คุยกับมืออาชีพ (นักแปล)

สวัสดีค่ะพี่แบงค์แนะนำตัวให้น้องๆรู้จักกันก่อนค่ะ
- ชื่อสุเมธ โพธิ์โสภณนะครับ ชื่อเล่น พี่แบงค์ ตอนนี้ทำงานเป็นนักแปลนิยายฟรีแลนซ์ครับ
พี่แบงค์จบการศึกษาจากทางด้านไหนมาคะ
- พี่จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมไอที สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ ไม่เกี่ยวกับการแปลนิยายเลย แต่เนื่องจากพี่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเล่นเกมส์ อ่านหนังสือ มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เลยทำให้มีความรู้ภาษาอังกฤษติดตัวอยู่ พอเพื่อนมาชวนว่าลองไปแปลนิยายไหม พี่ก็ลองไปเทสต์ดู ปรากฏว่าผ่าน จากนั้นก็เลยทำงานเป็นนักแปลนิยาย รับงานเป็นฟรีแลนซ์มาตลอดครับ
คนที่จะทำงานแปลนิยายแบบพี่แบงค์จำเป็นจะต้องจบจากสาขาไหนมาโดยเฉพาะหรือเปล่าคะ
- ไม่จำเป็นว่าจะต้องจบมาจากสาขาไหนโดยเฉพาะนะครับ ทางสำนักพิมพ์จะไม่สนว่าคุณจบมาจากไหน เรียนมาทางไหน สาขาอะไร เขาขออย่างเดียวให้ลองส่งต้นฉบับนิยายที่แปลมาให้เขาดู ถ้าภาษาผ่านก็คือได้ทำงานนี้ครับ จริงๆเขาต้องการคนที่จบมาหลากหลายด้วย เช่นนิยายบางเรื่องต้องมีความรู้ทางด้านวิศวกรรม แล้วพอเขารู้ว่าพี่จบวิศวมา เขาก็จะเอานิยายเรื่องนี้มาให้พี่แปล ดังนั้นจบอะไรมาไม่สำคัญ ขอให้ภาษาได้ก็โอเคครับ
แล้วอาชีพนักแปลนิยายมีคติประจำใจอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ
- ไม่มีคติประจำใจอะไรเป็นพิเศษนะครับ แต่ทุกคนที่ประกอบอาชีพในสายงานนี้จะต้องเข้าใจอยู่ข้อหนึ่งว่า งานที่ออกไป แม้จะเป็นนิยายที่คนอื่นแต่ง แต่ชื่อของเราซึ่งเป็นผู้แปลก็ประทับอยู่ข้างหน้าด้วย เราจะแปลดี แปลไม่ดี หรือเป็นอย่างไร นั่นก็คือผลงานเรา จะเสียก็เสียที่เรา ดังนั้นเราต้องทำงานตรงนั้นของเราให้ดีที่สุดครับ
อาชีพนักแปลนิยายมีลักษณะการทำงานเป็นอย่างไรบ้างคะ พี่แบงค์ช่วยอธิบายให้น้องๆ ฟังด้วยค่ะ
- เริ่มต้นเลยทางสำนักพิมพ์จะนำนิยายที่คิดว่ามีคาแรคเตอร์เหมาะสมกับเรามาเสนอนะครับ ถ้าเราโอเคที่จะแปลเรื่องนั้นทางสำนักพิมพ์ก็จะส่งมอบงานให้เรามา เมื่อได้งานมา เราจะต้องอ่านให้จบทั้งหมดก่อนเลย 1 รอบ เหตุผลที่ต้องอ่านให้จบก่อน 1 รอบ เพราะว่าบางทีนิยายจะมีคำสำคัญที่เป็นคีย์เวิร์ดแฝงอยู่ ถ้าหากเราไม่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมด เราก็จะแปลคีย์เวิร์ดนั้นผิด และทำให้ต้องมาแก้กันทีหลัง จากนั้นรอบที่ 2 ก็อ่านแล้วแปลครับ โดยลืมไปได้เลยวิธีการแปลเป็นคำๆ ให้พยายามอ่านทั้งประโยคให้เข้าใจ แล้วแปลลงไปโดยลืมรูปประโยคภาษาอังกฤษซะ แปลให้เป็นคำพูดภาษาไทย แบบสไตล์ของเราออกมา พยายามอินกับตัวละครที่เราอ่านด้วย พอทำถึงขั้นนี้แล้ว งานมันจะยังไม่ดีหรอกครับ ต้องอ่านตรวจอีกรอบ ตรงไหนไม่ดีก็แก้ไข เป็นเราอ่านนิยาย 3 รอบแล้วนะ แล้วก็ส่งกลับกอง บ.ก. เพื่อพรู๊ฟด้านภาษา จากนั้นสำนักพิมพ์ก็จะส่งกลับมาให้เราอีกรอบหนึ่ง ว่าตรงนี้จะแก้ไหม ตั้งใจให้ผิดหรือเปล่า เมื่อดูแล้วเราก็แก้อย่างที่เราต้องการ เป็นเราอ่านนิยายรอบที่ 4 จากนั้นส่งกลับกอง บ.ก. อีกครั้ง กอง บ.ก. ก็จะตรวจแก้ครั้งสุดท้าย และส่งกลับมาให้เราตรวจแก้ครั้งสุดท้ายอีกเช่นกัน สรุปว่ากว่านิยายจะออกมา 1 เล่ม พี่ต้องอ่าน 5 รอบเป็นอย่างต่ำครับ จากนั้นนิยายก็ค่อยออกพิมพ์

คนที่จะมาทำงานเป็นนักแปลนิยายควรจะต้องมีคุณสมบัติโดดเด่นทางด้านไหนคะ จึงจะสามารถทำงานนี้ได้ดี
- ก่อนอื่นเลยต้องภาษาดีครับ และต้องไม่ทื่อด้วย คือเราไม่สนแกรมม่า อยู่ที่ว่าคุณอ่านรู้เรื่อง แล้วคุณถ่ายทอดออกมารู้เรื่อง ถ่ายทอดได้อารมณ์ บางครั้งการแปลไม่จำเป็นว่าจะต้องแปลถูกเสมอไป อยู่ที่ว่าคนอ่านอ่านแล้วรื่น ไม่สะดุด มีทักษะในการเปลี่ยนภาษา มีทักษะในการแปลครับ ซึ่งข้อนี้บางคนไปอยู่เมืองนอกมาพูดกับฝรั่งรู้เรื่องอย่างดีมาทำตรงนี้ไม่ได้ก็มี ในขณะที่บางคนพูดกับฝรั่งไม่รู้เรื่องแต่อ่านเข้าใจมีทักษะตรงนี้ ก็สามารถมาทำงานแปลประสบความสำเร็จได้ครับ ต้องสามารถฟังภาษาอังกฤษแล้วเลือกคำไทยแปลออกมาได้เหมาะสมพอดี ทักษะตรงนี้สำคัญมากครับ
ในการทำงานมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้างคะที่ต้องพบอยู่เสมอๆ แล้วพี่แบงค์แก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นให้ผ่านพ้นไปได้อย่างไรคะ
- อุปสรรคใหญ่เลยก็คือคำไม่ลงครับ บางทีฝรั่งเล่นคีย์เวิร์ด แล้วคำนั้นไม่มีในภาษาไทย ก็เป็นปัญหาให้เราต้องคิดคำใหม่ หาคำที่เหมาะสมลงตัวมา นี่คือส่วนหนึ่งแล้วที่ยาก นอกจากนี้ยังมีการแปลไม่ออก เนื่องจากไม่เข้าใจประโยคที่เขียน ว่าเขาเขียนในลักษณะไหน เพราะวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน สิ่งนี้ทำให้เราต้องหาความรู้เพิ่มเติม ถ้าติด คุณต้องไปหามาให้รู้ให้ได้ และรู้ให้ถูกต้องด้วย
พี่แบงค์คิดว่าอาชีพนักแปลนิยายมีเสน่ห์ที่ตรงไหนคะ
- สำคัญที่สุดเลย คือ มันเป็นชื่อเรา เป็นผลงานของเรา แล้วก็ไม่ใช่งานนั่งโต๊ะที่ซ้ำซากจำเจ เราต้องคิดต้องครีเอทตลอดเวลา มันท้าทายเราตลอดเวลา นี่คือเสน่ห์ของอาชีพนี้ครับ
สุดท้ายนี้พี่แบงค์ช่วยฝากอะไรถึงน้องๆที่อยากทำอาชีพนักแปลนิยายหน่อยค่ะ
- น้องๆ ต้องหาหนังสือมาอ่านเยอะครับ การจะแปลนิยายได้ ต้องอ่านมาเยอะทั้งไทยทั้งอังกฤษ คุณต้องอ่านนิยายภาษาอังกฤษและภาษาไทยมาจนช่ำชอง ต้องรู้ความหมาย ต้องรู้ว่าควรแปลอย่างไร ชีวิตคือการอ่านครับ ต้องรักการอ่านมากๆ และนี่ละครับคือส่วนสำคัญของงานอาชีพนี้
ที่มา http://www.kengdee.com
ความคิดเห็น
คือพอดีว่า กำลังทำโครงการอยู่อ่ะค่ะ
ต้องการสัมภาษณ์นักแปล ช่วยตอบมาทางอีเมล์ด้วยนะคะ
amino_ok_0@hotmail.com