nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 214(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)






        "  เมื่อวานข่าวอาไพโรจน์ป่วย  น้ำตาตกในเลยเรา   ชอบดูหนังที่แสดง     แต่ไม่รู้ทำไม  เห็นแล้วเป็นห่วง  ปรกติก็น้อยคน   ...ส่งกระแสพลังใจไปเป็นกำลังใจให้  ...ต้องหายมาแสดงหนัง ละคร ต่อนะค่ะ  "





"   สาปพระเพ็ง  เคยได้ยินมานานมาก ๆ  ไม่รู้จากใหนบ้าง   อยากดู  แล้วก็เพิ่งได้ดูเริ่มเมื่อวาน  วันนี้เป็นวันที่สอง    ดูไปน้ำตาไหลเลยหล่ะ   นึกถึงพี่ชายกับน้องน้อย   ...เรื่องเเบบนี้มีจริง  ๆ นะ   ถ้าหากว่าอดีตชาติมีจริง   ...พี่ชายเหมือนคนในละคร   น้องน้อยนิสัยคล้ายเราบางส่วนทั้งอดีตและปัจจุบัน  รวมถึงการแต่งตัวก็หลายสไตล์ใกล้เคียงเข้าไปอีก    



ยังนึกอยู่ว่า  เรื่องนี้ทำให้หัวใจร้องให้ได้ด้วย 
   " แต่ !  ต่างกันตรงที่พี่ชายเป็นได้เพียงที่รัก   น้องน้อยไม่มีที่รักที่เป็นคนรักเลย  ไม่ว่ากี่ตลบ ....
พี่ชายที่รักอย่างดวงดาว   ก็เป็นที่รักนิรันดร์  ไม่สามารถเป็นที่รักที่เป็นคนรักได้ ....
(เป็นเพียงเรื่องเล่า) "





             "  อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับผู้คน  อาจมองได้ว่าเรื่องเพ้อเจ้อ  แต่ทุกคนได้มารวมตัวกัน   ในปัจจุบัน   และเราก็ได้ขอ อโหสิกรรมกันไปแล้ว  ในส่วนที่พบเจอ เราจำได้ เขาจำได้ ก็มี  ....  แต่มีบางคน  ที่เราก็ยังไม่ได้ปลดปล่อยให้เขาได้เดินทางไปตามวิถีชีวิตของเขา  ตามที่ควรเป็น   เขาอาจพอรู้บ้าง  

นี่หล่ะ  เราจึงเข้ามาผ่านเส้นสายเล็ก ๆ  แห่งนี้  และไร้ร่องรอยตั้งแต่ต้น  แม้เเต่เมล์เพราะตอนสมัครก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้น   แล้วก็ทำได้จริง ๆ  ทันทีไม่มีใครบอกว่า  ต้องสมัครแบบนี้
หรือต้องอย่างใหน   "

 


              "  เรื่องเข้ามาตรงนี้  ไม่ได้คิดว่าต้องมีตัวตนโผล่    มาเพียงตัวหนังสือ  หากหายไปก็มี
ตัวหนังสืออยู่         ถึงแม้บอกกับใครในใจว่าไม่เอารูปลง  แต่ตัวเองจริงแล้วไม่มีความคิดตั้งแต่แรกว่าต้องมีรูป    เพราะใจคิดว่าไม่สำคัญหรอก  
มีเพียงตัวเรารู้  ตัวเราทำอะไรที่ชอบ  และไม่ได้ไปทำลายทำร้ายใคร หรือให้ใครเดือดร้อน 
พูดง่าย  ๆ  ก็คือ   มาเขียนก็คือเขียน ...



เรื่องที่เกี่ยวกับโปรไฟร์ที่ยังไม่เขียน  ก็เพราะรู้ว่ายังไม่อยากเขียน  ใจยังไม่ให้ยังไม่ไป   ยังทำไม่ได้  ยังไม่ได้เวลาเขียน  อะไรประมาณนี้  ก็กลายเป็นเห็นความทุกข์(ตามเรื่องเล่าของเรา)  ...ถ้าชาติภพมีจริง  ถ้าเขาจำมันได้ว่าได้พูดอะไรไว้  ถ้าจำได้มากกว่าที่เขารู้   นั่นหล่ะ  ....แต่เราจะไม่รัก ไม่รัก  ไม่รัก  ไม่รัก  ไม่รัก  ไม่มีวันรัก  ไม่มีความรู้สึก 
ไม่มีให้กับคนคนนี้ตลอดกาล   "  (อันนี้เป็นเพียงเรื่องเล่า  ที่อาจฟังดูเพ้อ ๆ  แต่ตอนเขียนถึงท่อนนี้  โมโห  นี่ถือว่าเย็นไปเกินครึ่งแล้วหล่ะ  แต่พูดถึงท่อนนี้  โหโมทุกครั้ง  จนป่านนี้ ก็เกือบไม่แล้วหล่ะ  )



... "  ที่เขียนบน  ๆ นี้   เพียงเกริ่นทางที่เราต้องทำ  แม้ว่าอาจใช่เรื่อง  หรือไม่ใช่  ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเสียหายตรงใหน    จะหาวิธีเขียนให้พอรู้  
ยังคิดอยู่ว่า  จะใช้วิธีเขียนว่ายังไง   ...เรื่องเหล่านี้  คาใจมาตลอด    สะสางทีละเรื่อง  ตัวเองก็เหมือนโดนปลดปล่อยไปด้วย  เพราะให้  "




*********************


              "  คำพูดบางประโยค  มีคนนำมาเขียน  พูดซ้ำกันได้  เพราะเป็นใจความสำคัญ   คติพจน์
เป็นใจความสำคัญที่ใจพูดสั้น  ๆ 
แต่ความหมายลึก    ....คนที่เกี่ยวพันธ์กับสายน้ำ  ไม่ว่าไปใหนมา  ก็ต้องพบเจอกับสิ่งที่เกี่ยวกับน้ำ   ไม่ว่าสิ่งนั้นจะลี้ลับแค่ใหน   และออมสินบุญบารมี  ไม่หายไปใหน   เพียงฝุ่นเกาะกรังไว้   ก็เท่านั้นเอง ....บางทีนั่งคิดอยากพูดอยากเขียน  " อย่าเพิ่งสบประมาท ต่อคนที่เขาออมไว้มานาน  เพราะของเขาก็คือของเขา  อันนี้ก็คือส่วนนึงอีกต่างหาก "



***********************


                    "  ครั้งนี้  ใจ มีที่รักที่เป็นคนรัก  แม้รู้  แม้ยังไม่สามารถจับต้องได้  แต่รู้อยู่อย่างหนึ่งว่า     เท่านี้ก็ดีมากแล้ว  เพราะสิ่งที่เป็นอยู่  สมควรแล้ว   ....

ไม่ว่ากี่ตลบ  จิตเราก็มาพร้อมกับสัจจะ ศักดิ์ศรี   จึงไม่สามารถมีคนรักตระบัดสัตย์ได้    ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  หากเป็นอย่างนั้น  ก็ไม่เหมือนกัน

      ....เคยคิดว่า  เขียนคือเขียน  ก็เป็นตัวหนังสือมีชีวิต มีคนที่คุ้นเคยรู้แล้วเข้าใจ ก็จบ
ไม่มีปัญหา...    เคยคิดว่าจะไม่พบเจอใคร   เพราะเป็นคนตัวหนังสือ   ก็เหมือนผู้คนมากมาย   แต่อาจต่างมาก  ๆ ตรงที่  ไม่เคยโผล่หัวให้เพื่อนในเน็ตเจอเลย    ไม่ใช่กลัวอะไร  แต่คำพูดเดิม  คือ
" เขียนก็คือเขียน "   ก็เท่านั้นเอง   "



....เขียนนะ  ใจไม่คิดอะไร  ไม่มีอะไร  ไม่ได้คิดว่า  ใครจะคิดว่า  เป็นคนแบบนั้น  แบบนี้ใหม  ก็ไม่คิด  เพราะใจมันเขียนเอง   ก็เลยยอมรับให้ทุกใจ  คิดได้ตามสบาย   แต่หากคนที่รู้จักคุ้นเคย   ก็จะอธิบาย  ถ้าถาม




ก็อย่างที่ว่าไว้หล่ะ  มันคงใกล้จบแล้วหล่ะค่ะ    เคลียร์ทุกเรื่อง  เขียนอย่างที่อยากเขียน  
       เรื่องส่วนตัวที่รู้สึกว่า  เหมือนมีอะไรต้องทำ  ก็คงจบลง
...นี่ไม่รวมเรื่องใหม่นะ


"  เรื่องใหม่  คือเริ่มต้นใหม่   ที่จิตใจได้เข้าใจเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว   นั่นหล่ะ  ทางเดินดี   ที่ต้องเดินต่อไป    ...แต่เรื่องเก่า ๆ  คนเก่า  ๆ เรื่องนานมาก ๆ  มากซะจนย้อนไปถึงใหนก็ไม่รู้   ก็ยังอยู่ภายในใจเรา   เรารู้เพียงคนเดียว  เพียงแต่ไม่นำมาปนกับการใช้ชีวิตปัจจุบันเท่านั้นเอง

     ครั้งนึง  เจอคนคนนึง  จำหน่ายลูกปัดโบราณมานานมาก ๆ   แต่ตัวเองใส่ไม่ได้แม้แต่เม็ดเดียว  คนที่มาเอา  จะเป็นคนภายใน ๆ  นั่นหล่ะ 
นั่งเครื่องไปเอา  ....  คนคนนั้นเขาถามถึงตาโต
ก็บอกเขาไปว่า 
" อดีตก็คืออดีต  เราอยู่ปัจจุบัน เราก็ดำเนินชีวิตตามปรกติตามเรื่อง   อย่าไปพูดถึงมันเลย  เพราะถึงยังไง  มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก  และอีกอย่าง  เอาแค่ใจเรารับรู้   แล้วก็อยู่กับปัจจุบัน  "   คนนั้นเขามองหน้ารับรู้  แล้วก็วางตัวคุยกันปรกติไม่เกรง   " นี่หล่ะ  สิ่งที่เราต้องการ  "


...มันอึดอัด  เมื่อความเดิมเรานิ่งเมื่อไหร่  ผู้คนตัวเท่ามด(ฟังดูเหมือนโอ้อวด แต่ฟังใจคนนี้ก่อนนะ)
คุยกับพี่ ๆ  ว่า  เหมือนตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ก็เลยต้องยอมรับตัวเอง  ว่า " เราคือเรา  เราหนีความจริงไม่พ้นหรอก   แต่เราจะปฏิบัติตัวอย่างไร  เราจะทำตัวอย่างไร  ให้ทุกอย่างคลี่คลาย  และเบาสบาย    ก็เลยคิดออก  ว่าทำอย่างเรานี่หล่ะ 

ตอนนี้หล่ะ   ...ทุกอย่างราบรื่น   ...อย่าได้เก๊ก  หรือลืมเลย  อย่าได้ไปหลงกับฉากเลย  แต่ในใจลืมไม่ได้หรอก  ว่าเราคือยังไง   เพราะมันก็หนีไม่พ้น  
กระปุกออมสินบุญที่มี  ของเดิมที่มี ยังไงก็มี 
ไม่หายไปใหนหรอก   เพียงแต่ว่าจะเปิดเจอหรือเปล่าเมื่อไหร่เท่านั้น  "


*********************





         "   ในโลกใด ๆ  ก็ตาม  หากเราไม่สงบ  รับรองได้ว่า  มีเรื่องวิจารณ์คนอย่างมากมาย  และตัวหนังสือคงจะเต็มไปหมด  มีเเต่เรื่องยุ่ง ๆ  แล้วก็จะเป็นเวรกรรมไม่จบสิ้น   ...ดีที่ปัจจุบัน  มีเพียงบุคคลที่เกี่ยวกับชีวิตเรา   ที่เราเขียนถึง   ไม่อย่างนั้น  จิตคงขุ่นมัว  มองไม่เห็นอะไร  และไม่สามารถจะเคลียร์เรื่องราวที่คาใจให้ตัวเอง  ให้คนที่เราคิดว่า  เขาเกี่ยวข้อง  (แม้บางครั้ง ดูเหมือนเป็นเรื่องคิดไปเอง  เเต่  ไม่ใช่ตัวเองรับรู้  ยอมรับรู้คนเดียว ท่าน ท่าน  ก็ว่าสิ่งที่เรารับรู้   เป็นเรื่องจริง ...ท่านมีศีลหลายร้อยข้อ  เราว่า  ฟังบ้างก็ดี   แก้ไขได้ก็ดี  ครอบจักรวาลไป  มันก็ไม่เสียหายตรงใหน  ต้องดูที่จิตเรานี่   ตอนนี้  ตัวเองเป็นอย่างไร  )



แม้จะได้เขียนบ้างแล้ว  แต่ยังทำไม่ครบ  มันก็ต้องค่อย ๆ  ทยอยทำ  " เหตุการณ์  จะนำพาให้ได้ทำ
เหมือนที่ได้เขียนในวันนี้ ...  สักวันคงโล่งทั้งหมด  ไม่มีเหลืออะไร จบบริบูรณ์  นะ



"  เรื่องแผ่นดินใต้  ก็ยังอยู่ในใจ  ก็ไม่รู้ว่ามันยังไง  แต่มันอยู่กับแผ่นดิน  เรื่องแผ่นดินทั้งหมด   มันอยู่อย่างเงียบ ๆ  ภายในใจ    มันฝังรากลึกอยู่ภายใต้ส่วนลึก   เหนือสิ่งอื่นใดทั้งนั้นเลย ...แต่ว่าชาตินี้
รู้แล้วว่า  ต้องเดินทางสายใหน  บางทีจิตที่ยึดติด  หน้าที่ที่อาจเคยอยู่ใต้จิตสำนึก   มันล่องลอยกลับมาอยู่ที่เดิม   แต่ ! ปัจจุบัน  รู้แล้วว่า  ควรทำอะไร
ไม่ว่ายังไง  ไม่อยากเวียนว่ายอยู่นาน  เมื่อรู้แล้ว  ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร  จนซ้ำ  ๆ   แต่อีกล่ะ  ถ้ามีโอกาสทำอะไรได้  ก็จะทำ   จะทำ "


***********************





           "  ที่เขียนนี้  เป็นเรื่องเล่า เรื่องราว  และต้องทำ   แต่ก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องเหล่านี้หรอก   
...เพียงมีเหตุการณ์  ผู้คน  เรื่องราว หลาย  ๆ  เรื่อง หลาย ๆ  คน หลาย ๆ อย่าง   มาทำให้ถึงเวลาที่ต้องเตรียม  ที่จะทำอะไรยังไงได้บ้าง  และสิ่งที่ตัวเองจะได้เบาบางไร้ร่องรอยซะที  ก็นี่หล่ะ  (ไร้ร่องรอยไม่ได้หายไปใหนหรอกค่ะ หายไปไม่ได้แล้วมั้งนะ ฮ่ะ ๆ )


วันนี้ไปทัวร์สมุนไพร  (อีกแล้ว)   เยอะมากเลย  สวย ๆ ทั้งนั้น   ปรกติก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาแต่เด็กหล่ะ  เอามาใช้เอง  พอกตัว อบ สปา  อะไรทำนองนี้   อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาเลย   พอเห็นของหลากหลาย   สวย ๆ  ก็  อืม ยิ้มอร่อยเลยทีนี้ 



" วันนี้ไม่สบายดีอย่างคือ  ชายไม่ทราบชื่อ(จะไปอยากทราบเขาทำไมเนี่ย  เขียนไปงั้น  ๆ หล่ะ กลัวภาษาไทยหาย  ยิ่งเก่งอยู่ด้วย)...เขา เฉียด ๆ  ต้นเเขนหลายรอบ  เราก็หลบเต็มที่  กลัวเขาคิดว่าเรารังเกียจเหมือนกัน  แต่วันนี้ไม่อยากให้คนนี้โดนตัวเลยจริง ๆ  
(ไม่ได้เป็นแบบนี้กับทุกคนหรอกนะ) ....เจอแม่ค้าหน้าใส  เขาก็ลูบเเขน แล้วก็พูด  เรานะรึ  มอง ๆ ตัวเอง " มันเนียนตรงใหนว่ะ ! "  ( คิด ) 
เขาขาวกว่าเราอีก   แถมยังเฉไฉยกเเขนดูอีก (กลัวเขาเจอเลข   ดีนะไม่เอาแป้งมาโรยแล้วถู  อิ อิ )
...คงไม่ไรมากมายหรอก  คิดว่าเขาอยากทักอยากคุย  ก็เลยรวม ๆ  นั่นหล่ะ



"  จะนอนล่ะ  อยากเขียน  แต่งานเยอะเหมือนกันค่ะ   ต้นเดือนเจอที่รักคนใหม่(ครู)   ไม่รู้งานนี้  จะทำอะไรได้บ้าง   รู้สึกว่า  ไปเรียน  ไปทำหน้าที่ดูแลกันเหมือนเดิมหล่ะมั้ง  เพราะเป็นอย่างนี้ตลอดเลย   บางทีก็ดูแลใจ  บางทีก็ใส่ใจเข้าใจให้สบายใจ  หลาย ๆ  อย่างเลย  เป็นอย่างนี้หล่ะ 

ความคำนึงมันฝังอยู่ในใจ   ทำสิ่งที่เรากำลังทำให้เสร็จ  ไม่รู้ว่า  ตอนถึงตอนนั้น  จะเป็นยังไงนะ   แต่เข้มแข็งเพราะรู้แล้วว่าชีวิตมันเป็นยังไง   ควรเดินยังไง   เราคือเรา  ยังไง ๆ  ก็คือเราเหมือนเดิม  ก็ต้องทำหน้าที่อย่าเพลิน  ก็นี่หล่ะทำให้  เข้มแข็ง

      อยากให้มันดี  ...อยากให้ทุกสิ่งผ่านพ้นและสวยงาม  เราก็ต้องทำตัวเราให้ดี  สิ่งที่เราเป็นอยู่  มันดีมาแต่ต้น  และมันก็ดีของมันอยู่แล้ว  เพียงเส้นทางต้องเดินอย่างดีดี  นะ  ก็เท่านั้นเอง  

เรียนเยอะมากเลยค่ะ  เอาช่วงที่ว่างนั่นหล่ะ  เป็นคนแบบนี้มาตลอดเลย   แม้มันจะเป็นสิ่งเล็กน้อย  แต่เป็นสิ่งที่เราชอบ   และอยากทำ  มันสบายใจดีนะที่ได้ทำ    ใหน  ๆ  ก็ใหน ๆ แล้ว  ก็เลยเอาซะเต็มคาบ   จะเขียนก็ช่วงว่าง ๆ  และไม่เหนื่อย  
คงเข้าใจมั๊งนะค่ะ   ...ไปล่ะ   บาย ๆ ค่ะ "



01.40



******************





ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น