[Fic Creepypasta] The girl of the three murders

ตอนที่ 5 : Chapter IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    8 ก.ย. 62


Slender Mansion





กฎสำคัญ ห้ามทำให้เลือดไหลไม่ว่าจะกรณีใด


          การใช้ชีวิตในแคมป์ต่างประเทศเป็นเวลาราวสามสัปดาห์ ทำในสกิลภาษาของเด็กสาวทั้งสามพัฒนาขึ้นมาก ไม่ใช่แค่พวกเธอ คนอื่นๆก็เช่นกัน
"กฎข้อที่ว่า ห้ามทำอะไรที่เลือดจะไหลเนี่ย...แปลกๆนะ"
เสียงใสของคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มกล่าวขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจดจออยู่กับต้นไม้ในห้อง แต่ริมฝีปากบางยังคงกล่าวต่อไปอย่างร่าเริงตามสไตล์ตน
"นั้นซิ ถ้าเป็นประจำเดือนล่ะ??"
"เคยเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นประจำเดือนนะ เจ้าหน้าที่เล่นไม่ยอมให้ออกจากห้องเลย"
เลล่าเอ่ยข้อสงสัยของโอปาเสร็จสรรพก็นอนเกลือกไปกับเตียงต่ออย่างเกียจคร้าน โอที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไร นิ้วเรียวกดคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊ค ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของแคมป์ต่อไป
"ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วนะ"
"งั้นไปเถอะ"
เลย์ลุกขึ้นยืนดึงฮู้ดตัวเก่งของตนมาทับกับเสื้อยืดสีดำเข้มของตน แต่เซนต์ของเธอบอกให้เอามีกพกติดตัวไปด้วย ทำให้เธอใส่เข็มขัดติดปอกมีดหลายเล่มแทนเข็มขัดปกติของตน
"..เซนต์มันบอก"
"เหมือนกัน"
"เดี๋ยวนะ...ให้กูพกร่ม?"
โอปาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องหันไปมองสหายฆาตกรทั้งสอง พลางมองร่มที่อยู่ข้างกระเป๋าเป้ที่เก็บสัมภาระตน
"เดี๋ยวฝนก็จะตก กลิ่นมันเริ่มชื้นหล่ะ"
วาโยทักขึ้นพร้อมกับหยิบมือถือลายแมวขึ้นมาใส่กระเป๋าสะพายข้างรูปแมวของตน
"เอาไปเถอะ พกไว้ดีกว่านะ"

เพี้ยะ!! 


           เสียงฝ่ามือของเด็กสาวสัญชาติอเมริกันประดับเล็บสีแดงสด กระทบกับหน้าสวยราวตุ๊กตากระเบื้องของเด็กสาวผมดำที่เริ่มยาวขึ้นจนมัดสั้นๆได้
"ห๊ะ?"
"แกมายุ่งอะไรกับนิคห๊ะ!? เขาเป็นแฟนฉัน!! ไม่มีปัญญาหาเองรึไง!?!?"
เลย์ขมวดคิ้วงุนงง มือก็เช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก ที่ตอนนี้มีสีเลือดติดเล็กน้อย มองมือของอริที่มีแหวนประดับตามนิ้วมากมาย ใส่แหวนเยอะจัง ดวงตาสีเดียวกับเรือนผมสบกับดวงตาสีมรกตตรงหน้า
"ฉันไม่รู้ว่าเธอเข้าใจผิดอะไรหรอกนะ แต่ตบกันทั้งๆที่ใส่แหวนแบบนี้มันเจ็บ"
เสียงหวานกดลงต่ำอย่างไม่พอใจ แววตาที่เคยเรียบเฉยส่แงประกายหงุดหงิดออกมาแบบไม่ปกปิดแม้แต่น้อย แต่เสียงของเหล่าอาจารย์ที่ย้ำเตือนก่อนมาถึงแคมป์ก็ตามหลอนเธอขึ้น รักษาหน้าโรงเรียน...หน้าโรงเรียน
"ตอแหล!!! แกคิดว่าสวยมากรึไงมาแย่งแฟนชาวบ้านห๊ะ!?!?!?"
โอปาที่ยืนดูอยู่พยายามที่จะจับอริของเลล่าออก แต่ยังไม่ทันจะเข้าไปขว้าง ขายาวใต้กางเกงยีนส์สีดำของคาร์เลสก็ยันท้องอีกฝ่ายเต็มแรง ใบหน้าที่ดูง่วงงุนตลอดเวลากลับดูนิ่งราวรูปปั้นพร้อมมือขาวที่ตบเข้าที่ใบหน้าอริจนเลือดกกปาก
"ซวย"
"ลงสองบาทว่า นางชะนีเล็บแดกแหกแน่นอน"
"พี่ลงห้าบาท"
วาโยเอ่ยขึ้น พร้อมกับเปิดการพนันด้วยเงินทุนอันน้อยนิด แต่ยังไม่ทันจะทำอะไรเจ้าหน้าที่ก็มาจับพวกเธอแยกจากกันทันที
"พาเพื่อนกลับห้องพักเร็วๆเลย"
โอและวารับร่างเพื่อนสาวที่กำลังเดือดไปทางห้องพัก แต่ดูท่านอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆอย่างที่คิด
"ถุ้ย! ปอดแหกรึไง!?"
ปากที่แต่งเติมสีให้ดูสดพ่นเลือดออกมาอย่างไม่สนใจกฎที่ตั้งเด่นอยู่บนห้องพัก หรือสถานที่ต่างๆในแคมป์ เจ้าหน้าที่และพนังงานประจำแคมป์หน้าซีดเผือก
"ไม่อยากจะเถียงกับคนต่ำๆแบบแกว่ะ"
ดวงตาสีหม่นไร้แสงดูน่าหวาดกลัวจนใจหายของเลย์หันมาสบกับร่างบางของอริ โอปาเอ่ยปลอบเบาๆ ก่อนจะดึงร่างของคนผมดำไปจากตรงนี้ ระหว่างทางประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไปของทั้งสามก็รับรู้ถึงความผิดปกติของรอบข้าง
"รีบไปกันเถอะ"

            ร่างขาวรูปร่างพิลึกของสิ่งมีชีวิตประหลาดพุ่งออกมาจากพุ้มไม้ สิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่า เดอะเรค ไล่สะบั้นชะตาชีวิตของเหล่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างไม่ไว้หน้า วาโยที่แอบดูเหตุการณ์ในห้องพักเบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนในห้อง
"เอาไงดี? มันฆ่าคนไปเยอะเลยอ่ะ"
เลล่าที่กำลังจัดของในห้องช่วยโอปาหันมาพูดกับเพื่อนสาวอายุน้อยที่สุด มือก็ขยับจัดผ้าปูเตียงไป
"อย่างพึ่งตื่นตูม...เราต้องจัดการกับห้องก่อน ค่อยหนียังไม่สาย"
"อืม ตอนนี้ต้องทำเหมือนไม่เคยมีคนอยู่ที่ห้องนี้"
เจ้าของฉายาไทเดอะเนคพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะดูสถานการณ์ต่ออย่างเงียบๆ ไม่นานห้องทั้งห้องก็ดูราวกับไม่เคยมีคนอยู่ สิ่งของที่จะสาวมาถึงตัวพวกเธอก็ไม่มี ดังนั้นฆาตกรทั้งสามก็เริ่มการหนีออกไปทางประตูหลัง โดยใช้เทคนิคทำเหมือนห้องปิดตายไม่ปาน
"คิดว่าถ้าหนีไปทางไหนถึงจะรอด"
วาโยเอ่ยขึ้น โอปายืนนิ่งคิดก่อนจะตัดสินใจมุ่งหน้าไปทางเมืองทันที แต่เดอะเรคสองตัวที่กำลังฟาดกรงเล็บแหลมใส่ร่างของเหยื่อดวงกุดคนหนึ่ง หนึ่งในนั้นหันมามองทางร่างของทั้งสาม พร้อมส่งเสียงร้องวิ่งพุ่งมาทางพวกเธออย่างบ้าคลั่ง
"รีบขึ้นไปบนต้นไม้เร็ว!"
โยโยนเชือกให้ไปพันบนกิ่งไม้ใหญ่ ออกแรงดึงสองสามทีเพื่อความแน่ใจ เลย์ที่มีน้ำหนักตัวเยอะที่สุดในกลุ่มปีนเชือกขึ้นไปถึงปลายอีกด้านเรียบร้อย
"ได้แล้ว!"
"ทางนี้ด้วย!!"
วาโยตะโกนขึ้นไป พร้อมกับที่โอปาตวัดดาบสั้นใส่เดอะเรคที่เข้ามาใกล้ไปหลายตัว ร่างบางของเจ้าของฉายาสายฝนวิ่งไปจับปลายเชือกหลังจากเห็นเพื่อนสาวอายุน้อยไต่ขึ้นไปก่อนแล้ว เลย์ที่เห็นดังนั้นก็กระโดดลงมา โดยไม่ลืมนำเชือกผูกติดกับตัวเองด้วย ด้านวาที่ปีนไต่ไปจนถึงกิ่งที่มีเชือกอยู่ก็ใช้อาวุธระยะไกลแสนจะบ้านๆของไทยอย่าง หนังสติ๊ก ดีดก้อนหินไปถูกหัวเดอะเรคจนมันมึนงงไปหลายตัว
"ใกล้ถึงแล้ว!!!"
หลังได้ยินเสียงของอีกคน เจ้าของใบหน้าสวยราวตุ๊กตากระเบื้องก็หมุนตัวตีลังกาใช้มีดพกของตนปักกับลำต้นของต้นไม้ทันที
"เลล่าอยู่มั้ย!?"
"ครบสามสิบสองดี"
เหล่าสิ่งมีชีวิตประหลาดตะเกียดตะกายพยายามจะปีนขึ้นมาให้ได้
"เหมือนพยามล่อเราเข้าป่าเลยนะ"
"อืม...ก็ทางป่าน่าจะเป็นถิ่นพวกมันนิ"
โอปาพูดขึ้นหลังจากที่เลล่าปีนขึ้นมาบนกิ่งที่พวกเธออยู่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนเดอะเรคจะเริ่มหาทางขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน
"งั้นเข้าป่าแล้วอ้อมออกไปทางเมือง...ถึงจะดูเสี่ยงก็เถอะ"
ทั้งสามมองหน้ากันก็จะกระโดดลงมาด้านล่างแล้ววิ่งต่อไปจนหายเข้าไปในป่าหนาทึบทันที โดยด้านหลังมีเดอะเรคมากมายวิ่งเข้ามาอย่างหิวหาย
"วิ่งเร็วชะมัด"
"อมนุษย์นิ!"
เสียงใสของวาโยและเสียงหวานของเลล่าเอ่ยขึ้นพรางเพิ่มแรงดีดของขาให้วิ่งไปด้านหน้าให้เร็วขึ้น ดวงตาสีทมิฬของคาร์เลสหันไปมองร่างขาวประหลาดของสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกเธออยู่ แต่ก็ต้องชนกับต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างจัง
"โอยยยย"

          "อะไรเนี่ย..."
ป่าเบื้องหน้าไม่ใช่ป่าหนาทึบที่แสนมืดมิด แต่กลับเป็นป่าที่มีแต่ต้นไม้ต้นเพียวเรียว แตกกิ่งก้านคล้ายหนวดบางอย่าง ทางเดินเต็มไปด้วยใบไม้แห้ง แปลกตรงที่แถวนี้กลับสว่างแม้จะเป็นแสงที่คล้ายกับมีเมฆหนาปกคลุมอยู่ก็ตามที
"แปลกๆว่ะ"
"เออ..."
เลย์ลุกขึ้นยืนตามแรงพยุงของโอปา ก่อนจะหันสำรวจรอบๆ เดอะเรคที่ไล่ตามพวกเธอหายไปพร้อมสีหน้าหวาดกลัว ราวกับที่นี่อันตรายนักหนา
"เฮ้! ดูนี่ดิ๊ เขียนว่าเสลนเดอร์แมนด้วย"
วาโยโปกกระดาษที่มีรูปภาพของชายร่างสูงไร้หน้าใส่สูทด้วยลายมือเด็ก พร้อมสัญลักษณ์วงกลมที่มีกากบาททับอยู่
"...เสลนเดอร์...ป่าที่แปลกออกไป.....รีบหากระดาษอีกเจ็ดแผ่นเร็ว!!!"
เจ้าของร่มเปื้อนเลือดเอ่ยเสียงสั่น แม้เธอจะไม่มั่นใจมาก แต่ตอนนี้คงต้องรีบทำตามจากที่อ่านๆมาเสียแล้ว เลล่าและวาโยทำตามที่เพื่อนสุดอัจฉริยะเอ่ยบอก มุ่งตรงไปหากระดาษอย่างรวดเร็ว
"โทรศัพท์น่ะเปิดกล้องแล้วส่องไปรอบๆด้วยก็ดี"
วาโยยกมือถือขึ้นเปิดกล้องมาส่องไปทั่วๆตามที่โอเอ่ยบอก ด้านเลล่าก็ใช้สายตาสำรวจหากระดาษอีกหกแผ่น จนเวลาผ่านไปเนินนาน ก็เหลืออีกเพียงสามแผ่นเท่านั้น
"เฮ้ย! โทร'ศัพท์เป็นไรไม่รู้อ่ะ"
หน้าจอมือถือเกิดอาการรวนซ่าราวช่องทีวีไร้สัญญาณ เป็นเวลาเดียวกับที่โอปาเห็นกระดาษอีกสามแผ่นที่อยู่ไม่ไกลมากตามต้นไม้ทั้งสามด้าน
"วิ่งไปเอากระดาษมาตรงนี้ให้เร็วที่สุด!!!"
"อืม!!/เค!!"
ขาของพวกเธอมุ่งวิ่งออกไปหาเป้าหมายทันที เสียงลมพัดหวีดดังแสบแก้วหู แต่ก็ไม่สามารถหยุดการกระทำของพวกเธอได้แม้แต่ก้าวเดียว พอดึงกระดาษออกมาก็เริ่มทำตามแผนทันที
"กรี๊ดดดดดดดดด!!!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้น เมื่อหันไปทางต้นเสียงก็พบกับร่างเล็กของวาโยที่มีรยางค์สีดำรัดพันตัวอยู่ พร้อมกับร่างของชายตัวสูงสองเมตรกว่า ผิวสีขาวราวกับกระดาษ เสื้อสูทสีดำสนิท และเน็คไทน์สีแดงสด ใบหน้ารูปไข่เกลี้ย ไร้เส้นผม ไร้ดวงตา ไร้ปาก จมูก แม้แต่ใบหู เสลนเดอร์แมน ทิ้งร่างเล็กของไทเดอะเน็คลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี ร่างของวาโยขดตัวงอกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมาน ไม่ทันได้ตั้งตัวร่างสูงเพียวของชายไร้หน้าก็มาโผล่ที่ด้านหลังของโอปาทันที มือเรียวตวัดตัวร่มฟาดใส่อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าเกินไป หนวดเส้นสีดำบางรัดพันลำคอร่างระหงของเจ้าของร่ม แม้จะไร้ใบหน้า แต่ดวงตาสีเปลือกไม้แก่ของโอปากลับสั่นไหวก่อนจะถูกปล่อยลงกับพื้น ร่างของเธอสั่นกลัวก่อนจะพึมพำแผ่วเบา เลล่าที่ยืนตัวสั่น ทำไม...ถึงกลัวล่ะ ร่างบางเอ่ยคิด ก่อนจะขยับหนีอย่างยาดลำบาก ขาเรียวทั้งสองอ่อนแรงล้มลงไปบนใบไม้แห้ง ขยับคลานถอยหลังอย่างหวาดกลัว ขาของชายไร้หน้าก้าวเดินมาทางเธอพร้อมกับรยางค์สีดำที่แผ่ออกมารัดพันรอบตัวเธอ
"หยะ หยุดนะ....ขะ ขอร้องล่ะ..."
เส้นสีดำรัดพันรอบตัวของเธอ ดวงตาสีเปลือกไม้เผาสั่นไหวอย่างหวาดหวั่น เรื่องราวแสนโหดร้ายสุดโสมมถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังรีเซ็ตความทรงจำ

           ภาพร่างเล็กของวาโยในวัยเด็กกำลังถูกใช้งานราวกับทาสตั้งแต่อายุสี่ขวบ ทั้งทำงานบ้าน อาหาร หรือสารพัดอย่างไม่แม้กระทั่งการซ่อมแซมบ้าน
"อีเด็กเวร!! มึงมาดูสิ่งที่มึงทำซิ!"
"หนะ หนู..."
"หุบปาก!! มึงทำอาหารยังไงให้ลูกกูท้องเสีย!?!?"
หญิงสาวที่ประทินโฉมจนงามหยด ริมฝีปากที่แต่งแต้มจนสีแดงสดสบถคำหยาบ สาปแช่งเกินที่เด็กวัยสี่ขวบจะรับไหว
"ขะ ขอโทษค่ะ หนูขอโทษ"
ร่างเล็กหดตัวป้องกันท้องของตัวเองจากการโดนทารุณ วาโยมองภาพสมัยเด็กของตนอย่างหวาดกลัว กลัวการที่จะโดนดึงไปอยู่แบบนั้น พลันร่างของพ่อ แม่เลี้ยง น้องและพี่ ที่เธอได้เคยฆ่าไว้ก็ปรากฎขึ้น
"ฆ่าเราทำไม?"
"มะ ไม่"
"นังเด็กนิสัยไม่ดี"
"ไม่..ไม่นะ"
"นังเด็กไม่ได้เรื่อง"
"พอเถอะ..ขอร้อง"
"ขี้ข้า"
"นังทาส"
"นังขี้ข้า"
"นังลูกอกตัญญู"

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!"
.
.
.
.
.
ร่างเล็กของวาโยเหยียดยืนขึ้น ก่อนจะ เดินไปทางเสลนเดอร์แมน เชือกเอนในมือของเธอสั่นขึ้น ขาเล็กก้าวไปอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีน้ำตาลทองหม่นแสงฉายเพียงความว่างเปล่า
"คุณแม่คะ....หนูคิดถึงแม่"
แม้ใบหน้าจะนิ่งราวหุ่นเชิด แต่ดวงตาทั้งสองข้างนั้นมีน้ำสีใสไหลออกมา ปากเล็กซีดเผือก ก่อนจะยิ้มกว้างแต่กลับไม่ถึงดวงตาแม้แต่น้อย
"แม่รักพ่อใช่มั้ย?? หนูจะทำให้พ่อ...ไปอยู่กับแม่เอง"
แล้วเชือกเอ็นติดมีดไว้ที่ปลายก็เหวี่ยงออกมาทางชายร่าตคตคตตตตจงสูงทันที รยางค์สองเส้นจับเชือกได้ทัน แต่มนุษย์หรือจะสู่ปีศาจ ความเร็วของเสลนเดอร์แมนมีมากกว่าโข เขาทำให้เด็กสาวสลบลงไปบนกลุ่มใบไม้แห้ง

          เงามืด...นั้นคือสิ่งที่โอปาได้เป็นหลังจากมีน้องชาย ชีวิตของน้องเป็นอะไรที่สุขสบาย ตามประสาเด็กทั่วไป
"คะแนนนี่มันอะไร!?"
เสียงตวาดของบิดาดังสะท้อนจนร่างระหงของโอปาในวัยเด็กสาวและเด็กหญิงสะดุ้ง แววตาฉายแววสั่นกลัวแม้ใบหน้าจะเรียบนิ่งเพียงใด ภาพเหตุการณ์ทำเธอถูกทำตัวราวกับเงาฉายผ่านพัดไปเรื่อย ไม่แม้แต่ภาพเหตุการณ์ ที่น้องชายของเธอกำลังวิ่งตามลูกบอลไปทางถนน ร่างเล็กของเธอวิ่งตามไปอย่างนึกเป็นห่วง แต่มันเป็นความคิดที่ผิด ผิดมากเลยที่เดียว เสียงแตรรถบรรทุดังเตือนเมื่อขับเข้ามาใกล้ร่างของน้องชาย แต่โอปาที่วิ่งไปใกล้กลับโดนคนน้องดึกกระชากสลับตำแหน่ง ให้เธอโดนรถชนอย่างจังแทน
"พี่ครับ!!!"
เด็กน้อยแสร้งบีบน้ำตา ร้องไห้ตะเกียดตะกายกอดก่ายร่างของพี่สาว ความรู้สึกขยะแขยงประดังขึ้นทันทีอย่างห้ามไม่ได้ ความเกลียดชังพุ่งสูงขึ้น ถึงแม้เธอจะโดนรถชนจนเลือดทะลักใกล้ตาย พ่อและแม่กลับมาด่าทอเธอหลังจากย้ายมานอนที่ห้องพัก เธอเป็นหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล..แต่น้องชายเธอเป็นแค่แผลถลอกเล็กๆเท่านั้น
"แกเป็นแค่เงา"

"ไม่ใช่"

"พี่ต้องเป็นเงาของผม"

"ไม่"

"แกมันไม่ได้เรื่อง"

"หยุดนะ"

"ฉันบอกให้เอาเกรดสี่ของโรงเรียน"

"พอเถอะ"

"เงา"

"ขอร้องล่ะ"

"ไม่ได้เรื่อง"
"พอซักที!!!!!"
ดาบในมือถูกชักออกมาจากร่ม ตวัดฟาดไปทั่วจนไปปักกับต้นไม้ที่กลืนไปครึ่งเล่ม สติของโอปาดับลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหงือกาฬที่ไหล่เต็มตัว เสลนเดอร์แมนเหลือบมองก่อนจะหันไปทางเด็กสาวคนสุดท้าย

           เสียงเตียงที่ดังเอี๊ยดอ๊าด ชนกับผนัง เสียงเนื้อที่กระทบกันและเสียงหอบครางของชายวัยกลางคน ร่างบางของเด็กสาวมองร่างของตนที่กำลังร่วมรักกับพ่อแท้ๆด้วยแววตาสั่นกลัว ขยะแขยง...ขยะแขยงจนอยากจะอาเจียนออกมา
"ลูกรักของพ่อ...นางฟ้าตัวน้อยๆของพ่อ"
"ไม่.."
ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยอายุราวสองขวบได้ถูกกอดก่ายด้วยร่างของบิดา น้ำสีขุ่นเปรอะเปื้อนไปทั่งร่างเล็ก ร่างบางของเลล่าในช่วยวัยสิบสามปีถูกดึงไปยังฉากเรื่องราวแห่งความทรงจำอีกฉาก
"พ่อ...หนูอยากออกไปด้านนอก"
"ไม่ได้!!!!!!!!"
มือสากตวัดตบใบหน้าของลูกสาวอย่างแรงจนของเหลวสีแดงข้นไหล่ออกมาจากปากบาง เธอมองพ่อของตนอย่างหวาดกลัว ขยับถอยหนี ชายหนุ่มมองร่างเล็กวัยสี่ขวบที่ขยับหนีตนอย่างหวาดกลัว
"พ่อขอโทษ..ข้างนอกมันอันตราย...ลูกเข้าใจใช่มั้ย?"
"หนู.."
"ลูกไม่ต้องตอบ แค่บอกพ่อว่าลูกเข้าใจ...ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น"
ดวงตาสีถ่านเริ่มหม่นหมองไร้แวว ก่อนเสียงที่เปล่งออกมาจากเรียบเฉยราวตุ๊กตาไร้ชีวิต
"ลูกเป็นเด็กไม่ดีเลยนะ...เลล่า"
ร่างบางหันหลังไปมองร่างสูงของผู้เป็นพ่อที่ไร้ดวงตา ใบหน้าเละแหลกจนน่ากลัว รอบด้านมืดสนิทความกลัวกอบกุมจิตใจ
"มาซิลูกรัก...มาทำให้พ่อมีความสุข"
ดวงตาสีราตรีหม่นแสงลง ก่อนจะเดินไปทรุดลงต่อหน้าเสลนเดอร์แมน มือบางยกขึ้นเหนือหัวกางเกงของเขา
"...มีความสุข...พ่อจะมีความสุข..."
"ยัยหนูพวกนี้นี่!"
ปีศาจไร้หน้าสถบก่อนจะพยายามยื้อมือที่กำลังแกะกางเกงของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย
"พ่อ...จะให้หนูใช้มือ...หรือปาก?"
ถามราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ ดวงตาไร้แสงเหม่อมองร่างสูงไร้หน้า รยางค์สีดำรัดพันข้อมือทั้งสองของหล่อน ก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าให้เข้าที่

         "เอาอะไรกลับมาน่ะเสลน"
ชายหนุ่มปากฉีกหันมองเด็กสาวสามคนที่ถูกเจ้าของคฤหาสน์อุ้มมาในบ้าน เจฟฟ์ เดอะ คิลเลอร์ จ้องร่างของพวกเธออย่างสนใจ จะไม่ให้เขาสนใจได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าปีศาจเจ้าระเบียบแบบคนตรงหน้า หอบเอาเด็กผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มา
"ผมก็อยากรู้เหมือนกัน"
โฮมิไซเดล ลูว์พี่ชายของเจฟฟ์เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ พร้อมกับรับร่างของโอปาและส่งสายตาไปทางน้องชายให้มาช่วยอุ้มใครซักคน เจฟฟ์เบ้ปากเดินไปอุ้มวาโยไปวางที่โซฟาดีๆ อายเลส แจ็คที่เดินขึ้นมาจากแล็ปที่เห็นสองพี่น้องอุ้มเด็กสาวที่ไหนไม่รู้ก็จัดการเดินไปแบกเลล่าทันที
"สมาชิกใหม่ของเรา..ฝากไปเรียกMs.Pให้ที"
"สมาชิกใหม่เหรอมาสเตอร์"
้ชายไร้หน้าหันไปทางเด็กหนุ่มผมบลอนที่มีรูปร่างคล้ายกับเอลฟ์เบ็น ดราวน์ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ฝากบอกพวกที่มาทีหลังด้วยล่ะ...ฉันต้องเตรียมรับมือกับช่วงเกิดใหม่ของพวกเธอ"
"ครับ/เออ/อืม"

เรื่องราวแสงหรรษาที่แท้จริง กำลังจะเริ่ม:)


****Talk Writer****

มาแล้วววว ตอนนี้มันยาวหน่อยนะ ส่วนพาสต้าคนอื่นๆจะทยอยมา อ้างอิงทั้งหมดมาจาก ตำราพาสต้าสยองขวัญของคุณ Little Wiccan นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 41269 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 17:39
    สนุกมากค่ะมาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #5
    0
  2. #2 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 04:40
    ชอบเรื่องนี้จังค่ะะะ //จะรอนะคะ นิยายสนุกมากๆเลยค่ะ สู้วๆค่า~
    #2
    0