wanwan-jang
ดู Blog ทั้งหมด

อาชีพนักแปล...อาจไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด

เขียนโดย wanwan-jang

"ดีจัง แปลหนัง งั้นก็ได้ดูก่อนคนอื่นเขาน่ะสิ น่าสนุกเนอะ ไม่เครียด"

ผิดๆๆๆ ถ้าใครคิดแบบนี้ ขอบอกได้เลยว่า " ผิด"

10 นาที หรือ1 ช.ม. ที่คุณนั่งดู เพลินๆ ฮาๆ ช่างผ่านไปรวดเร็ว
แต่คนแปล อาจต้องใช้เวลาเป็นวัน ในการแปล
ทั้งเครียด ทั้งเมื่อยหลัง เมื่อยบ่าเวลาพิมพ์
นึกคำไม่ออก สคริปต์ไม่ตรงบ้าง..... อย่างพวกรายการวาไรตี้ ก็ต้องแปลแบบไม่มีสคริปต์ ก็ต้องใช้กำลังภายในเป็น2เท่าหรือ3 เท่า

ลองได้ชื่อ"งาน" มันคงไม่สนุกเหมือนนอนดูเฉยๆแน่

รายการที่ได้มาแปล ใช่ว่าเราจะเลือกได้
บางงาน บางรายการ เราไม่ถนัดเลย ก็ต้องเหนื่อยหน่อย
เช่น สารคดีวิทยาศาสตร์, ละครเกี่ยวกับหมอ, เกี่ยวกับรถ, เครื่องยนต์กลไก ,รายการทำอาหาร, รายการเกมส์โชว์ ที่คนพูดเยอะๆ เซ็งแซ่...เป็นต้น
หรือแม้แต่ละครบางเรื่อง ที่เน่าสนิท หรือพระเอกไม่หล่อ (อันนี้อารมณ์ส่วนตัว)

แต่เราอาจโชคดีหน่อย ตรงที่มักจะได้ทำหนังดังๆ รายการสนุกๆ
เพราะทางช่อง กรุณาคัดแต่หนังดีๆ มาให้ทำ

แต่ พอแปลมาถึงระดับนี้ ไอ้งานง่ายๆ คนเขาไม่นึกถึงเราหรอก
แต่งานยากๆนี่สิ นึกถึงเราอันดับแรก บางทีก็แอบน้อยใจ
ไอ้งานง่ายๆ เช่นการ์ตูน ย่อมต้องใช้เวลาน้อยกว่า ได้เงินง่ายกว่า
ไม่ค่อยได้ทำหรอก
แต่งานยากๆ ไม่มีสคริปต์ งานเร่ง แบบส่งเช้า ฉายเย็น จะเจอประจำ


ในบางอารมณ์ มันก็ต้องมีบ้าง ที่ท้อ และเบื่อ ตั้งแต่ยังไม่ทันจะเริ่มทำ
หรือบางรายการ ทำมานานๆ หลายซีรีส์ ก็ออกอาการชักเซ็งก็มี

ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ คือต้องทำใจให้รักมัน ให้ชอบมันซะก่อน
จะได้มีความสุขกับการแปล ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็จะมีอคติ
เมื่อคนแปลไม่สนุกกับมัน แล้วจะแปลให้ได้คำสนุก ให้คนดูสนุกตาม ได้ยังไง

**สิ่งสำคัญในการแปล อย่างแรกเลย คือต้องรู้ภาษาที่เราต้องแปลให้แตกฉาน
** สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือต้อง -เก่งภาษาไทย-
มีเยอะไป ที่ฟังรู้เรื่อง อ่านเข้าใจ แต่ไมสามารถถ่ายทอด ออกมาเป็นภาษาคนได้
ต้องขอเน้นว่า - ภาษาคน- ภาษาที่คนพูดกัน สื่อสารกัน คนฟังเข้าใจ

อันนี้น่าจะสำคัญที่สุด เพราะมันคือสิ่งที่คนดูจะรับรู้ได้
สนุกไม่สนุก แปลดีไม่ดี อยู๋ที่ตรงนี้แหล่ะ
เช่นแปลการ์ตูน ก็ต้องใช้ศัพท์ที่เด็กๆพูดกัน
และต้องไม่ใช่คำซ้ำๆ ใช้คำเดิมๆ อยู๋นั่นแหล่ะทุกประโยค

เพราะจริงๆแล้ว ถ้าอย่างภาษาญี่ปุ่น ,และเกาหลี
สำนวนของเขา ก็จะพูดเดิมๆ ตลอด
ถ้าขืนแปลตามนั้น ไม่ดัดแปลงเลย คนดูคงเบื่อพอดี

ถ้าแปลเกมส์โชว์ ก็ต้องเน้นมุข เน้นฮา
ถ้าแปลละคร ก็ต้องเน้นดราม่า คือต้องอินกับมัน ใส่อารมณ์ประหนึ่งเราเป็น
ตัวละครนั้น จะได้สรรหาคำที่กระชากอารมณ์คนดูได้เช่นกัน


**ความยาก ยังไม่หมดแค่นี้ **

-ถ้าแปล ซับไตเติ้ล - สิ่งสำคัญคือจำนวนตัวหนังสือ
ที่ต้องจำกัด จึงต้องหาคำที่กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
คนดูที่ต้องพึ่งเรา ที่ต้องอ่านซับไปตั้งแต่ต้นจนจบ
จะได้ไม่เมื่อยสายตาซะก่อน
(ถ้าอยากรู้ว่าซับไตเติ้ล แบบปวดหัวเป็นยังไง
ให้ไปดูหนังซีรีส์เกาหลี ที่ขายในเน็ต ที่มีซับงกงวย อ่านแล้วงงๆนั่นล่ะ)

- ถ้าแปล บทพากษ์ -อันนี้ยิ่งยากเย็น โดยเฉพาะสำหรับนักแปลมือใหม่ๆ

เพราะแปลจากภาษานึง มาเป็นอีกภาษานึง ให้มีเนื้อหาคงเดิม
แต่มีความยาวของประโยคเท่ากันนั้น มันยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ

เช่น ถ้าปากตัวละครพูด 5 คำ ก็ควรหาคำไทย ให้ได้5คำ
นี่ว่ายากแล้ว แต่ปัญหาไม่ได้หมดแค่นี้

บางภาษา ที่พูดเร็วมากๆ เช่น ภาษาเกาหลี ซึ่งคำจะกระชับ เสียงสั้น
ฉะนั้น เวลาแปลเป็นไทย ก็ต้องหาคำให้ประโยคลงตัวพอดี

ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็จะดีกว่าเกาหลีหน่อย ตรงที่ ภาษาญี่ปุ่นคำจะยาว
เช่น คำว่าขอบคุณ-- อะริงาโต้โกไซมัส-- ยาวแบบนี้ ก็ใส่เป็นภาษาไทย
สบายหน่อย เช่น-ขอบคุณค่ะ - ขอบคุณมากค่ะ- ขอบพระคุณค่ะ -
ก็ยังไหว

ภาษาอังกฤษ ก็พูดเร็วเช่นกัน เราต้องจับสปีดให้พอดี

ไอ้เรื่องจับสปีดนี่แหล่ะ สำหรับมือใหม่ คงจะค่อนข้างลำบาก
สปีดเรา กับสปีด นักพากษ์อาจจะไม่ตรงกัน

คนที่แปลใหม่ๆ พอแปลเสร็จ แนะนำให้เปิดดูอีกรอบ
เอาบทที่เราแปล มานั่งลิปซิงค์ เสมือนเราเป็นนักพากษ์
ดูซิ ว่าจะงับคำพูดทันมั้ย

ปัญหาที่นักพากษ์จะปวดหัวมากๆ คือบท สั้นไปยาวไป
บางประโยคสั้น บางประโยคยาว นักพากษ์ก็จับจังหวะไม่ทัน

ถ้าสั้นไป นักพากษ์ยังพอจะเติมได้ แต่ถ้ายาวไป นี่สิปัญหา

แปลบทพากษ์ จะเรื่องเยอะ กว่าแปลซับ เพราะบทพากษ์
เราต้องเก็บให้หมด ไม่ว่าจะ ไอ จาม กระแอม หอบเหนื่อย
ถอนหายใจ สะดุ้ง.... ฯลฯ

ถ้าเราแปลสนุก นักพากษ์ก็จะพากษ์ได้ไหลลื่น อารมณ์ต่อเนื่อง
หากแปลไม่ดี นักพากษ์ก็ต้องเทคใหม่ เทคแล้วเทคอีก
อารมณ์การพากษ์ของเขา ก็ไม่ต่อเนื่อง พาลอารมณ์เสีย
หนังเลยพาลหมดสนุกกัน

นักแปลที่ดี ต้องหมั่น หาความรู้เพิ่มเติมเสมอ ต้องขยันอ่าน
ขยันดูละครไทย ดูรายการข่าวสาร
ต้องรู้ว่า เขากำลังฮิตคำอะไรกัน ฮิตประเด็นไหน
พยายามเกาะติดกระแสไว้ เพื่อที่ว่า บทของเรา จะได้มีคำใหม่ๆ
เพิ่มอรรถรสให้คนดู

**สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด** คือต้องทำด้วยใจรัก
ถ้าใจรักในรายการที่เราแปล เรายิ่งจะแปลได้ดี



แค่รักในสิ่งที่คุณทำ ความสุขในขณะที่คุณทำงาน
ย่อมจะส่งไปถึงผู้ชม 

                                                             ******

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น