TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 16 : Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

Chapter 14

 

 

 

“ทางเราจะทำหน้าที่สอบปากคำนักโทษเอง”

 

หลังจากเคลียร์เรื่องที่ท่าเรือเสร็จทุกคนต่างมารวมตัวกันที่สำนักงาน คาซามิพูดคุยกับเจ้าหน้าที่FBI ไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของทางสันติบาล ที่นี่คือญี่ปุ่น สิทธิ์ในการตัดสินใจย่อมขึ้นอยู่กับคนในประเทศนี้ FBIที่ลอบเข้ามาโดยพลการไม่โดนทางนี้เอาเรื่องก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

“ฝากถามหมอนั่นเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อมิยาโนะ ชิโฮะด้วย โค้ดเนมของเธอคือเชอรี่ ฉันต้องการรู้ว่าเธอคนนั้นอยู่ที่ไหน”

“ได้ครับ คุณฟุรุยะเองก็กลับไปพักเถอะครับ ทางนี้ไว้เป็นหน้าที่ผมเอง”

 

เมื่อรับปากกับอากาอิ ชูอิจิแล้วคาซามิก็หันไปพูดกับคนเป็นหัวหน้า อีกฝ่ายทำท่าจะปฏิเสธแต่ก็โดนเพื่อนสนิทห้ามไว้

 

“กลับไปพักเถอะซีโร่ นายบาดเจ็บอยู่นะ”

“ฉันเห็นด้วย”

 

อากาอิ ชูอิจิเอ่ยพูดสมทบด้วยอีกคน ฟุรุยะ เรย์เลยถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมตัดสินใจกลับไปพักที่คอนโด คนพวกนี้ก็ห่วงเขามากเกินไป

 

“นายจะกลับพร้อมกันหรือเปล่าอากาอิ”

“คงจะกลับเลยเหมือนกัน”

“แล้วนายล่ะฮิโรมิสึ ต้องหาที่อยู่ใหม่ใช่มั้ย? มาพักด้วยกันก่อนก็ได้”

“งั้นก็ตามนั้น”

 

 

 

โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึเดินสำรวจห้องของเพื่อนสนิท ที่คอนโดเก่าของฟุรุยะ เรย์ไม่ค่อยมีของเท่าไหร่เพราะตอนนั้นรับบทเป็นเบอร์เบิ้นที่ต้องปิดบังตัวตนไม่ให้ใครรู้ ตอนนี้ห้องพักใหม่ของคนเป็นเพื่อนมีหลายอย่างเพิ่มเข้ามา หนึ่งในนั้นคือกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ข้างหัวเตียง

 

มือหนาหยิบมันขึ้นมาดู พอได้เห็นแล้วก็อดคิดถึงเพื่อนที่โรงเรียนตำรวจไม่ได้ มัตสึดะกับซีโร่ชอบทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ ใบหน้าของสองคนนั้นมักจะเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ลำบากพวกเขาที่เหลือต้องคอยห้ามปรามไม่ให้สองคนนั้นต่อยกัน

 

“นายไปอาบน้ำก่อน นี่เสื้อผ้า”

 

ฟุรุยะ เรย์ยื่นเสื้อผ้าของตัวเองให้อีกฝ่าย มือหนาวางกรอบรูปลงที่เดิมแล้วหันไปรับ

 

“ขอบใจ”

“คิดถึงเจ้าพวกนั้นเหมือนกันนะ”

 

เจ้าของห้องพูดขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนวางกรอบรูปลง สมัยที่เรียนโรงเรียนตำรวจพวกเขาเป็นตัววุ่นวายที่ทุกคนต่างพากันปวดหัว ฟุรุยะ เรย์ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงภาพในตอนนั้น หากตอนนี้ มัตสึดะ ฮางิวาระ และดาเตะยังมีชีวิตอยู่พวกเขาคงได้นัดสังสรรค์กันสักวันเมื่อจัดการเรื่องขององค์กรเสร็จ

 

“ชีวิตของคนเรามันไม่แน่นอน”

“…”

“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่จะไม่ยอมให้นายตายไปก่อนหรอกนะ”

 

ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองมองคนเป็นเพื่อนที่ส่งยิ้มให้ก่อนที่ร่างสูงจะหายตัวเข้าไปในห้องน้ำ ฟุรุยะ เรย์มองแผ่นหลังนั้นจนประตูห้องน้ำปิดสนิท ฮิโรมิสึนั้นคอยปกป้องเขาอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เขาเองก็ไม่อยากให้หมอนี่ตายไปก่อนตัวเองหรอกนะ เพื่อนสนิทคนสุดท้ายที่เหลืออยู่…

 

“นายมันใจร้ายฮิโรมิสึ ฉันไม่ดีใจหรอกนะถ้านายจะตายไปก่อน เหมือนคราวนั้น…”

 

 

 

ระหว่างที่รอเพื่อนสนิทอาบน้ำ ฟุรุยะ เรย์ก็เข้าครัวทำอาหาร ไหล่ที่บาดเจ็บทำให้หยิบจับอะไรไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ ในขณะที่มือเรียวกำลังหั่นแครอทเสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น ชายหนุ่มวางมีดลงแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู

 

“อากาอิ”

“มีอุปกรณ์ทำแผลหรือเปล่า ฉันเอามาให้”

 

มือเรียวเอื้อมไปรับไว้ ฟุรุยะ เรย์ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ซื้ออุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดห้องไว้ ตอนที่หมอทำแผลให้ เขาก็ลืมขอติดมือมา

 

“ขอบใจ นายเข้ามาก่อนสิฉันกำลังทำอาหารอยู่”

 

อากาอิ ชูอิจิไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มเดินตามหลังอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง ฟุรุยะ เรย์เอากล่องปฐมพยาบาลวางไว้บนโต๊ะบริเวณห้องนั่งเล่นแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว เพื่อจัดการกับสิ่งที่ทำค้างไว้

 

“นายเจ็บอยู่ยังมีอารมณ์ทำอาหารอีกนะ”

“ฉันชอบทำอาหารทานเองนายน่าจะรู้ แล้วนี่ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงเย็น”

 

เมื่อแกงกะหรี่สุกฟุรุยะ เรย์จึงเอื้อมแขนไปหยิบถ้วยที่ถูกเก็บไว้ในตู้ด้านบน ด้วยความเคยชินเขาเผลอเอื้อมแขนข้างที่เจ็บออกไปจนต้องชะงักค้างกลางอากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด คิดว่าแผลต้องเปิดแน่ๆ

 

ยังไม่ทันที่ฟุรุยะ เรย์จะเปลี่ยนแขนใช้งาน อากาอิ ชูอิจินั้นเข้ามายืนซ้อนหลังเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างสูงเอื้อมไปหยิบถ้วยที่เก็บไว้ในตู้ด้านบนให้ แผ่นหลังของชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองแนบสนิทกับแผ่นอกของคนข้างหลัง รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิจากร่างกายของอีกฝ่าย

 

ฟุรุยะ เรย์รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย เขารับถ้วยที่อีกฝ่ายยื่นมาให้ก่อนจะตักแกงกะหรี่ใส่ ทำเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้เขาคงจะเหนื่อยเกินไปหัวใจถึงได้เต้นแรงนัก

 

“มีอะไรให้ช่วยอีกมั้ย?”

“ งั้นช่วยตักข้าวให้ที”

 

กลิ่นแกงกะหรี่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ฮิโรมิสึที่อาบน้ำเสร็จเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่มีแขกมาเยือนห้องของเพื่อนสนิทยามนี้

 

“หมอบอกว่าแผลของนายห้ามโดนน้ำสินะ”

“อืม”

“ให้ฉันช่วยเช็ดตัวให้มั้ย”

“ไม่ต้องหรอกฉันทำเองได้ แขนอีกข้างไม่ได้เป็นอะไร”

“แต่นายเจ็บแขนข้างที่ถนัดนี่”

 

ฟุรุยะ เรย์ไม่ตอบอะไรมือเรียวตักข้าวราดแกงกะหรี่เข้าปาก เวลาเพื่อนของเขาตื๊อมากๆ ความเงียบจะทำให้อีกฝ่ายถอยไปเอง ทางด้านอากาอิ ชูอิจิ ชายหนุ่มตักข้าวเข้าปากแล้วมองสองคนในห้องเงียบๆ

 

 

 

แขกผู้มาเยือนห้องยามวิกาลอาสาล้างจานให้เหมือนทุกครั้ง ฮิโรมิสึมองคนเป็นเจ้าหน้าที่FBIด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ออก

 

“หมอนั่นมาที่ห้องของนายบ่อยเหรอ”

“ก็บ่อยอยู่ ส่วนใหญ่ก็มานั่งทานข้าวด้วยกัน ห้องของอากาอิอยู่ตรงข้ามนี่เอง”

 

ฟุรุยะ เรย์ที่อาบน้ำเรียบร้อยโดยระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ ขณะนี้กำลังนั่งเปลือยแผ่นอกให้คนเป็นเพื่อนทำแผลให้ที่ห้องนั่งเล่น มือหนาพันผ้าพันแผลให้อย่างเบามือ คงเป็นเพราะฟุรุยะ เรย์เคลื่อนไว้ร่างกายมากไปหน่อยแผลที่ทำไว้ก่อนหน้านี้เลยเปิด

 

“นายนี่ไม่ค่อยห่วงตัวเองเลยนะ”

“แผลแค่นี้เล็กน้อย”

“ก็เป็นซะแบบนี้ จะให้ฉันเลิกเป็นห่วงนายได้ไงกัน”

“ครับคุณพ่อ”

 

ฮิโรมิสึขยี้เส้นผมสีบลอนด์ทองของคนเป็นเพื่อนอย่างหมั่นไส้ ฟุรุยะ เรย์หัวเราะออกมาเบาๆ เขาคิดว่าเพื่อนของเขาเหมือนพ่อจริงๆ นั่นแหละ เพราะชอบทำตัวเป็นคนแก่ขี้บ่นและชอบมองเขาเป็นเด็ก ทั้งที่ฟุรุยะ เรย์คนนี้อายุใกล้จะสามสิบแล้ว

 

ทั้งสองคนหยอกล้อกันเล่นอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นโดยมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่

 

 

 

“ได้เรื่องอะไรบ้างมั้ย?”

 

ทันทีที่เข้ามานั่งในห้องงานฟุรุยะ เรย์ก็เรียกคาซามิมาสอบถามเกี่ยวกับการสอบปากคำยิน จากที่คนเป็นลูกน้องเล่าให้ฟังดูเหมือนคนคนนั้นคงจะไม่ยอมบอกอะไรง่ายๆ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะทำงานอย่างใช้ความคิด

 

“เดี๋ยวฉันจะเป็นคนสอบปากคำหมอนั่นเอง”

“ครับคุณฟุรุยะ”

 

เมื่อรายงานคนเป็นหัวหน้าจบคาซามิก็เดินออกจากห้องสวนทางกับฮิโรมิสึที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามา ฟุรุยะ เรย์เอ่ยทักคนที่มาใหม่เล็กน้อย

 

“กาแฟสักหน่อยมั้ยนายจะได้อารมณ์ดี”

“ขอบใจ”

 

ร่างสูงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย มือหนาถือวิสาสะหยิบเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่าน ซึ่งคนเป็นเพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

“ฉันไม่น่ารีบร้อน ไม่งั้นคงยังได้อยู่ในองค์กรต่อ”

“นายทำเต็มที่แล้วฮิโรมิสึ เพราะนายเราถึงจับยินได้”

“แต่ตัวการสำคัญก็ยังคงลอยนวลอยู่”

“คงต้องอาศัยข้อมูลจากยินแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปสอบปากคำหมอนั่น”

 

 

 

ภายในห้องสอบปากคำร่างสูงผมสีเงินยาวถูกใส่กุญแจมือนั่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะ ยินมองสบตากับอดีตเพื่อนร่วมองค์กรอย่างไม่ยอมแพ้

 

“หึ”

 

ฟุรุยะ เรย์มองคนที่แสยะยิ้มให้ หมอนี่กำลังกวนโมโหเขาอยู่สินะ ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองเปิดกล่องอุปกรณ์ที่เตรียมมาอย่างใจเย็น

 

“ฉันคิดว่าเจ้านี่น่าจะช่วยให้นายคายความลับออกมาได้”

“ไม่คิดว่าพวกสันติบาลจะมีอะไรแบบนี้ด้วย”

 

คนเป็นนักโทษจ้องมองไปที่เข็มฉีดยาในมืออีกฝ่ายอย่างไม่วางตา

 

“งานนอกกฎหมายมันงานถนัดของฉันน่ะ”

 

มือเรียวแทงเข็มฉีดยาวเข้าที่ลำคอของอีกฝ่าย ยาที่สามารถทำให้พูดความจริงออกมาถูกฉีดเข้าไปในร่างของยิน ฟุรุยะ เรย์ถอยห่างออกมาจากคนที่นั่งอยู่

 

“เอาล่ะ เรามาเริ่มสอบปากคำกันดีกว่า”

 

 

 

 

 

......................................................

เฮียชูดูเป็นผู้ชายอบอุ่น ส่วนฮิโรมิสึก็ช่างแสนดี เป็นน้องเรย์นี่เลือกไม่ถูก...

แอบมีคนใจเต้นแรง 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #37 ผีเสื้อมายาสีแดง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:54
    อยู่ๆชั้นก็2ใจ ให้น้องรวบ2เลยได้ไหม5555
    #37
    0
  2. #36 พระจันทร์เอย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 20:35
    แหนะๆ เขินพี่ชูเค้าอ่ะเด้ โธ่ ไม่ต้องมาเก็กกลบเกลื่อนเลย55555 รอตอนต่อไปน้า อยากรู้ยินจะบอกอะไรบ้างง
    #36
    0