ไฟละมุน

ตอนที่ 27 : บทที่ 21 แรงอาฆาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    7 มี.ค. 56


บทที่ 21  แรงอาฆาต



              คืนเดือนมืด ในเวลา 21.10 นาฬิกา   ณ ปากอ่าว ซึ่งเป็นจุดนัดพบ

ระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงสู่ท้องทะเลอ่าวไทย วันนี้ท้องน้ำเรียบสงบจนชวนให้

หนาวยะเยือกในหัวใจ มันสงบเกินไป ความมืดที่โรยตัวอยู่โดยรอบจนแทบมองไม่เห็น

สิ่งใดทำให้ดูวังเวงมากขึ้นไปอีก

             
บนเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่บรรทุกสินค้าจนเต็มลำเรือ มันกำลังแล่นออก

สู่ท้องทะเลอย่างช้าๆ น่าแปลก.. ที่เรือลำนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจ

ตราอย่างเข้มงวด และก่อนที่เรือจะแล่นออกสู่เขตน่านน้ำสากล กัปตันเรือสินค้าก็ต้อง

แปลกใจ ที่ได้รับสัญญาณจากเรือลำหนึ่ง ที่แล่นมาจอดขวางอยู่ด้านหน้า เพื่อให้เขา

หยุดเรือ จากแสงไฟสปอร์ตไลท์ ที่ส่องสว่างมาที่เรือของเขา ทำให้ต้องเพ่งกลับไป

มองจนพอจะมองเห็นได้บ้าง

              “ เฮ้ย.. อะไรกันวะ นั่นมันเรือรบหลวง นิหว่า “

              เรือลำนั้นยังคงส่งสัญญาณให้เขาหยุดอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนักเจ้าหน้าที่

รักษาความปลอดภัยประจำเรือก็วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่ามีเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ที่มี เทค

โนโลยีในการควบคุม เสียงใบพัดให้เงียบ ได้บินลอยตัวอยู่เหนือเรือสินค้าพร้อมๆ กับ

ที่ เจ้าหน้าที่หน่วยซีล ก็โรยตัวลงมาในแนวดิ่งด้วยเชือก จากเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 3 ลำ

จำนวนหลายสิบนาย เกิดการยิงปะทะกันเล็กน้อยก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ประจำเรือจะโยนอาวุธทิ้ง และยกมือยอมให้จับกุม มีคนเสียชีวิตไป 3 คน และได้รับ

บาดเจ็บบางส่วน

              คนบนเรือทั้งหมดถูกต้อนให้ไปอยู่รวมกันที่ดาดฟ้าเรือ ขณะเจ้าหน้าที่ชุด

ตรวจค้นได้ เข้าไปตรวจค้นดูสินค้าที่อยู่บนเรือจึงพบยาเสพติดชนิดเฮโลอีนอัดแน่นอยู่

ในภาชนะเซรามิก ในตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง กัปตันจึงได้รับแจ้ง จากหัวหน้าชุดที่เข้า

ปฏิบัติการจับกุมในครั้งนี้ว่าเรือสินค้าของเขานั้น มีสินค้าผิดกฏหมาย จะต้องถูกยึดไว้

ตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป..

              ขณะเดียวกัน.. นายสหัสก็กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพอใจที่ได้รับราย

งานว่าสินค้าได้ถูกส่งขึ้นเรือและออกเดินทางไปแล้วเรียบร้อยเขาจึงรีบโทรศัพท์ไปแจ้ง

ข่าวดีต่อท่านนายพลฯ สุบรรณ โดยมิได้สังหรณ์ใจเลยว่า เวรกรรมที่ได้กระทำลงไปนั้น

กำลังยื่นมือเข้ามาหาอย่างช้าๆ

              กุณฑ์ได้รับรายงานถึงความสำเร็จในการเข้าจับกุมตามแผนที่เขาได้วางไว้

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง ที่มีทั้งตำรวจ และทหาร ชายหนุ่มเข้าราย

งานผลต่อท่านนายกฯ ทันที

              “ ดีมาก.. หลานชาย ลุงจะได้ออกจากโรงพยาบาล เสียที “

              “ ครับท่าน ตอนนี้เรากำลังส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมตัวนายสหัส ภักดีกุล

ผู้ส่งสินค้าออก ในครั้งนี้ ครับท่าน “

              “ อืม.. แล้วนายพลฯ สุบรรณ หละ “

              “ เราต้องหาหลักฐานเชื่อมโยงระหว่างนายสหัสกับท่านนายพลฯ สุบรรณ

ก่อนครับถึงจะให้ศาลออกหมายจับได้ “

              “ อย่างนั้นก็ต้องอย่าให้หนีออกไปนอกประเทศเสียก่อน “

              “ ครับท่าน ได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไว้แล้วครับท่าน “

              “ อืม..”   ท่านนายกรัฐมนตรีพยักหน้าและตบบ่ากุณฑ์เบาๆ  “ แล้วคืนนี้

ลุงยังต้องนอน ที่นี่อยู่อีกรึ “

              “ ครับท่าน ..เพื่อความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย พรุ่งนี้หลังการ

แถลงข่าวแล้ว จึงค่อยย้ายออกครับท่าน “

              “ อืม..จะเอาอย่างนั้นรึ.. ได้..หลานชาย ลุงขอบใจนะที่ทำให้ทุกอย่างสูญ

เสียน้อยที่สุด อย่างนี้ “

              “ ครับท่าน “

             หลังจากรายงานความเคลื่อนไหวให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว กุณฑ์จึง

เดินออกมา ก็พบว่ากริชกำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้าห้องพักของท่านนายกฯ นั่นเอง

 

             “ เรียบร้อย..ใช่ไหมวะ ไฟ “

              “ ใช่  ตำรวจจะไปรวบตัวนายสหัสคืนนี้เลย แล้วจะมีแถลงข่าวพรุ่งนี้เช้า “

              “ น่าสงสารคุณเอรี่ ไหนจะเรื่องนาย แล้วไหนจะเรื่องพ่อ “

              “ ไม่ใช่ว่ากันไม่เห็นใจเธอหรอกนะกริช ถึงแม้เอรี่จะเป็นเพื่อนของเรา แต่

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราจะทำอะไรได้ ไม่ว่ายังไงกฎหมาย ก็ต้องเป็นกฎหมาย คนทำผิด

ทำไม่ดียังไงก็ต้องรับโทษ นายเองก็เป็นตำรวจ น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว “

              “ นั่นหนะสิ เราก็คงทำได้แค่เห็นใจเธอเท่านั้น “

              กุณฑ์พยักหน้าให้เพื่อน  “  เราไปเตรียมแผนสำหรับรับมือ วันพรุ่งนี้กันดี

กว่า “  พูดจบ กุณฑ์ก็กอดคอเพื่อนรัก เดินไปที่ห้องพักซึ่งอยู่ห้องตรงข้ามนั้นเอง


              แล้วกลางดึกคืนนั้น บ้านของนายสหัส ภักดีกุล ก็ต้องโกลาหลเมื่อตำรวจ

ยกกำลังเข้าจับกุมเจ้าของบ้าน ทำให้ทั้งคุณเยาวภาและเอรยาแทบช็อคไปกับข้อกล่าว

หา ที่นายสหัสได้รับ

              “ ค้ายาเสพติดหรอคะ คุณพ่อ “ เอรยาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง “ คุณ

พ่อทำอย่างนี้ ได้ยังไงคะ แล้วหนูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หนูจะบอกคุณไฟกับทุกคนว่า

ยังไง “ เอรยาร้องไห้โฮ ก่อนจะโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น   “ คุณแม่..ทำไมคุณพ่อทำ

อย่างนี้คะ ทำไมคะ.. ทำไม “

              “ แม่ก็ไม่รู้ ลูก “

              สองแม่ลูกยืนกอดกันร้องไห้ หลังจากตำรวจพานายสหัสออกไปแล้ว “ เรา

จะทำยังไงกันดีคะคุณแม่ มีทางไหนจะช่วยคุณพ่อได้บ้างไหมคะ “

              “ นายกุณฑ์ของหนูไงลูก ตำแหน่งหน้าทีการงานของเขาต้องช่วยคุณพ่อ

ได้แน่ “

              “ แต่หนูไม่คิดอย่างนั้นนะคะคุณแม่ คุณไฟไม่ชอบเรื่องผิดกฎหมาย เขาไม่

มีทางช่วยคนที่ทำผิดกฎหมายแน่ “

              “ แล้วถ้าอย่างนั้น เราจะให้ใครช่วยดีหละ  เออ.. ลองโทรฯ หาท่านนาย

พลฯ สุบรรณ ซิลูก เผื่อท่านจะช่วยได้นะ “

              “ หนูไม่มีเบอร์ท่านหรอกค่ะ คุณแม่ “

              “ ลองไปเอาโทรศัพท์คุณพ่อมาซิ ต้องมีเบอร์สิ “

              ว่าแล้วคุณเยาวภาก็รีบกระวีกระวาดไปหยิบโทรศัพท์ของนายสหัสมาดูเสีย

เอง “  เจอแล้วนี้ไง “ พลางกดโทรฯ ออกทันที รอปลายสายสักครู่จึงมีเสียงตอบกลับ

มา ด้วยเสียงที่งัวเงียเหมือนคนที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่น

              “ ว่ายังไงคุณสหัส มีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องโทรฯ มากลางดึกกลางดื่นขนาด

นี้ หะ “

              “ อิฉัน เยาวภาค่ะท่าน อิฉันมีเรื่องขอให้ท่านช่วยหน่อยค่ะ ตอนนี้คุณสหัส

ถูกตำรวจจับ ไปแล้วค่ะ “

              “ ตำรวจจับอย่างนั้นรึ!!.. ข้อหาอะไร “ เสียงท่านนายพลฯ อุทานอย่าง

ตกใจ

              “ ค้ายาเสพติดค่ะท่าน ท่านช่วยสามีอิฉันด้วยนะคะ ท่าน “ คุณเยาวภายัง

พูดไม่ทันจบ..

              “ ชิบหายหละสิ “ เพียงเท่านี้ท่านนายพลฯ ก็ตัดสายแล้วรีบลุกขึ้นแต่งตัว

อย่างรีบร้อน ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางแล้วเปิดตู้เซฟขนเงินสดๆ ใส่ในกระ

เป๋าเดินทางใบเล็กอีกใบอย่างเร่งรีบ หยิบเอกสารเดินทางโยนใส่กระเป๋าอย่างลวกๆ

คว้าปืนพกมาเหน็บที่เอว ก่อนจะขนทุกอย่างไปใส่รถยนต์และขับออกไปทันที

              ในครั้งแรกท่านนายพลฯ ตั้งใจจะบินออกนอกประเทศ จึงมุ่งหน้าที่จะไป

สนามบิน แต่ดูเหมือนว่าทุกจุด ที่เป็นด่านตรวจจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหนาตาอย่างผิด

ปรกติ ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจมุ่งหน้าไปกบดานที่บ้านลูกน้องคนสนิทแถวตลิ่งชันแทน


              เช้าวันรุ่งขึ้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ท่านนายกรัฐมนตรี

จะจัดให้มีการเปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 9.00 น. สร้างความประหลาดใจ

ต่อทั้งประชาชน นักข่าว และนักการเมืองทั้งหลายที่สนใจข่าว และทราบว่าท่านนายก

รัฐมนตรีนั้นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเข้าใจว่าอยู่ในขั้นสาหัสจนต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยา

บาล อันเนื่องมาจากการถูกลอบสังหาร แล้วเหตุใดเล่าจึงจะออกมาแถลงข่าวได้ นั่นจึง

ทำให้ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันนี้ คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา มีนักข่าวหลาย

สำนักทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างเดินทางมารอทำข่าวกันอย่างเนื่องแน่น

              ห้องแถลงข่าวถูกจัดขึ้นตั้งแต่เช้า และเมื่อรถประจำตำแหน่งของท่านนายก

รัฐมนตรีแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 7.00 นาฬิกา นักข่าวหลาย

คนพยายามที่จะเข้าประชิดตัวท่านนายกฯ เพื่อสัมภาษณ์ล่วงหน้าก่อนแถลงข่าวจริง แต่

ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงตัวท่านนายกฯ ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแล

อย่างเข้มงวด และพยายามกันท่านนายกฯ ให้ฝ่าฝูงชนเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล อย่าง

รวดเร็ว ทุกคนที่ได้เห็นท่านนายกรัฐมนตรี ต่างก็ประหลาดใจที่ท่านดูเหมือนคนที่ไม่ได้

รับบาดเจ็บอะไรมาเลยแต่อย่างใด ทั้งหมดจึงจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสงสัย และยิ่งเพิ่ม

ความน่าสนใจมากขึ้น ในการออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้ของท่านนายกฯ

              และแล้วรถของกุณฑ์ ก็แล่นเข้ามาจอดในเวลาต่อมา เขาก้าวเดินผ่านนัก

ข่าวทั้งหลายไป อย่างเร่งรีบเช่นกันโดยไม่มีการหยุดทักทายแต่อย่างใด สีหน้าจริงจัง

ของเขาทำเอาหลายๆ คน รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ บุคลิกของเขาดูน่าเกรงขามมากใน

เวลานี้

              ไม่นานบรรดารัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหาร

ทั้งสี่เหล่าทัพต่างก็ตามมาสมทบ รวมถึงท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย ทั้งหมด

มุ่งหน้าสู่ห้องประชุม ที่ถูกจัดขึ้นก่อนการแถลงข่าว ในเวลา  7.30 น.  เมื่อองค์ประชุม

ครบห้องประชุมจึงถูกปิดลง บรรดานักข่าว ต่างนั่งเฝ้ารอกันอย่างใจจดในจ่อ เวลาผ่าน

ไปอย่างรวดเร็วจนใกล้เวลา 9.00 น. ห้องประชุมจึงถูก เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้นักข่าว

ทั้งหมดต่างถูกเชิญไปยังห้องแถลงข่าวที่จัดไว้

              การแถลงข่าวของท่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นักข่าวและ

ประชาชนเท่านั้นที่ใคร่จะรู้ถึงสิ่งที่ท่านนายกฯ จะแถลง แม้แต่ท่านนายพลฯ สุบรรณ

เองก็ยังนั่งขบฟันอย่างเคร่งเครียดอยู่หน้าจอโทรทัศน์ด้วยความเครียดแค้น ชิงชังและ

โกรธเคือง ที่ทำให้เขาต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน ออกมาเช่นนี้ สินค้าที่ถูกทางการยึด

ไปทำให้เขาติดค้างการส่งสินค้าให้กับมาเฟียใหญ่แห่งวงการค้า ยาเสพติดรายใหญ่

ในต่างประเทศอีกด้วย เงินที่เขารับมาแล้วล่วงหน้าหากไม่มีสินค้าไปส่ง พวกมันก็จะ

ต้องออกตามล่าตัวเขาอย่างแน่นอน เขาจะอยู่กบดานอย่างนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน เงิน

ทองที่มีมาก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน “  กูจะต้องหาทางเอาของๆ กูคืนมาให้ได้.. “  ท่าน

นายพลฯ สุบรรณ นั่งคิดคำนึงอยู่ในใจอย่างคั่งแค้น


              เมื่อได้เวลาเปิดแถลงข่าวแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีจึงเดินขึ้นไปยังเวทีที่จัด

ไว้ โดยทางด้านซ้ายมือของท่านนายกฯ จะเป็นบรรดาผู้บัญชาการทหารสูงสุดผู้บัญชา

การทหารทั้งสี่เหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนทางด้านขวาเป็น เลขาธิ

การนายกรัฐมนตรี นายกุณฑ์ สรตรัย พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีกลาโหม ในทันทีที่ท่าน

นายพลฯ สุบรรณ ได้เห็นท่านนายกฯ เดินขึ้นไปบนเวที สีหน้าของเขาเรียกได้ว่าถอดสี

เลยทีเดียว.. นี่มันอะไรกัน ก็ไหนว่ามันได้รับบาดเจ็บเจียนตาย อย่างไรเล่าหรือว่ากูเสีย

รู้มันเสียแล้ว มันทำได้ยังไงกัน..!!!


              สวัสดีครับทุกๆ ท่านที่อยู่ในที่นี้ และประชาชนที่ชมรายการทางสถานี

โทรทัศน์อยู่ที่บ้าน ผมรู้สึกอบอุ่นและขอบคุณต่อความห่วงใยของทุกคนที่ส่งกำลังใจมา

ให้ผม วันนี้ที่ผมต้องเปิดแถลงข่าวก็เพื่อให้ทุกๆ ท่านที่กำลังกังวลใจต่ออาการบาดเจ็บ

ของผมจะได้หมดห่วง ผมจะได้กล่าวถึงสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกๆ ท่านได้ทราบ “

              แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงสาเหตุ ที่ท่านถูกลอบสังหารในครั้งนี้ ว่า

เกิดจากกลุ่มบุคคล ที่ไม่พึงพอใจต่อนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลที่ทำให้พวก

เขาได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ทำการค้าสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งยา

เสพติด และค้าอาวุธสงคราม ที่ถูกนโยบายของรัฐบาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปราบ

ปรามให้หมดไป จึงพยายามหาทางล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ก็

ถูกฝ่ายความมั่นคงตรวจพบเสียก่อน จึงได้มีการวางแผนซ้อนแผนขึ้นมาเพื่อจับกุมให้

ได้ แม้จะจับไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็จะไม่ยอมให้กลุ่มคนพวกนี้ เติบโตขึ้นได้ในสังคมอีกต่อ

ไป ท่านนายกฯ ได้กล่าวแสดงว่าเสียใจต่อเจ้าหน้าที่ที่ต้องสูญเสียชีวิตในขณะปฏิบัติ

หน้าที่ในครั้งนี้ โดยรัฐบาลและต้นสังกัดจะปูนบำเหน็จให้กับผู้เสียชีวิตและจะดูแลครอบ

ครัวของพวกเขาต่อไป

              “สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณ ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกท่าน ตำรวจ ทหารและ

ท่านรัฐมนตรีกลาโหม ที่ได้ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาของประเทศชาติจนสำเร็จ

ลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยผ่านการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ และการวางแผนที่รัดกุม

ของท่านเลขาฯ กุณฑ์ คนหนุ่มไฟแรงที่ผมไว้วางใจและขอร้องให้เขาเข้ามาช่วยงาน

ของผม “ ท่านนายกรัฐมนตรีผายมือไปทางกุณฑ์และกล่าวชื่นชมออกไป   “ ผมขอ

ขอบคุณทุกๆ คนอีกครั้งครับ “

              จากนั้น จึงเป็นช่วงที่ปล่อยให้นักข่าวได้สัมภาษณ์ โดยมีนักข่าวคนหนึ่ง

ตะโกนถามขึ้นมาว่า “  ท่านนายกฯ ครับ แล้วใครเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการยิงถล่มเพื่อ

สังหารท่านที่จังหวัดเชียงใหม่หละครับ ได้ตัวหรือยัง “

              “ ทางเราทราบแล้วครับว่าเป็นใคร แต่ว่าตอนนี้คงอยู่ในขั้นตอนที่ยังต้อง

ขอปิดเป็นความลับไว้ก่อนนะครับ จนกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการส่งเอกสาร

หลักฐานต่างๆ ให้แก่ศาลเพื่อขออนุมัติการออกหมายจับต่อไป “ 

              หลังจากนั้นจึงมีคำถามตามมาอีกหลายคำถาม ซึ่งทุกอย่าง ก็ผ่านไปได้

ด้วยดีจนปิดการแถลงข่าว

              ด้านท่านนายพลฯ สุบรรณ ซึ่งนั่งดูการถ่ายทอดสดอยู่ทำให้ทราบว่าที่ท่าน

นายกฯ รอดมาได้นั้น เป็นเพราะมีผู้ช่วยดีๆ อย่าง นายกุณฑ์ สรณตรัย นี่เองคนที่นาย

สหัส เคยร้องขอชีวิตและบอกว่ามันเป็นแค่คนหนุ่มเจ้าสำอางที่ไม่มีน้ำยาอะไร เพราะ

ความประมาทซ้ำยังปรามาสว่ามันไม่มีอะไรทำให้เขาต้องพลาดอย่างนี้ “ เอาหละ..ใน

เมื่อกูรู้แล้ว ต่อไปนี้มึงก็ควรเตรียมตัวที่จะต้องชดใช้ให้กูอย่างสาสม ไอ้เด็กเมื่อวาน

ซืน “  ท่านนายพลฯ ขบกรามคิดคำนึงอย่างเคียดแค้น


              หลังจบการแถลงข่าวของท่านนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ของบัวบุษย์ก็

ดังขึ้นทันที หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะรับสาย   “ อั้ม.. ว่ายังไงจ๊ะ “

              “ ดูข่าวเหมือนกันใช่ไหม บุษย์.. “

              “ จะพลาดได้ยังไงหละจ๊ะ ว่าแต่วันนี้ไม่มีงานที่ไหนหรออั้ม “

              “ เพิ่งกลับมาหนะสิเพื่อน เหนื่อยๆ พอดีเห็นข่าวก็เลยโทรฯ มาเม้าก่อนเห็น

คุณไฟในทีวี แล้วอยากจะกรี๊ดดด.. คนอะไรหล่อไปเสียทุกมุม “

              บัวบุษย์อดขำภัชรธิดาไม่ได้   “ นี่แม่คุณ.. แล้วไม่กรี๊ดดด.. คุณกริชของ

แกบ้างหรอ ก็เห็นอยู่แวบๆ เหมือนกันนะ “

              “ บ้า..!!! คนนั้นหนะ เค้าไม่หล่อ..แต่ได้ใจจ้า..” แล้วสองสาวก็หัวเราะ

ออกมาพร้อมกันอย่างสนุกสนาน

              “ นี่บุษย์ เย็นๆ ชั้นว่าจะออกไปเดินซื้อของที่ศูนย์การค้าหน่อย หล่อนจะ

ไปกะชั้นมั้ย..ไปเหอะนะ ๆ ๆ “

              “ นี่หล่อน..จะไม่ให้โอกาสปฏิเสธกันเลยใช่ไหมจ๊ะเพื่อน “

              “ ถูกต้องแล้ว.. โอเคนะ เย็นๆ ชั้นจะเข้าไปรับก็แล้วกัน “

              “ อืม!.. ก็ได้ ตามนั้น “

              บัวบุษย์วางสายแล้ว จึงไปนั่งสรุปข่าวที่ทางทีมงาน ส่งมาให้เพื่อส่งขึ้น

ออนไลน์ต่อไป โดยเธอเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้เป็นเพื่อน จากนั้นไม่นานก็มีรายงานข่าวด่วน

เรื่องการจับยาเสพติดรายใหญ่ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประสานงานกับทางทหารเรือเมื่อ

กลางดึกวานนี้ โดยได้มีการขึ้นภาพของนายสหัส ภักดีกุล เศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยมาจาก

การทำธุรกิจด้านมืด หลายประเภท บิดาของนางแบบสาวไฮโซ เอรยา ภักดีกุล และ

กำลังส่งเรื่องให้ศาลอนุมัติออกหมายจับท่านนายพลฯ สุบรรณ ผู้ร่วมขบวนการในการ

ค้ายาเสพติดค้า อาวุธสงคราม และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร ท่านนายกฯ นั่น

จึงทำให้บัวบุษย์ต้องหันกลับไปดูข่าวในจอโทรทัศน์อีกครั้ง “  ตายหละคุณเอรี่ แบบนี้

คุณจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ “ หญิงสาวพึมพำเบาๆ อย่างเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

              ขณะเดียวกัน ณ บ้านภักดีกุล เอรยาต้องกรีดร้องออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นการ

รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ  “ คุณแม่ขา.. หนูจะทำยังไงดีหละคะ คราวนี้หนู

จะออกไปสู้หน้าใครได้ พวกมันคงจะเยาะเย้ยหนู นางแบบไฮโซสาวสวยมีพ่อเป็นพ่อค้า

ยาเสพติด คุณแม่คิดดูซิคะหนูจะอยู่ได้ยังไง หือ..ๆ ๆ “ หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญปาน

จะขาดใจ

              คุณเยาวภาเองก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันกับบุตรสาว นางวิตกกังวลว่าต่อไปนาง

คงจะต้องกลับไปใช้ชีวิตในสภาพเดิม ที่ชีวิตต้องขัดสนเรื่องเงินๆ ทองๆ อีกครั้งเพราะ

เมื่อนายสหัสผู้สามีถูกดำเนินคดี ทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดก็จะถูกยึด

เข้าคลังหลวงของรัฐแน่นอน

              “ เอรี่.. แม่ว่าหนูควรจะไปขอให้คุณไฟเขาช่วยนะลูกนะ เราไม่มีทางเลือก

แล้ว ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงไปดูนะว่าเขาจะเห็นแก่ความเพื่อนหรืออะไรก็ตามที่พอจะช่วย

เราได้ไหม ถึงจะช่วยคุณพ่อไม่ได้ แต่ก็อย่าให้ถึงขนาดว่ายึดทุกอย่างไปจากเราจนไม่

เหลืออะไรเลย เถอะนะ..เอรี่ “

              “ ค่ะ คุณแม่ เย็นๆ คุณไฟคงจะกลับบ้าน แล้วหนูจะไปหาเขาที่บ้านค่ะ “

              สองแม่ลูกกอดกันร่ำให้ รำพึงรำพันกลัวการสูญเสียและเปลี่ยนแปลงที่ยาก

จะทำใจให้ยอมรับได้

              ใกล้เวลา 17.00 น.  บัวบุษย์ยังคงนั่งรอภัชรธิดาอยู่ที่คอนโดฯ อย่าง

ใจเย็น หญิงสาวคาดว่าอีกสักครู่เพื่อนสาวก็คงจะมาถึง แต่ยิ่งรอ เวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ

ก็ทำให้หญิงสาว ยิ่งประหลาดใจ ภัชรธิดาไม่เคยผิดเวลานัดขนาดนี้นี่นา หรือหากจะ

เปลี่ยนแผนก็จะโทรฯ มาแจ้งก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง แต่ทำไมคราวนี้หายเงียบไปเฉยๆ

ดังนั้นหญิงสาวจึงโทรฯ ไปหาเพื่อนสาวอย่างร้อนใจ ปรากฎว่าสัญญาณโทรศัพท์ใช้

ได้แต่ไม่มีคนรับสาย.. ยัยอั้มไปไหนกัน หรือเกิดอะไรขึ้น

              แล้วอยู่ๆ สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น บัวบุษย์รีบรับสายทันที   “

ยัยอั้ม..ไปไหนมายะหล่อน ชั้นรอแกนานแล้วนะเมื่อไหร่จะมาถึงเสียที “  หญิงสาวยิง

คำถามออกไปเป็นชุดใส่เพื่อนสาวทันที

              “ อะไรกันครับคุณบุษย์ .. ผมไฟครับ “

              “ อูยยย.. ขอโทษค่ะ พอดีบุษย์กำลังรอยัยอั้มอยู่หนะคะ ว่าจะไปเดินซื้อ

ของกันแต่ว่าอยู่ๆ ยัยอั้มก็หายเงียบไปเฉยๆ บุษย์โทรฯ เข้ามือถึอก็ไม่รับสายหนะคะ “

              “ อ้าว..หรอครับ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมให้เจ้ากริช

มันเช็คดูดีกว่าครับ “

              “ ออ.. ค่ะ ขอบคุณค่ะ “

              กุณฑ์วางสายแล้วหายไปพักใหญ่ ทำให้บัวบุษย์เริ่มใจคอไม่ดี เพราะยิ่ง

นานความมืดก็ เริ่มโรยตัวลงมายิ่งทำให้เธอรู้สึกวังเวงที่เพื่อนสาวหายไปอย่างผิดปกติ

ดังนั้นเมื่อกุณฑ์โทรฯ กลับมาอีกครั้งหญิงสาวจึงรีบกระโจนเข้าไปรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว

              “ เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณไฟ “  เธอรีบถามอย่างกังวล

              “ คุณบุษย์ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ คือ.. เราพบรถของคุณอั้มจอดอยู่ริมถนน ก่อนจะถึง

คอนโดฯ ของคุณบุษย์ไม่ถึง 1 กิโลเมตร แต่ว่า.. เราไม่พบตัวคุณอั้มครับ โทรศัพท์ถูก

ทิ้งไว้ในรถ โดยประตูรถไม่ได้ถูกล็อค ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบอยู่ครับว่าเธอไปไหน “

              “ คุณไฟ.. อย่าบอกนะคะ.. ว่า ยัยอั้มถูกลักพาตัว “

              “ ผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่ทางที่ดีเราควรรอทางตำรวจก่อนดีกว่านะครับ คุณ

บุษย์ครับ..อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะครับ ผมว่า.. บางทีคุณอั้มเธออาจจะมีเรื่องด่วนอะไร

ก็ได้นะครับ “

              “ แต่ให้ด่วนยังไง.. ก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้หรอกนะคะ คุณไฟ “  น้ำเสียง

ของบัวบุษย์เริ่มสั่นเครือ ทำให้กุณฑ์พลอยใจไม่ดีไปด้วย

              “ คุณบุษย์ครับ อย่างเพิ่งคิดมากเลยนะครับ เอาอย่างนี้..เดี๋ยวผมไปหา

นะครับคนดี..ใจเย็นๆ นะครับ “

              “ ค่ะ.. คุณไฟ “

              กุณฑ์วางสายไปแล้วแต่หญิงสาวก็ยังคงว้าวุ่นใจเพราะความเป็นห่วงเพื่อน

รักความผูกพันของเธอกับภัชรธิดา ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น แต่ทั้งสองคนดุจเป็นพี่

น้องกันจริงๆ


              กว่ากุณฑ์จะมาถึงคอนโดฯ ของบัวบุษย์ ก็ล่วงเลยเวลา 2 ทุ่มไปแล้ว

หญิงสาวโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาทันที ชายหนุ่มกอดเธอเอาไว้เพื่อให้เธอรู้สึกอบอุ่น

ใจขึ้น

              “ ได้ข่าวอั้มแล้วหรือยังคะ คุณไฟ “

              “ ไม่ต้องห่วงนะครับคุณบุษย์ ตอนนี้เจ้ากริชมันกำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตามหาอยู่ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องตามหาคุณอั้มให้เจอครับ.. “

              กุณฑ์คลายวงแขนออกแล้วจึงพาบัวบุษย์ไปนั่งที่เก้าอี้รับแขก ก่อนจะกุม

มือของเธอเอาไว้อย่างปลอบโยน ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรต่อไป สันญาณโทร

ศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นกริชที่โทรฯ เข้ามา

              “ ว่ายังไงกริช “

              “ มันติดต่อเข้ามาแล้วไฟ มันจับคุณอั้มกับเอรี่ไป “

              “ อะไรนะ เอรี่หรือ? .. แล้วมันบอกไหมว่าจับคุณอั้มกับเอรี่ไปทำไม “

              “ มันบอกว่า มันต้องการพบนาย “

              “ กันรึ! .. “

              “ ใช่.. เท่าที่ฟังเหมือนมันเข้าใจผิดว่านายกับคุณอั้มเป็นแฟนกัน ส่วนเอรี่

มันไม่แน่ใจว่า ใช่แฟนนายหรือเปล่า แต่เพื่อความชัวร์มันก็เลยจับเอรี่ไปด้วย “

              “ บ้าชะมัด มันบอกไหมว่ามันจะพบกันทำไม “

              “ เรื่องสินค้าที่เราจับมา “

              “ พวกเดียวกับนายสหัสรึ? “

              “ ก็ไม่น่าจะใช่นะ ถ้าเป็นนายสหัสมันจะจับเอรี่ไปทำไม กันว่าน่าจะเป็นท่าน

นายพลฯ สุบรรณ มากกว่า “

              “ มันบอกสถานที่ไหมว่าที่ไหน “

              “ บ้านร้างแถวตลิ่งชัน “

              “ ดี.. ไหนๆ เราก็ต้องการตัวมันอยู่แล้ว โผล่หัวออกมาก็ดีแล้ว อะไรๆ มัน

จะได้ง่ายเข้า ว่าแต่ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน “

              “ ศูนย์ปฎิบัติการพิเศษ หน่วยงานความมั่นคง “

              “ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเจอกัน “

              “ โอเค “

              กริชวางสายไปแล้ว กุณฑ์จึงหันมาบอกกับบัวบุษย์เรื่องภัชรธิดาและขอ

ตัวกลับ เพื่อไปหากริช จะได้วางแผนเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน บัวบุษย์ขอตามไปด้วย

เพราะความเป็นห่วงทั้งเพื่อนและคนที่เธอรัก ไม่ว่ากุณฑ์จะพยายามหว่านล้อมอย่างไร

หญิงสาวก็ไม่ยินยอม กุณฑ์จึงจำยอมต้องให้เธอไปด้วยเพราะถ้าจะทิ้งเธอไว้ที่นี่เขาก็

เป็นห่วง พาเธอไปไว้กับกริชหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจก็น่าจะดีกว่า

              “ ผมไม่เคยเจอใครดื้อเหมือนคุณเลยนะครับ คุณบุษย์ “

              หญิงสาวไม่สนใจว่าเขาจะว่าอย่างไร เธอรีบวิ่งตามเขาออกมาอย่างรีบร้อน


              ศูนย์ปฎิบัติการพิเศษ หน่วยงานความมั่นคง เมื่อไปถึงกริช และชุด

ปฎิบัติการพิเศษ ประมาณ 15 นาย ได้มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนรีบเข้าห้องประชุม

วางแผนในการเข้าช่วยเหลือตัวประกันทันที โดยกุณฑ์ให้บัวบุษย์รออยู่กับเจ้าหน้าที่

ตำรวจด้านนอก หญิงสาวนั่งรออย่างกระวนกระวายใจ

              “ ที่บ้านร้างน่าจะเป็นแค่ลูกน้องของมัน ถ้าผมเดาไม่ผิดมันคงต้องการตัว

ผม เอาไว้ต่อรองกับท่านนายกฯ มากกว่า เอาอย่างนี้นะ.. ผมจะติดอุปกรณ์ติดตามตัว

ขนาดเล็กไปด้วย แล้วผมจะเข้าไปเปลี่ยนตัวประกันเอาผู้หญิงออกมาก่อน คิดว่า..พวก

มันต้องพาผมไปหาท่านนายพลฯ สุบรรณแน่ แล้วพวกคุณค่อยตามไปที่รังของมันอีกที “

              “ เฮ้ยไฟ แต่กันว่า.. มันจะเสี่ยงเกินไปนะ “  กริชค้านขึ้น จนกุณฑ์ต้องหัน

กลับไปมองเพื่อนรัก เขาพยักหน้าให้กริช..ด้วยความเข้าใจในความเป็นห่วงเป็นใยของ

เพื่อนรัก

              “ แล้วจะให้ทำยังไง จะให้ผู้หญิงมาเดือดร้อนเพราะกันอย่างนั้นหรือ.. กัน

คงยอมไม่ได้ไม่ว่ายังไง ก็ต้องช่วยพวกเธอออกมาให้ได้ก่อน   อีกอย่าง.. ก็มีแต่วิธีนี้

เท่านั้น ที่เราจะได้รู้ว่าท่านนายพลฯ กบดานอยู่ที่ไหน พวกมันจะยังไม่ทำอะไรผม จน

กว่าจะได้พบกับท่านนายพลฯ แล้วเท่านั้น “

              กริชจึงพยักหน้ายอมรับ “ ได้.. ถ้าอย่างนั้นกันจะไปกับนายด้วย เพราะกัน

ก็ต้องไปช่วยคุณอั้มเหมือนกัน มีอะไรจะได้ช่วยกันได้ ส่วนกำลังสนับสนุนก็มีหัวหน้าชุด

นำไปอยู่แล้ว “

              “ อย่างนั้นก็ตามนี้ พวกคุณ.. “  กุณฑ์หันไปวางแผนต่ออย่างคราวๆ กับ

ชุดปฏิบัติการที่ต้องตามไปช่วยเหลือจนทุกคนเข้าใจตรงกัน จากนั้นจึงแยกย้ายกันออก

ไปปฏิบัติหน้าที่ของตน

              เมื่อกุณฑ์ออกมาพบบัวบุษย์นั้น เขาขอร้องให้เธอรอภัชรธิดาอยู่ที่นี่เพราะ

ถ้าเธอตามไปด้วยจะทำให้เขากังวลและทำงานไม่สะดวก บัวบุษย์จึงจำยอมที่จะรอเขา

อยู่ที่นี่

              “ คุณไฟคะ.. คุณสัญญานะคะ ว่าจะกลับมา “ หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างค

าดคั้นและอ้อนวอนในที

              “ ครับคุณบุษย์ ผมสัญญาว่าผมจะกลับมาหาคุณแน่นอน.. ไม่ต้องห่วงนะ

ครับ “

              ชายหนุ่มดึงร่างบางของเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่น บัวบุษย์ซุกหน้าลงกับ

อกของเขา เธอรู้สึกไม่ค่อยดีและสังหรณ์ใจแปลกๆ จึงเป็นห่วงเขามากมาย เมื่อทั้งสอง

คนเดินออกไปหญิงสาวจึงมองตามแผ่นหลังของพวกเขาไปจนลับตา ขอพระคุ้มครอง

นะคะ..


             สถานที่กักขังเอรยาและภัชรธิดา เป็นบ้านสองชั้นลักษณะครึ่งตึกครึ่ง

ไม้ด้านล่างไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ เหลืออยู่ บ้านถูกทิ้งไว้นานเพราะเจ้าของเสียชีวิตไป

แล้ว ลูกหลานก็ไม่ต้องการจะมาอยู่ เพียงมาขนเฟอร์นิเจอร์ออกไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือ

อะไรติดบ้านอีก

              ทั้งสองคนถูกมัดมือไข้วหลังเอาไว้ แต่เอรยานั้นจะหนักกว่าภัชรธิดาตรงที่

ถูกผูกปากเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เธอส่งเสียงเอาะอะโวยวาย มีชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัว

4-5 คน เดินถือปืนเฝ้าวนเวียนไปมาอยู่ใกล้ๆ โดยก่อนที่จะมาถึงที่นี่ เอรยาเอาแต่กรีด

ร้องทั้งด่าทั้งถามพวกมันตลอดทางว่า จับเธอมาทำไม จนพวกมันรำคาญ จึงผูกปาก

หล่อนเอาไว้ไม่ไห้พูดอีก ความที่ทั้งสองสาวไม่ค่อยจะชอบขี้หน้ากันนัก ทำให้ต่างคน

ต่างเชิดใส่กันตลอดเวลา

              กุณฑ์และกริชเดินทางไปถึงบ้านร้างหลังนั้นใน  ชั่วโมงต่อมา เขาพา

เจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วย แต่ให้ตามไปห่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย เมื่อชายหนุ่มขับรถ

เข้าไปจอด ชายฉกรรจ์หลายสิบคนต่างเล็งปืนมาที่รถของเขาทันที ทั้งสองคนจึงต้อง

ชูมือเปล่าทั้งสองข้างให้พวกมันดู ว่าไม่ได้พกอาวุธมา หัวหน้าของพวกมันกับลูกสมุน

อีก 2-3 คน จึงใช้ปืนดันหลังชายหนุ่มทั้งสองคนให้เดินเข้าไปในบ้านร้าง ปล่อยให้ที่

เหลือคอยคุ้มกันอยู่ด้านนอก กุณฑ์สอดส่ายสายตาสำรวจสภาพโดยรอบอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะสบสายตากับกริชเป็นเชิงรู้กัน

              “ คุณกริช.!  คุณกุณฑ์ “   ภัชรธิดาอุทานทันทีที่เห็น ส่วนเอรยาพยายาม

ดิ้นรนเพื่อส่ง เสียงออกไปแต่ก็ฟังไม่ได้สรรพ เพราะถูกผูกปากเอาไว้

              “ ปล่อยเธอทั้ง 2 คนไปซะ “ กุณฑ์พูดออกมาเสียงดัง

              “ มึงสั่งใคร ที่นี่ไม่มีลูกน้องของมึง “  มันตะคอกกลับทันที

              ชายหนุ่มหันกลับมามองหน้ามันนิ่งและนาน “  ไหนท่านนายพลฯ บอกว่า

ต้องการตัวผม เพื่อแลกเปลี่ยนกับตัวประกันยังไงหละ “

              “ นั่นหนะ.. มันก็ใช่ ..แต่ก่อนจะปล่อยไป แฟนมึงสวยๆ  แบบนี้ถ้าได้พวก

กูเป็นผัวก่อน มันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนี่หว่า..จริงไหมวะพวกเรา  “ พวกมันต่างส่งเสียง

หัวเราะให้กันอย่างสะใจ กริชขบกรามแน่นทันทีที่ได้ยิน กุณฑ์มองสบตากริชเป็นเชิง

ปรามไม่ให้วู่วาม  คนที่ดูท่าว่าจะเป็นหัวหน้าโจรเดินส่ายอาดๆ  ไปหาเอรยา ก่อนจะแก้

ผ้าผูกปากออก

              “ คุณไฟขา.. ช่วยเอรี่ด้วยค่ะ “

              “ ตกลงว่า.. คนนี้ใช่ไหมที่เป็นคนรักของมึง “  มันยื่นมืออันหยากกระด้าง

บีบไปที่ปลายคางของเธอ จนเอรยาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

              “ ไม่ใช่.. ชั้นเป็นแค่เพื่อนเขา แฟนเขาอยู่โน่น ถ้าแกอยากจะข่มขืนก็ไป

ทางโน่นเลย “  ความกลัวทำให้เอรยารีบโยน ไปให้ภัชรธิดาทันที ดังนั้นมันจึงเดินมา

หาภัชรธิดาแทน แต่ก่อนที่มันจะแตะต้องเธอ

              “ อย่าแตะต้องเธอ ..”  กริชพูดเสียงดังออกมา อย่างสะกดกลั้นอารมณ์

โกรธเต็มที่

              “ ทำไม “

              “ เพราะเธอคือผู้หญิงของกู “  กริชพูดพลางประสานสายตากับภัชรธิดา

อย่างแน่วแน่

              “ คุณกริช!.. “  ภัชรธิดารู้สึกตื้นตันขึ้นมาในความรู้สึก ที่ได้เห็นความรัก

ของเขาที่พร้อมจะปกป้องเธอ 

              “ ดีสิ อย่างนี้หละกูชอบ “ มันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อน

จะโอบไปที่ไหล่ของเธอ ทำให้ภัชรธิดาต้องหวีดร้องออกมา ด้วยความกลัว


             

 

=========================================


 

รบกวนแฟนคลับที่เข้ามาอ่าน Vote ให้ คะแนนในแต่ละ ตอน ได้ที่ด้านล่าง
ของแต่ละตอน
คลิกเลือก คะแนน ก่อนกดส่งคะแนนนะคะ
ไรเตอร์จะได้ทราบระดับความพอใจ
ของแฟนคลับ ต่อนิยายในแต่ละตอน ค๊าา  ขอบคุณ ค่ะ

 

ไรเตอร์ ฝากเพลงเพราะๆ นี้ให้ แฟนๆ ทุกคน ฟังนะคะ ระหว่างรอค่ะ
ที่รัก-ปราโมทย์



 

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

# ❤ ...❤ Numfonart ❤ ...❤  (✿◠‿◠)


อ่านนิยายแล้ว อย่าลืมกด บันทึกเป็น Favorite
เพื่อเป็นแฟนพันธ์แท้ กันด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า ค๊าาา

 

 
ตัวอย่างเว็บไซต์ .WS เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ ง่ายๆ ที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

949 ความคิดเห็น

  1. #831 yeen2029 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 13:05
    กริช จะเลือดขึ้นหน้าแล้วงานี้ 
    #831
    0
  2. #697 mameowbella (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2555 / 17:05
    จัดหนักไปเลยคะ พระเอกทั้ง 2  ลุยเลยยยยยยยยย  // แต่แหม นังเอรี่รีบโยนไปให้คนอื่นเลยคะ ทีตอนแรกทำเป็นอยากได้มาเป็นแฟน พอจะโดนข่มขืนรีบชิ่งเลย
    #697
    0
  3. #687 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2555 / 09:06
    ลุยเลยเพ่!
    #687
    0
  4. #673 superpew (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2555 / 05:31
    ขออภัยอย่างยิ่ง อ่านเพลินเกินไปหน่อยเลยลืมลงคะแนนให้ 
    ต่อไปจะพยายามไม่ลืมนะคะ
    #673
    0
  5. #665 yuechan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 09:48
    เห้อ เสี่ยงไปนะเจ้าไฟ
    #665
    0
  6. #658 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 08:26
    โดนจนได้ยายอั้ม
    #658
    0
  7. #650 yuechan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2555 / 19:36
    ยัยอั้มนี่ซวยตลอด
    #650
    0
  8. #648 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 13:15
    นี่เป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า  แฟนคลับไปละมุน ไม่ชอบบทเครียด แต่ชอบบทหวานแหวว...คริ คริ ..
    อ่านกันนิ่งเลย อัพมาครึ่งบทแล้ว เรทติ้งยังไม่ถึงร้อย.. แง้วว...จบข่าว
    #648
    0
  9. #647 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 09:26
    ภัยร้ายมาถึงคุณไฟแล้วสิ
    #647
    0
  10. #646 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 10:53
    นั่นนะซิคะ..อย่างนี้จะต้องถูกแว้งกัดแน่ๆ เลย.. ไม่ทราบว่าแฟนคลับชอบตอนจบแบบไหนกันเอ่ย...
    #646
    0
  11. #645 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 09:48
    ตีงูแค่หลังหัก อย่างนี้ต้องระวังตัวให้ดี
    #645
    0
  12. #643 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 14:20
    นั่นหนะสิเน๊อะ.. เดี๋ยวถ้าต้องเครียดกว่านี้ แฟนคลับต้องเอาใจช่วยคุณไฟ ด้วยนะค๊า
    #643
    0
  13. #642 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 13:21
    แหมมมมมมมม ไม่น่าโทร.ไปเลย คนเลวเลยรู้ตัวก่อน
    #642
    0
  14. #639 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 16:01
    บทนี้คงทำให้แฟนคลับ เครียดกันพอสมควร.. ยังเขียนบทบู้ไม่ค่อยเก่ง ต้องไปรีไรท์ใหม่

    ลงไปแก้ไป 555 .. หนุกหนาน
    #639
    0
  15. #638 wivi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 02:55
    เข้ามาอ่านรวดเดียวจบเลย ไม่ข้ามสักตอนเลยขอบอกว่าสนุกมากเลย อ่านไปยิ้มไป มีบ้างตอนแอบเครียดหน่อยๆๆ แมีมีเฮียกริชเข้ามาทำให้ฮ่าได้ตลอด  มาต่อไวๆๆนะ จ๊ะ  ตอนนี้อินมาก คุณไฟค๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #638
    0
  16. #633 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:26
    โอ้โห คุณ nunpanu มาไวแท้เทียว ฝนยังลงไม่เสร็จเลย ยังเข้าไปแก้ไขบางช่วงบางตอนอยู่เลย 555..ป๊าดดด
    #633
    0
  17. #632 nuntapun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:13
    จับให้หมดคนเลวๆ
    #632
    0
  18. #627 numfonart (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 11:29
    เพลงนี้...เพราะจริงๆ... ค๊าา.......ที่รัก
    #627
    0