THE GALAXIA

ตอนที่ 15 : Nenira Server Program

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    3 ก.พ. 58



 

 

“ยินดีต้อนรับกลับสู่อูริเอลค่ะศวิล”

เสียงเอไอสาวร้องทักเมื่อผมลืมตาตื่นขึ้น

“อรุณสวัสดิ์เจดา”

ผมทักเธอกลับแบบติดตลก เธอยิ้มตอบ และมองดูผมลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ กล้ามเนื้อของผมปวดตุบๆอย่างไม่รู้สาเหตุ อาจเพราะผมนอนผิดท่า หรือตอนอยู่ในดิกาแลกเซียผมนอนดิ้น จนอยู่ผิดท่าก็เป็นได้ แต่ตอนตื่นขึ้นมา ท่านอนของผมก็ปกติดีนี่นา ถ้าอย่างนั้นแล้วสาเหตุมันมาจากไหนกันนะ

“สัญญาณหารติดต่อจากทเวนค่ะศวิล”

“ห๊ะ อ้อดึงสัญญาณเข้ามาเลยครับ”

ผมตอบ เจดาดึงสัญญาณของทเวนให้กระจายเสียงทั่วห้อง เพราะผมกำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำพอดี

“ไงเซวิล กำลังจะไปโรงอาหารหรือเปล่า?”

เสียงของทเวนดังขึ้นอย่างร่าเริง

“ใช่ อีกเดี๋ยวน่ะ ตอนนี้ผมเข้ามาล้างหน้าล้างตาสักหน่อย”

“ดีเลย งั้นฉันจะไปรอหน้าเซ็กเตอร์แล้วกัน”

พูดจบทเวนก็วางสายไปทันที

ไม่นานจากนั้นผมก็เดินออกไปจากห้อง ผู้คนดูเหมือนจะเดินไปมาขวักไขว่กว่าครั้งแรกที่ออกมาจากดิกาแลกเซีย สาเหตุนั้นง่ายๆ ก็เพราะพวกเขาเองก็มีข้อจำกัดด้านเวลาในการออนไลน์เหมือนกัน สมองของเราสามารถทนแรงกดดันจากการออนไลน์ในโลกจำลองเป็นเวลาราว 10 ถึง 12 ชั่วโมง บางคนน้อยกว่านั้นบ้าง และสูงสุดไม่เกิน 13 ชั่วโมงซึ่งเป็นช่วงที่เรียกว่าภาวะวิกฤต

เมื่อผ่านเข้าสู่ภาวะวิกฤต เราจะถูกดึงออกจากดิกาแลกเซียโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะยังติดพันเรื่องอะไรอยู่ก็ตาม และช่วงเวลานับถอยหลังไปหนึ่งชั่วโมงจากการอยู่ในภาวะวิกฤตจะถูกลบไป หมายถึงไม่ว่าการสนทนาใดๆ หรือความคืบหน้าของมิชชั่น แม้กระทั่งการทำมิชชั่นจนลุล่วงจะถูกลบทิ้งไป และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทุกคนต้องมีที่พักนิรภัย เพื่อทำการออกจากดิกาแลกเซียก่อนถึงภาวะวิกฤตนั้น เพราะคงไม่มีมีใครอยากเสียเวลาหนึ่งชั่วโมงอันมีค่าไปแน่ โดยเฉพาะผมที่กำลังตามหาความจริงเกี่ยวกับพ่อแม่แท้ๆอยู่ด้วย

“ไง มาช้าจังนะ”

ทเวนส่งเสียงทักเมื่อผมเดินมาถึงหน้าเซ็กเตอร์ ส่วนที่พักของพวกเราคือเซ็กเตอร์ที่ห้า ส่วนสาธารณะประโยชน์อย่างโรงอาหาร ยิม ห้องพยาบาล ห้องประชุม ฯลฯ คือเซ็กเตอร์ที่สี่

“อ้อก็ต้องแต่งหล่อกันหน่อยสิ ตื่นมาขี้ตาเขรอะ ขืนไม่ล้างหน้าล้างตาคงโดนสาวๆที่ผ่านไปผ่านมาหัวเราะเยาะแย่”

ผมตอบติดตลก แต่ท่าทางของทเวนกลับดูจริงจังขึ้นมาทันที จากที่ยืนเกาะอกพิงผนังอย่างสบายใย ก็กลับยืนตัวตรงขยี้ตาควานหาขี้ตาเป็นพัลวัล

“ว่าไง ไม่มีสินะ!”

ทเวนถามด้วยสีหน้าจริงจังมาก

“ไม่มีอะไร นายจะขยี้ตาทำไมน่ะ ไปเถอะผมหิวแล้ว”

ผมถามด้วยความแปลกใจ แต่พอจะก้าวเดินต่อหมอนี่ก็กลับคว้าไหล่ผมไว้ จนผมแทบจะล้มหงายหลัง

“เดี๋ยวสิดูให้ก่อน ว่าไง หน้าฉันน่ะ ไม่มีขี้ตาติดอยู่ใช่ไหม?!”

คำถามนี้ทำเอาผมตะลึง หมอนี่จริงจังกับเรื่องภาพลักษณ์เอามากๆทีเดียว ทั้งที่เมื่อกี้ผมแค่พูดเล่นติดตลกเท่านั้นเอง

“ม...ไม่มีนี่ นายดูดีสุดๆไปเลยล่ะ ถ้าจะถามนะ”

“อ้อ โอเค งั้นไปโรงอาหารกันเถอะ”

พอได้คำชมหมอนี่ก็ยืนตัวตรงเก็กหล่อ พร้อมทั้งออกเดินไปอย่างมีมาด อย่างกับพระเอกหนังอาหลอง ทำเอาผมตั้งตัวแทบไม่มัน สงสัยว่าเจ้าทเวนต้องมีคนที่สนใจอยู่แน่ๆ ถึงได้ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองขนาดนี้ ทีครั้งที่แล้วมาโผล่ในโรงอาหารทั้งที่มีคราบน้ำลายตรงมุมปาก ยังไม่เห็นจะกังวลอะไรเลยแท้ๆ

ผมกับทเวนเดินไปยังโรงอาหาร คราวนี้มันไม่ได้ว่างเปล่าร้างผู้คนเหมือนคราวที่แล้ว แม้จะไม่ถึงกับแน่นขนัด แต่ก็มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว ส่วนใหญ่อยู่กันเป็นกลุ่มสองคนขึ้นไป น้อยคนที่จะอยู่เดี่ยวๆไม่มีเพื่อนคุย

“นั่นเธอ!”

อยู่ดีๆทเวนก็หยุดเดินไปดื้อๆ ดวงคาของเขาจับจ้องไปยังโต๊ะอาหารที่มีกลุ่มหญิงสาวนั่งอยู่สามสี่คน กับเด็กผู้ชายที่ดูคุ้นตา แต่ว่าคนที่ทเวนมองไม่ใช่เด็กผู้ชายคนนั้น สายตาของเขาหยุดลงตรงใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งโอบไหล่เด็กชายอยู่ต่างหาก

“นี่ทเวน นายจ้องพี่สาวของเด็กคนนั้นอยู่นะ”

ผมทัก เพราะกลัวเจ้าตัวเขาหันมาเห็นจะไม่พอใจเข้า

“เออจริงสิ โทษที”

“นายจะขอโทษผมทำไมเนี่ย ไปสั่งอาหารกันเถอะ”

ทเวนคงเพี้ยนเต็มขั้นไปแล้วจริงๆ เพราะขนาดเดินยังสะดุดขาเก้าอี้ล้มลงไปคลานสี่ขากับพื้น เรียกสายตาจากผู้คนแถวนั้นได้เป็นอย่างดี

“เฮ้ นายสองคนนั้นนี่นา!!”

เด็กชายดูเหมือนจะจำเราได้ เขายิ้มกว้าง ก่อนจะวิ่งเข้ามาหาท่าทางดีใจ

“เอ่อ นายหน้าคุ้นๆนะ?”

ผมขมวดคิ้วมองเขา เหมือนจะจำได้แต่ก็ไม่แน่ใจนัก

“ไม่เอาน่าผมเอง เด็กผู้ชายที่พลัดหลงกับพี่สาวที่หนองน้ำรากูสไง”

เด็กชายตอบพร้อมยิ้มกว้าง

“จริงด้วย หลังจากนั้นเป็นไง หาพี่สาวเจอไหม?”

ผมถามในขณะที่ทเวนพาตัวเองลุกยืนอย่างรวดเร็ว เพราะรับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองเขาอยู่

“อื้อ พอแยกกับพวกนายได้สักพักพี่สาวก็ติดต่อมา พี่สาวโดนรากูสเล่นงานหมดสติ และได้พวกพี่สาวกลุ่มนั้นช่วยไว้ พอฟื้นขึ้นมาก็รีบติดต่อหาผมเลย ถ้าไม่ได้พวกนายเตือนสติตอนนั้น ผมก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ขอบใจนะ”

เด็กชายตอบ

“เรื่องเล็กน่า”

ผมแตะไหล่เขาเบาๆ ตอนที่กำลังจะแยกกันพี่สาวของเด็กชายก็เดินเข้ามาสมทบพอดี นั่นยิ่งทำให้ทเวนออกอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขาจะพยายามตีมาดนิ่ง

“เฮ้พี่ นี่ไงทเวนกับเซวิล คนที่ช่วยผมไว้ที่หนองน้ำรากูสไง!”

เด็กชายรีบบอกกับพี่สาวของเขา จากที่มีสีหน้าแปลกใจเธอก็กลับยิ้มกว้างออกมา และเริ่มกล่าวทักทายพวกเราอย่างเป็นกันเอง

“โอ้พวกคุณนั่นเอง ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยน้องชายของฉันไว้”

“ครับ ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเอง พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากแบ่งอาหารให้เขากิน”

ผมตอบ เธอขอบใจซะอย่างกับพวกเราได้เสี่ยงอันตราย ช่วยชีวิตน้องชายของเธอไว้จากความตาย แต่จริงๆก็แค่ปลอบให้หยุดร้อง แล้วก็แบ่งเนื้อรากูสย่างให้กินเท่านั้นเอง

“เนื้อรากูสย่างสินะคะ มิกซ์เล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะค่ะ มันน่าทึ่งมากเลยจริงๆนะ ที่อาหารที่เราทำเองในดิกาแลกเซีย จะอร่อยได้ขนาดนั้นน่ะ”

“เอ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันโมนิกอายุ 17 ฉันกับมิกซ์เป็นชาวยุโรปแต่ตอนเกิดเหตุการณ์อพยพเราอยู่ในเอเชีย ก็เลยต้องขึ้นมาอยู่บนยานอูริเอลก่อน เห็นผบ.โบนส์บอกว่าพอยานทั้งห้าลำมาร่วมขบวนในเส้นทาง ก่อนถึงจุดไฮเปอร์ไดรฟ์ เขาจะช่วยพาเรากลับไปยังซารีเอล ยานอพยพประจำทวีปยุโรปให้น่ะคะ”

“เอ๊ะ ต้องย้ายเหรอ?”

ทเวนเอ่ยปากขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อได้ยินว่าสองพี่น้องจะต้องย้ายไปจากอูริเอลเร็วๆนี้ แววตาของเขาก็ฉายแววผิดหวังอยู่แว่บหนึ่ง

“จริงสิคะ ชื่อของฉันกับน้องไม่ได้อยู่บนยานลำนี้ตั้งแต่แรกแต่ฉันก็ได้เจอเพื่อนๆที่ดี เราเพิ่งแลกรหัสติดต่อกัน เพื่อเวลาที่ฉันกลับไปยานซารีเอลแล้ว ก็ยังพูดคุยกับพวกเธอตอนอยู่นอกดิกาแลกเซียได้”

โมนิกตอบ เธอเป็นหญิงสาวสดใสร่าเริง ผมสีบลอนด์ดัดเป็นลอนยาวถึงกลางหลัง มัดรวบไว้ครึ่งศีรษะ ตัวเล็กๆน่ารัก ดวงตาสีกลมโตเกาลัค กับขนตายาวสีเดียวกับเส้นผม กระพริบน้อยๆเวลาเธอพูด ทำให้ดูมีเสน่ห์ชวนมอง ทำให้ผมเข้าใจเลยว่า ทำไมทเวนถึงได้สะดุดขาเก้าอี้ลงไปกองกับพื้นเมื่อมองเธอ

“จริงสิมิกซ์ พวกเราก๋น่าจะแลกรหัสติดต่อกันไว้บ้างนะ ไหนๆก็มีโอกาสได้รู้จักกันทั้งที”

ผมหันไปถามน้องชายของโมนิก เขายิ้มกว้าง และขอเบอร์ติดต่อห้องของผมไป เขาบอกว่ารหัสติดต่อส่วนบุคคลนั้นต้องใช้ไอดีในการลงทะเบียนตอนขึ้นยานเพื่อสร้าง ซึ่งจะเป็นรหัสติดต่อโดดตรงจากบุคคลสู่บุคคล ไม่เหมือนการติดต่อจากห้องหนึ่งสู่ห้องหนึ่ง เหมือนตอนที่เราติดต่อหาเพื่อนต่างห้อง หรือตอนที่เดอะโบนส์ติดต่อเข้ามา

“เสียดายที่ยังไม่ได้รับคอมเจ็น ไม่งั้นอะไรๆคงง่ายกว่านี้ ถ้าพวกพี่สร้างรหัสติดต่อส่วนบุคคลได้แล้ว โทรเข้ามาที่ห้องผมได้เลยนะ ตอนนี้ขอไปออนไลน์ต่อละ”

มิกซ์โบกมือลา เช่นเดียวกับพี่สาวของเขา เพราะทั้งคู่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว หลังจากสองพี่น้องจากไป ผมกับทเวนก็เดินไปสั่งอาหาร แล้วมานั่งทานใกล้ๆกับผนังด้านหนึ่ง จากจากคนอื่นๆในโรงอาหารพอสมควร

“นี่ทเวน นายชอบโมนิกใช่ไหม?”

คำถามของผมทำเอาเขาแทบสำลักแกงจืดสาหร่าย

“อ...อะไรนะ พูดอะไรของนายกัน!!”

หมอนี่ออกพิรุธจนถึงไม่ตอบออกมา คำตอบมันก็ชัดตรงหน้าผมแล้ว

“ผมได้เบอร์ห้องของมิกซ์มา กะว่าจะโทรไปตอนที่สร้างรหัสติดต่อส่วนตัวเสร็จแล้ว บางทีนายก็น่าจะทำนะ”

ผมพูด แต่ทเวนทำเป็นไม่ได้ยิน

“ไม่แน่มิกซ์อาจจะพักห้องเดียวกันกับพี่สาว เพราะยังไงสองคนนั้นก็ไม่ได้มีชื่ออยู่บนนี้ตั้งแต่แรก แต่ถึงยังไงเด็กคนนั้นก็ต้องมีรหัสติดต่อส่วนบุคคลกับพี่สาวอยู่แน่ๆ”

“นายจะพูดอะไรเซวิล?”

ทเวนเงยหน้าทำตาขวางใส่ผม

“เปล่านี่ แค่ลองเดาดู จะว่าไป ออกมาจากดิกาแลกเซียคราวนี้ รู้สึกปวดเมื่อยแปลกๆแฮะ นายเป็นบ้างไหม?”

ผมเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะไม่อยากแกล้งหมอนี่ต่อแล้ว ความจริงไม่อยากให้เขาหึงจนหน้ามืดแล้วลุกขึ้นมาต่อยผมน่ะ ทเวนพยักหน้าขรึมๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“เครื่องมือกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ไอ้สายยุบยับตรงขอบเตียง ที่เชื่อมต่อกับนาโนเลเธอร์ตอนเราเชื่อมต่อกับดิกาแลกเซียนั่นแหละ ยิ่งเราออกกำลังมากเท่าไร มันก็จะกระตุ้นกล้ามเนื้อเรา เหมือนเราได้ออกกำลังจริงๆเลย มันทำให้นายมีกล้ามเนื้อและพละกำลัง แม้จะแค่นอนอยู่เฉยๆก็ตาม”

“จริงอ่ะ?”

“นายนี่รู้อะไรบ้างเนี่ย ถามเอไอในห้องนายดูบ้างก็ได้นะ มันไม่ได้เป็นใบ้หรอก”

“จริงสินะ แต่เมื่อกี้นายไม่ได้หลอกด่าผมใช่ไหม?”

“ฮ่ะๆๆ บ้าน่ะหลอกที่ไหน ก็แค่บอกว่านายมันซื่อบื้อต่างหาก ทำเป็นจะมาเป็นพ่อสื่อให้ฉัน แต่เรื่องแค่นี้ดันไม่รู้ ฮ่ะๆๆ”

“อ๋อใช่สิ ผมมันพวกบ้านนอก อ่อนเทคโนโลยีนี่นา ใครจะไปแสนรู้ไหซะหมดทุกอย่างเหมือนนายกันล่ะ”

ทเวนปล่อยฮากับท่าทางแง่งอนสุดดัดจริตของผม จากนั้นเราก็ระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกันจนทุกคนหันมามอง การมีเพื่อนสักคนร่วมเดินทางไปยังโลกที่ไม่รู้จัก มันก็ไม่ได้แย่อะไรนักหนา ยิ่งพอได้รู้ว่าเพื่อนคนนนั้นซื่อตรงและจริงใจ ทว่าตัวผมเองต่างหาก ที่มีความลับมากมาย ทั้งที่รู้แล้วแต่ยังบอกใครไม่ได้แม้แต่ทเวน และที่ยังไม่รู้นั่นอีก แต่ไม่ว่ายังไงสักวันผมจะบอกเขาแน่ สักวัน

“นี่นายจะออนไลน์กลับไปเลยหรือเปล่า หลังจากกินข้าวแล้วน่ะ?”

ทเวนถามขึ้น

“คิดว่าจะทำรหัสติดต่อส่วนตัวส่งให้มิกซ์ก่อนน่ะ ไม่รู้ว่าเขาจะจากไปเมื่อไร รับทำรับแลกเปลี่ยนไว้มันก็ดี”

“นั่นสินะ งั้นฉันคงต้องทำเหมือนกัน”

ทเวนเห็นด้วย ผมเหล่มองเขาอย่างมีเลศนัย ทำให้เขาเขินจนเผลอผลักผมหน้าคะมำ แทบจะทิ่มลงไปในถาดอาหาร เรานัดกันว่าอีกหนึ่งชั่วโมงถึงค่อยออนไลน์เข้าไปในดิกาแลกเซียพร้อมกัน เพราะจะทำรหัสติดต่อส่วนบุคคลส่งให้มิกซ์ก่อน ผมกับทเวนแยกกันตรงหน้าเซ็กเตอร์ และต่างเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง

บริเวณโถงซึ่งเป็นห้องอเนกประสงค์ หรือห้องนั่งเล่นรวม มีหลายคนจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาหลายคนขึ้นมาบนอูริเอลพร้อมกลุ่มเพื่อน หรือไม่ก็ญาติพี่น้อง ไม่มีใครโดดเดี่ยวเหมือนอย่างผม อันที่จริงผมเองก็ไม่รู้ว่าทเวนมีเพื่อน หรือญาติพี่น้องบนอูริเอลนี่ไหม เขาไม่เคยเล่าให้ฟัง ไม่เคยพูดถึงสักครั้งตั้งแต่รู้จักกันมา แบบนี้ผมเองก็ค่อยโล่งใจ ที่คิดจะมีความลับกับเขาบ้างเหมือนกัน อย่างน้อยเราก็ยังไม่รู้จักกันดี ขนาดจะบอกเล่าทุกอย่างในชีวิตให้ใครฟัง อย่างที่เนนีร่าบอก มันอันตรายเกินไป

ผมกลับเข้าห้อง สั่งเจดาให้ช่วยสร้างรหัสติดต่อส่วนบุคคลของผมขึ้นมา จากนั้นก็ส่งให้กับมิกซ์และทเวน ผมออนไลน์กลับเข้าสู่ดิกาแลกเซียทันที และรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเบาะนอนนุ่มๆในที่พักนิรภัย ทเวนยังไม่ออนไลน์เข้ามา ผมจึงคิดว่าจะเก็บที่พักและลงไปยืดเส้นยืดสายข้างล่างสักหน่อย

“มีการติดต่อผ่านโปรแกรมเนนีร่าเซิฟเวอร์”

ผมสะดุ้งเมื่อคอมเจ็นแจ้ง เมื่อก้มลงดูที่หน้าจอก็พบว่ามันเป็นบุคคลที่ไม่รู้จัก หน้าต่างที่เขียนว่าเนนีร่าเซิฟเวอร์กระพริบแสง การติดต่อผ่านโปรแกรมที่เนนีร่าให้มา คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเนนีร่าเท่านั้น อาจเพราะผมไม่มีข้อมูลของเธอในคอมเจ็น จึงเป็นไปได้ที่มันจะไม่สามารถระบุตัวตน ของผู้ที่ติดต่อเข้ามาได้

“ต้องการสลับใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์หรือไม่”

คอมเจ็นถามเมื่อผมแตะลงบนหน้าต่างเนนีร่าเซิฟเวอร์ บนหน้าจอของคอมเจ็น

“ต้องการ”

“สลับเข้าสู่เนนีร่าเซิฟเวอร์”

เมื่อทำการสลับเข้าสู่เนนีร่าเซิฟเวอร์ ชื่อผู้ติดต่อก็ปรากฏขึ้น ซึ่งก็คือเนนีร่าอย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ

“ไง รับช้าจังนะ”

เสียงปลายสายพูดเหน็บ

“ขอโทษที พอดีเทคโนโลยีพวกนี้มันใหม่สำหรับผม”

“เธอต้องตั้งใจเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้รู้ความจริงทั้งหมด เอาล่ะนี่คือพิกัดฐานวิจัยของพ่อแม่เธอบนเซคันด์เอิร์ธ ลองไปที่นั่นเผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง”

เนนีร่าส่งพิกัดสถานที่มาให้ผม ซึ่งอยู่ไกลจากสถานที่ปัจจุบันที่ผมอยู่ แทบจะเรียกได้ว่าคนละซีกโลก โดยเฉพาะซีกโลกของเซคันด์เอิร์ธนี่

“ไปคนเดียว ถ้ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวเธอทั้งหมด ให้บันทึกข้อมูลในเซิฟเวอร์ของฉันเท่านั้น ก่อนจะบันทึกอะไรที่สำคัญ ดูให้แน่ใจว่าเปิดหน้าเซิฟเวอร์ถูกต้องเข้าใจไหม?”

“ครับ ผมเข้าใจ แต่ว่าเรื่องของพ่อกับแม่มันคอขาดบาดตายอย่างนั้นเชียว อีกอย่างพิกัดที่คุณให้มามันไกลมากเลยนะ ผมต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเดินทางกัน ไหนจะมิชชั่นหลักพวกนั้นอีก ถ้าผมไม่ทำมิชชั่นตามกำหนด จะไม่ถูกสงสัยหรอกเหรอ?”

“รอจังหวะที่ได้มิชชั่นในการเดินทางไกลๆก่อนก็ได้ มันจริงทีเดียวที่ไม่ควรให้พวกเขาสงสัยในตัวเธอเด็ดขาด เธอควรทำตัวธรรมดาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มิชชั่นหลักพวกนั้นเป็นแค่ตัวปลดล๊อคอย่างหนึ่ง เพื่อให้เธอรับมิชชั่นจากคนอื่นๆบนเซคันด์เอิร์ธได้มากขึ้น มิชชั่นที่ให้อิสระมากที่สุดคือมิชชั่นจากพวกเรนเจอร์ แถมยังได้ออกนอกเมืองบ่อยๆด้วย ยังไงก็ตาม เธอได้ใช้นกหวีดแล้วหรือยัง?”

“ยังครับ ผมว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่ามันใช้ทำอะไรได้”

พอเนนีร่าถามผมถึงนึกขึ้นมาได้ ว่าตอนติดตั้งโปรแกรมมอนสเตอร์ ไรเดอร์ผมได้รับนกหวีดนี่มาด้วย

“เอาล่ะจับที่นกหวีด แล้วออกคำสั่งซ่อนซะ”

“ทำไมถึงต้อง...”

“ทำซะ แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง เดี๋ยวนี้”

“ครับ ซ่อน!”

“ทำการซ่อนนกหวีดไรเดอร์ สมบูรณ์”

“เรียบร้อยครับ ผมซ่อนมันแล้ว แต่ผมยังเห็นมันอยู่เลยนะ”

“ลองส่องกระจกดู ถ้าส่องในกระจกแล้วไม่เห็นนกหวีด ก็ถือว่าซ่อนเรียบร้อยแล้ว”

ผมทำตามที่เธอบอก ขยับตัวหากระจกในที่พักนิรภัย หวังว่ามันจะมีอยู่ในนี้บ้าง โชคยังดีที่มีอยู่จริงๆ ติดอยู่ด้านในตู้บิ้วอินฝาพับ เงาของผมสะท้อนภาพตัวของผมเอง ที่ดูแตกต่างจากตอนอยู่บนยานอูริเอลทีเดียว ตอนนี้ผมใส่เกราะสีดำ มีบีบอมเกาะนิ่งอยู่บนบ่า ข้อมือซ้ายมีอุปกรณ์อย่างคอมเจ็นติดตั้งไว้ แต่สร้อยคอกลับไม่มีเงาสะท้อนในกระจก ทั้งๆที่ผมกำลังจับมันอยู่แท้ๆ

“ไม่มีเงาของสร้อยคอหรือนกหวีดในกระจก”

ผมบอกเธอ

“ดี ทีนี้มาพูดเรื่องประโยชน์ของนกหวีดนั่นกัน มันเป็นนกหวีดของมอนสเตอร์ไรเดอร์ หรือก็คือผู้ที่สามารถขี่มอนสเตอร์ได้นั่นเอง ในความเป็นจริงแล้ว การจะเป็นมอนสเตอร์ไรเดอร์นั้นยากมาก แต่ฉันมีตัวที่เหมาะกับเธออยู่ และสร้างโปรแกรมนี้เฉพาะเพื่อเธอคนเดียว นกหวีดนั่นมีเธอคนเดียวที่จะใช้ได้”

“อะไรนะ ผู้ขี่มอนสเตอร์ ผมเนี่ยน่ะเหรอ?”

ผมถามเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นมาก จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่

“ใช่เหมือนอย่างทรีเทลไทเกอร์ตัวนั้น ที่มันคาบเธอมาหาฉัน ไม่ใช่มอนสเตอร์ทุกตัวจะยอมเชื่องให้ขี่ การจะทำแบบนั้นได้ต้องเสี่ยงชีวิต และใช้เวลานานทีเดียว และนกหวีดที่ใช้จะมีแต่ตัวที่เธอเป็นเจ้าของเท่านั้นที่จะตอบสนอง เธอต้องใช้มันอย่างลับๆ เพราะไม่มีทางที่นักสำรวจหน้าใหม่จะมีของแบบนี้แน่ ยิ่งกับมนุษย์บนเซคันด์เอิร์ธแล้ว ฉันรับรองได้เลยว่าไม่มีใครเป็นมอนสเตอร์ไรเดอร์สักคน พวกเขาชอบยานยนต์ที่เรียกว่าไซเคิลมากกว่า อ้อ ตอนขี่มอนสเตอร์พรางตัวซะด้วยล่ะ”

“ไม่มีมนุษย์สักคนเป็นมอนสเตอร์ไรเดอร...”

“เอาล่ะ ฉันต้องไปแล้ว ระวังตัวให้ดีด้วย แล้วบอกไว้ก่อนถ้าเจอกันข้างนอก อย่าเข้ามาทักฉันเด็ดขาด ทำเป็นไม่รู้จักไปเลยยิ่งดี เข้าใจไหม!”

เนนี่ร่าไม่ได้สนใจอาการตื่นเต้นของผมเลยแม้แต่น้อย แต่เธอกลับกำชับอีกเรื่องที่ทำให้ผมแคลงใจ ทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักเธอด้วย

“ทำไมทักไม่ได้ล่ะครับ เราเคยเจอกันในเมืองนี่นา”

“หึ บอกว่าไม่ต้องทำก็เชื่อกันเถอะ ไม่งั้นเธอจะถูกจับตามองไปด้วยแน่”

พูดจบเนนีร่าก็วางสายไปทันที แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เป็นอะไรที่ร้ายแรงมากแน่ ถ้าผมกับเธอเกิดพูดคุยกันอย่างสนิทสนม คำว่าจับตามองนั่นหมายถึงเธอ เธอถูกใครบางคนจับตาดูอยู่ จะว่าไปแล้วตอนอยู่ในเมือง เธอพูดกับผมน้อยมาก ทำท่าทางเย็นชาแบบแทบไม่อยากข้องแวะ ตอนเจอกันครั้งที่สองเธอก็แอบอยู่ในป่าลึก และให้มอนสเตอร์ของเธอไปตามตัวผมมา เพียงเพื่อจะคุยกันไม่กี่ประโยค ดูท่าการเดินทางไปเซคันด์เอิร์ธของผม คงไม่ธรรมดาซะแล้ว






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #337 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 00:20
    เอิ่ม ทำไมผมนึกถึง Star Ocean 3 ขึ้นมาเลยอ่ะครับ
    พระเอกต้องคล้ายๆ เฟทแน่ๆ 55555
    #337
    0
  2. #306 ฝนธารา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 15:16
    ปริศนาๆๆๆ
    #306
    0
  3. #174 LOL (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:21
    พระเอกไม่ใช่มนุษย์?????
    #174
    0
  4. #158 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:55
    มีเงื่อนงำเยอะเลยพระเอกเป็นใครกันแน่ อย่าลืมมาอับต่ออีกหรา
    #158
    0
  5. #145 kimurakung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:55
    น่าค้นหามาก นายเป็นใครกันแน่ เซวิล กับ เนนีร่า
    #145
    0
  6. #143 Foll วูฟ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:33
    ปริศนามาเต็ม...พ่อแม่พระเอกจริงๆ เป็นใคร มีความสำคัญยังไงกันนะ ... แล้วมาอัพต่อเร็ว ๆ นะค่ะ
    #143
    0