nrintip(Whitepingeon)
ดู Blog ทั้งหมด

Diary of love 063 ( Whitepingeon )

เขียนโดย nrintip(Whitepingeon)



































 
ไดอารี่หน้าที่ 63 (14.43 )





.... อะไรที่น่ากลัวที่สุด  " ความคิดตัวเอง "

ปัจจุบัน สำหรับตัวเองนั้น  " ความน่ากลัวที่สุด  คือ ความคิดภายใต้

จิตใจของสัตย์ร่วมโลก  ... เศร้าจัง   จ๋อยด้วยหล่ะ  แม้ว่าอีกไม่นาน

เราก็ดีเหมือนเดิม  แต่ตอนนี้  ขอพอเป็นกะสัยสักหน่อย  



"  ประมาณว่า  เมื่ออยู่ในมวลหมู่แมกไม้  สายลม แสงแดด  อยู่

กับสิ่งที่มีตัวตน แต่มิใช่ตัวตน    ....เจอสิ่งเหล่านั้นเข้า  ทำให้

ไดอารี่หน้านี้   บอกได้ถึงความซึมเล็ก ๆ    ถึงแม้ไม่ได้คาดหวัง

กับอะไรรอบตัว  " แต่ก็ต้องระมัดระวัง คน คน แล้วก็คน  เราก็เลย

นั่งอยู่นี่  พิมพ์อยู่นี้ด้วยอาการประมาณหนึ่ง  แล้วเดี๋ยวมันก็ผ่านไป

ก็ไม่ได้ตัดขาดจากโลกไปเสีย  ไม่ได้ละทุกอย่าง  ก็ยังคงอยู่

ควบคู่  เดินทางควบคู่   จึง ต้อง มอง  อย่างเข้าใจ   "














"  จะเขียนแนวประมาณนี้บ้าง   แต่ไม่ตลอดหรอกนะ   แล้วแต่

สถานการณ์จะให้อยากเขียน      ไม่เจาะจงเขียนมาคืออย่างนั้น

แบบนี้หล่ะ   เอาเป็นว่า   เขียนเท่านี้  คิดแล้วไง  จึงเขียน  



....  เมื่อไม่กี่วัน   อาทมาก  อารมณ์ศิลปินนัก   เสื้อกล้ามดำ

ลายศิลป กระโปรงยาวส้ม   ลายแนว ๆ  เดียวกัน (อะเซกเซอรี่เต็มตัว)

ก็คนมันหลากหลาย   แต่รู้ตัวเสมอหล่ะ   " เคยมีคนบอกว่า  

เราติ๊ดมาก  กลัวว่าเราจะควบคุมตัวไม่ได้ "  คนพูดน่าจะเกี่ยวกับ

ดารานักเเสดงนั่นหล่ะ   (  ส่วนตัวเราคิดในใจ  เขาไม่รู้ว่าเราเป็นไง

รู้ไร  ผ่านไรมา  จนปัจจุบัน  เราเป็นคนแบบใหน   ..." ก็ขอบคุณเขา

และบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง " )

.... เคยสังเกตุ  และรู้ข้างใน ทำไมท่านจึงพูดไม่เพราะ กู มึง  ทำไม

ท่านจึงนั่งไม่เรียบร้อย (มารู้ทีหลังด้วยตัวเอง  เพียงเพราะท่านต้อง

การสอนอะไรบางอย่างกับเรานั่นเอง )  

....เคยคิดเฉย ๆ นั่นหล่ะ  ไม่ได้ตำหนิคนพูดหรอก  " คิดว่า  อืม ...

เขาพูดสอนแบบเป็นภาษาถ้าคนฟัง จะว่าไม่เพราะ หยาบ ๆ  ( เรา

อ่านเราก็คิดได้ว่าหยาบ  แต่เห็นทะลุในตัวหนังสือเข้าไป  ถึงสภาวะ

ของคนนั้น กลับรู้ว่า เขาผ่านไประดับหลายขั้นของสภาวะธรรมเเล้ว )


...แต่  คนจะรู้สักกี่คน    อย่างนั้นก็ต้องศึกษา และติดตาม 

หากอยากรู้ "  แต่สำหรับตัวเราไม่ตาม  เห็นทันที  รู้แล้ว เข้าใจจบ "










เกริ่นไว้ยาว ๆ  แล้วก็มาต่อเรื่องซึม   "  หลังจากตามสไตย์  ตามใจ

ตนในแต่ละวันแล้ว   ก็ตะลอน  พี่ที่วัดพาตะลอน  จากพระนคร 

ข้ามฟาก  ตลาดนัดสายสี่   (มันมีอะไรนะ  ไม่เคยไปเดิน)   แล้วก็

มีหลาย ๆ  อย่าง   ก็ดูแปลกเปลี่ยน  ในความรู้สึกดี    เขาชอบลุย ๆ

เราก็ได้ทุกอย่างนั่นหล่ะ   เกิดเป็นคน "


ขากลับเข้าซอย  " น้าผู้ชายทักขึ้นมาว่า   ไม่กลัวเหรอเวลาเดิน

เข้าซอย  "   (ก็เลยบอกเขาว่า  ถิ่นเรา ไม่กลัวหล่ะ )   ...นึกอีกที

เราเริ่มประมาทหล่ะ   ตัวเองใจตัวเองรู้เลยไม่กลัว  แต่ประมาท

ว่าคนเรา "  จิตใจคน น่ากลัว  และที่น่ากลัวกว่า คือตัวเราประมาท

ถือว่าสบาย  ๆ  เลยเผลอ "


...........


"  นึกอีกที  แหม ๆ  เราก็ออกจะเงา   ฮ่า ๆ   แบบว่า ดูแลตัวเอง

...ยามมืดอีกวัน  ลุงบ้านโต  เดินดูต้นไม้ เราปลูกใหม่ไว้เยอะ  

หน้าบ้านก็มี   ... เขาก็คุยกับข้างบ้าน  (แต่เราพอรู้ว่า  เขารู้จัก

ลุงคนที่รู้จักเรา   เรื่องพระ  เรื่องทำอะไรดีดี  เรื่องหลายเรื่อง 

มันก็เรานี่หว่า  เอ  ไม่คิดมากนะเนี่ย   เรื่องมันโยงคนถึงคนไง)




..... เย็นวันต่อมา  คนทำงานสองสามคน  ยืนสูบบุรี่อยู่หน้าบ้าน

ข้าง  ๆ  เราใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แบบนี้ทุกวัน    แต่วันนี้   ปลูก

ต้นไม้ลงกระถางเพิ่ม  ดูเรียงรายสวยดีมีคุณค่า  เพราะเป็นผักและ

เป็นสมุนไพรในตัว   เพาะไว้แล้วเกิดเบี้ยมากมาย  เลยจัดซ๊า ! ."


เขาสูบไป  พ่นไป  คุยกันไป  มองเลียบ ๆ  มา  เรามีตาที่สาม  ฮ่า ๆ

ยังปลูกไม่เสร็จ  แต่รำคาญนะ   มันมืดแล้วไง  เปิดไฟหน้าบ้านทำ

ให้เสร็จ ๆ  จะได้สบายใจ  สวย ๆ  ตามที่ชอบ


"  แล้วก็ได้ยินเสียงคุยกัน  เป็นคนที่นั่นที่นี่  แล้วก็ร้องเพลง  

ทำหน้า ท่าทาง  ... " บร๊ะ !  ไอ่เราก็ไม่ได้โกรธใครง่าย ๆ  นะ

หลักเมตตาเพื่อนมนุษย์ก็มีประจำใจ    แต่ !  หน้าตาหุบเลย  ไม่

สนอะไรทั้งนั้น   ใจไม่อยากให้ใครล่วงเกิน กริยาหยาบ ๆ  หรือไง

เพราะแล้วจะรู้เอง  ... ตัดปัญหาไป  ด้วยการรีบทำ  เฉย แล้วก็เฉย

นิ่งแล้วก็เสร็จ ... เขาหายเข้าบ้านนั้นไปล่ะ   ไม่โผล่หัวมาล่ะ  มีแต่

ลุงเจ้าของบ้านโผล่มา  คุยโทรศัพท์   ความรู้สึกเราตอนนี้  สบายใจ

ปลอดภัย   เก็บงาน  ปิดบ้าน   นั่งทบทวน  "


 




     ....  เช้าวันนี้ ได้ยินเสียงข้างล่าง

หน้าบ้าน  " เอาไปสิ  เขาให้  "  อีกคน

พูดว่า  " หลายต้นกว่านี้ได้ใหม  "

...  ถึงเราได้ยินประโยคเหล่านี้   แต่  จะอะไรได้อีก    แล้วใครกัน

เขาคุยกับคนที่เรารู้จักแน่   แต่ใครหล่ะ   "  ทำงานอยู่ก็เลยปล่อย

ตามนั้น   "    



...อีกเสียงแก่ ๆ  " เขารวยขึ้นนะ ฯลฯ  "   (เราก็เลยส่งเสียงลอย ๆ

ไป  คงถึงข้างล่างนั้นหล่ะ   " ชอบยุ่งแต่เรื่องคนอื่น " ...  ก็

พิจารณาแล้วหล่ะ  ว่าพูดแบบนี้แต่ไม่ใช่ด้วยอารมณ์   มันเป็นการ

ปราม  คนบางคนเกิดมาเพื่อบางสิ่งด้วย  คนบางคนก็มาเพื่อต้อง

เจอบางอย่างด้วยเช่นกัน   ไม่ต้องเอาการเกิดก่อนเกิดหลังมาวัด 

ไม่ต้องเอาอายุมาวัดเรื่องบางเรื่อง  มันใช้ไม่ได้  )

"  พี่ ๆ  เคยถามเล่าเรื่องความไม่สบายใจให้ฟัง  และลงท้ายด้วย

คำว่า  "  เขาโตแล้วนะฟ้า  อายุก็เท่านั้นเท่านี้แล้วนะ "   เราก็พูด

อารมณ์ดีไปว่า  "  ก็เคยพูดให้ฟังแล้วไง  เรื่องเฒ่าทารกหน่ะ "

( แล้วพี่ก็หัวเราะ เออออ  เมื่อทำความเข้าใจแล้ว  ก็จบ ๆ  )


*******************


เช้านี้รวมกับเรื่องราวหลายวัน  ทำให้ได้มานั่งเขียนไดอารี่หน้านี้

ถึงขุ่นมัว  มันก็ใช่ว่าจะไม่สบายใจนะ   เพียงแต่ว่า "  เวทนานัก

รอบ  ๆ ตัวเรา  มีแต่กิเลศตัวบั้กเอ๊ก !  อีกตัวกลิ้งมาก็เรื่องกาม

อีกตัวสองตัวก็ความอยากได้  อีกตัวก็สะสมอยู่ตัวซากรอเน่านั้น

มีแต่ความโกรธ ความแค้น  ความอิจฉา ริษยา   บางตัวก็มาพร้อม

เลห์เหลี่ยมความโลภ  ฯลฯ  "



วันนี้  ก็เลยได้พูด สอนอ้อม ๆ  ว่า " เขาไม่ได้ขอ  อยากได้ให้บอก

ขอก่อน ไม่ไร  เพียงแค่ไม่ชอบคือถือวิสาสะ  มันจะติด

เป็นความเคยชิน   ก็เป็นคนพูดตรง ๆ แบบนี้หล่ะ " ( เขาแก้ว่า

ก็คนนั้นเขาบอกว่าขอเราแล้ว )   ใจเราไม่มีไรหรอก  ชอบให้

ก็ให้ไปเสมอ   เขาก็เลยเป็นงั้น   เรื่องไม่ได้ใหญ่โต  แต่คนหน่ะซี


เมื่อเวลาหนึ่ง  "  เราก็จะโดนแบบนี้เสมอ   เราไม่ปล่อยแล้วหล่ะ

เพราะมีหน้าที่ต้องทำ   แล้วก็เลี่ยงไม่ได้   ดู ๆ  เหมือนจะโดน

โดยรอบ   จำได้  พ่อบอกว่า  "  อย่าเด่นมันจะเป็นภัย "
( " ดังได้ แต่อย่าเด่น มันจะเป็นภัย " )

(เด่นแบบนี้  มันมาจากข้างใน   ใจกับตัว   เมื่อมาแบบนี้  แล้วคง

หนีไม่พ้น   ก็เราเป็นเรา   "  บางคนเขามาเท่านั้น  บางคนเขามา

เท่านี้  บางทีคนคนนี้ก็อย่างนี้แบบนี้  ยอมรับ )



 









"  เรื่องยาว  ร่ายยาวเลย  สั้น  ๆ  ก็แค่ซึม  และระวังตัว เมื่อ
เหตุการณ์  แต่ละอย่างเข้ามา   เมื่อรู้ทันมันแล้ว  เห็นมันแล้ว  "  จะ
บอกว่า  รู้วาระจิต  รู้ด้วยปัญญา() แล้วเห็นมัน  ว่างั้นเถอะ   แม๊ะ !  เขียนเกือบตรงเป๊ะเลยนะเนี่ย   ฮ่า ๆ  ...ไม่ค่อยเลยนะเรานะ ..ไม่กลัว

ใครเขามาอ่านจะว่าหลงตัวเองเหรอ (ม๊าย ไม่หล่ะ คริ ๆ   " กวนตีน

ได้อีก)  ...ไม่กลัวเขาจะวิเคราะห์ว่าเราป่วยเหรอ  ( ไม่ ๆ  ๆ   ..."  ก่อนที่เขาจะวิเคราะห์   เราดันเห็นเขาก่อน ฮ่า ๆ  " )


"  อ่ะ  พอล่ะ  คงเขียนแบบนี้ไม่บ่อยนัก  มีอย่างที่ใหน  ไปบอกเขา
ตรง ๆ   แบบนี้ก็อวดตัวเองสิ    ก็ ไม่คิดไรนะ   เรื่องราวมันเป็นแบบนี้จริง ๆ   แต่ทุกวันก็เงียบ ๆ   นิ่ง ๆ   ทำอะไรเฉย ๆ   ไม่ค่อยยุ่งกะใคร    เพราะมองแล้วไง    "  อย่างทีท่านบอกหล่ะค่ะ   เมื่อเรามีปัญญาแจ้งแล้ว   เราก็หลบหลีกได้   และเราก็เดินทางมุ่งหน้าต่อไปได้  แม้ว่า  ระหว่างทาง  จะเจออะไรอีกก็ตาม   "


(ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ   หน้านี้ออกจะเข้าใจยากสักนิด 

สำหรับขั้นกว่า    ก็เหมือนกันตัวเราไปอ่านเจอ  เรื่องสั้น ๆ   แต่

ความหมายลึก   แล้วก็อ่านคนตอบ  เขาก็ตอบกันแตกต่าง  ก็อยู่ที่

ว่า  ใครจะเข้าใจข้อความของคนคนนั้นได้แค่ใหน   ที่เห็นก็น้อย 

บางคนพื้นน้อย   บางท่านเข้าใจเป๊ะ   แต่รวม  ๆ ดีใจที่ปัจจุบัน  

คนเรามุ่งทางธรรม  หมั่นทำดี  ) 



จบหล่ะ ! 

อ่ะ  เขียนซะยืดยาว

แค่เนี้ย !  "  แค่เนี้ยหล่ะ  ขอให้โชคดี 
เข้าใจแจ้ง "




************************





 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น