THE GALAXIA

ตอนที่ 37 : Unexpected thing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 ส.ค. 58





 

ผมลืมตาตื่นขึ้นบนยานอูริเอล พยายามลุกขึ้นจากเตียงโดยที่ร่างกายมีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะหลัง แม้จะไม่ได้ปวดเหมือนกระดูกหัก แต่มันก็ปวดอยู่จริงๆ ถึงจะไม่เท่ากับตอนอยู่ในดิกาแล็กเซียก็ตาม ผมยืดเส้นยืดสายเพื่อคลายความปวดตึง น่าแปลกใจที่ร่างกายผมไม่รู้สึกเจ็บปวดมากเท่าครั้งก่อนๆ ที่ต้องฝืนความสามารถตัวเองทำอะไรหลายๆอย่าง บางทีอาจเป็นเพราะร่างกายได้พัฒนาขึ้นแล้วจริงๆ

 

“จะไปนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหมคะ ฉันเห็นเครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อทำงานเยอะมากในช่วงที่ผ่านมานี้ คงเกิดเหตุการณ์น่าตื่นเต้นในดิกาแล็กเซียเยอะเลยสินะคะ”

เจดาถามขึ้นเมื่อเห็นขยับร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

 

“ไม่ละ ผมมีธุระติดพันไม่อยากทิ้งไว้นาน ผมจะไปกินข้าวแล้วรีบกลับมานะ”

“ได้ค่ะ ระหว่างนั้นฉันจะเตรียมเครื่องให้พร้อมสำหรับการเชื่อมต่อค่ะ”

“ขอบใจนะ”

ผมรีบทำธุระส่วนตัว รีบไปทานอาหาร โดยไม่ได้ติดต่อกับทเวนเลย แม้จะสงสัยอยู่ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันคงเป็นไปด้วยดี เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้ติดต่อผมมาเหมือนกัน ตอนนี้เรื่องสำคัญของผมอันดับหนึ่งคือการได้พบกับพ่อของทาราลัน ที่อาศัยอยู่ในแบล็กพิท สถานที่ที่เรียกได้ว่าอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งบนเซคันด์เอิร์ธ

 

“อา... อะไรกันเนี่ย?”

ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งในที่พักนิรภัย และพบว่ามีแสงสีฟ้าอ่อนสบายตาฉายลงมาบนร่างของผม อาการเจ็บปวดจากกระดูกซี่โครงหักหายไป ร่างกายฟื้นกำลังเต็มที่พร้อมรับทุกสถานการณ์

 

“ทาราลัน?”

ผมออกมาจากที่พักนิรภัย มองหาพรานสาวชาวชานเดร่า ที่เข้ามายังแบล็กพิทด้วยกัน แต่ปรากฏว่าเธอไม่ได้อยู่บริเวณนั้น ผมจึงเก็บที่พักนิรภัยใส่เป้หลัง หยิบโปรตีนพิลออกมากิน แล้วลองออกเดินไปตามอุโมงค์ที่ทอดตัวยาวไปในความมืด ซึ่งเป็นหลุมหลบภัยเก่า ผมคิดว่าคงถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่เข้ามาวางโครงข่ายออนไลน์ให้กับดิกาแล็กเซีย

 

ผมเดินไปในความมืดโดยมีบีบอทเป็นเพื่อน โชคดีที่อุโมงค์นี้เป็นทางตรง แต่ไม่นานก็มีทางเยกเพิ่มมาอีกสามสาย ผมมองดูโดยไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะไปทางไหนดี ถ้าผมเดินไปผิดทางก็อาจจะคลาดกันกับทาราลันได้ แถมยังไม่สามารถใช้บีบอทแสกนเส้นทางได้อีก

 

“แย่จัง ถ้าแกมีระบบเอคโค่โลเคชั่นด้วยก็ดีสินะ”

เอคโค่โลเคชั่น (Echo Location) คือระบบที่ตรวจหาตำแหน่งวัตถุด้วยคลื่นเสียง ยิ่งในอุโมงค์แคบๆแบบนี้ มันจะมีประสิทธิภาพดีทีเดียว

 

“เซวิล เรามีปัญหา”

เสียงของทาราลันดังขึ้นมาจากอุโมงค์ทางด้านซ้ายมือ

 

“ปัญหาอะไรครับ หรือว่ามีมอนสเตอร์ขวางทางเราอยู่?”

“ไม่ใช่ โครงข่ายของดิกาแล็กเซียเข้าไปไม่ถึง ที่ที่พ่อของฉันอยู่ อันที่จริงมันสิ้นสุดแค่ทางออกทั้งสี่ของหลุมหลบภัย เรามีทางเลือกแค่ให้เธอรอที่นี่แล้วฉันจะไปตามพ่อมาพบเธอ หรือไม่ก็...”

 

“อะไรเหรอ?”

“วิธีที่เสี่ยงต่อความเสียหายของข้อมูลตัวเธอ ฉันต้องดึงข้อมูลเธอมาใส่ในคอมเจ็นของฉัน แล้วพาเธอไปยังที่นั่นในรูปแบบของข้อมูลจริงๆ มั่นค่อนข้างซ้ำซ้อนนะ แต่ดีกว่าการย้อนไปมา”

“ถ้าผมไปในรูปแบบข้อมูลโดยไร้โครงข่ายของดิกาแล็กเซีย แล้วผมจะคุยกับพ่อของเธอได้เหรอ?”

“ได้สิ ที่นั่นมีเครื่องมือที่คล้ายๆกับโครงข่ายดิกาแล็กเซียอยู่ พอไปถึงฉันจะอัพโหลดเธอใส่เครื่องนั้น เพื่อให้เธอมีตัวตนอีกครั้ง”

“เอาเลย ถ้าแบบนั้นสะดวกที่สุดละก็!

ผมตัดสินใจอย่างไม่คิดลังเล ยังไงเสียผมเองก็ยังคงเป็นตัวถ่วงเธออยู่ดี แม้ว่าร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่แล้วก็ตาม หากผมกลายเป็นเพียงข้อมูลที่เธอพกพาไว้ในคอมเจ็นของเธอเองละก็ จะทำให้เธอเดินทางได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้นแน่นอน

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เก็บเจ้าบีบอทซะ แล้วก็อยู่นิ่งๆหลับตาลง ทำใจให้สบายอย่างต่อต้านนะ”

ทาราลันพูด เธอหยิบคอมเจ็นของตัวเองออกมาจากย่าม แล้วใช้มันอย่างชำนาญ

 

“เปิดใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์ด้วยล่ะ”

“ครับ ...อ้าว ผมเปิดใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์มาตลอดเลยนี่นา”

ผมเตรียมจะสั่งสลับเซิฟเวอร์ แต่ก็พบว่าตัวเองเปิดใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์มาตลอด น่าจะตั้งแต่ตอนที่เนนีร่าติดต่อหาผมครั้งล่าสุดนั่น เพราะตกใจที่ทาราลันรู้จักเนนีร่า ก็เลยลืมสลับกลับไปใช้เซิฟเวอร์หลักของดิกาแล็กเซีย

 

ทาราลันทำบางอย่างในขณะที่ผมหลับตา ปล่อยให้เธอดึงข้อมูลตัวผมเข้าไปในคอมเจ็นของเธอ ผมแค่ปล่อยตัวตามสบายไม่คิดต่อต้าน เพราะนั่นจะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทำงาน

 

เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ผมรอ ผมนึกถึงความฝันตอนที่สูดละอองเกสรพิษของดอกไม้ป่าเข้าไป ฝันถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็กแปดขวบ อาศัยอยู่กับน้าสาวเพียงสองคนบนโลก สิ่งที่ผมได้ยินนั้นมันเป็นเพียงความฝัน หรือภาพความทรงจำในอดีตที่ผมหลงลืมไปแล้วกันแน่ น้าเจดามีคอมเจ็นที่ใช้ติดต่อกับแม่ มีตู้ลับสำหรับแช่ยาแปลกๆ ที่ผมคิดว่ามันอาจเป็นยารักษามะเร็ง แต่โรงมะเร็งของน้าเจดาเพิ่งตรวจพบเมื่อเดือนที่แล้วนี่เองแล้วยานั่นมันยาอะไร มีไว้สำหรับใครกัน แถมบทสนทนาแปลกๆนั่น เหมือนกับว่ายาพวกนั้นมีไว้สำหรับผม

 

“เซวิล เซวิล ตื่นได้แล้วนะ”

เสียงของทาราลันปลุกผม เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าผมกำลังมองสิ่งปลูกสร้างที่ทำจากไม้ มีหลอดไฟให้แสงสลัวอยู่ตรงกลางของเพดานทรงโดม ทาราลันกำลังโบกมือไปมาอยู่ด้านหน้าผม

 

“เขาโอเคค่ะ”

เธอหันไปพูดกับใครบางคน เมื่อผมหันตามไปก็พบว่ามีชายร่างสูงดูมีอายุ เขาสูงกว่าทาราลันเล็กน้อย ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ชาวชานเดร่าแน่นอน ผิวขาวซีดเพราะที่แบล็กพิทแสงแดดส่องไม่ถึง ผมสั้งทรงลานบินมีสีขาวแทรมเป็นหย่อม ใบหน้าดูไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นผมที่นี่

 

“ลูกไม่ควรพาเขามา เขายังไม่พร้อมหรอก”

ชายคนนั้นพูดขึ้น

 

“พ่อคะ เขารู้จักเนนีร่านะ”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับพ่อกันล่ะ?”

“ก็พ่อเองก็รู้จักเธอ บางทีเขาอาจเป็นพวกเดียวกับเรา”

“ลูกจะรู้ได้ยังไง แล้วนี่ไปเจอเขาได้ยังไงกัน”

 

“จอมพรานหญิงให้ลูกติดตามดูเขา เพราะคิดว่าเขาอาจเป็นคนที่ไกเซอร์ ลาซาลัสต้องการตัว”

คำพูดนี้ของทาราลันทำให้ชายคนนั้นชะงัก ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เขาหันมามองผม พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ ดวงตามองกราดราวกับกำลังพินิจพิจารณาอะไรสักอย่าง

 

“บอกชื่อของเธอมาไอ้หนุ่ม!

ชายคนนั้นถามเสียงดุ

 

“ซ...เซวิลครับ”

“ไม่ใช่ ชื่อจริงๆของเธอน่ะ ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้”

“ผมไม่ควรบอกชื่อจริงกับใคร เนนีร่าบอกว่ามันอันตรายถ้าคนอื่นรู้”

“ถ้าไม่บอกเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกัน เอาเจ้านี่ออกไปจากสถานที่ลับของพ่อได้เลย!!

เขาพูดด้วยอารมณ์ฉุนโกรธ แล้วทำท่าจะเดินจากไป ผมจึงรีบลุกขึ้นยืนหวังจะเดินตามไป แต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถเดินออกไปจากฐานวงกลมสีเงินนี้ได้

 

“นี่มันอะไรกันน่ะ!

ฐานวงกลมนี่มีท่านพลังบางอย่างที่กั้นผมเอาไว้ไม่ให้ออกไปได้ มันดูเหมือนตู้กระจกสำหรับดองสัตว์ทดลอง และมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากด้วย

 

“มันเป็นเครื่องแปลงข้อมูล ใช้โครงข่ายแบบเดียวกับดิกาแล็กเซียน่ะ พื้นที่มันมีแค่นั้นเธอคงรู้สึกอึดอัด ฉันขอโทษนะเซวิล”

เมื่อได้ยินคำอธิบายจากพรานสาว ผมก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก

 

การมาพบพ่อของทาราลันนั้นคุ้มค่าจริงๆ เพราะเขาไม่เพียงรู้จักเนนีร่า แต่ยังรู้จักไกเซอร์ ลาซาลัส ที่สำคัญ ทั้งที่ทาราลันพรานสาวชาวชานเดร่าเรียกเขาว่าพ่อ แต่ดูยังไงเขาก็น่าจะเป็นมนุษย์โลกเช่นเดียวกับผมแน่นอน แถมตัวทาราลันเองก็ดูแตกต่างจากชาวชานเดร่าทั่วไปด้วย

“เดี๋ยวครับคุณ  ผมศวิล ชื่อจริงๆของผมคือศวิล เบนไคเซอร์”

 

 

ฐานวิจัยลับ

 

“ไม่พบร่องรอยอะไรเลยอย่างที่คาด”

มิคเค่นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบพูดขึ้น หลังจากทีมของเขาและทีมของกรั้นจ์ที่ขึ้นตรงกับไกเซอร์ ลาซาลัส ได้เข้ามาสำรวจฐานวิจัยลับที่ถูกทิ้งร่าง ที่ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ระบบรีเซ็ปชั่นของฐานวิจัย ได้ทำงานขึ้นมาเองอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

“ครับหัวหน้า น่าแปลกมากจริง ทั้งรอยเท้า ร่อยรอยการรื้อค้น ลายนิ้วมือหรือดีอ็นเอ ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ที่นี่ยังคงสภาพเดิม หลังจากที่นักวิจัยกลุ่มสุดท้ายจากไปอยู่เลย”

ลูกน้องของมิคเค่นคนหนึ่งพูดขึ้น

 

“เป็นไปได้ไหมคะที่ระบบไฟสำรองมีปัญหา เกิดการช็อตจนกระตุ้นให้อุปกรณ์บางอย่างทำงานขึ้นมาเอง โดยไม่มีผู้บุกรุกเข้ามาที่นี่เลย”

“งานนี่คงต้องรอทีมของกรั้นจ์ ทีมเราได้รับอนุญาตให้หาร่องรอยแค่ส่วนต้อนรับ และส่วนที่พักของพวกนักวิจัยเท่านั้น พวกห้องวิจัยต่างๆทั้งหมด รวมถึงสถานที่กำเนิดพลังงาน มีแต่ทีมของกรั้นจ์ที่ได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบ”

มิคเค่นขมวดคิ้วตอบ

 

“ไม่เข้าใจเลย ทั้งที่ส่งทีมเรามาแล้ว ยังจะต้องให้ทีมของกรั้นจ์มาทำไมด้วยอีก ทีมเราเองถือได้ว่าอยู่ในอันดับต้นๆของหน่วยเรนเจอร์แล้วแท้ๆ”

 

“เงียบซะ อย่างพูดแบบนั้นอีก นี่เป็นคำสั่งโดยตรงของคุณลาซาลัส ทำหน้าที่ของเราตรงนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า มาร่าตรวจดูว่าเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมยังใช้ได้อยู่ไหม พยายามดึงข้อมูลทั้งหมดออกมาให้ได้ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ โบรเว่นกับเคิร์ท ตรวจดูแผงวงจรไฟของชั้นนี้ หาดูว่ามีอะไรทำงานผิดพลาดจนเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาหรือเปล่า”

 

“แต่เราทำไปแล้วนะคะ!

“ลองดูอีกครั้ง ไหนว่าพวกเธอเป็นทีมเก่งอันดับต้นๆของหน่วยเรนเจอร์ แค่นี้ก็คิดถอดใจยอมแพ้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ?”

“เฮ่ ทางนี้ยังตรวจสอบไม่เสร็จอีกหรือไง?”

ชายร่างสูงใหญ่กำยำ ยกปืนขนาดใหญ่ขึ้นพาดบ่าถามขึ้น ด้านหลังของเขายังมีสาวสวยผมสั้น กับชายร่างผอมสูงหัวล้าน และผู้ชายผมยาวเคราเฟิ้มจนแทบมองไม่เห็นปาก พวกเขาเดินออกมาจากประตู ที่นำไปสู่ห้องวิจัยชั้นล่าง

 

“อ้อกรั้นจ์ เราตรวจดูแล้ว ไม่พบอะไรผิดปกติเลย ข้อมูลในเครื่องฉายโฮโลแกรมก็ดูเหมือนจะเสียหายหมด แล้วทางนายล่ะพบอะไรไหม?”

มิคเค่นถามกลับ

 

“ฉันจะรายงานกับเจ้านายเท่านั้น ถ้าไม่เจออะไรก็กลับกันได้แล้ว”

กรั้นจ์พูดอย่างไม่เกรงใจ ราวกับไม่เห็นมิคเค่นอยู่ในสายตา

 

“ว่าไงนะ กล้าพูดกับหัวหน้ามิคเค่นอย่างนี้เหรอ!

เคิร์ทพูดขึ้นอย่างเดือดดาล พร้อมกับพุ้งเข้าหากรั้นจ์อย่างเอาเรื่อง

 

“หยุดนะเคิร์ท เก็บของกลับกันได้แล้ว!

มิคเค่นสั่งห้ามเสียงดุดัน ทำให้เคิร์ทหยุด โบรเว่นเดินมาลากเขาที่กำลังหงุดหงิดออกไปให้พ้น เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นมาอีก

 

“ฉลาดนี่มิคเค่น รู้ใช่ไหมถ้าแกไม่ห้ามเอาไว้ ไอ้เด็กนั่นได้ตายแน่”

กรั้นจ์แสยะยิ้มขณะพูด สายตาเย็นชาดุจฆาตกรไร้ใจ ทำให้แม้แต่มิคเค่นที่เจนสนามรบยังเสียวสันหลัง ไม่มีคนสติดีที่ไหนอยากเผชิญหน้ากับกรั้นจ์ โดยเฉพาะในรูปแบบของการเป็นศัตรู ชายคนนี้ได้รับอนุญาตให้ฆ่าไม่ว่าในกรณีใด และเขาไม่ใช่คนที่ยึดถือกติกา หรือการสู้แบบแฟร์ๆ แถมยังมีชายผู้ทรงอำนาจอย่างไกเซอร์ ลาซาลัสหนุนหลัง มันยิ่งทำให้กรั้นจ์น่ากลัวมากยิ่งขึ้น เพราะเขาสามารถฆ่าใครก็ได้โดยไม่มีความผิด และจะไม่ถูกลงโทษใดๆจากทางการทั้งสิ้น

 

ปกติกรั้นจ์กับทีมของเขาจะไม่อยู่ในเมือง แต่จะเดินทางทำภารกิจที่ไกเซอร์ ลาซาลัสมอบหมายให้โดยตรง นอกเหนือจากนั้นทุกคนก็จะไปขลุกกันอยู่ที่สตรีทบาร์ สถานที่สุดป่าเถื่อนที่มนุษย์เป็นคนสร้างขึ้น เทียบกันแล้วทีมของมิคเค่นไม่สามารถสู้กับทีมของกรั้นจ์ได้ เพราะมีมิคเค่นเท่านั้นที่เป็นนักรบตัวจริง ส่วนลูกทีมของเขาแม้จะผ่านการทบสอบด้วยคะแนนสูงลิ่ว แต่ยังไม่เจนงานภาคสนามนัก ส่วนทีมของกรั้นจ์ออกไปเผชิญอันตรายข้างนอกนั่นทุกวัน เจอกับศัตรูมาหลายรูปแบบ ทุกคนล้วนแต่เป็นนักฆ่าที่เชี่ยวชาญการสังหารสิ่งมีชีวิตอื่นบนเซคันด์เอิร์ธ และมนุษย์ด้วยกันเอง

 

“หึ เราจะกลับกันเลยไหม?”

มิคเค่นแค่นเสียงถาม พยายามเก็บความไม่พอใจไว้ให้ลึกที่สุด เท่าที่จะทำได้

 

“จากตรงนี้เราจะแยกกัน เชิญพวกแกกลับไปเวิลด์แลนด์ซิตี้ได้เลย “

กรั้นจ์ตอบ

 

“แล้วก็ เรื่องรายงาน พวกเราจะเป็นคนทำเอง นี่เป็นคำสั่งโดยตรงจากคุณลาซาลัส พวกคุณมิคเค่น เชิญกลับไปรับมิชชั่นอื่นได้เลยนะคะ”

สาวผมสั้นพูดขึ้นอย่างสุภาพ มิคเค่นอยากจะตอบโต้อะไรบ้าง แต่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์ ในเมื่อคนพวกนี้ยกชื่อไกเซอร์ ลาซาลัสมาอ้าง เขาก็จะปล่อยไปตามที่พวกนั้นต้องการ

 

“งั้นเรอะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นละ”

มิคเค่นตอบ แล้วพาลูกทีมของเขากลับขึ้นด้านบน โดยไม่รอทีมของกรั้นจ์

 

“คนๆนั้นเขายอมง่ายจังนะคะหัวหน้า”

สาวผมสั้นยิ้มบางขณะพูด เธอชื่นชอบมิคเค่นอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนรู้กาลเทศะ รู้ว่าเมื่อไรควรหยุด และเมื่อไรควรเดินหน้าต่อ

 

“นั่นล่ะขิดีของเจ้านั่น แต่ถึงยังไงการมีทีมอื่นมาวุ่นวายอย่างนี้ก็น่ารำคาญอยู่ดี อยากจะฆ่าทิ้งซะให้หมด แต่เจ้านายดันไม่อนุญาต”

กรั้นจ์ตอบด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

 

“โอกาสหน้ายังมีค่ะ ในเมื่อที่นี่ไม่มีสิ่งผิดปกติ ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุก งั้นฉันก็จะสรุปรายงานว่าเกิดจาก เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขัดข้องนะคะ อีกอย่างที่เครื่องสร้างภาพโฮโลแกรมไหม้ ก็สมเหตุสมผลกันดีด้วย”

 

“ตามใจเธอก็แล้วกัน รายงานสรุปเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกันต่อ ยังมีหลายที่บนเซคันด์เอิร์ธที่เรายังไม่ได้สำรวจ ถ้าเรายังตามหาสิ่งที่เจ้านายต้องการไม่เจอในเร็วๆนี้ละก็ พวกเราอาจตกเป็นที่ระบายโทสะของเขาก็ได้”

ทุกคนต่างหน้าซีดกับคำพูดของกรั้นจ์ เพราะพวกเขารู้กันดีว่าหากกรั้นจ์เป็นนักฆ่าไร้ใจ ไกเซอร์ ลาซาลัสก็เป็นเจ้านายที่ไร้สามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาต้องการ แม้จะมีความอดมนรอคอย แต่เชื่อเถอะว่าหากมันถึงที่สุด ก็ไม่มีอะไรที่ไกเซอร์ ลาซาลัสจะทำไม่ได้ เพื่อให้ใครก็ตามที่ขวางทางเขาพินาศย่อยยับ

 

“คราวนี้เราจะไปที่ไหนกันดีคะ?”

“หึ เหลือไม่กี่ที่หรอก สิบสถานที่อันตรายที่สุดบนเซคันด์เอิร์ธ ถ้าไม่เจอพวกมันในที่ใดที่หนึ่ง ก็คงต้องไปหาที่ดาวดวงอื่นแล้วล่ะ!

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #328 LoLiCoN (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 07:05
    นานไปแล้วนะพี่.. งอนนน TAT
    #328
    0
  2. #327 ลูกแมวเอฟซี (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 18:31
    ง่ะ เมื่อไหร่จะอัพอ่ะ ;w; คิดถึงงงงงงงงงงงงงงงงงง นานไปแล้วง่าาาาาาา มปร เรารอได้ สู้ๆ นะไรเตอร์ //ปูเสื่อรอ
    #327
    0
  3. #323 ฝนธารา (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 20:35
    สนุกดีจ้า อัพต่อเร็วๆนะ
    #323
    0
  4. #295 TipiizZ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 00:47
    มาต่อเร็วๆนะค้าาา อยากอ่านๆๆๆ
    #295
    0
  5. #294 เนย (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:02
    อยากอ่านต่ออะ

    แล้วก็มาลงแล้ววว เย้
    #294
    0
  6. #293 tweeny (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 21:47
    ศวิลจะไปป๊ะกับกรั้นจ์บ้างไหมเนี่ย555555
    #293
    0
  7. #289 my-kimberly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 23:33
    รอศวิลเก่งไวๆ สู้เค้า
    ขอบคุณนะคะไรต์
    #289
    0
  8. #286 kimurakung (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 21:11
    ความลับมากมาย .. เซวิลคือใครกันแน่
    #286
    0