THE GALAXIA

ตอนที่ 14 : Monster Class C

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ก.พ. 58



 

 

เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่นักสำรวจหน้าใหม่ ล้มตาย (อยู่ในสถานะโคม่าและถูกตัดการเชื่อมต่อจากกาแลกเซีย) จากการต่อสู้กับรากูส และมอนสเตอร์ระหว่างทางไปมากกว่าที่คิด บางคนโชคร้ายเจอพวกมอนสเตอร์แต้มสูงเข้า ก็เอาตัวไม่รอดเหมือนอย่างผมกับทเวน บางคนแค่เริ่มต้นสู้ก็ตายอนาถแล้ว หนองน้ำรากูสร้างผู้คนไปอย่างรวดเร็ว พวกเราจึงได้โอกาสล่าพวกมันได้เต็มที่ โดยไม่ต้องไปแย่งกับใครให้ผิดใจกัน

 

เพราะในมิชชั่นของแบร์รี่ เราต้องล่ารากูสถึง 50 ตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับมือใหม่ ที่ไม่เคยผ่านการต่อสู่ ล่า สังหารมาก่อนเลย แต่คงไม่มีมีใครคิดมากกับเรื่องนี้แน่ เพราะถึงอย่างไรในดิ กาแลกเซีย เราก็มีโอกาสแก้ตัว ฝึกฝน และพัฒนาตัวเองได้นับครั้งไม่ถ้วน

 

“เฮ้เซวิล ฉันว่าฉันเห็นห้องน้ำของพวกรากูสแล้วนะ”

 

อยู่ดีๆทเวนก็ร้องเรียก พวกเราแทบจะแยกสู้กันได้สบายๆ เพราะพวกรากูสไม่ใช่ประเภทรุม ถ้ามีตัวหนึ่งโดนโจมตี ตัวอื่นๆก็จะพากันหนีไป ยกเว้นก็แต่เราทำร้ายตัวที่มีคู่ หรือมากันเป็นครอบครัว แบบนั้นก็จะสู้ด้วยยากหน่อย สำหรับพวกผมที่เรียกได้ว่าประสบการณ์ค่อนข้างมากกว่าคนอื่น จึงเลือกสู้กับตัวที่อยู่โดดๆ หรือช่วยกันแยกคู่ ทำให้สู้ได้สบาย ที่นี่การสู้ด้วยปืนค่อนข้างยุ่งยาก เพราะรากูสขี้ตกใจ พอได้ยินเสียงดังของปืนก็พากันหนีหายไปหมด ดังนั้นต้องสู้ระยะประชิดด้วยคอมแบทไนฟ์ที่ได้รับมาเท่านั้น

 

“อะไรนะ พวกมันมีห้องน้ำด้วยเหรอ?”

 

ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย พลางเงยหน้าขึ้นจากซากรากูสที่ตัวเองกำลังชำแหละเลาะกระดูกอยู่

“ไม่รู้สิ แต่แค่ตรงนั้นมันมีกองขี้เป็นตรึมเลย”

“อ้อ...”

 

ผมมองตามที่ทเวนชี้แล้วรู้สึกตกใจ ด้านหลังพุ่มไม้เตี้ยๆมีลานเล็กๆ ที่มีต้อนหญ้าสั้นๆขึ้น ปะปนกับกองมูลของรากูส มีทั้งที่แห้งสนิทเป็นก้อนกลมสวย แต่มีอยู่ไม่กี่ก้อนที่กลมสวยตามความต้องการ เพราะส่วนใหญ่โดนเหยียบจนเละ หรือไม่ก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“งั้นนายล่ารากูสไปก่อนนะ ผมจะเข้าไปเก็บอึรากูสก่อน”

ผมโยนกระดูกท่อนขาที่เลาะได้ให้กับทเวน ก่อนจะดึงเอาขวดแก้วใส่อึรากูสที่ไฮแจคให้ออกมา

“เอางั้นก็ได้ แค่สามก้อนนายเก็บเองได้ใช่ไหม?”

“หึๆ ถามอย่างนี้อยากช่วยหรือไง?”

“เฮ้ย แหมเก็บขี้รากูสแค่นี้ งานหมูๆนายคนเดียวทำได้สบายๆเนอะ เดี๋ยวฉันไปไปล่ารากูสรอนะ”

“หนอยหมอนี่”

ผมคาดโทษเบาๆ เพราะทเวนวิ่งหนีไปจากตรงนี้เสียแล้ว แต่ถึงยังไงมันก็เป็นมิชชั่นของผม มิชชั่นง่ายๆอย่างการเก็บอึรากูสแค่สามก้อนเท่านั้น

 

ผมสะพายเป้กลับไปด้านหลัง ถือขวดแก้วสำหรับบรรจุอึรากูสไว้ในมือ แล้วค่อยๆเดินเลาะเข้าไป พยายามจะไม่เหยียบพวกมัน ไม่ใช่เพราะกลัวมันจะติดเท้าเหม็นฉึ่งอย่างเดียวหรอก แต่บางก้อนที่มันยังไม่แห้งดี ยังคงรูปทรงไว้ได้อย่างสวยงาม ถ้ามันยังคงรูปไว้ได้จนแห้ง แล้วผมกลับมาเจออีกครั้ง ก็อาจมีโอกาสเอาไปขายได้ราคา

 

“เจดา จดจำพิกัดนี้ไว้ด้วยนะ”

ผมพูดกับคอมเจนของตัวเอง

“จดจำพิกัด สมบูรณ์”

 

เมื่อคอมเจ็นจดจำพิกัดไว้ให้ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นาน ผมก็ออกเดินต่อ และไปถึงอึรากูสก้อนกลมสวย ผมเปิดฝาขวด และดึงแผงสำหรับใส่อุรากูสออกมา บรรจงจับมันวางลงในช่องอย่างเบามือ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งก้อนสุดท้ายที่อยู่ตรงแนวต้นไม้ ห่างจากบริเวณหนองน้ำรากูสไปพอสมควรผมก็เห็นมัน

 

“อ๊ากกก!!”

โดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ มอนสเตอร์สีขาวตัวใหญ่คล้ายเสือ ดวงตาสีฟ้าราวกับผืนทะเลต้องแสงแดดก็กระโจนใส่ผม ปากของมันอ้ากว้าง งับลงบนเป้สะพายหลังของผม แล้วออกวิ่งตรงเข้าสู่ป่าลึก สิ่งที่ผมทำได้มีเพียง แหกปากร้องเสียงหลงเท่านั้น

ผมพยายามมองหาตัวช่วย แต่ดูเหมือนจะสิ้นหวัง สิ่งเดียวที่ยังตามผมมาไม่ลดละ ดูเหมือนจะมีเพียงแมลงตรวจการบีบอท ที่ทำงานได้ห่วยอย่างเหลือเชื่อ เพราะมันไม่เตือนผมเลย ว่าอันตรายมาถึงตัวแล้ว แถมยังเป็นอันตรายตัวใหญ่ ขนาดกลืนผมเข้าไปได้ทั้งตัวในคำเดียวอีกด้วย

ตุบ!

เกือบสองชั่วโมงที่มันหิ้วผมมาด้วยปาก ในที่สุดเจ้ามอนสเตอร์เสือขนฟูสามหางนี้ก็ปล่อยผมลงพื้นเสียที ผมทั้งวิงเวียนตาลาย แต่ก็ยังพยายามคลำทางเปะปะเพื่อหนีไปจากมัน แต่ดูเหมือน มันจ้องผมตาเป๋งแล้วเดินเข้ามาใกล้ ผมจึงยื่นแขนออกไปตามสัญชาติญาณ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันนั่งลงไม่เข้ามา และไม่มีทีท่าคุกคามใดๆทั้งสิ้น แค่นั่งอยู่กับที่ราวกับเฝ้าผมเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา

“มอนสเตอร์คลาสซี 3 เทล ไทเกอร์ (3 Tail Tiger) สัตว์นักล่าดุร้าย อันตรายระดับซี มีความสามารถในการซุ่ม ฝีเท้าเบา จู่โจมรวดเร็ว คะแนนการสังหาร 1090 แต้ม”

สิ่งที่ได้ยินจากคอมเจ็นทำเอาผมตาเหลือก เจ้านี่คือทรีเทลไทเกอร์ คลาสซี แค่คลาสอีที่เจอก่อนหน้า พวกผมก็แทบสู้ไม่ไหวแล้ว นี่ข้ามคลาสมาถึงคลาสซี แค่มันใช้อุ้งเท้าตะปบทีเดียว ผมก็คงตายคาที่แล้ว

“นี่มันอะไรกันเนี่ย นายพาผมมาที่นี่ทำไม มัน... มันห่างไกลหนองน้ำรากูสมากนะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมืองของมนุษย์อย่างเวิลด์แลนด์ซิตี้...”

“ก็จงใจให้เป็นอย่างนั้น”

มีเสียงตอบกลับมา ทำเอาผมตกใจยิ่งกว่าเดิม ไม่คิดว่ามอนสเตอร์จะพูดได้ด้วย ทว่าความสงสัยนั้นคงอยู่เพียงสองสามวินาที เมื่อเจ้าของเสียงตัวจริงปรากฏตัวออกมาให้เห็น หญิงสาวผมยาวสีฟ้าเป็นประกาย ผิวขาวซีดราวกับหิมะฤดูหนาว ผมจำเธอได้ดี ภาพครั้งสุดท้ายที่ได้เจอยังคงตรึงตราอยู่ในใจ

 

“เนนีร่า?”

“ความจำดีนี่ ขอโทษที่ต้องทำอะไรแบบนี้นะ แต่มันจำเป็นจริงๆ ฉันต้องเจอกับเธอเป็นการส่วนตัว”

หญิงสาวเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ ท่าทางเรื่อยๆของเธอ บ่งบอกว่าเธอรอคอยอยู่ตรงนี้มาพอสมควร

“เป็นการส่วนตัว เธอกับผมไม่น่ามีอะไรให้ต้องพบเจอกันเป็นการส่วนตัวนะ”

ผมมองเธอด้วยความหวาดระแวง แน่นอนว่าเพราะเธอคือต่างดาว คนละเผ่าพันธุ์กับผม ท่าทางเย็นชาดูไม่ค่อยเป็นมิตรนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีอะไรมากไปกว่านั้นแววตาที่มองมายังคงบ่งบอกว่าเธอรู้จักผม แต่ได้อย่างไร หรือแบบไหนนั้น ผมเองก็ไม่รู้เลยจริงๆ

 

“มีสิ เพียงแต่เธอไม่รู้ก็เท่านั้น”

เธอตอบขณะเดินเข้าไปลูบขนเจ้าทรีเทลไทเกอร์อย่างนุ่มนวล

“นี่เธอ... รู้จักผมจริงๆสินะ ผมไม่ได้คิดไปเองจริงๆ”

ผมพูดเสียงเครียด ทำไมสาวต่างดาวอันไกลโพ้นจึงรู้จักผม เด็กมนุษย์ธรรมดากำพร้าทั้งพ่อและแม่ อาศัยอยู่บนโลกที่ใกล้แตกดับกับน้าสาวเพียงสองคน เนนีร่ายิ้ม เธอมองผมด้วยหางตาแล้วพูดขึ้นมาว่า

“ก่อนที่ฉันจะบอกอะไรเธอมากกว่านี้ เธอควรเปิดระบบสื่อสารสองทาง ที่มีเพียงฉันและเธอ และเลือกบันทึกในบันทึกความทรงจำแบบเข้ารหัสดีกว่านะ”

“อะไรนะ?”

ผมถามด้วยความงง

“เรื่องของเราควรเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมากๆ ข้อมูลไม่ควรรั่วไหลให้ใครรับรู้ทั้งนั้น แม้กระทั่งคนที่เธอไว้ใจที่สุดในเวลานี้ก็ตาม ไม่ว่าจะในดิกาแลกเซีย หรือในยานอวกาศของเธอเองก็ตาม”

น้ำเสียงของเนนีร่าจริงจังมากเสียจน ผมไม่อาจทำใจให้เชื่อว่าเธอกำลังอำผมอยู่ ในขณะที่ผมกำลังอึ้งอยู่นั้น เธอก็ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน จนผมสะดุ้งเลยทีเดียว

ด้วยการแนะนำจากเจดา โปรแกรมผู้ช่วยที่ผมได้มาจากแซม เบนดิกส์ ในที่สุดผมก็เปิดระบบสื่อสารสองทาง เฉพาะผมกันเนนีร่า โดยการเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยแบบสูงสุดได้

 

“เอาล่ะ ฟังให้ดีเซวิล เบนไคเซอร์ แม้การบันทึกข้อมูลระหว่างที่เราพบกันจะถูกเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดแล้ว เธอก็ยังต้องเลือกเวลา หรือสถานที่ในการดึงข้อมูลเหล่านี้ออกมาดูอีกครั้ง ทุกอย่างต้องใช้อุปกรณ์ส่วนตัวที่ จะไม่ถูกตรวจสอบโดยคนอื่นได้เด็ดขาด เด็ดขาด เข้าใจไหม!!”

ผมพยักหน้าอย่างตื่นๆ นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับผมในตอนนี้ แล้วผู้หญิงคนนี้ สาวต่างดาวในโลกจำลอง ที่เรียกชื่อ และนามสกุลของผมได้อย่างถูกต้อง (แม้ว่าเธอพยายามจะออกเสียงคำว่าศวิลแล้วก็ตาม) มีอะไรเกี่ยวกับตัวผมที่ผมยังไม่รู้อีกอย่างนั้นหรือ นอกจากหน้าตาของพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง

“อย่าตกใจไปเลย เรื่องที่เธอไม่รู้อะไรเลยนั้นเป็นความจงใจ เพื่อปกป้องตัวเธอเอาไว้”

“ปกป้องผม ทำไม?”

 

ผมถาม ยิ่งเธอพูดผมยิ่งมึนงง คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัน จนไม่รู้ว่าจะเลือกคำถามไหนมาถามเธอก่อนดี  ผมเคยเป็นศวิล เบนไคเซอร์มนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เหมือนชีวประวัติของผม มันจะไม่ได้มีเพียงแค่นั้นเสียแล้ว

“ฉันเข้าใจที่ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่คำถาม แต่ฉันบอกเธอไม่ได้ทั้งหมดหรอก ไม่ได้ ไม่มีทางที่เธอจะเชื่อแน่ๆ เพราะฉะนั้นเอานี่ไป โปรแกรมที่ฉันแอบสั่งทำ เธอต้องแอบใช้มันเหมือนกัน อีกอย่างข้อมูลเบาะแสที่เธอต้องออกไปตามหาความจริงด้วยตัวเอง และโปรแกรมติดต่อกับฉัน เป็นสายแบบนิรภัย ดึงไปใช้ตอนที่เธอไม่ได้ออนไลน์ในดิกาแลกเซียก็ได้ เซวิลเธอเป็นคนสำคัญมากกว่าที่เธอจะรู้ตัว จงแข็งแกร่งขึ้นเร็วๆ และอย่าตายก่อนวัยอันควร”

 

ผมยังอ้าปากค้างกับคำพูดของเธอไม่เสร็จ ก็รู้สึกเหมือนถูกจับยกขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างของผมก็พุ่งไปข้างหน้าราวกับจรวดอีกครั้ง มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นอึรากูสแยงจมูกนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าผมถูกพามาส่งที่เดิมแล้ว เข็มนาฬิกาควอเตอร์ชี้ไปเกือบถึงเลข 26 บนหน้าปัด ผมลุกขึ้นนั่งโผล่ศีรษะออกมาเหมือพุ่มไม้เพื่อมองหาทเวน

“มิสคอล จากทเวนเป็นสิบๆสายเลย ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ?”

ผมเช็คที่หน้าจอคอมเจ็นเห็นมิสคอลจากทเวน และข้อความของเขาเป็นสิบ แต่กลับไม่มีการแจ้งเตือนใดๆจากคอมเจ็นเลย

“เจดา ทำไมผมไม่ได้รับเสียงแจ้งเตือนการติดต่อจากทเวนเลย”

“เป็นผลจากการเข้าสู้ระบบการสนทยาสองสาย ที่ตั้งรหัสนิรภัย จากแจ้งเตือนจะปรากฏบนหน้าจอเท่านั้น ไม่มีเสียงสัญญาณใดๆ หากต้องการกลับสู่การสื่อสารแบบปกติ กรุณาแจ้ง”

“หมายถึงให้ออกคำสั่งสินะ กลับสู่ระบบสื่อสารปกติ”

ผมพูดคีย์เวิร์ด คอมเจ็นทวนคำพูดของผม จากนั้นหน้าจอก็กระพริบครั้งหนึ่ง ก่อนที่เสียงสัญญาณการโทรเข้าของทเวนจะดังขึ้น

“ฮัล...

“เฮ้ยเซวิล หายหัวไปไหนมาฟระ โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปเป็นสิบก็ไม่ตอบ เชื่อมต่อสายไปนอกดิกาแลกเซีย เจดาก็รับให้ แล้วบอกว่านายยังออนไลน์อยู่ มันเกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่ห๊ะ อธิบายมาเลยนะ!!”

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดคำว่า “ฮัลโหล” เสร็จด้วยซ้ำ ทเวนก็สาดคำถามใส่มาเป็นชุด แถมฟังจากน้ำเสียงท่าทางจะโกรธมากเสียด้วย ทำเอาผมแปลกใจไปเลย ที่หมอนี่แสดงอาการเป็นห่วงกันอย่างออกนอกหน้าแบบนี้

“เอ่อ... นายอยู่ไหนล่ะ ผมยังอยู่ตรงแถวหนองน้ำรากูสอยู่เลย”

ผมตอบพร้อมมองหาเขาไปด้วย

“ฉันก็อยู่แถวนั้นแหละ แต่เดินสำรวจหลายรอบก็ไม่เห็นนายเลยนะ ทีแรกนึกว่าโดนมอนสเตอร์ฆ่าตายไปแล้ว แต่เจดาบอกว่านายยังออนไลน์อยู่ ตกลงนายไปไหน ทำอะไรมากันแน่น่ะ”

“เอาเป็นว่ามาเจอกันตรงห้องน้ำรากูสนะ ผมเพิ่งได้สติเมื่อกี้นี้เอง”

ผมตอบ

“นี่ อย่าบอกนะว่านายเป็นลมไปตอนเก็บขี้พวกมันน่ะ ขี้รากูสเหม็นขนาดนั้นเชียว”

ทเวนถามเสียงแผ่วลง น้ำเสียงออกแนวเห็นใจมากกว่าโกรธแล้วตอนนี้

“เอ่อ ก็...อาจจะเป็นอย่างนั้น ผมยังเก็บไม่ครบเลย เพิ่งได้สองก้อนก็หมดสติไป”

“อะไรนะ งั้นนายออกมาให้ห่างเลย ก้อนที่สามฉันจะเก็บให้เอง จะได้ไม่ต้องเป็นลมไปอีก”

“ขอบใจนะ แต่ผมเก็บเสร็จพอดี จะนั่งรอแถวๆนี้แล้วกัน ว่าแต่นายล่ารากูสครบจำนวนหรือยังล่ะ?”

“เฮอะ ก็ยังน่ะสิ มัวแต่วุ่นวายตามหานายอยู่เนี่ย!”

ผมกลอกตาอย่างเซ็งๆแล้ววางสาย หาที่นั่งรอทเวนเดินมาหา หมอนี่จะมาห่วงอะไรผมนักหนา ทำอย่างกะเป็นแฟนกันอย่างนั่นแหละ โอ...ไม่นะ ความคิดนี้ทำผมขนลุกเกรียว หากหมอนี่คิดเกินเลยกับผมละก็ ผมตัดเพื่อนจริงๆด้วยให้ตายสิ

“ไง ท่าทางสบายดีนี่นา เสียเวลาเป็นห่วงจริงๆ”

ทเวนลงมานั่งข้างๆ ท่าทางไม่ได้โกรธเหมือนน้ำเสียงเลยสักนิด

“โทษที ไม่คิดว่าจะทำให้นายวุ่นวายนะ”

“นี่ นายเป็นเพื่อนของฉันนะ แถมในดิกาแลกเซียเราก็รู้จกกันอยู่แค่สองคน ไม่ให้ฉันห่วงนาย แล้วจะให้ไปห่วงใครล่ะ?”

“แปลว่าถ้านายมีเพื่อนมากกว่าหนึ่งคน คงไม่มาเสียเวลาห่วงผมสินะ”

“งั้นมั้ง...”

ทเวนเหล่ผมขณะพูด

 

“หึหึหึ ฉันกับนายผ่านอะไรโหดๆมาด้วยกันนี่นา ยังไงฉันก็ต้องห่วงนายอยู่แล้ว อีกอย่างนายยังเคยช่วยชีวิตฉันไว้ด้วย ว่าแค่คอมเจ็นนาย แจ้งเตือนอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่ะ กระพริบแสงไม่หยุดเลย”

“ห๊ะ อ๋อ ก็มิสคอล กับข้อความที่นายส่งมานั่นแหละ ยังไม่ได้ดูทั้งหมดสักหน่อย”

ผมตอบตามจริง แต่ที่จริงยังมีการแจ้งเตือนโปรแกรมที่รอการติดตั้งอยู่สองอย่าง หนึ่งคือโปรแกรมที่ใช้ติดต่อกับเนนีร่าโดยตรง และโปรแกรมปริศนาที่เธอให้มา ที่บอกว่าปริศนาเพราะผมยังไม่รู้ว่ามันคือโปรแกรมอะไรกันแน่ แม้ว่าเธอจะบอกว่ามันมีประโยชน์กับผม แต่ต้องแอบใช้ก็เถอะ แถมเธอยังย้ำไม่รู้กี่ครั้ง ว่าห้ามบอกใครเรื่องที่ผมติดต่อกับเธอเป็นการส่วนตัว และเรื่องทั้งหมดที่เธอบอกกับผม แม้ว่าจะเป็นบุคคลที่สนิท และไว้ใจแค่ไหนก็ตาม

“งั้นเหรอ ลบทิ้งไปเถอะ ไม่มีอะไรสำคัญในนั้นหรอก”

ทเวนตอบ เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันมาถามผมว่าพร้อมจะล่ารากูสหรือยัง

“ได้สิ ดูเหมือนคนจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ถ้าไม่ล่าให้เสร็จก่อนที่คนมาเยอะกว่านี้ เห็นทีมิชชั่นนี้คงจะยืดเยื้อน่าดู”

เราเริ่มล่ารากูสกันอีกครั้ง คราวนี้ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าจะล่าได้ครบจำนวน แถมด้วยจำนวนกระดูกขาที่ทเวนต้องหาไปเป็นค่าชดใช้ ที่ทำกระจกห้องทำงานของจอร์จี้ เจ้าของร้านอะไหล่ยนต์ และอู่ซ่อมยานยนต์ที่ดีที่สุดในเวิลด์แลนด์ซิตี้แตก

 

ผมกับทเวนฝืนจนล่าเลาะกระดูกรากูสตัวสุดท้ายได้ และต้องหาต้นไม้เพื่อแขวนที่พักนิรภัย เพราะเราออนไลน์เกินขีดจำกัดชองสมองมาพอสมควรแล้ว ทเวนออกอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขาแทบจะปีนต้นไม้ขึ้นไปไม่ไหม และเกือบตกจากที่พักนิรภัย ตอนพยายามพาร่างเข้าไป ส่วนผมแม้จะรู้สึกล้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ออกอาการเท่าทเวน ที่จริงผมยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ออนไลน์เข้ามาพร้อมกันแท้ๆ แต่ผมก็เลือกที่จะออฟไลน์พร้อมเขา เพราะกลัวว่าอาจจมีสิ่งผิมปกติอะไรสักอย่าง ที่มทำให้ผมไม่มีอาการเหนื่อยล้าแบบนั้น หรืออาจเป็นที่อุปกรณ์ของทเวน ยังไงก็คงต้องออกจากระบบบไปเพื่อคุยกับเขาดู

“จริงสิ โปรแกรมที่รอการติดตั้งนั่น เจดา ติดตั้งทั้งสองโปรแกรมนั้นให้ที”

“โปรแกรมทั้งสองไม่ได้รับรองความปลอดภัย ยืนยันการติดตั้งหรือไม่”

“ยืนยัน”

“โปรแกรมเนนีร่าเซิฟเวอร์ติดตั้ง สมบูรณ์”

“โปรแกรมมอนสเตอร์ ไรเดอร์ติดตั้ง สมบูรณ์”

เมื่อโปรแกรมมอนสเตอร์ ไรเดอร์ได้รับการติดตั้งเรียบร้อย ที่คอของผมก็ก็มีสายสร้อยสีเงินออกขาว พร้อมนกหวีดทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆปรากฏขึ้น

“อะไรเนี่ย นกหวีดมีไว้ทำอะไรหว่า เอาเถอะ ค่อยถามเอาจากเนนีร่าแล้วกัน”

ผมเอนตัวลงนอนบนเบาะนวมนุ่มๆ ก่อนจะออกคำสั่งออกจากระบบ เพื่อพักผ่อนร่างกายกับสมอง จากการถูกกระตุ้นด้วยเครื่องมือพิเศษ ในยามที่เราออนไลน์เข้าสู่ดิกาแลกเซีย

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #464 oomironhorse (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:47
    เซวิล กลายเป็นมอนสเตอร์ไรเดอร์แล้วววว อีกหน่อยก็คงได้สู้กับพวกซอคเกอร์สินะ ไรเดอร์ๆ //ผิดละ ><
    #464
    0
  2. #305 ฝนธารา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 14:24
    ปริศนาๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #305
    0
  3. #173 LOL (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:11
    ศวิลเป็นครายยยย โอ๊ยตื่นเต้นนนนนนนนนนนน
    #173
    0
  4. #157 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:41
    พระเอกเป็นลูผสมต่างดาวรึป่าว
    #157
    0
  5. #144 kimurakung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:34
    หรือ เซวิล จะเป็นผู้กอบกู้ โอ้ววววว มันลึกลับมาก
    #144
    0