nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 096(Whitepingeon)

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)



















                   


                                   ไดอารี่หน้าที่ 96

 





"  ร้องให้ไม่ได้หรือไง นั่งแช่เท้าอยู่  ก็สะอื้นเฮือก ๆ   มันซะเลย  

ห้ามมีเสียงนะ  เดี๋ยวเขาได้ยินกัน  .. 

สปาหน้า  มันก็ต้องดูแลตัวเองอยู่แล้วนี่   แต่ตอนนี้พอกหน้าไว้

พิมพ์อยู่นี้  น้ำตามันไหล  ก็มันเป็นแบบนี้นี่   เป็นเราแล้วจะรู้




      นั่งแช่เท้าไป  สะอื้นไป  ปาดน้ำตาไป   " มันก็ได้อยู่นะ "

ไม่รู้ว่าจะเหนื่อย  หรืออะไรดี    ....   อยากช่วยนั่นหล่ะ 

หากช่วยกันได้    ที่ร้องเพราะสงสารตัวเอง  พักไม่เป็นเวลา

พี่ข้างบ้านจะไม่สบายเอาก็ไม่บอกล่วงหน้า   


เมื่อวันก่อนพี่แกหยุดขายของ    โทรตามให้เราพาไปรพ. 

มันสุด ๆ  แล้ว  ...อัญชันเต็มผมเลย   แต่รีบอาบน้ำแต่งตัว

เสร็จไม่ไป   "  แต่วานไปห้าง  ซื้อเซลมอล ผลไม้   ก็ดีขึ้น

( เราวูบเลยนั่งพัก  ก่อนกลับมา )





เมื่อวานเขาไปศิริราช    วันนี้ได้เวลาพักวันหนึ่งสักสองชั่วโมง

แค่นี้ก็ได้แล้ว พี่โทรเรียก  เดินไปดูในบ้าน  เห็นนั่งกระวนกระวาย

ตัวเย็นไปหมดเลย   ซีดเผืด   "  ธาตุลม ธาตุน้ำ เริ่มรวน  "

นึกในใจ   ไม่ได้เรียนมาโดยตรง  คนเรามีอะไรมากมาย

มีแค่นี้หล่ะ  (แต่ไม่ใช่ธาตุสี่ตรากิเลนหรอก  นั่น เศร้ายังขำ )


**************************



            พิมพ์ไป  ขำออก  ก็พอได้อยู่นะ  เริ่มได้ระบายล่ะ !

จะไปหาหมอก็รีรอ   ก็เลยให้มาที่บ้าน   " ทำอะไรดีว่ะ "

เริ่มคิดหาอะไรให้   ยาหม่อง  ยาหอม  มีมีอะไรก็ขนมา



    ต้มฝางให้  น้ำฝางอุ่น ๆ  ดีกับเลือดลม   (แม่บอกมา

ก็เลยมีติดไว้บ้าง)   ทำไงต่อ  คิดไป  เดินไป  พี่แกก็แย่

"  คนที่เป็นแบบนี้อันตรายอยู่นะ "  พอไปหาหมอ

ก็ไม่มีอาการ   แล้วจะเอาอะไรไปให้เขาดูตอนนั้นหล่ะ

เปอร์เซ็นของอาการ  เพียงการบอกเล่า  แล้วสันนิษฐาน

เป็นตอนหมออยู่คงดีหล่ะ    ...  ไอ่เราไม่ใช่หมอ  พอนึกได้

เกลือทะเลผสมสมุนไพร สปา  ให้แช่น้ำ   "  ได้ผลแฮ่ะ

เลือดเริ่มวิ่งจากเท้าขึ้นมาเห็น ๆ   หน้าเริ่มมีสีเลือดฝาด

ตาเริ่มดี   หน้าตาสดใส   คุยปรกติ  


*********************




        พี่ข้างบ้านมาช่วยดู   เอากับข้าวร้อน  ๆ มากินกัน

เที่ยงแล้วเรากินกาแฟแก้วเดียว  ยังไม่หิว    หากกินไป

ท้องมันไม่รับ    แต่โดนบังคับ  เอาก็เอาว่ะ   ก็เลยกินรวม

กินข้าวที  ผลไม้ที ขนมที  แบบนี้หล่ะ    พอได้ตอนไม่ค่อยหิว




      ตอนที่รอน้ำอุ่น   ก็บีบนวดนิดหน่อย   ตัวเองสิ  รู้สึกหนัก

เลยเล่าเรื่องผี   "  บอกพี่แกว่า  เป็นคนอื่นกลัวหนีไปแล้ว  

หัวเราะ  เเล้วเล่าต่อ  เมื่อตอนไปกฐินหลวงวัดไผ่ดำ  สิงห์บุรี

เหมือนกันกับพี่นี่หล่ะ  เหมือนกันเด๊ะ !  มีอีกตัวซ้อนเลยออกมา

จากตัวคนครึ่งคน  กินใหญ่เลย  จกกินเศษกับข้าวที่เขาวางไว้

กินใหญ่เลย  ไอ่เราก็นั่งใกล้กัน   หันไปเห็นก็  อืยยยยยยยย

พี่แกก็ดุ  บอกให้เฉย ๆ  ไอ่เรารึจะเฉย  ก็ป้าแกเล่น  จกเศษอาหาร

กินเอากินเอา  กวาดซะเรียบโต๊ะเลย  แหยง เลยเรา



เล่าไปหัวเราะไป  นวดไป    ... มีการเล่าต่ออีก   ไปนอนวัด

ให้ทำลักษณะเดียวกันที่ใช้อยู่นี่หล่ะ  โกยท้อง   คนนั้นก็ทำตา

ปะหลับปะเหลือก  ส่วนผู้ใหญ่หลาย ๆ  คนเรียกให้ออกมา

อย่าไปยุ่งกะเขา   ส่วนเขาก็ร้องช่วยหน่อย  ช่วยด้วย 


ส่วนเราไม่กลัว  สงสาร   แต่คนนั้นก็ก็ทำหน้ากวน  แกล้ง

ยั่ว   เราก็เฉย ๆ    พอแล้วก็เดินหนี  ผู้ใหญ่ก็กลัวเราโดนอะไร

เที่ยงคืนก็เห็น  กลุ่มควันลอยออกมาจากบริเวณท้องเขานั่นหล่ะ

เล่าให้พี่แกฟังไป  ก็ยิ้ม ๆ  ฮา  ๆ ไป   (ดูมัน  !)


*******************



          อาการดูดีขึ้น  หายเป็นปรกติ  กินข้าวเสร็จ  ก็แยกกลับบ้าน

(ปีชง ของเขา  ตกคนหัวขาด  อะไรนั่นหล่ะ  เขาเล่าให้ฟัง )

เราก็ไม่อยู่เฉย  ไปแซวเขาอีก "  ก็ควักใส้กบ  "  น่าน !  พูดอย่างฮา

หัวเราะเขาอีก  (ถือว่าชีวิตได้ทำอะไร  เป็นเรื่องปรกติของคน  ก็เลย

พูดตามธรรมชาติ  แซวกัน  มันก็เหมือนล้อกันเล่น  สมควรอะไร

ประมาณนั้น )  พี่แกก็ยิ้ม ๆ   " ก็ทำทั้งนั้นเเหล่ะ  "  ก็พูดขึ้นมา



   เราก็หัวเราะคิก  ๆ  ที่หัวเราะเพราะ   จะพูดกันต่อว่า 

"  ก็ทำ  ก็ยอมรับ  ก็ปรับปรุง  แก้ไข้  เอาเท่าที่ทำได้

มันต้องมีสักวัน    ทุกอย่างมันก็มีเวลาของมัน  "  ก็พูดกันตามเรื่อง




           ก่อนกลับก็บอกกันว่า  "  เจริญสติ  ภาวนา  แล้วก็

อธิฐานจิต แผ่เมตตานะ  "  ...    คำถามคือทำไง  ไอ่เราก็นิ่ง

คนรุ่นนี้เเล้ว  ไม่ค่อยฟังใคร  วันวันพูดให้คนอื่นฟังตัวเอง   

พอถึงเวลา  เขาเห็นความจริง  เขาก็ยอมรับฟัง  เราก็เลยบอก  

แล้วพี่แกก็กลับไป   เงียบ  สงสัยทำอย่างที่พูดอยู่ 




****************



        เราหน่ะหรือ   มานั่งร้องให้  สะอึกสะอื้น   ก็ตอนสองทุ่มกว่า

ไปเรื่อย   "  มันรู้ตัวนะ   ว่ายังไงต่อ ....  มันเหนื่อยนะ   รู้ว่าตัวเอง

อยากได้กำลังใจมาก ๆ  เลย  ... ไม่ได้ท้ออะไร   แต่มันเหนื่อย 

มันบอกไม่ถูก   พอพิมพ์มาถึงตอนนี้   น้ำตามันก็ไหล เพลงนี้ก็ฟังอยู่




ไม่อยากเขียนสรุปตรง  ๆ  แต่อยากระบายความรู้สึก  

จะไปล้างหน้าหล่ะ    สี่ทุ่มแล้ว   






ปล.  ไม่ใช่ไม่อยากช่วยดูแลเพื่อนร่วมโลกนะ   แต่หัวใจมันล้า

มันอยากมีชีวิตเงียบ ๆ   บางทีอยากมีเวลาให้ตัวเอง 

ตอนที่ตัวเองอยากทำมัน   เหมือนวันนี้เราเลือกไม่ได้ว่าใครจะไป

จะเป็น  จะมาเวลาใหน    แต่เรารู้ว่าเวลาของเรา  และเราก็ต้อง

ใช้เวลานี้ไปก่อน    ( ความเข้าใจ  มันมีได้ยาก ความเข้าใจ

มันไม่ยากหากหัวใจรับฟัง   แต่ตอนนี้ ฉันก็ปาดน้ำตาก่อนหล่ะ

แล้วค่อยว่ากัน  ก็มันเหนื่อยนี่นา )




************************




 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น