THE GALAXIA

ตอนที่ 38 : Superior gene

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 พ.ค. 59



 

 

พ่อของทาราลันหันกลับมามองผม แทบจะเรียกได้ว่าสะบัดหน้ามาอย่างแรง เขาจ้องมองดูผมด้วยความตื่นตะลึง และค่อยๆเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ดวงตาเพ่งพิจารณาใบหน้าผมอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน

 

“นี่เหรอลูกชายของจูดิธกับอลัน พวกนั้นซ่อนเธอไว้ได้ดีทีเดียวนะ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครหาเจอ จนกระทั่งเธอแสดงตัวออกมาเองในวันนี้ละนะ”

ชายคนนั้นพูดอย่างเคร่งขรึม

 

“จูดิธ อลัน นั่นชื่อพ่อกับแม่ผมอย่างนั้นเหรอครับ?”

 

“ใช่ ทั้งสองเอาพวกเธอไปซ่อนแล้วหายสาบสูญไป พวกเราเอง พวกเราทุกคนที่ร่วมโครงการวิจัย ต่างช่วยเด็กมารกทุกคนเท่าที่จะช่วยได้ นำไปซ่อนเปลี่ยนชื่อ ปกปิดสถานะ แต่ไม่อยากเชื่อว่าทั้งสองคนนั้นจะพาเธอไปซ่อนถึงโลกสี่น้ำเงินอันห่างไกล และใกล้จะล่มสลายแบบนั้น”

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมพ่อกับแม่จะต้องซ่อนผมด้วย ทั้งเนนีร่า ทั้งคุณด้วย มันหมายความว่ายังไงกัน!!

ตอนนี้ในหัวของผมมีแต่คำถาม มันเกิดอะไรขึ้นกับผม กับพ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน และงานวิจัยของพวกเขากันแน่

 

“คุณเป็นหนึ่งในนักวิจัย?”

เขาไม่ตอบ แต่ผมจำได้เขาเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่มีรูปติดอยู่บนฝาผนังกระท่อมโทรม ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ฐานวิจัยลับใต้ดินนั้น

 

“ทาราลันเองก็มีความลับเหมือนกันกับผมใช่ไหม?”

ผมถามขึ้นอีก พรานสาวดูจะตกใจกับคำถามนี้ ในขณะที่ชายผู้ที่เธอเรียกว่าพ่อยังคงไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมา

 

“ผมเป็นหนึ่งในเด็กทารกที่ถูกนำไปทดลองใช่ไหม?”

ความโกรธ ความสับสนครอบงำจิตใจผม ทำไมพ่อกับแม่ถึงได้นำผมเข้าร่วมโครงการทดลอง ทั้งที่พวกเขาควรจะดูแลปกป้องผม ควรจะรักผม ไม่ใช่เอาผมไปทดลองราวกับสัตว์แบบนั้น

 

“พ่อคะ หนูเองก็...”

ทาราลันพูดขึ้นทั้งน้ำตา

 

“ขอโทษนะ ฉันบอกอะไรเธอไม่ได้หรอก โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกเขียนและบันทึกโดยพวกนั้นละก็ ถ้าอยากรู้อะไร ให้มาหาฉันด้วยตัวเธอเองจะดีกว่า”

ชายคนนั้นพูดอย่างหนักแน่น แน่นนอนว่าการมาพบเขาในรูปแบบของข้อมูลนั้น มีความเสี่ยงมากที่ข้อมูลจะรั่วไหล และอาจทำให้ตัวเขา ตัวผม รวมถึงทาราลันเป็นอันตรายได้

 

“ข...ขอโทษครับ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย”

 

“ช่างเถอะ ยังไงก็มาแล้ว ทางที่ดีเธอควรรีบกลับออกไป และพยายามหาทางลบข้อมูลเกี่ยวกับฉันไปให้หมดซะ ส่วนลูกทาราลัน ลูกควรจับตาดูเขาอย่างที่จอมพรานหญิงสั่ง ไม่ควรพาเขามาหาพ่อที่นี่”

 

“แต่หนูเอง ก็อยากถามพ่อ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ที่หนูถูกคนในเผ่าเหยียดหยาม เพราะร่างกายที่เล็กกว่าแบบนี้ ให้เก่งยังไงหนูก็ไม่มันได้เป็นจอมพราน นั่นเพราะหนูเองก็ถูกทดลองด้วยใช่ไหมคะ”

ทาราลันรีบเดินตามไป พยายามเค้นความจริงจากปากพ่อของเธอ

 

“ทาราลัน ไม่ว่าเมื่อก่อนจะเป็นยังไงมันก็ไม่สำคัญหรอกลูก เพราะวันนี้ลูกคือลูกสาวของพ่อ และถึงแม้ลูกจะไม่อาจขึ้นถึงตำแหน่งจอมพรานหญิงได้ แต่ก็ไม่มีจองพรานหญิงคนไหนเก่งเกินไปกว่าลูกของพ่อแน่นอน ตอนนี้พาเขาออกไปซะ และเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ รอวันที่เจ้าเด็กนี่จะมาถึงเซคันด์เอิร์ธ วันนั้นพ่อจะเล่าทุกอย่างที่พ่อรู้ให้ฟัง”

เขาลูบผมลูกสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทาราลันเช็ดน้ำตาแล้วหันมามองหน้าผม

 

“ขอโทษนะที่มันเป็นแบบนี้ ดูท่าการเข้ามาที่นี่จะทำให้เธอเสียเที่ยวซะแล้ว”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ ผมเองก็กลัวว่าถ้าเข้ามานานเกินไป เพื่อนๆจะผิดสังเกตเอาได้”

ผมยิ้มให้เธอ เพราะรู้ว่าสภาพจิตใจเธอเองก็คงย่ำแย่พอๆกับผม ผมจะต้องเข้มแข็งเพื่อประคองความรู้สึกเธอเอาไว้

 

ผมต้องหลับตาลงอีกครั้ง และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ระหว่างที่ทาราลันพาผมในรูปแบบข้อมูลในคอมเจ็นของเธอ เดินทางออกมาจากแบล็กพิท แต่ในที่สุดเราก็ได้ออกมายืนอยู่หน้าแบล็กพิท ท่าทางของทาราลันยังคงดูเศร้า ในใจของเธอเองก็ยังคงมีเรื่องราวมากมายสับสนอยู่ภายใน และหาคำตอบให้กับมันไม่ได้เช่นเดียวกับผม

 

“นี่ เธอจะกลับไปเวิลด์แลนด์ซิตี้ด้วยกันไหม ยังไงซะเธอก็ต้องคอยจับตาดูผมนี่นา”

ผมถามเธอยิ้มๆ

 

“เอ่อ เรื่องนั้นฉันก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอก”

พรานสาวพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด

 

“ไม่เป็นไรหรอก ผมรู้นะว่าเธอคงอยากได้การยอมรับจากจอมพรานหญิงและคนในเผ่า”

 

“ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ แต่ดูท่าว่าเรื่องนี้มันจะไม่ใช่แค่เธอแล้วที่ต้องระวัง ฉันรับรองว่าจะเก็บความลับของเธอ แต่ฉันต้องรักษาระยะห่างกับพวกมนุษย์ อย่างที่ชาวชานเดร่าทำกัน แต่ฉันก็ยังต้องจับตาดูเธออยู่ พอพวกเรากลับไปฉันจะกลายเป็นนักซุ่มอย่างเดิม แต่เธอรู้ไว้ได้เลย ว่าฉันจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอเสมอ”

ผมยิ้มกับคำพูดของเธอ ด้วยวิถีชีวิตและหน้าที่ของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถแสดงความเป็นเพื่อนกับผมอย่างเปิดเผยได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันนี่นา

 

“จริงสิ เธอมีคอมเจ็นนี่นา เราบันทึกรหัสติดต่อกันได้ไหม?”

 

“ได้สิ แต่ต้องเป็นคอมเจ็นส่วนตัวของเธอนะ ไม่ใช่ของที่ตรวจสอบได้อย่างในดิกาแล็กเซียนะ เอาล่ะไปกันเถอะฉันจะพาเธอไปส่งที่ปลอดภัยกว่านี้แล้วจะหายตัวไป”

เธอพูดแล้วออกเดินนำไป ผมเดินตามรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย ที่จะเป็นได้เพียงฝ่ายถูกเฝ้ามอง แต่ก็จริงอย่างที่เธอบอก ความลับที่เรารู้ และอาจจะรู้ในอนาคต บางทีอาจรวมถึงตัวเราด้วย อาจจะทำให้เราตกอยู่ในอันตรายอันใหญ่หลวง รวมไปถึงคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ทั้งพ่อแม่ของผม พ่อของทาราลัน และอาจรวมถึงนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

 

ผมเดินตามเธอไป ถึงเวลาต้องกลับไปทำตัวเป็นนักสำรวจหน้าใหม่ใสซื่อ ที่ต้องทำมิชั่นเพื่อเก็บคะแนน ไว้คัดเลือกเข้าสู่หน่วยงานที่ต้องการเข้าร่วมในอนาคต

 

“เธอว่านอกจากจอมพรานหญิงแล้ว ยังมีใครสนใจในตัวผมอีกไหม?”

ผมถามทาราลันขณะที่เราเดินทาง ความเร็วของผมสามารถตามเธอได้ทันแล้วตอนนี้ และมันก็ทำให้ผมรู้สึกสนุกมาก ที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้เร็วขนาดนี้ด้วยกำลังของตัวเอง แต่ผมคงไม่สามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้

 

“ก็แน่นอนอยู่แล้วนี่ คนที่สั่งให้สร้างพวกเราขึ้นมา ไกเซอร์ ลาซาลัสไง”

ไกเซอร์ ลาซาลัส ผู้ชายเผือกคนนั้นต้องการอะไรจากผม เขาคิดว่าผมจะมีเบาะแสพาไปถึงตัวพ่อกับแม่ ที่มีผลงานวิจัยอยู่ในมือสินะ ผลงานวิจัย... หรือว่ายานั่น ยาที่เราเห็นในฝันร้ายตอนนั้น คือสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ตามหา

 

“นี่ อย่าลืมสลับโหมดด้วยล่ะ ไม่แน่บางทีเพื่อนของเธออาจพยายามติดต่อมาก็ได้ ถ้าหากเขาติดต่อมาแล้วพบว่าไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณได้ อาจจะเจอเรื่องลำบากใจเอาทีหลังได้นะ”

ทาราลันเตือน ผมเองก็ลืมไปเลยว่าตัวเองยังใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์อยู่

 

“จริงสินะ แต่ว่าเหตุการณ์ที่เราเข้าไปในแบล็กพิทนั่นน่ะ จะถูกบันทึกเข้าฐานข้อมูลของดิกาแล็กเซียหรือเปล่านะ”

แม้จะกลัวว่าทเวนจะสงสัยและถามไม่ยอมหยุด หากไม่สามารถติดต่อผมได้ แต่ผมก็ยังกังวลใจว่าข้อมูลการพบเจอทั้งหมดที่เกิดขึ้นแบล็กพิทจะรั่วไหลไปถึงไกเซอร์ ลาซาลัสด้วย แบบนั้นเขาจะรู้ตัวจริงของผมกับทาราลัน และที่ซ่อนตัวของพ่อทาราลันด้วย

 

“ฉันคิดว่าเนนีร่าคงช่วยเรื่องนี้ได้ เพราะยังไงทั้งหมดก็ถูกบันทึกลงในเนนีร่าเซิฟเวอร์อยู่แล้ว เธอคงช่วยปรับแต่ข้อมูลเพื่อบันทึกแทนที่ช่วงเวลาที่หายไป ตอนที่เธอใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์ได้”

 

“ไหนเธอว่าเนนีร่าเป็นแม่มด”

 

“ก็ใช่ แต่ไม่ได้บอกว่าเธอจะไม่เก่งเทคโนโลยีนี่”

ทาราลันยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็จริงทีเดียว เพราะตอนแรกที่ผมเห็นเนนีร่า เธอดูไม่เหมือนแม่มดวูดูเลยสักนิด แถมยังขี่ไซเคิลอีกต่างหาก

 

ผมใช้เวลาเดินทางกลับไปยังเวิลด์แลนด์ซิตี้อีกสองสามวัน ระหว่างเดินทางก็ยังคงฝึกการใช้อาวุธและการต่อสู้ไปด้วย ในที่สุด เมื่อเห็นตัวเมืองอยู่ไกลๆ ทาราลันก็ขอแยกจากไป ผมรีบกลับเข้าเมืองเพื่อไปส่งมิชชั่นที่มิชชั่นโพรเสส และตอนนั้นเองทเวนก็ติดต่อเข้ามาหา

 

“ไง ขอโทษทีนะไม่ได้ติดต่อมาซะนาน ฉันคิดว่าฉันอกหักแล้วล่ะ”

น้ำเสียงของทเวนดูเศร้ามากเมื่อพูด

 

“อะไรนะ ฉันคิดว่าพวกนายจะไปกันด้วยดีซะอีก เห็นเงียบหายไปนานขนาดนั้น”

ผมถามขึ้นด้วยความตกใจ เพราะครั้งล่าสุดเห็นท่าทางทเวนดูมีความหวังกับการจีบสาวคนนี้มาก

 

“เฮอะ ทีแรกฉันก็คิดอย่างนั้นแหละ แต่กลายเป็นว่าเธอก็แค่เป็นคนอัธยาศัยดี พยายามรักษาน้ำใจ รักษาหน้าฉันเวลาอยู่กับเพื่อนๆของเธอ ความจริงคือเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เลยไม่เคยชายตาแล และคิดกับฉันแต่เพื่อนเท่านั้นเอง แต่ช่างเถอะ ผู้หญิงในโลกนี้ไม่ได้มีคนเดียสักหน่อย ว่าแต่นายอยู่ไหนน่ะ ทำมิชชั่นเสร็จไปกี่อันละ”

 

“เอ่อ... ผมยังไม่ได้ส่งมิชชั่นไวด์เดอร์นั่นเลย”

 

“อะไรกัน นี่มันผ่านมาหลายวันแล้วนะ คนอื่นๆน่าจะไปทำมิชชั่นอื่นกันหมดแล้ว นายมัวโอ้เอ้อะไรกันแน่ ทั้งที่มิชชั่นนั้นนายทำเสร็จก่อนฉันซะอีกนะ”

 

“ผมอยากฝึกฝนตัวเองสักหน่อยก่อนรับมิชชั่นต่อไป ไม่มีใครรับประกันนี่ว่ามันจะไม่โหดหิน จากที่เราเจอกันมาผมว่าเรายังไม่พร้อมกับเซคันด์เอิร์ธอย่างแรง”

 

“มันก็จริงนะ แต่มิชชั่นพวกนั้นก็เป็นการฝึกฝนเราไปในตัวอยู่แล้วนี่ ทำไปตามสเต็ปที่เขาวางให้เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเองนั่นแหละ”

 

“นายคิดอย่างนั้นจริงๆน่ะ?”

คำถามนี้ทำให้ทเวนเงียบไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“ฮ่าๆๆๆ ไม่คิดเลย จริงอยู่ที่มิชชั่นพวกนั้นช่วยฝึกเรา แต่บางทีซ้ำๆเกินไปมันก็น่าเบื่อนะ”

 

“หึๆๆ เห็นไหม นายเองยังคิดแบบนั้นเลย บางครั้งบางทีเราก็อยากกลายร่างเป็นนักสำรวจ เดินเล่นชมวิว ดื่มด่ำกับธรรมชาติของที่นี่บ้าง”

 

“ไหนเมื่อกี้บอกว่าฝึกฝนตนเอง ที่แท้ก็อู้นี่นา”

ทเวนแซว

 

“ฮ่าๆๆๆ ก็ที่นี่มันสวยนี่นา ไม่เหมือนโลกที่เราเพิ่งจากมาสักนิดเดียว”

 

“อ๋อ! รู้แล้ว พอฉันไม่อยู่นายก็ไม่มีกะจิตกะใจทำมิชชั่นใช่ไหมล่ะ แหมๆคิดถึงกันขนาดนี้ก็ไม่บอก รีบๆกลับมาล่ะ ฉันจะรออยู่ที่มิชชั่นโพรเสส”

 

“อ้าวนี่ ตัดการเชื่อมต่อไปซะละ”

ผมรีบเดินทางกลับไปยังเวิลด์แลนด์ซิตี้ จริงอย่างที่ทเวนบอกว่าคนอื่นๆคงทำมิชชั่นล่าเขาไวด์เดอร์นี่สำเร็จกันหมดแล้ว เผลอๆอาจจะทำมิชชั่นแซงไปสองสามมิชชั่นแล้วก็ได้ ยิ่งล้าหลังแบบนี้ก็อาจจะถูกสงสัยเอาได้ ความจริงตอนนี้ยอมรับเลยว่าผมค่อนข้างวิตกจริต หลังจากได้รู้เรื่องต่างๆมากมายเกี่ยวกับตัวผมเอง เรื่องที่ไม่เคยรู้ว่ามาก่อน มันทำให้ผมกลัวว่า ถ้าสิ่งที่ผมรู้รั่วไหลออกไปมันอาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับคนที่เกี่ยวข้องได้

 

ที่มิชชั่นโพรเสส ผมเจอกับทเวนซึ่งดูไม่มีทีท่าว่าจะสลดกับความรักที่ไม่สมหวังเลยสักนิด ไม่รู้ว่าปรับตัวเร็วหรือเพราะพบสาวคนใหม่ที่ถูกแล้วกันแน่

 

“เฮ่”

ผมเดินเข้าไปทักทเวน ที่กำลังชวนสาวน้อยน่ารักคนหนึ่งคุยอยู่

 

“อ้าวไง มาเร็วดีนี่”

เขาหันมาทักผมด้วยความแปลกใจ

 

“ก็ผมอยู่ไม่ไกลจากเมืองนี่นา เอ้อพวกนายคุยกันไปก่อนได้เลย ผมจะไปส่งมอบมิชชั่นก่อน”

ผมยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับตบไหล่ของทเวนสองป้าบ ก่อนจะเดินมารอคิวเพื่อส่งมิชชั่นและรับรางวัล หลังจากนั้นเราก็ออกมาข้างนอก ผมต้องไปรับมิชชั่นใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นมิชชั่นใหญ่ และมีระยะเวลาการทำที่ยาวนาน นั่นเพราะมันเป็นมิชชั่นเกี่ยวกับการตามหาก้อนหิน ใช่หินแร่ทั้งหลาย ซึ่งต้องไปรับกับกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานวิทยาศาสตร์ แผนกธรณีวิทยา

 

“นี่นายยังทำมิชชั่นนี้อยู่เหรอทเวน นึกว่าจะทำไปสี่ห้ามิชชั่นแล้วซะอีก”

 

“โห มิชชั่นมันไม่ได้ง่ายๆ หาก้อนแร่อะไรตั้งยี่สิบชนิด หาได้สองชนิดก็ง่อยละเหอะ!

ทเวนบ่น

 

“งั้นมิชชั่นนี้ของนายก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรสินะ”

 

“แหงล่ะ แต่มีนายมาทำมิชชั่นด้วยกันแบบนี้ คงสนุกขึ้นเยอะแหละ นายรู้ไหมสองที่แรกที่ฉันไปหาแร่น่ะ มีมอนสเตอร์คลาสดีอื้อเลย พวกมันฆ่าไม่ยากหรอก แต่จำนวนดันเยอะ เหมือนเป็นรังของพวกมันเลยล่ะ”

 

“เฮ่ๆ นี่มันเป็นมิชชั่นระดับทั่วไปไม่ใช่เหรอ ถึงกับให้ไปบุกรังมอนสเตอร์เก็บแร่นี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ ผมไม่มีคิดว่าพวกเราทุกคนจะมีทักษะการต่อสู้ดีเลิศกันขนาดนั้นนะ”

ผมหันไปมองทเวนด้วยความตกใจ นี่มันเพิ่งมิชชั่นที่สี่ตั้งแต่เริ่มต้นมา พวกเราทุกคนยังถือว่าเป็นมือใหม่กันทั้งนั้น ไม่มีทางที่จะไปบุกรังมอสเตอร์แล้วรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่ แม้ว่าจะรวมกลุ่มกันไปก็ตามทีเถอะ

 

“จริงสิ มิชชั่นนี้เขาให้แผนที่เหมืองแร่พื้นฐานมาด้วยนี่ ถ้าเอาขึ้นเทียบกับแผนที่ของเซคันด์เอิร์ธ เราก็จะรู้ว่าจะไปหาแร่ชนิดต่างๆได้ที่ไหนบ้างไม่ใช่เหรอ?”

 

“เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่ในแผนที่มันไม่ได้บอกนี่ว่า ที่ๆมีแร่อยู่เป็นรังของมอนสเตอร์”

ทเวนพ่นลมออกทางจมูกด้วยความเซ็ง

 

“นั่นสินะ งั้นเราจะเริ่มจากที่ไหนดีล่ะ?”

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าอันไหนยากง่ายกว่ากัน แต่ฉันเลือกจากที่มันใกล้กับเมืองมากที่สุดก่อนน่ะ”

 

“งั้นเหรอ นั่นก็เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ว่านายช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าที่ไหนเป็นรังของมอนสเตอร์บ้าง”

ทเวนพยักหน้า แล้วชี้ไปยังเหมืองสองสามแห่งบนแผนที่

 

“โอเค ผมจะทำสัญลักษณ์ไว้ว่ามันเป็นรังของมอนสเตอร์”

พูดจบผมก็วงแหล่งพบแร่ (ถึงจะเรียกว่าเหมืองในแผนที่ แต่จริงๆแล้วในหลายพื้นที่เป็นเพียงแค่แหล่งที่ค้นพบแร่ ซึ่งมีไม่มากพอจะลงทุนทำเหมืองได้) และใส่โน้ตไว้ว่ารังมอนสเตอร์

 

“ไปมาหลายที่นี่นา แต่ได้แร่กลับมาแค่สองก้อน”

ผมพูดเหน็บ ทำให้ทเวนถลึงตาใส่ผม

 

“นั่นขนาดฉันไปกับกลุ่มเพื่อนๆของโมนิกด้วยนะ ถ้ากับนายแค่สองคนละก็ อาจจะไม่ได้กลับมาสักก้อนก็ได้นะฉันว่า”

 

“ฮ่าๆๆ ไม่แน่หรอกน่า ว่าแต่เราจะเริ่มจากที่ไหนดีล่ะ?”

 

“มีสองที่นี้ไง ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองมาก แล้วก็ยังไม่ได้ไปสำรวจด้วย ลองไปสองที่นี้ดูก่อนไหมล่ะ?”

 

“อืม ไปสิ”

ผมตอบ จากนั้นเราก็เดินทางออกนอกเมืองเพื่อทำมิชชั่นกัน ระหว่างทางผมเห็นนักสำรวจหน้าใหม่หลายคน มีอาวุธชุดเกราะที่แตกจ่างกันมากขึ้น พวกเขาคงสะสมเงินมากพอที่จะซื้อของเจ๋งๆกันได้บ้างแล้วสินะ จะมีแต่ผมนี่แหละที่ได้มาเพียงเซลล์กระสุนสองอันก็หมดตัวแล้ว แต่ตอนที่ออกเดินทางไปกับทาราลันนั้น ผมได้สังหารมอสเตอร์ไปหลายตัว มีพวกคลาสซีที่ได้พรานสาวช่วยสังหารไปก็หลายตัว เงินในบัญชีจะงอกเงยขึ้นมาเท่าไรบ้างแล้วก็ไม่รู้ ไม่แน่ว่าอาจจะพอให้ซื้อเกราะเท่ๆใส่สักชุด แต่ช่างมันก่อนเถอะ คนอย่างผมไม่ควรทำตัวเด่นสะดุดตา ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามทีเถอะ

 

 

 

 

 

 

 

ต้องขอโทษที่หายไปเสียนานนะคะ สำหรับกาแล็กเซียนี่ ถือว่าเป็นความยาก อย่างบอกไม่ถูกของลูกแมวขาวดำเลย จริงๆแล้ว เพราะมีหลายเรื่องประดังกันเข้ามา ทำให้รู้สึกเลยว่าชีวิตคนเรามันมีจุดพลิกผันอยู่ทุกวินาทีเลยจริงๆ แต่ไม่ว่ายังไง ก็จะไม่ทิ้งทุกคนไปอย่างแน่นอน อาจหายไปนานๆ แต่ว่า กลับมาแล้วนะคะ
^^

ปล. หากคิดถึงอยากทวงนิยาย หรือพูดคุยกัน ติดต่อเข้ามาได้ที่ 
https://web.facebook.com/BWkitten/ ได้เลยนะคะ

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #359 kimurakung (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:14
    ดีใจมากคับ ที่คุณลูกแมวกลับมาเขียนต่อ # สุดท้าย ศวิลก่ไม่รู้อะไรเพิ่มเติม
    #359
    0
  2. #358 my-kimberly (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:13
    คิดถึงค่ะและเป็นห่วงด้วย
    รักษาสุขภาพนะคะ
    ไม่มีปัญหาใดใหญ่ไปกว่าปัญหาของศวิลค่ะ 555
    #358
    0