THE GALAXIA

ตอนที่ 53 : The war begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 พ.ค. 59




 

โซระตื่นขึ้นระหว่างเดินทาง เขาพยายามถามหาสาเหตุ ของการที่ผมหนีออกมาจากเวิลด์แลนด์ซิตี้ แต่นิมพ์ก็ยังคงยืนกรานให้นิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆกับเขา ถึงขั้นจะฆ่าเขาเพื่อรักษาความลับเลยทีเดียว แต่ผมนั้นยังอยากจะเชื่อใจ เชื่อในตัวโซระ หลังจากที่ต้องตกตะลึงกับสถานะของทเวนมาแล้ว

 

“นายเป็นใครกันแน่เซวิล”

โซระถามขึ้นพลางจิบเครื่องดื่มร้อนควันกรุ่นอย่างเหม่อลอย ข้าวของของเขาถูกทิ้งไว้ที่เมือง ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยสักอย่างเดียว

 

“ขอโทษที่ต้องถามนะ แม้ว่าผมไม่มีคุณสมบัติที่จะระแวงสงสัยในตัวนายเลย แต่...โซระ ผมไว้ใจนายได้หรือไม่ เชื่อใจได้ไหมว่านายไม่มีลับลมคมใน ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังชักใยซ่อนเร้น”

โซระหันมามองผมด้วยความแปลกใจ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ดวงตาจ้องแน่วแน่เข้ามายังดวงตาของผม ราวกับจะเปิดเผยตัวตนทั้งหมดให้ผมได้รับรู้ ตัวตนของลูกผู้ชายที่ชื่อว่าโซระ

 

“ผมมาจากตระกูลเก่าแก่ ในอดีตกาลอันไกลโพ้น บรรพบุรุษของผมเป็นตระกูลนักรบ พวกเรายึดถือธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัดของเหล่าบรรพบุรุษ แม้ว่าโลกจะเข้าสู่ยุคสูญสลายไปแล้วก็ตามที เหมือนโลกกลับตารปัตรเลยนะ สงคราม สงบสุข กลียุค สงคราม สงบสุข จนกระทั้งโลกทั้งใบแตกสลายไป มนุษย์ก็ยังฆ่าฟันทำลายกันไม่จบสิ้น”

เขายังคงมองสบดวงตาของผมขณะพูด

 

“ผมเติบโตมาในยุคของความเสื่อมทรามและการล่มสลายก็จริง แต่ก็ยังถูกปลูกฝังด้วยกฏแห่งบรรชนอย่างเคร่งครัด เซวิล หากผู้ใดที่ ‘นาโอยูกิ โซระ’ ผู้นี้ยอมรับในฐานะสหาย ผู้นั้นคือสหายของผมอย่างแท้จริง วิถีแห่งซามูไรที่ผมยึดถือนั้นคือความซื่อสัตย์ ครอบครัว และพวกพ้อง นายล่ะเซวิล สิ่งใดที่คนอย่างนายยึดถือ”

 

คำตอบนั้นหนักแน่นจริงใจ ขณะพูดดวงตาของเขาไม่ได้กระพริบ ไม่ได้หลบสายตาไปเลยแม้แต่น้อย ความจริงใจของเขาส่งผ่านมาถึงตัวผมอย่างชัดแจ้ง รอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้าที่เครียดเขม็ง สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะรอคำตอบจากผม

 

“ถ้าผมบอกว่า เรื่องที่ผมปิดบังนายไว้ มีผลกระทบใหญ่หลวงกับตัวผม และมนุษยชาติล่ะ ถ้าบอกว่าการที่ผมหนีมานั้น เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคนกลุ่มใหญ่รวมถึงตัวผม นายจะเชื่อไหม?”

โซระจ้องตอบดวงตาของผม ราวกับค้นหาความจริงบางอย่าง

 

“เชื่อสิ ผมจะเชื่อนายจนถึงที่สุด ในเมื่อผมยอมรับเซวิลเป็นพวกพ้อง ผมก็เชื่อทุกคำพูดของนาย แต่ว่านายพยายามทำตัวไม่ให้เด่นดัง บางครั้งก็ราวกับกำลังเก็บงำซ่อนเร้นบางอย่าง ผมดูออกถึงความไม่สบายใจนั้นเลยไม่เคยคิดจะถาม แต่มาถึงตอนนี้ วันที่ชีวิตใหม่ของพวกเรากำลังจะเริ่มต้น นายกลับหนีมาอย่างรีบร้อน เรื่องทั้งหมดนี่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลโลกใช่ไหม”

 

ผมพยักหน้ารับ

 

“ไม่ทั้งหมด เรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเพราะชายที่ชื่อไกเซอร์ ลาซาลัสคนนั้น”

 

“อะไรนะ!

ท่าทางตกใจของเขาก็พอเดาได้อยู่ ไกเซอร์ ลาซาลัสเปรียบได้กับเทพเจ้า ผู้โอบอุ้มเผ่าพันธุ์เหล่ามนุษยชาติไม่ให้สูญสิ้น เพราะเงินทุนของเขา เพราะการไม่ยอมแพ้ บุกเบิกหนทางจนพบกับโลกใหม่อย่างเซคันด์เอิร์ธของเขา ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ แม้ในยามที่ดาวเกิดของเราระเบิดกลายเป็นฝุ่นธุลีในอวกาศ

 

“คนๆนั้น คนที่มีบุญคุณกับมวลมนุษยชาติอย่างมหาศาลคนนั้นน่ะเหรอ นี่มันยังไงกันแน่!

 

“เพราะนายคือเพื่อนของผม ผมจะบอกกับนาย จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ หากฟังแล้วไม่เชื่ออยากจะจากไปไม่ขอข้องเกี่ยว ผมก็ปล่อยให้นายไป”

 

“เซวิล...”

 

“ก่อนอื่นผมขอถาม นึกถึงชื่อไกเซอร์ ลาซาลัส นายนึกย้อนไปได้ไกลแค่ไหน”

คนถูกถามทำหน้างงงวย ก่อนจะเริ่มทบทวนความทรงจำของตัวเอง

 

“จะว่าไป ตั้งแต่จำความได้ก็ได้ยินชื่อนี้แล้วนะ”

 

“ใช่ เขาน่าจะอยู่มาสามชั่วอายุคนแล้ว”

 

“อะไรนะ รุ่นปู่เลยเหรอ ไม่ใช่หรอกมั้ง ผมได้ยินมาว่าที่ชื่อของเขาถูกกล่าวขานมายาวนานจนบัดนี้ ก็เพราะบิดาตั้งใจ ตั้งชื่อให้ลูกชายเหมือนกับตัวเอง เพื่อที่ชื่อของเขายังคงอยู่ตราบนานเท่านาน”

 

“ผมเองก็เคยได้ยินเรื่องนั้น”

ดวงตาหม่นแสงของผม ทอดมองออกไปยังท้องฟ้าสีส้มสลัว ครุ่นคิดความน่าจะเป็นไปได้ ที่ตัวเองได้รับฟังมาจากนิมพ์ ก่อนที่โซระจะฟื้นคืนสติขึ้นมา

 

“แต่ว่าตามประวัติตระกูล ไม่มีใครเกิดมามีความผิดปกติทางพันธุกรรมอย่างเขา ชายในตระกูลลาซาลัสที่เกิดมาพร้อมความผิดปกตินี้ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเพียงไกเซอร์ ลาซาลัสคนเดียวเท่านั้น และหากข้อมูลนี้เป็นจริง เขาทำอย่างไรถึงได้ยังคงความหนุ่มแน่น ผ่านกาลร่วมร้อยปีมาได้”

 

โซระชะงัก เริ่มคิดตามคำพูดของผม นับแต่ได้รู้จักชื่อไกเซอร์ ลาซาลัส ทุกคนก็บอกว่าเขาเป็นชายเผือก ผิวกาย เส้นผม เส้นผมทุกเส้นในร่างกายไม่เว้นแม่แต่ขนตาเป็นสีขาวทั้งหมด แม้แต่สีของนัยตายังซีดจัดจนเกือบกลืนเข้ากับตาขาว ได้ยินแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กจนโต ได้เห็นเขาในจอทีวี และหน้านิตยสารมานับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั้งได้พบเจอกับตัวจริงเมื่อวานในวันประถมนิเทศของกองทัพ ในหน้านั้นเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

 

“ร...เรื่องนั้น...”

ดวงตาของโซระเบิกกว้าง ราวกับคนนึกบางอย่างได้ จากนั้นก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

 

“ผมคิดว่า ชักจะคล้อยตามนายขึ้นมาบ้างแล้วละ”

ผมเห็นนิมพ์ลอบยิ้มกับคำพูดของโซระ อย่างน้อยเธอก็คงไม่คิดฆ่าเขาปิดปากแล้วละนะ มั้งนะ...

 

“ตั้งแต่มนุษย์มาบุกเบิกโลกใหม่ยังเซคันด์เอิร์ธ สิ่งที่พวกเขาทำไม่เพียงหาที่ทางให้พวกเราที่มาที่หลังได้อยู่อย่างมั่นคง โลกใบใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ สิ่งมีชีวิต แร่ธาตุ และพืชพรรณใหม่ๆที่ไม่รู้จักอีกมากมาย ทีมวิจัยทั้งหลายจึงถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อสำรวจ วิจัยต่างๆมากมาย แม่ของผมเป็นหนึ่งในทีมวิจัย ทีมที่ต่างออกไปจากทีมอื่น รวมมาแต่นักวิทยาศาตร์หัวกะทิจากแขนงต่างๆ เพื่อวิจัยเรื่องเดียว...”

 

ผมสบตาโซระนิ่งนาน ชั่งใจว่าควรพูดเรื่องราวต่อจากนี้ไปหรือไม่

 

“โซระ เรื่องราวต่อจากนี้ จะทำให้นายเข้ามาพัวพันกับการนองเลือดที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเต็มตัว คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกคน ต้องถูกเขาตามล่าและฆ่าทิ้งอย่างแน่นอน นายพร้อมที่จะฟังจริงๆหรือ?”

ผมถามเขาเสียงหนัก แค่โซระยืนยันหนักแน่นว่าผมคือพวกพ้องของเขา ก็ทำให้ผมซาบซึ้งใจมากแล้ว หากต้องดึงเขาเข้ามาพัวพัน เขาจะต้องถูกตามล่าอย่างแน่นอน

 

“ผมพร้อมจะยืนข้างนายไม่ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”

 

“นี่เรียกว่าวิถีซามูไรด้วยหรือเปล่า”

ผมยิ้มกว้างให้กับเขา อยากให้ทเวนมาอยู่ตรงนี้ พูดจาเปิดเผยกันตรงนี้ ผมยังไม่หมดศัรธาในตัวเขา ยังคงมีความเชื่อในมิตรภาพของพวกเรา หากโซระยังหนักแน่นในมิตรภาพถึงขนาดนี้ ตัวเขาเองก็คงไม่ต่างกัน เพียงแต่จุดที่เรายืนอยู่นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนของรัฐบาลโลก ส่วนผมเป็นคนของฝ่ายกบฏ

 

“ใช่แล้ว!

เขาตอบพร้อมรอยยิ้มร่าเริง ทว่าดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นจริงใจ

 

“เอาล่ะ ในเมื่อนายตัดสินใจแล้ว ผมก็จะเล่าเท่าที่ผมรู้ให้ฟัง ก่อนหน้าพวกเราจะมายังเซคันด์เอิร์ธ มีข่าวลือเรื่องที่ทารกมนุษย์ไม่สามารถรอดชีวิตบนเซคันด์เอิร์ธได้ใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆแล้ว เบื้องหลังเรื่องราวนั้น ทารกที่เพิ่งคลอดถูกนำตัวไปทำการทดลองอย่างลับๆ แล้วหลอกพ่อแม่เด็กว่าพวกเขาไม่อาจทนต่อสภาพแวดล้อมบนเซคันด์เอิร์ธได้”

แม้โซระจะไม่พูดอะไร แต่ผมก็เห็นแววตื่นตะลึง กรุ่นโกรธในแววตาของเขา

 

“ผมเองก็เกิดบนดาวดวงนี้”

 

“อะไรนะ... แต่ว่านายน่ะเดินทางมาจากโลกด้วยยานอพยพลำเดียวกับพวกเรานะ”

 

“นั่นเพราะ ผมถูกส่งตัวกลับไปโลกอย่างลับๆตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารก”

สีหน้าของโซระดูเหมือนจะสับสน งุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องส่งทารกกลับไปยังโลกที่กำลังจะตายในไม่ช้าด้วย

 

“เพราะผมคือหนึ่งในทารกที่ถูกทดลอง และประสพความสำเร็จ”

 

“เดี๋ยวนะ นายพูดเรื่องทารกที่ถูกทดลอง ทดลองแบบไหน ยังไงกัน ถึงต้องส่งนายกลับไปโลกแบบลับๆ ทั้งที่การทดลองสำเร็จด้วยดี ก็ควรเผยแพร่ความสำเร็จนั้นออกมาสิ หรือเพราะเป็นการทดลองกับทารก ยากที่คนจะรับได้กันน่ะ”

 

“นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง”

ผมรับอาหารกระป๋องที่เปิดฝาพร้อมทานมาจากนิมพ์ มองดูของที่อยู่ข้างใน ตักใส่ปากคำหนึ่งพบว่ามันคือเนื้อปลา อย่างน้อยรสสัมผัสก็บอกผมอย่างนั้นล่ะนะ

 

“ไม่มีใครยอมรับการทดลองกับเด็กทารกได้หรอก แม้ในยุคล่มสลายเองก็ตาม ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ใช่ทารกอย่างเดียวที่ถูกนำมาทดลอง เพื่อให้มนุษย์มีความแข็งแกร่งทางกายภาพ มีภูมิคุ้มกันต่อโรคภัยไข้เจ็บบนเซคันด์เอิร์ธ เพื่อให้มีความสามารถ และพลังพิเศษทัดเทียม หรือเหนือกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ก่อน พวกนักวิจัยสกัดดีเอ็นเอมากมายจากทุกสานพันธุ์บนเซคันด์เอิร์ธ นำมาตัดแต่งต่อเติมข้อบกพร่องในยีนส์ของมนุษย์ การฆ่าเพื่อการวิจัยจึงเริ่มต้นขึ้น ยิ่งเมื่อมนุษย์สงบศึกกับเผ่าพันธุ์ต่างบนเซคันด์เอิร์ธได้ การวิจัยทดลองยิ่งต้องเป็นความลับ ไม่มีใครรู้แม้แต่รัฐบาลโลก พวกเขาสั่งหยุดการวิจัย ตั้งแต่ผลิตวัคซีนต้านโรคได้เป็นผลสำเร็จแล้ว มีเพียงไกเซอร์ ลาซาลัสเท่านั้น ที่ยังไม่ยอมหยุด”

 

“ทำไมกันล่ะ คนๆนั้นน่ะช่วยเหลือมนุษยชาติไว้นะ ทั้งที่ช่วยไว้กลับจะเป็นผู้ทำลายเสียเองเหรอ มันยากจะเชื่อจริงๆนะ”

 

“ผมเองตอนที่ได้ยินก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่เพราะเคยเห็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ในฐานวิจัยลับ สมันที่ยังทำการทดลองกันอยู่ ได้ยินได้เห็นเขาสั่งการด้วยตัวเอง ผมก็จำต้องเชื่อว่าเขาคือผู้บงการ ให้เกิดสิ่งเลวร้ายทั้งหมดนั่น ...รู้หน้าไม่รู้ใจใช่ไหมล่ะ คนที่สร้างวีรกรรมความดีต่อมวลมนุษยชาติไว้ขนาดนั้น กลับเป็นคนสั่งให้วิจัยด้านพันธุกรรม ที่ทำให้หลายชีวิตต้องดับสูญแบบนี้น่ะ”

 

โซระพยักหน้าหนักๆอย่างไม่อาจโต้แย้ง

 

“เสียดายที่วีดิโอนั้นทำงายตัวเองหลังจากเล่นเสร็จ ไม่อย่างนั้นผมต้องให้นายดูมัน เพื่อยืนยันสิ่งที่ผมพูดไปแน่”

 

“ไม่ต้องหรอกเซวิล ผมเชื่อคำพูดนาย”

 

“ขอบใจนะโซระ”

เขาเชื่อในสิ่งที่ผมพูด ทั้งที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน นี่สินะมิตรภาพที่แท้จริง

 

“วัคซีนถูกคิดค้นขึ้นมาหลายสูตร ถูกทดลองให้ทารกแต่ละคน บางคนตายทันทีที่ได้รับวัคซีน ส่วนมากเกิดผลข้างเคียงทำให้อ่อนแอกว่าเดิม ถึงขั้นพิการ กลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดไปเลยก็มี วัคซีนที่ไม่ได้ผลถูกทำลาย พวกมันถูกเปลี่ยนสูตรซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทดลองกับทารกคนแล้วคนเล่า จนกระทั่งห้าสูตรสุดท้าย ถูกทดลองกับทารกมนุษย์กลุ่มสุดท้าย ที่ลืมตาเกิดขึ้นมาบนเซคันด์เอิร์ธ หนึ่งในนั้นคือผมกับน้องชายฝาแฝด”

 

“อะไรนะ นายมีน้องชายฝาแฝดเหรอ!

 

“ครับ ผมเองก็เพิ่งรู้จากปากของนิมพ์ เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่ถูกซ่อนตัวให้พ้นจากน้ำมือของไกเซอร์ ลาซาลัส เดิมทีที่ให้ทดลองกับทารกก็เพราะ... เพราะวัคซีนเมื่อรวมกับเซลล์ต้นกำเนิดจากทารก คือยาอายุวัฒนะชั้นเลิศยังไงล่ะ!

 

สีหน้าของโซระหนักหน่วง ไม่แพ้ผมตอนที่ได้ฟังเรื่องนี้ครั้งแรก

 

“ยาอายุวัฒนะ... นี่เขาคิดจะกินทารกพวกนั้นเหรอ”

ผมพยักหน้า

 

“พวกมนุษย์ที่นิยมชมชอบเนื้อมนุษย์ด้วยกันมีมาตั้งแต่โบราณแล้วนี่ นายยังตกใจอยู่อีกเหรอ”

 

“การทดลองพวกนั้น อ้างว่าทำเพื่อมนุษยชาติ ที่จริงก็แค่ความเห็นแก่ตัวของชายคนเดียว ที่ไม่อาจทนต่อสภาพอันโรยราตามวัยของตัวเอง ทั้งยังไม่สามารถละซึ่งกิเลสทั้งชื่อเสียงเงินทองได้ไม่ใช่หรือไง ผู้ชายคนนั้น ไกเซอร์ ลาซาลัส ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจเสียจริงๆ!!

 

น้ำเสียงของเขาทั้งโกรธแค้นและขยะแขยง แน่ล่ะ ใครจะทนได้ หลายชีวิตต้องปลิดปลิว เพียงเพื่อสนองความต้องการอยากเป็นอมตะค้ำฟ้าของคนเพียงคนเดียว

 

“เพราะงั้นผมและทารกคนอื่นๆจึงถูกพวกนักวิจัย แบ่งกันรับผิดชอบ พาตัวไปหลบซ่อนจากชายคนนั้น ในบรรดาทารกที่รอดชีวิตนั้น ไม่มีใครเข้ากันได้ในระดับเซลล์เหมือนกับผม เซลล์ในร่างกายผมกับวัคซีนกลมกลืนเป็นยีนส์ใหม่ ดีเอ็นเอใหม่ มนุษย์สายพันธุ์ใหม่ ที่แข็งแกร่งกว่า ว่องไวกว่า ประสาทรับรู้ทั้งหมดดีกว่า”

 

“นี่นายจะบอกว่านายกลายเป็นยอดมนุษย์ไปแล้วอย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นวัคซีนที่นายได้รับก็คือวัคซีนที่ใช้ได้ผลสินะ”

ท่าทางตกตะลึงหลอกๆของเขา ทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมา

 

“ไม่หรอก ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่ตัวแปรต่างๆด้านพันธุกรรมเป็นสิ่งที่ยากจะไขให้กระจ่างชัด จริงๆแล้วการที่ผลจะออกมาสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์พร้อมของทารก ความเข้ากันได้กับวัคซีนเหล่านั้นด้วย พูดง่ายๆก็เหมือนกับภาวะการแพ้ เพราะวัคซีนที่ผมได้รับไม่มีส่วนผสมที่ทำให้ร่างกายของผมเกิดอาการแพ้หรือต่อต้านมากนัก ช่วงแรกๆป่วยบ่อยจนนึกว่าจะตายตั้งแต่ยังเด็กด้วยซ้ำ บางคนโชคร้ายยีนส์ในร่างกายเกิดภาวะแพ้ ต่อต้านวัคซีนที่มีส่วนผสมดีเอ็นเอต่างดาวมากมาย แม้พวกเขาจะรอดชีวิตในที่สุด แต่ภาวะแพ้หรือต่อต้านดีเอ็นเอใหม่ในร่างกายก็จะทำให้พวกเขามีความผิดปกติบางอย่าง ในกรณีน้องชายฝาแฝดของผมนั้น เขาแพ้แสงอาทิย์อย่างรุนแรง ขนาดที่หากผิวหนังได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรง ร่างกายก็จะลุกไหม้ราวกับถูดราดด้วยน้ำมันแล้วจุดไฟทีเดียว ทั้งที่เขาเองก็ได้รับวัคซีนตัวเดียวกันกับผม”

 

“นายน้อยรีบทานเข้าเถอะค่ะ เรายังต้องเดินทางอีกไกล”

นิมพ์เอ่ยปากเร่งในที่สุด โซระหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ดูเหมือนเขาจะเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่

 

“นี่เซวิล ถ้าเราบอกเรื่องนี้กับทเวน ผมแน่ใจว่าเขาจะต้องรีบมาเข้าพวกกับเราแน่”

โซระพูดขึ้นในที่สุด ท่าทางเขาเองแม้จะผิดหวังกับสิ่งที่ทเวนได้ปิดบัง แต่ก็ยังเชื่อในมิตรภาพของพวกเราอยู่

 

“มันเสี่ยงเกินไป เขาเป็นสายลับที่แทรกซึมเข้ามาในหมู่พวกเรา เรื่องที่เขาสืบหายังไม่แน่ชัด ไม่ใช่ผมหมดความเชื่อในตัวเขาจนตัดขาดมิตรภาพนะ แต่ผมต้องรู้แน่ชัดว่าสืบหาอะไรในหมู่พวกเรา เขายืนอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ แม้ผมจะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลโลกจะรู้เรื่องราวทั้งหมดที่ไกเซอร์ ลาซาลัสทำหรือไม่ เรารอพบคนอื่นๆ ปรึกษาเรื่องนี้กับพวกเขาก่อนจะตกลงใจทำอะไรต่อไปดีกว่า เราเอาชีวิตคนอื่นมาเสี่ยงเพราะเรื่องของทเวนคนเดียวไม่ได้หรอก อีกอย่างผมขอให้พวกเขาตรวจสอบเรื่องของทเวนแล้วด้วย ถึงมันจะไม่แฟร์กับเขา แต่เราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว”

 

โซระพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นเราก็ลงมือกินอาหารกระป๋องกันจนหมด และรีบเร่งออกเดินทางต่อ

 

เพราะการเดินทางอย่างเร่งรีบ แทบไม่หยุดพักโดยไม่จำเป็นนี้ ทำให้โซระได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของผม ‘ยอดมนุษย์’ แววตาของเขาบอกผมอย่างนั้น แม้ว่าเขาจะพยายามเร่งตามความเร็วของผมกับนิมพ์ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่เป็นตัวถ่วง ก็ยังต้องให้นิมพ์อุ้มพาดบ่าเดินทางเป็นบางครั้ง ท่าทางของเขาเหมือนจะละอายใจอยู่ไม่น้อย ถึงกับบ่นให้ผมฟังว่า แม้นิมพ์จะเป็นหุ่นยนต์ แต่ก็เป็นจีนอยด์ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ผู้ชายก็ไม่ควรถูกผู้หญิงหิ้วพาดบ่าอย่างหมดสภาพแบบนั้น แม้จะรู้สึกชบขัน แต่ผมก็อดชื่นชมในความเป็นลูกผู้ชายของเขาไม่ได้จริงๆ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #415 my-kimberly (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 08:53
    โซระโดนใจเจ้าค่ะ
    แต่มาดซามูไรนายหายไปไหนแล้ว โดนสาวพาดบ่า 555
    #415
    0
  2. #411 xzerox2 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:50
    อืม ซามูไร โดนหญิงอุ้ม อิอิ มันก็เสียหน้าอยู่เหมือนกันน่ะ เหอๆ
    #411
    0
  3. #404 kimurakung (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:22
    เซวิล รอดไปให้ได้นะ สู้ๆ
    #404
    0