สามีซ่อนรัก (eBook)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 312,136 Views

  • 1,170 Comments

  • 3,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    124,498

    Overall
    312,136

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ภรรยาแจกฟรี [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    2 พ.ย. 61


บทที่ 4 
ภรรยาแจกฟรี



 

เพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของบิดาและกันท่าไม่ให้ใครมาสูบผลประโยชน์ไปได้ง่ายๆ อนลเลยต้องกลับแม่ฮ่องสอนตามคำสั่งของมารดา กลับไปพร้อมกับหัวใจที่แหว่งโหว่เพราะแผลที่ได้นั้นใหญ่เกินรักษา เขาจมอยู่กับความเศร้าแต่ก็ไม่คิดจะให้ใครมาแทนที่พริมาได้ง่ายๆ

ชายหนุ่มใช้เวลาทำใจอยู่เกือบปีเพื่อลืมเธอให้ได้ และที่สำคัญเขาต้องการให้มารดาทบทวนเรื่องแต่งงานของเขากับสลิสาใหม่อีกรอบ หากสุดท้ายท่านก็ยังยืนยันคำเดิม ทั้งคู่เลยต้องจำใจจูงมือกันไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอให้สมความปรารถนาของแม่เลี้ยงอัมรา

แต่คืนแรกของสลิสามันช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำ

“ซินต้องทำยังไงพ่อเลี้ยงถึงจะยอมเชื่อว่าซินกับพ่อไม่เคยคิดร้ายกับพ่อเลี้ยงเลย”

เพราะถึงจะผ่านมาเกือบปีแล้วแต่เธอก็ยังไม่ชินกับความกักขฬะป่าเถื่อนของคนเป็นสามี เช่นเดียวกับที่ไม่เคยเข้าใกล้คำว่ารักจากใจของเขา

“ไปบอกแม่ฉันสิว่าเธอต้องการหย่า แล้วฉันจะเชื่อเธอ”

เมื่อครู่นี้เขาทนฟังท่านบ่นไม่ไหวก็เลยพูดออกไปว่าเขาจะหย่ากับเธอ เท่านั้นแหละโต๊ะกินข้าวก็กลายเป็นนรกขนาดย่อมๆ ท่านหาว่าเขาไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ไม่มีความรับผิดชอบ แล้วที่รับมาตั้งปีกว่าแล้วมันไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ

ท่านพูดราวกับว่าสลิสาจะต้องตายแน่ๆ ถ้าเขาหย่ากับหล่อน!

เมื่อทนไม่ไหวชายหนุ่มเลยขอตัวขึ้นนอน แล้วปล่อยให้ท่านนั่งรับประทานอาหารต่อเพียงลำพัง

“มันไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ”

หญิงสาวไม่ได้จะบ่ายเบี่ยง และใช่ว่าจะไม่เคยคิดเรื่องหย่า แต่ผลเสียที่ตามมามันไม่คุ้มค่ากันเลย...เธอไม่อยากทำให้แม่เลี้ยงอัมราเสียใจด้วยการตัดสินใจทำเรื่องเห็นแก่ตัว

“มีสิ” เขาว่า

คิ้วงามขมวดมุ่นไม่เข้าใจ ก่อนจะได้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยามขณะที่อนลเอ่ยออกมาว่า

“เธอไง! ง่ายกว่าโสเภณีเสียอีก”

สลิสาหน้าชาคล้ายกับถูกตบด้วยรองเท้านับสิบคู่ แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่หยุดพูดจาคุกคาม

“พวกหล่อนเขายังมีค่ามีเกียรติกว่าเธอตั้งเยอะ เขานอนกับใครแต่ละครั้งก็ได้ตังมาใช้ตามต้องการ แต่เธอน่ะ ที่แบให้ฉันเอาทุกวันนี้ไม่เคยได้อะไรเลย สินสอดสักแดงก็ไม่ได้”

น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะทนอยู่แบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน หรือจนกว่าหัวใจจะมอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

“ถามจริง? เธออายบ้างไหม”

“แค่เห็นแม่เลี้ยงมีความสุขซินก็พอใจแล้ว...”

เพราะที่ทำก็เพื่อทดแทนบุญคุณที่ท่านส่งเสียเลี้ยงดู และเพื่อชดเชยความผิดที่บิดาของตนทำร้ายจิตใจของท่าน สองประโยคหลังเธอไม่ได้พูดออกไปเพราะมันคงทำให้เขาหมั่นไส้เธอมากกว่าเดิม

“หึๆ”

เสียงหัวเราะแบบนี้คือสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดี

“ลืมไปอีกเรื่องนึงนะ”

เขาทำให้เธอแปลกใจอีกแล้ว...มันเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ

“เธอลืมพูดถึงความสุขทางกายไปยังไงล่ะ”

“...”

“การที่เธอถ่างขาให้ฉันเอาถึงไม่ได้ค่าตอบแทนเลยสักบาทแต่ฉันเชื่อว่าเธอมีความสุขมาก ถูกไหม? เพราะฉันเอาเธอทีไรเธอก็ครางไม่เป็นภาษาทุกที”

มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก สลิสาอยากเถียงและรู้ว่าข้อนี้อนลก็รู้...บางครั้งถ้าเขาอารมณ์ดีเท่านั้นชายหนุ่มถึงจะนุ่มนวลและมอบความสุขให้ แต่ถ้าวันไหนที่เขาโมโหขึ้นมาอย่าได้ฝันว่าเขาจะทำแบบนั้น มันทำให้สลิสาเจ็บปวดทั้งกายใจ และคิดว่าครั้งนี้ก็คงจะไม่ต่างกัน

“พ่อเลี้ยงมีความสุขใช่ไหมคะที่ได้พูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้”

สลิสาน้ำตาไหลพราก อยากรู้ว่าหัวใจเขาทำด้วยสิ่งใด ทำไมถึงได้ใจร้ายกับเธอได้ถึงขนาดนี้ เธอมีความผิดอะไรงั้นหรือ...แค่เพราะเธอเป็นลูกของคนที่เขาตราหน้าว่าชายชู้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูผิดไปหมดในสายตาเขาใช่ไหม

“โอ๊ย! พ่อเลี้ยงปล่อยซินนะ”

ร่างบางบิดเร่าเมื่อเขารวบขึ้นทั้งสองข้างของเธอแล้วตรึงเอาไว้เหนือศีรษะ แรงของอนลราวกับยักษาที่กำลังจะฉีกร่างชิ้นส่วนของสลิสาออกจากกัน ตอนนั้นอนลหัวเราะเบาๆ อย่างพอใจ แววตาเป็นประกายคือคำตอบอย่างดี

“ฉันจะบอกว่าฉันโคตรมีความสุขเลยละ”


--------- Sensor ---------

 

พอเขาอารมณ์ดีแล้วก็มักจะพูดแบบนี้ เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนพอใจหรือยินดี แต่คงไม่ใช่เรื่องดีหากเขามองว่าเธอชวนทะเลาะ

“อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ ถ้าไม่อยากโดนแบบนั้นอีกก็ไปบอกแม่ว่าจะหย่าเรื่องมันจะได้จบ”

เธออยากหย่า...

อยากตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานแล้วด้วยซ้ำแต่เพราะมีบางอย่างมันคำคออยู่และก็ไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้ ทำได้เพียงหวังให้สักวันคนข้างๆ นั้นหันมาเห็นใจกันสักหน่อยเท่านั้นเอง

“ซินขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

สลิสารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย พอจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ไม่ลืมเตรียมผ้าขนหนูและบีบยาสีฟันลงบนแปรงของสามี พอเขาเข้าไปอาบน้ำเธอก็เตรียมเสื้อผ้าไว้รอท่าตามหน้าที่ภรรยาที่ดี เสร็จสรรพตนก็เดินลงไปชั้นล่างหมายจะหาอะไรรองท้องจะได้ทานยาแก้ไข้ด้วยตอนนี้รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย


---------

 

สลิสาทั้งตกใจและไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นแม่เลี้ยงอัมรานั่งอยู่ที่ห้องรับแขก ท่านยังสวมชุดนอนอยู่ซึ่งผิดวิสัยมากไป ปกติแล้วหญิงสูงวัยจะตื่นเวลาเดียวกันกับลูกสะใภ้ และเธอจะเห็นท่านได้ก็หลังจากที่ท่านอาบน้ำแต่งตัวลงมาช่วยสลิสาเข้าครัว

“แม่เลี้ยงยังไม่ได้นอนหรือคะ” 

เธอฝืนร่างอ่อนล้าเดินไปหาท่าน ใบหน้าหม่นหมองเงยขึ้นมองมองเธอแล้วส่งยิ้มขื่นชม

“แม่รอพ่อของซินอยู่น่ะ”

เมื่อคืนสกลไม่กลับบ้านทั้งคืน คนเป็นลูกก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้นี่เอง และยิ่งรู้สึกผิดแทนกับแม่เลี้ยงอัมราไปอีก 

มากกว่านั้นเธอสงสารท่านเหลือเกินที่บิดาเธอไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเลยสักนิด หญิงสาวทำได้ดีที่สุดเพียงแค่เดินเข้าไปสวมกอดท่านเอาไว้ แล้วปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น

“ขอโทษแทนพ่อด้วยนะคะ”

ท่านแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ชีวิตของผู้หญิงแก่คนนี้ผ่านเรื่องเลวร้ายมาตั้งมากมายจนคล้ายกับว่าจะต้านทานมรุสุมนั้นไม่ไหว นับตั้งแต่ถูกบังคับให้แต่งงานกับชายที่ตนเองไม่ได้รัก ต้องทนเห็นผู้ชายที่ตนผูกสมัครรักใคร่มีใจให้หญิงอื่นขณะที่ตนเองต้องทนขมขื่นกับชีวิตแต่งงานซึ่งไม่ได้ราบรื่นเหมือนในนิยาย


---------

 

หลังจากอนลเรียนจบชั้นอนุบาลท่านก็แทบจะไม่ได้เลี้ยงดูลูกเลยเนื่องจากพ่อเลี้ยงอนุพงศ์ผู้เป็นสามีส่งบุตรชายไปเรียนโรงเรียนประจำเหตุเพราะหึงหวงตนกับผู้จัดการอย่างสกลเลยเอาคืนด้วยเรื่องลูก ยิ่งโตขึ้นชายหนุ่มก็เริ่มมีโลกส่วนตัวของตัวเองบวกกับนิสัยผู้ชายทำให้สนิทกับบิดามากกว่า

แม่เลี้ยงอัมราเลยรับอุปการะเด็กหญิงสลิสาเป็นการชดเชยและเยียวยาความรู้สึกของตัวเองท่ามกลางความไม่พอใจของคนเป็นสามี แต่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูเขาเลยไม่ได้เกลียดชังอะไรเด็กหญิงนัก หากก็ไม่ได้รักเหมือนลูกในไส้อย่างที่คนเป็นภรรยารู้สึก เช่นเดียวกับอนลที่คิดว่าแม่รักเด็กหญิงมากกว่าจึงได้เห็นว่าชายหนุ่มแกล้งน้องเป็นประจำ

เมื่ออนลโตเป็นหนุ่มเขาถูกส่งไปเรียนต่างประเทศ แม่ลูกยิ่งเหินห่าง หัวใจอ่อนแอของคนเป็นแม่ยิ่งอ้างว้าง ทุกข์ทรมานกับความคิดถึงที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะหายไป ซ้ำร้ายช่วงปิดเทอมยังคนเป็นพ่อยังพูดโน้มน้าวให้ลูกหาประสบการณ์การทำงานเพิ่มเติมทั้งที่ความเป็นจริงไม่ต้องการให้กลับบ้าน หมายจะทรมานคนเป็นแม่ให้ด่าวดิ้น

กระทั่งสิ้นพ่อเลี้ยงอนุพงศ์เรื่องราวทุกอย่างก็เริ่มเลวร้ายเมื่อถูกบุตรชายกล่าวหาว่าทำให้บิดาต้องตรอมใจตาย สกลก็ต้องการที่จะจากไป หมายจะปล่อยให้ตนแบกกิจการใหญ่โตไว้บนบ่าเพียงลำพัง แม่เลี้ยงอัมราจึงยอมทำทุกทางเพื่อรั้งเขาไว้

แม้จะต้องแลกกับหัวใจที่พังยับเยินก็ตาม

“ซินไม่ผิดอะไรเลยนะลูก ซินทำดีที่สุดแล้ว”

ท่านไม่คิดจะโทษใครเพราะโชคชะตาได้กำหนดเอาไว้หมดแล้ว

“สกลมีสิทธิ์ที่จะเลือก แล้วก็ไม่ผิดถ้าเขาจะเลือกไปกับผู้หญิงคนนั้น”

ผู้หญิงคนนั้น...คนที่สลิสาเองก็คุ้นเคย และเป็นคนเดียวกับที่เธอเห็นหล่อนขับรถสวนมาเมื่อวานจนเป็นเหตุให้ตัวเองถูกไล่ไปนั่งท้ายกระบะ

เธอสงสารตัวเอง แต่ก็เห็นใจผู้มีพระคุณมากกว่า สำหรับบางคนอยู่ไกลกันแค่ไหนหัวใจเขายังเป็นของกันและกัน แต่ชีวิตของสลิสาและแม่เลี้ยงอัมรานั้น แม้จะอยู่ใกล้คนที่รักเพียงแค่เอื้อมมือแต่ก็ยังรู้สึกว่าอยู่ไกลเหลือเกิน

หากคนเราก็มีความสามารถในการตั้งรับความเจ็บปวดได้เหมือนกันก็ดีสิ...หัวใจของแม่เลี้ยงอัมรานั้นบอบช้ำมาเยอะเหลือเกิน...เยอะจนเธอไม่อาจจินตนาการได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตนไม่อยากปล่อยให้แม่เลี้ยงอยู่เพียงลำพังด้วยระยะหลังท่านมีอาการแปลกๆ

...แปลกจนสลิสาหวั่นใจว่าท่านจะทำอะไรที่หลายคนคาดไม่ถึง

“อย่าเศร้าไปเลยนะคะ...ถึงยังไงซินยังคงอยู่ข้างแม่เลี้ยงเสมอ”

สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวให้คนที่หัวใจเหี่ยวเฉาบอบช้ำอย่างตนคงอยู่ในปางไม้วนาวัลย์ได้ก็คือท่าน เพราะมารดาของหญิงสาวเสียชีวิตตั้งแต่วันที่เธอลืมตาดูโลก สลิสาจึงไม่เคยสัมผัสอุ่นไอรักจากอกแม่ ตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตของเธอก็มีแต่ท่านเสมอมา เธอรักท่านเหมือนแม่บังเกิดเกล้าเลยด้วยซ้ำ หากไม่มีท่านป่านนี้ชีวิตก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร จะได้เรียนหนังสือหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือคงระหกระเหินอยู่ไหนสักที่

และยิ่งบิดาของตนทำเลวร้ายเย็นชากับท่านมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกรักและเห็นใจท่านมากเท่านั้น หากมีสิ่งใดที่เด็กสาวคนนี้พอจะทำเพื่อท่านได้สลิสาจะยอมโดยไม่มีเงื่อนไข แม้กระทั่งเรื่องใหญ่ของชีวิตนั่นคือการแต่งงาน เมื่อหลายปีก่อนตอนที่พ่อเลี้ยงอนุพงศ์สามีของท่านเสียชีวิต บิดาของเธอตัดสินใจจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่ท่านข้อร้องให้สลิสาอยู่ต่อไป เพราะท่านไม่เหลือใครแล้ว

ท่านสารภาพกับเธอว่าท่านอยากให้เธอซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ชายที่ท่านรักมาตลอดมาเป็นลูกสะใภ้จึงรับอุปการะเธอตั้งแต่เด็กๆ ท่านรู้ว่าสายเลือดของคนที่ท่านไว้ใจแถมยังเป็นคนดีอย่างสลิสาจะช่วยส่งเสริมชีวิตของบุตรชายท่านให้ได้ดี

ความจริงข้อนี้ทำให้หญิงสาวตระหนักได้ในทันทีว่าชีวิตของตนเกิดมาเพื่อเป็นของอนลเท่านั้น เธอก็ไม่ได้อยากเป็นคนที่ต้องอยู่ตรงนี้แล้วเจอแบบนี้หรอก แต่บางทีมันก็เลือกไม่ได้และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คนดีอย่างเธอจะได้รับความรู้สึกดีๆ จากคนเป็นสามีบ้าง

“ขอบใจมากลูก” อย่างน้อยๆ ก็มีสลิสาคอยอยู่เคียงข้าง แต่ระหว่างนั้นท่านก็สัมผัสถึงผิวกายของสลิสาที่ร้อนผะผ่าว

“ตัวรุมๆ นะซิน แม่ว่าไปหาหมอดีกว่า เพราะตากฝนมาเมื่อวานแน่ๆ เลย”

“คงไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะแม่เลี้ยง เดี๋ยวกินยาแล้วนอนพักผ่อนก็ดีขึ้น” เธอไม่อยากไปหาหมอ เธอไม่ชอบโรงพยาบาลพอๆ กับที่ไม่ชอบกินยานั่นแหละ แม่เลี้ยงอัมราได้แต่ส่ายหน้าด้วยรู้ว่าบังคับเท่าไหร่คงไม่เป็นผล เพราะลูกสะใภ้คนนี้ใจแข็งไม่น้อยเหมือนกัน

“เมื่อคืนได้ปรับความเข้าใจกับพี่เขาหรือยัง”

สลิสาสะอึก เธอคลายอ้อมกอดแล้วเงยหน้ามองท่าน...แน่นอนท่านคงรู้ว่าเมื่อวานเธอโกหก ไม่อย่างนั้นแนลคงไม่โมโหขึ้นห้องไปแบบนั้นหรอก

“เงียบแบบนี้แสดงว่ายัง”

“เราไม่ได้มีปัญหากันนะคะ”

“โอมมันพูดถึงเรื่องหย่า”

“...”

ใช่...เมื่อคืนชายหนุ่มก็พูดกับเธอ ตอนเช้านี้ก็ยังพูดอีกเหมือนกัน

“หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะลูก แม่ไม่อยากเสียหนูไป แม่ไม่รู้จะอยู่ยังไงถ้าไม่มีหนู”

ท่านรักสลิสาเหมือนลูกแท้ๆ เพราะในยามทุกข์ก็มีแต่เจ้าหล่อนที่เห็นใจ จึงหมายมาดหล่อนไว้ให้ได้อยู่กินกับบุตรชาย ที่จริงก็เห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันอยู่ไม่น้อย ทว่าหากไม่ทำบังคับให้แต่งงานกับอนลตั้งแต่แรกป่านนี้สาวน้อยของท่านก็ไม่รู้จะต้องช้ำใจเพราะถูกใครย่ำยี

ป้าของเจ้าหล่อนจ้องจะใช้ประโยชน์จากความสวยงามที่ท่านเพียรถนอมมาเนิ่นนานราวกับเสือจ้องขย้ำเหยื่อเสียขนาดนั้น ท่านไม่อยากให้สลิสาต้องหม่นหมองจึงให้ดองกับตนเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป อีกอย่างหนึ่งก็เพราะเชื่อว่าเด็กคนนี้จะช่วยเกื้อกูลบุตรชายตนด้วยความดีงามที่หล่อนมี

แต่ต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อไหร่ที่พ่อคนปากแข็งจะยอมรับว่าแพ้ใจตัวเอง

“อย่าพูดเป็นลางสิคะ” สลิสามีสีหน้าเป็นกังวล

เธอยอมรับว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวานความคิดเรื่องหย่าก็มีอยู่เต็มหัว แต่พอได้เห็นท่านตอนนี้เธอก็สงสารจนไม่อยากจะจากท่านไปไหน หากไม่มีเธอแม่เลี้ยงอัมราก็คงไม่เหลือใครอีกแล้ว

วินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็แสดงอาการที่ทำเอาท่านนิ่วหน้าอย่างครุ่นคิด นั่นคือพะอืดพะอมเหมือนคนอยากอาเจียน ใบหน้าก็ซีดเป็นไก่ต้ม

ซินอาการเหมือนแม่ตอนท้องตาโอมเลย

หัวใจของสลิสาหล่นวูบเมื่อท่านเอ่ยถึงในสิ่งที่เธอกลัว ชีวิตคงเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหากเธอปล่อยให้ตัวเองท้อง อนลจะเกลียดเมียยัดเยียดอย่างเธอก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าเขาจะเกลียดลูกด้วยเธอรับไม่ได้...

เธอไม่อยากให้ลูกมารับกรรม รู้ดีว่าลูกที่พ่อไม่รักแถมยังเกลียดด้วยนั้นมันเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน

ไม่น่าจะใช่นะคะ ซินกินยาคุมตลอด

ไม่มั่นใจหรอกว่ามันจะช่วยได้ เพราะตอนไปซื้อยาเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์ซ้ำก็มีโอกาสสูงมากที่ยาคุมจะเอาไม่อยู่...แล้วอนลก็เอาเปรียบเธอเสมอที่มีโอกาส

แบบนี้ยิ่งต้องไปโรงพยาบาลเลย ไปตรวจให้มันรู้กันไปว่าท้องหรือเปล่า แม่ตื่นเต้นจะแย่แล้วแม่อยากมีหลาน

เมื่อพูดถึงหลานแววตาหม่นเศร้าของแม่เลี้ยงอัมร่าก็เป็นเปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสลิสานั้นกระอักกระอ่วนเสียเหลือเกิน

“เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะแม่เลี้ยง ประจำเดือนซินเพิ่งหายเมื่อสองวันก่อนนี่เอง”

หัวใจของคนสูงวัยห่อเหี่ยวเพราะคำลวงคำโต แต่หญิงสาวรู้ดีกว่าใครเพราะเพิ่งนึกได้เมื่อไม่นานมานี้ว่าประจำเดือนขาดไปร่วมสามเดือนแล้ว

“ซินว่าแม่เลี้ยงไปนอนก่อนดีกว่านะคะ แบบนี้มันไม่ดีเลย มาค่ะซินพาไป” เธอรีบตัดบทแล้วไปส่งท่านขึ้นนอน


*****************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #1143 มิโนรุ (@n_snoey) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:29

    เข้าใจพระเอกนะ เพราะนางไม่รู้ นางเลยร้าย คิดสภาพตัวเองไม่ออกเหมือนกันถ้าเจอแบบพระเอก คงเกลียดแรงกว่านี้ จริงๆพระเอกไม่ผิดอะไรเลยที่ใจร้าย ผิดที่ทุดคนไม่บอกความจริงกับนาง ปล่อยให้นางเข้าใจผิดต่างหาก

    #1143
    0
  2. #1050 Meipimars (@pimsung40) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 20:12
    แงงง สงสารทุกคนเลยย แต่พระเอกก็ใจร้ายกัน
    #1050
    0