nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 215(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)




       " มารอบดึกอีกล่ะ  ไม่เขียนหล่ะเป็นเรื่อง  หายไปเกินวันอาจ  เป็น เรื่อง  (ทำเสียงยืด ๆ  เหมือนคนอวดผี)  .... พูดถึงรายการวันนี้   สงสารจังเลยเน๊าะ  ตายแล้วยังไม่แล้ว  ยังทุกขเวทนา  ยังอาวรณ์  ยังหลงทาง ยัง  อืม....  เรื่องมันเศร้า  "



เมื่อวานมีผู้หญิงอิสลามร้องให้เยื้อง ๆ หน้าบ้าน 
ไอ่เราจะไปปิดบ้าน  ก็เกรงใจไม่อยากรบกวนเขา    เห็นถือร่มร๊องห้ายยยย   (เอ็กโคล่ ....เรื่องมันเศร้านะ  แต่เล่าไม่เศร้า) ก็ยังดียังมีเพื่อนปลอบอยู่ข้าง ๆ    ไอ่เราก็สงซ๊าน สงสาร  ได้ยินเสียงร้องสะอื้น    แค่นี้ก็สงสารมากพอล่ะ   ไม่อยากให้ร้องให้เลย   แต่นี่ร้องไปสะอื้นไป  


ดีนะแค่สะอื้นไม่ครึ่งเรา  หากเเบบเราหล่ะก็   อย่างนั้นเขาเรียกเก็บกด  ข่มใจ  ระเบิด  เพราะไม่สามารถร้องได้  ร้องตอนเด็กครั้งนั้นที่พ่อถือไม้ไล่  นึกว่าพ่อจะตีเพราะเล่นจนมืดไม่ยอมขึ้นบนบ้าน     ส่วนน้องชายก็แกล้ง  " กองกอย กั๊บ ! " เนี่ยมันแกล้งกันอย่างเนี้ย    ก็เคืองไง  เลยงอน  
( ว่าแต่ ไอ่ผีกองกอยพอรู้นะ  แต่กั๊บนี่มันอะไร
เสียงร้องเหรอ  ต้องกลับไปถาม 
จะยังจำได้อยู่ใหม  ... เราไม่ได้กลัวนะ  แต่กวน )


ปีนเล่นอยู่ใต้ถุนนั่นหล่ะ   พ่อก็ถือไม้เรียว เรียกแล้วเรียกอีก  เจ้านี่ก็คิดว่าพ่อจะตี  วิ่งรอบที่บ้านสามไร่ ต้นไม้ใหญ่เป็นรั้วบ้าน  ทีนี้หล่ะพ่อก็วิ่งเรียก  " กลับมา  "  ไอ่เราไม่ได้ยิน  ก็นึกว่าไล่ตีเพราะดื้อ  วิ่งร้องดังมาก  ๆ  วนอยู่งั้นหล่ะ   ชาวบ้านรู้กันทั่ว 
มารู้ทีหลัง  บร๊ะ !  เราวิ่งให้เหนื่อยทำไมหล่ะเนี่ย

แล้วก็ไม่มีน้ำตาอีกเลย  ยี่สิบกว่าก็ไม่เคยให้ใครเห็นน้ำตา   จะมาปลดปล่อยก็ตอนหลัง  ๆ  นี้หล่ะ
" นะ ผู้หญิงยังไงก็เป็นผู้หญิงวันยันค่ำ  เกือบล่ะ  ทอมบอยมันเริ่มมีลาง ๆ   ปล่อยอีกนานคงเต็มตัว  ทีนี้หล่ะ     ขึ้นเวที เพราะก่อนหน้า   
ก็ชกกระสอบทราย  ฟุตบอล ตระกร้อ อะไรที่สวย ๆ งาม  ๆ  อย่างนี้หล่ะ  ชอบ  สนุกดี บ้า บ๊อง "


(เเหม เขียนไปเล่าไป  กลบเกลื่อนการร้องให้สะอึกสะอื้น  ช่างเหอะ   ยังไงก็  ถ้าร้องอีก  ก็คงสะใจร้องให้มันซะเลย  สมน้ำหน้า  ฮา ฮา ฮา...)



               ..." วันนี้มีเพลงรัก รอ เต็มเลย  ฮู๊ ! ...
อย่างนี้หล่ะ  คนมันรัก  อ่ะ อ้าว .....ให้ดูแต่ตา 
ฟังไปฟังไป ...........   (ทะเล้นนะเราเนี่ย) "


วันนี้เเวะดูเจ้าเอิง  แวะซื้อกล่องพลาสติกเก็บของข้างร้านเจ้าเอิงด้วย   ...พระมีองค์เอิงเอยด้วยหล่ะ   พระอีกองค์อยู่แถว ๆ  ฝั่งทะเลลงใต้ก็ได้ยินว่ามีองค์เอิงเอย  อ่ะแน่ะ !  แถมมีองค์สมเด็จโตอีกนะ    ...งานเข้าหล่ะทีนี้   กลุ้มเลยเรา   ไม่รู้ว่าท่านสอนเจ้าเอิงว่าอย่างไร   ไม่รู้ว่าท่านอธิบายเรื่องราวว่ายังไง    ....เจ้าเอิงชวนอาทิตย์นี้ท่านจะมา   ชวนพี่อยู่นั่นหล่ะ     ไอ่เราก็บอกว่า  " ไม่รับปาก  เพราะปรกติมาก็เจอ  "   (ก็ปัด ๆ  ไปงั้นเลย ) 
...ในใจมันเริ่มนึกถึงกาตูนร์หน่ะ   เเบบว่าเดินคุยกันอยู่ดีดี  แล้วก็หยุดกึ๊ก   แล้วก็ค่อย ๆ  ถกขา  ถอยหลัง  ถอยหลัง  แล้วก็ถอยหลัง (ขำ ๆ  ...เราคิดเรายังขำตัวเองเลย คิดไปได้)

เรื่องของเรื่อง  " ไม่เอาอ่ะ   ไม่อยากฟัง  ไม่อยากเจอท่านมาแบบนี้  ไม่รู้ล่ะ  จะสอนใครยังไงก็สอนไป  แต่ครูบาอาจารย์เรา  ต้องชัดเจน   อย่ามามั่ว  มัวซัว   "   คิดอย่างนี้  แล้วก็เลยเฉย ๆ   คุยเรื่องอื่นไป     ...วันนี้คุยกับคนแถวนั้น  ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าเรามาจากใหน   พอคุยไป รู้จักกับเจ้าเอิง  เขาคุยจ้อเลย  แต่พอพาเจ้าเอิงมาช่วยดูของให้  
เจ้าเอิงกลับไม่กล้าคุยกันเท่าไหร่  หมายถึงคุยเเบบฉบับเราหน่ะนะ    (ข้าไม่รู้  ข้าไม่สน  แต่ข้าคือคน  คนที่จะคุยก็คุยชัดเจน  น้ำเสียงเหมือนนักรบ   เออนะ  ตกลงใครเป็นใครกันแน่ว่ะเนี่ย  เหมือนเจ้าถิ่นเลยนะเรา )  ... เจ้าของร้านเดินออกมาส่งด้วย  สงสัยเราจะดูบอบบาง   อิ อิ


... ว่าจะไม่เขียนเรื่องพระนะ   แต่ว่า  เขียนแบบนี้  ไม่เป็นไร  แต่อย่าชวนบ่อยล่ะกัน   กลัวพระที่ว่ามีองค์สมเด็จโต  มาแจกพระสมเด็จ    ทีนี้หล่ะก็....



"  พูดถึงแล้วก็นึกถึงพระผู้ใหญ่องค์นั้นนะ  เรายังไม่ได้ขอขมาท่านเลย   เราไม่ได้ตั้งใจทำให้ท่านต้องเจอจุดจบ   เราแค่ถามพระผู้ใหญ่กว่า  เรื่องการจะรับฟังก่อนใหม   ...แล้วท่านก็ตกปากรับคำ   ท่านก็ต้องทำตามนั้น  สุดท้ายก็จบ  ...พระท่านก็โอดครวญว่า  " กรรมได้มาถึงแล้ว "  ท่านก็พูดแค่นี้  แล้วทุกวันนี้ท่านก็รับกรรมของท่าน  โดยที่รู้ตัวด้วยว่าทำไว้  และถึงเวลา   ...แต่เราสิ  ยังไงก็เศร้า  ไม่ได้จงใจตั้งใจไปเปิดทาง  
...แล้วตอนนี้อะไรอีกหล่ะเนี่ย  !   จะหนีไปใหน   ในเมื่อก็ต้องดูแล  ส่งให้เขาขึ้นฝั่งก่อน  ตอนนี้ก็เคลียร์คนแถวนั้นได้เป็นรายทางแล้ว   ตอนนี้เจ้าเอิงก็มีเพื่อน  สนิทใจกว่าเก่าล่ะ   เห็นบอกว่าเหงา  ไม่มีเพื่อน  ไม่คุยกับใคร   (เข้าใจล่ะ  ที่ไม่คุย  เพราะตัวทำตัว  วางตัว  มันก็เลยไปกันใหญ่    อ่ะ จริง ๆ  นะ  ต่อให้ใส่สร้อยโบราณเต็มคอเหมือนเรา  แต่เราใส่เป็นเครื่องประดับดีไซร์ด้วยไง    ถ้าไม่ทำตัวเบ๊อะบร๊ะ  ดูพิลึก  คนเขาก็ไม่คิดแง่ลบหรอก   เขาสัมผัสไวมากนะ   กับผู้คนที่เจออย่างนี้  ส่วนตัวเรานะหรือ  ผ่านตลอด   สนุกอีกต่างหาก    คุยกันกับคนทั่วไป   ก็กันเอง  เราสบายใจ  เขาสบายใจ   ก็ไม่ต้าน   แล้วก็ไม่มีกิเลศกั้นใจ   จิตมันก็เปิด   ความสบายใจก็มา   แล้วทีนี้  ก็คุยกันได้สบาย ๆ  ก็แค่นี้    .... "


**********************


              "   ไม่รู้ยังไง  แต่รู้สึกอุ่นใจเสมอ  เห็นเธออยู่ใกล้ ๆ   รู้สึกว่าเธออยู่ไม่ห่าง  ขอบคุณนะค่ะ
ขอบคุณที่เข้าใจ   และอยู่เป็นเพื่อนกัน ให้รู้ว่า  แม้เราหายไป   แต่ถ้าย้อนดีดี  ก็จะเห็นว่า  เราหายเป็นปรกติ  โผล่บ้างหายบ้าง  

ช่วงนี้นะ  ต้องเขียนอธิบายแนวนี้บ่อย   เพราะเข้าใจว่า   คงคิดเหมือนกัน  คือ ใครหายไปก็คิดมากล่ะ    เหนื่อย  ๆ กับงาน   หรืออะไรก็ตาม  ก็จะทำให้วิตกกังวล    แล้วก็ความที่เป็นตัวของตัวเองด้วย
อาจพาให้คิดหลากหลาย   และกับที่ตัวหนังสือมันก็ยืนอยู่แค่หน้าจอก็เลยหาจุดมันยากสักหน่อย

          แต่สำหรับเรานะ  ไม่คิดมาก  ไม่คิดอย่างนั้น  วันนี้ฟังเรนโบว์ชุดรักหมดใจ เจ้าเอิงเปิดให้ฟัง 
แถม ๆ  มาแซว รักหมดใจ   เปรี๊ยวจี๊ดก็ไปด้วยนะ  นั่งกินข้าวกันคุยเล่นกัน  ...ก็อยากมาแซวกันอย่างฮา    เราก็เลยเล่นเขาซะจุก  


ไม่ใช่ไรหรอก  เป็นคนสบายใจ  ถึงเป็นอะไรก็ไม่นาน   ส่วนใหญ่แล้วจะสบายใจมาก ๆ   เพราะคิดอะไรก็ทำอย่างนั้นหล่ะ  ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหากับใจ
....ก็ จะเขียนให้กันได้อ่านอย่างนี้หล่ะ เรื่อย ๆ ค่ะ
ส่วนใหญ่แล้ว  หลัง ๆ  นี้  อยากเขียนแล้วก็เขียนแบบไม่มีอคติอะไร   พอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหมอง ๆ  ก็จะรีบคิดอย่างเร็ว  ไม่ได้หรอก  เดี๋ยวหน้าดำคร่ำเครียดหล่ะแย่เลย    ....  

รีบฟื้นตัวค่ะ   รีบกลับมาเป็นปรกติ  และทำหน้าที่ตัวเอง    ก็เลยสบาย ๆ  ฟังเพลงทุกวันเลย   
แล้วก็  ตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ   ไม่ใช่เพื่อใครหรอก   เพื่อใครนั้นไม่ได้เพราะมันเป็นการกดดันตัว  ฟังแล้วมันเหมือนไม่ตั้งใจ  
มันเหมือนทำไปงั้น ๆ   แต่ที่ทำนี้เพื่อตัวเองที่ใจชอบ    และบอกไว้ก็เพื่อจริงใจที่จะพูด    ...ปรกติไม่เขียนอะไรอย่างนี้ให้ใครได้รู้หรอก   เพราะมันเรื่องส่วนตัว  แต่นี่คือ ไม่คิดว่าตัวคนเดียวแล้วไง   
ก็เลยยอม ๆ  ครึ่งทางเขียนเหมือนบอกผ่าน  เหมือนคุยกับใครสักคน    ...สำหรับคนที่มาอ่านเจอ  เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเขียนเหมือนคุยกะใครกัน   เอ  หรือว่า มีรู้ด้วย ....(ทำเซ่อ ๆ  ไว้เรา )


( ก็มีเขียนคุยก็มีให้ดวงดาวนั่นก็คือ  เล่าสู่กันฟัง  ว่าฉันอยู่ทางนี้ ชีวิตเป็นอย่างนี้   ห้าปียังไม่โผล่หน้า  ไม่ส่งเสียงให้ได้ยิน   เป็นไงหล่ะ  รู้แค่ว่า  อยู่ตรงนี้ มุมนี้   และตอนนี้   ก็กำลังเขียนอะไร  เหมือนรู้  ๆ  คุย ๆ  กับใครอีกคนด้วย   โดยที่ดวงดาวยังไม่รู้เลย  ใคร  อยู่ตรงใหน   เป็นไงหล่ะเรา   นิสัย ! ...รู้แค่ใหนแค่นั้น อย่ารู้มันทุกเรื่องเลย 
อยากบอกก็บอกเอง    ไม่อยากบอกก็ไม่ แต่เขียนแค่นี้  ก็รู้ใจฉันเเล้วหล่ะ  )



"  รู้สึกว่า วันเวลามันช่างยาวนานกว่าปรกติ   รู้สึกว่าเหมือนมันนานเอามาก ๆ  เลย   แต่ดีอย่างคือ   ทำอะไรเยอะ ๆ  เอาซะเต็มที่   ใหน  ๆ ก็เอาเวลาทำในสิ่งที่ชอบ    เสร็จแล้วก็จะได้พัก   อยากทำอะไรก็ทำ   อยากทำในสิ่งที่อยู่ในใจ  ก็จะทำ   
ไม่คิดมาก     ...สงสัยเป็นคนคิดน้อยนั้นหล่ะ  เขาถึงมองว่าเราไม่ใส่ใจ   แต่จริง ๆ แล้ว  เป็นคนรับรู้  แล้วก็เก็บใส่ใจ   แล้วก็เดินอย่างเรื่อย ๆ  ตรงนี้หล่ะมั้งที่ผู้คนเขานึกว่าเราไม่ใส่ใจ   เป็นเพราะเราเป็นเรา  เราลืมมองความเป็นเขาที่ต้องต่างแน่ ๆ  คนเราก็คิดไม่เหมือนกันนะ   ผู้ชายกับผู้หญิงยิ่งคิดไม่เหมือนกัน   ความเข้าใจเรื่องบางเรื่องก็ใช่ว่าจะเข้าใจซะหมด    เราก็เลยใช้วิธีบางทีต้องร่ายซะยาว    แต่เข้าใจเมื่อไหร่  เรื่องราวเหล่านี้ จะไม่ค่อยพูดมาก   ต้องเข้าใจกันแล้วจริง ๆ  เท่านั้นหล่ะ   ถึงจะเงียบ ๆ   จริงก็ไม่ค่อยพูด  เเต่คิดเยอะ   จึงเขียนมันซะเลย    เพราะคิดแล้วไงก็สรุปแล้วไง  แล้วจะพูดอะไรให้มากมายทำไม   ...พอทิ้งท้ายไว้   นี่ก็เป็นแค่เพียงคำเกริ่นเล็ก ๆ  น้อย  ๆ ยังมีพลังบ้าอีกมากมาย  ที่ร่ายตอนว่างได้อย่างยืดยาว   

วันนี้เล่นซะ   จนเปรี๊ยวจี๊ดบอกว่าไม่ยอมโต   ...เปรี๊ยวจี๊ดเล่าว่า   เจ้ายุ่งเหยิงลูกชายคุยโทรศัพท์กับสาว  เราโทรเข้าไป เขารับประชุมสาย  ทีนี้หญิงเลยงอน  ว่าเพื่อนแม่ทำไมเสียงเด็ก    ไม่ใช่แล้วหล่ะ   ...ก็เลยให้โทรถามแม่เอา ถ้าไม่เชื่อ  

เรานะรึ   หัวเราะเลย   ก็เสียงมันปรกติ  ใจมันไม่ได้ขุ่นมัว  เสียงมันก็เป็นส่วนหนึ่งของใจเรา  ....( ไม่ชอบอย่างน่ะ  การไม่มีมารยาท  โทรศัพย์เดี๋ยวนี้   ทำให้คนนิสัยไม่ดี   ติดนิสัย    ไม่ชอบให้ทำแบบนี้   เหมือนเเอบฟัง   ถ้าบอกก็อีกเรื่อง )


"   ว่าแล้วก็ได้เรื่องเขียนเล่าก่อนนอน  ไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกยังไง  จะคิดอะไรก็ตาม   แต่สำหรับเราแล้ว  ก็รู้สึกเหมือนเดิมเลย   คิด ๆ  แล้วนะ   ก็ยังเป็นอย่างเดิมเลย    เห็นสบายใจก็สุขใจ  พอเห็นไม่สบายใจก็อยากให้หาย    ...เรื่องอื่นไม่ได้คิดอะไรมาก   ใจคนมันไม่เหมือนกัน   พอเรานึกได้   เราก็กลับมาจุดเดิม   ความเป็นคนเดิม  และยังเป็นคนดีคนเดิม    ให้เธอสบายใจนะค่ะ   ทำหน้าที่ตัวเองอย่างสบายใจ   เราอะไรก็ได้ชีวิตมันเดินมาถึงนี้แล้ว  สบาย ๆ  ....  หากไม่เข้าใจ  ก็จะนั่งคิด  จนรู้ เข้าใจ   อย่างเร็ว  ก็จะกลับมานั่งเขียนอย่างนี้หล่ะ

" ไปหล่ะนะค่ะ 
บาย ๆ นอน นอน นอนนนนน ..... " 



01.31



*****************************

    






" ...สายลมเย็น ได้หอบพัดพาฝนผ่าน
อีกไม่นาน สายลมหนาว เข้ามาเยือน
ฤดูกาลเปลี่ยนผัน   ...คืนวันได้หมุนเคลื่อน
หากแต่ใจ ยังคงมิลืมเลือน  ยังคงเคลื่อน 
ยังความถี่ มีความอุ่น กรุ่นข้างใน "




( ใกล้เที่ยงคืน หลับนะค่ะ )



*****************************



 






ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น