้เป็นพระเอกกลับเลวซะงั้น
    #266
    1
    • #266-1 Walanj NP ^^ (@obieses) (จากตอนที่ 4)
      10 ธันวาคม 2561 / 21:21
      ดีกับคนอื่นแต่เลวกับนางเอก คอนเซปต์นิยายเค้าล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
      #266-1
  3. #244 keidsinf2932 (@keidsinf293) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:42
    เรืองก็สนุกดีอยู่แต่ส่งสานนางเอกค่ะ
    #244
    0