THE GALAXIA

ตอนที่ 54 : Zevil ‘s Twin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 พ.ค. 59




 

ตึก ตึก ตึก ตึก

 

ครืด

 

“ผบ.โบนส์คะ มีรายงานผู้ถูกเชิญหายตัวไปหลังจากพิธีปฐมนิเทศหลายราย นี่คือรายชื่อของคนที่หายตัวไปทั้งหมดค่ะ”

หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงคนหนึ่งที่ทเวนไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน เดินเข้ามาให้ห้องที่ตัวเขา กับอีกหลายคน กำลังฟังการอบรมจากผบ.โบนส์อยู่ ก่อนเข้ารับการทดสอบคัดเลือกเข้าสู่มิทารี่ มีหลายคนที่ถูกเรียกชื่อแต่ไม่ขานรับ หนึ่งในนั้นคือสครีมเมอร์  ชายผู้เคยดวลกับเขาและเซวิลในศึกบาดหมางกับทริกเกอร์มาก่อน

 

ตอนแรกทเวนคิดว่าเขาอาจได้รับการละเว้นไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ เพราะคะแนนของเขาสูงติดท๊อปไฟว์ ทว่าวันนี้กลับได้ยินเรื่องการหายตัวไป โดยที่ทางกองทัพไม่ทราบสาเหตุแบบนี้ คงต้องมีเรื่องผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน และคงจะร้ายแรงมากพอ ที่จะทำให้ผบ.หน้าโหดคนนั้น ตีสีหน้าเครียดเขม็งได้ถึงขนาดนี้

 

ก่อนหน้านั้น ตอนที่เขายังเป็นเพียงทหารอาสา รับเบี้ยหวัดอันน้อยนิด เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับตัวเมือง ที่มีบุคคลสำคัญอาศัยอยู่ ก็ถูกเรียกตัวด้วยเรื่องบางอย่าง เพราะพวกนั้นบอกว่า หากยอมรับหน้าที่ใหม่ที่จะมอบหมายให้ จะได้เงินเดือนเพิ่ม และตำแหน่งทางทหารที่มั่นคง ยามก้าวเข้าสู่เวิลด์แลนด์ซิตี้บนเซคันด์เอิร์ธ

 

งานนั้นเป็นงานไม่ง่าย และก็ไม่ยาก นั่นก็คือการแฝงตัวในหมู่ผู้คน บรรดาเหล่าผู้ถูกเชิญทั้งหลาย เพื่อตามหาสายลับของไกเซอร์ ลาซาลัส ค้นหาความจริงให้ได้ว่าพวกนั้นกำลังดำเนินการทำอะไรอยู่

 

“อืม เด็กพวกนี้ ส่วนใหญ่ติดท๊อป100 ทั้งนั้นด้วย นี่มันหมายความว่ายังไงกัน”

 

“ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดค่ะ แต่ว่าเกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีแน่”

หญิงสาวตอบด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

 

“เขาคนนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ เอาล่ะพวกเธอทั้งหมด ขอให้ตั้งใจเข้ารับการทดสอบ และขอให้สอบผ่านกันทุกคนนะ”

 

“ครับ!

ทุกคนตอบรับเสียงดัง เดอะโบนส์ยิ้ม ลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่ง ส่งแฟ้มรายชื่อคืนให้ญิงสาว ทเวนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดจึงได้เห็นรายชื่อของคนที่หายไปบางส่วน

 

“เซวิล... โซระ...”

หัวสมองชายหนุ่มชาหนึบ ทั้งสองคนทำไมถึงหายตัวไป แม้ว่าเพื่อนรักทั้งสองของเขาจะมีฝีมือเก่งกาจ แต่ระยะเวลาเดินทางสองปีมานี้ ทุกคนต่างก็มีพัฒนาการทั้งนั้น จริงอยู่ว่าทั้งตัวเขาและสองหนุ่มติดอันดับท๊อป100 แต่ว่าถ้าอย่างนั้น ทำไมมีแค่สองคนนั้นที่หายตัวไป แล้วเขาล่ะ?

 

“ท่านครับ”

ทเวนส่งเสียงเรียกก่อนที่ผบ.โบนส์จะเดินออกจากห้องไป นายทหารสูงวัยหันมามองเขาด้วยหางตาแล้วกล่าวถาม

 

“มีอะไรเจ้าหนู”

 

“สองคนในรายชื่อเหล่านั้นเป็นเพื่อนของผม ขออนุญาตให้ผมได้ออกไปตามหาพวกเขาด้วยเถอะครับ”

 

“หึ เด็กใหม่ที่ผ่านการฝึกฝนแค่ในโลกจำลองจะไปทำอะไรได้ ออกไปก็มีแต่จะเป็นภาระ แต่เอาเถอะ ระหว่างที่อยู่ในเมืองก็สอดส่ายตามองหา เพื่อนๆที่หายตัวไปของตัวเองซะ หากพบเจอแล้วมาแจ้งจะมีรางวัลพิเศษให้”

 

ผบ.โบนส์พูดจบก็เดินจากไป ท่ามกลางเสียงขานรับดังก้อง หัวใจของทเวนหนักอึ้งด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรักทั้งสอง ร่วมสองปีที่พวกเขาเป็นเพื่อนกันมา ทั้งเซวิลและโซระก็ดูปกติธรรมดาแท้ๆ หรือเขาพลาดอะไรไป หรือเขาเชื่อใจสองคนนั้นมากเกินไป

 

“ถ้าพวกนายมีเรื่องปิดบังจริง ฉันก็คงโทษพวกนายไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉันเองก็ปิดบังเรื่องการเป็นสายข่าวให้กองทัพมาโดยตลอด ทั้งสายข่าวของกองทัพ ทั้งสายข่าวของ...

 

“ผู้เข้ารับการทดสอบ เดินเรียงแถวออกไปยังลานทดสอบได้!

เสียงครูฝึกนายหนึ่งดังก้อง กลบเสียงพึมพำของทเวนไปจนหมดสิ้น

 

ค่ำคืนย่างกรายมาถึง มืดมิดยาวนาน ผม โซระ และนิมพ์ รีบเร่งเดินทาง เพื่อไปให้ถึงฐานที่มั่นในแบล็กพิตต์ให้เร็วที่สุด ป่านนี้คงมีคนออกตามหาพวกเราไปทั่วเซคันด์เอิร์ธแล้วแน่ๆ ทั้งพวกรัฐบาลโลก และพวกของไกเซอร์ ลาซาลัส

 

“มีอะไรเหรอนิมพ์”

ในความมืดยามค่ำคืน พวกเราออกเดินทางโดยอาศัยความมืดอำพรางตัว การเดินทางท่ามกลางความมืดนั้นค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศัตรู ในชีวิตจริง เราสังหารพวกมันพร่ำเพรื่อเหมือนตอนอยู่ในดิกาแล็กเซียไม่ได้ จึงต้องคอยหลบหลีกให้พ้น และยังต้องซ่อนตัวจากอุปกรณ์ตรวจจับของรัฐบาลโลกอีกด้วย

 

“ข้างหน้ามีความเคลื่อนไหว กำลังมุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง”

จีนอยด์สาวตอบเสียงเครียด ขณะที่ออกมายืนด้านหน้า เพื่อขวางผมกับโซระ จากผู้มาเยือนในความมืด

 

“นิมพ์”

เสียงเรียกจากผู้มาเยือนดังขึ้น ในขณะที่พวกเขาหยุดเคลื่อนไหวห่างจากพวกเราไปพอสมควร ผมพอมองเห็นได้ลางๆ ว่ามีมอนสเตอร์ตัวใหญ่สองตัวอยู่ตรงนั้น และบนหลังของมันมีคนนนั่งอยู่

 

“นายน้อยเซเฟอร์?”

จีนอยด์สาวถามขึ้นเสียงเบา

 

“มาเถอะผมเอง พ่อกับแม่ให้ออกมารับ ดูเหมือนพวกไกเซอร์ ลาซาลัสจะหาพิกัดพวกเราเจอแล้วล่ะ ตอนนี้ทางเรากำลังติดต่อรัฐบาลโลกอยู่ อยากรู้เหมือนกันว่าพวกรัฐบาลโลกจะอยู่ข้างไหน”

 

“แล้วอีกคนนั่นคือ..”

แม้นิมพ์จะออกปากถาม แต่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ขี่มอนสเตอร์อีกตัวมานั้นคือใคร

 

“ฉันเอง มาเร็ว อยากคุยอะไรไว่ค่อยคุยตอนอยู่ที่ฐาน”

 

“เนนีร่า!

 

“ไงเซวิล”

ผมอุทานชื่อเธอออกมาเมื่อได้ยินเสียง หญิงสาวชาวเซคันด์เอิร์ธจึงออกปากทักทาย

 

“ได้มอนสเตอร์ไรเดอร์มาช่วย ก็ช่วยระยะเวลาการเดินทางได้มากทีเดียว”

ผมปีนขึ้นนั่งบนหลังเจ้าแบล็กไนท์ ซึ่งเซเฟอร์เป็นคนขี่ ส่วนโซระปีนขึ้นมอนสเตอร์อีกตัวของเนนีร่า

 

“นิมพ์ เธอจะเดินไปเหรอ?”

ผมถาม เพราะดูเหมือนเธอจะไม่ยอมปีนขึ้นมานั่งบนหลังมอนสเตอร์ของใครเลย

 

“นายน้อยเซวิล ได้โปรดอย่าดูถูกพละกำลังและฝีเท้าของนิมพ์ จะแข่งกันก็ได้นะ ว่าใครจะไปถึงฐานก่อนกัน”

 

“น่าสนุกนี่ งั้นมาแข่งกัน ไปเลยแบล็กไนท์!

เซเฟอร์ออกคำสั่ง เจ้าแบล็กไนท์ก็ทะยานไปด้านหน้าราวกับลูกกระสุน ฝีเท้าของมันรวดเร็วเสียจน ผมเกือนจะเสียหลักตกจากหลังของมันตอนออกตัว เนนีร่าบังคับมอนสเตอร์ของเธอตามมาติดๆ และนิมพ์ เธอตามฝีเท้าของมอนสเตอร์คลาสซี ที่มีความปราวเปรียวสูงทันได้อย่างสบายๆ

 

“ไงพี่ชาย”

เซเฟอร์หันมาทักทายผม แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน แต่ผมก็เห็นได้อย่างชัดเจน โครงหน้า ดวงตา จมูก ปาก คิ้ว ใกล้กันเพียงเท่านี้ ราวกับว่าผมกำลังส่องกระจกอยู่ กระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าของผม ที่กำลังยิ้มร่าอย่างยินดี ผิดกับตัวผมเองที่กำลังตกตะลึง

 

“นาย... ฝาแฝดของผมเหรอ?”

 

“ใช่แล้ว ดีใจที่ได้เจอกันสักที ผมเซเฟอร์”

 

“ศ...ศวิล เรียกเซวิลก็ได้”

 

“เรียกพี่ชายได้ไหม?”

 

“ได้สิ ยินดีมากเลย”

ผมหัวเราะเบาๆแก้เก้อ ไม่คิดว่าการพบน้องชายฝาแฝดที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน มันจะให้ความรู้สึกกระดากอายได้ขนาดนี้ เซเฟอร์ยิ้มตาเป็นประกาย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

 

“รู้ไหม ผมคิดถึงช่วงเวลาที่จะได้เจอพี่มาตลอด อย่างจะได้เจอกันที่ไหน พี่จะเหมือนผมแค่ไหน จะแนะนำตัวยังไง จะอายจนพูดไม่ออกหรือเปล่า หรือพี่จะดีใจไหมที่เจอผม”

 

ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลม แบล็กไนท์เคลื่อนร่างวูบไหวอยู่ในความมืด ทะยานไปอย่างรวดเร็วราวกับชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี ผมกับเซเฟอร์พูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ทั้งที่กำลังมุ่งหน้าสู่อันตราย ทว่ากลับมีความรู้สึกอบอุ่น และมีความสุข ครอบครัวของผม หลังจากที่ต้องพลัดพราก ในที่สุดก็จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

 

“ถึงปากทางเข้าแล้ว!

เนนีร่าส่งเสียงเตือน ในที่สุด ผมก็ได้กลับมาเยือนขุมนรกอันตราย ที่เต็มไปด้วยมอนเตอร์โหดคลาสซี จนถึงคลาสเอส อย่าง ‘แบล็กพิตต์’ อีกครั้ง เสียงของการต่อสู้ดังแว่วมาให้ได้ยิน พวกเราต่างนิ่งงัน เงี่ยฟังเสียงนั้นอย่างตั้งใจ มีใครมาที่นี่อีกนอกจากพวกเรา

 

“พวกนั้นเปิดตัวแล้ว ท่าทางหมอนั่นคงอาการทรุด จนรอต่อไปไม่ไหวแล้วสินะ”

เนนีร่าพูดกับนิมพ์เสียงเบา หมอนั่นที่เธอหมายถึง คงจะเป็นไกเซอร์ ลาซาลัส อะไรคืออาการทรุดจนรอต่อไปไม่ไหวกันนะ

 

“เข้าไปเลย ทางนั้นดึงความสนใจมอนสเตอร์ไปหมดแล้ว ทางเราคงเดินทางได้สะดวก”

นิมพ์บอก ทุกคนพยักหน้า บังคับมอนสเตอร์มุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางแบล็กพิตต์ ที่ตั้งฐานลับของกลุ่มคน ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำเรื่องผิดต่อศีลธรรมจรรยาบรรณของนักวิทยาศาสตร์ และในฐานะมนุษย์อย่างใหญ่หลวง พวกที่หนีหายไปพร้อมกับวัคซีน และตัวอย่างทดลองกว่าร้อยชีวิต จนถูกตราหน้าว่าเป็น ‘กบฏ’ ในภายหลัง พวกเขาต้องหลบซ่อนตัวเอง จากทั้งไกเซอร์ ลาซาลัส รัฐบาลโลก และแม้แต่ชาวเผ่าต่างๆบนเซคันด์เอิร์ธเองก็ตาม

 

ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง เราก็เข้ามาถึงฐานลับของพวกเขา มีคนกลุ่มหนึ่งออกมายืนรอรับ ที่น่าแปลกใจกว่านั้นก็คือ ไม่ใช่พวกผมเพียงกลุ่มเดียว ที่ถูกพาตัวกลับมายังฐานลับ ยังมีคนอื่นๆ ทั้งประชากรหน้าใหม่แบบผม และชาวพื้นเมืองที่ดูมาอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

 

กลุ่มของผมถูกนำเข้าไปภายในฐานซึ่งอยู่ใต้ดิน ตรงเข้าไปยังส่วนลึกที่ผู้คนมาใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ในห้องๆหนึ่งมีคนรอคอยพวกเราอยู่สี่คน

 

“ศวิล”

หญิงวันกลางคนอุทานออกมาเป็นคนแรก เธอโผเข้ามากอดผมเอาไว้แนบแน่น พร้อมทั้งร้องไห้ออกมาเบาๆด้วยความยินดี

 

“ม...แม่ เหรอครับ?”

 

“จ้ะ แม่เอง ศวิล แม่เอง”

เธอกอดผมอยู่นานกว่าจะยอมปล่อย และผายมือไปทางชสยร่างสูงผอม ที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล

 

“ไง ลูกโตขึ้นเยอะเลยนะ”

นั่นพ่อของผม ผมเดินเข้าไปสวมกอดเขาอย่างไม่ลังเล แม้จะรู้สึกเขินอยู่ลึกๆก็เถอะ พอผละจากพ่อ ก็ยังมีคนอีกสองคนยืนรอผมอยู่ ผมคุ้นหน้าพวกเขาอยู่โดยเฉพาะเธอ

 

“ทาราลัน”

เธอยิ้มให้ผมแล้วตรงเข้ามาสวมกอด

 

“อะไรกัน นายรู้จักสาวจากเผ่าชานเดร่าด้วยเหรอ?”

โซระอุทานด้วยความตื่นเต้น

 

“สวัสดีค่ะ โซระ”

ดูเหมือนซามูไรหนุ่มจะตกใจจนเอ๋อไปแล้ว เมื่ออยู่ดีๆทาราลันก็เรียกชื่อ ทั้งที่เขายังไม่ได้แนะนำตัว

 

“รู้จักผมด้วยเหรอ?!

 

“ค่ะ ฉันตามดูพวกคุณอยู่นี่นา”

 

“เอาล่ะๆ เราไม่มีเวลาสำหรับเรื่องพวกนี้มากนักนะ ที่นี่คงได้รับแจ้งแล้วใช่ไหมล่ะ เรื่องการมาของกองกำลังปริศนา ที่กำลังปะทะกับฝูงมอนสเตอร์ตรงทางเข้าสู่แบล็กพิตต์น่ะ”

 

เนนีร่าขัดจังหวะ ทุกคนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

 

“เป็นพวกไหน”

 

“กรั้นจ์”

พ่อของผมตอบเสียงเครียด สีหน้าทุกคนมืดครึ้มลง ยกเว้นผมกับโซระ ที่ยังไม่รู้ว่ากรั้นจ์เป็นใคร

 

“มือดีที่สุดของเจ้านั่นมาเอง คงรู้แน่ชัดเรื่องที่พวกเราอยู่ที่นี่แล้วแน่ๆ”

พ่อเลี้ยงของทาราลันพูดขึ้น

 

“ใกล้แล้วสินะ... รวบรวมพวกเด็กๆมาครบแล้วหรือยัง”

 

“ใกล้แล้ว ก่อนหน้าที่พวกเธอจะกลับมา ก็มีมาสบทบอีกหลายคน”

 

“ให้พวกเขาไปพักผ่อนก่อน อีกสองสามชั่วโมงเราจะเรียกประชุมทุกคน ศวิล แม่ดีใจนะที่ได้พบลูก ได้กอดลูกจริงๆเสียที”

 

“ครับ”

ผม โซระ และทาราลันออกมาจากห้องนั้น เธอพาพวกเรามายังห้องพักที่ว่างอยู่ห้องหนึ่ง ในห้องมีเตียงทหารแบบสองชั้นอยู่ มีห้องน้ำในตัว

 

“อาบน้ำก่อนนะ เสร็จแล้วจะพาไปทานข้าว”

ทาราลันบอก ขณะผายมือเชิญให้ผมกับโซระเดินเข้าไปในห้องนั้น

 

“ห้องของฉันอยู่ห้องถัดไปนี่แหละ ทำธุระเสร็จแล้วก็มาเรียกได้เลย”

 

“ขอบใจนะ”

หลังจากทาราลันไปแล้ว โซระก็เดินไปนั่งลงบนเตียงแล้วถอนหายใจออกมา

 

“จากนี้จะเป็นยังไงนะ นายเห็นการต่อสู้ที่นอกแบล็กพิตต์นั่นใช่ไหม คนแบบไหนที่กำลังเข้ามาล่าสังหารเรานะ”

สีหน้าของเขาเป็นกังวล ผมเองก็กังวล มือดีของไกเซอร์ ลาซาลัส จะต้องไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆแน่ อีกอย่างอาวุธที่พวกเขาใช้ล้วนมีอานุภาพสูง ต่อสู้เสียงดังเอิกเกริก ราวกับจะข่มขวัญและประกาศการมาถึงของตัวเอง

 

“นายกลัวไหม?”

ผมถามขึ้น โซระหันมามองด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย

 

“แล้วนายล่ะ?”

 

“กลัวสิ”

ผมยอมรับ ความตายนั้น พวกเราเคยเผชิญมานับครั้งไม่ถ้วนในดิกาแล็กเซีย ตายแล้วก็เกิดใหม่ซ้ำไปซ้ำมา แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนี้ เราตายกันได้แค่ครั้งเดียว ตายแล้วก็ไม่สามรถกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก จะไม่ได้กอดคนที่อยากกอดอีกตลอดไป จะไม่ได้พูดคุย จะไม้ได้เห็นหน้ากันอีกตลอดไป ทั้งๆที่เพิ่งจะได้เจอกัน เพิ่งจะได้รับรู้ถึงไออุ่นจากอ้อมกอด และน้ำเสียงเหล่านั้น...

 

“ถ้าหมอนั่นอยู่ด้วยก็คงจะดี”

โซระพูดและยิ้มอย่างเข้าใจ ใช่แล้ว สำหรับตัวผมในตอนนี้ที่มีครอบครัวอยู่พร้อมหน้า มีโซระซึ่งเป็นเพื่อนรัก จะขาดก็แค่ทเวน ไม่อย่างนั้นก็คงเรียกได้ว่าพร้อมหน้ากันอย่างแท้จริงๆ แต่การที่เขาไม่อยู่ตรงนี้อาจจะดีกว่าก็ได้ ไม่ต้องมาเสี่ยงอันตราย และยังเก็บเรื่องราวของพวกเราเอาไว้ในความทรงจำให้ด้วย

 

 

 เอาจริง ๆ แล้วลูกแมวขาวดำไม่พูดคุยกับทุกคนเสียนานเลยนะคะ เพราะว่าด้วยนิสัยแหละ ไม่ใช่พวกช่างจ้อ อาจเพราะจริง ๆ แล้วเวลาอยู่กับเพื่อนพูดไม่เคยจะทันนั่นแหละ ก็เลยเป็นคนไม่ค่อยคุยเท่าไร ถ้าให้รับฟังก็ได้อยู่นะ เพราะในกลุ่มพวกพูดอ่ะเยอะ พวกฟังอ่ะไม่ค่อยมี ฮาาา แล้วก็ไม่ใช่ประเภทชอบเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ใครฟัง ดังนั้นอาจดูเป็นนักเขียนผู้เงียบขรึม? (มั้ง) ถึงอย่างนั้นเรื่องที่จะทิ้งให้ทุนคนต้องรอเก้อนั้นไม่มีแน่นอน 

อาจมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับลูกแมวขาวดำหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ฝ่าฟันมาได้แล้วล่ะค่ะ ถึงจะไม่ได้ดีเยี่ยมอะไร แต่ก็ฟื้นฟูความรู้สึกและกำลังใจมาได้ในที่สุด เซ้นส์ในการเขียนนิยายก็ดูเหมือนจะค่อย ๆ กลับคืนมาด้วย (แล้วมันหายไปไหนหว่า?) หลังจบจากกาแล็กเซียแล้วอาจจะต้องรอนานหน่อย แต่ก็กำลังเขียนเรื่องใหม่อยู่ค่ะ ตอนนี้ไม่มีสำนักพิมพ์ซัพพอร์ตแล้ว เลยคิดว่าจะเอายังไงดี ยังรักที่จะแต่งนิยายละนะ เลยคิดว่าถ้าทำอีบุ๊คจะรุ่งไหม แต่ทั้งนี้ก็คงต้องแต่งให้จบเรื่องก่อนละเนอะ ^^

 ต้องขอบคุณที่เฝ้ารอ ติดตาม และให้กำลังใจค่ะ ขอบคุณมากๆ จากหัวใจ 


                                                                                           ลูกแมวขาวดำ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #474 qxlotus (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 10:11
    รักนะคับพี่ลูกแมวขาวดำ ตามผลงานพี่ตลอดเป็นแฟนคลับพี่นะ สู้ ๆ / ชูป้ายไฟ
    #474
    0
  2. #420 piwut (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 19:51
    คุณลูกแมว ผู้เงียบขรึม (จริงเหรอ)

    เป็นกำลังใจช่วยครับ สู้ สู้
    จำเรื่องราว เสียงหัวเราะ และ ร้องไห้ ของคุณลูกแมวได้ดี
    เวลาผ่านไปเร็ว
    ตอนนี้ เมื่อรักปักใจ คิดที่จะเขียนนิยายแล้ว ก็อย่ากลัว
    เดินทาง ก้าวสู่ความฝันเลยครับ

    คุณยังมีเพื่อนๆ ..... และนักอ่าน ที่รอคอยเคียงข้างอยู่นะครับ

    CHEERS
    #420
    0
  3. #419 Biscuit-big (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 17:19
    ขอบคุณที่เขียนนิยายสนุกๆให้อ่านครับ
    #419
    0
  4. #418 คิคุโญะจัง (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 15:17
    เป็นกำลังใจให้คพ
    #418
    0
  5. #416 my-kimberly (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 09:07
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ทำเป็นอีบุ๊คก็ดีค่ะ ซื้อง่าย ครบเล่ม
    สู้ๆนะคะแบบเงียบๆก็ได้
    #416
    0
  6. #412 xzerox2 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 20:55
    อีกเรื่อง จบแค่ตอนล่าสุดใช่ไหมครับเพราะสำนักพิมพ์ไม่ช่วยในการตีพิมพ์แล้วใช่ป่ะครับ แต่ผมจะสนับสนุนต่อไปครับ ทำ E-BOOK ก็ขายออกครับเชื่อผม เรื่องนี้สนุกมากมีปมเยอะ สู้ๆครับ
    #412
    0
  7. #406 lady-zeara (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:59
    ชอบทุกเรื่องเลยนะคะ ตั้งแต่ชางหลง มา เซวิล และจะอ่านต่อไปเรื่อยๆค่ะ แล้วก้อยากให้เจอทเวนเร็วๆด้วยอ่ะ
    #406
    0
  8. #405 kimurakung (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:29
    สู้ๆคับคุณลูกแมว
    #405
    0
  9. #401 IzabellaZ-izzi (ศรีนรา) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:32
    เราติดตามคุณลูกแมวมานานมานะ ตั้งแต่ปีห้าหนึ่งห้าสองไหมที่เริ่มเขียนชางหล อ่านตอนกลางคืนเวลาทำงานดึกๆ เงียบๆเพื่อนชอบทักว่ามันอ่านนิยายอีกแล้ว มันว่านิยายตลกหรอ เราก้บอกว่าเปล่าแค่สนุกและมีอารมณ์ร่วมไง จนชางหลงมีแฟนจบไปแบบไม่อยากให้จบ เราก้มาติดอยุ่ในห้วงอวกาศกับกาแลกเซียอีก เราชอบนิยายคุณลูกแมวนะ ที่ผ่านมาเราไม่รุ้ว่าคุณลูกแมวหายไปไหน แต่หายไปนานมาก เพจก้เงียบๆ เราเลยรอเงียบๆด้วย แต่ตอนนี้กลับมาแล้ว เราก้กลับมาตามติดต่อเช่นกัน เป็นกำลังใจให้นะคะ ปล.สนพ.ไส่สัญญาหรืออะไรเราไม่รุ้ แต่ถ้าทำอีบุ้คเราขอเสนอว่าเปิแจองเล่มด้วยได้ไหมคะ เราอยากได้เล่มและไม่มีอีบุ้คค่ะ
    #401
    1
    • #401-1 NoRse(จากตอนที่ 54)
      6 มิถุนายน 2559 / 15:07
      ขอบคุณนะคะ รู้สึกอบอุ่นจริงๆเลย :)
      #401-1
  10. #400 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 22:15
    รอไรท์อยู่เสมอนะ!
    #400
    0
  11. #399 MiNuSR00T (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 19:27
    ผมสนับสนุน เรื่องการทำ E book นะ ขายได้ทั่วถึง ถ้าไรท์เตอร์ออกครบ ผมซื้อแน่นอนคับ
    เป็นกำลังให้คับ นิยายสนุกมากเลย
    #399
    0