" เมื่อวานข่าวอาไพโรจน์ป่วย น้ำตาตกในเลยเรา ชอบดูหนังที่แสดง แต่ไม่รู้ทำไม เห็นแล้วเป็นห่วง ปรกติก็น้อยคน ...ส่งกระแสพลังใจไปเป็นกำลังใจให้ ...ต้องหายมาแสดงหนัง ละคร ต่อนะค่ะ "
" สาปพระเพ็ง เคยได้ยินมานานมาก ๆ ไม่รู้จากใหนบ้าง อยากดู แล้วก็เพิ่งได้ดูเริ่มเมื่อวาน วันนี้เป็นวันที่สอง ดูไปน้ำตาไหลเลยหล่ะ นึกถึงพี่ชายกับน้องน้อย ...เรื่องเเบบนี้มีจริง ๆ นะ ถ้าหากว่าอดีตชาติมีจริง ...พี่ชายเหมือนคนในละคร น้องน้อยนิสัยคล้ายเราบางส่วนทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมถึงการแต่งตัวก็หลายสไตล์ใกล้เคียงเข้าไปอีก
ยังนึกอยู่ว่า เรื่องนี้ทำให้หัวใจร้องให้ได้ด้วย
" แต่ ! ต่างกันตรงที่พี่ชายเป็นได้เพียงที่รัก น้องน้อยไม่มีที่รักที่เป็นคนรักเลย ไม่ว่ากี่ตลบ ....
พี่ชายที่รักอย่างดวงดาว ก็เป็นที่รักนิรันดร์ ไม่สามารถเป็นที่รักที่เป็นคนรักได้ ....
(เป็นเพียงเรื่องเล่า) "
" อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับผู้คน อาจมองได้ว่าเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ทุกคนได้มารวมตัวกัน ในปัจจุบัน และเราก็ได้ขอ อโหสิกรรมกันไปแล้ว ในส่วนที่พบเจอ เราจำได้ เขาจำได้ ก็มี .... แต่มีบางคน ที่เราก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยให้เขาได้เดินทางไปตามวิถีชีวิตของเขา ตามที่ควรเป็น เขาอาจพอรู้บ้าง
นี่หล่ะ เราจึงเข้ามาผ่านเส้นสายเล็ก ๆ แห่งนี้ และไร้ร่องรอยตั้งแต่ต้น แม้เเต่เมล์เพราะตอนสมัครก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้น แล้วก็ทำได้จริง ๆ ทันทีไม่มีใครบอกว่า ต้องสมัครแบบนี้
หรือต้องอย่างใหน "
" เรื่องเข้ามาตรงนี้ ไม่ได้คิดว่าต้องมีตัวตนโผล่ มาเพียงตัวหนังสือ หากหายไปก็มี
ตัวหนังสืออยู่ ถึงแม้บอกกับใครในใจว่าไม่เอารูปลง แต่ตัวเองจริงแล้วไม่มีความคิดตั้งแต่แรกว่าต้องมีรูป เพราะใจคิดว่าไม่สำคัญหรอก
มีเพียงตัวเรารู้ ตัวเราทำอะไรที่ชอบ และไม่ได้ไปทำลายทำร้ายใคร หรือให้ใครเดือดร้อน
พูดง่าย ๆ ก็คือ มาเขียนก็คือเขียน ...
เรื่องที่เกี่ยวกับโปรไฟร์ที่ยังไม่เขียน ก็เพราะรู้ว่ายังไม่อยากเขียน ใจยังไม่ให้ยังไม่ไป ยังทำไม่ได้ ยังไม่ได้เวลาเขียน อะไรประมาณนี้ ก็กลายเป็นเห็นความทุกข์(ตามเรื่องเล่าของเรา) ...ถ้าชาติภพมีจริง ถ้าเขาจำมันได้ว่าได้พูดอะไรไว้ ถ้าจำได้มากกว่าที่เขารู้ นั่นหล่ะ ....แต่เราจะไม่รัก ไม่รัก ไม่รัก ไม่รัก ไม่รัก ไม่มีวันรัก ไม่มีความรู้สึก
ไม่มีให้กับคนคนนี้ตลอดกาล " (อันนี้เป็นเพียงเรื่องเล่า ที่อาจฟังดูเพ้อ ๆ แต่ตอนเขียนถึงท่อนนี้ โมโห นี่ถือว่าเย็นไปเกินครึ่งแล้วหล่ะ แต่พูดถึงท่อนนี้ โหโมทุกครั้ง จนป่านนี้ ก็เกือบไม่แล้วหล่ะ )
... " ที่เขียนบน ๆ นี้ เพียงเกริ่นทางที่เราต้องทำ แม้ว่าอาจใช่เรื่อง หรือไม่ใช่ ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเสียหายตรงใหน จะหาวิธีเขียนให้พอรู้
ยังคิดอยู่ว่า จะใช้วิธีเขียนว่ายังไง ...เรื่องเหล่านี้ คาใจมาตลอด สะสางทีละเรื่อง ตัวเองก็เหมือนโดนปลดปล่อยไปด้วย เพราะให้ "
*********************
" คำพูดบางประโยค มีคนนำมาเขียน พูดซ้ำกันได้ เพราะเป็นใจความสำคัญ คติพจน์
เป็นใจความสำคัญที่ใจพูดสั้น ๆ
แต่ความหมายลึก ....คนที่เกี่ยวพันธ์กับสายน้ำ ไม่ว่าไปใหนมา ก็ต้องพบเจอกับสิ่งที่เกี่ยวกับน้ำ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะลี้ลับแค่ใหน และออมสินบุญบารมี ไม่หายไปใหน เพียงฝุ่นเกาะกรังไว้ ก็เท่านั้นเอง ....บางทีนั่งคิดอยากพูดอยากเขียน " อย่าเพิ่งสบประมาท ต่อคนที่เขาออมไว้มานาน เพราะของเขาก็คือของเขา อันนี้ก็คือส่วนนึงอีกต่างหาก "
***********************
" ครั้งนี้ ใจ มีที่รักที่เป็นคนรัก แม้รู้ แม้ยังไม่สามารถจับต้องได้ แต่รู้อยู่อย่างหนึ่งว่า เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ สมควรแล้ว ....
ไม่ว่ากี่ตลบ จิตเราก็มาพร้อมกับสัจจะ ศักดิ์ศรี จึงไม่สามารถมีคนรักตระบัดสัตย์ได้ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง หากเป็นอย่างนั้น ก็ไม่เหมือนกัน
....เคยคิดว่า เขียนคือเขียน ก็เป็นตัวหนังสือมีชีวิต มีคนที่คุ้นเคยรู้แล้วเข้าใจ ก็จบ
ไม่มีปัญหา... เคยคิดว่าจะไม่พบเจอใคร เพราะเป็นคนตัวหนังสือ ก็เหมือนผู้คนมากมาย แต่อาจต่างมาก ๆ ตรงที่ ไม่เคยโผล่หัวให้เพื่อนในเน็ตเจอเลย ไม่ใช่กลัวอะไร แต่คำพูดเดิม คือ
" เขียนก็คือเขียน " ก็เท่านั้นเอง "
....เขียนนะ ใจไม่คิดอะไร ไม่มีอะไร ไม่ได้คิดว่า ใครจะคิดว่า เป็นคนแบบนั้น แบบนี้ใหม ก็ไม่คิด เพราะใจมันเขียนเอง ก็เลยยอมรับให้ทุกใจ คิดได้ตามสบาย แต่หากคนที่รู้จักคุ้นเคย ก็จะอธิบาย ถ้าถาม
ก็อย่างที่ว่าไว้หล่ะ มันคงใกล้จบแล้วหล่ะค่ะ เคลียร์ทุกเรื่อง เขียนอย่างที่อยากเขียน
เรื่องส่วนตัวที่รู้สึกว่า เหมือนมีอะไรต้องทำ ก็คงจบลง
...นี่ไม่รวมเรื่องใหม่นะ
" เรื่องใหม่ คือเริ่มต้นใหม่ ที่จิตใจได้เข้าใจเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว นั่นหล่ะ ทางเดินดี ที่ต้องเดินต่อไป ...แต่เรื่องเก่า ๆ คนเก่า ๆ เรื่องนานมาก ๆ มากซะจนย้อนไปถึงใหนก็ไม่รู้ ก็ยังอยู่ภายในใจเรา เรารู้เพียงคนเดียว เพียงแต่ไม่นำมาปนกับการใช้ชีวิตปัจจุบันเท่านั้นเอง
ครั้งนึง เจอคนคนนึง จำหน่ายลูกปัดโบราณมานานมาก ๆ แต่ตัวเองใส่ไม่ได้แม้แต่เม็ดเดียว คนที่มาเอา จะเป็นคนภายใน ๆ นั่นหล่ะ
นั่งเครื่องไปเอา .... คนคนนั้นเขาถามถึงตาโต
ก็บอกเขาไปว่า
" อดีตก็คืออดีต เราอยู่ปัจจุบัน เราก็ดำเนินชีวิตตามปรกติตามเรื่อง อย่าไปพูดถึงมันเลย เพราะถึงยังไง มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก และอีกอย่าง เอาแค่ใจเรารับรู้ แล้วก็อยู่กับปัจจุบัน " คนนั้นเขามองหน้ารับรู้ แล้วก็วางตัวคุยกันปรกติไม่เกรง " นี่หล่ะ สิ่งที่เราต้องการ "
...มันอึดอัด เมื่อความเดิมเรานิ่งเมื่อไหร่ ผู้คนตัวเท่ามด(ฟังดูเหมือนโอ้อวด แต่ฟังใจคนนี้ก่อนนะ)
คุยกับพี่ ๆ ว่า เหมือนตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ก็เลยต้องยอมรับตัวเอง ว่า " เราคือเรา เราหนีความจริงไม่พ้นหรอก แต่เราจะปฏิบัติตัวอย่างไร เราจะทำตัวอย่างไร ให้ทุกอย่างคลี่คลาย และเบาสบาย ก็เลยคิดออก ว่าทำอย่างเรานี่หล่ะ
ตอนนี้หล่ะ ...ทุกอย่างราบรื่น ...อย่าได้เก๊ก หรือลืมเลย อย่าได้ไปหลงกับฉากเลย แต่ในใจลืมไม่ได้หรอก ว่าเราคือยังไง เพราะมันก็หนีไม่พ้น
กระปุกออมสินบุญที่มี ของเดิมที่มี ยังไงก็มี
ไม่หายไปใหนหรอก เพียงแต่ว่าจะเปิดเจอหรือเปล่าเมื่อไหร่เท่านั้น "
*********************
" ในโลกใด ๆ ก็ตาม หากเราไม่สงบ รับรองได้ว่า มีเรื่องวิจารณ์คนอย่างมากมาย และตัวหนังสือคงจะเต็มไปหมด มีเเต่เรื่องยุ่ง ๆ แล้วก็จะเป็นเวรกรรมไม่จบสิ้น ...ดีที่ปัจจุบัน มีเพียงบุคคลที่เกี่ยวกับชีวิตเรา ที่เราเขียนถึง ไม่อย่างนั้น จิตคงขุ่นมัว มองไม่เห็นอะไร และไม่สามารถจะเคลียร์เรื่องราวที่คาใจให้ตัวเอง ให้คนที่เราคิดว่า เขาเกี่ยวข้อง (แม้บางครั้ง ดูเหมือนเป็นเรื่องคิดไปเอง เเต่ ไม่ใช่ตัวเองรับรู้ ยอมรับรู้คนเดียว ท่าน ท่าน ก็ว่าสิ่งที่เรารับรู้ เป็นเรื่องจริง ...ท่านมีศีลหลายร้อยข้อ เราว่า ฟังบ้างก็ดี แก้ไขได้ก็ดี ครอบจักรวาลไป มันก็ไม่เสียหายตรงใหน ต้องดูที่จิตเรานี่ ตอนนี้ ตัวเองเป็นอย่างไร )
แม้จะได้เขียนบ้างแล้ว แต่ยังทำไม่ครบ มันก็ต้องค่อย ๆ ทยอยทำ " เหตุการณ์ จะนำพาให้ได้ทำ
เหมือนที่ได้เขียนในวันนี้ ... สักวันคงโล่งทั้งหมด ไม่มีเหลืออะไร จบบริบูรณ์ นะ
" เรื่องแผ่นดินใต้ ก็ยังอยู่ในใจ ก็ไม่รู้ว่ามันยังไง แต่มันอยู่กับแผ่นดิน เรื่องแผ่นดินทั้งหมด มันอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในใจ มันฝังรากลึกอยู่ภายใต้ส่วนลึก เหนือสิ่งอื่นใดทั้งนั้นเลย ...แต่ว่าชาตินี้
รู้แล้วว่า ต้องเดินทางสายใหน บางทีจิตที่ยึดติด หน้าที่ที่อาจเคยอยู่ใต้จิตสำนึก มันล่องลอยกลับมาอยู่ที่เดิม แต่ ! ปัจจุบัน รู้แล้วว่า ควรทำอะไร
ไม่ว่ายังไง ไม่อยากเวียนว่ายอยู่นาน เมื่อรู้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร จนซ้ำ ๆ แต่อีกล่ะ ถ้ามีโอกาสทำอะไรได้ ก็จะทำ จะทำ "
***********************
" ที่เขียนนี้ เป็นเรื่องเล่า เรื่องราว และต้องทำ แต่ก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องเหล่านี้หรอก
...เพียงมีเหตุการณ์ ผู้คน เรื่องราว หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ คน หลาย ๆ อย่าง มาทำให้ถึงเวลาที่ต้องเตรียม ที่จะทำอะไรยังไงได้บ้าง และสิ่งที่ตัวเองจะได้เบาบางไร้ร่องรอยซะที ก็นี่หล่ะ (ไร้ร่องรอยไม่ได้หายไปใหนหรอกค่ะ หายไปไม่ได้แล้วมั้งนะ ฮ่ะ ๆ )
วันนี้ไปทัวร์สมุนไพร (อีกแล้ว) เยอะมากเลย สวย ๆ ทั้งนั้น ปรกติก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาแต่เด็กหล่ะ เอามาใช้เอง พอกตัว อบ สปา อะไรทำนองนี้ อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาเลย พอเห็นของหลากหลาย สวย ๆ ก็ อืม ยิ้มอร่อยเลยทีนี้
" วันนี้ไม่สบายดีอย่างคือ ชายไม่ทราบชื่อ(จะไปอยากทราบเขาทำไมเนี่ย เขียนไปงั้น ๆ หล่ะ กลัวภาษาไทยหาย ยิ่งเก่งอยู่ด้วย)...เขา เฉียด ๆ ต้นเเขนหลายรอบ เราก็หลบเต็มที่ กลัวเขาคิดว่าเรารังเกียจเหมือนกัน แต่วันนี้ไม่อยากให้คนนี้โดนตัวเลยจริง ๆ
(ไม่ได้เป็นแบบนี้กับทุกคนหรอกนะ) ....เจอแม่ค้าหน้าใส เขาก็ลูบเเขน แล้วก็พูด เรานะรึ มอง ๆ ตัวเอง " มันเนียนตรงใหนว่ะ ! " ( คิด )
เขาขาวกว่าเราอีก แถมยังเฉไฉยกเเขนดูอีก (กลัวเขาเจอเลข ดีนะไม่เอาแป้งมาโรยแล้วถู อิ อิ )
...คงไม่ไรมากมายหรอก คิดว่าเขาอยากทักอยากคุย ก็เลยรวม ๆ นั่นหล่ะ
" จะนอนล่ะ อยากเขียน แต่งานเยอะเหมือนกันค่ะ ต้นเดือนเจอที่รักคนใหม่(ครู) ไม่รู้งานนี้ จะทำอะไรได้บ้าง รู้สึกว่า ไปเรียน ไปทำหน้าที่ดูแลกันเหมือนเดิมหล่ะมั้ง เพราะเป็นอย่างนี้ตลอดเลย บางทีก็ดูแลใจ บางทีก็ใส่ใจเข้าใจให้สบายใจ หลาย ๆ อย่างเลย เป็นอย่างนี้หล่ะ
ความคำนึงมันฝังอยู่ในใจ ทำสิ่งที่เรากำลังทำให้เสร็จ ไม่รู้ว่า ตอนถึงตอนนั้น จะเป็นยังไงนะ แต่เข้มแข็งเพราะรู้แล้วว่าชีวิตมันเป็นยังไง ควรเดินยังไง เราคือเรา ยังไง ๆ ก็คือเราเหมือนเดิม ก็ต้องทำหน้าที่อย่าเพลิน ก็นี่หล่ะทำให้ เข้มแข็ง
อยากให้มันดี ...อยากให้ทุกสิ่งผ่านพ้นและสวยงาม เราก็ต้องทำตัวเราให้ดี สิ่งที่เราเป็นอยู่ มันดีมาแต่ต้น และมันก็ดีของมันอยู่แล้ว เพียงเส้นทางต้องเดินอย่างดีดี นะ ก็เท่านั้นเอง
เรียนเยอะมากเลยค่ะ เอาช่วงที่ว่างนั่นหล่ะ เป็นคนแบบนี้มาตลอดเลย แม้มันจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เป็นสิ่งที่เราชอบ และอยากทำ มันสบายใจดีนะที่ได้ทำ ใหน ๆ ก็ใหน ๆ แล้ว ก็เลยเอาซะเต็มคาบ จะเขียนก็ช่วงว่าง ๆ และไม่เหนื่อย
คงเข้าใจมั๊งนะค่ะ ...ไปล่ะ บาย ๆ ค่ะ "
01.40
******************
ความคิดเห็น