nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 252(พิราบขาว)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)

หลวงปู่พุทธะอิสระ - พลังบุญ พลังจิต 2/2




http://www.youtube.com/watch?v=eO7YNbDMaUg





         สาธุ ค่ะหลวงพ่อ

ขอบคุณผู้เอามาลงยูทูปให้ได้ฟังอีกครั้ง  หลังจากฟังจากคลื่นธรรมะอิสระ


************************





             ที่เอามาเก็บในไดอารี่  ไม่ใช่มาฟังอย่างเดียวค่ะ    แต่ที่หลวงพ่อท่านบรรยายธรรม  
ทำให้ชี้ชัด ประทับว่า  " สิ่งที่เรารู้นี้  คืออันเดียวกันที่ท่านสอน  สาธุพระคุณเจ้า  ที่ทำให้ศิษย์กระจ่างชัด  เดินทางได้รวดเร็วต่อไป  "



  *** " ฝึกสติ "  > สมาธิปรากฏ = ปัญญาปรากฏ


(ได้ฟังบรรยายธรรม  ก็เลย อ๋อ เราทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว  แบบนี้นี่เองนะ )





**************************



       ทีนี้  หน้านี้  เราก็เขียนได้เลย   เป็นธรรมทาน
เขียนจากตัวเอง   และได้ยินไม่กี่ประโยคจากพระผู้ใหญ่    ไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะจบเล่ม  ไม่ค่อยอ่านหนังสือ   แต่ฟังบรรยาย  บ้าง

(รอให้คนอ่านให้ฟัง  จะได้ทำหลายอย่าง  แบบว่า  ฟังไป ทำไป ดูไป ฯลฯ   แห่ะ   มีในหัว )



อันที่จะเขียนนี้   ก็ไม่ได้ฟังบรรยายสรุปอะไรที่ใหน   แต่ฟังบ้าง  ปฏิบัติมาเรื่อย  ๆ  ยังไม่เคยมาสรุปสั้น  เรียบเรียง   " คิดว่า  จะเป็นประโยชน์อย่างมาก  
กับคนที่เข้าใจมาเเล้ว   กับผู้ที่รักษาศีลดีมาเสมอ 

            เพราะสิ่งเเรกก่อนที่จะพูดถึงมาถึงบรรยายที่ท่านพูดถึงในยูทูปนั้น 
ต้องทำสามศักดิ์สิทธิ์ให้ดีก่อน   มาพร้อมกับฝึกสตินั่นหล่ะ   ถึงจะมาเรื่องพลังจิต ส่วนพลังบุญ 
เมื่อสามศักดิ์สิทธิ์แล้ว มีพลังบุญพลังจิต
ก็เดินต่อ ต่อไป ต่อไป 
ตามที่ตนรักษาและปฏิบัติมาค่ะ  "





เคยเขียนเรื่องตอนเด็ก  ได้ยินพระผู้ใหญ่ท่านเทศน์ ในวิทยุ  ประโยคหนึ่ง " สติ "  แค่นี้หล่ะเข้าในใจเลย   เดินตามท้องทุ่ง ไปนาสวน ก็จะระวังทุกย่างก้าว  มดบ้าง(พยายาม เจอแล้วไม่เหยียบเขา)
ต้นไม้บ้าง  บุ้ง  สัตว์เล็ก-  ฯลฯ



" ศีล "    ผู้ที่รักษาศีล  ทำให้กายสะอาด  จิตดี  (สิ่งนี้เป็นเส้นทางของการเดินทางบริสุทธิ์ค่ะ ถ้าได้ปฏิบัติต่อไป  จะไปได้เร็วมาก  เพราะกิเลสน้อย 
สิ่งที่เกาะกุมดวงจิตให้ทึบน้อย 
หากชำระจนจิตระเอียดแล้ว  ยิ่ง.....ฯ)


" ศีล และ สติ " รักษามาพร้อม ๆ กัน  ก็จะเกิดสมาธิโดยอัตโนมัติ  เกิดปัญญาตามมา  รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริงของ"ธรรมชาติ"

" ถ้ามาถึง ขั้นนี้  คือ พลังจิต  ก็จะมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดดับตามธรรมชาติ  ที่ตาธรรมดามองไม่เห็นค่ะ  แต่ตาจิตมองเห็น   พลังจิตมีตามขั้น  ... "




" พลังบุญ พลังจิต " (จะเขียนภาษาพูดตัวเอง)เป็นพลังสีขาว

แต่พลังจิตบางอย่าง ที่เกิดจากการฝึกตามช่องทาง  ที่ไม่ทราบที่มาบ้าง ทราบบ้าง  เอาง่าย ๆ คือ 
" ไม่รักษาศีล  จิตไม่บริสุทธิ์   พลังจิตที่ได้สะสม
ที่เป็นบางพลังงาน   อาจทำให้หลงทาง  ทำสิ่งดำ
เพราะตั้งแต่ต้น  รับสิ่งดำ ๆ  สะสมในจิต  หากฝึกได้ก็  คือพลังจิตมาร  ชอบเอามาทำชั่ว "
(สิ่งนี้  ที่น่ากลัว  และเคยเจอคนเเบบนี้หล่ะ  ..แต่ เอ  เขียนสิ่งขาวก่อนดีกว่า    เมื่อถึงวันหนึ่ง 
คงเขียนเรื่อย ๆ  มันเยอะมากเลยค่ะ  )




***************************


"  การรักษาศีล  
มีจิตที่มีพลัง
มีพลังบุญ
จิตระเอียด
           เเม้ว่า  เราจะอยู่ในโลกสมมุติ    เจอเรื่องสมมุติ  ทำให้อารมณ์เศร้าบ้าง  ทุกข์บ้าง  หลงในรักบ้าง   ( แต่ยกเว้นรักบริสุทธิ์  ธรรมชาติสร้างให้ความรักเมตตา  คือรักบริสุทธิ์   
ธรรมชาติสร้างร่างกายมาตามธรรม)
เราก็จะไม่ทุกข์  หรือทุกข์ก็ไม่นานนะค่ะ  
มันเป็นธรรมดาที่เกิดทุกข์   หากใจเป็นทุกข์มาก  
นั่นก็แสดงว่า เรารักษาศีลไม่เต็มจึงมีฝุ่นมาเกาะจิต   ทำให้หมองไร้พลัง   นั่นเพราะเราหลงในกิเลสมากกว่า  "ความรักเมตตา   คือรักบริสุทธิ์ ค่ะ " ถ้าอย่างนี้  เป็นโทษกับกายและใจพลอยทำให้จิตอ่อนกำลัง   ( เคยเขียนว่า จะเขียน ว่าทำไม  กายถึงทรุดทันที  วันนี้จะเขียนต่อท้าย)



***
กายที่ทรุดโทรม  เพราะความรัก(กิเลส) ทำให้จิตที่อาศัยอยู่ในกายหมดพลังในทันที   เมื่อสติเผลอ 
ลืมแยกกายคือกาย  จิตคือจิตค่ะ   " หัวใจที่อ่อนแอ  ทำให้ไม่แยกแยะ  ว่ากำลังรู้สึกอะไรกันแน่  และสิ่งใหนคือสิ่งที่เป็นจริงตามธรรม   หากเราเข้าใจตามธรรม   เราก็จะหลุดออกมาจาก
ความโศกเศร้าทันที  และกายจะทรงตัว 
จิตจะค่อย ๆ   ฟื้นและเเข็งแรงขึ้นเหมือนเดิม 
กายสดชื่น  ใจสดใส  ทั้งนี้ทั้งนั้น 
         บางครั้ง  ก็ได้รับกำลังใจ  หรือคำปลอบใจ  คำแนะนำ   หรือสกิตเตือน   ก็จะกลับมาเป็นคนเดิมที่ดูแลสุขภาพ  กาย  ใจ  และจิตให้เหมือนเดิมค่ะ
...ช่วงระหว่างอย่างนี้  เป็นช่วงต่อของสภาวะธรรม  ที่ผู้ไม่เคยเจอ  ยังไม่ผ่าน  จะเจอ  เมื่อเจอเเละผ่าน  จะต่ออีกขั้นค่ะ    สติ คือ ตัวหลัก   โชคดีนะค่ะ "




*************************


        บางทีอยากเขียนโน้ดสั้น ๆ  หลัก  ๆ  แต่ก็ต้องเขียนเป็นบรรยาย    ในเมื่อมีโอกาสได้เข้ามาเขียน  ก็จะเขียนให้เต็มที่  เท่าที่บางช่วงตอนสมควรแก่เวลาต้องเขียน หากยัง   ก็จะยังไม่เขียน  


" จิตที่มีพลัง  แล้วนั้น   แม้จะเขียนความทุกข์  เศร้า  สุข  อะไรต่ออะไรมากมาย    แต่ทั้งหมด  ปัจจุบันนี้  คือ " เขียนอารมณ์ค่ะ   เขียนเพราะรู้   รู้เพราะอยู่เหนืออารมณ์  รู้เท่าทัน  อย่างนั้นหล่ะ   "  
รู้ว่ามันทุกข์ เศร้า หนาวเหน็บ 
       แต่ก็รู้ว่าเดี๋ยวก็ดับไปเอง  แต่ที่เขียน   เพราะนี่คือธรรชาติ   เเละเกิดจริง ๆ
( ไม่ได้เป็นทาสอารมณ์ค่ะ )

            จิตไม่ได้หมดพลังค่ะ    คนอ่านคงมีบ้าง  คิดตามหรือเปล่า  เข้าใจว่าอารมณ์ใหน      หรืออย่างไร    อาจสบปรามาส  อันนี้ไม่ว่ากันนะค่ะ   เพราะเข้าใจทุกอย่างก่อนเขียน  และจงใจเขียนตามธรรมชาติ   เพื่อสื่อก็เท่านั้นหล่ะค่ะ  


    "  เรื่องใจ   ความรัก  เป็นความรักของศีล และจิตที่ดี   ตัวเองจึงได้เกิดความรู้สึกกับคนที่ว่าเรารักได้  เรารู้ว่าเขาเป็นยังไง  "

              อันนี้อย่าไปพูดถึงภาพและ สิ่งนอกกายที่เป็นมายาเลย คนเเบบนี้แล้ว เดินทางมาอย่างนี้แล้ว  ไม่มีหรอกที่จะไปเกือกกลั้วกับกิเลสที่คุมสิ่งที่อาจเจอะเจอ เพียงแต่ว่า   คนที่ใช่ก็คือใช่ 
เมื่อวันหนึ่ง   ความรักธรรมชาติ  รักบริสุทธิ์ 
หากเขาไปใหน              อันนี้ถึงได้เขียนประจำว่า   " ก็ตามแต่ใจ "

" นี่ก็คือบริสุทธิ์   หากเรายืดไว้ ถือไว้ ก็ไม่ใช่แล้ว    แล้วเราก็เริ่มหลงในกิเลส   ภาพมายา  สิ่งรอบข้าง  ไม่ว่าจะกาย  ความต้องการ หรืออะไรต่าง ๆ   แต่
ที่พูดถึงคือจิตดีค่ะ ต้องมีที่มาอย่างที่เขียนข้างบน "





********************



เขียนฝากท้าย ๆ ว่า  

รักษาศีลค่ะ   ทำสามศักดิ์สิทธิ์
(อ่านรายระเอียดที่เว็บวัด  อคติไม่ทำให้เราเห็นอะไรมากไปกว่า  ดูก่อน)

" หลักคำสอน คือต้องเรียนรู้   หัวใจสำคัญคืออยู่ในหลักคำสอน    เรียนปริยัติคู่กับปฏิบัติ    
หากชาติภพ  ได้เรียนสะสมมาแล้ว   ปฏิบัติต่อไป  

ทำไมพระป่า ท่านเน้นปฏิบัติ   ภพชาติท่านหล่ะ )

(ก็ เขียนเผื่อ ๆ แบบกัก ๆ   คิดเท่านั้นหล่ะ 
สำหรับตัวเอง  อธิบายได้หมดเลย)



********************








ท้าย ๆ  โน้ดไว้ว่า

" ดวงจิตที่มีพลังแล้ว ย่อมผ่านการฝึก  ผ่านปฏิบัติ
ถ้าอยู่ในโลกสมมุติ    อยู่ในสถานการณ์สมมุติ 
แม้ว่าจะมีหลากหลายสิ่ง  ที่เป็นกิเลสล้อมรอบตัว     เราก็ทำตัวตามสมมุติ  
เพียงไม่ลืมว่าเราอยู่ในวงล้อมสมมุติ   
ทำตัวตามสมมุติ  คือยังไง   ก็คือปรกติ  แต่
มี " สติ " ไว้ปกป้องจิตตัวเอง  ไม่ให้รับสิ่งที่
ไม่เหมาะไม่ควร   มีสติใช้ปัญญากรองแยกแยะ  ว่าเราจะรับอันใหน  อันใหนดี อันใหนไม่ดี  
ขวางลำเลยเมื่อเจออันใหนไม่ดี  หากเราทำ 
เราก็ไม่ผ่านไง เราเจอกิเลสหลอกล่อให้เราหลงทำ  
ก็จะใช้คำว่า
       " พลาดเพราะขาดสติปัญญาเลยไม่เกิด ก็เลยหลงทาง "   ถ้าไม่อยากพลาด  ก็ใจเเข็ง  แล้วมันก็จะผ่านไปได้ อีกขั้น
ผ่านการทดสอบ  และเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ไป







(สำหรับคนเข้าใจแล้ว  แค่ฟังบรรยายหลวงพ่อก็สั้นกระชับ  เข้าใจง่าย      ส่วนไดอารี่  เขียนเรื่องราวทั้งหลาย ๆ  ทาง 
            ที่ว่าจะได้เขียน    มันก็เป็นเช่นนั้นเอง   และที่เขียน   เป็นสิ่งที่เขียนขึ้นมาเอง 
อีกหนึ่งเปอร์เซ็นเป็นเรื่องที่ฟังมา )









" และ  วันนี้  ก็มีสิ่งที่ได้เขียน
มืดแล้ว  ปิดประตูบ้านก่อนหล่ะ  
หิวด้วย  หาโกโก้ร้อนกินดีกว่า
อย่าลืมอ่านให้ฟังนะ  อิ อิ  มีง้องแง้งต่อท้ายด้วย

อ้อ ซื้อกุหลาบจิ๋วมาปลูกด้วยหล่ะ  สามต้น
ปลูกผักหายากไว้เมื่อเช้านี้
ลูกยอเริ่มทยอยออกมา  เรื่อย ๆ ล่ะ   สวยดี "




18.09


*****************



ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น