รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 13 : 6 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    10 ธ.ค. 63

 

 

เมธาวียังไม่ทันจะได้ตอบ เขาก็ปิดประตูออกไปแล้ว ยังไม่ทันจะได้ถามว่าไปเอาของของเธอมาได้ยังไง 

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างน่าอึดอัด ไม่มีบทสนทนาใดๆ จากทั้งสองฝ่าย เมธาวีที่เอาแต่ก้มมองข้าวต้มในชามของตนเองพร้อมกับเขี่ยไปมา ด้านน่านนทีก็เอาแต่นั่งจ้องเธอไม่วางตาเช่นกัน รอจังหวะให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา เพื่อที่จะได้เริ่มพูดคุยกัน แต่รอแล้วรอเล่าเธอก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาซักที

“คุณเป็นไงบ้าง” เขาเริ่มถามเธอก่อน

“คะ” เมธาวีที่กำลังนั่งคิดเรื่องอื่นอยู่ เงยหน้าขึ้นมองอย่างระแวง

“ผมถามคุณว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากวันนั้น” เขาถามอ้อมๆ เพื่อไม่ให้เธออึดอัดมากนัก

“ฉันโอเคดี” เธอโกหกคำโต เพราะเรื่องจริงคือ หลังจากที่เธอกลับไปวันนั้นเธอก็นอนปวดเมื่อยอยู่นาน

“ผมพยายามติดต่อคุณนะ แต่หาไม่เจอเลย” เขาเริ่มจริงจังมากขึ้น

“หาฉัน หาทำไมกันคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“ก็ คุณออกจากห้องผมไปแบบกะทันหันมากนี่ครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราโตๆ กันแล้ว คุณคงไม่ได้คิดจะให้ฉันรับผิดชอบคุณหรอกใช่ไหมคะ”

“ใช่ที่ไหนกันคุณ ผมซิต้องเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบคุณ ผมเป็นคนแรกของคุณนะ”

“นี่คุณ คุณเลิกย้ำซักทีได้ไหม ไอ้คำว่าครั้งแรก ครั้งแรกเนี้ย” เมธาวีเริ่มมีอารมณ์

“เปล่าๆ ผมแค่ห่วง กลัวคุณจะซีเรียสแล้วเกิดมีปัญหากับแฟนคุณหนะ”

“ขอโทษนะคะ คุณไม่จำเป็นต้องมาห่วงฉันเรื่องนี้ ฉันโตพอจะคิดจะตัดสินใจเองได้ นี่ตัวฉัน ร่างกายฉัน ถ้าแฟนหรือสามีที่ว่า จะรับเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันก็ว่าอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน แต่สำหรับฉันมันก็แค่เรื่องธรรมชาติ ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไม่ใช่หรือไง” เธอตอบหน้าตาย ทั้งที่ในใจอยากจะวิ่งไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงหน้านี่เต็มที

“คุณนี่ พูดไม่เหมือนกับสาวที่เพิ่งเสียครั้งแรกไปเลยนะครับ” เขาเริ่มหงุดหงิด เพราะถ้าคืนนั้นไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่นเธอจะยังพูดแบบนี้อยู่ไหม

“นี่คุณ ฟังนะ ก็เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แล้วฉันก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว จะให้ฉันมานั่งร้องไห้ฟูมฟายหาความรับผิดชอบจากคุณหรอ ฉันไม่ระวังตัวเอง ฉันก็ควรรับผลของมันไง ใช่ไหม” พูดแล้วก็อายตัวเอง เธอพูดไปแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยได้ยังไงนะเมธาวี ได้แต่คิดแล้วก็อายตัวเอง

“ผมเข้าใจ แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะสตรองขนาดนี้” เขาขมวดคิ้วมองเธอ

“งั้น ฉันต้องขอบคุณคุณซินะ ที่ฉันไม่ไปเจอคนอื่น” เธอประชด เพราะถ้าไม่ใช่เขาก็คงเป็นใครซักคน ที่อาจจะมีผลร้ายแรงกว่านี้ก็ได้

“ไม่มีทางหรอก มันจะไม่เกิดขึ้นแน่” น่านนทีรีบพูดแทรก

เมธาวีทำหน้าสงสัยมากกว่าเดิม

น่านนทีเล่าให้เธอฟังถึงเรื่องคืนนั้น รวมทั้งประวัติของปกรณ์ หนุ่มที่พยายามจะหวังเคลมเธอ แถมยังมานั่งร่ายยาวเรื่องการระมัดระวังตัวของคนที่ต้องเดินทางหรือทำอะไรคนเดียวอีก และอีกสารพัดสถานการณ์ที่คิดว่าอาจจะพาไปสู่เรื่องที่ไม่คาดฝันอีกหลายเรื่องเลย

“เท้าคุณเป็นไงบ้าง” เขาเปลี่ยนเรื่อง หลังจากที่เพิ่งนึกได้ว่าพูดมากเกินไปแล้ว

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ เกือบจะเป็นปกติแล้ว”

“วันนี้คุณมีแพลนจะไปไหนไหม ผมพาไปได้นะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็รบกวนคุณมากพอแล้ว” เธอปฏิเสธเพราะยังรู้สึกอายที่ต้องมาอยู่ในห้องสองต่อสองกับเขาอีก แล้วยิ่งเป็นคนที่เคยเผลอหลับนอนด้วยกันด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ เธอกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยอีก เธอยังไม่พร้อม 

“แต่เมื่อวาน ถ้าผมฟังไม่ผิด คุณบอกคุณจะมาหาโลเคชั่นคิดงานนี่ครับ” เขาแกล้งถาม ทั้งที่สืบประวัติเธอมามากพอควร

“ฉันเป็นนักการตลาด เป็นนักออกแบบ เป็นนักทุกนักนั้นแหละที่ลูกค้าต้องการ พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าบริษัทฉัน เป็นบริษัทเกี่ยวกับการทำโฆษณา ออกแบบโฆษณา อะไรประมาณนั้น ฉันมีหน้าที่คิดว่าสินค้าแต่ละชนิดควรมีการโฆษณาแบบใดถึงจะตรงใจลูกค้าและโดนใจผู้บริโภคมากที่สุด” เธออธิบายอย่างใจเย็น

“งั้นก็น่าเสียดายนะครับ ที่แผลนที่วางเอาไว้ต้องถูกยกเลิก” เขาแกล้งทำหน้าสลดเห็นใจเธอ

“ก็ สถานการณ์มันไม่อำนวยนี่คะ ไม่เป็นไรหรอก”

“น่าเสียดายออกครับ ไหนๆ ก็มาแล้ว ตั๋วคุณก็กลับตั้งบ่ายวันพรุ่งนี้ วันนี้เรามีเวลากันทั้งวันเลยนะครับ” เขาพยายามโน้มน้าวเธอ

เมธาวีที่กำลังจะถาม ว่าเขารู้เรื่องตั๋วกลับของเธอได้ยังไงทั้งที่เธอยังไม่เคยพูดถึงเลย แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่อถาม เขาก็แทรกขึ้นมาก่อน

“หรือคุณจะอยู่กับผมในห้องนี้ทั้งวันก็ไม่เป็นไรนะ เพราะยังไงวันสองวันนี้ผมก็ไม่ได้มีธุระที่ไหนอยู่แล้วซิ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณว่ายังไงนะคะ” เมธาวีทำหน้าตกใจทันที

“ผมบอกว่า วันนี้ผมไม่ได้ไปไหน แล้วก็ เหมือนคุณอยากจะพักผ่อนมากกว่า ผมเลยจะอยู่เป็นเพื่อน” เขาแสดงความมีน้ำใจเต็มที่

“เอ่อ ฉันว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะคะ”

“ไม่เหมาะยังไงครับ ผมว่าก็โอเคดีนะ”

“ฉันว่าฉันเปิดอีกห้องดีกว่าค่ะ เกรงใจคุณ”

“เกรงใจอะไรกันคุณ ห้องผมมีตั้งหลายห้อง อีกอย่างคุณก็เคยมาพักแล้ว ทำตัวตามสบายเลยครับ” เขาพูดพร้อมกับถือชามข้าวต้มไปเก็บทั้งที่เธอยังไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ

“ไปค่ะ ฉันจะไป” เธอตะโกนตามหลังเขาทันทีที่ทบทวนเรื่องราวได้ เพราะท่าทางของเขาที่ทำให้เธอระแวงเพิ่มมากขึ้น

“ที่จริง ฉันกะไว้ว่า ฉันจะไปเกาะมันปูส์หน่อยนะคะ อ่านรีวิวมา เขาบอกค่อนข้างน่าสนใจ ฉัน ฉันจะไปค่ะ” เธอเพิ่มเสียงดังมากขึ้นเพราะเห็นว่าเขายังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมา

“อ้าว คุณเปลี่ยนใจไวจัง ผมกำลังจะไปเปิดทีวีแล้วนะเนี้ย” เขาแกล้งเธอไม่เลิก

“ฉันจะไปเกาะมันปูส์ค่ะ” เธอตอบอย่างฉุนๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนแกล้ง

“อ๋อ เกาะไอ้ปรารถ เพื่อนผมเองแหละ เดี๋ยวผมพาไป”

“คุณรู้จักด้วยหรือคะ เขาว่าสวย แล้วคิวขึ้นเกาะก็ยาวมากด้วย”

“อ้าว แล้วที่บอกอยากไป คุณจะไปยังไงครับ”

“ที่จริงฉันก็อ่านรีวิวมา ศึกษามาบางส่วน แต่ฉันจองตั๋วขึ้นเกาะไม่ทันซักที คนเยอะมากค่ะ เลยกะว่าแค่ไปดูเฉยๆ”

“ได้ที่ไหนกันคุณ คุณจะไปนั่งเรือวนรอบเกาะงั้นซิ”

เมธาวีนิ่งไป เพราะกำลังคิดตามคำพูดของน่านนที

“ฉันลืมคิดไป” เธอตอบเสียงอ่อย

“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า ผมไง ผมเพิ่งบอกคุณไปหยอกๆ ว่าเป็นเกาะเพื่อนผมเอง”

เมธาวีมองหน้า เหมือนกลัวว่าเขาจะแกล้งอำเธอเล่นอีกหรือเปล่า

“คุณพูดจริงหรือคะ”

“คุณเห็นผมเป็นคนยังไงกัน”

“แต่เขาว่าเจ้าของรวยมากนี่คะ” เธอเผลอหลุดคำถามที่สงสัยออกไป

“อือ ผมรู้จัก ค่อนข้างสนิทดีเลยแหละ” เขาพูดเหมือนเรื่องปกติทั่วไป

“คุณแน่ใจนะว่าเป็นเกาะที่เดียวกับที่ฉันจะไป” เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ยอมรับว่าเป็นการเสียมารยาท แต่จากสภาพเขาตอนนี้ เสื้อยืด กางเกงขาสั้นสำหรับใส่อยู่บ้าน ดูยังไงไลว์ฟสไตล์ก็ไม่น่าจะใกล้เคียง หรือไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะไปรู้จักกับคนระดับเจ้าของเกาะนั้น

“นี่คุณ ทำไมคุณมองผมด้วยสายตาแบบนั้น” เขารีบดักทางความคิดเธอทันที

“เห็นผมเป็นแบบนี้ ผมไม่ธรรมดานะจะบอกให้” เรารีบโฆษณาตัวเอง พร้อมยักคิ้วให้เธอ

เมธาวีรู้สึกโดนแกล้ง รีบเดินหนีเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที 

เธอยิ้มขำให้กับตัวเอง ไม่รู้ว่าบังเอิญหรืออะไร ทำไมอะไรถึงดูเข้าทางไปหมด ส่วนมากจะเป็นทางของเขาซะมากกว่า ตั้งแต่เรื่องคืนนั้น เรื่องที่ต้องมาบรรยายที่โรงแรมเดิม ห้องพักก็ยังเป็นห้องเดิม ที่สำคัญ ได้กลับมานอนที่เตียงเดิมอีกด้วย แถมยังได้ตื่นมากินข้าวเช้ากับคนคนนั้นอีกด้วย จะบังเอิญเกินไปแล้ว หนำซ้ำยังมาออกตัวว่ารู้จักเจ้าของเกาะที่เธออยากจะไปอีก จะนำเสนอตัวเองเกินไปแล้ว

ใครๆ ก็รู้ว่าคนระดับเจ้าของเกาะคงจะรวยมากๆ แล้วไม่รู้ว่าจองโรงแรมอีท่าไหน เขาถึงให้ห้องเดิมตลอด แถมห้องใหญ่มากๆ ดูก็รู้ว่าทั้งโรงแรม ห้องแบบนี้มีไม่กี่ห้อง ส่งสัยจะสนิทกับพนักงานโรงแรม ไม่ก็คงใช้คูปองส่วนลดแน่ๆ

เมธาวีได้แต่คิดแล้วก็ส่ายหัวให้กับความคิดตัวเอง ปกติเธอไม่ใช่คนที่มองคนจากรูปลักษณ์ภายนอก แล้วก็ไม่ใช่คนที่จะแบ่งแยกชนชั้นอะไร แต่เพราะหมั่นไส้อิตานั้นต่างหาก 

 

-------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #7 mars15 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 04:33

    ยังไม่สนิทใจก็แบบนี้แหละ คือเหมือนระแวง ระวังตัวมากขึ้น หลังจากเจอเหตุการณ์ร้ายๆมา..ดีที่ว่าคุณน่านของเรามีความรู้สึกดีๆด้วย

    #7
    0