「END」HELL BIGBANG ระเบิดรักซ่า(ส์) คนบ้าพันธุ์นรก

ตอนที่ 11 : Practice Round 9 [99.99%] CUT H+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    3 เม.ย. 58

Shira kuma Shirakuma



 



 

 

Practice Round 9

 



 

Copper Talk

 

สองอาทิตย์ผ่านไป

 

“เมื่อไหร่จะเลิกขวาง”

 

“จนกว่ามึงจะเลิกหาเรื่องยัยนั่น”

 

“ก็รู้ว่ายาก”

 

“ยังไงก็...”

 

“พี่มึง...กูรู้” รู้ใช่ไหมว่าผมกำลังคุยกับใคร?

 

ใช่ ไอ้บราวน์ไง ผมกำลังเคลียร์กับมันเรื่องที่มันเข้ามาขัดหูขัดตาผมตลอด

 

มันไม่ยอมให้ผมได้เข้าใกล้แบล็คเลยตั้งแต่วันนั้น มันคอยตามผมทุกฝีก้าวจนบางครั้งก็หงุดหงิด ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมแทบจะทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ ไปไหนก็เจอมันทุกครั้ง

 

บางทีแม่งก็เบื่อ เอาแต่พูดประโยคเดิมๆ จนน่ารำคาญ

 

ใช่ว่ามันไม่รู้...เหตุผลของผมน่ะ

 

“พวกมึงจะทะเลาะกันอีกนานปะครับ” ไอ้ ฮัสกี้ขมวดคิ้วมองผมสองคนเหมือนเด็กไม่รู้จักโต

 

“จะอะไรยังไง อย่าฟัดกันก็พอ ขี้เกียจเก็บศพ” ส่วนนี่เป็นเสียงของไอ้ จิมลูกครึ่งอังกฤษ-ไทย มีฝาแฝดชื่อ จินที่หน้าตาเหมือนกันมาก

 

แต่ก็แยกกันออกง่ายเหมือนกัน ไอ้จิมจะพูดมากกวนตีนตลอด บ้ากามด้วยเผื่อไม่รู้ ส่วนไอ้จินที่เป็นแฝดคนพี่น่ะ วันๆ มันไม่เคยทำอะไรนอกจากนอนอย่างเดียว

 

ครั้งหนึ่งผมเคยมีเรื่องอะไรใครสักคน มันก็อยู่ด้วย...แต่ไม่เคยช่วย มัวแต่นอน

 

กลุ่มผมมีทั้งหมดห้าคน มีผม ไอ้บราวน์ ไอ้ฮัสกี้ แล้วก็ไอ้สองแฝดจิม จิน เราสนิทกับตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนดัดสันดานนี่แล้วล่ะ

 

เมื่อก่อนเรียนช่างกลไง มีเรื่องกับพวกไอ้ดราก้อนที่เรียนสหะบ่อยจนผู้ปกครองของเราทนไม่ไหว ส่งเข้ามาอยู่ที่โรงเรียนนี้ แต่ก็เหมือนเดิม...สันดานน่ะนะ

 

เอาเป็นว่าข้ามเรื่องนั้นไปก่อน

 

“กูไม่อยากให้มันบานปลาย” ไอ้บราวน์พูด ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มแล้วพูดต่อ “ทำใจลำบาก นี่เพื่อน...นั่นพี่”

 

ตอนนี้พวกเราอยู่ที่คลับน่ะ วันนี้เป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน เมื่อกลางวันเราออกไปเช็คเครื่องรถแล้วก็ปรึกษากันเรื่องการแข่งแมตช์คืนนี้

 

ทุกสิ้นเดือนเราจะไปแข่งรถที่สนามใต้ดิน ไม่มีเหตุผลว่าทำไม แค่สนุก ท้าทาย ได้เงินเดิมพันงามๆ ไร้กฎกิติกา ผมว่ามันก็โอเค

 

อย่างน้อยก็แก้เซ็งระหว่างที่ยังอยู่ที่โรงเรียนนี้ไปได้หน่อย

 

ส่วนผู้หญิง...ไม่ได้สน

 

“...” ผมไม่ได้ตอบอะไร ยกแก้วของตัวเองขึ้นมาจิบเงียบๆ กวาดสายตามองไปรอบคลับอย่างเบื่อหน่าย เบื่อการต้องมานั่งทะเลาะกับมันเรื่องเดิมๆ

 

ผมเข้าใจความรู้สึกมัน รู้ว่าลำบากใจแค่ไหนกับสถานะของตัวเองในตอนนี้ เป็นทั้งเพื่อนและน้องชาย อารมณ์ประมาณว่าเลือกฝ่ายไหนไม่ได้ล่ะมั้ง

 

แต่ไอ้บราวน์เองก็ควรเข้าใจผมเหมือนกัน

 

เหตุผลน่ะก็มี...และมันก็รู้ดีด้วย ว่าทำไมผมถึง เกลียดพี่สาวของมันคนนี้นัก

 

“แต่กู...อยากบี้มากตอนนี้ เห็นแล้วซี๊ดเลย” ไอ้จิมพูด

 

ก่อนจะลุกขึ้นจากหัวของไอ้จินที่หนุนตักมันอยู่ตกลงกับโซฟาตัวนั้น มันยืนขึ้นถือแก้วเดินเข้าไปในกลุ่มของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งหน้าระรื่น

 

ทำให้พวกหล่อนหันมามองโต๊ะของเราแล้วส่งสายตาหวานมาให้

 

ทว่าก็ไม่มีใคระริกระรี้เหมือนไอ้จิมหรอก และผมก็มีอะไรให้สนใจมากกว่านั้น

 

“เดี๋ยวกูมา” ผมบอกไอ้ฮัสกี้กับไอ้บราวน์ก่อนจะลุกจากโต๊ะ

 

เดินฝ่าฝูงนักเที่ยวที่กำลังโยกไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนานออกไปนอกคลับ ถ้าตาไม่ฝาด ผมเห็นแบล็คอยู่ที่นี่ เห็นแวบๆ ว่าเดินออกไปนอกคลับกับผู้ชาย

 

แต่พอเดินออกมาหน้าคลับยืนกวาดสายตาหาร่างสูงสมส่วนของเธอแล้วกลับไม่พบ หรือว่าผมจะตาฝาดเพราะมัวแต่คิดจะเล่นงานยัยนั่นก็ไม่รู้ ผมตัดสินใจเดินดูรอบๆ คลับด้านนอกอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ และก็ไม่พบเธอจริงๆ

 

เจอก็แต่...

 

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ! จะรีบไปไหนวะ” ผู้ชายท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่งมายืนดักหน้าผม

 

ท่าทางกร่าง กวนเบื้องล่างสุดๆ ผมมองมันนิ่งๆ แล้วก็เดินเลี่ยงมาอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ได้อยากมีเรื่องอะไรตอนนี้ไง แต่เหมือนมันจะไม่พอใจ

 

หมับ!

 

“...” กระชากไหล่ผมอย่างแรงจนต้องหันกลับไป หรี่ตามองหน้ามันชัดๆ ก็พบว่าเป็นคนเดียวกับที่เดินออกมาจากคลับพร้อมแบล็คก่อนหน้านี้ กะแล้วว่าตาไม่ฝาด

 

สงสัยยัยนั่นจะหาทางเล่นงานผมอยู่เหมือนกัน

 

ก็อย่างว่า ผมเล่นงานเธอไปหนักอยู่

 

“รู้ไหมว่าทำตัวขวางหูขวางตาฉิบ!” มันเหยียดยิ้มพูดกับผมด้วยท่าทางเหนือกว่า ส่วนผมก็มองหน้ามันด้วยสีหน้าเฉยชาเหมือนเดิม

 

ไม่รู้สึกเกรงกลัวอะไรหรอก ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ

 

“...” และยังคงรักษาระดับความเงียบได้ดี ทั้งที่ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดหน่อยๆ แล้ว

 

“พูดอะไรหน่อยเซ่!” คนตรงหน้าพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อผมด้วยความแรงระดับหนึ่ง ง้างหมัดขึ้นทำเหมือนจะต่อยแต่ก็ไม่ต่อย เหมือนอยากจะขู่ผมมากกว่า

 

ดังนั้นผมก็เลยปัดมือมันออกเต็มแรงจนหลุดจากคอเสื้อผม แล้วเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกระชากคอเสื้อมันแทน

 

ที่ต้องการคือคนบงการมากกว่า

 

“ผู้หญิง...”

 

 

 

01.23 AM

 

สนามแข่งรถใต้ดิน B

 

บรื้น! บรื้น!

 

เสียงเครื่องยนต์แรงม้าสูงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนามแข่งใต้ดิน B ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับการแข่งแมตช์ไฮไลท์ทางตรงของค่ำคืนนี้อย่างใจจดใจจ่อ

 

เมื่อเจ้าถิ่นอย่างคอปเปอร์เจ้าของรถ Honda NSX สีดำกำลังเบียดกับ Audi R8 สีน้ำเงินของ ผู้ท้าชิงกันแบบสูสีคู่ขี้

 

ถึงการแข่งขันจะสูสีแต่ก็ไม่มีใครคิดว่าฝีมือระดับคอปเปอร์จะแพ้ในการแข่งขัน เพราะเขาคือเจ้าถิ่นและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้หมดทุกคน ใช่แล้ว...เขายังไม่เคยแพ้ใครที่นี่ ทำให้ความมั่นใจของเขามีเต็มเปี่ยมและตอบรับการวาง เดิมพันของผู้ท้าชิงทันที

 

หากทว่า!

 

บรื้น! ฟิ้ว!

 

อีกไม่กี่สิบเมตรสุดท้าย รถที่ขับตามหลังมาก็แรงเครื่องขึ้นก่อนจะเบียดท้ายรถของคอปเปอร์ที่กำลังเร่งความเร็วสูงสุด ทำให้เกิดการสะบัดเสียจังหวะไปเสี้ยววินาที

 

ส่งผลให้ Audi R8 คันสีน้ำเงินพุ่งทยานเข้าเส้นชัยในเสี้ยววินาทีนั้นได้อย่างสวยงาม พร้อมกับเสียงเชียร์ของผู้คนที่โหร้องกันดังกระหึ่ม

 

เฮ!!!!

 

ขึ้นชื่อว่าสนามแข่งรถใต้ดินทุกคนย่อมรู้ดีว่ามัน ไร้กฎกติกาการโกงถือเป็นเรื่องปกติ และไม่มีใครเอาผิดใครได้

 

และมันทำให้เขาแพ้อย่างน่าเจ็บใจ

 

ปึก!

 

“แม่งเอ้ย!” ทุบหมัดลงพวงมาลัยแล้วอดสบถออกมาอย่างหัวเสียไม่ได้

 

จะว่ายังไงดี...บอกแล้วใช่ไหมว่าคืนนี้มีแข่งรถตามปกติของสิ้นเดือน

 

วันนี้เป็นแมตช์ที่มีคู่ท้าชิงเจาะจงว่าอยากแข่งกับผม ให้ตาย! เป็นครั้งแรกเลยที่แพ้ใน ถิ่นของตัวเอง ภาพรถ Audi R8 สีน้ำเงินคันนั้นเบียด NSX ของผมจนเสียจังหวะ แล้วแซงเข้าเส้นชัยไปได้อย่างฉิวเฉียดยังติดตาอยู่เลย

 

ไม่ใช่เพราะว่าคนขับฝีมือดี แต่เพราะมันโกงผมต่างหาก

 

ปัง!

 

ทันทีที่ขับรถกลับมายังจุดสตาร์ทผมก็ลงจากรถอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

แล้วรู้ไหมว่าผมเจอกับอะไร...

 

เจ้าของรถคันนั้นเป็นผู้หญิงว่ะ!

 

เธอวาดเรียวขายาวลงจากรถอวดบอดี้เอสไลน์ให้พวกผู้ชายในสนามส่งเสียงเชียร์ไม่หยุด เรียวคิ้วหนาของผมกระตุกหนักๆ สองสามทีอย่างห้ามอารมณ์ไม่ได้

 

เจ้าของร่างบางสมส่วนสวมเสื้อตัวใหญ่แขนกุดที่ถูกผ่าช่วงแขนจนถึงเอวเผยให้เห็นขอบบราเซียสีดำเป็นอย่างดี หนำซ้ำยังอวดเรียวขาสวยด้วยการสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นจนหน้าใจหายอีก อดไม่ได้ที่จะเบ้ริมฝีปากตัวเองอย่างหมั่นไส้

 

อะไรจะรนหาที่ขนาดนี้ก็ไม่รู้...ผู้หญิงคนนี้ไงที่ผมกำลังตามตัวอยู่ตอนนี้

 

“งานเข้าสิครับ” ไอ้จิมเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกตามด้วยไอ้ฮัสกี้ที่ตีหน้ายุ่งไม่ต่างกันเท่าไหร่ ส่วนไอ้จินก็กลับไปโรงเรียนตั้งแต่เราออกจากคลับ แล้วนี่ไอ้บราวน์แม่งก็หายหัวไปอีก “นี่มึงช็อกมากปะวะ?”

 

“...” แต่ก็ดี! ผมจะได้ทำอะไรถนัดมือหน่อย

 

“เรื่องเดิมพันไหวเหรอมึง” ฮัสกี้ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

 

ผมเองก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แปลกใจนิดหน่อยตอนรู้ข้อเสนอของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร มั่นใจเต็มที่ว่าตัวเองต้องชนะแน่ แต่แม่งเอ้ย...

 

“เอาจริง?” ไอ้จิมเลิกคิ้วสูงมองผม

 

ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกไป

 

“ไง” แบล็คเดินกอดอกเชิดหน้าชูคอเข้ามาหาผมอย่างอวดดี ท่าทางหยิ่งยะโสแบบนั้นผมเคยบอกรึยังว่าไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เห็นแล้วมันอยากขยี้ให้หายจองหองสักทีสองที “แพ้แล้วไม่คิดจะทำตามข้อตกลงหน่อยเหรอ?”

 

“...” ถามว่าเสียหน้าไหม...แน่นอนว่าโคตรเสียหน้าเพราะถูกผู้หญิงลบเหลี่ยม

 

 คดีเก่ายังไม่ทันได้สะสาง ก็ขยันสร้างคดีใหม่ให้ผมตามเก็บทั้งต้นทั้งดอกเหลือเกิน ท่าทางคราวที่แล้วคงไม่เข็ดมั้ง สงสัยผมจะออมมือไป

 

อยากเจ็บก็ได้ เดี๋ยว เอาให้ซึ้งเลยครับ

 

“...” แบล็คเงียบเมื่อผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ยังคงยืนนิ่งแล้วจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม ทั้งที่ในใจกำลังวาวโรจน์อย่างมาก

 

เธอเหยียดสายตามองผมอย่างกดดันและหยามหยันอย่างไม่ปิดบัง

 

“อยากลองมาก?” ผมจึงเลิกคิ้วสูงถามพร้อมพ่นลมหายใจเย็นจัดออกมาแรงๆ

 

“ทำตามที่ตกลงกันไว้ซะสิ!” นัยน์ตาสีดำแฝงไปด้วยความคับแค้นใจจิกตาใส่ เธอตั้งใจจะแก้แค้นผม “ยึกยักแบบนี้...หรือไม่กล้า?”

 

ก่อนหน้านี้ก็ทีหนึ่ง ส่งคนกระจอกๆ มาเล่นงาน ไม่รู้ว่าใช้สมองคิดบ้างรึเปล่า ผมนี่โคตรหงุดหงิดเลยว่ะ เธอบอกว่าผมไม่กล้า...

 

ไอ้ข้อตกลงที่ว่า ใครแพ้ต้องกราบเท้าอีกฝ่ายต่อหน้าคนทั้งสนามนั่นน่ะ จะบอกว่าไม่กล้าก็ไม่ใช่ จะบอกไม่ใจก็ไม่เชิง เข้าใจอารมณ์กูไหม...

 

ต้องกราบตีนผู้หญิงต่อหน้าคนเป็นร้อยแบบนี้ กูว่ามันไม่โอเคไง

 

และก็ไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้นด้วย ใครจะบอกว่าโกงหรืออะไรก็ช่างแม่ง

 

เอาเลยครับ กูไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งนั้น เรื่องที่ประมาทคู่ต่อสู้อันนั้นยอมรับ ไม่ปฏิเสธว่าโคตรมั่นฝีมือตัวเองอยู่ ถึงถูกโกงจนแพ้แบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้

 

แต่ทำกับเธอได้น่ะนะ

 

“หาเรื่องเจ็บตัวว่างั้น?” ผมโกรธ โมโห เสียหน้า เจ็บใจ ทุกอย่างมันปนกันมั่วจนเริ่มพาล นอกจากจะเบี้ยวข้อตกลงงี่เง่าของแบล็คแล้วยังคิดจะเล่นงานเธอกลับให้กระอักเลือดตายอีกด้วย “ครั้งที่แล้ว...ไม่เข็ด?”

 

“แพ้แล้วพาล สันดานไม่ดีนะคะ” เธอกรีดยิ้มร้ายบนใบหน้าสวย ไม่ต่างอะไรกับตัวร้ายในละครหลังข่าวสักนิด “รีบกราบเท้าฉันงามๆ สิ เผื่อฉันจะใจดี...”

 

“...” ยังคงใช้น้ำเสียงเหมือนผู้เหนือว่าเหยียบย่ำผมต่อหน้าคนทั้งสนามไปอีก

 

ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดร่างผมที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ยกฝ่ามือทาบข้างแก้มแผ่วเบาข้างเดียวกับที่เธอเคยฝากรอยเล็บเอาไว้เป็นทางยาว

 

“อาจเปลี่ยนใจไม่ใช้รองเท้าขยี้หัวนายก็ได้นะ” แล้วตบแก้มผมเบาๆ สองสามทีเหมือนกำลังยั่วโมโห

 

หมับ!

 

“ฉันไม่ทำ เธอจะมีปัญหามากมั้ย?” กระชากฝ่ามือข้างนั้นของเธอมาบีบเอาไว้แน่น กระซิบถามเสียงต่ำอย่างเดือดดาล ไม่มีใครรู้เรื่องการเดิมพันของเรา

 

มีแค่เธอกับผม และเพื่อนของผมเท่านั้นที่รู้

 

“คิดจะเบี้ยวเหรอ!” สีหน้าของเธอดูตกใจเล็กน้อย ก่อนจะพยายามแกะฝ่ามือตัวเองออกมา แต่ผมยังบีบไว้

 

“ลองทายสิแบล็ค” ผมกระชากฝ่ามือที่บีบมือเธอเข้าหาตัว ทำให้ร่างเล็กเซเข้ามากระแทกอก มืออีกข้างจึงสอดรั้งเอวค่อดเล็กไว้ไม่ให้เธอหนีรอดไปด้วย แล้วกระซิบรอดไรฟันให้ได้ยินกันสองคน “เธอจะกดหัวฉัน หรือฉันจะกดเธอ...”

 

“นี่นาย...!

 

“หรือไม่...อยากกดหัวxxxฉัน ก็ว่าไป” จบน้ำคำแสนห่ามของผม

 

แบล็คถึงกับสั่นไปทั้งตัวเลย ผมสัมผัสได้ว่าไม่ใช่ความกลัว ยัยนี่กำลังโกรธจัดจนเนื้อตัวสั่น ริมฝีปากเล็กสั่นพร่า อ้าปากพะงาบสักพักแล้วก็กัดมันจนห้อเลือด

 

นอกจากคำพูดที่ทำให้คนฟังคุกรุ่น ปลายนิ้วผมก็ยังกดลงที่เอวของเธอแรงๆ บีบเป็นจังหวะเน้นหนักซ้ำๆ เพื่อเป็นการบอกกรายๆ ว่าผม เอาจริง

 

ถูกลบเหลี่ยมไปไม่น้อย จะสอยให้ร่วงเลย

 

“ซุบซิบไรกันวะ” ไอ้ฮัสกี้หรี่ตามองผมสลับกับแบล็คเหมือนกำลังจับผิด

 

“เออ มีไรบอกกูบ้าง นี่ทีมเสือกครับ” เสียงไอ้จิมก็ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

ผมไม่ได้ใส่ใจพวกนั้น ยังจ้องสีหน้าโกรธจัดของแบล็คแล้วเค้นยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า แน่นอน ผมเหนือกว่ายัยนี่ทุกอย่างอยู่แล้ว

 

อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าผมเอาจริงเธอจะมีสภาพเป็นยังไง

 

แค่ดิ้นให้หลุดตอนนี้ก็ยังไม่มีปัญญาเลย

 

ปึก!

 

“หน้าด้าน!” กำปั้นเล็กกระแทกกับอกอย่างแรงพร้อมกับคำปรามาสจากริมฝีปากบาง

 

“แล้วไง?” หากก็ไม่ได้สะกิดความรู้สึกของผมเท่าไหร่ “แล้วเลือกได้ยังว่าจะ กดแบบไหนดี”

 

ดูเหมือนวันนี้ยัยตัวดีคงใจกล้ามากถึงได้มาคนเดียวโดยที่ไม่มีพวกเพื่อนสาวตัวแสบติดตามมาด้วย มั่นหน้าพอตัวล่ะมั้ง

 

“โอเค ไม่ทำก็ไม่เป็นไร งั้นฉันกลับ!” ไม่รู้ว่าเธอออมแรงไว้หรืออะไร

 

แต่จบคำพูดนั้นร่างของเราก็ผละห่างจากกันทันที แบล็คผลักอกผมด้วยแรงทั้งหมด ก่อนจะหันหลังเตรียมขึ้นรถของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

แต่เดี๋ยวก่อน!

 

สร้างเรื่องไว้แล้วเนียนเดินหนีคิดว่าตลกมากไหม

 

...ไม่เลยไง

 

หมับ!

 

“จะไปไหน” ไวเท่าความคิด ผมเข้าไปกระชากต้นแขนให้เธอหันกลับมาอีกครั้ง คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงปัดฝ่ามือผมออกอย่างรังเกียจ

 

เธอหรี่ตามองด้วยความไม่พอใจ เออ นี่ก็ไม่พอใจเหมือนกันที่ถูกหักหน้าน่ะ

 

ให้กลับไปแบบไม่สั่งสอนก็คงจะใจดีเกินไปด้วย

 

“เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ในเมื่อนายไม่ทำตามข้อตกลง ฉันก็จะกลับ!” พูดพร้อมกับก้าวถอยหลังไปด้วย

 

“แต่ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ...เยอะ”

 

“อ๊ะ...” พริบตาเดียวผมก็เข้าไปประชิดตัวเธอได้สำเร็จโดยที่เจ้าหล่อนยังไม่ทันได้ก้าวเท้าอีกครั้งด้วยซ้ำ ผมกระชับฝ่ามือเข้ากับต้นแขนเธอแน่น

 

และแน่นมากยิ่งขึ้น แบล็คเม้มริมฝีปากเม้มสะกดความเจ็บเอาไว้ พยายามขืนตัวเองไว้อย่างดื้อดึง

 

แค่ผมกระชากทีเดียวยัยนี่ก็ปลิวเข้าอกแล้วเถอะ

 

“คืนนี้เราไปนอนคุยกันหน่อยก็ดี” ร่างกายเธอสั่นในครั้งที่ผมจงใจกระซิบชิดใบหูเล็ก ให้ริมฝีปากเสียดสีกับหูเธอเบาๆ อย่างกวนอารมณ์

 

ก่อนจะกดเสียงรอดไรฟันในประโยคถัดมาแบบจริงจัง

 

“...!

 

“ตัวต่อตัว เสื้อผ้าไม่เกี่ยว แก้ผ้าอย่างเดียว ณ จุดนี้”

 

End Copper

 

 

 

 

 

ปึก!

 

บัดซบเอ้ย!

 

ฉันสบถในใจอย่างหัวเสียเมื่อถูกคอปเปอร์เหวี่ยงร่างกระแทกกับเตียงนอนคิงไซต์ภายในม่านรูดแห่งหนึ่งด้วยความรุนแรง ใช่! ได้ยินไม่ผิดหรอก

 

สถานที่โสโครกที่ฉันกำลังเหยียบย่ำอยู่ตอนนี้คือ ม่านรูดจริงๆ

 

คืนนี้ฉันมาที่สนามแข่งรถใต้ดิน B เพราะรู้มาว่าพวกคอปเปอร์จะมาแข่งรถที่นี่ทุกสิ้นเดือน ช่วงบ่ายพวกเขาออกเช็คเครื่องยนต์กันอันนี้ฉันรู้มาจากไอ้บราวน์

 

แต่ฉันบังเอิญไปเจอคอปเปอร์กับพวกเพื่อนของเขานั่งอยู่ที่คลับตอนประมาณสามทุ่ม ฉันเลยจ้างนักเลงคนหนึ่งแถวๆ นั้นไปเล่นงานคอปเปอร์

 

ทว่าฝีมือหมอนี่ก็คงดูถูกไม่ได้

 

เขากลับมาที่สนามแข่งโดยไร้รอยขีดข่วน น่าหมั่นไส้ชะมัดเลย แต่ฉันกะไว้แล้วว่าแค่คนเดียวคงทำอะไรหมอนี่ไม่ได้

 

ประเด็นหลักอยู่ที่การแข่งขันคืนนี้ต่างหาก นั่นคือจุดประสงค์ของฉัน

 

ฉันเป็นคนท้าแข่งกับเขาเอง...

 

หลังจากตอนที่บราวน์พาตัวฉันออกจากห้องเขา พักหลังๆ มานี้คอปเปอร์ก็ยังหาทางเล่นงานฉันอยู่ แต่คงทำอะไรไม่ถนัดเท่าที่ควรเพราะบราวน์คอยกันท่าอยู่ตลอดจากที่ฉันลองสังเกตดู อีกอย่างเราอยู่คนละสังกัดไม่ค่อยได้เจอหน้า ถ้าไม่ได้จงใจน่ะนะ

 

ฉันก็เลยมีเวลาวางแผนเอาคืนไอ้สารเลวคอปเปอร์มาสักพัก

 

กระทั่งมาถึงการแข่งรถก่อนหน้านี้ ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งกาจ แค่มี เทคติกในการเอาชนะก็เท่านั้น ใช่ ฉันชนะคอปเปอร์และทวงถามข้อตกลงอย่างไม่ประวิงเวลา

 

หากทว่า หมอนี่กลับเบี้ยวกันแบบหน้าด้านๆ โดยที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย เห็นท่าไม่ดีก็เลยจะกลับไปตั้งหลักใหม่

 

ทว่า...คอปเปอร์คงเจ็บใจมากจนไม่ยอมปล่อยฉันให้ลอยนวลไปง่ายๆ

 

และไอ้เลวคอปเปอร์ก็พาฉันมาที่นี่!

 

ปัง!

 

“อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ เด็ดขาด” เสียงกระแทกประตูปิดทำให้ฉันหวาดหวั่นไม่น้อย กวาดสายตามองไปรอบห้อง

 

ก่อนจะลากมาสบกับนัยน์ตาสีดำเรียบเฉยของคนตัวสูงแล้วเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกระแวง หากฉันกลับคิดผิดถนัดที่จ้องสบสายตากับเขา รู้ไหมฉันเห็นอะไร...

 

ในดวงตาคู่คมฉายรอยกรุ่นโกรธออกมา ซ้ำยังบ่งบอกว่าเขาจะทำเหมือนอย่างที่กระซิบบอกฉันก่อนหน้านี้แน่

 

ตัวต่อตัว เสื้อผ้าไม่เกี่ยว แก้ผ้าอย่างเดียว ณ จุดนี้

 

บ้าเถอะ! ฉันไม่มีทางยอมให้เขาทำเรื่องบัดซบพรรค์นั้นกับฉันอีกหรอกนะ

 

คราวก่อนกว่ารอยพวกนั้นจะหายไปก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์ ไม่เอาหรอก ฉันขอสู้ตายเลยถ้าเกิดหมอนี่มันทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมาจริง

 

“...” ยิ่งเขาเงียบแบบนี้ฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าบรรยายการรอบตัวเย็นยะเยือกกว่าเดิม

 

เขาใช้สายตาไร้ความรู้สึกกวาดมองเรือนร่างฉันเนิบนาบ พาลขนอ่อนตามร่างกายก็พร้อมใจลุกเกรียวด้วยความพรั่นพรึง

 

คอปเปอร์ยืนเต็มความสูงอยู่ปลายเตียง เงยหน้ามองฉันที่หยัดตัวขึ้นยืนกลางเตียงด้วยสายตาแบบเดิม นั่นทำให้ฉันเผลอก้าวถอยหลังไปอย่างหวั่นใจจนแผ่นหลังกระแทกกับผนังหัวเตียงทันที

 

ปึก!

 

“ถอยไป” ก้มลงคว้าหมอนปาใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด

 

ฉันไม่ชอบความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบนี้ มวลความกดดันพวกนั้นกำลังทำให้ฉันประสาทเสีย ทว่าเขาก็ไวพอจะปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี

 

ห้องนี้ไม่มีอะไรพอจะใช้เป็นอาวุธได้เลย บ้าที่สุด!

 

“แหกปากไปก็ไม่มีใครสนใจหรอก” ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ยังไม่ละสายตาไปจากร่างสูงง่ายๆ

 

ฉันรู้...ถ้าเมื่อไหร่ที่เผลอเขาจะเล่นงานฉันทันที เพราะแบบนี้จึงต้องรักษาระยะห่าง ตราบใดที่คอปเปอร์ยังไม่ก้าวเข้ามา ตราบนั้นฉันก็ยังหายใจได้สะดวกอยู่

 

บ้าจริง คิดสิคิด ทำยังไงถึงจะออกไปจากที่นี่ได้

 

“อย่าเข้ามา!” เส้นประสาทฉันสั่นเมื่อเขาก้าวเท้าขึ้นมาบนเตียงเนิบ

 

คล้ายต้องการยั่วอารมณ์ไม่มีผิด สีหน้า ท่าทางของคอปเปอร์ไม่ต่างจากฆาตกรโรคจิตในหนังที่ฉันเคยดูเลย ยิ่งเขาก้าวเข้ามาฉันก็ยิ่งรู้สึกร้อนรน

 

คิดได้ว่าต้องกระโดดลงจากเตียงเพื่อหาทางออกที่มันดีกว่านี้ ทว่า...

 

ตุบ!

 

“อะ อึก” ความคิดของฉันก็ช้าว่าร่างกายของเขา “ชะ ช่วยด้วย!” ร้องออกไปหวังว่าจะมีใครสักคนได้ยิน

 

สารเลวคอปเปอร์กระชากข้อเท้าฉันอย่างแรงทำให้ร่างฉันล้มลงนอนราบเตียง ตามด้วยการคร่อมทับของร่างกายสูงใหญ่อย่างรวดเร็วไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

เขาก็ตรึงข้อมือทั้งสองข้างของฉันขึ้นเหนือหัวอย่างรู้ทัน

 

“ที่นี่ไม่มีใครโง่เข้ามาช่วยเธอหรอก”

 

“ปล่อย...”

 

“คนอื่นมันคิดว่าฉันพา คู่นอนมาสนุกไง!

 

“อึก!” ความรุนแรงของน้ำเสียงที่กระแทกแสกหน้าบวกกับแรงอารมณ์คุกรุ่นทำให้ฉันเผลอหลับตาลง พลางกัดริมฝีปากตัวเองแน่นอย่างหวาดผวา

 

ใช่...ยอมรับเลยว่าฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง ความหวั่นใจเกือบกลายเป็นความหวาดกลัวยังคงมีอยู่

 

คอปเปอร์กำลังทำให้ฉันเห็นว่าการลูบคมผู้ชายอย่างเขาผลลัพท์มันออกมาเป็นยังไง ตอนนี้ผู้ชายสารเลวคนนี้กำลังแผลงฤทธิ์ใส่ฉันหลังจากโดนลบเหลี่ยมเอาไว้แบบไม่น้อยหน้า เจ็บใจจริง!

 

หาทางออกให้เร็วกว่านี้สิแบล็ค!

 

“ทำไม...โกรธมากเลยเหรอ ?” เรียวคิ้วเลิกสูงอย่างถือดี นัยน์ตาของเรายังจ้องสบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สมองฉันก็ยังไม่หยุดคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างไม่ยอมแพ้

 

“...”

 

“หน้าแหกมากหรือไงที่แพ้ เจ็บใจมากเลยใช่มั้ยที่ต้องมากราบเท้าคนอย่างฉัน” เหยียดยิ้มมุมปากเป็นการสำทับคำพูด

 

เรื่องฝีปากฉันไม่น้อยหน้าหรอก ถ้าฉันเจ็บตัวอย่างน้อยเขาเองก็ต้องเจ็บใจบ้าง

 

“สัญญาอะไรไว้ก็ทำไม่ได้ น้ำหน้าอย่างนายมีสิทธิ์มาทำตัวกร่างใส่ฉันด้วยรึไงคอปเปอร์!

 

“...” เขายังคงเงียบ

 

ทว่าฝ่ามือที่ตรึงข้อมือของฉันก็ลงแรงบีบระบายความกรุ่นโกรธลงมาไม่ยั้งแรง ริมฝีปากของเขาเหยียดตึงบ่งบอกว่ากำลังโมโหไม่น้อยไม่กว่าฉัน

 

“ปล่อยฉันสักที กิริยาต่ำๆ ของนายมันน่ารังเกียจรู้ตัวมั้ยวะ!” ไม่ได้อยู่เฉยให้โดนกดไว้ฝ่ายเดียว ฉันยังพยายามตีขาไปมาใต้ร่างเขาแรงๆ หากหมอนี่ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร

 

ครั้นพอฉันดีดดิ้นหนักเข้าก็ใช้หัวเข่ากดหน้าขาฉันอย่างอุกอาจ

 

อย่างนี้ตลอด แรงผู้หญิงไม่เคยรู้กับแรงของผู้ชายได้สักครั้ง มาถึงจุดจวนตัวทีไรเป็นอันต้องจนมุมทุกที!

 

“หึ” ปกติหมอนี่เป็นผู้ชายน่ากลัวอยู่แล้ว ยิ่งเหยียดยิ้มมุมปากทำให้เขาดูหล่อเลวขึ้นไปอีกหลายเท่า และการเงียบของคอปเปอร์ไม่ต่างจากการกวนประสาทสักนิด

 

เส้นประสาทฉันขาดผึ่งนับไม่ถ้วนแล้วเถอะ

 

“บอกให้ปล่อย!” ฉันกัดฟันพูดเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อนของเขาที่จงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้อย่างน่าโมโห หากแต่ก็ไม่ได้สะเทือนก้านสมองโง่ๆ ของหมอนี่สักนิด

 

“คิดว่าฉันพิศวาสเธอ?” ใกล้...ใกล้เกินไป

 

“นายเคยบอก แต่สิ่งที่ทำ...” ยังไม่ทันพูดจบร่างกายฉันก็สะดุ้งเฮือกอย่างไม่อาจหักห้ามได้ ปลายนิ้วฝ่ามือข้างที่วางของคอปเปอร์กดแนบไปตามเนื้อผ้าของฉันอย่างจาบจ้วงรุนแรง เส้นเสียงถูกบีบรัดจนแหบแห้งไปด้วย

 

“จะให้คิดยังไง ไม่ได้พิศวาสแล้วแตะต้องทำไมนัก!” ฝืนเหยียดยิ้มออกมาทั้งที่สถานการณ์ไม่ได้น่ายิ้มก็เถอะ

 

โธ่เว้ย ดิ้นยังไงก็ไม่คณาแรงหมอนี่เลยไง

 

“ไม่แน่ บางที...” ใบหน้าเรียบนิ่งกระตุกยิ้มมุมปากเสี้ยววินาที เพียงแค่นั้นก็ทำให้รอยยิ้มถากถางของฉันสลายไปในพริบตาเดียวเช่นกัน ก่อนริมฝีปากบางเฉียบจะขยับอีกครั้ง “ฉันอาจจะอยากลอง ของแปลกแบบเธอก็ได้”

 

“ออกไปนะไอ้บ้าเอ้ย!” น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ทุกอย่างของคอปเปอร์กำลังไซโคให้ฉันจิตตกอย่างรุนแรง “ฉันเกลียดนาย เกลียด...อย่ามาโดนตัวฉัน น่ารังเกียจ!

 

ไม่ใช่แค่พูด ลางสังกรณ์รับรู้ได้ว่าเขาต้องเล่นงานฉัน ปางตายเป็นแน่

 

“เออ! คิดว่าฉันไม่เกลียดเธอเหรอ ฉันน่ะโคตรเกลียด!” ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บร้าวที่ข้อมืออย่างรุนแรง กัดริมฝีปากซ้ำๆ ไม่กลัวว่ามันจะปริแตกไปมากกว่าเดิม

 

คนตรงหน้าฉันไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายที่ต้องฆ่าเหยื่อตัวเองยังไงยังงั้น คนอย่างเขาไม่สนอยู่แล้วว่าใครจะเป็นยังไง และฉันจะไม่มีวันอ้อนวอนเขาเด็ดขาด

 

“เกลียดก็ปล่อยสิวะ!” เราตะโกนใส่กัน

 

ส่งผ่านความเกลียดชังให้ทั้งการกระทำและสายตา

 

“ยิ่งเกลียดยิ่งอยากทำลาย...จะ เอาให้ตายกันไปข้าง!” สิ้นน้ำคำเกรี้ยวกราดในวินาทีนั้น!

 

“ปล่อย...อะ อื้อ!” ริมฝีปากบางเฉียบก็กระแทกลงมาบดขยี้ริมฝีปากฉันอย่างป่าเถื่อน ราวกับคนสารเลวต้องการฆ่าฉันให้ตายอยู่ใต้อาณัติแกร่งของเขา “อื้อ!!

 

รสจูบดุดัน จาบจ้วง ปนเปไปด้วยอารมณ์เดือดดาลสร้างความเจ็บแสบให้ริมฝีปากฉันปริแตกมากกว่าเดิม

 

ปึก!

 

ฉันดิ้นรนจนแขนหลุดจากการจับกุมของเขามาได้ข้างหนึ่ง ไม่ประวิงเวลาจัดการทุบกำปั้นกับต้นคอแกร่งเท่าที่โอกาสยังมี แทนที่คอปเปอร์จะรู้สึกเจ็บ

 

เขากลับไม่ถอนจูบดุดันออกไปสักวินาทีเดียว

 

ซ้ำ! คมเขี้ยวประหนึ่งแวมไพร์ยังขบเข้ากับเนื้ออ่อนตรงริมฝีปากล่างสร้างบาดแผลและความเจ็บแสบแก่ฉันอีกด้วย

 

รสเลือดเค็มปร่ากับกลิ่นคาวในโพรงปากทำให้ฉันจิกเล็กกับต้นคอไอ้สารเลวคอปเปอร์อย่างไม่รู้จะต้องระบายความโกรธนั้นออกมาอย่างไรดี

 

ที่แย่ไปกว่านั้น...ลมหายใจที่ถูกช่วงชิงไปกำลังทำให้ฉันหมดแรง

 

เนินนานไม่รู้กี่นาที คนสารเลวไม่ยอมถอนริมฝีปากออกไป จงใจบดขยี้ความป่าเถื่อน หยาบคายลงมาอย่างดื้อดึงจนริมฝีปากฉันปวดแสบปวดร้อน

 

เส้นเลือดใต้ผิวหนังสั่นร้อนเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ความรู้สึกเร่งเร้าจาบจ้วงที่เขาเป็นคนมอบให้คล้ายจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเสียจน...

 

ตึก

 

หัวใจเหมือนจะระเบิดคาอก!

 

“อะ อึก!” ถ้าไม่ใช่เพราะฉันกำลังจะขาดอากาศตายไปจริงๆ

 

คอปเปอร์ก็ไม่มีท่าทีจะถอนริมฝีปากออก เขาผละริมฝีปากร้ายกาจออกในวินาทีนั้น หากก็ไม่ได้ผละใบหน้าหล่อเหลาคมคายออกไป ฉันสะอึกก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยควมเจ็บใจขึงตามองคนตรงหน้าอย่างเดือดดาล

 

เขาจะทำให้ฉันรู้สึกรังเกียจไปถึงเมื่อไหร่ ทำเหมือนจะฆ่าฉันให้ตายด้วยจูบบ้าๆ นั่นไม่มีผิด

 

ความชิงชังอัดแน่นอยู่ในอก มันอัดแน่นอยู่ในใจฉันนี่เอง

 

ชักจะมีมากขึ้นไปทุกที!

 

เพี๊ยะ!!

 

“...” จากที่จิกเล็บคมกับต้นคอเขาจนเลือดซึม ฉันก็ตวัดฝ่ามือกระแทกใบหน้าคมคายสุดแรงจนสะบัดหันไปอีกข้างทันที ด้วยความกรุ่นโกรธทั้งหมดที่ฉันมีเลยด้วย

 

เชื่อไหม ฝ่ามือข้างนั้นมันเจ็บ เจ็บเพราะตบแรงเกินไป

 

นึกไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้มีแรงขึ้นมาถึงขนาดตบจนเลือดกบปากเขาได้ เส้นเลือดเต้นเร้าๆ ราวกับจะปริแตกได้ทุกเมื่อ

 

ประเด็นคือหัวใจฉัน...มันเจ็บมากกว่าฝ่ามือที่เริ่มชาหนึบด้วยซ้ำ

 

ไอ้ก้อนเนื้อโง่ๆ เต้นสั่นอย่างรุนแรงจนเจ็บร่องอก ปวดร้าวราวกับมีลวดหนามแหลมคมบีบรัดก็ไม่ปาน และกำลังเสียดแทงหัวใจฉันเป็นแผลเหวอะ

 

เจ็บเสียจนอยากจะร้องไห้ออกมา ทว่ากลับไม่มีน้ำตาสักหยดเดียว

 

ไอ้สารเลวคอปเปอร์ไม่มีค่าพอที่ฉันจะต้องเสียน้ำตาให้มันหรอก!

 

“ระยำ” ถ้อยคำสั้นๆ ถูกเปล่งออกมาจากเรียวปากบวมแดงของฉัน

 

ไม่ได้ตะคอกออกไปด้วยความคุกรุ่น เป็นแค่น้ำเสียงธรรมดาๆ ที่ฉันเอาไว้ใช้กับคนที่มันไร้ค่ามากในสายตาของฉัน ต่ำต้อยยิ่งกว่าเศษดินใต้ฝ่าเท้าเสียอีกน่ะ

 

“รู้มั้ย” ฉันกัดริมฝีปากแน่นทำให้แผลที่คนสารเลวสร้างไว้ก่อนหน้าปริแตกมากยิ่งขึ้น

 

นัยน์ตาสีเข้มยังจ้องเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างกายเกร็งเครียดไปด้วยเมื่อริมฝีปากร้อนที่ขยับเบาๆ เสียดสีกับริมฝีปากฉันทุกครั้ง ราวกับความกรุ่นโกรธกำลังทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก มือข้างนั่นก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนดี

 

สุดท้ายก็ได้แต่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามืออย่างกดดัน

 

“ด่าไปก็เท่านั้น ไม่ได้ระคายผิวสักนิด” จะบอกว่ามึงหน้าด้านใช่ไหมล่ะ!

 

“...” หากฉันก็แค้นจนพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มร้อนฉ่ามากยิ่งขึ้นราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ข้างใน เผาไหม้ดวงตาสีดำของฉันที่มันกำลังวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ

 

“อยากให้ฉันเจ็บ ลองตบอีกที”

 

เพี๊ยะ!!!

 

สมองแทบไม่ต้องประมวลผลเลยว่าเมื่อครู่ฉันทำอะไรลงไป

 

ฝ่ามือหวดใส่เสี้ยวหน้าของคอปเปอร์ตามคำขอ แรงกว่าเดิมอีกเท่าหนึ่งเห็นจะได้ เพราะมือของฉันมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว

 

สายตาไล่มองผิวแก้มขาวที่ขึ้นริ้วสีแดงครบห้านิ้วชัดเจน มุมปากที่เดิมมีเลือดซึมออกมาไม่น้อย หากก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกสะใจได้อยู่ดี

 

ถ้าเป็นไปได้...ฉันอยากตบเขาด้วยส้นสูงมากกว่า

 

อยากใช้ส้นเข็มเจาะหนังหน้าหนาๆ ของผู้ชายคนนี้ให้มันแหกยับเยิน บดขยี้ลงที่ริมฝีปากของเขาแรงๆ เอาให้สาสมกับที่มันกล้ามาเลียปากฉันจนได้เลือด!

 

เพี๊ยะ!!!

 

“สีหน้านายไม่ได้บอกว่ารู้สึกเจ็บเท่าไหร่นี่” ขนาดตบซ้ำเข้าทีเดิมด้วยความแรงอีกครั้งก็ยังวางหน้าเรียบเฉยได้อยู่ดี

 

ทั้งที่ในใจคงกำลังเดือดพาลอย่างมาก สายตาอ่านยากฉายรอยเคืองขุ่นเต็มสตรีมไม่ได้ทำให้ฉันกลัวคนสารเลวตรงหน้ามากไปกว่านี้แล้ว

 

“แรงดีไม่มีตก” น้ำเสียงนั่นเหมือนจะเย้ยหยันว่าฉันมีปัญญาทำได้แค่นี้มากกว่า “แต่ก็...งั้นๆ”

 

“ฉันลืมไป” หยุดคำพูดไว้ เหยียดสายตามองคอปเปอร์เหมือนอะไรสักกอย่างที่แม่งโคตรไม่มีค่า ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

 

“หนังหน้านายอาจจะหนากว่าควายด้วยซ้ำ!

 

เสียเปรียบแล้วยังไง อ่อนแอแล้วจะทำไม ฉันไม่มีทางยอมให้ไอ้เลวนี่ข่มฉันทุกทางหรอก อาจจะดูโง่เง่าที่ไม่ขอร้องอ้อนวอน แต่มันเป็นสันดานฉันไปแล้ว

 

“ตบ พอใจยัง?”

 

“ยัง! อยากใช้ส้นสูงตบมากกว่าว่ะ”

 

“อย่าหวัง” เกลียดนักไอ้ท่าทางไม่รู้สึกรู้สา กรีดหน้าฉันด้วยสายตาเย็นชาร้ายกาจ ราวกับต้องการจะบอกว่าฉันแม่ง โคตรโง่รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ยังดันทุรัง “ปากแบบนี้...”

 

รู้ไหม สีหน้าดูถูกของคอปเปอร์สร้างความเจ็บใจให้มากกว่าคำพูดเสียอีก

 

“อึก!” สันกรามเจ็บร้าวทันทีที่ฝ่ามือหนาเอื้อมขึ้นมาบีบรัด ฉันรั้งฝ่ามือเขาสุดแรงหากมันก็ไม่คลายออกเลย

 

“ระวังจะถูก ของดียัดเข้าให้” กรอบตาฉันขึงตึงกับคำพูดห่ามหั่น

 

ร่างกายสั่นไปด้วยความกรุ่นโกรธ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนต่อโลกถึงขนาดไม่รู้ความหมายของคำพูดนั้นเสียเมื่อไหร่ เพราะรู้ไงถึงได้...

 

“ถุย!” ถ่มน้ำลายปนเลือดใส่ใบหน้าคมคายนั่น

 

หากก็เหมือนคอปเปอร์จะรู้ทันความคิดฉันไปเสียหมด เขาเบี่ยงหน้าหลบได้อย่างฉิวเฉียด ลงแรงบีบสันกรามฉันจนกระดูกแทบแหลกคามือรอมร่อ

 

“ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”

 

และในวินาทีนั้นเอง!

 

"ฮะ เฮือก!"


 

รายละเอียดการพรีออเดอร์
http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=576647&chapter=28

 

 Meb (E-book) ราคา 289 บาท

คลิกดาวน์โหลด >> https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=24108


เม้นท์ + โหวต เป็นกำลังใจด้วยโน๊ะ




 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,482 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3442 # wipawaneeaum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 22:58
    ห้ะ สงสัยตัวเองอ่านผิดป่าว
    คอบซิง โอ้ยแม่เจ้าเหลือเชื่อ !555555555
    #3,442
    0
  2. #3434 oopip kornrawee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 18:49
    เฮ้อออออ ไม่วายเจอกันอักจนได้ นี่คิดอยู่ว่าต้องเจอที่นี่แต่ก็ภาวนาให้ไม่เจอ
    #3,434
    0
  3. #3291 T--dZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 10:30
    ตกลงเสียจิ้นทั้งคู่ชะ



    ช็อคแพ้พพพพ อิอิ
    #3,291
    0
  4. #3055 ชื่อนัทตี้นะเออ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 20:45
    ชอบฉากนี้อะหุๆแตก.......ใน......-.,-~~~~#ผั้วะ โดนตบ
    #3,055
    0
  5. #2888 G-Demon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 04:59
    คอปเปอร์เลวได้ใจมากกกก
    #2,888
    0
  6. #2607 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 23:58
    แบล็คเจองานเข้าอีก
    #2,607
    0
  7. #2598 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 14:11
    ดีใจปลดแบนแร้ววว
    #2,598
    0
  8. #2004 ~*NaN_WonTeuk*~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 07:10
    อีคอปแกเปิดซิงครั้งแรกหรอเนี่ย แหม่ ทำซะเชี่ยวชาญเลยนะครัช
    #2,004
    0
  9. #1942 soulmuk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 17:02
    ตอนนี้คือ>>>........ช็อกมากกกก ช่างเป็นคู่ที่โหดอ่านเเล้วเสียวตามแบลค์สงสารนางจริงๆ นางจะท้องไหมนี่
    #1,942
    0
  10. #1560 Flower Me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 14:30
    รอออออออออออค่ะ
    #1,560
    0
  11. #1559 nok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 12:25
    อัพ อัพ อัพ เถอะนะ คิดถึงคอปเปอร์แล้ว
    #1,559
    0
  12. #1558 คุณน้าย คุณนาย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 07:30
    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ รออออออออออ
    #1,558
    0
  13. #1557 ByChu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 21:10
    เสียตัวจนได้นะคอปเปอร์ 555
    #1,557
    0
  14. #1552 Dek-พันธุ์x (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 04:43
    กรี๊ดด! ไม่น่าเชื่อครั้งแรก เงิบคร้าาเงิบ 555
    #1,552
    0
  15. #1551 Ja Alone (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 23:47
    ครั้งแรกจิงหรอเนี่ย
    #1,551
    0
  16. #1550 ByChu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 23:38
    พ้นไฟ กาสสสสสสส
    #1,550
    0
  17. #1548 บู้ลี้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 23:28
    คอปเปอร์ลงโทษรุนแรงไปป่าวอ่ะ ฮิๆ
    #1,548
    0
  18. #1545 Yotakar Yothao (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 17:34
    ว้ายยยยยยยยครั้งแรก เงิบเลย
    #1,545
    0
  19. #1543 minmeen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 13:13
    เงิบกับประโยคสุดท้ายอ่าา ครั้งเเรกเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อ ><'
    #1,543
    0
  20. #1541 มัท (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 06:44
    อัลรายยยยยยยยย นายซิงหราาาาา จิงง่าาาาา

    ไม่อยากจะเชื่อเลยยยย ไม่จิงหรอก ช่ายป่ะ 555

    ไรท์อัพเร็วๆๆๆน้าาคร้าาา รอต่อจ้าาาา
    #1,541
    0
  21. #1540 winter_sky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 02:51
    ประโยคสุดท้ายทำเอาเงิบเลยอ่ะคอปเปอร์
    #1,540
    0
  22. #1539 ByChu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 23:44
    ไม่น่าเชื่อ ครั้งแรกหรอคอปเปอร์ 



    เก็บกดมานานล่ะสิ 



    โอ้ยๆ
    #1,539
    0
  23. #1538 peanutsui (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 22:39
    คอปซิงฮิ้ววว(ก่อนหน้านี้) -___,-
    #1,538
    0
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #1534 Benettaaiiria (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 19:07
    อยากรู้แล้วว่าแค้นอะไรกัน คอปเปอร์อย่างโหด แบล็คก็สมควรนะ แต่..ประโยคสุดท้าย?
    #1,534
    0