สามีซ่อนรัก (eBook)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 358,962 Views

  • 1,220 Comments

  • 2,369 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,134

    Overall
    358,962

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 ใกล้กันแค่นี้ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 374 ครั้ง
    2 พ.ย. 61



บทที่ 2
ใกล้กันแค่นี้

 



หลังจากผละออกร่างใหญ่ก็บอกให้สลิสาลุกขึ้นแต่งตัว เธอจึงกลั้นใจดันกายลุกขึ้นแม้จะปวดร้าวไปทั้งกายก็ตามที แต่ก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่มีเอาไว้ได้เลย

“เธอรู้ไหมซิน...บางทีน้ำตาของเธอมันก็ใช้ไม่ได้ผล”

เสียงเข้มเย็นเยียบของคนที่ลุกขึ้นแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าริ้นเศร้าเบือนขึ้นมองเขาเพียงชั่ววินาทีแล้วก็ก้มลงดังเดิม

เธออยากแก้คำพูดของเขาให้ถูกต้องว่าน้ำตาของเธอไม่เคยใช้ได้ผลเลยต่างหาก

แต่พูดไปก็เท่านั้น...รังแต่จะทะเลาะกันเสียเปล่า หญิงสาวจึงลุกขึ้นแต่งกายให้เรียบร้อยแล้วเตรียมจะเดินออกจากสำนักงานไป

ทุกอย่างอยู่ในสายตาคนเป็นสามีตั้งแต่ต้น ส่วนลึกในใจรู้สึกสงสารแต่เขาไม่ต้องการให้คนพวกนี้ได้ใจ...จะทำให้สลิสากับพ่อรู้ว่าเขาไม่เหมือนมารดาที่จะเมตตางูพิษทั้งสองตัวนี้ ร่างใหญ่ใหญ่จึงปรี่เข้าไปกระชากแขนเรียวไว้ในจังหวะที่สลิสากำลังจะเปิดประตู

“พ่อเลี้ยง!” มือเล็กพยายามดันเขาออกไป

“เช็ดน้ำตาซะ”

นิ้วแกร่งไล้น้ำตาออกจากแก้มนุ่มแต่แววตาหนุ่มปราศจากความอ่อนหวาน มันคงจะดีไม่น้อยหากนี่เป็นการปลอบโยน...แต่เธอรู้ดีว่าไม่ใช่

“อย่าให้ฉันต้องซวยเพราะว่าแม่ฉันเห็นเธอร้องไห้”

สุดท้ายแล้ว...อนลไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเมียนอกหัวใจ


---------

 

น้อยครั้งนักที่อนลจะยอมให้เธอโดยสารมาด้วยแบบนี้ แต่ตุ๊กตาหน้ารถอย่างสลิสาดูไร้ชีวิตชีวาเหลือเกินเพราะไม่ได้ตื่นเต้นหรือดีใจเลยสักนิด มีแต่ความหวาดหวั่นจนทำตัวไม่ถูก

“อะไรนักหนา”

น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นหลังจากกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับออกมาไกลสำนักงานได้สักพัก

คนที่นั่งตัวลีบเกือบจะติดประตูรถหันมองใบหน้าซีกข้างของสามี ไม่แน่ใจว่าเขาเพียงพึมพำหรือกำลังพูดกับเธอ และมันก็ชัดเจนในประโยคต่อมา

“ไม่ต้องแสดงท่าทางรังเกียจฉันขนาดนี้ก็ได้”

“ขอโทษที่ทำให้พ่อเลี้ยงคิดอย่างนั้น” เธอแค่ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร...คนอย่างเธอแค่หายใจก็ผิดแล้วในสายตาของเขา

อนลไม่ได้สนใจคำพูดขอเธอเลยทำให้หญิงสาวแอบคิดว่าชายหนุ่มแค่ต้องการหาเรื่องเพราะคงหมั่นไส้ตนเต็มทนจึงพยายามนั่งในท่าที่สบายกว่าเดิมแต่ก็ไม่คิดจะชวนสนทนา ก่อนที่รถชะลอความเร็วลงพร้อมกับที่สายตาของเขามองไปยังรถอีกคันที่ขับสวนมา

พลันเท้าใหญ่ก็เหยียบเบรกด้วยอารามโกรธ สลิสาร้องลั่นหัวคะมำจนหน้าผากชนกับคอนโซลอย่างแรง แรงกระแทกเพียงพอจะทำให้หน้าผากโนนูนและสลิสารู้สึกมึนไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว

“อูย...”

มือบางถูหน้าผากยิกๆ ขณะที่ในรถนั้นเงียบเชียบ คนตัวใหญ่เงียบไปราวกับว่ากำลังข่มใจตัวเองอยู่เธอรู้ดีว่าเพราะอะไร ในใจได้แต่ภาวนาขออย่าให้สถานการณ์มันเลวร้ายลงไปกว่านี้เลย

แต่ในนาทีที่เงยหน้าขึ้นมองเขาเธอก็เข้าใจทุกอย่าง

พ่อของเธอนี่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยนะ” เสียงเข้มเค้นลอดไรฟันออกมาในคราที่กรามแกร่งขบเข้าด้วยกันแน่น

หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความหวั่นใจ เอาเข้าจริงแล้วเธอก็ไม่เข้าใจทั้งเขาและไม่เข้าใจทั้งบิดานั่นแหละ แล้วคำถามนี้คนตอบนั้นไม่อยู่คนอยู่ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร

พ่อเลี้ยงจะให้ซินไปพูดกับพ่อให้หรือเปล่าคะ” 

เผื่อเขาอยากฝากอะไรถึงท่านบ้าง หากมีโอกาสเหมาะเธอจะได้เจาะจงพูดกับท่านตรงๆ

แต่ราวกับว่าความเป็นสลิสาจะไม่ถูกใจเขาอีกแล้ว

“โอ๊ย!” 

ร้องเสียงสั่นเมื่อถูกเขากระชากข้อมือเต็มแรงจนร่างบางแทบจะปลิวข้ามไปหาเขา ข้อมือเธอเจ็บมากก่าหน้าผากเสียอีก 

“ซินทำอะไรผิด?”

“ทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ” เธอยังมีหน้ามาถามว่าทำอะไรผิด “นี่มันเป็นสิ่งที่เธอควรทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือห้ะ? เธอมีสมองเหมือนกันไม่ใช่หรือ คิดไม่เป็นหรือไงว่าเรื่องไหนควรทำหรือไม่ควรทำ ไม่จำเป็นต้องให้ฉันบอกหรอกมั้งซิน

...นอกเสียจากว่าเธอไม่ต้องการจะทำแบบนั้น เธอคงอยากสนับสนุนให้พ่อเธอทำชั่วช้าในอาณาจักรของฉันสินะ”

“พ่อเลี้ยงรู้ได้ยังไงว่าซินไม่เคยพูด”

อนลไม่เคยรู้หรอกว่าที่ผ่านมาสลิสาลำบากใจมากแค่ไหน เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานเท่าไหร่แต่อย่างไรเสียเธอก็คงต้องทนจนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม

“แล้วทำไมมันยังทำ!

“ซินไม่รู้”

ตอบเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เธอไม่อยากกลายเป็นผู้หญิงสำออยเจ้าน้ำตาให้ใครได้หัวเราะเยาะ 

ที่จริงสลิสาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบิดาตนคิดอะไรอยู่ แต่ที่รู้คืออนลไม่ควรเอาความโกรธเกลียดชิงชังที่มีต่อท่านมาลงกับเธอเลย 

ทว่าที่ผ่านมามันก็มักเป็นเช่นนี้เสมอ...

เขาเกลียดเธอ และมีเธอไว้เพื่อเป็นที่ระบาย

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็จงใจผลักเธอออกเต็มแรง สายตาหมองเศร้ามองเขาที่เปิดประตูลงไปแล้วเดินอ้อมตัวรถมาฝั่งตนด้วยความฉงน จนกระทั่งเขาเปิดประตูรถแล้วดึงเธอลงไปถึงได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร

“ลงมา!

“ซินจะกลับบ้าน...”

แม้เสียงที่ตอบเขาจะไม่ดังนักแต่มันมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอจะไม่ทำตาม ใครจะยอมถูกทิ้งไว้ตรงนี้ทั้งที่ใกล้ค่ำไหนฝนก็ตั้งเค้าว่าจะตกอีก เธอไม่มีทางเดินกลับไปยังที่ที่บิดาอยู่หรอกเพราะมันไกลกว่าระยะทางกลับบ้านใหญ่เสียอีก

“เชื้อพ่อเธอมันแรงมากสินะ มานี่”

อนลคว้าแขนเล็กแล้วกระชากเต็มแรงจนสลิลาแทบจะปลิวออกมาจากรถ เธอรู้แล้วว่าอย่างไรก็คงจะขัดใจเขาไม่ได้ ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอถูกบีบเต็มแรงจนเผลอคิดว่าปลายนิ้วแกร่งกำลังจะทิ่มแทงเข้ามาในเนื้อหนัง สายตาที่มองมาก็ราวกับว่าจะฆ่ากันตายให้ได้อย่างไรอย่างนั้น

“ในเมื่อพ่อเธอมันรำยำย่ำยีศักดิ์ศรีของแม่ฉันแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะถนอมดวงใจของมัน ไป!

สลิสาทั้งถูกผลักถูกเหวี่ยงไปยังท้ายรถ อนลเปิดฝาท้ายของกระบะออกแล้วผลักไหล่มนอีกครั้งจนเธอนั่งลงแต่ก็ดันเธอเข้าไปด้านในอย่างไร้ความอ่อนโยนเพื่อจะได้ปิดมันเหมือนเดิมก่อนจะยักไหล่แล้วพูดว่า

“ถ้าไม่อยากนั่งกระบะ จะลงไปเดินก็ได้นะ”

“...”

สลิสาไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีกแล้ว ถ้าคิดในแง่ดีอย่างน้อยอนลก็ไม่ใจร้ายปล่อยให้เธอเดินกลับบ้านค่ำมืด แต่ก็อดเสียใจไม่ได้ที่มันเป็นแบบนี้

“ดี! อย่ามากระโดดลงจากรถทีหลังก็แล้วกัน บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าเธอไม่ตายฉันจะถอยรถมาทับให้ร่างแหลกเลยคอยดู”

เขาไม่ต้องพูดแบบนี้หญิงสาวก็รู้ว่าอนลเกลียดเธอจนอยากฆ่าให้ตายอยู่แล้ว สลิสาไม่ได้ต่อปากต่อคำอะไรคนใจร้ายเลยเดินกลับไปขึ้นรถ

ในระหว่างที่รถแล่นต่อไปได้สักพักฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ฝนเม็ดใหญ่ไม่ได้ทำให้เหน็บหนาวเท่าความเย็นชาของคนเป็นสามี เพราะชายหนุ่มไม่คิดจะเห็นใจกันสักนิดเขาขับรถต่อไปเรื่อยๆ ราวกับว่าสลิสาด้อยค่ายิ่งกว่าหมาจรจัดที่เขาแวะรับจากข้างทาง

คนตัวบางได้แต่กอดเข่าบรรเทาความหนาวที่ก่อเกิดทั้งกายและใจท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด ไม่คิดจะกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้อีกต่อไป หารู้ไม่ว่าคนข้างในคอยเหลือบตามองหล่อนผ่านกระจกหลังตลอดเวลา เขาพยายามบอกกับตัวเองว่าอย่าแม้แต่จะคิดหรือรู้สึกสงสารเจ้าหล่อนเชียว

พ่อของหล่อนยังไม่เคยคิดจะสงสารหัวใจของมารดาตนเลยนี่นา แบบนี้แหละสกลถึงจะรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรเมื่อคนที่รักถูกทำร้ายหัวใจ


---------

 

กับข้าวบนโต๊ะอาหารเย็นชืดไปนานแล้วแต่แม่เลี้ยงอมรากลับไม่แตะอะไรเลยสักนิด ร่างซูบนั่งเงียบๆ อยู่ตรงหัวโต๊ะอย่างรอคอย ปกติสลิสาจะทานข้าวเป็นเพื่อนท่านทุกมื้อส่วนบุตรชายและสามีใหม่ต่างไปกันคนละทาง

“เก็บเถอะ” 

ตัดสินใจบอกกับเด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมกับถอนหายใจอย่างคนสิ้นหวัง ดวงตาไร้พลังทำให้คนรับคำสั่งอ่อนใจ

“กิ๋นสักน้อยก็ยังดีหนาเจ้า”

ระยะหลังร่างกายของแม่เลี้ยงอมราเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าน้ำหนักท่านน่าจะลดลงไปไม่ต่ำกว่าสิบกิโลกรัม ทำให้หลายคนไม่คุ้นกับภาพหญิงสูงวัยร่างผอมแบบนี้ คนงานต่างก็เอาไปพูดกันว่าท่านตรอมใจเรื่องสามี

“มันไม่อร่อย”

แม้จะยังไม่ได้ชิมเลยสักคำท่านก็รู้ สู้ไม่กินเสียเลยจะดีกว่า ท่านจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางออกคำสั่งว่า

“ถ้าซินกลับมาบอกให้ไปหาฉันบนห้องด้วย”

“เจ้าแม่เลี้ยง”

สิ้นเสียงขานรับของเด็กรับใช้ก็ได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน แม่เลี้ยงอัมราเปลี่ยนใจไม่ขึ้นห้องแต่เดินไปต้อนรับผู้มาใหม่ หากภาพที่เห็นทำให้หัวใจของท่านหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“ซิน!

สลิสากำลังพาตัวเองลงมาจากกระบะในสภาพเปียกโชกและสั่นเทาไปทั้งตัว้้ ส่วนบุตรชายของท่านนั้นเปิดประตูลงมาจากรถด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน แม่เลี้ยงอัมรามองอนลด้วยสายตาคาดคั้นก่อนที่เสียงเหี้ยมเกรียมจะเอ่ยถามไปว่า

“แกทำกับน้องแบบนี้ได้ยังไงตาโอม”               

เขาลอบถอนหายใจก่อนจะเหลือบมองคนสั่นหนาว หญิงสาวเดินเข้าไปหาเด็กรับใช้ที่เพิ่งเข้าไปหยิบผ้าขนหนูมาให้และเข้าใจสายตาของเขาเป็นอันดีเลยไม่ได้พูดอะไรในยามที่แม่เลี้ยงอัมราหันมาสบตา

“ซินเขาขอไปนั่งข้างหลังเอง เห็นบอกว่าเหม็นน้ำหอมของผมน่ะครับ”

“แล้วแกก็ยอมให้น้องออกไปนั่งงั้นหรือ แกก็รู้ว่าฝนมันตก”

คนอย่างแม่เลี้ยงอัมราไม่มีทางเชื่อเพราะท่านรู้จักนิสัยของบุตรชายดี ไอ้คนนี้หากไม่ไล้ต้อนให้จนมุมไม่มีทางจะพูดความจริงออกมา เช่นเดียวกับที่สลิสารู้จักทั้งสองคนดี หากเมื่อไหร่ที่สองแม่ลูกมีปากเสียงกันมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยสักครั้ง และมันไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของแม่เลี้ยงอัมราเลย

“พี่โอมพูดความจริงค่ะคุณแม่”

สลิสามีสิทธิ์เรียกเขาว่าพี่โอมก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านเท่านั้น

“ซินเหม็นจนทนไม่ไหวค่ะแม่เลี้ยงพี่โอมบอกให้กลับมานั่งข้างหน้าแล้วแต่ไม่ไหวจริงๆ เลยยอมตากฝนดีกว่า”

สายตาหม่นเศร้าหลุบลงต่ำเกรงว่าแม่สามีจะล่วงรู้ความจริงจากแววตา อีกทั้งร่องรอยของการร้องไห้ต่อให้ตากฝนมาจนเปียกปอนมันก็ปิดไม่ได้...ก็เพราะดวงตาบวมเป่งเลยอย่างไรเล่า

“แม่เลี้ยงทานข้าวหรือยังคะ”

แสร้งเปลี่ยนเรื่องคุยเสียด้วยกลัวจะถูกซักจนหลุดปากพูดความจริง

แม่เลี้ยงอัมราส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ ท่านเอือมระอาเหลือเกินเพราะรู้ดีว่าสลิสากำลังปกป้องบุตรชายของตน หากจะเซ้าซี้ไปก็เท่านั้น

“แม่รอซิน... แต่ซินคงกินพร้อมโอมมาแล้วใช่ไหม”

“เอ่อ ยังเลยค่ะ พี่โอมก็ยังไม่ได้กิน” 

แม่เลี้ยงคงเลือดขึ้นหน้าแน่ๆ หากรู้ว่าบุตรชายพาลพาโลจนอาหารในปิ่นโตกระจัดกระจายไปหมด

“งั้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวด้วยกันนะซิน ส่วนโอมยังไม่ต้องไปไหนแม่มีเรื่องจะคุยด้วย”

อนลแสยะยิ้มพร้อมกับยักไหล่ก่อนจะพูดว่า 

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับแม่ครับ” 

แล้วก็สาวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน คนเป็นแม่รีบเดินตามเข้าไป สลิสาและคนรับใช้ก็ด้วย

“อย่าทำตัวเป็นเด็กหน่อยเลย เพราะแบบนี้ไงนายพ่อถึงไม่ไว้ใจแกเสียที”

ได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มถึงกับชะงักเท้าแล้วหันกลับมาหามารดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“อย่ามาเรียกมันว่านายพ่อ...นายพ่อของผมมีคนเดียวเท่านั้นและแม่ก็ฆ่าท่านตายไปแล้ว”

“โอม!!!

“อุแหวะ...” 

จังหวะนั้นสลิสาก็ดึงความสนใจจากทั้งสองคนไปด้วยอาการพะอืดพะอม หญิงสูงวัยตกใจมากรีบโผเข้าไปดูอาการลูกสะใภ้ พักเรื่องบาดหมางใจระหว่างแม่ลูกเอาไว้แค่นั้นก่อน

“ไม่สบายใช่ไหมซิน” ท่านถามอย่างห่วงใย

อนลรู้สึกเสียวปลาบในใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะเขาคงเป็นต้นเหตุให้หล่อนเป็นแบบนี้ เขาเอาเปรียบหล่อนจากออฟฟิศยังไม่พอยังบังคับให้หล่อนนั่งมาในกระบะทั้งที่ฝนตกอีก

แต่สมควรแล้ว...ถ้านายสกลกลับมาเห็นสภาพลูกสาวตัวเองคงต้องอกแตกตาย

ความคิดนี้ทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มมีเลศนัย ส่วนสลิสาหน้าซีดเผือดเพราะตอนนี้อาการเริ่มหนักขึ้น สาเหตุมาจากกับข้าวบนโต๊ะอาหาร

“ซินเหม็นกับข้าวน่ะค่ะ”

ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีอาการ แต่ตอนนี้ร่างกายของเธอคงอ่อนเพลียมากจริงๆ

“ขอโทษด้วยนะคะ ซินคงทานข้าวด้วยไม่ได้ แม่เลี้ยงทานเลยนะคะแล้วสองทุ่มซินจะไปหาที่ห้อง” ทุกวันเธอจะเข้าไปนวดให้ท่านก่อนนอน

“วันนี้ไม่ต้องแล้ว ซินพักผ่อนเถอะเดี๋ยวแม่จะให้เด็กมันทำข้าวต้มขึ้นไปให้”

สลิสายกมือไหว้ขอบคุณท่านอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสอง กระนั้นหล่อนได้ยินท่านบอกให้อนลตามขึ้นมาดูแลเธอ ทว่าคำตอบที่ได้กลับทำให้สองเท้าเล็กอ่อนแรงในทันที

“แค่นี้ไม่ตายหรอกครับแม่” เขาพูดดังๆ ให้สลิสาได้ยิน

“นั่นปากหรือไงโอม ซินเป็นเมียแกนะ”

“เมียที่แม่ยัดเยียดให้อ่ะนะ ผมไม่อยากจะรับเลย” หลังกลับมาอยู่บ้านเขาถ่วงเวลาเอาไว้ตั้งนานถึงหนึ่งปี คิดว่ามารดาจะเปลี่ยนใจแล้ว แต่สุดท้ายก็บังคับเขาด้วยวิธีเดิมๆ

“รับหรือไม่รับเขาก็เป็นเมียแกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่าให้ใครมาพูดได้ว่าพ่อเลี้ยงอนลดูแลผู้หญิงคนเดียวก็ไม่ได้ เสียชาติเกิดลูกผู้ชายหมด”

อนลรู้สึกเหมือนถูกด่าทางอ้อม แต่เขาก็แสร้งยักไหล่ไม่แคร์ก่อนจะพูดว่า

“โอเค! แม่สู้อุตส่าห์เมคโปรไฟล์หล่อนซะหรูเริดจะไม่รับก็เกรงใจ แต่ตอนนี้ผมชักหิวแล้ว เอาเป็นแม่ว่าจะคุยอะไรกับผมก็คุยมาเลยแล้วกันจะนั่งฟังจนข้าวหมดจาน”

สลิสาเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ ทั้งน้อยใจและเสียใจปนกันไปทั้งที่รู้เต็มอกว่าตนไม่มีความหมายอะไรกับเขา ต่อให้ขาดใจตายอยู่ตรงนี้ชายหนุ่มคงไม่ไยดี เธอแข็งใจเดินไปจนถึงห้องนอนแล้วพุ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง สุดท้ายหญิงสาวก็หมดแรงจนต้องนั่งพิงผนังห้องน้ำ มือเรียวเสลาลูบหน้าท้องด้วยความหวั่นใจ

“อย่าเพิ่งมาตอนนี้เลยนะจ๊ะลูกจ๋า”

แม่คงทำใจไม่ได้หากจะต้องเห็นพ่อเขาเกลียดชังลูกเหมือนที่เขาเกลียดแม่...ประโยคสุดท้ายสลิสาคร่ำครวญในหัวใจที่ร้าวระทม


---------

 

แม้ว่าแม่เลี้ยงอัมราจะบอกว่าไม่ต้องไปดูแลท่านในคืนนี้ แต่สลิสาก็ยังรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะได้ไปรอในห้องนอนของท่าน ไม่ได้มีเจตนาขัดคำสั่งแต่เพียงต้องการหลบหน้าคนเป็นสามีเท่านั้น แต่ใครกันจะรู้ว่าอนลขึ้นมาเร็วกว่าที่คาดไว้

“อุ้ย! พ่อเลี้ยง”

สลิสาสะดุ้งโหยงแล้วถอยเท้ากลับทันทีเมื่อตนเปิดประตูออกมาในจังหวะเดียวกับที่คนเป็นสามีจะเปิดเข้าห้อง สีหน้าของเขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องทะเลาะกับมารดามาเป็นแน่

“จะไปไหน” เสียงเข้มเอ่ยถาม

ดูเหมือนคนที่หงุดหงิดอยู่แล้วจะหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังจะออกไปนอกห้อง

“ซินจะไปนอนห้องแม่เลี้ยงน่ะค่ะ”

“จำที่ฉันบอกไม่ได้หรือ?”

อนลกดเสียงต่ำลงอย่างน่ากลัวทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด คนถูกถามหายใจสะดุดแต่ก็พูดออกมาได้ในที่สุดว่า

“ซินจำได้ค่ะ”

จำได้ขึ้นใจว่าเขาสั่งไว้หากตอนไหนที่เขากลับบ้าน ที่ของเธอคือบนเตียงเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนถ้าเขาไม่ยินยอม

“แต่ซินก็เป็นห่วงแม่เลี้ยง”

“เปล่าหรอก...เธอแค่จะหลบหน้าฉัน”

ใช่...เขามองขาดจริงๆ นั่นแหละ แต่ลึกๆ แล้วเธอก็เป็นห่วงแม่เลี้ยงอัมราเหมือนกัน ไม่อยากให้ท่านอยู่ลำพังซึ่งดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่เชื่อ

“กลับเข้าไปในห้อง” เขาสั่ง

ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำสลิสาก็เดินกลับเข้าไปอย่างว่าง่าย เธอแค่ไม่อยากมีปัญหาเพราะที่บิดาสร้างเรื่องเอาไว้ก็ลำบากใจจะแย่แล้ว


---------

 

ปัง!

เสียงกระแทกปิดประตูอย่างแรงทำให้สลิสาใจหาย วันนี้มันเป็นวันอะไรกันทำไมอนลถึงเอาแต่หงุดหงิดตลอดเวลา เพราะคนที่จะแย่ก็คือตนนั่นเอง

“อาบน้ำไหมคะ เดี๋ยวซินอาบให้”

ราวกับจวนตัวสลิสารีบเบี่ยงเบนความสนใจของเขาทันที ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจฮึดฮัดแล้วจ้องหน้าหล่อนราวจะกลืนกินแล้วกล่าวว่า

“เธอก็รู้ว่าฉันต้องการอะไร”

ไม่มีใครรู้ดีกว่าสลิสาอีกแล้วว่าในเวลาที่คนตรงหน้าอารมณ์เสีย เขาต้องการอะไร และความต้องการของเขามีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่บำบัดได้...อย่างน้อยก็ในตอนนี้

ต่อให้บอกเขาว่าเหนื่อย...

ต่อให้พูดไปว่าเจ็บหรือไม่ไหว

เธอก็รู้ดีว่าเรื่องมันจะต้องจบลงเหมือนเมื่อเย็น

สลิสากัดริมปากด้านในจนเจ็บแต่ก็ฝืนยกมือขึ้นมาแกะกระดุมเสื้อนอนอย่างช้าๆ หากดูเหมือนว่าจะไม่ทันใจ คนใจร้ายจึงปราดเข้ามากระชากมันจนขาดออกจากกัน

“ว้าย”

แขนเรียวเสลายกขึ้นมาปิดทรวงอกเพราะตกใจ แต่ยังไม่ทันไรก็ถูกเหวี่ยงลงกับที่นอนอย่างแรงเสียแล้ว

“พ่อเลี้ยงอย่าทำซินแรงนะคะ ซินยังเจ็บอยู่”

เธอรู้ว่าอย่างไรเขาก็ไม่หยุดก็คงพูดได้เพียงเท่านี้...เพียงแค่ขอความปรานีแม้ว่าความหวังจะริบหรี่มากเลยก็ตาม เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์สุดเร่าร้อนก่อนหน้านี้มาเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง

“เธอเจ็บแค่นี้มันยังไม่ได้ครึ่งของฉันหรอกนะ”

ขณะพูดเขาก็ตามมาคร่อมพร้อมกับตรึงสองแขนของเธอลงกับที่นอน แรงมหาศาลทำให้สลิสากลัวเหลือเกินว่าไหล่จะหลุด

“พ่อฉันต้องตายก็เพราะคนเลวๆ อย่างไอ้สกลแล้วฉันก็ยังจะต้องทนเห็นคนสารเลวอย่างมันฮุบทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อฉันไปอีก ที่ร้ายกว่านั้นคืออะไรรู้ไหมซิน”

คำถามนี้หญิงสาวรู้คำตอบเป็นอย่างดี แต่น้ำตาที่ตกในก็หลั่งไหลออกมาเป็นทางขณะที่ฟังชายหนุ่มพูดตอกย้ำ

“คือการที่มันเป่าหูแม่ให้ยัดเยียดผู้หญิงต่ำๆ อย่างเธอมาเป็นเมียฉันเพราะมันกลัวว่าถ้าวันนึงมันไม่สามารถเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปได้มันก็จะให้เหลือบไรอย่างเธอสูบไปแทน”

“ไม่จริงเลยนะคะ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย” เธอพยายามดิ้นหนีเพราะอนลทำเธอเจ็บไปทั้งตัว

“ตอแหล!

อนลตวาดเสียงเกรียวจนใบหน้าซีดเซียวเหยเก เขานึกอยากจะหักคอเจ้าหล่อนเสียเดี๋ยวนี้หากไม่ติดที่ว่าการฆ่าคนมีโทษสถานหนักคิดแล้วอนลก็ยังแค้นใจไม่หาย

เนื่องจากบิดาเขาต้องมาตายเพราะตรอมใจที่เพื่อนสนิทคิดจะตีท้ายครัวและที่สำคัญมารดาของเขาก็ดูเหมือนจะมีใจให้คนชั่วมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย เขายังจำได้ดีในวันที่กลับมาเผาศพท่าน ภาพเหตุการณ์บาดตาบาดใจในวันนั้นยังคงชัดเจน


**************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 374 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1043 Meipimars (@pimsung40) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 19:45
    สงสารนางเอกอะ แงๆๆๆ
    #1043
    0