[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ธ.ค. 59

Chapter 5

 

 

 

 

            ค่ำคืนของงานแทศกาลดอกไม้ไฟเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมใส่ชุดยูกาตะรวมทั้งผมด้วย แสงสีส้มจากหลอดไฟของร้านค้าจำนวนมากดูมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้พวกเราต้องเดินเข้าไป ผมยืนมองเด็กชายตัวเล็กที่อยู่ในชุดยูกาตะกำลังนั่งช้อนปลาทองในอ่าง ไม้ที่ใช้ช้อนปลานั้นทำจากกระดาษบางๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตักปลาทองในอ่างได้

 

            “อ๊ะ เสียดายจัง...

 

            มือเล็กยกไม้ช้อนปลาขึ้นมาดู มันเหลือเพียงแค่ด้ามจับส่วนปลายที่ใช้ช้อนปลาดันเป็นรูโหวจนไม่สามารถนำมันมาใช้ได้อีก เด็กชายตัวเล็กมองขันใส่น้ำที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยความเสียดาย ก็เพราะว่าเด็กคนนี้ช้อนไม่ได้สักตัวเลยน่ะสิ

 

            ผมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเด็กชายตัวเล็กก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ

 

            “ให้พี่ชายช้อนมันให้มั้ย?

 

            เด็กชายตัวเล็กหันมามองหน้าผมแล้วพยักหน้าขึ้นลงสองสามที ท่าทางน่ารักของเด็กคนนี้ทำให้ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ผมจ่ายเงินเจ้าของร้านแล้วหยิบไม้ช้อนปลาขึ้นมาถือก่อนจะลงมือช้อนปลาทองที่กำลังแหวกว่ายไปมาอยู่ในอ่าง

 

            “พี่ชายสุดยอดไปเลย!

 

            ผมยื่นขันที่ใส่ปลาทองจำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัวให้เจ้าของร้านนำใส่ถุงก่อนจะส่งมอบมันให้เจ้าหนูตัวน้อย

 

            “ขอบคุณฮะคุณพี่ชายใจดี”

 

            เด็กชายยิ้มกว้างแล้วโค้งขอบคุณผมก่อนจะวิ่งจากไปพร้อมถุงใส่ปลาทอง เด็กๆนี่ร่าเริงดีจริงๆพอมองเด็กคนนี้แล้วผมอดที่จะนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็กไม่ได้ ผมน่ะไม่เคยช้อนปลาทองได้สักตัวเลยนะ จนผมเลิกพยายามที่จะช้อนมัน ไม่ว่าไปเที่ยวงานที่ไหนก็ตามผมจะเดินผ่านซุ้มช้อนปลาทองและทำเป็นมองไม่เห็นมัน พอคิดถึงตรงนี้แล้วก็อดขำนิสัยเด็กๆของตัวเองไม่ได้ มันตลกดีว่ามั้ย?

 

            ผมมองร้านขายหน้ากากที่ตั้งอยู่ข้างๆ หน้ากากจิ้งจอกสีขาวแดงดูสะดุดตาผมมากที่สุด ผมเดินไปจ่ายเงินแล้วซื้อมันออกมา พอลองสวมที่หน้าแล้วมันดูเท่ไปเลยใช่มั้ย? เหมือนเป็นพวกนินจาหรือพวกภูตในหนังสือการ์ตูน ผมหัวเราะให้กับความคิดของตัวเอง

 

            ในตอนนั้นนายคิดอะไรอยู่กันแน่นะจงออบ

 

 

 

 

            ฤดูร้อนที่สิบเจ็ดได้ดำเนินมาถึงช่วงเทศกาลดอกไม้ไฟ ผมลื้อตู้เสื้อผ้าหาชุดยูกาตะสีน้ำตาล แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มันน่าจะอยู่ในนี้นี่นา

 

          “แม่ครับเห็นชุดยูกาตะของผมมั้ย?

 

          ผมเลื่อนบานประตูโผล่หัวออกไปถามคุณแม่ที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

 

          “อ่อ พอดีแม่เข้าไปทำความสะอาดห้องแล้วเจอมันเข้า ดูเหมือนตรงแขนเสื้อของมันจะขาดนิดหน่อยนะ”

 

          คุณแม่ชูผ้าที่กำลังเย็บอยู่ขึ้นมาให้ผมดู มันเป็นชุดยูกาตะสีน้ำตาลที่ผมกำลังหาอยู่ ผมเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆเธอ มองดูเธอที่กำลังเย็บแขนเสื้อชุดยูกาตะอย่างบรรจง เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและใจดีแต่ถ้าโกรธนั่นก็อีกเรื่องนึง ไม่ว่าจะผมหรือคุณพ่อก็คงไม่มีใครอยากจะทำให้คุณแม่โกรธล่ะนะ

 

          “เสร็จแล้วจ๊ะ”

 

          ผมเอื้อมมือไปรับชุดยูกาตะที่คุณแม่ยื่นให้ รอยเย็บที่แขนนั้นดูประณีตบ่งบอกถึงความตั้งใจของคนทำ

 

          “ขอบคุณนะครับ”

          “จะไปเที่ยวงานเหรอเราน่ะ”

          “ครับ”

          “นัดกับสาวที่ไหนไว้สินะ”

 

          คุณแม่มองผมอย่างจับพิรุธ ผมเอ่ยปฏิเสธข้อกล่าวหานั่นทันที

 

          “ผมนัดกับเพื่อนต่างหากล่ะครับ”

 

          ใช่ผมนัดกับจงออบไว้ว่าวันนี้จะไปดูดอกไม้ไฟด้วยกัน

 

          “ฮ่าๆๆๆ แม่ก็ล้อเล่นไปงั้นแหละ ลูกแม่โตเป็นหนุ่มแล้ว ยังไงก็ขอให้เที่ยวสนุกนะจ๊ะ”

 

          เธอหัวเราะที่เห็นผมทำท่าลุกลี้ลุกลน คุณแม่ดูมีความสุขที่ได้แกล้งผม จากนั้นเธอก็อาสาช่วยเปลี่ยนชุดให้ผม พอลองมองตัวเองในกระจกผมรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับชุดนี่ไงก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะว่าผมไม่ค่อยจะได้ใส่มันเท่าไหร่ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าต้องใส่มันไปเจอใครบางคน...

 

          “ลูกแม่ดูดีจัง หล่อเหมือนพ่อของลูกตอนหนุ่มๆเลย”

 

          ผมเปิดประตูออกมานอกบ้าน มือเรียวของผมวางรองเท้าเกี๊ยะลงกับพื้นแล้วใส่มัน รู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ทั้งๆปีที่ผ่านๆมาผมแทบไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับงานแบบนี้เลยสักนิด แค่คิดว่าจะได้ดูดอกไม้ไฟกับจงออบทำเอาผมยิ้มไม่หุบเลยล่ะ

 

          รถบัสโดยสารพาผมมาถึงที่หมาย ผมใช้เวลาสักพักเดินจากสถานีที่รถบัสจอดไปยังสถานที่จัดงานบริเวณริมแม่น้ำ ผมยกโทรศัพท์ฝาพับสีน้ำเงินของตัวเองขึ้นมาดูเวลา รู้สึกว่าจะมาถึงก่อนเวลานัดสิบนาที

 

          ผมยืนรอจงออบอยู่บริเวณทางเข้างานประมาณสามสิบนาทีได้ ร่างโปร่งที่แสนคุ้นเคยในชุดยูกาตะสีน้ำเงินกำลังวิ่งตรงมาทางที่ผมยืนอยู่

 

          “แฮ่กๆ ทะ...โทษที รอนานมั้ย?

          “ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอกงานเพิ่งเริ่มเอง”

 

          สายตาของผมจ้องมองร่างของคนตรงหน้าที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่ สีน้ำเงินของเนื้อผ้าตัดกับสีผิวขาวทำให้จงออบดูดีมากเลยทีเดียว

 

          “ฉันใส่ชุดแบบนี้แล้วพอจะดูได้มั้ย?

 

          จงออบพูดขึ้นแล้วหมุนตัวให้ผมดู

 

          “ดูดีมากเลยล่ะ แต่ดูเหมือนมันจะหลวมไปหน่อยนะ”

 

          เพราะคอเสื้อมันดูกว้างจนเห็นผิวเนื้อที่หน้าอก มันทำให้ใบหน้าของผมรู้สึกร้อนแปลกๆ

 

          “ชุดของคุณพ่อน่ะ นึกว่าจะใส่ได้พอดีซะอีก”

 

          ร่างโปร่งตรงหน้ายิ้มให้ผมก่อนจะคว้ามือลากผมเข้าไปในงาน ภายในงานประดับไปด้วยโคมไฟจำนวนมาก แสงไฟสีส้มจากไฟของร้านค้าเองก็ช่วยเพิ่มสีสันให้กับงาน จงออบมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น

 

          “ว้าว ครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้มาเที่ยวงานแบบนี้”

          “แหงล่ะ ก็นายเป็นคนเกาหลีนี่”

          “นี่ๆ เซโล่อันนั้นน่าเล่นดีอ่ะ”

 

          ผมมองตามนิ้วชี้ของจงออบที่ชี้ไปยังซุ้มช้อนปลาทอง ไม่อยากบอกว่าผมเกลียดไอ้ซุ้มนี้ที่สุด จะว่าไงดีล่ะ? ก็ตอนเด็กๆผมไม่เคยช้อนมันได้เลยนี่นา เล่นยากจะตายไป

 

          “ไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า”

          “ไม่เอาจะเล่นอันนี้”

 

          จงออบลากให้ผมเข้ามานั่งมองปลาทองในซุ้มด้วย ผมนั่งมองจงออบที่ช้อนปลาทองเกือบหมดอ่างด้วยความรู้สึกที่เหลือเชื่อ

 

          “ผมไม่เอามันไปหรอกครับ”

 

          มือเรียวเทขันปล่อยปลาทองลงอ่างตามเดิม ด้วยเหตุผลที่ว่าบ้านของตัวเองมีปลาทองเยอะแล้ว และเกรงว่าคนอื่นจะไม่ได้ช้อนมัน

 

          “นายทำมันได้ไงน่ะ”

          “จะว่าไงดีล่ะ ต้องมือเบาๆล่ะมั้ง”

 

          ตอนนั้นผมคิดว่ามือของจงออบต้องเบามากๆแน่ ไม่งั้นช้อนปลาทองเกือบหมดอ่างแบบนี้ไม่ได้หรอก

 

          “เท่ป่ะเซโล่?

 

          ผมมองจงออบที่ซื้อหน้ากากจิ้งจอกสีขาวแดงมาเล่น ผมไม่ค่อยชอบซื้อของพวกนี้เท่าไหร่เพราะมันทำให้ดูเหมือนเด็กยังไงก็ไม่รู้ แต่มันก็ดูดีเมื่ออยู่บนหน้าของจงออบล่ะนะ

 

          “คิดว่าตัวเองเป็นนารุโตะรึไง”

          “เป็นคาคาชิต่างหาก”

          “กินแตงกวาดองมั้ย?

 

          ผมยื่นแตงกวาดองเสียบไม้ที่ซื้อมาในราคาสองร้อยเยนให้จงออบ มันถูกทาด้วยมิโสะและโรยด้วยเกลือเล็กน้อย รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว

 

          ฟิ้ววว ปั้ง!

 

          ดอกไม้ไฟหลากหลายสีได้ถูกจุดขึ้น ผมกับจงออบรีบวิ่งแหวกผู้คนจำนวนมากไปที่ริมแม่น้ำ ยามที่ผิวน้ำสะท้อนแสงจากดอกไม้ไฟมันดูสวยสุดๆ

 

          “สุดยอด”

          “นี่แหละดอกไม้ไฟของญี่ปุ่น”

 

          ฟิ้ววว ปั้ง!

          ท้องฟ้าอันมืดมิดถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้ไฟมันดูงดงามมากเลยทีเดียว ช่างทำดอกไม้ไฟของที่นี่ต่างต้องการที่จะแสดงฝีมือของตัวเองให้เหล่าผู้คนจำนวนมากได้ชื่นชมมันในค่ำคืนนี้

 

         ' สำหรับผมแล้วแววตาของจงออบที่สะท้อนแสงของดอกไม้ไฟช่างดูน่าหลงใหลไม่ต่างจากผิวน้ำหรือบนท้องฟ้า'

 

          ดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายถูกจุดขึ้นมันแตกกระจายและหายไปเพียงชั่วพริบตา ผู้คนต่างมองมันด้วยความเสียดาย การแสดงดอกไม้ไฟในค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้คนต่างแยกย้ายกันไป พวกเราเองก็เดินเลาะริมแม่น้ำเล่นกันไปเรื่อยๆ

 

          จงออบยกหน้ากากจิ้งจอกขึ้นมาสวม ผมเดินตามแผ่นหลังเล็กของคนตรงหน้า ผิวน้ำยามค่ำคืนสะท้อนแสงของดวงจันทร์ให้ได้เห็น พวกเราสองคนเดินกันไปเรื่อยๆ จงออบเดินนำหน้าส่วนผมเดินตามหลัง สายตาของผมนั้นไม่อาจละไปจากแผ่นหลังของคนตรงหน้าได้จริงๆ

 

          ฉันไม่อาจลืมเวลาที่ได้อยู่กับเธอเมื่อฤดูร้อนครั้งสุดท้าย

          ความฝันที่วาดไว้ในอนาคต ความหวังที่ยิ่งใหญ่ของเรา      

          ฉันเชื่อว่าในเดือนสิงหา อีก 10 ปีข้างหน้านับจากนี้

          เราจะได้เจอกันอีกแน่นอน

          ความทรงจำอันแสนล้ำค่าของฉัน~”

 

          เสียงทุ้มนุ่มเปล่งออกมาเป็นเสียงเพลงอันไพเราะ ทำนองของเพลงดูเศร้าสร้อยและเหงาจับใจ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าจงออบร้องเพลงได้ไพเราะขนาดนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพลงจบของอนิเมะที่พวกเราเคยดูกันก็เถอะ

 

          “รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นานที่เรานั้นพบกัน

          ที่สี่แยกระหว่างทางกลับบ้าน

          เธอส่งเสียงเรียกฉันว่า กลับบ้านด้วยกันเถอะ

          ฉันเขินอายเหลือเกิน จนต้องซ่อนใบหน้าตัวเองหลังกระเป๋านักเรียน

          แต่จริงๆแล้วฉันมีความสุขที่สุด ~

 

          ผมร้องต่อท่อนของจงออบ เสียงที่ดูเพี้ยนๆทำให้คนตรงหน้าหัวเราะขึ้น ผมเกาหัวตัวเองแก้เขิน ทำไงได้ล่ะผมเองก็ไม่ค่อยจะได้ร้องเพลงให้ใครฟังสักเท่าไหร่

 

          “เซโล่นี่ก็ร้องเพลงใช้ได้เหมือนกันนะ ฮ่าๆ”

          “ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ!

          “อา... ดอกไม้ไฟที่เปล่งประกายบนท้องฟ้าช่างสวยงามจับใจ

           แม้มันจะแฝงไปด้วยความเศร้า  

          อา... ตอนนี้สายลมได้พัดผ่านไปแล้ว~

          มันช่างมีความสุขและสนุกสนานมากเลยนะ

          เราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามากมาย

          ณ ที่แห่งความลับของเราสองคน~

          .....

          “นี่เซโล่”

          “.....

          “ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่หน้าร้อน เราจะยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมใช่มั้ย...

 

          ผมไม่เข้าใจว่าตอนนั้นจงออบกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมไม่ลังเลที่จะตอบคำถามนั้นเลย

 

          “แน่นอน”

 

 

 

 

          ฟิ้ววว ปั้ง!

 

          ผมยืนมองดอกไม้ไฟหลากสีที่แต่งแต้มท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ แตงกวาดองยังรสชาติเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผิวน้ำที่สะท้อนแสงของดอกไม้ไฟก็ยังคงสวยงาม

 

            เมื่อสิ้นสุดการแสดงดอกไม้ไฟผมก็เดินเลาะริมแม่น้ำเล่นไปเรื่อยๆ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนผิวน้ำยังคงดูเหมือนวันนั้น

 

            ‘วันที่ผมเดินตามแผ่นหลังของจงออบ

 

            ผมยกหน้ากากจิ้งจอกที่ห้อยอยู่ที่คอขึ้นมาสวม ที่นี่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม จะต่างจากวันนั้นก็ตรงที่ข้างหน้าผมมีเพียง ความว่างเปล่า

 

            ฉันไม่อาจลืมเวลาที่ได้อยู่กับเธอเมื่อฤดูร้อนครั้งสุดท้าย

            ความฝันที่วาดไว้ในอนาคต ความหวังที่ยิ่งใหญ่ของเรา

            ฉันรู้ว่างานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา

            เธอตะโกนจากหัวใจว่า ขอบคุณนะ

            ถึงตอนสุดท้ายที่เราต้องแยกจากกัน

            ฉันต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วบอกลาด้วยรอยยิ้ม

             มันช่างเศร้าเหลือเกิน

            ความทรงจำอันแสนล้ำค่าของฉัน

 

             (*เพลง secret base – ZONE แปลโดย sasai_moko)

           

 

           

           

 

           

           

 

           

 

จบไปอีกหนึ่งตอนค่ะ ฮืออออ 

เพลง secret base ลองกดเข้าไปฟังกันดูค่ะ เผื่อได้ฟีลของเซโล่ อิอิ

ลงไว้ก่อนไปต่างจังหวัดค่ะ แหะๆ^^;;

ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ เราใช้อากู๋ช่วยหาข้อมูล.__.

สุดท้ายแม้จะมีคนอ่านเพียงน้อยนิดเราก็จะเขียนเรื่องนี้ต่อไป สนองนี้ดตัวเอง55555

เยิ้บๆคนที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ

#ซากุระโล่ออบ @Bangxx2

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #50 เจ้าชายเดือนสาม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 09:06
    ตะมุยตอนนี้มันเศร้าแปลก ๆ เนื้อเพลงเศร้าและหน่วงมาก อย่าบอกนะว่าออบรู้แล้วว่าตัวเองจะต้องหลับ ฮือ สงสารจูวววว /กอดจู

    แต่ไม่เป็นไร ในความเศร้ายังมีอะไรที่น่าสนใจนั่นก็คือนมน้องมุน! เอ้ย ชุดยูกาตะ(หลวม ๆ)ของน้องมุน วรั้ยยยย แค่คิดภาพก็ใจสั่น ไหน ๆ เอามาให้แม่ดูหน่อยว่าหลวมจริงเปล่า เดี๋ยวแม่ผูกให้ใหม่... -.,-

    ตอนนี้น้องมุนน่ารักม๊วกกกกกกกก น่ารักที่สุดในสามโลก อยากจะจับมาฟัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เด็กน้อยสุด แงงงงงงงงงงงงง /กรีดร้องให้กับความตั้ลลัค
    #50
    0
  2. #18 TAKAYUKI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 12:13
    ยังคงเหงาเหมือนเดิม จงออบก็ยังคงเป็นคนเก่งและน่าทึ่งเช่นเดิม 



    เหมือนตัวจริงของจงออบเลย แบบว่าน้องมีอะไรให้ประหลาดใจเสมอ



    รักจงออบมาก//ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวกะฟิค ฮ่าๆๆๆๆๆ



    ว่าแต่ ออบจะฟื้นตอนไหนเนี่ย? มาบอกให้พี่รอคอยหน่อยจิ 



    คือ อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าน้องจะฟื้นตอนไหนอ่า ไม่อยากหวังลมๆแล้งๆ



    แต่ถ้าน้องตาย ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่ให้หงส์ขาวฮิมชานไปช่วยชุบชีวิตให้/แบบนี้ก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆ
    #18
    0
  3. #17 cakecassss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 23:01
    โอ๊ยยยยยยย ฟิลลิ่งมาเต็มอ่ะ ใครบอกเรื่องนี้ดราม่า นี่มันเรื่องโรแมนติกชัดๆ เดาตอนจบไม่ออกเลยค่ะ แต่รู้สึกดีที่มาอ่านเรื่องนี้ อธิบายดี๊ดี นึกภาพตามออกหมดเลยขนาดไม่ค่อยอะไรกับญี่ปุ่นเท่าไหร่ อ่านเสร็จละรู้สึกอยากดูหนังญี่ปุ่นซักเรื่องเลยคิดดู ละมุนกว่านี่มีอีกมั้ย 55555 อินไปอีก
    #17
    0
  4. #16 Babysine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 22:46
    ️️️️️️น่ารักซัมเหมอเลยน้า
    #16
    0
  5. #15 Babysine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 22:45
    ️️️️️️น่ารักซัมเหมอเลยน้า
    #15
    0