[Fic Creepypasta] The girl of the three murders

ตอนที่ 4 : Chapter lll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ส.ค. 62



Creepypasta




          เวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนกันยายน พาสปอร์ตที่ทำเสร็จด้วยการยัด(มีด)เงินก็ได้มาเรียบร้อย กระเป๋าพร้อม เงินพร้อม ของใช้พร้อม พร้อมทุกอย่างยกเว้น

"ทำไมเอาไปไม่ได้!?!?"
เสียงนุ่มหวานของคนผมสีราตรีดังขึ้น มองขวดโหลแช่ลูกตาอย่างฉงนปนขุ่นมัว
"เอาไปก็ฟโดนตรวจเปล่าว่ะ!?!? ร่มเค้ายังไม่ได้เอาเลย!!!"
เสียงนุ่มออกทุ้มของโอปาดังขึ้นอย่างขุ่นมัวพอๆกัน ถือร่มสีดำเปื้อนเลือดราวกับอู่-าง จาก ไ*เดน ส่วนคนที่ดูจะชิวที่สุดอย่างวาโยก็ทำได้แค่เพียงลุกลีลุกลน พยายามห้ามอย่างหวั่นๆเท่านั้น
"เอ่อ..จะ ใจเย็นๆนะ"
"เสือก/เสือก!!"
"ขอโทษค่ะ"
แล้วคนตัวเล็กที่สุดก็นั่งพับเพียบมองผู้อาวุโสทั้งสองทะเลาะกัน

          ณ สนามบิน เหล่าเด็กสาวราวสิบกว่าคนในชุดลำรองที่นั่งอยู่ที่จุดรอเครื่อง
"คิดว่าจะผ่านต.ม.ม่ะ"
"..ผ่านดิ๊.."
ทั้งสองกระซิบเบาๆก่อนจะหันไปถามเจ้าของรสนิยมสุดสยอง ที่ทำให้ต้องซื้อขวดโหลมาพร้อมกับตู้แช่แข็งขนาดเล็กมาตั้งไว้บนห้องเจ้าตัว
".../เอิ่ม"
เจ้าของเรือนผมสีดำสั้นที่นั่งมองท้องฟ้าผ่านกระจกที่หากมองผ่านๆคงคิดว่าเป็นหุ่นขี้ผึ้ง แต่จริงๆคือ หลับอีกแล้ว!? วาโยยกมือนวดขมับตนเบาๆ ก่อนจะหันไปมองโอปาที่นั่งหน้าทะมึนปนเหนื่อยใจจนแทบบ้าข้างๆ มองเวลาพร้อมกับฟังเสียงเรียกของพนังงานที่เรียกขึ้นเครื่อง
"ตื่น"
"อือ..เครื่องมาแล้วเหรอ"
วาโยพยักหน้า ก่อนจะสะพานเป้ตามโอที่เดินนำไปก่อนแล้ว เด็กสาวผมดำจึงถือเป้ตนตามเพื่อนสาวไปทันที

          ตัดมาที่สนามบินลอนดอน เหล่านักเรียนเดินมุ่งไปยังรถตู้ที่ได้ทำการเช่าไว้ ก่อนจะมุ่งตรงไปยังแคมป์ทางป่านอกเมืองหลวงทันที ระยะทางที่ค่อนข้างไกลทำให้เด็กๆหลับเอาแรงพร้อมกับปรับสภาพตัวด้วยนิดหน่อย
"มึงๆ กูได้ยินข่าวมาว่า แถวแคมป์เราอ่ะมีพวกฆาตกรอารวาทเว้ย"
"ข่าวลือเปล่ามึง"
จากดวงตาที่จะหลับแหลไม่หลับแหลก็สว่างขึ้นมา ต่อมความอยากรู้อยากเห็นเริ่มทำงานทันที เมื่อเสียงของรุ่นพี่คุยกันจากด้านหลัง
"ไม่รู้นะ แต่เหมือนในฟีตข่าวเขาบอกว่าเป็นตำนานเรื่องเล่าจากครีปปี้พาสต้า (Creepypasta)อ่ะ"
"มันเป็นเรื่องแต่งนี่"
"แต่คนแถวนั้นลืองี้จริงนะ"
"พวกข้างหลังคุยอะไรกันเสียงดังห๊ะ!?!"
"ขะ ขอโทษค่ะ!"
ครีปปี้พาสต้า? รอยยิ้มเล็กมุมปากของโอปาถูกแต้มขึ้น เพื่อนสาวทั้งสองรู้ว่าเจ้าข่าวลือเรื่องนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนผมสีเปลือกไม้แก่เรียบร้อยแล้ว
"ครีปปี้พาสต้า..น่าสนุกดีนะแบบนี้"

          พอมาถึงที่พักของแคมป์นั้น ก็ได้จับกลุ่มสามคนเป็นรูมเมทในหนึ่งห้อง ซึ่ง วาโย โอปา และเลล่าอยู่กลุ่มเดียวกัน พอดีกับตอนที่แวะซื้อของก่อนจะมาที่นี่ โอปาได้ซื้อร่มกับดาบยาวเท่ากระดาษเอสาม ที่ทำให้สามารถยัดใส่กระเป๋าได้มาด้วย ส่วนวาโยก็ซื้อด้ายเอ็นมาหลายม้วน และพอถึงที่พักก็นั่งทำเชือกเอ็นเส้นที่พอทำให้ผูกคอคนได้
"ดีที่เอาพวกอุปกรณ์มาได้"
"อืม"
เลย์นั่งมองมีดยาวสามสิบเซนอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหยิบเอาไขควงมาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวที่มีหนามลากออกมาพันรอบคมมีด
"...เหลียนฮวา...ครูภาษาจีนชอบเรียกแกแบบนี้นิ"
เด็กสาวผมสีรัตติกาลพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองโอปาที่ตัดด้ามร่ม แล้วตัดคมดาบออกจากด้ามมาต่อกัน แล้วนำไปประกอบกับคันร่มเช่นเดิม เหมือนกับอาวุธที่ไทยของตัวเอง ส่วนวาโยที่ผูกเชือกเสร็จแล้วก็เกิดคิดพิเลนไปเอามีดสั้นสองอันมาผูกกับปลายมีดทั้งสองข้าง
"ไอเดียเจ๋ง"
โอเอ่ยขึ้นก่อนที่เด็กสาวที่โดนชมจะยักคิ้วใส่อย่างกวน ๆ เลย์มองทั้งสองก่อนจะเอนตัวลงนอนค้ำหันมามองเพื่อนทั้งสองอย่างเกียจคร้านคล้ายสล็อต
"ตารางวันนี้มีไรบ้างอ่ะ"
วาเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากคนขี้เกียจประจำบ้านและคุณธนาคารประจำกลุ่มได้ดี โอปาวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะก่อนตะเดินไปดูตารางที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ดวงตาสีเปลือกไม้แก่มองข้อความบนกระดาษทันที
"ตอนหกโมงเย็นไปหน้ากองไฟ เพื่อทานอาหารเย็น"
"อือ...ไม่อยากไปอ่ะ"
"มารยาทๆ"
ไร้ตาหรือCarelessส่งเสียงขัดใจก่อนจะหน้ามุ่ยเดินดุ้มๆออกไปก่อนใครเพื่อน โอปามองนาฬิกาบนฝาผนังห้อง แสดงเวลาสิบเจ็บนาฬิกาห้าสิบหกนาที จึงคว้าเสื้อฮู้ดตัวเก่งของตัวเองและคนผมดำมาด้วย
"อ้าว ไม่รอเลย!"
วาคว้าฮู้ดสีธรรมชาติของตนมาใส่ทับอย่างรีบร้อนก่อนจะมุ่งหน้าตามทั้งสองคนออกไปที่กองไฟทันที

          เวลาหกโมงเย็น เด็กๆในค่ายต่างออกมาพูดคุยพร้อมกับทานอาหารเย็นกันอย่างตรงเวลา เลล่าที่นั่งอยู่มุมมืด มองคนอื่นๆคุยกันอย่างเฉยชากับทุกสรรพสิ่ง
"เอ่อ..ขอโทษนะครับ"
เสียงเด็กหนุ่มนิรนามหน้าตาพอใช้(สำหรับหล่อน)เดินมาทางร่างบางพร้อมยิ้มร่าเริง เลย์มองอย่างสงสัย
"มีอะไรเหรอคะ"
เธอตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษที่สำเนียงค่อนข้างจะใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา ก่อนจะผายมือเชิญร่างสูงนั่งลง
"พอดีเห็นเธอนั่งคนเดียวน่ะ^^"
"เหรอคะ..พอดีเพื่อนไปหาของกินน่ะค่ะ"
เลย์เอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับข่มความอยากได้ดวงตาสีฟ้าเทาของอีกฝ่ายสุดชีวิต
"ผมชื่อนิโค นิโค เอนิสัน เรียกนิคได้นะ"
"อือ..เลล่า.."
ตอบเพียงประโยคสั้นๆได้ใจความง่ายๆ พร้อมกับกัดแซนวิสชิ้นใหญ่ไปอย่างเรียบเฉยตามปกติ นิคมองร่างบางตรงหน้าก่อนจะเป็นฝ่ายชวนคุย
"เอ่อ...เธอชอบอะไรเหรอ?"
"ลูกตะ...ลูกกระต่าย"
เกือบหลุดแล้ว ร่างบางคิดก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่ายที่ทำหน้าเคลิ้มแปลกๆ ก่อนจะหลบสายตาเมื่ออีกฝ่ายทำดวงตาเป็นประกายวิ้งวับ
"กระต่ายเหรอครับ? ช่วงเช้ามีลูกกระต่ายกระโดดมาจากทางป่าด้วยนะ"
"จริงเหรอ?"
เจ้าของฉายาคาร์เลสแสร้งทำหน้าสนใจ ทำให้หนุ่มอิงแลนด์ยกยิ้มชอบใจกับความสำเร็จในการตกสาวของตน แต่แท้จริงนั้น แผนเก่ามาก ไทยเหรอใช้แผนนี้แล้วเว้ย..มั้งนะ โอและโยมองเพื่อนผมดำอยู่ห่างๆพรางกลั้นขำกับการที่ฝ่ายชายคิดเองเออเองว่าอีกคนติดกับดักตน
"สงสารหรือขำดี"
"แกขำอยู่แล้วนะโย"
จากนั้นเจ้าของฉายาผูกคอหรือTie the neck ก็ขำกรากเบาๆจนโอปาถึงขนาดต้องดึงจานข้าวของอีกคนมาถือเพราะเดี๋ยวจะมางอแงไม่ได้ทานอะไรอีก

          ทั้งสามทานอาหารและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนอื่นๆก็แยกตัวเข้ามาหมกตัวอยู่ในห้องทันที
"เป็นไง พ่อหนุ่มคาร์สโนวานั้นน่ะ"
"น่ารำคาญ...แต่สีตาสวยให้อภัย"
วาโยที่นั่งรดน้ำต้นกระบองเพชรอยู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะส่งสายตาเบื่อใจกับอีกคนไป
"นอนสามทุ่มห้ามเกินครึ่ง...หกโมงเช้าตื่นไปจัดการตัวเอง เจ็ดโมงทานข้าวเช้าจนถึงเก้าโมง ที่เหลือก็ตามสบาย เที่ยงทานข้าว บ่ายจนถึงห้าโมงก่อนจะหกโมงเย็นช่วงโมงอิสระ"
บุคคลที่ได้ฉายาคุณแม่และธนาคารร่ายยาวจนเลย์ชักสีหน้าไม่พอใจส่วนไทเดอะเนคก็เบ้ปากใส่ทันที
"อยู่ที่นี่ตั้งหนึ่งเดือน..ตายพอดีกู"
เสียงนุ่มของเลย์เอ่ยขึ้นอย่างเกียจคร้าน พร้อมกับกลิ้งตัวไปมาบนเตียงนอนสีสะอาด ทางฝ่ายวาโยก็ชักสีหน้าสะอิดสะเอียดเต็มที่ ก่อนจะโดดคลุมโปร่งนอนไปมาทันที
"ทำตัวอย่างกับเด็กอนุบาล"
โอปาบ่นเบาๆ ก่อนจะนั่งเคลียร์สิ่งต่างๆไปเงียบ พลางเซิร์ตหาบทความและข้อมูลของพาสต้าที่ถูกเอ่ยถึงเมื่อช่วงเช้า แต่ก่อนจะเจออะไรเลล่าก็ดีดตัวขึ้นมาทันที"เจอแล้ว..ข่าวของแคมป์น่ะ"
วามุดออกมานอกผ้าห่มพร้อมมองตามหน้าจอของอีกคนทันที เด็กสาวผมสีน้ำตาลทั้งสองมองตามหน้าจอของคนผมดำอย่างสนอกสนใจ


"แคมป์xxx แคมป์ที่เกิดคดีฆาตกรรมสยองเมื่อปี1986 และกฎสุดพิลึก. เมื่อวันที่ddเดือนmm เกิดเหตุน่าสลด พบศพผู้เสียชีวิตราวยี่สิบกว่าชีวิตบริเวณรอบแคมป์ บนศพมีรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นฝีมือของสัตว์ แต่รอบข้างกลับมีรอยเท้าของคนหลายรอย..."

 

 

 

 

 

"ครีปปี้พาสต้า เรื่องเล่าบนอินเทอร์เน็ตอันโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็น[Slender Man] [Jeff the killer] [Laughing Jack] [Eyeless Jack] [Froxy] [Ben Drawne] และอีกมากมาย แต่เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงตำนานและเรื่องแต่ง แต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือ? ไม่มีใครรู้ได้..."


           ทั้งสามอ่านฟีตข่าวเสร็จ โอปาที่หัวไวที่สุดก็จัดการประติประต่อเรื่องราวทันที มือเรียวลากเส้นเชื่อมโยงในกระดาษ อีกสองคนมองข้อความบนกระดาษ
"...ดูจากข้อมูลข่าวและข้อมูลเจ้าพวกนี้แล้ว[เดอะ เรค]ดูจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดนะ"
เสียงใสของวาโยดังขึ้นมา เจ้าของฉายา[Rain]อย่างโอปาหันไปมองทันที พร้อมกับเลย์เช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกระพริบปริบๆอย่างงุนงง ก่อนจะทุบกำปั้นลงกับฝ่ามือตัวเอง
"เค้าพูดแบบมีความรู้ด้วย"
"..../เฮ้อ"
เลล่านิ่งเงียบก่อนจะหมุนตัวลงไปนอนบนเตียง พอๆกับโอปาที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วดันร่างเล็กๆของโยไปที่นอนของเธอ แล้วตัวเองก็ปิดไฟเข้านอนทันที

          "มีพวกมนุษย์มาอีกแล้ว"
"ข่าวก็ฉาวขนาดนั้น"
เสียงของชายหนุ่มสองคนเอ่ยคุยกันแถวรอบนอกแคมป์ ก่อนที่จะมีชายผมน้ำตาลสวมแว่นกันลมสีส้มแล้วผ้าปิดปากแปลกๆโดดลงมาจากต้นไม้
"ระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้...คิดว่าจะรอดม่ะ?"
"ก็ขึ้นกับว่ามันจะทำตามกฎแหละ"
"ถ้าไม่ทำตามก็เจอแบบรอบที่แล้ว...แค่นั้น"

เรื่องราวที่น่าตื่นเต้น กำลังจะเริ่มต้นแล้ว


****Talk Writer****

Hi! มาลงตอนที่สามแล้ว เหล่าคุณชายคุณหญิงยังคงค่าตัวแพงมากกกก(ก.ล้านตัว) สมทบทุนจ่ายค่าตัวด้วยเมนต์ตามจำนวนเงินดีมั้ยคะ?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น