TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 15 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

Chapter 13

 

 

 

ฟุรุยะ เรย์วิ่งหลบกระสุนที่สาดลงมาจากท้องฟ้า เขาเห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนล้มลงไปสถานการณ์ช่างเลวร้ายนัก ได้แต่ภาวนาให้คนที่อยู่บนเรือรีบจัดการเจ้าอาวุธสังหารนี่ซะ

 

“ซีโร่”

 

เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง ยังไม่ทันทักคนเป็นเพื่อน ฮิโรมิสึก็กดหัวให้หมอบลงพร้อมกัน กระสุนพุ่งเฉียดศีรษะของพวกเขาไปอย่างน่าหวาดเสียว

 

“ตรงนี้น่าจะปลอดภัย”

 

ฟุรุยะ เรย์ถูกเพื่อนคว้าแขนลากเข้าไปหลบในตู้เก็บสินค้าที่เปิดอยู่ข้างในเป็นตู้ว่างที่ไม่มีอะไรเก็บไว้ ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองนั่งลงพิงกับผนังของตู้อย่างหมดแรง ในที่สุดก็หลบพ้นสักที

 

“นายบาดเจ็บ!”

 

ฮิโรมิสึพูดขึ้นมาเสียงดังพร้อมพุ่งเข้ามาดูแผล ฟุรุยะ เรย์ก้มมองไหล่ตัวเองที่โดนยิงพบว่าเลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด เขาปล่อยให้คนเป็นเพื่อนใช้มีดกรีดแขนเสื้อนอกของเจ้าตัวให้ขาดแล้วนำมันมาพันที่แผลของเขา

 

“อึก”

 

ความเจ็บที่ได้รับจากการที่ถูกอีกฝ่ายมัดเศษเสื้อห้ามเลือดทำให้อดร้องออกมาเบาๆ ไม่ได้ ดวงตาสีฟ้ามองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าตาเคร่งเครียดแล้วลงมือดีดหน้าผาก

 

“โอ๊ย!”

 

ฟุรุยะ เรย์มองฮิโรมิสึลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เขาแค่ไม่อยากให้คนเป็นเพื่อนมากังวลกับแผลของเขามากนัก

 

“มันเจ็บนะซีโร่”

“ดีดเบาๆ เอง ก็นายทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะตาย”

“ก็คนมันเป็นห่วงนี่”

“…”

“ดีแล้วล่ะที่นายไม่เป็นอะไรมาก”

 

ฮิโรมิสึย้ายมานั่งข้างๆ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ที่นี่ทั้งแคบและมืดแต่ก็ปลอดภัย

 

“จะเอาไงต่อ”

“เดี๋ยวอากาอิจะสอยเจ้านั่นให้”

“ไรย์น่ะเหรอ?”

“อืม รู้แล้วใช่มั้ยว่าทางสันติบาลร่วมมือกับพวกFBIเพื่อจัดการองค์กร”

“ได้ยินมาจากพวกสันติบาลที่เจอแล้วล่ะ”

“…”

“ถ้านายว่าดีฉันก็ตามนั้นแหละ”

 

 

 

คนที่ยืนอยู่บนเรือพยายามเล็งระยะยิงกระสุนปืนไรเฟิล แต่ตัวการที่บินวนไปมาทำให้เขาคาดคะเนทิศทางลมได้ยาก โชคดีที่พวกมันไม่เห็นเรือที่จอดอยู่กลางทะเล เหตุการณ์วันนี้ทุกอย่างดูผิดเพี้ยนไปจากที่พวกเขาคาดเดาไปซะหมด ช่างน่าโมโห

 

ดวงตาสีเขียวมองผ่านลำกล้องปืนไรเฟิลพอกะระยะที่พอเหมาะได้จึงเหนี่ยวไกปืน กระสุนสามนัดยิงถูกจุดสำคัญของเฮลิคอปเตอร์ทำให้บริเวณนั้นเกิดควันพุ่งขึ้นมา เมื่อเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถใช้การได้มันจึงร่วงตก

 

 

 

“ร่วงซะแล้ว”

 

ชายหนุ่มที่ขับรถอยู่พูดขึ้นมา รถของเจ้าหน้าที่สันติบาลแล่นออกมาไกลจากท่าเรือส่งสินค้าแต่ก็ยังพอมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

 

“ดูเหมือนยินจะถูกจับซะแล้วล่ะ”

“…”

“เอายังไงดีคะ”

 

ใบหน้าของชายหนุ่มที่ขับรถอยู่ถูกดึงออกปรากฏเป็นใบหน้าของหญิงสาวแสนสวย เบลม็อทเอ่ยถามคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างหลังคนเดียว ไม่คิดว่าพวกสันติบาลจะปรากฏตัวที่นี่ แต่ท่านผู้นี้ก็เผื่อทางออกไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

 

“ช่างเถอะ”

“…”

“แค่เธอคนเดียวก็เกินพอ”

 

เด็กหนุ่มตอบคำถามของเธอ ดวงตาสีดำสนิทมองออกไปนอกหน้าต่างรถ วันนี้เขาสูญเสียลูกน้องไปหลายคน ทางฝั่งนั้นคงไม่ต่างกันเท่าไหร่

 

“ในองค์กรไม่มีใครรู้เรื่องของฉันแล้วนอกจากเธอกับคนที่เพิ่งตายไป”

“นั่นสินะคะ ใครจะไปคิดล่ะว่าบอสขององค์กรจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้าตาดีอายุสิบเจ็ดปี”

“…”

“แถมยังใช้โค้ดเนมว่าบิทเทอร์”

“…”

“ว่าแต่ที่แม่ดาราคนนั้นให้มาคืออะไรคะ”

 

จบคำถามของเบลม็อท เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปควานหาสิ่งนั้นในกระเป๋าเสื้อด้านในของตัวเอง กล่องขนาดเล็กเท่าฝ่ามือถูกเปิดออกให้เห็นเม็ดยาปริศนา

 

“เหมือนกับยาของเชอรี่หรือเปล่าคะ”

“ตรงข้ามกันต่างหากล่ะ”

 

เบลม็อทมองคนข้างหลังผ่านกระจกมองหลัง บีทเทอร์หยิบยาหนึ่งเม็ดเข้าปากก่อนจะมีอาการเจ็บปวดทรมานร่างกายของเด็กหนุ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ใบหน้าดูคมเข้มขึ้น ร่างกายดูกำยำ ดูเหมือนจะกลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปีซะแล้ว

 

“เป็นเวทมนตร์ที่วิเศษมากค่ะ”

“…”

“คงไม่มีใครเชื่อว่าท่านจะอายุร้อยห้าสิบปีแล้ว”

“เราสามารถควบคุมกาลเวลาได้ แต่ยังไงชีวิตก็ยังไม่เป็นอมตะ”

“แล้วฆ่าเธอไปแบบนี้ยานั่นจะไปเอามาจากไหนล่ะคะ”

“แค่มีตัวอย่างยานักวิจัยในองค์กรก็ผลิตได้อยู่แล้ว”

 

 

 

ท่าเรือถูกรถของสันติบาลล้อมรอบไว้ ผู้บาดเจ็บถูกหามขึ้นรถพยาบาลอย่างเร่งรีบ ดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด ฟุรุยะ เรย์นั่งให้หมอทำแผลอยู่ในรถพยาบาลคันหนึ่ง ปฏิบัติการครั้งนี้จะว่าสำเร็จก็ไม่ใช่จะว่าล้มเหลวก็ไม่เชิง แต่อย่างน้อยก็จับกุมคนร้ายกาจอย่างยินได้

 

“เสร็จแล้วล่ะครับช่วงนี้ก็อย่าให้แผลโดนน้ำ”

“ขอบคุณครับ”

 

อากาอิ ชูอิจิกวาดตามองหาฟุรุยะ เรย์จนเห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่ในรถพยาบาล สองเท้ากำลังก้าวเดินเข้าไปหา แต่ถูกใครบางคนวิ่งตัดหน้าไปซะก่อน เขามองสก๊อตซ์วิ่งไปกอดคอยิ้มหัวเราะกับคนที่เพิ่งทำแผลเสร็จด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับคุณอากาอิ”

 

คาเมลที่เดินผ่านมาเห็นอีกฝ่ายจึงเอ่ยทักขึ้น

 

“เปล่า ว่าแต่ได้เรื่องอะไรเพิ่มเติมมั้ย”

 

“เราจับกุมคนที่ชื่อยินไว้ได้ แต่หลังจากตรวจสอบพวกศพดูแล้วไม่พบร่างของเบลม็อทกับเด็กหนุ่มที่ยิงดาราสาวคนนั้นเลยครับ”

“…”

“แล้วก็ดูเหมือนรถของฝ่ายสันติบาลจะหายไปหนึ่งคัน”

“ตรวจสอบGPSได้หรือเปล่า”

“ไม่ได้เลยครับ”

 

ถ้าให้เดาเบลม็อทคงจะปลอมตัวเป็นใครคนหนึ่งในสันติบาลแล้วพาเด็กหนุ่มคนนั้นหนีไปด้วย ตอนนี้ทางเราไม่มีคนคอยแทรกซึมในองค์กรนั่นแล้ว คนพวกนั้นคงรู้แล้วล่ะว่าสก๊อตซ์เป็นคนของสันติบาล

 

“น่าสงสัยจังเลยนะครับเด็กหนุ่มคนนั้นน่ะ”

 

เด็กหนุ่มนักสืบมอปลายที่เดินมาหาอากาอิ ชูอิจิพูดขึ้น ชายหนุ่มเองก็คิดไม่ต่างจากคุโด้ ชินอิจิเท่าไหร่ ถ้าไม่สำคัญเบลม็อทคงไม่ช่วยหรอก อย่างน้อยตอนนี้ก็มีคนที่สามารถเค้นข้อมูลได้อย่างยินล่ะนะ ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะให้ความร่วมมือดีๆ หรือเปล่า

 

“จะไม่เข้าไปพูดด้วยเหรอครับ กับคุณอามุโร่น่ะ”

 

คุโด้ ชินอิจิถามคนเป็นเจ้าหน้าที่FBIที่ยืนนิ่งอยู่กับที่มาสักพักแล้ว

 

“ใครบอกว่าฉันจะไปหาหมอนั่นกัน”

“ไม่ใช่ว่าเมื่อสักครู่นี้คุณอากาอิกำลังมองหาคุณอามุโร่อยู่เหรอครับ”

 

ถึงอีกฝ่ายจะปฏิเสธแต่เด็กหนุ่มนักสืบมอปลายไม่คิดว่าตัวเองมองผิดหรอกนะ ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณอากาอิจ้องคุณอามุโร่ซะขนาดนั้น…

 

 

 

 

........................................

ก็เห็นๆอยู่อ่ะค่ะ อย่าปฏิเสธเลยเฮียชู._.

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #34 พระจันทร์เอย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 02:50
    รอตอนต่อไปน้า ไรท์สู้ๆ~
    #34
    0