THE GALAXIA

ตอนที่ 13 : Cannibalistic Tribes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    26 ม.ค. 58

 
 
 

 

 

พวกเรานั่งเล่นดนตรีตรงริมตลิ่ง เพื่อให้ลีม่า ที่มีทีท่าว่าจะชอบเสียงดนตรีเอามากๆฟัง เธอมองทเวนตาเป็นประกาย ราวกับคลั่งไคล้เอามากๆ จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเผ่ามีรีนนี่คงชื่นชอบดนตรีน่าดู ไม่เท่านั้น เพราะหลักจากฟังทเวนเล่นตรีจบแล้ว เธอเองก็ขอร้องเพลงบ้าง มันเป็นภาษาที่เราไม่เข้าใจ ท่วงทำนองลึกลับน่าค้นหา มันเพราะเสียจนเราสองคนแทบเคลิบเคลิ้ม ทั้งความเพราะของท่วงทำนอง ทั้งท่วงท่าการร่ายรำของลีม่า มันเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในป่าที่มีอันตรายรอบด้านแบบนี้

“โฮ่...ไม่ยักรู้ว่ามีมนุษย์อยู่ด้วย”

ไม่ว่าด้วยความเคลิบเคลิ้มหรืออะไร เราก็แทบไม่รู้สึกถึงการมาของเจ้าของเสียงนี้เลย เขาเข้ามาได้เงียบงัน จนกระทั่งต้องเปล่งเสียงออกมาด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นผมกับทเวน

ลีม่าหยุดร้องเพลง และส่งเสียงขู่ฟ่อราวกับงูพิษใส่ชายผู้นั้น ชายผู้มีร่างกายใหญ่โตกำยำราวกับหมี ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ในเงามืดของผืนป่า ทำให้เราไม่รู้แน่ชัดว่าเขากำลังมองมาด้วยสายตาแบบไหนแน่ แต่เท่าที่ดูลักษณะท่าทาง และการแต่งตัวก็ดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญ เขาพูดภาษาสากลของมนุษย์ได้

“คุณเป็นใคร?”

ผมถามขึ้นอย่างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ ยิ่งท่าทางของลีม่าที่มีต่อชายแปลกหน้าคนนั้น มันบ่งบอกเขากับเธอไม่มีทางเป็นมิตรต่อกันแน่นอน

“กิรุย จอมพรานแห่งเผ่าชานเดร่า พวกแกล่ะ เจ้าตัวกระจ้อยทั้งสอง มาไกลเกินกว่าจะมีมนุษย์คนไหนโผล่มาลำพังแค่สองคนได้นะ หลงทางหรือไง หรือว่าถูกมีรีนสาวล่อลวงมา”

เขาตอบ ไม่สนใจท่าทางระวังภัยของผมกับทเวนเลยสักนิด ราวกับว่าเขาเห็นเราเป็นเด็กน้อยไร้พิษภัย

“เราไม่ได้ถูกลีม่าล่อลวงมานะ เราตกลงมาจากหน้าผาด้านบนนั้น แล้วลีม่าก็ช่วยชีวิตเราเอาไว้”

ผมตอบด้วยความรู้สึกฉุน ทำไมชายคนนี้ถึงพูดจาดูถูกลีม่า แม้ว่าจะเป็นคนละเผ่าพันธุ์ แต่การพูดจาดูหมิ่นกันแบบนี้มันใช้ไม่ได้

“ฮ่ะๆๆ ช่วยชีวิต เผ่ามีรีนช่วยชีวิตอาหารด้วยเรอะ น่าขำชะมัด บอกทีสิว่าฉันหูฝาดไป ไอ้หนู!”

ชายคนนั้นแผดเสียงหัวเราะลั่น แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน

“ยังไงก็ตาม ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกผมกับลีม่า ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”

ผมตอบเสียงแข็ง เริ่มหมดความอกทนกับชายตรงหน้า เขาควรรู้ว่าพวกเราไม่ต้อนรับ และควรจะจากไปได้แล้ว ทว่าใบหน้าของเขากลับบึ้งตึง แถมยังขยับเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกหลายก้าว ตอนนั้นเองที่ผมเพิ่งได้เห็นว่า สิ่งที่เขาเอาพาดบ่ามาด้วยคือร่างไร้ชีวิตของไทน์วูล์ฟทั้งหกตัว

“ปากกล้าจังนะแก บอกให้ว่าถ้าพวกแกไม่ใช่แค่ข้อมูลที่จับต้องได้ ป่านนี้ได้เป็นอาหารของมีรีนตนนั้นไปแล้ว สำนึกหรือยัง สิ่งที่หล่อนทำ ที่กำลังร้องเพลงยั่วยวน ก็แค่พยายามจะได้ชิมสิ่งที่ยังไม่ได้ชิมเท่านั้น อย่างไอ้หัวเกรียนนั่น”

ผมหันมองตามที่กิรุยบอก ก็เห็นว่าทเวนกำลังหยอกล้อกับลีม่า ไม่ได้สนใจมาเถียงกับกิรุยร่วมกับผมเลย แถมที่น่าแปลกก็คือลีม่า เธอเลิกสนใจกิรุย แล้วเข้ามาใกล้กับทเวน พร้อมทั้งเม้มปากทำตาโตเคลิ้มฝัน และถ้าผมตาไม่ฝาดไป ผมเห็นลีม่าเลียมุมปากตัวเองบ่อยครั้ง

มือของลีม่าที่เอื้อมมาแตะใบหน้าของทเวนดูเหมือนภาพซ้อน เหมือนมีลีม่าสองคน คนแรกแตะผ่านทเวนราวกับเขาเป็นวิญญาณตรงหน้าเธอ ส่วนอีกคนที่เป็นภาพซ้อนแตะโดนแก้มของทเวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความความสนใจใคร่รู้

“หึหึหึ ถึงจะเป็นแค่ข้อมูล แต่ก็สมจริงทีเดียวนะ ฉันไม่รู้ว่าพวกแกรอดจากการถูกกินในทีแรกมาได้ยังไง แต่ครั้งนี้ถ้าโดนกินละก็ ได้ข่าวว่ามันจะให้ความรู้สึกสมจริงมากทีเดียวนี่ ในเมื่อพวกแกเป็นแค่ข้อมูล แล้วฉันเตือนไม่เชื่อ ก็ขอให้โชคดีก็แล้วกัน ไว้พอพวกแกไป ฉันค่อยมาจับยัยนั่นถลกหนังทีหลังก็ได้ ฮ่าๆๆๆ”

ผมไม่สนใจสิ่งที่กิรุยพูดเลย แต่ยังคงมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับลีม่าและทเวนด้วยความสงสัย ลีม่าตัวจริงคงรู้ว่าทเวนนั้นไม่มีตัวตนอยู่ตรงหน้าจริง แต่เธอก็ยังดูจะสนใจใครรู้อยู่นั่นเอง นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพซ้อนขึ้นมา ระหว่างตัวจริงของลิม่า กับข้อมูลที่ถูกคัดลอก เพื่อสร้างตัวตนของเธอในโลกจำลองของเรา เพราะลีม่าไม่มีนาฬิกาข้อมือของ NPC

“อย่างน้อยหมอนั่นก็คงปลอดภันละนะ”

ผมพึมพำกับตัวเอง และเปิดข้อมูลของเผ่ามีรีนดูเพิ่มเติม และมันก็จริงอย่างที่กิรุย จอมพรานแห่งเผ่าชานเดร่าพูด ชาวมีรีนเป็นพวกกินเนื้อ ใช้เสียงเพลงอันมีมนต์ขลังของตน ล่อลวงให้สิ่งมีชีวิตลุ่มลง และยอมลงไปเป็นอาหารให้อย่างเต็มใจ

จ๋อม

“ทเวน!”

ทเวนเลื่อนตัวลงน้ำไปเมื่อไรไม่รู้ เพราะพอผมหันไปอีกที เขากับลีม่าก็กำลังกอดกันกลม ดวงตาของเขาดูเลื่อนลอย ในขณะที่ลีม่ากำลังร้องเพลงเบาๆกล่อมเขา ริมฝีปากที่เผยอเป็นรอยยิ้มของมีรีนสาว เต็มไปด้วยฟันแหลมคมแบบฉลาม

“ลีม่าหยุดนะ!!”

ผมร้องห้ามเสียงดัง ลีม่าตัวจริงที่แยกตัวออกไปตั้งนานแล้วสะดุ้ง เธอร้องเรียกผมจากอีกทิศห่างออกไปพอสมควร คนที่กอดกันกลมอยู่กับทเวนจึงไม่ใช่ลีม่าตัวจริง แต่เป็นข้อมูลของเธอ ข้อมูลที่สามารถทำร้ายทเวนได้ในดิ กาแลกเซียนี้

ตูม!!

ผมกระโดดลงน้ำตามไป พยายามแยกลีม่าออกจากทเวน โดยไม่ทำอันตรายเงือกสาว ยังไงซะตัวจริงของลีม่าก็ยังอยู่ตรงนั้น และมันคงไม่ดีที่เธอต้องมาเห็นภาพโหดร้าย

“ถอยไป!”

ทเวนตะคอกใส่ผม พร้อมทั้งผลักหน้าอกผมอย่างแรง แววตานั้นราวกับไม่ใช่ตัวตนของเขาอีกต่อไปแล้ว

“ทเวน ตั้งสติสิ นายกำลังจะถูกกินนะ!”

ผมพยายามเตือนสติเขา แต่มันดูจะไม่ได้ผลเลย ผมจึงหันไปหาเงือกสาวที่เกาะรัดเขาเอาไว้แทน แต่พอผมแตะมือลงบนตัวเธอ เงือกสาวก็ปล่อยมือจากทเวนหันมาขู่ใส่ผม และกระโจนเข้ามาจับผมดำดิ่งลงไปใต้น้ำด้วยกัน ทเวนตื่นจากมนต์สะกด ท่าทางมึนงง ลีม่าตัวจริงดำน้ำตามลงมา พยายามจะช่วยผมที่เป็นเพียงข้อมูลไร้ตัวตน ลีม่าตัวที่โจมตีผมอยู่นั้นเรี่ยวแรงมหาศาล เธอจิกเล็บมือลงไปในเนื้อหนังของผม ผ่านนาโนเลเธอร์จากรอยต่อของเกราะแขน ปากของเธออ้ากว้าง พยายามจะงับลงบนใบหน้าของผม ทางเลือกของผมไม่เหลือ ผมกำลังจะตายไม่ว่าในทางใดทางหนึ่ง ทางรอดของผมมีเพียงอย่างเดียว

ปัง!

ปืนพกที่ผมพยายามคว้ามาจากข้างเอวคือคำตอบ นัดเดียวจ่อกลางหน้า เลือดสีแดงฉานก็พรั่งพรูออกมา ลีม่าที่พยายามจะช่วยผม หยุดนิ่งราวกับถูกรังสีแช่แข็ง ดวงตาของเธอเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง ชั่วครู่ผมเห็นความเจ็บปวดในแววตาของเธอ ก่อนที่ลีม่าจะว่ายน้ำหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับลมหายใจของผมเอง

ซ่าาา!

“...วิล เซวิล ตื่นสิ เซวิล!”

“อืม... แค่ก แค่ก”

ผมรู้สึกตัว และสำลักน้ำออกมาคำใหญ่ ดวงตาพร่าเลือนมองออกไปรอบตัว และเห็นทเวนถอนหายใจออกมายืดยาว พร้อมกัยตบหลังผมเบาๆหนึ่งที

“ลีม่าล่ะ?”

ผมถามเสียงแหบ

“ยังจะห่วงยัยเงือกกินคนนั่นอีกเหรอ ห่วงตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง เกือบจมน้ำตายอีกรอบแล้วนะนายน่ะ”

น้ำเสียงของทเวนขุ่นเคือง ฟังจากที่เขาเรียกลีม่าว่ายัยเงือกกินคน เขาคงเลิกปลื้มเผ่ามีรีนไปแล้วแน่ๆ

“นายช่วยผมไว้เหรอ?”

“ยังจะมีแมวที่ไหนอีกล่ะ!

“ฮ่ะๆ ขอบใจนะ”

ผมหัวเราะตอบ แล้วทเวนก็หัวเราะตาม ท่าทางขุ่นเคืองของเขาหายไปหมด ก่อนจะหันมามองอย่างจริงจัง

“ขอบใจนะ ขอบใจที่นายช่วยฉันจนต้องมาเดือดร้อนเกือบตายซะเอง นายน่ะมันเพื่อนแท้เลยรู้ไหม”

ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่น จะยอมช่วยทเวนอย่างที่ผมทำไหม และการช่วยในยามที่เพื่อนเดือดร้อน ก็เป็นสิ่งที่เพื่อนสมควรทำให้กัน แต่ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นหรอกนะ ก็แค่ทำไปตามสถานการณ์ และรู้ว่าทเวนเองก็คงทำแบบเดียวกัน ถ้าแบบนั้นเรียกว่าเพื่อนแท้ เราก็คงเป็นเพื่อนแท้กันจริงๆ

“เราออกเดินทางกันต่อเถอะ เราเสียเวลากับการเดินทางไปหนองน้ำรากูสมากไปแล้วล่ะ”

ผมพูดพลางลุกขึ้น ทเวนเห็นด้วย พวกเราจึงออกเดินทางกันอีกครั้ง โดยที่ผมยังไม่อาจลืมสีหน้าและแววตาของลีม่าในตอนนั้นไปได้                                 

นาฬิกาควอเตอร์ชีไปที่เลข 21 ตอนที่เรามาถึงหนองน้ำรากูส และเชื่อเถอะในสภาพที่ดูแทบไม่เป็นผู้เป็นคนสุดๆด้วย สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่หนองน้ำที่เต็มไปด้วยรากูส แต่มันเป็นหนองน้ำที่เต็มไปด้วยนักสำรวจหน้าใหม่ต่างหาก พวกนั้นมากันแทบจะเต็มพื้นที่ แย่งกันไล่ล่ารากูส

“อะไรกันวะเนี่ย...”

ทเวนอุทานด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

“ดูท่าพวกเราจะเสียเวลาไปในป่านั่นมากจริงๆ...”

ผมบ่นเบาๆ

“เราปล่อยพวกนั้นไปก่อนดีกว่า ยังไงสิ่งที่เราต้องการก็ไม่ได้มีแค่ไล่ล่าสังหารรากูส 50 ตัวอย่างเดียวนี่ ไหนจะต้องเลาะเนื้อเอากระดูก ไหนจะต้องเก็บอึพวกมันอีก”

ทเวนกลอกตากับคำพูดนี้ การเลาะเนื้อเอากระดูกนี่ก็ดูเท่ดีอยู่หรอก แต่ไอ้ตอนเก็บอึนี่ เขาคงไม่อยากให้สาวๆคนไหนได้มาเห็นแน่

“เก็บอึรึ ต่อหน้าคนทั้งโขยงนี่นะ ขอผ่านล่ะ”

ทเวนพ่นลมออกทางจมูก

“งั้นเก็บซากพวกมันมาเลาะเอากระดูกก่อนดีไหม?”

“ฉันอยากล่าแล้วเลาะกระดูกพวกมันเอง แบบนั้นน่าภูมิใจกว่าเยอะ”

คราวนี้เป็นผมที่ต้องกลอกตากับความเรื่องมากของหมอนี่ นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา ตกลงเราคงต้องรอให้คนพวกนั้นล่ากันจนครบแล้วกลับเข้าเมืองไป มิชชั่นของพวกเราถึงจะเริ่มต้นได้สักทีละมั้ง

และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แบทเทิลฟิลด์พวกที่ปรากฏในภารกิจนั้น ภาพจำลองจะสมบูรณ์ไม่มีการเกิดภาพซ้อนระหว่าตัวจริงและภาพจำลองเลยแม้แต่น้อย รากูสในบริเวณนี้รวมถึงมอนสเตอร์บริเวณใกล้เคียง คือข้อมูลที่ไม่มีตัวตนจริงบนเซคันด์เอิร์ธ เหมือนๆกับพวกเรา ผิดกับลีม่า เธอมีตัวตนจริงๆแต่ไม่มีนาฬิกาNPC ตัวตนของเธอสองแบบจึงปรากฏขึ้นพร้อมกัน

“นี่เซวิล ไม่ลองเครื่องปรุงที่นายได้มาจากเวโรนิก้าหน่อยเหรอ ระหว่างรอเนี่ย”

ทเวนหันมาถามท่าทางกระตือรือร้น

“หือ นายจะให้ผมใช้มันกับอะไรล่ะ?”

“ก็ เนื้อรากูสไง เดี๋ยวฉันไปล่ามาให้สักตัวระหว่างรอ”

พูดจบทเวนก็ลุกพรวด เดินออกไปล่อเป้ารากูสตัวหนึ่ง ที่วิ่งหนีฝนกระสุนมาทางนี้พอดี เขาดึงมีดจากข้างเอวขึ้นมา และคว้าคอรากูสตัวนั้นด้วยมืออีกข้าหนึ่ง มันร้องเสียงดังและพยายามดิ้น จะงอยปากและกรงเล็บที่แข็งราวกับโลหะ คืออาวุธที่สุดแสนอันตรายของมัน แม้จะงอยปากจะไม่ได้แหลมคมเหมือนอย่างกับกรงเล็บ แต่ถ้าถูกมันเข้าจังๆก็ทำให้เกิดแผลฟกช้ำ ถึงขั้นหัวแตกแขนหักเลยทีเดียว ยิ่งพวกตัวโตเต็มที่สูงเกือบเท่าเอวคน เรี่ยวแรงก็เยอะ ขนาดทำให้นักสำรวจหน้าใหม่เดี้ยงกันไปหลายราย ในจำนวนนั้นมีพวกที่ตกอยู่ในอาการโคม่า และโดนตัดออกจากระบบหลายคนทีเดียว

แต่กับทเวนเขาลงมืออย่างรวดเร็ว โดยแทงมิดลงไปบนลำคอของมันซ้ำๆ จนเลือดพุ่งกระฉูดออกมา รากูสในมือเขาดิ้นรุนแรงขณะพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการถูกจับ แต่มันชะตาขาดแล้ว ด้วยปริมาณเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากปากแผล ทำให้มันมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ยิ่งออกแรงดิ้น เรี่ยวแรงของมันก็ยิ่งถดถอยลงไปเร็วมากขึ้นเท่านั้น

“รากูสตัวแรก รู้สึกว่าล่าไม่ยากเท่าไรนะ”

ทเวนพูด เขาวางมันลง และเริ่มถอนขน ในขณะที่ผมเตรียมก่อไฟโดยวิธีสุดโบราณ แม้จะใช้เวลานานหน่อยแต่ก็ได้ผล คนอื่นๆไม่ค่อนสนใจเราเท่าไร เพราะพวกเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการล่าสังหารรากูส มิชชั่นหลักที่ต้องทำให้สำเร็จกันอยู่ บางคนดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ในการต่อสู้หรือฆ่า แต่กับบางคน ยังไม่ทันได้เรียนรู้ก็ถูกฆ่าเสียก่อนแล้ว

กลิ่นหอมๆของเนื้อรากูสย่างหมักเกลือกับผงกระเทียม ทำเอาการต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มชะงัก พวกเขาดูหิวโหยและอ่อนล้า เมื่อหยุดสู้ และเริ่มเดินหาที่มาของกลิ่นอาหารกันบ้างแล้ว

แซ่ก

“โอ้ นี่พวกนายทำอะไรกันน่ะ?”

ชายคนหนึ่งที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ถามขึ้น ท่าทางของเขาดูอิดโรย และโหยหิวพอจะเขมือบรากูสย่างตัวโตของเราได้ทั้งตัว

“พักกินข้าวไง”

ทเวนยักไหล่ตอบ

“ท...ทำได้ด้วยหรือ หมายถึง เราปรุงอาหารกินเองได้ด้วยเหรอ?”

หญิงสาวอีกคนที่โผล่มาจากข้างหลังเขาถามขึ้นด้วยความแปลกใจ ในมือของเธอมีกล่องโปรตีนพิลอยู่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่อยากกินมันเท่าไร

“ได้สิ ฉันกับเพื่อนก็กำลังทำอยู่นี่ไง”

ทเวนตอบอีก แต่ไม่ได้สนใจมากนัก เขาบอกกับผมไม้ก่อนหน้าแล้วว่า ถ้ามีใครทำท่าสนใจจะขอร่วมวงด้วย เขาจะทำเป็นไม่สนใจ จนกว่าจะเจอคนที่พอจะคบเป็นเพื่อนร่วมวงกินข้าวด้วยกันได้จริงๆ แต่ท่าทางน่าสงสารของพวกเขา ทำเอาเราเกือบจะใจอ่อน หากพวกเขาขอร่วมวงจริง ผมคงไม่ปฏิเสธแน่

“งั้นเรา... ลองทำดูบ้างไหม?”

หญิงสาวผิวเข้มที่มีโปรตีนพิลในมือพูด เธอเก็บมันเข้ากระเป๋าแล้วสบตากับเพื่อนของเธอ แม้พวกเขาจะมีบาดแผลตามตัวจากการต่อสู้กับรากูสเต็มตัว แต่ก็ยังไม่ยอมขอความช่วยเหลืออะไรจากเรา แถมยังคิดจะล่ารากูสมาทำอาหารกินอย่างเราบ้าง

“อืม เอาสิ แบบนั้นจะได้ไม่เปลืองโปรตีนพิลมากนัก ขอบใจพวกนายที่บอกนะ”

คนผู้ชายบอก จากนั้นทั้งสองก็เดินจากไป ไม่นานข่าวการปรุงอาหารจากการล่ามอนสเตอร์ ก็แพร่กระจายไปทั่ว เหล่านักสำรวจหน้าใหม่เกาะกลุ่มตั้งวงกินรากูสย่าง เป็นการพักเอาแรงไปในตัว แถมยังไม่เปลืองโปรตีนพิลของพวกเขากันอีกด้วย ในกลุ่มเรามีเด็กผู้ชายชาวยุโรปชื่อมิกซ์มาของร่วมวงด้วย อายุของมิกซ์ไม่น่าจะเกินสิบสี่ เขาบาดเจ็บหัวแตก หน้ามีรอยข่วนลึก และแผลรอยข่วบรอยฟกช้ำตามตัวนับสิบๆรอย

“ผมพลัดกับพี่สาว”

เด็กชายพูด ขณะกิเนื้อรากูสในจานที่ทเวนยื่นให้

“พี่ถูกมันฆ่า ไอ้เป็ดกระดูกเหล็กนั่น”

“เดี๋ยวนะ นายอายุ 14 เองนี่นา ทำไมถึงออกมาทำมิชชั่นแบบนี้ด้วยล่ะ?”

ทเวนถามขึ้นด้วยความสงสัย เด็กชายคนนี้ท่าทางอ่อนต่อโลกมาก ถ้าเทียบกับเด็กวัยเดียวกันในยุคนี้

“เราตามเขามา”

เด็กชายนิ่งอยู่นานกว่าจะยอมตอบ

“มิชชั่นของผมคือโรงฝึกของทหาร เด็กอายุเท่าผมทุกคนได้มิชชั่นนี้ แต่ผมอยากตามพี่สาวมา เพราะผมมาเธอก็เลยตาย...”

เด็กชายปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ท่าทางเขาจะกดกลั้นความรู้สึกนี้ไว้นานพอควร จนกระทั้งโดนทเวนจี้จุดเข้าให้

“เฮ้นี่นาย ร้องไห้ทำไมเนี่ย ในกาแลกเซียนี่ไม่มีใครตายจริงสักหน่อย เงียบสิ เดี๋ยวคนอื่นๆก็หาว่าฉันรังแกนายหรอก!”

ทเวนทั้งปลอบทั้งดุ ทำเอาผมแอบขำออกมาไม่ได้ แต่ก็จริงอย่างที่เขาว่า ในโลกแห่งกาแลกเซียนี้ ไม่มีใครตายไปจริงๆหรอก

“จริงเหรอ พี่ของผมยังไม่ได้ตายไปจริงๆใช่ไหม?”

เด็กชายถามอย่างคาดคั้น

“ก็จริงน่ะสิ”

ทเวนตอบด้วยความเซ็ง เด็กชายสูดน้ำมูกแล้วหันมามองผม ราวกับต้องการคำยืนยันจากผมอีกคนหนึ่ง

“ใช่ เขาพูดถูก ในกาแลกเซียการตายคือการถูกตัดออกจากระบบ ป่านนี้พี่สาวของนายคงเดินเล่นอยู่ในยานอวกาศ รอเวลากลับเข้ามาในนี้อีกครั้งอยู่นั่นแหละ”

“เด็กชายยิ้มกว้าง ความกังวลในแววตาของเขาจางหายไป คงเหลือแต่ความหิวเข้ามาแทนที่ เพราะหลังจากได้ไขเรื่องคาใจ เด็กชายก็ซัดเนื้อรากูสเข้าปากไม่ยั้ง ราวกับอดอยากมานานอย่างนั้นแหละ

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #304 ฝนธารา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 14:16
    สนุกดีจ้า
    #304
    0
  2. #156 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:29
    สนุกมากเลยค่า
    #156
    0
  3. #139 :))) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 01:53
    หนุกๆๆๆ มาต่อเร็วๆนะไรท์เตอร์ ~~~
    #139
    0
  4. #135 LoLiCoN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 01:12
    โอ้ย น่ารักๆๆ 5555555 รักลูกแมวขาวดำาาาา มาต่อเร็วๆนะคะะ ^__________^
    #135
    0
  5. #134 kimurakung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:34

    ทเวนแกล้งเด็กอะ

    #134
    0