



วันที่สองของการซึมเศร้า แต่ก็คลายลง หลังจากที่นั่งเคลียร์กับใจตัวเอง คิดถึงเหตุผล และความรู้สึกดีที่ผ่านมา มันผ่านไปแล้ว คิดถึงความเป็นมิตรความห่วงใย ใช่แล้วหล่ะ ทุกอย่าง
ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยผ่านมันมาได้นี่นา ก็แค่เรื่องเดิม แต่เพิ่มเติมการดำเนินการเดินทางของชีวิต " แล้วเราก็มานั่งพิจารณาตัวเอง นึกถึงว่า หน้าที่ของเราที่มี กับหน้าที่ที่คนดีเค้าต้องทำ ใช่ค่ะความเศร้าเกิดจากการรับรู้เรื่องราว ที่กระทบจิตใจ แต่เมื่อคิดได้แล้ว ฉันได้ผ่านมันอีกแล้ว ผ่านการทดสอบจิตใจ
เกือบพลาดไปแล้วใหมหล่ะ เกือบเผลอตกอยู่ในวังวลแห่งความทุกข์นั้น เพราะกิเลศ " แต่ก็ยังคิดถึงคนดีเสมอ นึกถึงที่เคย แม้เราจะทำหน้าที่อะไร นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าภาระหน้าที่ของเราต่างกันและมีมากมาย ถึงแม้ว่าเราจะต่างกันห่างกัน หรือ เราจะไปใหนกับใคร แต่เราก็ไม่ลืมว่ายังนึกถึงคนคน
หนึ่ง คนดีคนที่ยังไงเราก็ยังปรารถนาดีต่อกัน ไม่ลืม
"ฉันช่างโชคดีจริง ๆ เลย ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อน เป็นผู้ใหญ่ซะส่วนมาก เพราะว่าฉันแก่เกินอายุ เห็นใคร ๆ ก็ว่าอย่างนั้นนะ เพื่อนซี้ฉัน ที่นับถือเป็นพี่น้องกัน... หุ หุ อายุแต่ล่ะท่านรวมกันเป็นพัน วู้ !...ชีวิตนี้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
ไม่อยากจะพูดเลย ฉันนะฉัน ลืมวันลืมคืนนึกว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ รีบทำงานเพื่อส่ง แต่โทรคุยกับพี่ที่ไปวัดด้วยกัน โดนเลย ว๊ากกกก!!!" พอรู้แบบนี้ นั่งทำงานไปเรื่อย ๆ หึ ๆ หวานเรา "
เอาข้าวกล้องมาแช่น้ำเป็นชั่วโมง ตามที่อาจารย์หมอบอก หุงแล้ว รู้สึกว่าอร่อยดีแฮะ ...จะลองแช่ทั้งคืนดูซิว่า เช้ามาจะได้ข้าวกล้องงอกหรือเปล่าน้า อ้อ ! ...เราเขียนไดอารี่ ที่นี่เป็นที่ที่สอง และเป็นการเขียนไดอารี่เกือบจะสองปีแล้วสินะ ดีใจจังเลยได้อ่านไดอารี่ของเพื่อน ๆ ที่เคยเขียน รู้สึกถึงความ
รู้สึกเก่า รู้สึกดีมากเลย อยู่ที่เก่า เราไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย มีแต่ " โหด มัน ฮา " แต่ก็เป็นส่วนตัวเราหล่ะนะ ไม่ได้ระรานใคร แต่ไม่รู้ว่าการเขียนจะไปกระทบใครเขาบ้างสิเน๊าะ " ช่างเถอะ ใจเรารู้ดีว่า ไม่เคยคิดร้ายใคร ก็เป็นพอ ตรงนี้หล่ะทำให้
เรารู้สึกดี กับไดอารี่มาตลอด สถานการณ์ ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน ช่างต่างกันนัก เจอหลากหลายเรื่องราว แต่ก็ชอบมากมาย ที่การเขียนไดอารี่ ที่ผ่าน ๆ มา เราเขียนจาก หัวใจเรา เขียนจากความรู้สึก ที่เป็นบันทึก และเป็นไดอารี่จริง ๆ ของเราเอง "
" ไดอารี่ที่ตรงใหน เราก็คือเรา พิราบขาวก็คือคนเดิมจะใช้ชื่อใหน ก็ โหด มัน ฮา บ้า บอ ตามแต่วัน ไดอารี่คนแก่ ตามที่แม่ลิงตั้งให้ ก็จะได้รู้ว่าไม่บ่นเอ่อ หรือบ่นว่ะ อิ อิ ... แต่ว่า คือ เอ่อ ก็จะเขียนตามสไตย์ตัวเองเช่นเคย ทุกแนว ความเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็จะใช้คำว่า " รู้เท่าทันอารมณ์ " เพราะถึงแม้
เราจะเขียนตามการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ลืมมัน และเตือนใจเราเสมอ คือ" อารมณ์ การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป " นั่นหล่ะ อารมณ์มันก็มีเกิด อยู่เดี๋ยวก็ดับ แล้วก็จะเกิดใหม่วนเวียนแบบนี้ แล้วเราจะช้าอยู่ใย
" ฉันเป็นคนถ่ายทอด อารมณ์ ความรู้สึก การดำเนินชีวิตในมุมของความเป็นมนุษย์ ในมุมของฉัน แต่ฉันก็จะระลึกเสมอ " รู้เท่าทันอารมณ์ " ....แม่ลิงเคยพูดว่าพิราบขาวใช้คำว่า " รู้เท่าทันอารมณ์ เหมือนคนแก่ จริง ๆ แล้ว เราก็ใกล้หล่ะ พอ ๆ กันหล่ะ รวมกันกับแม่ลิง พอดีแก่ ฮ่า ๆ ๆ ...จริง ๆ กว่าจะรู้ กว่าจะเข้าใจเข้าลึกถึงคำว่ารู้เท่าทันอารมณ์ เราก็ได้ศึกษาธรรมะ มาบ้าง จนเข้าใจ เพราะตอนเด็กพ่อก็ให้ไปวัด ฟังธรรม
และก็ทำกิจกรรม ช่วยทางวัดมาตลอดเลย สรุปว่า เป็นเด็กวัด
ได้เลย เพราะจัดสำรับ ประเคนต่อให้ ทำอะไรต่อมิอะไร ที่ผู้ใหญ่เขาทำ แต่มีเด็กตัวกระเปี๊ยก ช่วยด้วยเสมอ แต่ตอนนี้ก็เป็นเด็กนะ หัวใจเด็ก อิ อิ "
วันนี้พอล่ะ เดี๋ยวไปเขียนจดหมายจากฟากฟ้าถึงดวงดาว
ไม่ออก หมดมุกพอดี ฮ่า ๆ ๆ สวัสดี แล้วก็จะฝึกการ
เขียนเหมือนเคย เลิกเขียนภาษาเเชท เพื่อการเขียนภาษา
ไทย ที่เป็นไทยให้ถูกต้อง ตามความตั้งใจเรา แต่ก็เขียน
ผิด ๆ ถูก ๆ อยู่เหมือนเคย เฮ่อ ! ป้าเอ้ย วู๊ !!


ความคิดเห็น
" เรียก พิราบขาว เฉย ๆ เหมือนเดิมก็ได้จ้า
เป็นพี่หน่ะ หรือป้าก็ได้นะ อิ อิ เหม่ง เจ้ย ! แม่ลิงพาเรียก
ตามบายจ้า ไม่ว่ากัน สบาย ๆ ไม่มีปัญหานะวัยรุ่น