[Fic Creepypasta] The girl of the three murders

ตอนที่ 3 : Chapter ll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    22 ส.ค. 62


เริ่มเรื่องราว




          ผ่านมาจนเด็กสาวทั้งสามขึ้นชั้นมัธยมปีที่1 ร่างบางของเจ้าของดวงตาสีดำสนิทอย่างเลล่าเดินลงมาจากด้านบนของบ้านหลังจากจัดการธุระส่วนตัวของตนเสร็จสิ้น

"รุณหวัด โอ"
"อา morning"
โอปาที่มัดรวมครึ่งหัวเองขึ้น พร้อมกับทำอาหารเช้าสำหรับสามคน ก่อนเสียงวิ่งจะดึงขึ้นจากทางบันได ปรากฏร่างเด็กสาวผมยาวระต้นคอสีน้ำตาลอ่อนกำลังหอบเหนื่อยวิ่งมาทางทั้งสอง
"ทำไมไม่ปลุกกันอ่ะ!?"
ทั้งสองเงียบก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ เลย์มองดวงตาสีน้ำตาอ่อนอย่างเหนื่อยหน่าย
"ปลุกตั้งหลายรอบแล้ว ไม่ตื่นเอง"
"ช่างเหอะ เดี๋ยวไม่ทันโรงเรียน"
ทั้งสาทขยับตัวมาทานอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว แล้วออกตัวไปโรงเรียนให้ไวที่สุด

           "บอกแล้วให้รีบ"
"ก็มันหิวอ่ะ กินแค่นั้นไม่อิ่มหรอกย่ะ!"
"..."
เลล่าที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกลางของวาโยและโอปาที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆ ไม่แม้แต่จะกระพริบตา ทั้งสองที่กำลังบ่นกันอุบอิบเริ่มเงียบ มองคนตรงหน้านิ่งๆ
"หลับ"
"หลับแน่นอน"
เสียงอาจารย์โวกเวกโวยวาย เทศนาที่มาช้าจนตอนนี้แถวได้เลิกกันไปนานแล้ว เหลือคนสายทั้งสาม...มีเพียงสามคนที่มาสายจริงๆ
"ลุกนั่งห้าสิบที ปฏิบัติ!!!"
โอตบหลังเลล่าแรงพอสมควรให้ร่างคนผมสีดำสวยตื่นจากการหลับ(ใน)ซักที
"เป็นคนคริสทั้งหมดเลยเหรอ"
"ค่ะ"
จริงๆไม่นับถือศาสนาอ่ะนะ ทั้งสามคิดก่อนจะรับทะเบียนมาสายแล้วเดินจากไป ตลอดทางวาโยก็บ่นว่าหิวข้าวๆทั้งๆที่ตนทานไปสามถ้วยใหญ่
"ถามจริง กินเยอะขนาดนั้นไปเก็บไว้ไหน?"
"พลังงานไง พลังงานน่ะ เค้าใช้พลังงานเยอะนะ!!"
"ถึงว่าทำไมแรงอย่างหมีควาย"
วาโยหยุดฉะงักกึก ก่อนจะหันไปมองเลล่าที่ยิ้มมุมปากนิดๆ พร้อมยักคิ้วกวนๆใส่เธอ ผิดกับเมื่อก่อนลิบลับ จนโอปายังต้องกุมขมับ
"เอาเลย์ตอนแปดขวบคืนมาาาาาา"
ร่างของคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มโวยวายขึ้น พรางเดินหน้ามุ่ยหนีคนอื่นๆไป
"งอนไรอีก"
เจ้าของดวงเนตรสีสนิมหันมองเด็กสาวผมน้ำตาลแก่อย่างฉงน ก่อนปากเรียวของคนข้างๆจะถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินตามอีกคนไปห้องเรียน
"ไรวะ?"
ืมือซีดยกขึ้นเกาหัวอย่างงงๆก่อนจะเดินไปทางเดียวกับเพื่อนทั้งสองทันที

           ดวงตาสีนิลจับจ้องไปที่เอกสารบนบอร์ดประชาสัมพันธ์อย่างสนใจจนออกนอกหน้า
"ทัศนศึกษาในช่วงเดือนกันยายนที่อังกฤษ จำนวนสิบคน"
โอปาอ่านบทความเสียงแผ่ว พร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อนสาวทันที ดวงตาสีน้ำตาลแก่ฉายแววสนุกสนาน แต่ก็ต้องมาคิดหนักเมื่อจะต้องเอาอาวุธของตนไป
"ซื้อใหม่...ได้อยู่มั้ง"
"นั้นซินะ"
"หลอมเอาก็ได้"
ทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะเดินไปสมัครทันที ก่อนจะกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรเมื่อต้องผ่านด้านตรวจสนามบินอีกที

          ตกเย็นเป็นเวลาของครองครัว ทั้งสามนั่งมองหน้ากันอย่างนิ่งเงียบ พร้อมกับมองอาวุธที่วางอยู่บนโต๊ะ
"เอาไงล่ะทีเนี่ย"
"ไปหาซื้อทีหลังเอา"
เลล่าตอบออกไปอย่างไม่ยี่ระนัก แต่ก็เป็นทางออกที่ง่ายดายมาก ร่มของโอปาก็แค่ไปซื้อร่มมาทำเป็นอาวุธ วาโยก็ซื้อเชือก เลย์ก็เพียงหามีดคมๆแค่นั้น ฟังดูเหมือนง่ายแต่โอนั้น...
"..ลูกแม่.."
"อาวรณ์มันขนาดนั้นเลย"
"ฉันยังอาวรณ์อยู่ baby, i want you"
วาโยร้องเพลงขึ้นมาพร้อมกับโดนสายตาเหนื่อยใจจากเลย์ที่นำลูกตาที่ตนนำมาแช่เพื่อคงสภาพไว้มาดูอย่างหลงใหล
"รสนิยมแกเนี่ย...หลอนแปลกๆนะ"
โอปาเอ่ยขึ้น มือก็ลูบร่มดาบสุดรักสุดหวงอย่างอาลัยอาวรณ์ เลย์หันมามองพร้อมกับอมยิ้มเมื่อมองสีของตาที่อ่อนเข้มต่างกันจนคนข้างๆขนลุก แม้รอยยิ้มจะงดงามเพียงใด แต่บรรยากาศรอบตัวกลับทะมึนดำน่าหวาดหวันพาทำให้อากาศที่ว่าเย็นจากเครื่องปรับอากาศนั้นเย็นลงกว่าเดิมเสียอีก
"ละ แล้วเรื่องพาสปอตล่ะ"
"เดี๋ยวจัดการให้"

          ร่างบางของเลย์เดินไปตามทางเท้าแยกจากวาโยและโอปา ดวงตาสีดำใต้เสื้อหมวกฮู้ดสีดำที่มีรอยเลือดเปื้อน ดูเป็นลายสกรีนสวยแบบดาร์กๆ
"อืม..ไม่มีคนแฮะ"
ดวงตาเรียวโตตวัดมองรอบๆก่อนจะควงมีดเล่นอย่างเบื่อหน่าย ก่อนขายาวจะหยุดนิ่งเมื่อสายตาหันไปเจอกับร่างของชายคนหนึ่งที่ม้าหินอ่อนตรงสวนสาธารณะ
"..พี่คะ"
"คะ ครับ??"
ดวงตาคมของชายตรงหน้าหันมาทางเดินที่มีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่ ร่างบางผิวขาวซีด กางเกงผ้าสีดำเข้มยาวรองผ้าใบสีดำตัดขาว เสื้อยืดสีดำตัดกับสีผิว เสื้อแขนยาวสีดำที่มีฮู้ดปิดหน้าครึ่งบนไว้เหลือเพียงแค่ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติที่เยียดยิ้มงดงาม เพียงแต่บรรยากาศรอบข้างกลับมีกลิ่นอายน่าสยดสยอง ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวร่างของเด็กสาวก็มาหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่มเสียแล้ว
"..สีตาพี่เนี่ย...สวยดีนะ"
ดวงตาสีทมิฬจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลทองอย่างหลงใหล ก่อนปากเรียวจะวาดรอยยิ้มดุจดังมัจจุราชในคราบนางสวรรค์
"I ask your eye"
แล้วนิ้วขาวก็ควักลูกตาของคนตรงหน้าออกมาข้างหนึ่ง ก่อนจะนำมือมาปิดปากหนาแน่น มืออีกข้างก็ควักอีกข้างมาเฉยชม
"ตะ ตา เอาตากูคืนมา!!!!"
"แหมๆ พอดี..รู้แค่วิธีควัก ไม่รู้วิธีต่ออ่ะ"
แล้วคมมีดเย็นเฉียบก็แทงลงมาที่หน้าผากของผู้เคราะห์ร้ายอย่างบ้าคลั่งจนเลือดสาดกระเสนไปทั่วบริเวณ อาบย้อมพื้นหญ้าจนเป็นสีแดงคล้ำ
"ก่อนไปก็ได้ของดีๆมาแล้ว"
แล้วเลล่าก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งศพของชายหนุ่มที่บัดนี้ใบหน้าเละเวอะวะจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใครมาก่อนไว้เบื้องหลัง

          โอปาเดินกางร่มตามแหล่งเที่ยวกลางคืน ร่มสีดำที่เปื้อนเลือดจนเป็นรอยหมุนไปมาอย่างเบื่อหน่าย ดวงตาคมสีน้ำตาลแก่มองรอบข้างก่อนจะเจอร่างของหญิงสาวอกโต เติมมากี่ccวะ เด็กสาวเดินมุ่งไปหาหญิงสาวสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น ร่มในมือโบกเข้าที่ต้นคอของหล่อนจนสลบลงไปกับพื้น
"..ซิลิโคนแตกเปล่าวะ"
เอ่ยพลางลากร่างของเหยื่อไปยังซอยมืดๆ ก่อนจะดึงดาบสั้นออกมาจากฝักร่ม แสงนีออนกระทบกับเหล็กคมจนเกิดประกาย ด้วยความอิจฉาหรือเคืองใจไม่ทราบ ทำให้โอเลือกจะใช้ปลายดาบกรีดเสื้อช่วงอก ก่อนจะกรีดเนื้อช่วงอกอย่างใคร่รู้
"แม่ให้มาจริงดิ"
ก่อนจะเขี่ยเศษผิวอกออกให้เห็นช่วงเนื้อ แต่พอกรีดลงลึกไปอีกก็พบเจอกับซิลิโคนหลายซีซีก็ถึงบางอ้อ
"ไอ้เราก็นึกว่าของแท้..เหี้ย..กระเทยด้วย"
เมื่อวางฝ่าเท้าตั้งหลักปักดาบลงกับร่างระหงก็ต้องผวาเป็นครั้งที่สอง เมื่อสัมผัสถึงก้อนเนื้อของชายชาตรีทั้งหลาย ทำให้เผลอแทงลงไปบนลิ้นปรีแรงไปหน่อย เมื่อดึงดาบออกโลหิตสีชาตก็พุ่งออกมาราวน้ำพุ จนเปื้อนเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินของเธอ
"Ladyboy, It's rainning"
กล่าวเสียงสั่น ก่อนจากไปไม่วายนำเลือดผู้เสียชีวิตมาบรรจงเขียน|Rainning|ด้วยเช่นกัน
"กระเทยสวยกว่ากูอีก...ได้ไงวะ...อยู่ยากชิบหาย"
เด็กสาวเอ่ยบ่นพร้อมสะบัดคราบเลือดออกจากดาบคู่ใจแล้วเก็บเข้าฝักเช่นเดิมแล้วมุ่งหน้าออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที
"รับไม่ได้กระเทยใหญ่กว่า!"
และเอ่ยบ่นอีกรอบพร้อมกระฟึดกระฟัดออกไปทันที

           ร่างเล็กเดินทอดน่องไปตามริมถนนเขตก่อสร้าง ฮู้ดสีเขียวแก่ปิดบังเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีเดียวกัน หางตาเหลือบไปเห็นร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังจู้จี้กันอย่างออกหน้าออกตา
"มาเป็นคู่เลย คิกๆ"
ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปตามราวบันไดหนีไฟ พร้อมกับผูกบ่วงที่สามารถรัดคอคนสองคนได้ ใบหน้าหวานวาดรอยยิ้มขนหัวลุก ก่อนจะค่อยๆย่อนเชือกลงไปพอดีคอสองบุคคลโชคร้ายอย่างเหมาะเจาะ
"Hey!!!, Beautiful necklace?! Hahaha"
เชือกถูกดึงจนรัดคอทั้งสองแน่น ก่อนตัวจะถูกดึงขึ้นมาจนขาลอย ใบหน้าเริ่มซีดจนม่วง แต่เสียงหัวเราะของวาโยยังคงดังต่อไปไม่สิ้นสุด
"หิวข้าวอีกแล้วแฮะ"
เอ่ยพลางบิดขี้เกียจแล้วเดินผ่านร่างของคนใกล้ตายทั้งสองแต่ต้องสะดุดเมื่อนึกได้ว่าตนลืมพกเงินมาด้วย จึงเดินไปค้นกระเป๋าตังค์ของร่างที่ลอยใกล้ๆ แล้วนำเงินทั้งหมดออกมาทันที
"อืม~~ กินไรดีหว่า เซเ*นเปิดอยู่มั้ง"
แล้วก็เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มน้อยๆทันที ราวกับไม่เคยพรากชีวิตใครแม้แต่น้อย

           "โอ เป็นไร"
"..กระเทย.."
"กระเทยไร?"
วาโยและเลล่าเอ่ยถามเพื่อนสาวตรงหน้าที่นั่งหน้าทะมึนอยู่ตั้งแต่กลับเข้าบ้าน วามองคนที่เปรียบเสมือนพ่อและแม่พ่วงด้วยธนาคารการเงินและทึกสพรรณสิ่งเว้นเรื่องใช้แรงงานอย่างงงๆ เลล่าก็เช่นกัน เธอเพียงนั่งคิดทบทวนเรื่องที่ออกมาจากปากของคนผมน้ำตาลดำอย่างใช้ความคิด
"..กระเทยสวยกว่า.."
"เออ!! เสริมซิลิโคนใหญ่กว่ากูอีก!!"
คนที่มักจะเรียบร้อยและสุขุมที่สุดในกลุ่มเอ่ยตวาดขึ้นมาอย่างคับแค้นใจ แล้วเมื่อนึกไปนึกกระเทยโนตมแล้วช่างเจ็บปวดเหลือแสนจริงๆ
"..คงสวยกว่าด้วยมั้ง..เดือดขนาดนี้"
ฉึก! ราวกับเสียงมีดปักคาใจของโอปาเมื่อริมฝีปากที่ถือว่าจัดหน้านิ่งของเลล่าเอ่ยจี้จุดอย่างจัง
"กระเทยก็งี้นะ ขยันดูแลตัวเองกว่าผู้หญิงอีก"
"เผลอๆไม่กระเทยหรอก ผู้ชายแท้ๆก็มีนะสวยกว่าผู้หญิงอ่ะ"
ฉึก! ฉึก! เสียงของมีคมแทงเข้าที่ตัวของโอปาจนเจ้าตัวเซทรุดลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก ดวงตาสีน้ำตาลแก่หม่นแสงอย่างหนัก
"แต่คนเราก็มีดีอยู่น่า"
มือซีดของคนผมดำวางลงบนไหล่บางของคนที่สูงที่สุดของกลุ่ม ผู้ประดุจมารดาบิดรของทั้งสามเบาๆ
"ปล่อยไปเหอะ แกก็สวยอยู่แล้ว เผลอๆออกจะหล่อด้วยซ้ำ"
"ชมเหรอนั้นน่ะ! มานี่เลยนะ"
แล้วทั้งสองก็ชุลมุนวุ่นวายกันอย่างรวดเร็ว วาโยที่นั่งทานขนมก็มองดูคนที่ภายนอกคงจะสุขุมและเฉยชาต่อทุกสิ่งอย่างวิ่งไล่ฆ่ากันอย่างสนุกสนาน(?)


เรื่องราวของพวกเธอที่มีทั้ง สุข ทุกข์ เบิกบานและเศร้าหมอง กำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยน



****Talk Writer****

สวัสดีค่ะรีดทุกคน ตอนที่สองเราได้คลอดออกมาเรียบร้อยค่ะ!!//ปรบมือๆ   และพาร์ทของโอปา คุณแม่แห่งชาติของเรานั้น...เป็นเรื่องจริงที่ไรต์เจอมาจริงๆค่ะ(แต่งตัวโคตรสาว หน่มน๊มใหญ่มากๆ เดินเข้าห้องน้ำชาย) และมันเป็นความเจ็บจี๊ดถึงทรวงจริงๆเลยค่ะ!!!


1เมนต์ = 1,000,000

1กำลังใจ = 10,000,000

กำลังใจของไรต์คือรีดค่าาาา????????

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น