nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 251(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)



               " ฟื้นไข้ พอมีเเรงจึงได้มาเขียน "  ช่วงนี้ระบบสัญญาณไม่ค่อยคล่อง โหลดภาพยากนิดนึง
เด็กดีดูแล เติม ที่หายไป ให้แล้ว  เย้ !








         " มาโน้ดไว้ในได   จะเขียนเล่าในจดหมาย   มีแรงกว่านี้หน่อยแล้วกัน        
ไปเลือกตั้งมา              ตอนไปแบบกระทันหันว่าไปก็ไปเลย   ไม่ได้จองตั๋ว  
ไม่ได้บอกใคร  น้องไปกันแต่โทรตามเราไม่ติด  




ตั๋วเต็ม  ก็เลยวีไอพีสามคนกับพี่สาวหลานชาย  
หาช่องทางต่อรถเอาก็ได้    อะไรก็ได้ขอให้ใกล้สถานที่ก็ได้  ต่อไปอีกกี่ช่วงก็ได้   " เน้นที่ปลอดภัยกับสุขภาพ  เพราะเราไม่ได้ไปคนเดียว   ห่วงคนไปด้วย  เหมือนพาเขาไปลำบาก  แต่มีความคิดว่า   ถ้าไม่ทำอย่างนี้ พี่ไม่ค่อยได้กลับบ้านเลย    เเละติดภาระครอบครัว   กว่าจะได้กลับไม่รู้เมื่อไหร่ 
คิดแบบนี้   พ่วงล๊อคคอไปทันที "

( พี่มาซื้อของที่กรุงเทพ แวะจะมาค้างด้วย เจอเราตอนกำลังจะออกไปซื้อกะทิกับตะใคร้หอม จะเอามาทำน้ำมันกันยุง ไปให้แม่ด้วยเลย )



**********************

 


         " นอนไปหนึ่งช่วง  ยืนอัดเป็นปลากระป๋องอีกทอดหนึ่ง   สงสารหลาน  แต่เขาไม่บ่นสักคำ
(เห็น  แม่เขาบอกว่า  พ่อของเขาบอกมาหาน้า 
ห้ามซน  ห้ามบ่น)   คนไปเลือกตั้งทั้งนั้นเลย    
น้องขับรถมารับอีกช่วง   
             แต่ !  ทำไมขนขบวนกันมารับก็ไม่รู้   แถมหลานจอมซนแต่งตัวดูแล้วดูอีก 
เพื่อตามมาด้วย  เขาใส่เสื้อผ้าที่ป้าซื้อให้มาด้วย   
เออ นะ   น้องเป็นคนเล่าให้ฟัง    "





สถานที่เลือกตั้ง   เลวร้าย  ไร้กฏ มีแต่กฏหมาหมู่
ไม่มีกฏิกา   ทำผิดกฏหมาย  
คนรักษากฏหมายวางเฉย  


สิ่งที่เราพูดกับเพื่อน  เพื่อนที่ตอนนี้   แบ่งพักแบ่งพวก   เพราะเรื่องอำนาจที่บ้าไปตามเขาก็เท่านั้น  
"    ทำไมทำแบบนี้   ไม่มีที่ใหนทำกัน  "  เพื่อนพูดว่า  " ที่นี่ไม่มีกฏ   ใครทำอะไรก็ทำเหมือนกัน "

                  พูดไปยักคอไป  ยืนเท้ากระดิกอีก  (นี่หล่ะเพื่อนเรา  เป็นผู้หญิง  แต่เหลวไหล         ส่วนผู้ชายไม่ค่อยเท่าไหร่  ถ้าพูดถึงเพื่อนที่เกิดมาแล้วเจอกัน เล่นด้วยกันเลย     
" เอาไม้มาทำไมเนี่ย "  เพื่อนมันบอกว่า
" มาตีหมา  หมามีแต่ตัวใหญ่ ๆ " 


       ไอ่เราก็ลืมคิดเมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงพูด  จะคิดดีก่อนเสมอ  เห็นหมาที่ตามมาด้วยตัวใหญ่   ส่วนเพื่อนสนิทเล่าทีหลังว่า         
" มึงไม่เห็นมันพูดกระทบกูรึ   ที่มันบอกจะเอามา
ตีหมาหน่ะ "



สองคนยืนฝั่งตรงข้ามกัน   สองคนเป็นเพื่อนสนิทกันกับเราทั้งหมด  เป็นคนเกิดพร้อมกันเรียนด้วยกัน  ส่วนคนที่สนิทที่สุด     อยู่ประถมนั่งหาเหาให้กัน
                 (มีด้วยนะ  ติดกันมา   เป็นสถานที่เลี้ยงญาติไดโนเสาร์ )



**********************
เวลาจะคุยกัน  กู มึง " ต้องขออภัยผู้อ่าน  อันนี้เป็นการเขียนมีชีวิต  ไม่เคยดัดจริตทุกทำพูด   แม้อารมณ์หลากหลาย   เป็นเหมือนคนสองบุคคลิก  อาจไม่ถูกใจใคร   แต่ใช้ใจเขียน  ในชีวิตก็ไม่ได้ไปพูดกระด้างกับใคร   อยู่ที่สถานที่  บุคคล  สถานการณ์  เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง   และ ฯลฯ

********************






(เสียงจากใจ  พิราบขาว   กับเรื่อราวกฏหมาย และการเมือง  )

              แม่หยิบซองสีชมพูมาให้     ก็เลยถาม  เปิดดูมีเงิน   ดูหน้าซองมีชื่อเราด้วย      เสียงใหนไม่รู้   ดังขึ้นว่า " อันนั้นเขาเอาให้    จะเอาไปทำบุญ  ทำอะไรก็แล้วแต่ "        ....แค่นี้หล่ะ   เเล้วก็ได้ประโยคดังพอประมาณว่า 
" กูบอกมันแล้วไม่จำ   เงินบาป  มันยังกล้าใส่ซองมาให้กูอีก    อุตส่าห์คุยเตือนแล้วก่อนจะมาเนี่ย    แถมยังเขียนชื่อกูอีกนะ    " มันเขียนหาพ่อมันเหรอ "
(โมโห  แต่ใจไม่ร้อน  อยากด่ามันต่อหน้าเลย )  แล้วหัวคะแนนก็เดินเข้าบ้านมา  หน้าตาเลิกลัก จ๋อยบน ๆ   มาพูดเบา ๆ  ว่า " ฝากเบอร์นี้  เบอร์นั้นด้วยนะ "


เราก็มองเฉย ๆ  (เขารู้นิสัยเราอยู่เเล้ว  แต่ทำนี่คงไม่คิดมาก  ตามความเซ่อก็เลยโดนด่า  คนนี้เขาเคยคำพูดอึ้งของเรามามากมายเหมือนกัน)   "  ฝากบอกเขาด้วยนะ  ว่า  บอกแล้วไม่จำ  " 
(แม่ส่งเสียง  เบา ๆ   ไอ่เราก็บอกว่า  พูดอย่างนี้อยู่แล้วก็รู้อยู่  ต่อหน้า )   แล้วเขาก็ไป



ไอ่เพื่อนสนิทเข้ามาที่บ้าน  มานั่งกินข้าวด้วย คุยกันไปด้วย    ก็เลยเล่าเรื่อง " ระบบ  สายงาน  การทำงานเป็นช่วง   ตั้งแต่ฐานล่างจนถึงบน     แล้วก็เลยบอกประมาณที่เล่านี้  เขาก็รู้แล้ว  และคิดว่าเรารู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง   ไปมาอย่างไร   กินนอกในอะไร   เจ้าเพื่อนสนิทบอกว่า  " กูเชื่อว่า  นรกมีจริง  ลูกเรียนจบ  ก็จะเลิกทำ "  (กลับกรุงเทพมานั่งคิด   อ๋อ  เพื่อนมันสารภาพ  เออ  ก็ยังดี  อย่างนี้ก็รู้บ้าง  จิตสำนึกความ   เริ่มดี    ส่วนอีกคน   เราเห็นแต่กิเลศหนาเตอะ   ทะยานอยาก  จิตมาร  ฯลฯ  สงสารเพื่อนจังเลย  )






         "  ก่อนไปเลือก  แม่บอกว่า ฝากญาติเราด้วยนะลูก  สงสารเขา  เราก็มองหน้าแม่แล้วก็เดินเฉย   แม่จะพูดแบบนี้  แต่เขาจะรู้นิสัยเราดี    เพียงได้พูด ที่เหลือเรื่องของเรา   ส่วนเรื่องซอง  แม่พูดก็จริง  แต่มีประโยคหนึ่ง  พูดว่า  "  อือ  ดีแล้วหล่ะ "   (บอกแม่ว่า  " เงินที่เขาให้มา  คือเงินสกปรก  เขาซื้อเรา   ไม่เอา  แล้วก็ไม่เอาไปทำบุญได้  " 
พูดแค่นี้  ไม่ต้องอธิบายยาว  เข้าใจ)
(ซองที่โยนทิ้งไว้ด้านหลัง  ไม่ได้สนใจว่าจะไปใหน)


  "  บอกเพื่อนสนิทว่า    เป็นหนี้แผ่นดิน  มันหนักมากนะ  เมื่อถึงเวลาหนึ่ง  มึงจะต้องใช้  จะไม่เหลืออะไรเลย   แม้แค่เรื่องเล็ก ๆ   กระดาษที่เก็บชั่งกิโลขาย  มาซื้อขนมกินกัน 
ก็เป็นหนี้หลวงแล้วนะ คิดดีดี   "  
เพื่อนก้มหน้าจ๋อย ๆ  แล้วก็บอกว่า " ทุกวันนี้  เงินที่เขามีเยอะ ๆ  มันหายไป เรื่อย ๆ   ตอนนี้เเย่ลง ๆ  "
แล้วเธอก็เริ่มสำนึก (ดูจากสีหน้า  การรับฟัง )






"  แล้วนี่  พวกมึงทำทำไม  กูบอกมึงแล้วใช่ใหม  อย่าทำอย่างนี้    ไม่จำเลย   ไปบอกเขาด้วย  ทีหลังอย่าทำ  จำใช่ใจด้วย  "      เพิ่งรู้ตอนหลัง  แม่บอกว่า  ซองนั้นสงสัยของหัวคะแนนคนนั้น   ไอ่เพื่อนเราเป็นให้อีกคน  



นับคะแนนแล้ว คนที่เราเลือก  ก็ได้  " รู้ว่าไม่มีสิ่งใหนดีกว่ากัน    แต่บ้านมีกฏบ้าน  เมืองมีกฏเมือง  สังคมต้องมีการทำงานเป็นเคลือข่าย   การทำงานต้องมีทีม    แม้จะเลือกคนที่ดีพร้อมไม่ได้  แต่เลือกคนที่จะทำงานและเลวน้อยได้   

     ส่วน " ที่ สิ่งที่ต้องทำเอง  คือ  ตัวเรา  ต้องดูแลจิตให้ดี  ปกป้อง  คัดกรอง  และเดินทางต่อไป 
ด้วยตัวเอง   เพราะเป็นแบบนี้มา   "


******************



           " บ่ายลมเย็นพัดมา   ดูกล้อง ชาร์ตเเบต
รู้สึกถึงร่างกายอ่อนล้า   ไม่ได้พัก   เผลอหลับ  
แม่นั่งอยู่ข้าง ๆ  น้อง  หลานอยู่ใกล้  ๆ   ได้ยินบ้างไม่บ้าง  ว่าเขาคุยอะไรกัน เพราะความง่วงและ
เริ่มมีไข้   สลึมสลือแล้วก็หลับตาต่อ จองตั๋วไม่ได้
กลับกับน้องแทน   

     ที่จะนั่งรถกลับเองเพราะเราได้นอนพักมาด้วยการเดินทางยาวไกล  ไปกลับ 
ต้องการถนอมร่างกายให้มากที่สุด  รบกวนคนอื่นน้อยที่สุด   



            " การเดินทาง  ถ้าไปด้วยใจ  ไม่ว่าจะมีอุปสรรค์แค่ใหน       แต่จุดหมายปลายทางคือ
ที่ตรงนั้น   หากมีอุปสรรค์ระหว่างทาง  แต่เส้นทางที่เดินย่อมมีช่องทางให้เราหลบเลี่ยงเพื่อจะไปถึงจุดหมายที่หัวใจเรานั้นจะไป    
     แม้บางครั้งต้องแลกมาด้วยความอะไรมากมาย   ที่ทำให้บั่นทอนกำลังใจ  แต่ไม่เคยลดหรือตัดกำลังให้ชีวิตพังทลาย    

                การเดินทาง ที่ต้องใช้ปัจจัยในครั้งนี้เป็นค่ารถเดินทาง  แน่นอนว่า เราพอมีเงินค่ารถได้สะดวก   จึงทำอย่างนี้ได้  ไม่ต้องอธิบายมากมาย  แต่ด้วยบุญกุศลที่ทำมา จึงทำให้ไปได้ตามเส้นทาง 
และเรื่อย ๆ    "



( ยาวจัง  ไว้เขียนเล่าในจดหมาย  ในวันว่าง  )





ตอนที่เดินทางกลับมา  ปวดหัวมากเลย
อาเจียนไปสองครั้ง  หมดทั้งตัว
พี่สาวก็เป็นเหมือนกัน (พักผ่อนน้อย)
นอนทั้งวัน  มีไข้  เพิ่งดีขึ้นก็มาพิมพ์
แต่บางที  เข้าระบบก็ไม่ได้  กว่าจะได้อันนี้ต้องเผื่อ
สุดท้าย   " คิดถึง  ตลอดการเดินทาง อยู่ในใจ "




21.30

**********************




เมื่อสายฝนโปรย เรายังจะคิดถึงกันเสมอ (121)










ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น