THE GALAXIA

ตอนที่ 8 : Nenira

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    12 ม.ค. 58

 
 

 

 

“หลังร้าน!”

ผมกับทเวนอุทานออกมาพร้อมกัน

“ใช่สิ นี่มันหลังร้าน หรือจริงๆจะเรียกว่าร้านเก่าก็ได้ ถนนข้างหลังนี่ร้างมานานแล้ว เพราะเหตุการณ์บางอย่างในสมัยตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ เราก็เลยไปสร้างร้านที่ถนนอีกด้าน และขยายมันได้ใหญ่พอจนมาติดกับร้านเก่าอันนี้ ร้านเก่านี่มันก็เลยกลายเป็นหลังร้านไปยังไงล่ะ”

“อ้อ”

ทเวนพยักหน้า

“ตกลงเราต้องเดินอ้อมไปอีกซอยสินะ ขอบคุณมาก”

ผมตอบ แล้วกะจะเดินออกมา เพราะนายคนนี้ดูเพี้ยนชะมัด ขืนอยู่ด้วยนานๆอาจอารมณ์ปั่นป่วนอาละวาดขึ้นมาใครจะรู้

“อ้อ ที่จริงมันก็ต้องอย่างนั้นแหละ แต่นี่เราเจอกันแล้ว เป็นเพื่อนกันแล้ว เพื่อนย่อมต้องช่วยเพื่อนสิ จริงไหม”

ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อย่างไม่มีตะขิดตะขวงใจ

“เพื่อน?”

ทเวนทวนคำ

“นี่เรายังไม่รู้จักชื่อกันด้วยซ้ำนะ”

“อ้อ ให้ตายสิ! โทษที ฉันแซม แซม เบนดิก ทายาทรุ่นที่สามของที่นี่”

ชายผมยาวแนะนำตัว พร้อมทั้งยื่นมือมาตรงหน้าพวกเรา ผมกับทเวนมองหน้ากัน ในขณะที่แซม เบนดิกยิ้มคอยอย่างใจเย็น

“ผมเซวิล”

ผมแนะนำตัว และยื่นมือไปเขย่ากับมือของเขาสองสามครั้ง

“ทเวน”

หมอนี่แนะนำตัวสุดห้วน แต่ดูเหมือนแซม เบนดิกจะไม่ถือสา เขารับมือทเวนไปเขย่าอย่างยินดี

“ทีนี้ เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วสินะ มาสิฉันกำลังจะกินอะไรพอดี ที่โลกน่ะคงเรียกมื้อเย็นสินะ บนเซคันด์เอิร์ธเวลาผ่านไปช้ามากในแต่ละวัน อันที่จริงมันก็ปกติแหละนะ เพียงแต่ความใหญ่โตของมันทำให้กว่าจะหมุนรอบตัวเองได้รอบนึง ก็ปาไปสี่วันของโลกโน่น สำหรับคนที่เดินทางมาจากโลกคงปรับตัวยากสักนิดล่ะ แต่คนที่อยู่บนเซคันด์เอิร์ธมานาน กับพวกที่เกิดบนนี้ไม่มีปัญหาหรอก สภาพอากาศและอะไรหลายอย่างที่นี่ ทำให้เราใช้เวลาได้นานขึ้นกว่าคนจากโลกมาก แต่พวกเจ้าถิ่นน่ะ อยู่ได้นานกว่ามาก พวกนั้นแกร่งทีเดียว ได้ยินพ่อเล่าว่า แรกมาถึงของมนุษย์น่ะ โดนพวกเจ้าถิ่นบนเซคันด์เอิร์ธขับไล่แตกกระเจิงเลย แค่อาวุธยุคอัศวินก็ทำพวกเราที่ถืออาวุธล้ำยุคแพ้ราบคาบ”

แซม เบนดิกพูดจ้อ ขณะพาผมกับทเวนเดินลึกเข้าไปในตัวร้าน สู่ประตูบานสีขาวเก่าจนสีกลายเป็นสีเหลืองตรงสู่ห้องทำงานหลังร้าน ที่ดูเก่าพอกัน เมื่อผ่านประตูด้านหลังห้องทำงาน เราก็มาโผล่ยังทางเดินแคบๆ ยาวสักห้าสิบเมตรเห็นจะได้ ก่อนจะเจอเข้ากับประตูอีกบาน

“ขอต้อนรับสหาย นี่คือบ้านของฉันเอง”

แซมผายมือต้อนรับ เมื่อเราเดินผ่านประตูบานใหญ่เข้าสู่อาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง ข้างในดูหรูหรา อบอุ่น ด้วยหินอ่อนสีขาว กับเฟอร์นิเจอร์ที่แทบไม่ต่างไปจากบนโลกเลย

“บนนี้คนยังน้อย อะไรๆก็ต้องบริการตัวเอง พวกโรบอทเองก็มีไว้ใช้ในอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ลานเพาะปลูก งานก่อสร้าง โรงแรม ร้านอาหาร และก็ประโยชน์ทางทหาร เมดดีๆน่ะก็เลยไม่มี บริการตัวเองลูกเดียว นั่งสิ วันนี้ฉันจะเป็นเมดบริการพวกนายเอง”

แซมนำเรามายังห้องครัว เปิดตู้ขนาดใหญ่ หยิบอาหารออกมาหลายอย่าง เขาปรุงมันอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานกลิ่นหอมของพวกมันก็เรียกน้ำลายของผมกับทเวน จนแทบอดใจรอไม่ไหว

“อร่อย!”

ทเวนอุทานเสียงดัง ก่อนจะลงมือซัดเบอเกอร์ตรงหน้าด้วยความหิว

“น่าทึ่งจัง ชุดข้อมูลกินชุดข้อมูลด้วยความเอร็ดอร่อย รู้ไหมพ่อของฉันมีส่วนร่วมในการเขียนชุดข้อมูลคำสั่งต่างๆในดิกาแลกเซีย เรียกว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างเชียวล่ะ”

“ชุดข้อมูลกินชุดข้อมูล?”

ผมทวนคำด้วยความสนใจ

“ใช่ อาหารที่ฉันทำน่ะ มีแต่ของฉันคนเดียวที่กินได้จริง ส่วนของพวกนายเป็นข้อมูลที่ฉันบันทึกไว้ ตอนที่ปรุงพวกนี้ขึ้นทั้งหมด มีแต่พวกนายที่จับต้อง และรู้ถึงรสสัมผัสของพวกมันได้ ส่วนฉันก็แค่มองเห็น แต่ไม่ได้กลิ่น แตะต้องไม่ได้ เหมือนดูภาพเคลื่อนไหวในทีวีนั่นแหละ”

“น่าทึ่งจริงๆด้วย เป็นแค่ชุดข้อมูลแท้ๆทำไมอร่อยนักนะ!”

ทเวนท่าทางชอบใจ และยังคงกินไม่หยุด

“เพราะเป็นชุดข้อมูลที่มีผลกับการรับรู้สัมผัสต่างๆของมนุษย์ โดยการกระตุ้นเซลล์สมองเล็กๆน้อยๆยังไงล่ะ รีบกินสิเซวิล ฉันมีของขวัญเล็กๆน้อยๆให้พวกนายในฐานะที่เราได้เป็นเพื่อนกัน รับรองไม่เกี่ยวกับมิชชั่นหรอก นี่ฉันประดิษฐ์เองน่ะ”

ดูเหมือนดวงตาที่ซ่อนไว้ใต้แว่นตาหนาของแซมกำลังเต้นระริก เขาเป็นคนฉลาดกว่าที่เห็นภายนอกเป็นสิบๆเท่า และยังดูมีอะไรมากมายที่เราอาจต้องเรียนรู้จากเขาบนเซคันด์เอิร์ธ

“ทำไมนายถึงอยากได้เราเป็นเพื่อนนัก บนเซคันด์เอิร์ธก็มีคนเยอะแยะไม่ใช่เหรอ”

ทเวนถามขึ้นด้วยความสงสัย หลังจากพุงของเขาถูกเติมเต็มด้วยเบอร์เกอร์จนยื่นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะสวมนาโนเลเธอร์อยู่ก็ตาม

“ก็จริง แต่คนรุ่นราวคราวเดียวกับฉันมีน้อยยิ่งกว่าน้อย และอันที่จริงไม่มีเลย ฉันเกิดบนเซคันด์เอิร์ธ เด็กทารกมนุษย์บนเซคันด์เอิร์ธ ตายง่ายยิ่งกว่าเกิดบนโลกห้าสิบเท่า ฉันโชคดีที่รอดมาได้ แต่ก็ถูกเฝ้าระวังและถูกเจาะเลือดไปทดลองอยู่บ่อยๆ เพื่อทำเซรุ่มให้รุ่นต่อๆไป มีภูมิต้านทาน และภูมิคุ้มกันต่อสภาพบนนี้มากยิ่งขึ้นน่ะ”

แซมตอบอย่างเศร้าสร้อย เขานำเราเดินกลับไปยังร้านเบนดิกส์เก่า ในห้องทำงานหลังร้าน เขาเปิดเซฟ และนำบางอย่างที่ดูเหมือนแท่งเหล็กตันๆขนาดเท่านิ้วโป้งออกมา

“ฉันเขียนมันด้วยตัวเอง แม้แต่พ่อก็ไม่รู้ มันคือโปรแกรมผู้ช่วย พูดคุยโต้ตอบกับนายได้ ไม่ใช่แค่ทวนคำสั่งแบบในคอมเจ็น นายสร้างตัวตนให้มันได้ ตั้งชื่อ และพูดโต้ตอบได้ ประเมินผล และแจ้งเตือน จะเรียกว่าเป็นการอัพเกรดคอมเจ็นของนายก็ได้นะ มันมีอีกรุ่นที่ร้านใหม่ แต่ของฉันเจ๋งกว่าแน่ เอ้าดาวน์โหลดไปเลย ใช้เวลาไม่นานหรอก”

“ขอบใจนะ แต่โปรแกรมนี้มีชื่อไหม?”

ผมถาม หลังจากออกคำสั่งดาวน์โหลด

“อ้อ เกรเล็ตต้า ใช่ ที่ร้านใช้ชื่อนี้ล่ะ”

พวกเราเดินออกมาจากร้านเก่าของเบนดิกส์ ด้วยสภาพอิ่มแปล้ และยังได้เพื่อนมากความรู้อย่างแซม เบนดิก กับโปรแกรมผู้ช่วยเกรเล็ตต้า ที่ทำให้คอมเจ็นของเราเจ๋งกว่าที่เคย และด้วยความรู้ของเขาทำให้ผมพอเข้าใจสภาพบนเซคันด์เอิร์ธขึ้นอีกเล็กน้อย เสียดายที่เราไม่มีเวลาคุยกันมากกว่านี้ เพราะดูเหมือนเขาจะถูกเรียกตัว และผมกับทเวนก็ยังต้องทำมิชชั่นกันต่อด้วย

“เอาเป็นว่าข้ามร้านอาหารไปก่อนก็แล้วกัน”

ทเวนยิ้มยิงฟันอย่างมีเลศนัย ผมเองก็เห็นด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะเป็นเพียงชุดข้อมูลแต่มันก็อิ่มแปล้จริงๆ ทำให้นึกสงสัยว่าตอนออกจากระบบไปเราจะยังนึกหิวกันอยู่ไหมนะ

ผมกับทเวนตรงเข้าร้านเบนดิกส์ และดูเหมือนจะมีคนมากมายกว่าที่คิดไว้ ร้านนี้ขายข้อมูล โปรแกรมมากมาย ทั้งชาวเมืองทั้งเหล่านักสำรวจหน้าใหม่อย่างพวกผมเดินอยู่ในร้านนี้เต็มไปหมด และนั่นคงเป็นเบนดิกคนพ่อ ดูคล้ายกันมากกับแซม เพียงแต่คนพ่อไว้หนวด และใส่แว่นดำด้วย

ตึก!

“ขอโทษที”

“อ...ค ครับ”

เธอ สาวสวยผมสีฟ้าที่มีประกายระยิบระยับ ผิวขาวนวล และดวงตาสีฟ้าสุกใสเป็นประกายราวกับอัญมณี แต่ทั้งที่สวยขนาดนั้น ท่าทางของเธอกลับดูด้านชา แวบแรกที่เธอสบตากับผมตอนที่เราชนกันเมื่อครู่ ราวกับว่าเธอรู้จักผม แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น เธอก็กลับไปเย็นชา และเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย

“สวยชะมัดเธอคนนั้นน่ะ”

ทเวนเดินเข้ามากระซิบข้างหู เพราะเห็นผมยืนตะลึงมองเธอคนนั้นอยู่

“ใช่ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่มนุษย์โลกอย่างพวกเรานะ”

“อะไรนะ นายว่าเธอเป็นต่างดาวงั้นเหรอ?”

“ใช่สิ ผมเห็นเธอมาครั้งหนึ่งแล้ว ในร้านของจอร์จี้”

“แต่เธอเหมือนเรามากเลยนะ ยกเว้นใบหูแหลมๆกับประกายวิบวับที่เรือนผมนั่น”

“และเธอก็ดูไม่เป็นมิตรเท่าไร”

ผมสรุป จากนั้นเราก็เดินไปคุยกับคุณเบนดิก เพื่อเริ่มภารกิจ ดูเหมือนเขาจะวุ่นอยู่กับการต้อนรับลูกค้าต่างดาว เลยบอกให้เลือกดาวน์โหลดโปรแกรมที่เราสนใจ อันไหนก็ได้ที่ราคาไม่เกินสามร้อยเกรน โดยมีพนักงานในร้านคอยช่วยเช็คให้ ผมเดินหาโปรแกรมเกรเล็ตต้า ราคาของมันแพงกว่าราคาโปรแกรมที่เราเลือกถึงห้าเท่า และไมว่ายังไงเขาคงไม่ยอมให้เราดาวน์โหลดมันไปใช้ง่ายๆแน่

“นี่นายสนใจอันไหนบ้าง บอกตามตรงนะเท่าที่ฉันเดินดู ไม่มีอะไรที่ฉันเข้าใจเลยนอกจากนั่น ดนตรี!”

ทเวนชี้ให้ผมดู บอกตามตรงว่ามุมที่เขาชี้น่ะ แทบไม่มีใครแวะเวียนเข้าไปดูเลย บางคนแค่อ่านผ่านๆก็เดินออกมา ไม่มีใครสนใจจะขอดาวน์โหลดโปรแกรมใดๆจากมุมนั้นเลย

“ดนตรีอะไร อย่างบอกนะว่านายตามหาคอร์ดกีต้าร์อยู่?”

“ตำนานดนตรีพื้นเมืองเซคันด์เอิร์ธน่ะ น่าสนใจจะตาย ฉันจะขอดาวน์โหลดอันนั้นล่ะ”

“เออก็ ตามใจนายสิ”

ท่าทางเด็ดเดี่ยวของเขา ถึงทักท้วงไปก็ไม่มีประโยชน์ ที่จริงแล้วโปรแกรมหรือข้อมูลต่างๆที่เบนดิกอนุญาตให้ดาวน์โหลดได้ มีแต่พวกความรู้พื้นฐานทั้งนั้น แต่จะว่าไปสิ่งที่ผมต้องการก็คือความรู้พื้นฐานทั้งหลายเหล่านั้นล่ะ และดูเหมือนจะมีมากกว่าหนึ่งอย่าง ที่ผมสนใจเสียด้วย

“เอาอันนี้ล่ะ”

“หือ ภาษาท้องถิ่นเซคันด์เอิร์ธงั้นเหรอ เลือกได้น่าเบื่อมากเซวิล”

“ความสนใจเรามันต่างกันทเวน นายจะมาตัดสินได้ไงว่าสิ่งที่น่าเบื่อสำหรับนาย จะน่าเบื่อสำหรับผมด้วย”

“ฮ่ะๆๆๆ จริงด้วย งั้นเชิญตามสบายเลย เดี๋ยวฉันไปรอหน้าร้านนะ”

พูดจบทเวนก็เดินออกไป

“สนใจภาษาท้องถิ่นของเซคันด์เอิร์ธอย่างนั้นเหรอ?”

เสียงหวานนุ่มแต่ฟังดูห่างเหินดังขึ้นข้างหลังผม ในขณะที่พนักงานของร้านกำลังปลดล๊อกแท่งเหล็ก เพื่อให้ผมสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ เมื่อผมหันไปดูก็พบว่าเป็นเสียงของเธอ แม่สาวต่างดาวจอมเย็นชาคนนั้น เสียงของเธอแปลกไปเล็กน้อย ถ้าเทียบกับตอนที่เธอกล่าวขอโทษผมตอนก่อนหน้า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย

“ครับ ผมแค่คิดว่า ถ้าออกไปเจอกับพวกเขาข้างนอกนั่น ก็อาจจะได้พูดคุยกันบ้าง”

ผมตอบเธอด้วยความรู้สึกประหม่า เธอสูงเกือบเท่าผม แถมยังสวย แม้จะดูหยิ่งๆก็เถอะ

“ถ้าสนใจเรื่องภาษา ฉันเองก็มีภาษาบนดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะกรีเธียน จะแนะนำ แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ เอาไว้คุยกันหลังจากเธอเข้าสู่ระบบครั้งหน้า อ้อ ฉัน เนนีร่า”

“ผ...ผม เซวิล”

“ยินดีที่ได้รู้จักเซวิล”

พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

“คุณครับ เชิญดาวน์โหลดได้แล้วครับ”

เสียงของพนักงานในร้านกระตุ้นผม ให้กลับสู่ความเป็นจริง หลังจากงงงวยกับแสงระยิบระยับจากการสะบัดผมของเนนีร่า ผมรีบดาวน์โหลดข้อมูลที่ต้องการ แล้วออกไปสมทบกับทเวนที่ด้านนอกร้าน ถามเขาถึงสาวต่างดาวผมฟ้าที่เดินออกมาจากร้านของเบนดิก

“อ๋อ เธอเจ๋งมากรู้ไหม เธอขับไซเคิล อย่างเท่ด้วย ไซเคิลของเธอมีปีกที่ด้านหน้า และยังลอยได้สูงกว่าไซเคิลของกองทัพด้วย!!”

ทเวนพูดขึ้นด้วยความรู้สึกประทับใจ

“เธอไปแล้วอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ ไปเมื่อกี้เอง ตรงสู่ถนนหลัก แล้วมุ่งไปยังทางออกทิศเหนือ”

“ฉันอยากออกไปนอกเมืองจังเลย เรารีบทำมิชชั่นให้เสร็จดีกว่านะ”

ทเวนดูทึ่งกับคำพูดของผม บางทีเราก็รู้สึกฮึกเหิมอยากออกไปสู้กับมอนสเตอร์นอกเมืองไวๆ แต่หลายครั้งก็ออกอาการปอด เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับตัวอะไร ร้ายกาจแค่ไหน และความเจ็บปวดอันสมจริงที่ว่ากันว่า แม้ออกจากดิ กาแลกเซียสู่โลกแห่งความจริงแล้ว ความเจ็บหลอนก็ยังตามติดเราออกไปด้วย

“นายแน่ใจจิงอ่ะ?”

“เรื่องอะไร?”

“ก็ที่อยากออกไปข้างนอก ฉันว่ามันตื่นเต้นก็จริง แต่ก็น่า...

“นายปอดแหก?”

“ไม่ใช่เฟ้ย คนอย่างทเวนไม่เคยปอดแหกให้ใครจับได้หรอก!”

“อ้อ แล้วนายกังวลเรื่องอะไร”

“มอนสเตอร์กับพวกชนพื้นเมืองข้างนอกนั่น เราไม่รู้นี่ใครมิตรใครศัตรู และพวกมอนสเตอร์ร้ายกาจแค่ไหน”

“ก็จริง แต่นายลืมไปแล้วหรือไง ว่าเราดาวน์โหลดข้อมูลของชนพื้นเมือง และมอนสเตอร์มาแล้ว เอาไว้ทำมิชชั่นของพิกซี่ให้เสร็จ แล้วเราออกไปนอกเมืองกัน ทางพื้นที่เพาะปลูกน่าจะปลอดภัยดี”

“งั้นก็ได้ จะว่าไปฉันมีจดหมายของไฮแจ็คที่ต้องส่งให้พิกซี่ด้วยนี่นา”

ผมกับทเวนเดินคุยกันไปตามทางเพื่อไปพบอีกสามคนนั่นคือโรส เจ้าของโรสแมรี่คิทเช่น ภัตตาคารของเธอใหญ่โต และมีลูกค้าหลากหลายประเภท เป็นสถานที่ซึ่งเราจะเจอพวกต่างดาวที่เป็นมิตรได้มากที่สุดแล้ว โรสแมรี่เป็นสาวสวย อ่อนหวาน และใจดีมากด้วย เธอมอบตั๋วทานอาหารฟรีให้นักสำรวจหน้าใหม่ทุกคน ทานฟรีวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นเกรน คงคิดว่ามันเยอะล่ะสิ แต่อย่าลืมนะว่าวันนึงบนเซคันด์เอิร์ธ ยาวนานเท่ากับสี่วันบนโลกของเรา มื้ออาหารหลักสามมื้อในหนึ่งวันบนโลก จึงเท่ากับสิบสองมื้อบนเซคันด์เอิร์ธ และผมก็ไม่รู้ว่าราคาอาหารแต่ละจานในภัตตาคารของเธอ ราคาสูงต่ำแค่ไหนด้วย

ส่วนเดอะ เกรท โฮเทล ของโกรเวน ก็ช่างหรูหราใหญ่โตอลังการ รองรับผู้คนทุกระดับชั้นตั้งแต่สามัญยันราชา ห้องพักของเขาเองก็มีหลายรูปแบบ บริการดีเยี่ยม และเขาก็ให้ตั๋วที่พักกับนักสำรวจหน้าใหม่ทุกคน พักฟรีในห้องแบบธรรมดา ขนาดไม่ต่างจากห้องพักของเราเองบนยานอวกาศ จนกว่าเราจะมีเงินซื้อที่ทางสร้างบ้านของตัวเองได้ ซึ่งความจริงตั๋วของโรส กับ โกรเวนนั้นนำมาแลกใช้ได้เพียงครั้งเดียว เมื่อตัวจริงของพวกเรามาถึงเซคันด์เอิร์ธ และที่ซุกหัวนอนของเราก็คือ หน่วยงานที่เราจะสังกัดเมื่อมาถึงเซคันด์เอิร์ธอีกเหมือนกัน ทุกที่มีโรงนอนรองรับทั้งกองทัพ เรนเจอร์ส เคบิ้น โรงพยาบาล ฯลฯ

ตอนนี้เหลือที่เดียวที่เราต้องไปร้านของเวโรนิก้า พวกนักสำรวจหน้าใหม่ดูบางตาอย่างน่าตกใจ พวกเขาหายไปไหนกันเกือบหมด หรือว่าออกจากเมืองไปผจญภัยกันแล้วจริงๆ เวลาในตอนนี้ผ่านไปสิบสองชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่เราเข้ามาในกาแลกเซีย มันนานพอจะให้หลายๆคน ทำมิชชั่นได้ลุล่วง

กริ๊งงง

เสียงกระดิ่งที่แขวนห้อยไว้หน้าประตูดังขึ้น เมื่อผมผลักมันเข้าไปในร้านอุปกรณ์ยังชีพของเวโรนิก้า มันชื่อว่าร้านเพลย์กราวน์ซึ่งฟังดูน่ารักดี ในร้านมีของอย่างที่พักนิรภัย ไฟฉายหลายแบบ แม้กระทั้งคบเพลิงแบบโบราณ หม้อ กระทะ ตะหลิว มีด เขียง ชุดเครื่องปรุง ปืนยิงไฟที่สามารถจุดไฟได้ทุกที่แม้จะชื้นแบบสุดๆก็ตาม ถุงนอนแบบนอนกลางดิน เซนเซอร์ระวังภัยรอบที่พัก ที่ผมไม่ค่อยสนใจนัก เพราะเรามีบีบอทในกระเป๋าอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีของเจ๋งๆอีกมากมาย ที่อดใจไม่ได้ที่จะเป็นเจ้าของ นี่ถ้าผมมีเงินละก็ คงจะมาเดินเลือกสินค้าในร้านนี้ไปหลายชิ้นแน่

“สวัสดี ให้ช่วยไหม?”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #335 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 23:10
    อ้าว แล้วไม่แลกโปรแกรมระบุตัวมอนสเตอร์อะไรนั่นเหรอครับ คิดว่าต้องมาเอาจากร้านโปรแกรมซะอีก
    #335
    0
  2. #152 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:57
    สนุกมากเลยค่า
    #152
    0
  3. #129 kimurakung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 22:57
    สงสัยเซวิลจะเจอนางเอกแร้ววว
    #129
    0