
ไดอารี่หน้าที่ 63 (14.43 )
.... อะไรที่น่ากลัวที่สุด " ความคิดตัวเอง "
ปัจจุบัน สำหรับตัวเองนั้น " ความน่ากลัวที่สุด คือ ความคิดภายใต้
จิตใจของสัตย์ร่วมโลก ... เศร้าจัง จ๋อยด้วยหล่ะ แม้ว่าอีกไม่นาน
เราก็ดีเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ ขอพอเป็นกะสัยสักหน่อย
" ประมาณว่า เมื่ออยู่ในมวลหมู่แมกไม้ สายลม แสงแดด อยู่
กับสิ่งที่มีตัวตน แต่มิใช่ตัวตน ....เจอสิ่งเหล่านั้นเข้า ทำให้
ไดอารี่หน้านี้ บอกได้ถึงความซึมเล็ก ๆ ถึงแม้ไม่ได้คาดหวัง
กับอะไรรอบตัว " แต่ก็ต้องระมัดระวัง คน คน แล้วก็คน เราก็เลย
นั่งอยู่นี่ พิมพ์อยู่นี้ด้วยอาการประมาณหนึ่ง แล้วเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกไปเสีย ไม่ได้ละทุกอย่าง ก็ยังคงอยู่
ควบคู่ เดินทางควบคู่ จึง ต้อง มอง อย่างเข้าใจ "


" จะเขียนแนวประมาณนี้บ้าง แต่ไม่ตลอดหรอกนะ แล้วแต่
สถานการณ์จะให้อยากเขียน ไม่เจาะจงเขียนมาคืออย่างนั้น
แบบนี้หล่ะ เอาเป็นว่า เขียนเท่านี้ คิดแล้วไง จึงเขียน
.... เมื่อไม่กี่วัน อาทมาก อารมณ์ศิลปินนัก เสื้อกล้ามดำ
ลายศิลป กระโปรงยาวส้ม ลายแนว ๆ เดียวกัน (อะเซกเซอรี่เต็มตัว)
ก็คนมันหลากหลาย แต่รู้ตัวเสมอหล่ะ " เคยมีคนบอกว่า
เราติ๊ดมาก กลัวว่าเราจะควบคุมตัวไม่ได้ " คนพูดน่าจะเกี่ยวกับ
ดารานักเเสดงนั่นหล่ะ ( ส่วนตัวเราคิดในใจ เขาไม่รู้ว่าเราเป็นไง
รู้ไร ผ่านไรมา จนปัจจุบัน เราเป็นคนแบบใหน ..." ก็ขอบคุณเขา
และบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง " )
.... เคยสังเกตุ และรู้ข้างใน ทำไมท่านจึงพูดไม่เพราะ กู มึง ทำไม
ท่านจึงนั่งไม่เรียบร้อย (มารู้ทีหลังด้วยตัวเอง เพียงเพราะท่านต้อง
การสอนอะไรบางอย่างกับเรานั่นเอง )
....เคยคิดเฉย ๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ตำหนิคนพูดหรอก " คิดว่า อืม ...
เขาพูดสอนแบบเป็นภาษาถ้าคนฟัง จะว่าไม่เพราะ หยาบ ๆ ( เรา
อ่านเราก็คิดได้ว่าหยาบ แต่เห็นทะลุในตัวหนังสือเข้าไป ถึงสภาวะ
ของคนนั้น กลับรู้ว่า เขาผ่านไประดับหลายขั้นของสภาวะธรรมเเล้ว )
...แต่ คนจะรู้สักกี่คน อย่างนั้นก็ต้องศึกษา และติดตาม
หากอยากรู้ " แต่สำหรับตัวเราไม่ตาม เห็นทันที รู้แล้ว เข้าใจจบ "

เกริ่นไว้ยาว ๆ แล้วก็มาต่อเรื่องซึม " หลังจากตามสไตย์ ตามใจ
ตนในแต่ละวันแล้ว ก็ตะลอน พี่ที่วัดพาตะลอน จากพระนคร
ข้ามฟาก ตลาดนัดสายสี่ (มันมีอะไรนะ ไม่เคยไปเดิน) แล้วก็
มีหลาย ๆ อย่าง ก็ดูแปลกเปลี่ยน ในความรู้สึกดี เขาชอบลุย ๆ
เราก็ได้ทุกอย่างนั่นหล่ะ เกิดเป็นคน "
ขากลับเข้าซอย " น้าผู้ชายทักขึ้นมาว่า ไม่กลัวเหรอเวลาเดิน
เข้าซอย " (ก็เลยบอกเขาว่า ถิ่นเรา ไม่กลัวหล่ะ ) ...นึกอีกที
เราเริ่มประมาทหล่ะ ตัวเองใจตัวเองรู้เลยไม่กลัว แต่ประมาท
ว่าคนเรา " จิตใจคน น่ากลัว และที่น่ากลัวกว่า คือตัวเราประมาท
ถือว่าสบาย ๆ เลยเผลอ "
...........
" นึกอีกที แหม ๆ เราก็ออกจะเงา ฮ่า ๆ แบบว่า ดูแลตัวเอง
...ยามมืดอีกวัน ลุงบ้านโต เดินดูต้นไม้ เราปลูกใหม่ไว้เยอะ
หน้าบ้านก็มี ... เขาก็คุยกับข้างบ้าน (แต่เราพอรู้ว่า เขารู้จัก
ลุงคนที่รู้จักเรา เรื่องพระ เรื่องทำอะไรดีดี เรื่องหลายเรื่อง
มันก็เรานี่หว่า เอ ไม่คิดมากนะเนี่ย เรื่องมันโยงคนถึงคนไง)
..... เย็นวันต่อมา คนทำงานสองสามคน ยืนสูบบุรี่อยู่หน้าบ้าน
ข้าง ๆ เราใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แบบนี้ทุกวัน แต่วันนี้ ปลูก
ต้นไม้ลงกระถางเพิ่ม ดูเรียงรายสวยดีมีคุณค่า เพราะเป็นผักและ
เป็นสมุนไพรในตัว เพาะไว้แล้วเกิดเบี้ยมากมาย เลยจัดซ๊า ! ."
เขาสูบไป พ่นไป คุยกันไป มองเลียบ ๆ มา เรามีตาที่สาม ฮ่า ๆ
ยังปลูกไม่เสร็จ แต่รำคาญนะ มันมืดแล้วไง เปิดไฟหน้าบ้านทำ
ให้เสร็จ ๆ จะได้สบายใจ สวย ๆ ตามที่ชอบ
" แล้วก็ได้ยินเสียงคุยกัน เป็นคนที่นั่นที่นี่ แล้วก็ร้องเพลง
ทำหน้า ท่าทาง ... " บร๊ะ ! ไอ่เราก็ไม่ได้โกรธใครง่าย ๆ นะ
หลักเมตตาเพื่อนมนุษย์ก็มีประจำใจ แต่ ! หน้าตาหุบเลย ไม่
สนอะไรทั้งนั้น ใจไม่อยากให้ใครล่วงเกิน กริยาหยาบ ๆ หรือไง
เพราะแล้วจะรู้เอง ... ตัดปัญหาไป ด้วยการรีบทำ เฉย แล้วก็เฉย
นิ่งแล้วก็เสร็จ ... เขาหายเข้าบ้านนั้นไปล่ะ ไม่โผล่หัวมาล่ะ มีแต่
ลุงเจ้าของบ้านโผล่มา คุยโทรศัพท์ ความรู้สึกเราตอนนี้ สบายใจ
ปลอดภัย เก็บงาน ปิดบ้าน นั่งทบทวน "


.... เช้าวันนี้ ได้ยินเสียงข้างล่าง
หน้าบ้าน " เอาไปสิ เขาให้ " อีกคน
พูดว่า " หลายต้นกว่านี้ได้ใหม "
... ถึงเราได้ยินประโยคเหล่านี้ แต่ จะอะไรได้อีก แล้วใครกัน
เขาคุยกับคนที่เรารู้จักแน่ แต่ใครหล่ะ " ทำงานอยู่ก็เลยปล่อย
ตามนั้น "
...อีกเสียงแก่ ๆ " เขารวยขึ้นนะ ฯลฯ " (เราก็เลยส่งเสียงลอย ๆ
ไป คงถึงข้างล่างนั้นหล่ะ " ชอบยุ่งแต่เรื่องคนอื่น " ... ก็
พิจารณาแล้วหล่ะ ว่าพูดแบบนี้แต่ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ มันเป็นการ
ปราม คนบางคนเกิดมาเพื่อบางสิ่งด้วย คนบางคนก็มาเพื่อต้อง
เจอบางอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ต้องเอาการเกิดก่อนเกิดหลังมาวัด
ไม่ต้องเอาอายุมาวัดเรื่องบางเรื่อง มันใช้ไม่ได้ )
" พี่ ๆ เคยถามเล่าเรื่องความไม่สบายใจให้ฟัง และลงท้ายด้วย
คำว่า " เขาโตแล้วนะฟ้า อายุก็เท่านั้นเท่านี้แล้วนะ " เราก็พูด
อารมณ์ดีไปว่า " ก็เคยพูดให้ฟังแล้วไง เรื่องเฒ่าทารกหน่ะ "
( แล้วพี่ก็หัวเราะ เออออ เมื่อทำความเข้าใจแล้ว ก็จบ ๆ )
*******************
เช้านี้รวมกับเรื่องราวหลายวัน ทำให้ได้มานั่งเขียนไดอารี่หน้านี้
ถึงขุ่นมัว มันก็ใช่ว่าจะไม่สบายใจนะ เพียงแต่ว่า " เวทนานัก
รอบ ๆ ตัวเรา มีแต่กิเลศตัวบั้กเอ๊ก ! อีกตัวกลิ้งมาก็เรื่องกาม
อีกตัวสองตัวก็ความอยากได้ อีกตัวก็สะสมอยู่ตัวซากรอเน่านั้น
มีแต่ความโกรธ ความแค้น ความอิจฉา ริษยา บางตัวก็มาพร้อม
เลห์เหลี่ยมความโลภ ฯลฯ "
วันนี้ ก็เลยได้พูด สอนอ้อม ๆ ว่า " เขาไม่ได้ขอ อยากได้ให้บอก
ขอก่อน ไม่ไร เพียงแค่ไม่ชอบคือถือวิสาสะ มันจะติด
เป็นความเคยชิน ก็เป็นคนพูดตรง ๆ แบบนี้หล่ะ " ( เขาแก้ว่า
ก็คนนั้นเขาบอกว่าขอเราแล้ว ) ใจเราไม่มีไรหรอก ชอบให้
ก็ให้ไปเสมอ เขาก็เลยเป็นงั้น เรื่องไม่ได้ใหญ่โต แต่คนหน่ะซี
เมื่อเวลาหนึ่ง " เราก็จะโดนแบบนี้เสมอ เราไม่ปล่อยแล้วหล่ะ
เพราะมีหน้าที่ต้องทำ แล้วก็เลี่ยงไม่ได้ ดู ๆ เหมือนจะโดน
โดยรอบ จำได้ พ่อบอกว่า " อย่าเด่นมันจะเป็นภัย "
( " ดังได้ แต่อย่าเด่น มันจะเป็นภัย " )
(เด่นแบบนี้ มันมาจากข้างใน ใจกับตัว เมื่อมาแบบนี้ แล้วคง
หนีไม่พ้น ก็เราเป็นเรา " บางคนเขามาเท่านั้น บางคนเขามา
เท่านี้ บางทีคนคนนี้ก็อย่างนี้แบบนี้ ยอมรับ )

" เรื่องยาว ร่ายยาวเลย สั้น ๆ ก็แค่ซึม และระวังตัว เมื่อ
เหตุการณ์ แต่ละอย่างเข้ามา เมื่อรู้ทันมันแล้ว เห็นมันแล้ว " จะ
บอกว่า รู้วาระจิต รู้ด้วยปัญญา() แล้วเห็นมัน ว่างั้นเถอะ แม๊ะ ! เขียนเกือบตรงเป๊ะเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ...ไม่ค่อยเลยนะเรานะ ..ไม่กลัว
ใครเขามาอ่านจะว่าหลงตัวเองเหรอ (ม๊าย ไม่หล่ะ คริ ๆ " กวนตีน
ได้อีก) ...ไม่กลัวเขาจะวิเคราะห์ว่าเราป่วยเหรอ ( ไม่ ๆ ๆ ..." ก่อนที่เขาจะวิเคราะห์ เราดันเห็นเขาก่อน ฮ่า ๆ " )
" อ่ะ พอล่ะ คงเขียนแบบนี้ไม่บ่อยนัก มีอย่างที่ใหน ไปบอกเขา
ตรง ๆ แบบนี้ก็อวดตัวเองสิ ก็ ไม่คิดไรนะ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้จริง ๆ แต่ทุกวันก็เงียบ ๆ นิ่ง ๆ ทำอะไรเฉย ๆ ไม่ค่อยยุ่งกะใคร เพราะมองแล้วไง " อย่างทีท่านบอกหล่ะค่ะ เมื่อเรามีปัญญาแจ้งแล้ว เราก็หลบหลีกได้ และเราก็เดินทางมุ่งหน้าต่อไปได้ แม้ว่า ระหว่างทาง จะเจออะไรอีกก็ตาม "
(ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ หน้านี้ออกจะเข้าใจยากสักนิด
สำหรับขั้นกว่า ก็เหมือนกันตัวเราไปอ่านเจอ เรื่องสั้น ๆ แต่
ความหมายลึก แล้วก็อ่านคนตอบ เขาก็ตอบกันแตกต่าง ก็อยู่ที่
ว่า ใครจะเข้าใจข้อความของคนคนนั้นได้แค่ใหน ที่เห็นก็น้อย
บางคนพื้นน้อย บางท่านเข้าใจเป๊ะ แต่รวม ๆ ดีใจที่ปัจจุบัน
คนเรามุ่งทางธรรม หมั่นทำดี )
จบหล่ะ !
อ่ะ เขียนซะยืดยาว
แค่เนี้ย ! " แค่เนี้ยหล่ะ ขอให้โชคดี
เข้าใจแจ้ง "
************************
.... อะไรที่น่ากลัวที่สุด " ความคิดตัวเอง "
ปัจจุบัน สำหรับตัวเองนั้น " ความน่ากลัวที่สุด คือ ความคิดภายใต้
จิตใจของสัตย์ร่วมโลก ... เศร้าจัง จ๋อยด้วยหล่ะ แม้ว่าอีกไม่นาน
เราก็ดีเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ ขอพอเป็นกะสัยสักหน่อย
" ประมาณว่า เมื่ออยู่ในมวลหมู่แมกไม้ สายลม แสงแดด อยู่
กับสิ่งที่มีตัวตน แต่มิใช่ตัวตน ....เจอสิ่งเหล่านั้นเข้า ทำให้
ไดอารี่หน้านี้ บอกได้ถึงความซึมเล็ก ๆ ถึงแม้ไม่ได้คาดหวัง
กับอะไรรอบตัว " แต่ก็ต้องระมัดระวัง คน คน แล้วก็คน เราก็เลย
นั่งอยู่นี่ พิมพ์อยู่นี้ด้วยอาการประมาณหนึ่ง แล้วเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
ก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกไปเสีย ไม่ได้ละทุกอย่าง ก็ยังคงอยู่
ควบคู่ เดินทางควบคู่ จึง ต้อง มอง อย่างเข้าใจ "
" จะเขียนแนวประมาณนี้บ้าง แต่ไม่ตลอดหรอกนะ แล้วแต่
สถานการณ์จะให้อยากเขียน ไม่เจาะจงเขียนมาคืออย่างนั้น
แบบนี้หล่ะ เอาเป็นว่า เขียนเท่านี้ คิดแล้วไง จึงเขียน
.... เมื่อไม่กี่วัน อาทมาก อารมณ์ศิลปินนัก เสื้อกล้ามดำ
ลายศิลป กระโปรงยาวส้ม ลายแนว ๆ เดียวกัน (อะเซกเซอรี่เต็มตัว)
ก็คนมันหลากหลาย แต่รู้ตัวเสมอหล่ะ " เคยมีคนบอกว่า
เราติ๊ดมาก กลัวว่าเราจะควบคุมตัวไม่ได้ " คนพูดน่าจะเกี่ยวกับ
ดารานักเเสดงนั่นหล่ะ ( ส่วนตัวเราคิดในใจ เขาไม่รู้ว่าเราเป็นไง
รู้ไร ผ่านไรมา จนปัจจุบัน เราเป็นคนแบบใหน ..." ก็ขอบคุณเขา
และบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง " )
.... เคยสังเกตุ และรู้ข้างใน ทำไมท่านจึงพูดไม่เพราะ กู มึง ทำไม
ท่านจึงนั่งไม่เรียบร้อย (มารู้ทีหลังด้วยตัวเอง เพียงเพราะท่านต้อง
การสอนอะไรบางอย่างกับเรานั่นเอง )
....เคยคิดเฉย ๆ นั่นหล่ะ ไม่ได้ตำหนิคนพูดหรอก " คิดว่า อืม ...
เขาพูดสอนแบบเป็นภาษาถ้าคนฟัง จะว่าไม่เพราะ หยาบ ๆ ( เรา
อ่านเราก็คิดได้ว่าหยาบ แต่เห็นทะลุในตัวหนังสือเข้าไป ถึงสภาวะ
ของคนนั้น กลับรู้ว่า เขาผ่านไประดับหลายขั้นของสภาวะธรรมเเล้ว )
...แต่ คนจะรู้สักกี่คน อย่างนั้นก็ต้องศึกษา และติดตาม
หากอยากรู้ " แต่สำหรับตัวเราไม่ตาม เห็นทันที รู้แล้ว เข้าใจจบ "
เกริ่นไว้ยาว ๆ แล้วก็มาต่อเรื่องซึม " หลังจากตามสไตย์ ตามใจ
ตนในแต่ละวันแล้ว ก็ตะลอน พี่ที่วัดพาตะลอน จากพระนคร
ข้ามฟาก ตลาดนัดสายสี่ (มันมีอะไรนะ ไม่เคยไปเดิน) แล้วก็
มีหลาย ๆ อย่าง ก็ดูแปลกเปลี่ยน ในความรู้สึกดี เขาชอบลุย ๆ
เราก็ได้ทุกอย่างนั่นหล่ะ เกิดเป็นคน "
ขากลับเข้าซอย " น้าผู้ชายทักขึ้นมาว่า ไม่กลัวเหรอเวลาเดิน
เข้าซอย " (ก็เลยบอกเขาว่า ถิ่นเรา ไม่กลัวหล่ะ ) ...นึกอีกที
เราเริ่มประมาทหล่ะ ตัวเองใจตัวเองรู้เลยไม่กลัว แต่ประมาท
ว่าคนเรา " จิตใจคน น่ากลัว และที่น่ากลัวกว่า คือตัวเราประมาท
ถือว่าสบาย ๆ เลยเผลอ "
...........
" นึกอีกที แหม ๆ เราก็ออกจะเงา ฮ่า ๆ แบบว่า ดูแลตัวเอง
...ยามมืดอีกวัน ลุงบ้านโต เดินดูต้นไม้ เราปลูกใหม่ไว้เยอะ
หน้าบ้านก็มี ... เขาก็คุยกับข้างบ้าน (แต่เราพอรู้ว่า เขารู้จัก
ลุงคนที่รู้จักเรา เรื่องพระ เรื่องทำอะไรดีดี เรื่องหลายเรื่อง
มันก็เรานี่หว่า เอ ไม่คิดมากนะเนี่ย เรื่องมันโยงคนถึงคนไง)
..... เย็นวันต่อมา คนทำงานสองสามคน ยืนสูบบุรี่อยู่หน้าบ้าน
ข้าง ๆ เราใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แบบนี้ทุกวัน แต่วันนี้ ปลูก
ต้นไม้ลงกระถางเพิ่ม ดูเรียงรายสวยดีมีคุณค่า เพราะเป็นผักและ
เป็นสมุนไพรในตัว เพาะไว้แล้วเกิดเบี้ยมากมาย เลยจัดซ๊า ! ."
เขาสูบไป พ่นไป คุยกันไป มองเลียบ ๆ มา เรามีตาที่สาม ฮ่า ๆ
ยังปลูกไม่เสร็จ แต่รำคาญนะ มันมืดแล้วไง เปิดไฟหน้าบ้านทำ
ให้เสร็จ ๆ จะได้สบายใจ สวย ๆ ตามที่ชอบ
" แล้วก็ได้ยินเสียงคุยกัน เป็นคนที่นั่นที่นี่ แล้วก็ร้องเพลง
ทำหน้า ท่าทาง ... " บร๊ะ ! ไอ่เราก็ไม่ได้โกรธใครง่าย ๆ นะ
หลักเมตตาเพื่อนมนุษย์ก็มีประจำใจ แต่ ! หน้าตาหุบเลย ไม่
สนอะไรทั้งนั้น ใจไม่อยากให้ใครล่วงเกิน กริยาหยาบ ๆ หรือไง
เพราะแล้วจะรู้เอง ... ตัดปัญหาไป ด้วยการรีบทำ เฉย แล้วก็เฉย
นิ่งแล้วก็เสร็จ ... เขาหายเข้าบ้านนั้นไปล่ะ ไม่โผล่หัวมาล่ะ มีแต่
ลุงเจ้าของบ้านโผล่มา คุยโทรศัพท์ ความรู้สึกเราตอนนี้ สบายใจ
ปลอดภัย เก็บงาน ปิดบ้าน นั่งทบทวน "
.... เช้าวันนี้ ได้ยินเสียงข้างล่าง
หน้าบ้าน " เอาไปสิ เขาให้ " อีกคน
พูดว่า " หลายต้นกว่านี้ได้ใหม "
... ถึงเราได้ยินประโยคเหล่านี้ แต่ จะอะไรได้อีก แล้วใครกัน
เขาคุยกับคนที่เรารู้จักแน่ แต่ใครหล่ะ " ทำงานอยู่ก็เลยปล่อย
ตามนั้น "
...อีกเสียงแก่ ๆ " เขารวยขึ้นนะ ฯลฯ " (เราก็เลยส่งเสียงลอย ๆ
ไป คงถึงข้างล่างนั้นหล่ะ " ชอบยุ่งแต่เรื่องคนอื่น " ... ก็
พิจารณาแล้วหล่ะ ว่าพูดแบบนี้แต่ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ มันเป็นการ
ปราม คนบางคนเกิดมาเพื่อบางสิ่งด้วย คนบางคนก็มาเพื่อต้อง
เจอบางอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ต้องเอาการเกิดก่อนเกิดหลังมาวัด
ไม่ต้องเอาอายุมาวัดเรื่องบางเรื่อง มันใช้ไม่ได้ )
" พี่ ๆ เคยถามเล่าเรื่องความไม่สบายใจให้ฟัง และลงท้ายด้วย
คำว่า " เขาโตแล้วนะฟ้า อายุก็เท่านั้นเท่านี้แล้วนะ " เราก็พูด
อารมณ์ดีไปว่า " ก็เคยพูดให้ฟังแล้วไง เรื่องเฒ่าทารกหน่ะ "
( แล้วพี่ก็หัวเราะ เออออ เมื่อทำความเข้าใจแล้ว ก็จบ ๆ )
*******************
เช้านี้รวมกับเรื่องราวหลายวัน ทำให้ได้มานั่งเขียนไดอารี่หน้านี้
ถึงขุ่นมัว มันก็ใช่ว่าจะไม่สบายใจนะ เพียงแต่ว่า " เวทนานัก
รอบ ๆ ตัวเรา มีแต่กิเลศตัวบั้กเอ๊ก ! อีกตัวกลิ้งมาก็เรื่องกาม
อีกตัวสองตัวก็ความอยากได้ อีกตัวก็สะสมอยู่ตัวซากรอเน่านั้น
มีแต่ความโกรธ ความแค้น ความอิจฉา ริษยา บางตัวก็มาพร้อม
เลห์เหลี่ยมความโลภ ฯลฯ "
วันนี้ ก็เลยได้พูด สอนอ้อม ๆ ว่า " เขาไม่ได้ขอ อยากได้ให้บอก
ขอก่อน ไม่ไร เพียงแค่ไม่ชอบคือถือวิสาสะ มันจะติด
เป็นความเคยชิน ก็เป็นคนพูดตรง ๆ แบบนี้หล่ะ " ( เขาแก้ว่า
ก็คนนั้นเขาบอกว่าขอเราแล้ว ) ใจเราไม่มีไรหรอก ชอบให้
ก็ให้ไปเสมอ เขาก็เลยเป็นงั้น เรื่องไม่ได้ใหญ่โต แต่คนหน่ะซี
เมื่อเวลาหนึ่ง " เราก็จะโดนแบบนี้เสมอ เราไม่ปล่อยแล้วหล่ะ
เพราะมีหน้าที่ต้องทำ แล้วก็เลี่ยงไม่ได้ ดู ๆ เหมือนจะโดน
โดยรอบ จำได้ พ่อบอกว่า " อย่าเด่นมันจะเป็นภัย "
( " ดังได้ แต่อย่าเด่น มันจะเป็นภัย " )
(เด่นแบบนี้ มันมาจากข้างใน ใจกับตัว เมื่อมาแบบนี้ แล้วคง
หนีไม่พ้น ก็เราเป็นเรา " บางคนเขามาเท่านั้น บางคนเขามา
เท่านี้ บางทีคนคนนี้ก็อย่างนี้แบบนี้ ยอมรับ )
" เรื่องยาว ร่ายยาวเลย สั้น ๆ ก็แค่ซึม และระวังตัว เมื่อ
เหตุการณ์ แต่ละอย่างเข้ามา เมื่อรู้ทันมันแล้ว เห็นมันแล้ว " จะ
บอกว่า รู้วาระจิต รู้ด้วยปัญญา() แล้วเห็นมัน ว่างั้นเถอะ แม๊ะ ! เขียนเกือบตรงเป๊ะเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ...ไม่ค่อยเลยนะเรานะ ..ไม่กลัว
ใครเขามาอ่านจะว่าหลงตัวเองเหรอ (ม๊าย ไม่หล่ะ คริ ๆ " กวนตีน
ได้อีก) ...ไม่กลัวเขาจะวิเคราะห์ว่าเราป่วยเหรอ ( ไม่ ๆ ๆ ..." ก่อนที่เขาจะวิเคราะห์ เราดันเห็นเขาก่อน ฮ่า ๆ " )
" อ่ะ พอล่ะ คงเขียนแบบนี้ไม่บ่อยนัก มีอย่างที่ใหน ไปบอกเขา
ตรง ๆ แบบนี้ก็อวดตัวเองสิ ก็ ไม่คิดไรนะ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้จริง ๆ แต่ทุกวันก็เงียบ ๆ นิ่ง ๆ ทำอะไรเฉย ๆ ไม่ค่อยยุ่งกะใคร เพราะมองแล้วไง " อย่างทีท่านบอกหล่ะค่ะ เมื่อเรามีปัญญาแจ้งแล้ว เราก็หลบหลีกได้ และเราก็เดินทางมุ่งหน้าต่อไปได้ แม้ว่า ระหว่างทาง จะเจออะไรอีกก็ตาม "
(ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ หน้านี้ออกจะเข้าใจยากสักนิด
สำหรับขั้นกว่า ก็เหมือนกันตัวเราไปอ่านเจอ เรื่องสั้น ๆ แต่
ความหมายลึก แล้วก็อ่านคนตอบ เขาก็ตอบกันแตกต่าง ก็อยู่ที่
ว่า ใครจะเข้าใจข้อความของคนคนนั้นได้แค่ใหน ที่เห็นก็น้อย
บางคนพื้นน้อย บางท่านเข้าใจเป๊ะ แต่รวม ๆ ดีใจที่ปัจจุบัน
คนเรามุ่งทางธรรม หมั่นทำดี )
จบหล่ะ !
อ่ะ เขียนซะยืดยาว
แค่เนี้ย ! " แค่เนี้ยหล่ะ ขอให้โชคดี
เข้าใจแจ้ง "
************************
ความคิดเห็น