THE GALAXIA

ตอนที่ 9 : First Hunt Mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ม.ค. 58

 
 

 

 

หญิงสาวผมดำร่างเพรียวผิวสองสี เดินออกมาจากเค้าท์เตอร์หลังร้าน เธอสวมเสื้อแขนกุดสีขาวกับกางเกงขายาว และบูทแบบทหาร หน้าคมๆดูดุเล็กน้อยของเธอมองจ้องมาที่ผมกับทเวน ทำเอาเราสองคนยืนประหม่าไปเล็กน้อย

“ว่าไง ให้ช่วยไหม เจ้าหน้าอ่อน?”

“เอ่อ คุณคือเวโรนิก้า ใช่ไหมครับ?”

“ใช่ฉันเอง อย่าบอกนะว่าเธอคือนักสำรวจหน้าใหม่ วันนี้ยังไม่มีใครมาที่ร้านฉันเลยสักคน พวกเธอนี่กลุ่มแรกเลยรู้ไหม”

เธอยิ้ม มองดูพวกผมแวบเดียวก็รู้ว่า เราสองคนเป็นนักสำรวจหน้าใหม่

“นี่มันเวลาอะไรแล้วยังมาเดินเตร็ดเตร่...”

เธอบ่นพึมพำ พลางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ มันดูเหมือนคอมเจ็นของพวกเรา เพียงแต่ มันถูกติดตั้งบนผิวหนังของเธอเลยอย่างนั้นหรือ

“ชั่วโมงที่ 20 ของวันที่สอง แหมอึดกันจังเลยนะพวกนาย”

“ชั่วโมงที่ 20 ของวันที่สอง มันคืออะไรหรือครับ?”

ผมถามขึ้นด้วยความสนใจ เธอหันมามองพวกผมสองคนอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะชี้ให้นั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มของร้าน เธอเทโกโก้ร้อนยื่นให้พวกเรา แล้วนั่งลงตาม

“ไม่มีใครบอกเรื่องวันเวลาบนเซคันด์เอิร์ธให้พวกเธอรู้เลยหรือไง ที่นี่เวลายาวนานหนึ่งวันเท่ากับบนโลกสี่วัน การนับวันและเวลาจึงต้องแบ่งออกเป็นสี่ส่วน เราเรียกมันว่าควอเตอร์ ควอเตอร์แรกก็คือวันแรกนับจากอาทิตย์ขึ้น แต่ละควอเตอร์มียี่สิบสี่ชั่วโมง”

เธออธิบายพร้อมวาดรูปให้ดูเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย

“ควอเตอร์ที่หนึ่งคือช่วงเช้ามืด นับชั่วโมงที่หนึ่งถึงยี่สิบสี่ ควอเตอร์ที่สองคือช่วงรุ่งอรุณถึงเที่ยง นับชั่วโมงที่ยี่สิบห้าถึงสี่สิบแปด ควอเตอร์ที่สองคือช่วงบ่ายถึงพลบค่ำ นับชั่วโมงที่สี่สิบเก้าถึงเจ็ดสิบสอง และควอเตอร์ที่สี่ นับชั่วโมงที่เจ็บสิบสามถึงเก้าสิบหก พวกเธอควรมีโปรแกรมนาฬิกาบนเซคันด์เอิร์ธนะ จะได้รู้ตัวก่อนถึงขีดจำกัดการออนไลน์ในแต่ละวัน”

เวโรนิก้าพูดเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง

“พอดีฉันมีเดี๋ยวจะเอามาให้ดาวน์โหลดก็แล้วกัน”

“เดี๋ยวครับ นี่เป็นส่วนหนึ่งของมิชชั่นหรือเปล่า?”

ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย ในขณะที่เวโรนิก้ากำลังลุกขึ้น ส่วนทเวนกำลังทำความเข้าใจกับรูปวาดนาฬิกาของเวโรนิก้าอย่างหนัก ท่าทางเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไร

“อ้อ ไม่หรอก นี่ความใจดีส่วนตัวของฉันเองแหละ ที่จริงโปรแกรมนี้มีให้ดาวน์โหลดฟรีอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล และสำหรับพวกเธอที่มาก่อนใครเขาเพื่อน ฉันจะให้อะไรก็ได้หนึ่งชิ้นในร้าน ไม่จำกัดราคาดีไหม?”

เธอยิ้ม และเดินกลับไปยังเค้าท์เตอร์หลังร้าน เพื่อหยิบแท่งสำหรับดาวน์โหลด ระหว่างนั้นผมกับทเวนก็เริ่มมองหาของที่อยากได้กันอย่างจริงจัง ที่นี่มีของที่น่าจะเป็นประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปยังนอกเมือง เผชิญหน้ากับชนเผ่าที่ไม่เป็นมิตร สภาพภูมิประเทศ และมอนสเตอร์ทั้งหลายพวกนั้น

“เอานี่ ดาวน์โหลดเลย นาฬิกาควอเตอร์”

พวกเราดาวน์โหลดนาฬิกาควอเตอร์มา และสั่งให้มันขึ้นบนหน้าจอหลักคอมเจ็นไว้ นาฬิกาควอเตอร์มีประโยชน์ทีเดียว หน้าปัดทรงกลมของมันถูกแบ่งสี่ส่วนด้วยเส้นวัน ในแต่ละส่วนจะมีตัวเลขกำกับเป็นชั่วโมง ส่วนละยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างที่เวโรนิก้าบอก

“ขอบคุณมากนะครับคุณเวโรนิก้า”

“หึหึ เรียกฉันว่านิก้าก็ได้ ว่าแต่เธอเลือกซีซันนิ่งเซ็ตจริงๆน่ะ”

“ครับนิก้า หน้าใหม่อย่างผมคงยังไม่ต้องการอะไรที่มันระดับสูงมากนักหรอก”

ที่ผมเลือกเซ็ตเครื่องปรุงนี่ก็เพราะไฮแจ็คเคยแนะนำไว้ แถมยังดูเหมือนจะโชคดีที่มีเซ็ตแบบแถมอุปกรณ์ในการปรุงมาด้วย กระทะเล็กหนึ่ง หม้อเล็กหนึ่ง มีดหนึ่ง และทัพพีอีกหนึ่ง พวกมันเบา ทนทาน พกพาง่าย แม้ราคาจะเอาเรื่องอยู่ แต่เธอก็อนุญาตแล้วนี่นา

“เน้นยังชีพสินะ แล้วเธอล่ะ?”

นิก้าหันไปทางทเวน ที่ดูท่าจะยังเลือกไม่ถูก เพราะมีของที่เขาสนใจอยู่มากมายทีเดียว ในที่สุดเขาก็มานั่งกลุ้มใจระหว่างไฟแช๊กที่จุดติดทุกที่แม้จะชื้นจัดแค่ไหนก็ตาม (ยกเว้นในน้ำ) กับกระเป๋าที่จะเปลี่ยนรูปทรงไปตามวัตถุที่ใส่ ผลิตจากนาโนเลเธอร์ชนิดพิเศษ ราคาเอาเรื่องทั้งคู่

“เธอไม่อยากได้ซีซันนิ่งเซ็ตเหมือนกับเซวิลหรือไงทเวน? บอกไว้ก่อนนะทั้งสองอย่างที่เธอถือราคาสูงทั้งคู่ ดังนั้นเลือกให้ดีๆนะ”

ทเวนทำท่าคิดหนักอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เลือกกระเป๋า มันเปลี่ยนรูปทรงตามวัตถุที่ใส่ แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเหมาะที่จะใช้เก็บสวิฟบีท อาวุธและเครื่องดนตรีสุดรักของเขาได้อย่างวางใจ

“เลือกได้สักทีนะ ทีนี้ไปออฟไลน์ซะ พวกเธอเลยเส้นแดงของการออนไลน์มาพักใหญ่แล้ว ในการออนไลน์แต่ละครั้งไม่ควรเกินสิบถึงสิบสองชั่วโมงต่อวัน เพราะมันมีผลกระทบกับร่างกายและสมองของพวกเธอเองด้วย โดยเฉพาะวันที่ต้องเจอสถานการณ์หนักๆ การต่อสู้ที่หนักหน่วง การบาดเจ็บสาหัส และการตาย (คือภาวะสุดท้ายของการโคม่า เมื่ออยู่ในภาวะนั้นเกินห้าวินาที จะถูกตัดการเชื่อมต่อจากกาแลกเซียโดยอัตโนมัติ และจะได้รับการปรับสภาพก่อนถูกปลุก เพื่อลดความเสียหายที่สมองจะได้รับให้มากที่สุด) ว่าแต่รู้วิธีออกจากระบบไหมเนี่ย”

คำถามนี้ทำเอาพวกผมอ้าปากค้าง นั่นสิจะออกไปจากกาแลกเซีย เพื่อกลับสู่โลกปัจจุบันของตัวเองได้ยังไงกัน นิก้าหัวเราะ ก่อนจะบอกให้เราออกคำสั่ง “หน้าจอควบคุม” กับคอมเจ็นของตัวเอง ในหน้าจอควบคุมมีตัวเลือกคำสั่งการตั้งค่ามากมาย เธอให้เราเลือกหัวข้อ “ดิ กาแลกเซีย” และ “ออฟไลน์”

จากโซฟาตัวนุ่มของเวโรนิก้า ผมพบว่าตัวเองกำลังมองดูเพดานห้องสีเทาๆอยู่ เสียงคุ้นหูปลุกผมจากความงงงัน ผมพบตัวเองอยู่บนเตียงนอน ในห้องของตัวเองบนยานอวกาศอูริเอล เจดาเดินเข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง เพราะผมออนไลน์นานเกินกว่ากำหนด เสียงท้องร้องกระตุ้นให้ผมลุกขึ้นยืน

“ผมว่าผมกำลังหิวนะเจดา”

“ค่ะ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ ศวิลปิดระบบเตียง แล้วออกไปทานอาหารก่อนดีกว่านะคะ เมื่อกี้ฉันได้ยินประกาศ ยานอูริเอล กำลังจะเคลื่อนตัวไปถึงจุดไฮเปอร์ไดรฟ์ในอีกหนึ่งชั่วโมงค่ะ”

“อะไรนะ ระหว่างที่ผมออนไลน์อยู่ในดิ กาแลกเซีย ยานเคลื่อนตัวออกห่างจากโลกมาแล้วเหรอ!”

ผมรีบเดินออกไปจากห้องของตัวเอง ผ่านโถงรวมซึ่งมีคนอยู่ประปราย พยายามหาทางไปยังด้านนอกยานซึ่งมีหน้าต่างกระจกนิรภัยหนา หวังจะดูดาวเกิดของตัวเองก่อนจากไปตลอดกาลเป็นครั้งสุดท้าย และมันก็อยู่ในนั้น ในโรงอาหารรวม หน้าต่างบานใหญ่ที่ไม่ได้ปิดฉากป้องกัน โลกดูเล็กจ้อยขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของผมซะอีก ไม่อยากคิดว่ายานออกมาไกลขนาดไหนแล้ว ที่แน่ๆไกลเกินกว่าที่จะย้อนกลับไปได้อีก

“ลาก่อนครับน้าเจดา ถ้าหากวิญญาณของน้ามีจริง ตามผมมานะครับ มาอยู่กับผมที่เซคันด์เอิร์ธ”

ผมกระซิบอย่างแผ่วเบาตรงกระจก ก่อนจะหันเจอกับใครบางคน เขามายืนอยู่เงียบๆที่ด้านหลัง แล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าผม

“ใช่จริงๆ นายเซวิลใช่ไหม ฉันทเวน”

“หา เอ่อ...ก็เหมือนจะใช่อย่างนั้นนะ”

ผมยังงงกับท่าทีของเขา

“ไม่เอาน่า แค่เห็นรูปร่าง หน้าตา ท่าทาง ฉันก็จำนายได้แล้วเพื่อน แถมเราออฟไลน์ออกมาพร้อมๆกัน ยังไงๆฉันก็ต้องเจอนายที่นี่แน่”

หมอนั่นจับผมเขย่า ท่าทางร่าเริง เราสองคนเดินไปตรงเค้าท์เตอร์อาหาร เลือกที่อยากกินมาสองสามอย่าง และรอพ่อครัวปรุงให้ ระหว่างรอก็มานั่งคุยกันที่โต๊ะอาหารใกล้ๆนั้น

“ไม่รู้ว่าบนนี้ต้องเรียกชื่อในดิ กาแลกเซียด้วยหรือเปล่า จำได้ว่าเดอะโบนส์ให้เราตั้งชื่อใหม่นี่นา นั่นหมายถึงชื่อในดิ กาแลกเซียก็ต้องเป็นชื่อของเราบนนี้ด้วยสินะ”

“คงอย่างนั้น ไม่งั้นก็สับสนแย่บนยานอวกาศชื่อนึง ในโลกจำลองอีกชื่อนึงน่ะ”

ผมตอบ

“จริง แต่ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเราต้องทิ้งชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ไปแล้วจริงๆ แบบจะไม่มีใครเรียกเราด้วยชื่อนั้นอีกแล้วน่ะ”

ทเวนดูเศร้าขณะที่พูด

“จำได้ว่านายชื่อตะวันฉายสินะ ชื่อจริงของผมคือศวิล”

“จริงน่ะ ฉันคิดว่านายเป็นต่างชาติ นึกว่าเป็นพวกออซซี่ หรือพวกตะวันออกกลางซะอีก หน้าตาอินเตอร์ซะ ไหงชื่อสุดจะไทยขนาดนี้ล่ะ”

“เป็นลูกครึ่งน่ะ พ่อผมเป็นคนเยอรมัน”

ผมอดขำกับท่าทางแปลกใจของทเวนไม่ได้ เขาดูจริงใจเปิดเผยดี

“อย่างนั้นหรอกเหรอ แปลว่านายก็ยังพูดภาษาไทยได้สินะ”

“ก็ได้อยู่ แต่น้าเจดา เอ่อคนที่เลี้ยงผมมาน่ะ สอนให้พูดภาษาสากลมาตลอด จะคุยภาษาไทยกันก็แค่อยู่ที่บ้านเท่านั้น”

“ฉันเองก็โดนเคี่ยวเข็ญเรื่องนี้เหมือนกัน ดีนะที่ในยุคเรา การใช้ภาษาสากลเป็นเรื่องปกติ ไม่อย่างนั้นฉันว่าป่านนี้ฉันก็ยังพูดไม่ได้หรอก”

เราสองคนคุยเรื่องสัพเพเหระกันระหว่างที่ทานอาหาร ในโรงอาหารไม่ค่อยมีคนแล้ว เพราะเราสองคนมาช้ากว่าเวลาอาหารปกติ เวลานั้นคนคงจะเยอะน่าดู และอาหารจะถูกจัดเตรียมพร้อมเสิร์ฟ แค่ต่อแถวรอรับ แต่ถ้ามาทีหลังอาหารที่เตรียมไว้พร้อมทานหมด ก็ต้องสั่งพ่อครัวและนั่งรอกันไป

“นี่เราต้องพักนานแค่ไหนถึงจะออนไลน์ได้อีกกันนะ ฉันละอยากลองใช้สวิฟท์บีทสู้ดูจัง คงจะเท่น่าดูนะ กีตาร์ที่ใช้เป็นปืนได้น่ะ”

ทเวนทำท่ายิงประกอบการพูดของเขาไปด้วย

“เออนี่ จริงๆฉันก็มีกีตาร์อยู่นะ ตัวเก่าที่เก็บได้จากกองขยะหลังพิพิธพันธ์ มันชำรุดและพวกเขาคิดว่าควรทิ้งไว้ดีกว่าเอาไปซ่อม บางทีอาจเพราะรีบเกินกว่าจะเอาของที่พังแล้วไปด้วยได้น่ะนะ แต่ฉันก็เก็บมา และซ่อมมันเรียบร้อยแล้วล่ะ”

“นายคิดจะออนไลน์พร้อมผมไหม?”

“แน่สิ เราเป็นคู่หูนะ จะว่าไปถ้าแยกกันเราจะติดต่อกันยังไงนะ ในเวลาที่ไม่ได้ออนไลน์ในกาแลกเซียน่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่อาจใช้ระบบสื่อสารภายใน แบบที่เดอะโบนส์ติดต่อเราก็ได้”

ผมตอบอย่างไม่แน่ใจนัก เทคโนโลยีที่นี่ส่วนใหญ่ใหม่สำหรับผมทั้งนั้น เราเลยตกลงแลกเบอร์ห้อง กับชื่อที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อให้เอไอของเราช่วยหาคำตอบให้ ในที่สุดเราก็ติดต่อกันได้ และนัดกันกลับเข้าไปออนไลน์ในดิ กาแลกเซียอีกครั้ง เวลาผ่านไปแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะภายนอกหรือในดิ กาแลกเซียก็ตาม ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องวันเวลากับพวกมิชชั่นให้มากนัก

ผมพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนโซฟาร้านเพลย์กราวน์ของนิก้า เหมือนตอนที่เราออฟไลน์ออกไปทีแรก นาฬิกาควอเตอร์ชี้ไปที่เลข 24 ในควอเตอร์แรก ในร้านมีนักสำรวจหน้าใหม่เดินเลือกของอยู่หลายราย นิก้าเห็นผมแล้วยิ้มให้ และไม่ได้แสดงอาการใจดีสนิทสนมเหมือนครั้งแรกที่เจอกันอีก อาจเป็นเพราะเธอต้องรักษาภาพพจน์เจ้าของร้าน รึอะไรทำนองนั้น ผมกับทเวนจึงเดินออกมาจากร้านของเธอ

“เราทำมิชชั่นแรกครบหมดแล้วสินะ”

ผมกดเช็คดูในคอมเจ็น

“เราต้องย้อนกลับไปหาพิกซี่นะ ฉันต้องส่งจดหมายที่ไฮแจ๊คให้มากับเธอ

“ไปสิ ขอดูแผนที่ในเมืองก่อนนะ ฮ่ะๆ พอทำมิชชั่นแรกเสร็จ ก็มีสัญลักษณ์หลายอย่างโผล่ขึ้นมาให้เห็นเต็มเลย”

ผมแปลกใจมากที่ในคอมเจ็นมีสัญลักษณ์มากขึ้น จากเดิมมีแค่แผนที่ตั้งของอาคารต่างๆ ถนน ตรอกซอกซอย ตอนนี้มีสัญลักษณ์ของรถสารธารณะ จักรยานเช่าสำหรับเดินทางในเมือง และที่น่าทึ่งคือแผนที่ลานจอดยานที่เราเห็นตอนแรกที่เข้ามาในเมืองเวิลแลนด์ซิตี้ มันใหญ่และมีไม่ต่ำกว่าสามชั้น เรียงลดหลั่นกันอย่างกับรังผึ้งสูงราวตึกสี่ชั้นได้

พวกเราขึ้นรถประจำทาง ที่ยอมให้นักสำรวจหน้าใหม่ขึ้นฟรี เพราะจักรยานเช่าหยอดเหรียญนั่น เราไม่มีเงินสักเกรนเดียวที่จะไปหยอดมันได้ เมื่อมาถึงประตูทางเข้าเมืองที่ติดกับลานจอดยาน เราก็พบพิกซี่กำลังนั่งพักอยู่พอดี

“ให้ตายสิ พวกเธอยังไม่ไปพักผ่อนกันอีก อึดจริงเลยนะ”

เธอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นหน้าพวกผม

“จำพวกเราได้ด้วยหรือครับ?”

ทเวนถามขึ้น ท่าทางดูดีใจ

“แน่ล่ะ มีแต่พวกเธอที่แต่งตัวด้วยเกราะแบบนั้น แล้วก็ทำท่าทางเอ๋อๆ ตลอดเวลา”

คำตอบของพิกซี่ทำเอาทเวนยิ้มค้าง ผมจึงศอกเขาไปหนึ่งทีให้ตื่นจากอาการผิดหวัง และส่งมอบจดหมายให้กับเธอ

“อ้อ คือ มีคนวานพวกเราให้มอบจดหมายให้กับคุณครับ”

ทเวนควักจดหมายออกมาจากเป้หลัง พิกซี่มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน เธอดึงทเวนกับผมหลบเข้ามาในเพิงพักของเธออย่างรวดเร็ว

“จากใคร?”

พิกซี่กระซิบถาม แต่พอทเวนยื่นจดหมายให้ เธอก็ดูเหมือนจะรู้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว

“อ้อ ซีเคร็ทมิชชั่นสินะ ทีนี้ดูเหมือนเธอจะทำมิชชั่นเสร็จไปครึ่งทางละ ซีเคร็ทมิชชั่นทำให้บริบูรณ์ได้สองแบบ หนึ่งคือกลับไปหาผู้ที่มอบมันให้เธอเพื่อขอรับรางวัล กับจบที่ปลายทางเลยในที่นี้ก็คือเมื่อเธอส่งจดหมายให้ฉัน ซีเคร็ทมิชชั่นอันนี้ก็บริบูรณ์ และจะถูกรายงานเข้าสู่คอมเจ็นของผู้มอบ ส่วนมิชชั่นหลักหรือมิชชั่นทางการจากหน่วยงานหลักทั้งแปดนั้น ให้ไปที่ มิชชั่นโพรเสส ที่นั่นจะมีเจ้าหน้าที่คอยมอบหรือรับรองผลของมิชชั่นแต่ละชิ้นของพวกเธอเพื่อให้รางวัล รางวัลแต่ละมิชชั่นเองก็จะได้รับที่นี่ ตรงส่วนรับรางวัลมิชชั่น ผู้มอบมิชชั่นจะส่งรางวัลมาให้ เมื่อได้รับแจ้งว่าพวกเธอจบมิชชั่นที่พวกเขามอบหมายให้ได้แล้ว เวลาที่ทำมิชชั่นเสร็จก็อย่างลืมไปที่นั่นล่ะ สัญลักษณ์ M ตัวใหญ่ที่หมุนได้ในแผนที่นั่นแหละ”

เราลองเดินไปหาอาคารที่ว่า ซึ่งหาไม่ยากเท่าไร เพราะอาคารเป็นสองชั้น กว้างราวสองบล็อก แถมยังมีตัวเอ็มหมุนได้ ลอยอยู่เหนือตัวอาคารจริงๆด้วย ผมกับทเวนเข้าไปข้างใน ไม่มีนักสำรวจหน้าใหม่คนไหนอยู่ในนี้เลย ยกเว้นพวกเจ้าหน้าที่ของอาคาร กับพวกคนอื่นๆบนเซคันด์เอิร์ธ

“ยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”

เจ้าหน้าที่สาวร้องทักอย่างเป็นมิตร

“ครับ เรามาเรื่องมิชชั่น...”

ผมตอบ

“นักสำรวจหน้าใหม่สินะคะ รบกวนกรอกรายละเอียดตรงนี้ก่อนนะคะ มีไม่กี่ข้อเท่านั้น เพื่อเปิดตู้รับของรางวัลน่ะค่ะ”

เธอยื่นปากกาที่น่าจะเรียกว่าแท่งพลาสติกสีขาว ที่ตรงปลายมีแสงสีขาวจางๆ กับแผ่นแข็งๆสี่เหลี่ยมขนาดเอสี่ ที่มีคำถามสำหรับกรอกข้อมูลลงไป

“ทำยังไงล่ะเนี่ย?”

ทเวนกระซิบถาม ผมทำหน้าเหยส่งไปให้ก่อนจะตอบแบบเบาไม่แพ้กันว่า

“มันคงเหมือนปากกากับกระดาษแหละ แค่เขียนคำตอบลงไปท้ายคำถามด้วย เอ่อ...แท่งนี่”

“นายแน่ใจนะ”

“ไม่มีทางเลือกนี่ หรือนายจะเอ่ยปากถาม?”

ทเวนส่ายศีรษะ และยืดตัวตรงเก๊กมาดขรึม เมื่อสาวเจ้าหันมามอง แม้เธอจะถามว่ามีข้องสงสัยอะไรตรงไหน ยังไง แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างมีมาด ก่อนจะจรดปากกาลงบนแผ่นแข็งๆนั้น เขายิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าสามารถเขียนตัวอักษรลงไปบนนั้นได้จริงๆ แถมยังหันมาหลิ่วตาให้ผม ราวกับเขารู้เรื่องมาตั้งแต่แรกแล้ว

เรากรอกข้อมูล อย่างชื่อ (ที่เราตั้งให้ตัวเองใหม่) ยานอวกาศลำที่เราโดยสารอยู่ซึ่งก็คืออูริเอล หมายเลขห้องบนอูริเอล ส่วนสังกัด หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา เมื่อเรากรอกข้อมูลด้านบน ตรงส่วนนี้ก็มืดไป

“เรียบร้อยนะคะ ที่นี้เปิดคอมเจ็นตรงส่วนของมิชชั่นด้วยค่ะ”

เราทำตามที่เธอบอก เธอใช้เครื่องมือบางอย่างสแกนหน้ามิชชั่นในคอมเจ็นของเรา ตัวกระพริบท้ายมิชชั่นที่เคยขึ้นว่า “คอมพลีท (Complete) ก็เปลี่ยนเป็น เอนด์ (End) ทันที

“คุณทเวนจบสองมิชชั่นสินะคะ มิชชั่นแรกรางวัลได้รับเรียบร้อยสมบูรณ์โดนตรงจากผู้เกี่ยวข้องในมิชชั่นแล้วนะคะ ส่วนมิชชั่นที่สองซีเคร็ทมิชชั่นนั้น พร้อมอยู่ในล๊อกเกอร์แล้วค่ะ ส่วนคุณเซวิล จบเพียงมิชชั่นหลักเท่านั้น แต่จะเข้าไปสแกนนิ้วมือเลยก็ได้นะคะ”

ติ๊ง!

มีเสียงเตือนขึ้นจากคอมเจ็นของผมกับทเวน ในระหว่างที่เรากำลังเดินตามเจ้าหน้าที่สาวเข้าไปยังส่วนของห้องล๊อกเกอร์ ซึ่งเป็นส่วนตัวพอสมควร แม้ว่ามันจะเป็นห้องเล็กๆกว้างเพียงหนึ่งตารางเมตร ใช้นิ้วมือสแกนเพื่อเข้าไปภายใน ซึ่งมีตู้ โต๊ะ และเก้าอี้อย่างละตัวเท่านั้น

“เครื่องหมายนี่มันอะไรกัน?”

ทเวนหันมาถามผมด้วยความสงสัย หลังจากเราตรวจสอบดู พบว่ามีเครื่องหมายปรากฏขึ้นในหน้ามิชชั่น เป็นเครื่องหมายปรัศนีล้วนๆ

“อ๋อ ระบบมิชชั่นอัตโนมัติค่ะ มิชชั่นหลักจะเตือนขึ้นมาในหน้าของคอมเจ็นเลย ส่วนมิชชั่นที่คาดว่าจะรับได้ สามารถเลือกรับหรือไม่รับก็ได้ จะมีสัญลักษณ์ขึ้นมาบนหน้าของแผนที่ และซีเคร็ทมิชชั่น ต้องหาผู้ให้มิชชั่นเอาเองด้วยการผูกมิตรส่วนตัวค่ะ”

เราขอบคุณเจ้าหน้าที่สาว รับรางวัลของทเวน (ซึ่งผมเข้าไปในตู้ล๊อกเกอร์ที่น่าจะเรียกว่าห้องกับเขาไม่ได้) แล้วมุ่งหน้าไปยังสัญลักษณ์ของมิชชั่นหลัก ที่กระพริบเตือนในหน้าของแผนที่ด้วยทันที

ที่นั่นเราเจอชายร่างกำยำนั่งอยู่ตรงเพิง ใกล้กับประตูทางออกจากเมืองไปยังส่วนที่เรียกว่า พื้นที่เพาะปลูก ทางออกนี้มีผู้คนใช้สัญจรเยอะทีเดียว เพราะมีการระวังรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางไปยังพื้นที่เพาะปลูก มีเครื่องหมายแบบเดียวกับในแผนที่เหนือศีรษะของเขา

“คุณคือผู้มอบมิชชั่นหรือครับ?”

ผมถามเมื่อเห็นเขาไม่ขยับ แต่พอได้ยินเสียงของผมเท่านั้น เขาก็หันมาและลุกยืดตัวขึ้น ร่างกายของเขาสูงใหญ่ราวกับหมี หน้าตาดูไม่เหมือนมนุษย์เท่าไร

“อ้อ มีคนทำมิชชั่นแรกจบแล้วรึ มาสิ ฉันชื่อแบร์รี่ เป็นพรานมือฉมังจากเผ่าชานเดร่า ผู้ให้มิชชั่นที่สองของพวกเธอ First Hunt

“เผ่าชานเดร่า!!”

“เฟิร์ส ฮันท์!!”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #472 natna1991 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:19
    ยังไม่เห็นขอโปรแกรมมอนเตอร์ไรนั้นเลย
    #472
    0
  2. #300 ฝนธารา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 13:36
    สนุกดีจ้า
    #300
    0
  3. #130 kimurakung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:06
    ได้รางวัลอะไรมาบ้างอะ...
    กำลังจะได้ผจญภัยแร้วววว
    #130
    0
  4. #112 my-kimberly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 12:23
    สนุกค่ะ ชอบ
    #112
    0
  5. #111 eastzyboy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 23:01
    รออ่านต่อนะครับ
    #111
    0
  6. #108 uาeต้uไม้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 16:32
    อืม...อีกนานกว่าจะถึงดาวนานแท้ๆแน่นอน
    #108
    0
  7. #106 BuEuSnT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 09:23
    มาเจิมๆๆ
    #106
    0